คลังเรื่องเด่น
-
คุณธรรม 7 ประการสำหรับมิตรแท้ เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ( 7 วิธีดูมิตรแท้! )
7 วิธีดูมิตรแท้!
คุณธรรม 7 ประการสำหรับมิตรแท้ เพื่อนแท้ เพื่อนตาย
ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทูลถามว่า ” พระพุทธเจ้าข้า กึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์นี้ คือ ความเป็นผู้มีมิตรงาม ๑ ความเป็นผู้มีสหายงาม ๑ ความเป็นผู้โน้มเข้าไปในมิตรที่งาม ๑” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “อานนท์! เธออย่าได้กล่าวอย่างนี้เลยๆ อานนท์ พรหมจรรย์ทั้งสิ้นนี้คือ ความเป็นผู้มีมิตรงาม ๑ ความเป็นผู้มีสหายงาม ๑ ความเป็นผู้โน้มไปในมิตรงาม ๑ อานนท์ เหตุนั้น อันภิกษุผู้มีมิตรอันงาม มีสหายงาม โน้มไปในมิตรที่งาม พึงหวังได้เฉพาะ เธอจักเจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคมีองค์ ๘ ที่เป็นของพระอริยะ อย่างไร อานนท์ ก็ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตร ฯลฯ เจริญ ทำให้มากซึ่งมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นของพระอริยะอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ เจริญสัมมาสมาธิที่อาศัยวิเวก. อานนท์ อย่างนี้แล ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตร ฯลฯ ทำให้มาก อานนท์ เหตุนี้นั้น พึงทราบโดยทำนองนี้ เหมือนอย่างพรหมจรรย์นี้ทั้งสิ้น
คือ ความเป็นผู้มีมิตรที่งาม ๑ ความเป็นผู้มีสหายงาม ๑... -
“ขุมทรัพย์ใหญ่ของมวลมนุษยชาติ”
“ขุมทรัพย์ใหญ่ของมวลมนุษยชาติ”
บทธรรมแต่ละหมวด ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์สอนไว้แล้วมีบันทึกในพระไตรปิฎก ล้วนคือ “ขุมทรัพย์ใหญ่ของมวลมนุษยชาติ” ความรู้ทางโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย แต่ความรู้ในพระไตรปิฎกเป็น อกาลิโก คือไม่ขึ้นกับกาล จะยุคไหนสมัยไหนก็ไม่มีเชย
ขณะที่ ไอสไตน์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับเลือกให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา เป็นชาวยิวที่ย้ายมาอยู่อเมริกา คือเกิดมาในศาสนาอื่น แต่ต่อมาได้มาสัมผัสกับพระพุทธศาสนา มาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ไอสไตน์ก็ตกตะลึงว่า มีคำสอนที่ยอดเยี่ยม และวิเศษอย่างนี้ด้วยหรือ จนเขาได้บันทึกไว้ว่า ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งสากลจักรวาล หรือ “Cosmic Region” สามารถปฏิบัติจนเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องเหตุและผลได้ และศาสนานั่นคือ “พระพุทธศาสนา”
ไอสไตน์ ได้สรุปไว้ว่า คำสอนที่เลิศอย่างนี้ไม่ควรจะเป็นคำสอนของคนทั้งโลกอย่างเดียว ต่อให้มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาในจักรวาลอื่น ก็ควรจะนับถือพระพุทธศาสนาด้วย เพราะไม่มีคำสอนใดจะเลิศไปกว่านี้อีกแล้ว... -
“รองอธิการบดี มจร”แนะเทคนิคภาษาอังกฤษพระธรรมทูต
“รองอธิการบดี มจร”แนะเทคนิคภาษาอังกฤษพระธรรมทูต
เพิ่มทักษะสื่อสารธรรมสู่สังคมอาเซียนและทั่วโลก
วันที่ 11 มี.ค.2561 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระราชวรมุนี,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และรก.ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มจร เจ้าของผลงาน “มหาพาเรียนอังกฤษ” เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อเรื่อง“ภาษาอังกฤษสำหรับพระธรรมทูต” เสริมภาษาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 24 มจร
พระราชวรมุนี กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในส่วนของมหาจุฬาฯได้เชื่อมสัมพันธ์กับชาวพุทธทั่วโลก ที่สำคัญการที่ทุกท่านอบรมเพื่อความเป็นพระธรรมทูต ต้องออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จึงเห็นว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสำคัญที่จะใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน โดยเฉพาะการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
พระราชวรมุนีได้แนะนำเทคนิคและวิธีการใช้ Tenses ทั้ง 24 เพื่อเสริมภาษาอังกฤษใน 4 ทักษะ คือ พูด ฟัง อ่าน และเขียน และให้กำลังใจในช่วงท้ายว่า อยากให้ทุกท่านได้ตั้งเป้าหมายว่าจากนี้ไป จะพยายามฝึกฝนและสื่อสารภาษาอังกฤษให้ได้ เพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่สากล... -
"พระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างได้ทุกอย่าง" พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
"พระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างได้ทุกอย่าง"
พระพุทธเจ้าเป็นคนโลเลที่ไหน ศาสดาองค์เอกไม่มีโลเล เทวบุตรเทวดา อินทร์ พรหม กราบอย่างแนบสนิท ไม่มีเทวดา อินทร์ พรหม ตนใดที่จะมาตำหนิพระพุทธเจ้าได้ ไม่ปรากฏในตำรา มีแต่นอบน้อมตลอด นี่ตัวอย่างของโลก ตัวอย่างแห่งความร่มเย็นของโลกท่านเป็นอย่างนั้น ทีนี้เวลากระจายออกมาเป็นพระสาวกก็รองพระพุทธเจ้าลงมา ตามนิสัยวาสนาของตนที่จะแนะนำสั่งสอนได้ กระจายมามีตั้งแต่เพชรน้ำหนึ่งๆ อย่างเลิศเลอๆ ออกมา ผู้ตั้งอกตั้งใจฟัง ธรรมก็ออกมาจากหัวใจเอง ไม่ได้ไปหาคว้าเอาคัมภีร์นั้นคัมภีร์นี้ เพราะคัมภีร์นั้นออกจากหัวใจ พระพุทธเจ้าแสดงไว้แล้วยังไงก็จดจากที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้แล้วไปเป็นคัมภีร์ มันก็เป็นธรรมนอก ธรรมใน
ธรรมใน คือธรรมในพระทัยพระพุทธเจ้า ธรรมในใจของพระสาวกที่ท่านรู้ท่านเห็นเต็มอยู่ในหัวใจหมดแล้ว ก็เรียกว่าจิ้มเลยๆ ๆ ทันเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง คือศาสดาองค์เอกเป็นตัวอย่างได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นพระอาการของพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสดาตลอด พระอิริยาบถทั้งสี่ ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นศาสดาเอกได้ตลอด ไม่มีบกพร่องที่ตรงไหนคือศาสดาองค์เอก จากนั้นมาก็เป็นสาวก รองศาสดาลงมา... -
ความไม่เที่ยงของขันธ์ ๕ :องค์หลวงปู่น้อย ญาณวโร วัดป่าห้วยริน ต.หัวนาคำ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น
"...ธรรมของพุทธเจ้าสอนให้พวกเราเบื่อหน่าย
ปฏิบัติธรรมนั้นต้องเอาความเบื่อหน่ายนั้นเป็นอารมณ์
ระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตนขณะนี้เดี๋ยวนี้
เป็นอารมณ์
อย่าไปคิดว่าจะตายพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อย่าไปคิด
เดี๋ยวนี้แลเราจะมีชีวิตรอดไหม
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
เปรียบเสมือนทางแห่งความตาย
เมื่อหายใจเข้าไปแล้วไม่ออกมามันก็ถึงกาลเวลาของมัน
เมื่อหายใจออกไปแล้วไม่เข้ามามันก็ถึงกาลเวลาของมัน นั่น
ร่างกายนี้อยู่ด้วยธาตุทั้งสี่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ
ธาตุลม
ธาตุดินอาหาร
ธาตุน้ำโสรจสรง
ธาตุลมพัดวีให้ชุ่มเย็น
ธาตุไฟยังกายให้อบอุ่น
ธาตุทั้งสี่อยู่ได้ด้วยลม ลมเข้าลมออกตัวนั้น ถือว่าเป็นธาตุ ที่จะทำให้ร่างกายนั้นทรงตัวอยู่ได้
ถ้าลมหมดเมื่อไหร่ร่างกายก็แตกสลาย
ธาตุดินส่วนดิน ธาตุน้ำส่วนน้ำ ธาตุไฟส่วนไฟ ธาตุลมส่วนลมพึงพินิจพิจารณาลมให้ตลอดๆ เพราะลมนี้ไม่มีสาระแก่นสารจับต้องไม่ได้ จะว่าหนักก็ไม่เชิง จะว่าเบาก็ไม่เชิง มันไม่มีตัวตนลมตัวนี้ไม่มีตัวตน เพราะจับต้องไม่ได้ มีแต่ความรู้สึกเป็นตัวจับต้องทำไมร่างกายจึงอยู่ได้ด้วยลม...แขนขาที่เป็นธาตุที่เรามองเห็นว่าเป็นธาตุหยาบเรายังจับดูรู้ว่าร้อน ว่าหนาว... -
“ชาย-หญิงต่างเป็นอุปสรรคซึ่งกันและกัน” ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อชา สุภัทโท
“ชาย-หญิงต่างเป็นอุปสรรคซึ่งกันและกัน” ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อชา สุภัทโท
สองหน้าของสัจจธรรม
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
ผู้หญิงก็มีผู้ชายเป็นอุปสรรค
ผู้ชายก็มีผู้หญิงเป็นอุปสรรค มันพอปานกัน
ในชีวิตของเรามีทางเลือกอยู่สองทาง คือคล้อยไปกับโลก หรือพยายามปฏิบัติให้อยู่เหนือโลก พระพุทธเจ้านั้นท่านทรงปฏิบัติจนพระองค์เองทรงพ้นโลกด้วยการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ
ในทำนองเดียวกัน ปัญญาก็มีสอง คือ ปัญญาโลกีย์ กับปัญญาโลกุตตระ หากเราไม่ภาวนาฝึกปฏิบัติอบรมตนเองถึงจะมีปัญญาปานใด ก็เป็นเพียงปัญญาโลกีย์ เป็นโลกีย์วิสัย จะหลุดพ้นโลกไปไม่ได้ เพราะโลกีย์วิสัยนั้นมันเวียนไปตามโลก เมื่อเวียนคล้อยไปตามโลกจิตก็เป็นโลก คิดอยู่แต่จะหามาใส่ตัว อยู่ไม่เป็นสุข หาไม่รู้จักพอ วิชาโลกีย์ก็เลยกลายเป็นอวิชชา หาใช่วิชชาความรู้แจ้งไม่ มันจึงเรียนไม่จบสักที เพราะมัวไปตามลาภ ตามยศ ตามสรรเสริญ ตามสุข พาใจให้ติดข้อง เป็นกิเลสกองใหญ่
เมื่อได้มาก็หึงก็หวง เห็นแก่ตัว สู้ด้วยกำปั้นไม่ได้ ก็คิดสร้างเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกลไก สร้างศาสตราอาวุธ สร้างลูกระเบิดขว้างใส่กัน นี่คือโลกีย์ มันไม่หยุดสักที... -
คาถาแก้โรคภัย โรคเวรโรคกรรม ใช้ได้ผลดีนัก ทั้งคนทั้งสัตว์ ปราศจากโรคภัย สวดเลย..ดีแน่นอน!!
คาถาแก้โรคภัย โรคเวรโรคกรรม ใช้ได้ผลดีนัก ทั้งคนทั้งสัตว์ ปราศจากโรคภัย สวดเลย..ดีแน่นอน!!
ด้วยวิถีชีวิตและประเพณีอันดีงามของไทย โดยเฉพาะการสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน นอกจากบทสวดทั่วไปแล้วนั้น วันนี้เรามี คาถาแก้โรคภัย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า โรคเวรโรคกรรม มาฝาก สำหรับใครที่เจ็บป่วยบ่อยๆ เจ็บป่วยแบบไม่มีสาเหตุ รักษาไม่หาย ลองสวดกันดู เชื่อว่าสวดแล้วได้ผลดีนักทั้งคนทั้งสัตว์ จากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยสวดก่อนนอนทุกคืน ช่วยทำให้อาการทุเลาเบาลง และค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ
คาถาแก้โรคภัย โรคเวรโรคกรรม
ตั้งนะโม 3 จบ นึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่ตั้งก่อน แล้วท่องตามนี้…
…นะมะพะทะ ธาตุมัตตะโก ยาวะเทวะ
อะยังกาโย ยาปะนายะ เวทนานุปัสสี
ทุกรัสสะ ยะทิทัง ปิณฑะปาโต
อุททิเสนะ สัพพะพุทธานุภาเวนะ
สัพพะเทวะตา สัพพะโรคาพยาธิ
อันตะราโย วินาศสันติ…
…คำแปล…
ดินน้ำลมไฟ สักกะว่าเป็นธาตุ ขอเพียงเพื่อ ให้กายนี้ ยังอัตภาพ เวทนาทั้งหลาย ทุกข์ต่างๆ สิ่งนี้ ขอบิณฑบาตร แล้วอุทิศให้แก่เหล่าปวงสัตว์ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เหล่าเทวะดาทั้งหลาย ขอให้โรคภัยไข้เจ็บ อันตรายต่างๆ จงหายมลายสิ้นกลับคืนสู่ปกติด้วยเถิด…... -
"การเจริญมรรค" (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)
"การเจริญมรรค"
การทำความเพียรนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ต่อผลต่างๆที่เราต้องการกัน สิ่งที่เราตัองการทำความเพียรนี้ คือการเจริญมรรคดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนไว้ ในกิจพระอริยสัจ ๔ ว่า มรรคต้องเจริญให้สมบูรณ์ ตอนนี้มรรคของพวกเรายังไม่สมบูรณ์กัน เราจึงต้องมาเร่งความเพียร มาเจริญมรรคให้สมบูรณ์ เพราะวันเวลาของเราจะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่รีบเร่งทำความเพียรเสียแต่บัดนี้ ต่อไปเวลาจะไม่มี เวลาหมดแล้ว เราก็จะไม่สามารถทำความเพียรได้ เราจึงต้องคอยเตือนใจอยู่เรื่อยๆ ว่าเรากำลังเดินเข้าหาความแก่ ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความตาย ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญมรรค ถ้าเราไม่มีมรรค เราจะไม่มีเครื่องมือที่จะมาใช้ในการดับทุกข์ได้
ดังนั้น เราจึงต้องพยายามใช้เวลาอันมีค่าของเรานี้ ให้ไปกับการเจริญมรรค ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างพระภิกษุ พระพุทธเจ้าก็ทรงสอน ให้เจริญมรรคตั้งแต่ตื่นจนหลับเลย มรรคที่สำคัญข้อแรกก็คือ “สติ” เพราะก่อนจะมีสมาธิ มีปัญญาได้ จำเป็นจะต้องมีสติก่อน ถ้ามีสติแล้ว เวลานั่งสมาธิใจก็จะสงบ พอใจสงบแล้ว เวลาใจเกิดความอยาก เกิดความทุกข์ขึ้นมาก็จะเห็นได้อย่างชัดเจน... -
"3 ทาน" ที่จะสร้าง “ปาฏิหาริย์” ให้ชีวิตดีทันตาเห็น
"3 ทาน" ที่จะสร้าง “ปาฏิหาริย์” ให้ชีวิตดีทันตาเห็น
เคล็ดดีๆ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ ที่ชี้ทางคนที่กำลังทุกข์มากๆ ขัดสน และมีปัญหาเรื่องการเงิน การงาน และครอบครัว ถ้าอยากให้ทุกอย่างดีขึ้นให้ทำดังนี้ หมั่นทำทาน 3 ทานนี้ให้ครบทุกวัน คือ วัตถุทาน ธรรมทาน อภัยทาน
1. วัตถุทาน นั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก เอาที่ไม่เดือดร้อน จะรินน้ำสักแก้วให้ผู้อื่นด้วยใจบริสุทธิ์ จะให้อาหารสัตว์ที่บ้าน จะหยอดตู้บริจาคหนึ่งสลึง จะใส่บาตร จะทำสังฆทาน ถือว่าเป็นบุญจากวัตถุทานทั้งสิ้น
2. ธรรมทาน นั้นหมาย ความถึงการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น จะเป็นการอบรมสั่งสอนลูกๆ การทำงานประจำวันที่เราทำแบบทำงานเหมือนทำบุญ ทำงานด้วยความเต็มใจเต็มที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือ บทสวดมนต์ หนังสือที่มีความรู้ถือว่าเป็นธรรมทานทั้งสิ้นหรือสวดมนต์ทุกวัน เพราะการสวดมนต์ทุกครั้งนั้น นอกจากสร้างคลให้ตนเองแล้ว ทุกครั้งที่สวดจะมีพรหมเทพเทวา ดวงจิตวิญญาณที่อยู่บริเวณนั้นมาร่วมฟังธรรม ฟังคำสรรเสริญ ที่บูชาพระพุทธเจ้าด้วย
3. อภัยทาน นั้นจะทำง่ายหรือจะว่ายากที่สุดก็ได้เหมือนกัน... -
อานิสงส์ มหาศาล....12 วิธีทำบุญ กับ โรงพยาบาล
อานิสงส์ มหาศาล....12 วิธีทำบุญ กับ โรงพยาบาล
คนไทยเราเป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารี มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอ มีเมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนอยู่ในหัวใจ นิยมการทำบุญด้วยการให้ทานและช่วยเหลือเผื่อแผ่สงเคราะห์ผู้อื่นอยู่เป็นนิจ
ซึ่งเรานิยมประพฤติปฏิบัติกันมานานแล้ว นั่นคือการทำบุญกับโรงพยาบาลซึ่งเป็นที่พำนักพักพิง ฝากผีฝากไข้ของผู้คนที่เกิดความเจ็บป่วย ต้องการบำบัดเยียวยาดูแลรักษา รูปแบบดังกล่าวมานี้มีทั้งการสละทรัพย์, สละแรงกาย, สละอวัยวะ, สละปัญญาความคิดเห็น และสละเวลาอันมีค่าของทุกท่าน ดังจะได้กล่าวถึงต่อไปนี้
1.การบริจาคเงิน ในกรณีมีงานศพหรืองานมงคลสมรส เราพบว่าจะมีเจ้าภาพบริจาคเงินให้เป็นสาธารณะประโยชน์แก่ทางโรงพยาบาลอยู่เนื่องๆโดยนำไปใช้จ่ายตามความจำเป็น
2.การช่วยจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลหลายแห่งโดยเฉพาะในต่างจังหวัด และพื้นที่ทุรกันดารยังขาดแคลนตู้อบเด็ก เครื่องช่วยหายใจ ถังอ็อกซิเจน อุปกรณ์กู้ชีพ และอื่นๆซึ่งสามารถสอบถามได้เป็นที่ๆไปว่ายังขาดเหลืออะไร
3.การจัดหาอุปกรณ์สำหรับห้องผู้ป่วยพิเศษ... -
รู้จักพอแล้วจะรวย
รู้จักพอแล้วจะรวย
ถาม : เห็นทุกข์แล้วมักจะเห็นธรรมคู่กันเลยค่ะ ?
ตอบ : ใช่ "โยธัมมังปัสสะติ โสมังปัสสะติ" พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต" ธรรมะคือตัวทุกข์นั่นเอง
สมัยก่อนอาตมาก็คิดเหมือนกันคิดว่า เป็นพระอนาคามีแล้วค่อยบวชถึงจะสบาย ปล้ำอยู่ ๑๑ ปีเต็ม ๆ แม้แต่ "คา" ก็ไม่คา "มี" ก็ไม่มี หมดเกลี้ยง..!
เพราะฉะนั้นตอนหลวงพ่อวัดท่าซุงชวนบวชก็ไปบวช ปรากฏว่าสิ่งที่อยากได้ตอนเป็นฆราวาสทำแทบเป็นแทบตายก็ไม่ได้ ไปได้มากตอนที่บวชแล้ว
หลวงปู่ฝั้นท่านบอกว่าท่านมี "คาถามหาละรวย" คนก็ชอบ เมตตามหานิยม มหาละลวยใช่ไหม ? ท่านบอกว่าไม่ใช่ "ละ" แล้วถึงจะ "รวย" ...(หัวเราะ)...
หลวงปู่มหาอำพัน ท่านก็บอกว่า "คนไม่พอพาจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล" คนเราถ้าพอเสียอย่าง มีอะไรก็แบ่งปันคนอื่นได้ ก็เหมือนกับคนรวยนี่เอง "จนทั้งนอกจนทั้งในไม่ได้การ ต้องคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ"
ถ้าไม่พออย่างไร ๆ ก็ไม่รวยหรอก มีหมื่นล้านก็จะเอาแสนล้าน
สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕
ภาพโดยคุณมะลิแก้ว เว็บวัดท่าขนุน
ที่มา :... -
นินทาว่าร้าย เพราะอิจฉาริษยาเป็นเหตุ! โดย สมเด็จพระญาณสังวร
นินทาว่าร้าย เพราะอิจฉาริษยาเป็นเหตุ! โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมกาสังฆปริณายก
นินทาและสรรเสริญ อันเป็นกระแสแห่งกรรมแห่งโลกธรรม ที่สำคัญอย่างยิ่ง
เป็นเหตุแห่งทุกข์โทษภัยนานาประการ แก่จิตใจที่ขาดสติ ขาดปัญญา เมื่อผจญกับกระแสเสียงสรรเสริญก็ตาม กระแสเสียงนินทาก็ตาม ไม่มีสติ ไม่มีปัญญาปิดกั้น ปล่อยให้เข้าไปทำร้ายจิตใจ หนักหนาเพียงไรก็ได้ เพียงไม่หนักหนานักก็มี
กระแสเสียงนินทาน่าจะหนักหนารุนแรงกว่ากระแสแห่งการยกย่องสรรเสริญ ดังที่เห็นอยู่ก็เช่นนี้ คือโบราณท่านว่าไว้ว่าจะถึงสมัยหนึ่งที่ คนดีจะต้องเดินตรอก ขี้ครอกจะได้เดินถนน กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม
ผู้ใหญ่ในสมัยโบราณ ท่านอธิบายให้ลูกหลานเข้าใจความหมายของคำที่ว่านี้คือ คนดีจะถูกเหยียบย่ำ จนไม่อาจเผยอหน้าให้ใครเห็นได้ คนชั่วร้ายจะได้รับการยกย่อง จนแทบจะล่องลอยฟ้า
ผู้ใหญ่สมัยก่อนที่ท่านเป็นผู้ดี เป็นคนดี ท่านสอนลูกสอนหลาน ให้มีเหตุผลในการพูดในการฟัง นั่นก็คืออย่าไม่มีเหตุผล ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ในการพูด ในการฟัง ใครพูดอะไร ใครบอกอะไร ได้ยินก็เชื่อ ก็ฟังก็พูดต่อ... -
วิธีทำน้ำมนต์ และ รัตนสูตร โดย หลวงพ่อฤาษี
วิธีทำน้ำมนต์ และ รัตนสูตร โดย หลวงพ่อฤาษี
วิธีทำน้ำมนต์ และ รัตนสูตร โดย หลวงพ่อฤาษ
วิธีทำน้ำมนต์
บันทึกเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๐๖ ตรงกับ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๘ วันนี้เจริญกรรมฐานเวลา ๘.๓๐ น. จิตจับอนาปาฯ และปราโมทย์ในพระนิพพานเป็นอารมณ์ เมื่อภาวะจิต เข้าสู่แดนพระนิพพานพบท่านโมคคัลลาน์ และท่านกัญจายนะ แล้วเข้าไปสู่หน้าห้องๆหนึ่ง มีพระบอกว่าเป็นที่ประทับขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็นท่านเสด็จออกรับแล้วทรงนำบาตรมาลูกหนึ่งทรงเทน้ำเก่าในบาตรออกแล้วทรงตักน้ำใหม่ทำน้ำมนต์ คิดว่าท่านจะรดน้ำมนต์ให้ แต่ความจริงกลายเป็นท่านสอนทำน้ำมนต์โปรดคน น้ำมนต์ที่ทำ ห้ามเรียกค่าจ้างรางวัล ให้สงเคราะห์ด้วยอำนาจเมตตา แม้แต่ดอกไม้ธูปเทียนก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น ถ้าเขามีหรือหามาง่าย ก็ให้จัดหามา ถ้ายากก็ไม่ต้อง
ให้เอาน้ำใส่บาตรแล้วเพ่งจิตลงสู่ก้นบาตร ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ในอดีตทั้งหมด แล้วสวด อิติปิโสฯลฯ ทั้งสามห้อง ขณะสวดให้เพ่งจิตลงก้นบาตรแล้วอธิษฐานว่า “ขอให้กระแสน้ำนี้จงซาบซ่านไปทั่ววรกาย กำจัดโรคาพยาธิของมนุษย์ทั้งหลายและสัตว์ให้หายโดยฉับพลัน” แล้วว่า อิติปิโสฯลฯ... -
หลวงพ่อเงินบอกไว้! 2ตายายสวดบทนี้เพื่อเจ้ากรรมนายเวร ถึงกับพลิกชีวิตเลยทีเดียว
หลวงพ่อเงินบอกไว้! 2ตายายสวดบทนี้เพื่อเจ้ากรรมนายเวร ถึงกับพลิกชีวิตเลยทีเดียว
หลวงพ่อเงินบอกไว้! 2ตายายสวดบทนี้เพื่อเจ้ากรรมนายเวร ถึงกับพลิกชีวิตเลยทีเดียว
คาถาขออโหสิกรรมของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติสัมพุทโธ (กรรมใดๆ ก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกัน ด้วยอานุภาพพระสัมพุทโธ)
เป็นคาถาที่หลวงพ่อ เงินบางคลานท่านได้เจริญภาวนา ทุกวันก่อนบิณฑบาตว่ากันว่าเป็นการแผ่เมตตาไป ยังสัตว์โลกด้วยเพราะปรากฏว่าการเจริญพระคาถานี้ทำให้จระเข้ตัวนึงที่ชื่อไอ้สีเลิกอาละวาดทำร้ายคนเดินเรือ ในแม่น้ำน่านเพราะว่าหลวงพ่อเงินท่านจะ ภาวนาทุกที ตอนที่บิณฑบาต(ทางเรือ) มันจะคอยว่ายน้ำตามเรือ ไม่ทำอะไรผู้คน จนบางทีถ้าหลวงพ่อเงินท่านจะข้ามแม่น้ำ ว่ากันว่ามันจะว่ายมาหา หลวงพ่อเงินก็นั่งบนหลังมันข้ามน้ำไปได้ (เป็นคาถาเดียวกับที่สมเด็จโตใช้สะกด จระเข้) ผู้ที่เป็นเจ้าของวิชานี้คือหลวงพ่อใหญ่เมืองพิจิตรหนึ่งในอาจารย์ สมเด็จโตและคาถานี้หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวง ได้ใช้เสกตะกรุดกระดูกแร้งจนลือเลื่องด้วย
ที่มาของพระคาถานี้ว่ากันว่าที่สาวัตถี มีตายายสองคนมีอาชีพหาปลาตลอดชีวิตไม่เคยทำความดีเลย... -
พุทธคุณอันสูงส่ง! เปิดตำนาน “พระหูยาน กรุลพบุรี” คู่พระบารมี “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช”
พุทธคุณอันสูงส่ง!! เปิดตำนาน “พระหูยาน กรุลพบุรี” คู่พระบารมี “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” เมือครั้งออกศึกอันเป็นที่มาของ “พระแสงดาบคาบค่าย” !!
คนไทยยุคบรรพกาล ยามบ้านเมืองสงบก็กลัวเกรงบาปมากกว่ากลัวของมีคม แต่หากแผ่นดินลุกเป็นไฟก็ไม่กลัวศาสตราใดๆ ว่ากันว่าต่างคนต่างก็มีของดีพกติดตัว บ้างก็มีวิทยาคม ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน อย่างนายจันหนวดเขี้ยว แห่งบ้านบางระจัน หรือบรรดาขุนทหารอย่างขุนรองปลัดชู แห่งบ้านวิเศษชัยชาญ กระทั่งพระเจ้าแผ่นดิน อย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงมีพระหูยาน กรุลพบุรีติดอยุ่กับพระมาลาเบี่ยงของพระองค์และผ้ายันต์วัดป่าแก้วเป็นที่ยึดเหนี่ยวพระทัยในยามศึกสงคราม อันเป็นที่มาของตำนานพระแสงดาบคาบค่ายอีกด้วย
ย้อนไปเมื่อครั้งพระองค์ทรงทำยุทธวิธีการรบแบบกองโจรอันเป็นยุทธวิธีของการรบที่ใช้กำลังน้อยเอาชนะฝ่ายที่มีกำลังมากกว่า ซึ่งเป็นที่มาของตำนานพระแสงดาบคาบค่าย การรบแบบกองโจรตามแบบฉบับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หากย้อนไปในอดีตเมื่อประมาณ ๔๐๐ กว่าปีก่อน
ในปีพ.ศ.๒๑๒๙ พระเจ้านันทบุเรงประชุมกองทัพจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ คนยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ในช่วงต้นเดือนยี่ข้าวในนายังเกี่ยวไม่เสร็จ... -
เที่ยววัดเขาอังคารบนปากปล่องภูเขาไฟ แห่งเมืองบุรีรัมย์
เที่ยววัดเขาอังคารบนปากปล่องภูเขาไฟ แห่งเมืองบุรีรัมย์
เขาอังคาร หรือ เขาพระอังคาร เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว ซึ่งที่ขอบปากปล่องภูเขาไฟโบราณนี้เองเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ชื่อวัดเขาอังคาร
ในประวัติลายแทงธาตุพนมกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.8 มีการนำพระอังคารธาตุ (เถ้ากระดูก) ของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานที่เขาลูกนี้ จนถึง พ.ศ.2520 พระอาจารย์ ปัญญา วุฒิโธ จึงได้มาสร้างวัดบนยอดเขา และนำพระอังคารธาตุ ขึ้นบรรจุในสถูปบนยอดอุโบสถของวัด อุโบสถของวัดสร้างจากหินทรายสีแดง และผสมผสานศิลปะสมัยต่างๆ อย่างงดงามแปลกตากว่าอุโบสถไทยวัดอื่นๆ
ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธชาดก ที่มีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย นอกจากนี้ยังมีการค้นพบใบเสมาหินบะซอลท์สมัยทวาราวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือกว่า 1,300 ปีมาแล้ว อันเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าบริเวณนี้เคยเป็นพุทธสถานมาแต่โบราณ
ใครอยากลองมาสัมผัสวัดเขาอังคาร พลังแห่งศรัทธาบนปากปล่องภูเขาไฟเก่าแห่งนี้ สามารถมาเที่ยวได้ที่บุรีรัมย์ครับ
แหล่งที่มา : sanook
-------------
ขอบคุณที่มา
https://www.dhammatueansathi.com/?p=4673 -
บ้วนน้ำหมากปราบแม่เสือสาว !!! หลวงปู่ตื้อ ปะทะ นางสมิง
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม แห่งวัดอรัญวิเวก จังหวัดนครพนม หลวงปู่ตื้อองค์นี้ ท่านเป็นพระลูกศิษย์สายของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในวงการพระด้วยกันนั้นรู้กันถ้วนหน้าว่า นิสัยของหลวงปู่ตื้อนั้น ท่านเป็นคนโผงผางไม่หวั่นไหวไม่หนี ต่อให้เจอเรื่องร้ายๆคำว่าหนีหรือกลัวไม่เคยมีในหัวท่าน
เเละหลวงปู่ตื้อนี่เอง ท่านก็เป็นพระเกจิอีกรูปหนึ่ง ที่ในช่วงชีวิตวัยหนุ่มของท่าน ชื่นชอบในการออกธุดงค์ และรักการผจญภัยเป็นอย่างมาก ท่องไปในป่าทั้งในฝั่งประเทศไทยหรือบางทีก็ข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเลยก็มี จึงทำให้ท่านได้รับประสบการณ์ และได้พบเห็นเรื่องราวต่างๆมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องราวลึกลับต่างๆ ที่ท่านก็ประสบพบผ่านมาตลอดชีวิตในการครองสมณเพศของท่าน
คราหนึ่ง เมื่อครั้งที่หลวงปู่ตื้อ ท่านเดินทางออกธุดงค์จาริกไปทั่วตามแนวป่าเขาลำเนาไพร และได้ล่วงเข้าไปในพื้นที่เขตป่าดงพญาไฟ ซึ่งในยุคนั้นยังคงเป็นป่าดงดิบ ที่อุดมสมบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยบรรดาสิงสาราสัตว์มากมาย ชุกชุม ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละชนิดนั้น ก็ล้วนแต่เป็นสัตว์ที่น่ากลัว ดุร้าย เต็มไปด้วยกรงเล็บ พิษสง และคมเขี้ยว อีกทั้งความอาถรรพ์... -
พระภิกษุ-สามเณร แห่ทำบัตรประจำตัว พร้อมย้ายทะเบียนบ้านไปสังกัดวัดที่ประจำ
วันที่ 10 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักทะเบียนเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งเปิดให้บริการในวันเสาร์ ช่วงเวลา 09.00-15.00 น. และวันนี้มีพระภิกษุ และสามเณรจำนวนมาก เดินทางมาจากวัดต่างๆ ในพื้นเพื่อมาทำบัตรประจำตัว ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้อำนวยความสะดวกจัดทำประวัติ ถ่ายรูป และออกบัตรให้
ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม มีมติเห็นชอบการขับเคลื่อนการจัดทำสมาร์ตการ์ด และการจัดทำฐานข้อมูลพระภิกษุ สามเณร โดยให้พระภิกษุสามเณร ย้ายทะเบียนบ้านเข้าทะเบียนบ้านวัดที่สังกัด หรือที่พำนักอยู่ให้ถูกต้อง
พระครูปลัดวีรวัฒน์ (ศักดิ์นรินทร์ โตษยานนท์) เจ้าอาวาสวัดจันทร์ตะวันตก เปิดเผยว่า วันนี้นำพระภิกษุ และสามเณรวัดจันทร์ตะวันตก จำนวน 17 รูป มาทำบัตรประจำตัว เพื่อสนองตามมติประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ 2/2561 วันที่ 19 มกราคม 2561 เห็นชอบเรื่องการขับเคลื่อนการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน
ขอขอบคุณที่มา
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_823590 -
พายุหมุนดาวพฤหัสบดีหยั่งรากลึกลงใต้ชั้นบรรยากาศถึง 3000 กม.
Image copyright NASA/JPL-CALTECH/SWRI/ASI/INAF/JIRA
คำบรรยายภาพ ที่ขั้วเหนือของดาวพฤหัสบดีมีพายุไซโคลน 8 ลูก หมุนอยู่โดยรอบพายุที่เป็นจุดศูนย์กลางขนาดยักษ์ลูกหนึ่ง
ผลสำรวจดาวพฤหัสบดีล่าสุดที่ได้จากยานจูโนขององค์การนาซาระบุว่า แถบลวดลายต่าง ๆ ที่เห็นบนชั้นบรรยากาศของดาวซึ่งเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์นั้น ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอยู่แค่ที่ผิวบรรยากาศชั้นบน แต่ยังพัดรุนแรงดิ่งลึกลงไปข้างใต้ถึงราว 3,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว
มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในวารสารเนเจอร์ โดยศาสตราจารย์ทริสตอง กีโยต์ จากหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์โกตดาซูร์ (Côte d’Azur Observatory) ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยของยานจูโนระบุว่า การค้นพบและยืนยันข้อมูลดังกล่าวทำให้ทราบถึงความลับในเรื่องโครงสร้างชั้นใน และแรงโน้มถ่วงที่แปรปรวนไม่คงที่ของดาวพฤหัสบดีมากยิ่งขึ้น
“พายุหมุนที่พัดดิ่งลึกลงไปข้างใต้หลายพันกิโลเมตร เมื่อเทียบกับขนาดของดาวที่กว้าง 140,000 กม.แล้ว เรียกได้ว่าเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ยักษ์มากทีเดียว มวลสารที่ประกอบกันขึ้นเป็นพายุเหล่านี้คิดเป็น 1% ในมวลสารทั้งหมดของดาว หรือเทียบเท่ากับโลก 3 ใบรวมกัน”... -
ในเรื่องการปฏิบัติ อย่าเปลี่ยนเป้าหมายบ่อย ๆ
ในเรื่องการปฏิบัติ อย่าเปลี่ยนเป้าหมายบ่อย ๆ
"ในเรื่องการทำงานและการปฏิบัติ อย่าเปลี่ยนเป้าหมายบ่อย ๆ หลักการปฏิบัติก็ดี หลักการทำงานก็ดี อย่าเปลี่ยนบ่อย เคยเปรียบไว้ว่ามันเหมือนการขุดบ่อจะเอาน้ำ บางทีเราขุดไปสามเมตรสี่เมตรใกล้จะถึงแล้ว พอเขาบอกว่าตรงนั้นดีกว่า เราก็ขยับไปขุดตรงนั้น พอเขาบอกว่าตรงนี้ดีกว่า ก็ขยับมาขุดตรงนี้ ก็เลยไม่ถึงน้ำเสียที เพราะฉะนั้น..การทำงานเราก็ต้องจับเป้าหมายเดียวจริงจัง มันจะได้เร็ว
พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ท่านทรงแสดงธรรมเหมือนราชสีห์จับเหยื่อ ก็คือ... ราชสีห์เวลาล่าเหยื่อ ไม่ว่าเหยื่อจะตัวเล็กตัวใหญ่ก็ตาม มันทุ่มเทกำลังในการจับเท่ากันหมด เพราะฉะนั้น..จะไม่มีพลาด และสำคัญที่สุดมันเล็งเหยื่อตัวเดียว ถ้าหากมันไปละล้าละลังล่าตัวอื่นที่อยู่ใกล้ ตัวที่อยู่ข้างหน้ามันวิ่งตรง มันจะหนีไปได้ เพราะฉะนั้น..ราชสีห์มันล่าเหยื่อมันล่าตัวเดียว ตัวอื่นที่อยู่ใกล้มันจะไม่สน
ทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเราทุ่มเทให้มันเต็มที่ มันจะไม่มีอะไรยากเกินความสามารถมนุษย์หรอก ถ้าเราทุ่มเทเต็มที่แล้วก็จะเหมือนพระมหาชนก พระมหาชนกว่ายน้ำเจ็ดวันเจ็ดคืนไม่เห็นฝั่ง... -
บุคคล 7 ระดับ ตามหลักพระพุทธศาสนา
บุคคล 7 ระดับ ตามหลักพระพุทธศาสนา
บุคคล 7 ระดับ ตามหลักพระพุทธศาสนา
1. อันธปุถุชน
หมายถึง บุคคลที่ยังเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นอยู่ตามเหตุปัจจัย ยังไม่สามารถอยู่ในศีลห้าได้ จิตใจยังมีความคิดอกุศล คิดดีบ้าง คิดชั่วบ้าง มีความขุ่นเคือง มีความอิจฉาริษยามากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย
2. กัลยาณชน
หมายถึง บุคคลที่เว้นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นทางกายและวาจาได้แล้ว คือผู้ที่ถือศีลห้าได้เป็นปกติแล้ว แต่ยังต้องสำรวมตนอยู่เสมอ เพราะถ้ามีเหตุปัจจัยรุมเร้าหนักๆ ก็อาจจะทำผิดศีลได้อีก จิตใจยังมีความคิดอกุศลอยู่ แต่มีความรู้สึกตัวเร็ว ไม่ปล่อยให้ความคิดอกุศลอยู่เหนือตนเองมากเกินไป
3. พระโพธิสัตว์
หมายถึง บุคคลที่เว้นจากการเบียนเบียนผู้อื่นทางกายและวาจา คือบุคคลผู้ถือศีลห้าได้เป็นปกติ มีจิตคิดถึงผู้อื่นมากกว่าคิดถึงตนเอง มีความเสียสละ และความอดทนสูงเกินคนปกติ แม้จิตใจยังมีความคิดที่เป็นอกุศลอยู่บ้าง แต่ความอกุศลนั้น ไม่ลุกลามถึงขั้นทำร้ายผู้อื่นได้
4. พระโสดาบัน
หมายถึง บุคคลที่เว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่นทางกายและวาจา เป็นบุคคลที่ถือศีลห้าได้เป็นปกติ ไม่มีวันคิดทำผิดศีลธรรมอีกต่อไป... -
อานิสงส์ทำความสะอาดวัดและถวายไม้กวาด
อานิสงส์ทำความสะอาดวัดและถวายไม้กวาด
หลวงพ่อ :- “ตัวอย่างก็คือน้องสาวของพระอนุรุทธ น้องสาวของท่านเป็นโรคเรื้อน เวลาพระพุทธเจ้าไปเทศน์ เธอก็ไม่ออกมาเพราะอาย
ต่อมาวันหนึ่ง พระอนุรุทธก็ไปถามว่า “พระพุทธเจ้ามา ทำไมจึงไม่ฟังเทศน์”
เธอตอบว่า “เธอเป็นสาว เป็นโรคเรื้อนก็อาย”
พระอนุรุทธก็บอกว่า “ถ้าอย่างนั้นหาเวลาทำบุญ ให้ทำแบบนี้ เวลาที่พระไปบิณฑบาต ก็จัดสถานที่ กวาดสถานที่ จัดน้ำใช้น้ำฉันให้พระ”
เธอก็ทำแบบนั้นทุกวัน ทำไป ๆ ไม่ช้าโรคเรื้อนมันก็หายไปทีละหน่อย ๆ เพราะทำด้วยจิตใจเคารพ ต่อมาก็หาย สามารถมาไหว้พระได้ มาฟังเทศน์ได้
ต่อมาเธอก็ตาย ตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก ไปเกิดระหว่างวิมานของเทวดา ๔ องค์ เธอสวยมาก เพราะอานิสงส์กวาดพื้นที่ จัดพื้นที่ เพราะฉะนั้นใครที่ถวายไม้กวาดจะสวยเหมือนกัน อันนี้เรื่องจริงนะ ไม้กวาดทำให้พื้นที่สะอาด อานิสงส์มาสนอง”
หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๖๙-๗๐
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง) -
13 วัดสวยในอีสาน งานนี้ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งบุญเลยทีเดียว ไม่ไปไม่ได้แล้ว !!
13 วัดสวยในอีสาน งานนี้ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งบุญเลยทีเดียว ไม่ไปไม่ได้แล้ว !!
1.วัดเนรมิตรวิปัสสนา
ตั้งอยู่สูงเด่นอยู่บนเนินเขา ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง และมีพระอุโบสถขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามตามศิลปะภาคกลาง มีภาพจิตรกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบ มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อพระมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดและได้มรณภาพแล้ว บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัดแต่งสวนและต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม
วัดเนรมิตรวิปัสสนาอยู่ห่างจากพระธาตุศรีสองรักไม่มาก อยู่บนเนินเขา ความสวยงามของการสร้างโบสถ์ด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่เป็นวัดที่สะดุดตา จึงทำให้เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่คนมาเที่ยวด่านซ้ายจะต้องแวะเวียนเข้ามาไหว้พระทำบุญ และถ่ายรูป แต่ละวันโดยเฉพาะช่วงที่มีการจัดงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน ก็จะมีคนเข้ามาตลอดทั้งวันแบบไม่ขาดสาย
ติดต่อสอบถาม : โทร. 042-891226
2.พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด... -
5 วิธีฝึกสติในชีวิตประจำวัน แบบง่ายสุดๆ
5 วิธีฝึกสติในชีวิตประจำวัน แบบง่ายสุดๆ
1. ขณะที่ไม่ได้ใช้ความคิด ให้พยายามเอาจิตมาจับที่ลมหายใจ ให้รับรู้อยู่ที่โพรงจมูก เหมือนนายทวารเฝ้าประตู ถ้ามีลมเข้า ให้รู้เหมือนคนเฝ้าประตูที่รู้ว่ามีใครเข้ามา ถ้ามีลมออก ให้รู้เหมือนคนเฝ้าประตู รู้ว่ามีคนออกไป ให้ทำเพียงเท่านี้ แค่รู้อยู่ที่โพรงจมูก ไม่ต้องตามไปลมหายใจเข้าไป รู้อยู่ที่โพรงจมูกเท่านั้น รู้ไปเรื่อยๆ เราสามารถทำเช่นนี้ได้ทุกเวลาที่ไม่ได้ใช้ความคิด ว่างๆ ให้ทำ นั่งรออยู่ว่างๆ ให้ทำ เดินไปไหนมาไหน ให้ทำ เพราะนี่คือสิ่งที่เรียกว่า “การภาวนา” และเป็นการภาวนาที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ การภาวนานี้ทำได้ง่ายมาก และไม่เกี่ยวอะไรกับวัด คนอยู่ในวันอาจไม่ได้ทำ คนอยู่นอกวัดอาจทำมันอยู่ตลอดเวลาก็ได้
2. ขณะที่รู้ลมอยู่ที่โพรงจมูก เมื่อเกิดความคิด พูดง่ายๆ ว่าเมื่อคิด จะคิดอะไรก็ตาม คิดนินทา คิดอิจฉา คิดเบื่อ คิดเซ็ง คิดเรื่องงาน คิดเรื่องบุญ คิดเรื่องบาป คิดถึงสิ่งลามก คิดถึงสิ่งดีงาม ทั้งหมดเรียกรวมๆ ว่าคิด ซึ่งมีค่าเท่ากันทั้งหมดไม่ว่าคิดดีหรือคิดร้าย รวมความแล้วมันคือความคิด ให้กำหนดรู้เพียงผ่านๆ ว่า “จิตไหลไปคิดนะ” หรือจะกำหนดว่า... -
"4 ระยะใกล้ตาย" มันมีความรู้สึกแบบนี้!!
"4 ระยะใกล้ตาย" มันมีความรู้สึกแบบนี้!!
“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร? อาการของการ “ตาย” ที่คนอื่นได้ศึกษามาหรือเคยได้พูดคุยกับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) นั้นเป็นเช่นไร
คุณหัชชา ณ บางช้าง เคยค้นคว้าเรื่องนี้มาเขียนใน “ภาวะหลังตาย” และเล่าว่า “กระบวนการตาย” ในระยะต่าง ๆ นั้นเป็นเช่นไร
ท่านบอกว่ามันมี 4 ขั้นตอนอย่างนี้
๑. ระยะแรก เป็นระยะที่ธาตุดินเริ่มสลายตัวกลายเป็นน้ำ ผู้ตายจะรู้สึกอ่อนระโหย ไม่มีแรง การมองเห็นต่าง ๆ เริ่มเสื่อม มองอะไร ๆ ก็ไม่ชัด ทุกอย่างดูมัว ๆ ไปหมด ทุกอย่างที่เห็นเหมือนมองไปกลางถนนขณะแดดจัด ๆ ภาพต่าง ๆ จะเต้นระยิบระยับไปหมด
๒. ระยะที่น้ำจะกลายเป็นไฟ ช่วงนั้น น้ำในร่างกายเริ่มแห้งลง จะรู้สึก ชาๆ ตื้อๆ เริ่มหมดความรู้สึก ไล่จากปลายเท้าขึ้นมาประสาทหูเริ่มไม่รับรู้คือเริ่มไม่ได้ยินเสียงอะไรมองไปทางไหนก็เห็นแต่ควัน
๓. ระยะนี้ไฟเปลี่ยนเป็นลม หูจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย รู้สึกหนาวจับใจ ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ หยุดหมดลมหายใจอ่อนลงเรื่อยๆจมูกเริ่มไม่รับความรู้สึกเรื่องกลิ่น
๔. ระยะนี้ธาตุลมจะเปลี่ยนเป็นอากาศธาตุ ตอนนี้ เจตสิกทุกอย่าง... -
10 ความน่าเสียดาย สำหรับผู้ไม่ฝึกฝนวิปัสสนา (อย่างสม่ำเสมอ)
10 ความน่าเสียดาย สำหรับผู้ไม่ฝึกฝนวิปัสสนา (อย่างสม่ำเสมอ)
10 ความน่าเสียดาย สำหรับผู้ไม่ฝึกฝนวิปัสสนา(อย่างสม่ำเสมอ)
1. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา จะไม่มีวันเห็นชีวิตตามความเป็นจริง เพราะระบบชีวิตตามความเป็นจริง หรือสิ่งที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า ขันธ์ห้า ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งส่วนประกอบของชีวิตทั้งห้าส่วนนี้ ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากการอ่าน การฟัง และไม่สามารถคิดนึกเอาเองได้ จำเป็นต้องฝึกสติโดยผ่านกระบวนการวิปัสสนาซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่พระพุทธเจ้าทรงคิดค้นขึ้น เพื่อให้มนุษย์ได้มีโอกาสรู้ความจริง เกี่ยวกับชีวิตของตนเอง
2. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา จะมีจิตที่เหมาะสมกับการเติบโตของความทุกข์เป็นปกติ คือไม่สามารถปล่อยวางอะไรได้ง่ายๆ แม้ปล่อยวางได้แล้ว แต่ความคิดปรุงแต่งก็จะวนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ ชั่วชีวิต ขอให้สังเกตชีวิตของตนเองอย่างเป็นกลาง ว่ามีความทุกข์มากกว่าความสุขจริงหรือไม่ ในแต่ละวัน มีความขุ่นมัวหรือความเบิกบานใจมากกว่ากัน มีความฟุ้งซ่านหรือสงบนิ่งมากกว่ากัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่สติอ่อนกำลัง ไม่เท่าทันความคิด นี่คือธรรมชาติของจิตที่ไม่ได้รับการฝึกฝน... -
พระวัดดังราชบุรี ผุดไอเดียเปิดร้านกาแฟบุญ หารายได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีร้านกาแฟสดตั้งอยู่ในวัดดอนกระเบื้อง ต.ดอนกระเบื้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ชื่อ “รักษ์บ้านดอน กาแฟบุญ” โดยนำผลกำไรจากการจำหน่ายไปซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ตรวจสอบพบร้านกาแฟสดที่จัดสวนอย่างร่มรื่น พร้อมติดป้ายประชาสัมพันธ์ด้วยข้อความ “รักษ์บ้านดอนกาแฟบุญ อานิสงส์ส่วนหนึ่งของการดื่มกาแฟบุญนี้ นำไปบริจาคทานให้กับคนยากไร้” โดยมีพระครูสมุห์วีรศักดิ์ วีรธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดอนกระเบื้อง เป็นเจ้าของแนวคิด นอกจากนั้น ยังพบว่าบาริสต้าของทางร้านได้ใส่ชุดประจำชาติมอญ นุ่งโสร่งแดงลายตารางมาเป็นสื่อสัญลักษณ์ถึงเชื้อชาติพื้นถิ่นของชาว ต.ดอนกระเบื้อง โดยมีชาวบ้านและนักชิมกาแฟรอคิวอยู่เต็มร้าน
พระครูสมุห์วีรศักดิ์ เปิดเผยว่า แนวคิดการทำร้านกาแฟ “รักษ์บ้านดอน กาแฟบุญ” เริ่มต้นจากเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา อาตมามีความตั้งใจบริจาคทานให้กับผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ต.ดอนกระเบื้อง ซึ่งล้วนเป็นญาติโยม ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยใส่บาตรทำบุญถวายพระสงฆ์ที่วัด บ้างก็ล้มป่วย บ้างยากจน อาตมาอยากช่วยเหลือแบ่งเบาความทุกข์... -
คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก!!!
คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก!!!
คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก เป็นกรรมทางวาจามีผลร้ายแรงมาก
หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม
เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไรคำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มีบางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ มีเรื่องเดือดร้อน
หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า… “อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบ มันก็จะไม่มีเรื่องกันแต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่” ท่านสอนศิษย์เสมอว่า อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา เพราะนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่ กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง ท่านบอกไว้อีกว่า... -
9 ลักษณะ “ผู้หญิงมีบุญ” ซึ่งสาวๆหลายๆคนอาจยังไม่รู้แน่ๆ มาดู!
9 ลักษณะ “ผู้หญิงมีบุญ” ซึ่งสาวๆหลายๆคนอาจยังไม่รู้แน่ๆ มาดู!
หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่า 9 ลักษณะ ผู้หญิงมีบุญ นั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาดูกันเลย ซึ่งสาวๆหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เเน่ๆ
๑. ไม่บ่น เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็น ไปของชีวิตนั้นขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง
๒. ไม่กลัว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น
๓. ไม่ทำชั่ว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหาย... -
เมื่อสิ้นวาสนา รั้งยังไงก็ไม่อยู่….ใครเคย “อกหัก” ลองอ่านดู อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้
เมื่อสิ้นวาสนา รั้งยังไงก็ไม่อยู่….ใครเคย “อกหัก” ลองอ่านดู อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้
“เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่” หลวงตาเตือนสติชายไม่สมหวังกับความรัก ก่อนติดสินใจบวชตลอดชีวิต
มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา ๓ปี ทั้ง ๒ ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใดเมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจเวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น
มีหลวงตาแก่ๆ ผ่านมาเมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตูเด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระจึงบอกว่า “ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า”
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า “อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อยไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว”
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่า ตัดสินใจเองไม่ได้ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน...
หน้า 310 ของ 440