คลังเรื่องเด่น
-
“สุวพันธุ์” กระตุ้น “สำนักพุทธ” เน้น วัด-พระ ทำตามกฎหมาย ‘จี้’ ทำบิ๊กดาต้า-สมาร์ตการ์ดพระ
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการที่ตนมอบนโยบาย การดำเนินงานแก่ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการทำความเข้าใจร่วมกันว่า รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนงานที่เป็นไปตามแผนหรือโครงการของ พศ. โดยอยากให้มิติการทำงานของ พศ. และของคณะสงฆ์สอดคล้องกัน รวมถึงเดินหน้าการปฏิรูปไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ได้กำชับการทำงานเชิงรุกของ พศ.ในการดูแลคณะสงฆ์ กิจกรรมของวัด รวมถึงการร่วมมือกับคณะสงฆ์ในเรื่องเกี่ยวกับพระธรรมวินัยและการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้พศ.ต้องออกไปติดตาม และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นบทบาทของ พศจ.จึงมีความสำคัญทั้งในการทำงานเชิงรุก การเข้าไปแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง การทำหน้าที่รายงานผลการแก้ปัญหามาให้ส่วนกลางรับทราบ หากเกิดกรณีที่ต้องการให้ส่วนกลางช่วยเหลือ ก็สามารถแจ้งมาได้ ทั้งหมดนี้เพื่อให้กิจการด้านพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งทางโลก และทางพระธรรมวินัย
นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า... -
“วัดไทยพุทธคยา”เปิดปฏิบัติวิปัสสนาจากทั่วโลก
“วัดไทยพุทธคยา” เปิดปฏิบัติวิปัสสนาจากทั่วโลก
วันที่ ๑๖ ก.พ.๒๕๖๑ เฟซบุ๊ก Namaste Dhamma ได้โพสต์ภาดและข้อความว่า “วัดไทยพุทธคยา”เปิดรับผู้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนาจากทั่วโลก
ตั้งแต่วันแห่งความรัก ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เป็นต้นมา วัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ได้ให้การดูแลผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากทั่วทุกมุมโลก ที่ตั้งใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนรู้แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ณ แดนพุทธภูมิ โดยพระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้มีนโยบายว่า
“พุทธคยา คือ สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่แห่งนี้จึงสมควรเป็นจุดศูนย์รวมการเรียนรู้ให้ถึงแก่นแท้พระพุทธศาสนา ของคนทั่วโลก”
จึงเป็นที่มาของการสร้างอาคาร “วิปัสสนานานาชาติ” ขึ้นภายในวัดไทยพุทธคยา เพื่อเปิดรับผู้สนใจศึกษาให้ลึกซึ้งถึงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยทางวัดนอกจากจะอำนวยความสะดวกเรื่องของสถานที่พัก สถานที่ปฏิบัติแล้ว ตลอดจนอาหารการขบฉันแล้ว ยังจัดเตรียมพระวิปัสสนาจารย์ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ... -
สัทธิวิหาริก-อันเตวาสิก พระสุนทรธรรมากร(หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ)
สัทธิวิหาริก-อันเตวาสิก
- คำว่า “ สัทธิวิหาริก ” กับ “ อันเตวาสิก ” นั้น ผู้ที่เคยผ่านการบวชเรียนมาแล้วคงจะคุ้นเคยกับสองคำนี้มากกว่าคนทั่วๆ ไป แต่ก็ยังมีหลายท่านที่เข้าใจสับสนกันในระหว่างสองคำนี้ ในหนังสือ “ พูดจาภาษาวัด ” โดย กรมการศาสนา ปี พ.ศ. 2544 และหนังสือ “ คำวัด ” โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร รวมทั้ง “ พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ” โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.๙) ได้อธิบายความหมายของทั้งสองคำนี้ไว้ว่า...
- “ สัทธิวิหาริก ” แปลว่า ผู้อยู่ด้วย เป็นคำเรียกผู้ที่ได้รับอุปสมบท คือ ถ้าอุปสมบทต่อพระอุปัชฌาย์รูปใด ก็เป็นสัทธิวิหาริกของพระอุปัชฌาย์รูปนั้น ผู้สมัครใจขออุปสมบทต้องปฏิญญาว่ามีศรัทธาเลื่อมใส ขอสมัครอุปสมบทในพระพุทธศาสนา จึงขอมอบตัวเป็นสัทธิวิหาริกในพระอุปัชฌาย์ และเมื่อได้อุปสมบทแล้ว จะเคารพนับถือเชื่อฟัง ตั้งอยู่ในโอวาทของพระอุปัชฌาย์ และจะประพฤติดี ปฏิบัติชอบตามพระวินัย ระเบียบแบบแผนของวัด และคณะสงฆ์ตลอดไป เมื่ออุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์จะออกหนังสือสุทธิให้แก่สัทธิวิหาริก... -
"เพ่งละ" ไม่ใช่แค่ "เพ่งดู" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
อันการที่เราปฏิบัติตามศีลตามธรรมไปแล้วอย่างนี้นะ จิตมันเดือดร้อนขึ้นมานี่มันก็จะได้เห็นหน้าตาของกิเลส อย่าไปถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี มันดีแหละเพราะบางทีนะกิเลสมันนอนอยู่ภายในใจนู่น มันไม่โผล่หัวออกมาให้เห็นเลย ต่อเมื่อมันมีเหตุอะไรไม่ดีไม่งามกระทบกระทั่งเข้ามา นั่นแหละกิเลสเหล่านั้นมันจึงโผล่หน้าออกมาให้คนเห็น
คือการที่มันมาทำใจให้เดือดร้อนนั่นแหละ วุ่นวายนั่นแหละ นั่นแหละหน้าตาของกิเลส เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็กำหนดรู้เลยว่ากิเลสเหล่านี้เรายังละมันไม่ได้ ดีแล้วมันแสดงบทบาทออกมาให้เรารู้ บัดนี้เราจะเพียรพยายามละมัน ก็เพียรพยายามเพ่งอยู่แต่กิเลสอันนั้นแหละกิเลสเรื่องนั้นอย่างนี้นะ “เพ่งละ” ไม่ใช่ “เพ่งดู” เฉย ๆ เพ่งว่าอารมณ์อย่างนี้ ความคิดความเห็นอย่างนี้ควรละ ไม่ควรยึดถือเอามันไว้ นี่การเพ่งไม่ใช่เพ่งอยู่เปล่า ๆ เพ่งเพื่อให้รู้แจ้ง เมื่อรู้แจ้งแล้วละ นี่อย่างนี้นะ
ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
"ขันติธรรม”
◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇... -
ชมพระธรรมทูตไทยเป็นเครื่องหมายแห่งความสุข
วันนี้(16 ก.พ.) พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กล่าวว่า จากการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ เป็นประธานงานประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ที่วัดพุทธาราม เมืองวาล์วแวกซ์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เน้นย้ำถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ มาจากรากฐาน ทั้งวิสัยทัศน์ การบริหารงานในนโยบายบูรพาจารย์ คือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดสระเกศฯ สืบทอดมาถึงยุคปัจจุบัน ทั้งยังรวมถึงคุณภาพและศักยภาพของพระธรรมทูตในพื้นที่ประเทศนั้นๆ ต้องปรับตัวทั้งสิ่งแวดล้อม ศึกษากฎหมายและที่สำคัญคือภาษาประจำถิ่น ซึ่งที่วัดพุทธาราม มีพระธรรมทูตที่มีความสามารถหลายรูป เช่น พระครูสุตพุทธิรัตน์ (สำรอง รตฺนญาโณ) ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่เนเธอร์แลนด์ เป็นเวลากว่า 13 ปีแล้ว ทั้งยังได้สอบภาษาในระดับผ่านเกณฑ์ที่ทางเนเธอร์แลนด์กำหนด สามารถมีสิทธิ ในกฎหมาย เพื่อดูแลวัดและชาวพุทธศาสนิกชน สามารถที่จะสนองนโยบาย เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างขวางขึ้นไป
พระพรหมสิทธิ กล่าวต่อไปว่า... -
25 ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ที่เราควรเรียนรู้จากพระพุทธเจ้า
25 ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ที่เราควรเรียนรู้จากพระพุทธเจ้า
สวัสดีจ้าวันนี้เรานำ 25 ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ที่เราควรเรียนรู้จากพระพุทธเจ้า มาดูกันเลยค่ะว่าเราตรงกับข้อไหนบ้าง
1.ความรัก รักษาทุกสิ่ง ความเกลียดชังไม่อาจสิ้นสุดได้ด้วยความเกลียดชัง แต่สิ้นสุดได้ด้วยความรักอันเป็นกฎชั่วนิรันดร์
2.สิ่งที่คุณทำ อธิบายตัวตนได้ดีกว่าสิ่งที่คุณพูด คนเราจะไม่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้มีปัญญาเพราะพูดเยอะ แต่ถ้าเขามีความสงบ มีความรัก และไม่มีความหวาดกลัว เขาผู้นั้นก็สมควรถูกเรียกว่าเป็นผู้มีปัญญา สุนัขจะไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นสุนัขที่ดี เพียงเพราะเห่าเก่งดังนั้นเขาผู้นั้นก็จะไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นคนดีเพราะพูดเก่งเช่นกัน
3.เคล็ดลับการมีสุขภาพดีคือการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน อย่ามัวแต่คร่ำครวญถึงอดีต อย่ามั่วแต่ฝันถึงอนาคต จงเพ่งความคิดอยู่กับปัจจุบัน เคล็ดลับของสุขภาพทั้งกายและใจที่ดีคือการไม่นั่งโศกเศร้ากับอดีต หรือกังวลเกี่ยวกับอนาคต แต่คือการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติและด้วยความตั้งใจจริง
4.คนที่ตื่นรู้ คือคนที่เห็นตัวตนข้างใน หนทางไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า แต่อยู่ในหัวใจของเรา... -
"ความชั่วไม่มีในที่ลับที่แจ้ง" หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป
หลวงพ่อเปลี่ยน เกจิดังภาคเหนือ
———-
ความชั่วไม่มีในที่ลับที่แจ้ง"
เราไปทำในที่ลับ ทำความชั่วมันก็บาปอยู่นั่นเท่าเดิม เราไปทำอยู่ในที่แจ้ง ที่คนเห็นมันก็บาปอยู่เท่าเดิม
ทำความชั่วทั้งหลาย บุคคลกระทำด้วยกายหรือพูดด้วยวาจาก็ดี คิดในใจของคนก็ดี หากไปทำความชั่วอยู่ในที่ลับ มันก็บาปอยู่เท่าเดิมนั้นแหละ
———-
คนกระทำความดี ทำอยู่ในที่ลับ ไม่มีใครเห็นก็ดี กราบไหว้บูชา ไหว้พระสวดมนต์ก็ดี
รักษาศีลก็ดี เจริญภาวนาก็ดี อยู่ในที่คนไม่เห็น อยู่ในห้อง ใครไม่เห็นก็ดี มันก็เป็นความดีอยู่นั้นแหละ ความชั่วก็เช่นกัน ความดีก็เช่นกัน"
————-
...หลวงพ่อเปลี่ยน ปัญญาปทีโป...
ขอบคุณที่มา -
บุญกับบารมี
บุญกับบารมี
ถาม : บุญกับบารมีไม่เหมือนกัน ?
ตอบ : บุญคือความดี บารมีคือกำลังใจ จริง ๆ แล้วการสร้างบุญคือการสร้างบารมี การที่เราได้ทำความดีหรือความชั่วก็ตาม จะส่งผลให้จิตใจของเราเข้มแข็งมั่นคงขึ้น คนชั่วก็มีบารมีของคนชั่ว คนดีก็มีบารมีของคนดี เกิดจากการสร้างสมมา
คราวนี้จะกล่าวไปแล้ว บุญกับบารมีแทบจะแยกกันไม่ออก คือเรายิ่งทำมากเท่าไร บารมีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เพราะยิ่งทำมาก แปลว่าจิตเราที่จะสละออกเพื่อตัดความโลภก็ยิ่งมีมาก ในเมื่อยิ่งมีมากก็แสดงว่าบารมีคือกำลังใจของเราก็ยิ่งสูงขึ้น เลยเกี่ยวกันจนแยกไม่ออก
ถาม : หมดบุญได้ แต่บารมีไม่ถอย
ตอบ : ไม่ถดถอย เขาหมดจากกำลังบุญส่วนนั้นก็จริง หมายถึงว่าคุณหาได้แค่นี้วันนี้ คุณกินไป..ใช่ไหม ? กินไปจนกระทั่งหมดแล้ว เราก็ต้องไปหาใหม่ แต่อายุของเราไม่ได้ลดลงนี่ เราก็แก่ไปเรื่อย ๆ อยู่ทุกวัน เงินเดือน เดือนนี้มาใช้หมดเกลี้ยงไปแล้ว ไม่ใช่เราจะกลับเป็นเด็กใหม่ เพราะยังแก่เหมือนเดิม บารมีคือกำลังใจ ตัวบุญคือสิ่งที่เราสร้างสมมา ยิ่งสร้างสมบุญมากเท่าไร บารมีด้านดีก็ยิ่งมากเท่านั้น
ถาม : บารมีด้านชั่วมีหรือ ?
ตอบ : คนทำชั่วลองไปยืนใกล้ ๆ ดูสิ... -
ประโยชน์ของการ ใส่บาตร “ในตอนเช้า” ที่หลายคนไม่เคยรู้
ประโยชน์ของการ ใส่บาตร “ในตอนเช้า” ที่หลายคนไม่เคยรู้
ความงดงามหนึ่ง ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้หลั่งไหลข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาเก็บเกี่ยวบรรยากาศถึงแดนดินถิ่นไทย คือ ภาพของพระสงฆ์สามเณรผู้สงบเรียบร้อย ออกเดินเรียงรายบิณฑบาตในยามเช้า ซึ่งสีของจีวรและความงดงามของจริยวัตรพระสงฆ์ไทย ที่ได้รับการยอม รับจากชาวพุทธทั่วโลกว่ามีความอุดมด้วยปฏิปทาอันน่าเลื่อมใสที่สุด ยังคงสง่างามและศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอเมื่อกระทบกับแสงทองของดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงสุกประกายในยามเช้า
ประเทศไทยนับว่าเป็นเมืองที่มีโชค ที่ทุกวันนี้เรามีโอกาสได้เห็นสมณะออกเดินบิณฑบาตในยามเช้าแทบทุกตรอกซอกซอย โดยไม่ต้องลำบากลำบนดิ้นรนหาพระสงฆ์เพื่อใส่บาตรเหมือนกับประเทศอินเดีย-เนปาล ที่เคยเป็นถึงต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา ไม่ต้องกระเสือกกระสนดั้นด้นบินลัดฟ้ามาเพื่อชมความงามของประเพณีการบิณฑบาตอย่างพวกฝรั่งมังค่า แต่ด้วยความที่ในปัจจุบันสังคมมีการแข่งขันและเร่งรีบมากขึ้น จึงทำให้ชาวพุทธเราเองกลับยิ่งออกห่างจากประเพณีอันดีงามอย่างการตักบาตรพระในยามเช้า
วันนี้เราจะมาดูคุณประโยชน์ของการใส่บาตรในตอนเช้ามีมากมายหลายประการด้วยกัน คือ... -
“รอบคอบ” ก่อน “ครอบครู”!! “รับขันธ์” เพื่อมงคล แต่อาจเป็นยกร่างตนให้วิญญาณอื่นได้ใช้
ถูกทักว่ามีองค์ต้องอ่าน! “รอบคอบ” ก่อน “ครอบครู”!! “รับขันธ์” เพื่อมงคล แต่อาจเป็นยกร่างตนให้วิญญาณอื่นได้ใช้ ระวัง!ผลร้ายเกินคาด
คิดก่อนครอบ… บทความพิเศษ จากทิพยจักร เรื่องของคนทรงเจ้าเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในสังคมแน่นอน แต่หลายสิบปีที่ผ่านมาสังคมของคนทรงถูกปะปนด้วยกลุ่มมิจฉาทิฐิ มิจฉาชีพ นำเรื่องความศักดิ์สิทธิ์พลังเหนือโลกมาหลอกลวงชาวบ้านหากินเป็นล่ำเป็นสัน ดึงของสูงให้ต่ำ
ถูกทักว่ามีองค์ต้องอ่าน! “รอบคอบ” ก่อน “ครอบครู”!! “รับขันธ์” เพื่อมงคล แต่อาจเป็นยกร่างตนให้วิญญาณอื่นได้ใช้ ระวัง!ผลร้ายเกินคาด #วิถีคนทรง
วิถีเดิมๆของคนไทยไม่เคยมีการทรงพระศิวะ พระอุมา พระนารายณ์มาก่อน วิถีเดิมนั้นมีการทรงแม่ศรี ไอ้ดำไอ้แดง ปู่เจ้า ล้วนเป็นผีท้องถิ่นหรือเทพพื้นบ้าน ต่อมาจึงค่อยเขยิบขึ้นเป็นมหาสักขเทวราชดังเช่นปัจจุบัน รวมทั้งเกิดพิธีกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นหรือเลียนแบบพระราชพิธีในราชสำนักเช่นการครอบศีรษะครูขึ้น รวมถึงการรับขันธ์อันมีข้อกำหนดว่ารับไปแล้วต้องมาต่อทุกปีถ้าบารมีเลื่อนชั้นจากขันธ์ ๕ ต้องเป็นขันธ์ ๘ ขันธ์ ๙ และภายในช่วงปี 2538 ก็เริ่มมีการประทับทรงพระพิราพเกิดขึ้น... -
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! คำกล่าวขอขมาต่อผู้ล่วงลับ ให้หมดห่วง อโหสิกรรม
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! คำกล่าวขอขมาต่อผู้ล่วงลับ ให้หมดห่วง อโหสิกรรม
วันนี้จะมาบอกวิธีการกล่าวคำขอขมาต่อศพให้หมดห่วง อโหสิกรรม อย่างถูกต้อง ทำอย่างไร ลองไปอ่านกันค่ะ
ไม่เเปลกที่คนเราจะเคยทำอะไรผิดใจ หรือบาดหมางต่อกัน ทั้งที่กระทำโดยรู้ตัว เเละกระทำไปโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อวันหนึ่งคนคนนั้นได้ตายจากไป
สิ่งที่เราควรทำมากไปกว่าการไปร่วมในงานศพก็คือ การขอขมาต่อศพเพื่อเป็นการขออโหสิกรรมต่อกัน ให้ผู้ตายหมดห่วง ให้เกียรติผู้ตายเเละญาตินั่นเอง
คำกล่าวขอขมา
(ยกมือไหว้ก่อนจะกล่าว) ” ขอให้ท่าน (ผู้ตาย)ไปสู่สุคติภพ กรรมใดที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกินท่านด้วย กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมก็ดี หากได้ล่วงเกินท่านโดยรู้ตัวก็ดี ไม่รู้ก็ดี โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
คำภาวนาเวลารดน้ำศพ
อิทัง มะตะกะสะรีรัง อุทะกัง วิยะ สัญจิตัง อะโหสิ กัมมัง ฯ
ขอให้ร่างของผู้ตายนี้ จงอโหสิกรรมต่อกัน เหมือนน้ำที่รดแล้ว
คำภาวนาเวลาเผาศพ
อะยัมปิโม โข เม กาโย เอวัง ภาวี เอวัง ธัมโม เอวัง อะนะตีโต ฯ
แม้ร่างกายของเรานี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้ จะต้องมีอย่างนี้ เป็นธรรมดา จะไม่ล่วงพ้นความตายอย่างนี้ไปได้
นอกจากเป็นประโยชน์... -
การขวางบุญผู้อื่น!! ถือว่าเป็นกรรมฝ่ายอกุศลกรรมอีกชนิดหนึ่ง.. ที่บั่นทอนรายได้และความเจริญ
การขวางบุญผู้อื่น!! ถือว่าเป็นกรรมฝ่ายอกุศลกรรมอีกชนิดหนึ่ง.. ที่บั่นทอนรายได้และความเจริญ
การขวางบุญโดยไม่ให้ผู้อื่นรักษาศีลและนั่งสมาธิ ถือว่าเป็นกรรมใหญ่ เพราะศีลเป็นบุญชั้นกลาง สมาธิเป็นบุญชั้นสูง คือเป็นครุกรรม คือกรรมหนักฝ่ายกุศล ถ้าผู้ใดไปขวางบุญชนิดนี้ จะทำให้ผู้นั้นได้รับความทุกข์ยากลำบากเป็นอย่างมาก
การขวางบุญในการแสดงธรรม คือ ในขณะที่อาจารย์สอนธรรมะให้คนทั่วไปฟังอยู่นั้น หรือในขณะที่พระทำพิธีสวดมนต์อยู่นั้น อาจจะมีบางคนพุดคุยกันในที่แห่งนั้น ซึ่งทำให้ผู้ที่ถูกชวนคุยนั้นฟังที่อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง
และยังทำให้คนข้างๆเสียสมาธิในการฟังด้วย เป็นการรบกวนคนอื่นรอบข้าง หรือการกระทำใดๆก็ตามคนที่ฟังธรรม ในที่แห่งนั้นเสียสมาธิในการฟัง หรือถูกรบกวนการฟังธรรม
ทั้งที่ผู้ที่กระทำนั้นไม่ได้มีความตั้งใจหรือมีเจตนา แต่เขาผู้นั้นจะต้องได้รับกรรมชดใช้ และกรรมของการขัดขวางบุญผู้อื่นแน่นอน และผลกรรมที่ได้รับก็คือ เขาจะเป็นผู้ตาบอด หูหนวก เป็นต้อเนื้อ ต้อกระจก ปากแหว่ง หรืออาจจะปากเสีย
หรือฟันในปากมีปัญหาทำให้ได้รับความเจ็บปวดมาก อาจจะเป็นคนปากเหม็นมาก... -
หากคุณเป็นคนใน 9 ข้อนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนมี “หัวใจนักบุญ”
แชร์เก็บไว้เลย!! หากคุณเป็นคนใน 9 ข้อนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนมี “หัวใจนักบุญ”
หัวใจนักบุญ…คุณสมบัติขั้นมาตฐานของนักบวช นักบุญ ผู้มีศีล มีธรรม และนักสร้างบารมี
๑.ไม่บ่น..เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจ ถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่นความเป็นไปของชีวิตนั้น ขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเรานั้นเอง
สุดๆ เลย ถ่ายแบบอย่างนี้ อย่าพลาดเด็ดขาด
๒.ไม่กลัว..เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค และปัญหาที่จะเกิดขึ้นเพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำ อะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น
๓.ไม่ทำชั่ว..เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพ ให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง... -
บารมีเต็มเป็นอย่างไร ?
บารมีเต็มเป็นอย่างไร ?
ถาม : การให้ทานนี่ ที่สุดของจาคะ อยู่ตรงไหน?
ตอบ : ที่สุดของจาคะก็คือ แม้แต่ชีวิตก็สละได้เพื่อธรรม ประเภทเดียวกับยอมตายดีกว่าศีลขาด
ถาม : แล้วถ้าอย่างกลาง?
ตอบ : ถ้าหากว่าอย่างกลาง ก็ถอยลงมาหน่อยหนึ่ง ถ้าหากเพื่อธรรมะ เราสละทรัพย์ทั้งหมดได้
ถาม : ตัวอธิษฐานบารมี ถ้าเต็มนี่มันเป็นอย่างไรครับ?
ตอบ : ถ้าเต็มก็ไม่ต้องทำต่อ
ถาม : วิริยบารมีเต็ม เป็นอย่างไรครับ?
ตอบ : เป็นบุคคลที่ไม่ท้อถอยต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย คืออาการของวิริยบารมีที่เต็ม อาการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ปรารถนา ก็คือ การที่อธิษฐานบารมีเต็ม
การที่บารมีทั้งสองตัวนี่จะเต็ม ก็แปลว่าอีก ๘ ตัวต้องเต็มด้วย แบบนี้ถ้าไม่เป็นพระพุทธเจ้าไปเลย ก็ต้องเป็นพระอรหันต์ไปเลย
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เดือนมกราคม ๒๕๕๓ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
ที่มา วัดท่าขนุน -
นั่งสมาธิถูกวิธีแล้วหรือยัง? “หลวงปู่สิงห์”เผยวิธีภาวนา การเข้า-ออกจากสมาธิอย่างมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม
นั่งสมาธิถูกวิธีแล้วหรือยัง? “หลวงปู่สิงห์” ศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่มั่น เผยเคล็ดวิธีภาวนา การเข้า-ออกจากสมาธิอย่างมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม
นั่งสมาธิถูกวิธีแล้วหรือยัง? “หลวงปู่สิงห์” ศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่มั่น เผยเคล็ดวิธีภาวนา การเข้า-ออกจากสมาธิอย่างมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม
วิธีออกจากสมาธิ…โดยหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
เมื่อจะออกที่นั่งสมาธิภาวนานั้น ให้พึงออกในเวลาที่รู้สึกเหนื่อย หรือได้เวลาแล้วจึงออกจากที่นั่งสมาธิภาวนา แต่เมื่อจะออกจากที่นั่งจริงๆ นั้น อย่าออกให้เร็วนัก จนเผลอเลอลืมสติไม่ดีพึงออกจากที่นั่งสมาธิภาวนา ด้วยความมีสติพิจารณาเหตุผล ให้รอบคอบทั้งกิจเบื้องต้น และกิจเบื้องปลายก่อน คือ
กิจเบื้องต้น ให้ระลึกถึงวิธีที่เราได้เข้านั่งสมาธิครั้งแรกว่า เบื้องต้นเราได้เข้าสมาธิอย่างไรและได้ตั้งสติกำหนดจิตอย่างไร ได้พิจารณาและนึกคำบริกรรมภาวนาว่ากระไร จิตของเราจึงสละลง และสงบอารมณ์ลงได้
กิจเบื้องปลาย คือเมื่อจิตของเราสงบแล้วเราได้ตั้งสติกำหนดจิตอย่างไร ได้พิจารณารู้จริงเห็นจริงได้อย่างไร ดวงจิตของเราจึงรวมเป็นหนึ่งอยู่ได้ ไม่ถอนจากสมาธิภาวนา
เมื่อพิจารณษ หรือระลึกได้แล้ว... -
“หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สวมแว่นดำ
“หลวงพ่อปู่วัดโกรกกราก” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สวมแว่นดำ
“วัดโกรกกราก” เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2375 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2423 ตรงกับกาลสมัยของรัชกาลที่ 2 ในปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 189 ไร่ 25 ตารางวา โดยมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ใส่แว่นตา เนื้อศิลาแลง สมัยสุโขทัย ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกท่านว่า “หลวงพ่อปู่” มีประวัติการประดิษฐานอันน่าอัศจรรย์ใจ ได้รับความเคารพศรัทธาจากคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
สำหรับองค์หลวงพ่อปู่ในอุโบสถนั้น เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องสะเดา เป็นวัดร้างเก่าแก่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ปรักหักพังหมดแล้ว ดังนั้นชาวรามัญบ้านกำพร้า จึงได้อัญเชิญมาทางเรือสององค์ องค์หนึ่งเนื้อสำริด อีกองค์หนึ่งเนื้อศิลาแลง ล่องเรือมาตามแม่น้ำท่าจีน พอเรือใกล้ถึงหน้าวัดโกรกกราก ได้เกิดลมพายุฝนตกหนักล่องเรือต่อไปไม่ได้ จึงนำเรือมาจอดหลบลมฝนริมคลองข้างวัด พอจอดเรือเรียบร้อย
ก็ช่วยกันยกพระศิลาแลงขึ้นมาบนฝั่งเพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝนเซาะ เมื่อลมฝนสงบแล้ว จึงยกพระศิลาแลงลงเรือ... -
อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ
พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม สวดมนต์ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล สวดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล
อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ สมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น..พักอยู่บนดอยปะหร่อง (เชียงใหม่) กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวสาธุพร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่าน (พระอาจารย์มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้น
วันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า “เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตาม ๆ กัน” ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง
พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า “เขาก็สาธุการด้วย” แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำอย่างนั้น ท่านพระอาจารย์มั่น เลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม... -
โรคร้ายที่เกิดจากกรรมเก่า มีอะไรบ้าง
แสงแห่งธรรม!! โรคร้ายที่เกิดจากกรรมเก่า มีอะไรบ้าง
โรคที่เกิดแต่กรรมมีอะไรบ้างจะมองเห็นกันได้ชัดเจนตามความรู้ความสามารถของแพทย์สมัยใหม่ แต่อย่างไรก็ตามโรคธรรมดาๆ เหล่านี้หลายโรคกลายเป็นโรคที่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานมากรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ซึ่งการแพทย์ก็วินิจฉัยไม่ได้มีอยู่หลายประการได้แก่
1.โรคมะเร็ง
โรคมะเร็งนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดซึ่งจะขอกล่าวโดยรวม เนื่องจากอาการของโรคมะเร็งนั้นมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกันคือ สร้างความทุกข์ทรมานให้เกิดแก่ร่างกายในส่วนอวัยวะที่เป็นแล้ว ยังลุกลามไปยังส่วนอื่น เมื่อเป็นมะเร็งอย่างรุนแรงจนถึงขั้นลงถึงระดับน้ำเหลืองก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในที่สุด โรคนี้เกิดจากกรรมของคนผู้นั้นที่ได้เบียดเบียนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้เป็นจำนวนมาก ผลกรรมจึงย้อนรอยกลับมาส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังรักษาไม่หายคือมะเร็งร้ายแรง เกิดจากกรรมเก่าและกรรมใหม่ที่ได้เคยสร้างเอาไว้ในลักษณะดังต่อไปนี้
ได้เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้ ทั้งในชาติอดีต และในปัจจุบัน หรือได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการทำลายชีวิตทั้งสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ เช่นโรงฆ่าสัตว์ ผลิตยาฆ่าแมลง... -
หลักธรรมนำชีวิต! ประโยคสุดท้ายของพระพุทธเจ้า
ลองนึกภาพไปในวันที่คุณมีอายุ 80 ปี ขณะที่คุณกำลังนอนอยู่บนเตียงที่บ้าน ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ คุณรู้สึกว่า ตัวคุณเองอาจจะอยู่ไม่พ้นคืนนี้แล้ว จึงเรียกลูกหลานให้มาคุยกันพร้อมหน้าพร้อมตา
สิ่งที่คุณจะฝากฝังไว้กับลูกหลานคืออะไร และประโยคสุดท้ายที่คุณจะพูดคืออะไร ? ย้อนกลับไปในยุคก่อนพุทธกาลในวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 6 ณ ใต้ต้นสาละ ในพระราชอุทยานของมัลละกษัตริย์ นครกุสินารา อยู่ทางภาคเหนือของอินเดีย พระพุทธเจ้าได้เสด็จประทับ ณ ใต้ต้นสาละ
จากนั้น พระองค์ทรงอนุญาตให้พวกมัลละกษัตริย์เข้าเฝ้า และได้ตรัสแก้ปัญหาของสุภัททะปริพาชก จนเกิดศรัทธาขอบรรพชาด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาเป็นพระสาวกองค์สุดท้ายในบรรดาสาวกที่ทันเห็นพระพุทธองค์
หลังจากตรัสแก้ปัญหาเสร็จ ทรงเรียกพระอานนท์มาใกล้ๆ และให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เป็นผู้สืบศาสดาไว้ว่า
…อานนท์! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นองค์ศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว…
จากนั้น ท่านก็ได้ตรัสพระโอวาทที่สำคัญ ๆ อีก 4-5 เรื่อง จนในที่สุดจึงได้ตรัสพระปัจฉิมโอวาทว่า
หันทะทานิ ภิกขะเว... -
“คำอธิษฐานฝากดวงไว้กับหลวงปู่ดู่”โดยพระอาจารย์วรงคต…เชื่อจะนำพาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิตผู้นั้น
ศรัทธาปาฏิหาริย์?!เปิดบันทึกสนทนา “คำอธิษฐานฝากดวงไว้กับหลวงปู่ดู่” โดยพระอาจารย์วรงคต…เชื่อจะนำพาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิตผู้นั้น…
มีเรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ใจมากมากอยเกี่ยวกับ “หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสานุศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นการสวดคาถาพระมหาจักรพรรดิ์ การปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู่ดู่โดยเฉพาะวิธีเจริญพระกรรมฐาน และอื่นๆอีกมาก และหนึ่งในนั้น คือ “วิธีการอธิษฐานฝากดวงไว้กับหลวงปู่ดู่” ซึ่งถ่ายทอดโดย “พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า” วัดถ้ำเมืองนะ จังหวัดเชียงใหม่
“พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร หรือ หลวงตาม้า”
เรื่องนี้มีอยู่ว่า ศิษย์ท่านหนึ่งได้เข้าไปกราบหลวงตาม้าที่วัดถ้ำเมืองนะ และได้ยินสิ่งที่หลวงตาม้า สนทนากับศิษย์อาวุโสท่านหนึ่ง ได้ใจความว่า
“… ให้นึกถึงหลวง ปู่(ดู่) แล้วอธิษฐานบอกท่านว่า ขอยกให้หลวงปู่เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้หลวงปู่ช่วยดูแลทั้งทางโลกและทางธรรม และขอฝากดวงฝากชีวิตนี้ไว้กับหลวงปู่ นับตั้งแต่บัดนี้ ไปจนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่พระนิพพาน…”
ถึงตอนนี้ตัวเขาเองได้รีบนำพระมากำไว้ในมือนึกถึงหลวงปู่ดู่และอธิษฐานในทันที... -
อานิสงส์การดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ!
เมื่อพ่อแม่มีพระคุณมากมายปานนี้ ลูกจึงควรมีคุณธรรมต่อท่าน คุณธรรมของลูกเริ่มที่รู้จักคุณพ่อแม่ คือรู้ว่าท่านดีต่อเราอย่างไร สูงขึ้นไปอีก คือตอบแทนคุณท่าน โดยมีการตอบแทนคุณพ่อแม่ ตามหลักมงคล ที่ 11 บำรุงบิดามารดา สามารถแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน เลี้ยงดูท่านตอบเมื่อยามท่านชรา ดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่านให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือเมื่อท่านเจ็บป่วย เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศพให้ท่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ
แม้ว่าเราจะตอบแทนพระคุณท่านถึงเพียงนี้แล้ว ยังนับว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อเรา ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีต้องการจะสนองพระคุณท่านให้ได้ทั้งหมด พึงกระทำดังนี้ ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็พยายามชักนำให้ท่านตั้งอยู่ในศรัทธาให้ได้
ถ้าท่านยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทาน ก็พยายามชักนำให้ท่านยินดีในการบริจาคทานให้ได้ ถ้าท่านยังไม่มีศีล ก็พยายามชักนำให้ท่านรักษาศีลให้ได้ ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนา ก็พยายามชักนำให้ท่านทำสมาธิภาวนาให้ได้ เพราะว่าการตั้งอยู่ในศรัทธา การให้ทาน... -
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน อันตรายของสมาธิ
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน อันตรายของสมาธิ
ปัญหา ในการเจริญสมาธิ บางครั้งเกิดนิมิตเห็นรูปแล้ว หรือเกิดโอภาสแสงสว่างแล้ว แต่ในไม่ช้าก็หายไป ทั้งนี้เพราะเหตุไร?
พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนอนุรุท เมื่อก่อนตรัสรู้ ยังไม่รู้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ เราย่อมรู้สึกแสงสว่างและการเห็นรูปเหมือนกัน แต่ไม่ช้าเท่าไร แสงสว่างและการเห็นรูปอันนั้นของเรา ย่อมหายไปได้ เราจึงมีความดำริดังนี้ว่า อะไรหนอแลเป็นเหตุเห็นปัจจัยได้แสงสว่างและการเห็นรูปของเราหายไปได้ ดูก่อนอนุรุธ เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่าวิจิกิจฉา (ความสงสัยลังเล) แลเกิดขึ้นแล้วแก่เราก็วิจิกิจฉาเป็นเหตุ สมาธิของเราจึงเคลื่อน เมื่อสมาธิเคลื่อนแล้ว แสงสว่างและการเห็นรูปจึงหายไปได้ เราจักทำให้วิจิกิจฉาไม่เกิดขึ้นแก่เราได้อีก
“.....ดูก่อนอนุรุธ เรานั้นได้มีความรู้ดังนี้ว่าอมนสิการ (การไม่ใส่ใจ) แลเกิดขึ้นแล้วแก่เราก็อมนสิการ เป็นเหตุ สมาธิของเราจึงเคลื่อน ถีนมิทธะ (ความง่วงงุน) แลเกิดขึ้นแล้วแก่เรา...... สมาธิของเราจึงเคลื่อน...... ความหวาดเสียว...... แลเกิดขึ้นแล้วแก่เรา...... สมาธิของเราจึงเคลื่อน...... ความตื่นเต้น... -
อานิสงส์การบูชาต้นโพธิ์ด้วยดอกไม้3ดอกแล้วไหว้ต้นโพธิ์ดังถวายบังคมพระพุทธเจ้า
อานิสงส์การบูชาต้นโพธิ์ด้วยดอกไม้3ดอกแล้วไหว้ต้นโพธิ์ดังถวายบังคมพระพุทธเจ้า
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ว่าด้วยผลแห่งการเก็บใบแคฝอยทิ้ง
[๙๘] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏใหญ่ เราเห็นไม้แคฝอยอันเขียวสด
อันเป็นไม้โพธิ์ ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี จึงบูชาด้วยดอกไม้
๓ ดอก เวลานั้น เราเก็บใบแคฝอยที่แห้งๆ ไปทิ้งในภายนอก เรากราบ
ไหว้ไม้แคฝอย ดังถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี นายกของ
โลก ผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในภายนอก ผู้พ้นวิเศษแล้วไม่มีอาสวะ เฉพาะ
พระพักตร์ แล้วทำกาละ ณ ที่นั้นเอง ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้
บูชาไม้โพธิ์ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา
ไม้โพธิพฤกษ์ ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์
ทรงพระนามว่าสมันตปาสาทิกะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา
๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติปุปผิยเถราปทาน.
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ บรรทัดที่... -
อานิสงส์การรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งเดียว อย่าคิดว่าเล็กน้อย
อานิสงส์การรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งเดียว อย่าคิดว่าเล็กน้อย
นอกจากนี้การรักษาศีล ๘ ยังมีพลังมหาศาลที่จะบันดาลสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นความปรารถนา
ของผู้ที่รักษา ให้ปรากฏขึ้นอย่างเป็นอัศจรรย์ ดังเรื่องราวของพระเจ้าอุทัย
พระเจ้าอุทัย
…….ในอดีตกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งแห่งนครพาราณสี ชื่อว่า สุจิบริวาร ท่านเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติ
มากมายนับได้ประมาณ ๘๐ โกฏิ ท่านเป็นผู้ที่มีความชื่นชมยินดีในการทำบุญ ทั้งยังชักชวน บุตร
ภรรยา และพวกพ้องบริวารทั้งหลายให้รักษาศีล ๕ เป็นปกติ ครั้นถึงวันพระ ก็จะชักชวนให้
รักษาอุโบสถศีล
ครั้งนั้น มีชายยากจนคนหนึ่ง ได้ไปขอรับจ้างทำงานในบ้านของเศรษฐี ซึ่งตามปกติแล้ว
ท่านเศรษฐีจะให้ลูกจ้างทุกคน ทำสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานว่าจะรักษาศีล แต่สำหรับ
ชายยากจนผู้นี้ ท่านเศรษฐีเพียงแต่กล่าวว่า
“ เจ้าจงทำงานตามค่าจ้างของตนเถิด ” โดยมิได้ให้ทำสัญญาเกี่ยวกับการรักษาศีลเลย
ชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนว่าง่าย ตั้งใจทำงานทุกอย่างโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบากกาย
เขาจะออกไปทำงานแต่เช้าตรู่และกลับมาในเวลาเย็น
วันหนึ่งท่านเศรษฐีได้สั่งหญิงรับใช้ว่า “ วันนี้เป็นวันอุโบสถ... -
‘กุศลกรรมบถ’ พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ๑๐ ประการต่อไปนี้
กุศลกรรมบถ ๑๐
การตั้งใจและเว้นจากการไม่ทำความชั่วทั้งปวงนี้เรียกว่า ‘กุศลกรรมบถ’ พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ๑๐ ประการต่อไปนี้
(๑)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางกาย
ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์อื่นให้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน
(ปาณาติปาตา เวรมณี)
(๒)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางกาย
ด้วยการไม่ลักทรัพย์ ถือเอาของที่เขาไม่ให้ด้วยอาการขโมย
(อทินนาทานา เวรมณี)
(๓)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางกาย
ด้วยการไม่ประพฤติผิดในกาม
(กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี)
(๔)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางวาจา
ด้วยการไม่พูดเท็จ
(มุสาวาทา เวรมณี)
(๕)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางวาจา
ด้วยการไม่พูดจายุยงส่อเสียด
(ปิสุณาวาจา เวรมณี)
(๖)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางวาจา
ด้วยการไม่พูดจาร้าย หยาบคายด่าทอ
(ผรุสวาจา เวรมณี)
(๗)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางวาจา
ด้วยการไม่พูดเพ้อเจ้อ กล่าววาจาไม่เป็นประโยชน์
หรือกล่าววาจาโปรยประโยชน์
(สัมผัปปลาปา เวรมณี)
(๘)
ตั้งใจและเพียรระวังเพื่อเว้นจากการทำไม่ดีทางใจ... -
การตายของเทวดานางฟ้า..(หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป)
"โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป "
การตายของเทวดานางฟ้า
"ปกติเวลาเทพบุตร เทพธิดาจะจุติลงมาเป็นมนุษย์ ทุกองค์มีความตั้งใจ จะลงมาสร้างคุณงามความดี เพื่อยกภูมิของตน..ให้สูงขึ้น
แต่พอมาเป็นมนุษย์...จะลืมและหลงไปในอบายมุขในโลก ไม่สร้างกรรมดีตามที่ตั้งใจ ซ้ำกลับต้องตกต่ำลงกว่าที่ตนเคยเสวยสุขอยู่เสียอีก
บนสวรรค์เมืองแมนแดนสวรรค์ท่านว่า สุขทุกขณะจิต .. ส่วนผู้เสวยบาปต้องลงนรก ลำพังความเดือดร้อนจากไฟนรก ก็แสนสาหัส ไม่ต้องถูกลงทัณฑ์ ทรมาน ชาวนรกก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันอยู่แล้ว ... ในนรกท่านก็ว่าเป็นทุกข์ไม่มีเวลาสุข ทุกขณะจิตเช่นกัน
พวกเราเองเป็นอย่างไร สว่างมา สว่างไป หรือ สว่างมา มืดไป หรือ มืดมา สว่างไป หรือ มืดมา มืดไป
ทรัพย์สมบัติทุกชิ้นที่หามาจากโลกนี้ ยศตำแหน่งหน้าที่การงาน คำสรรเสริญติชม ทุกสรรพเสียง ความสุขรื่นรมย์ทุกประการ คนรัก สัตว์เลี้ยง สิ่งของที่สะสม ห่วงหาอาลัย สุดท้ายคืนโลกหมด เหมือนฝันไปจำต้องตื่น
เหมือนอายุงานที่จำต้องเกษียณ ประกันชีวิตที่ทำชาตินี้ ควรเป็นศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อเอาไปใช้ในชาติหน้าได้จริง...
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ขอบคุณที่มา -
เหตุที่ทำให้ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า “ตถาคต”
เหตุที่ทำให้ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า “ตถาคต”
เหตุที่ทำให้ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า “ตถาคต”
พระตถาคต คือคำแทนชื่อที่พระพุทธองค์ทรงเรียกพระองค์เอง แปลว่าผู้เสด็จมาและไปอย่างนั้น อันมีความหมายเชิงลึกซึ้งคือ ผู้ที่ไม่ยึดมั่นในสิ่งใดในโลกนี้
ภิกษุทั้งหลาย โลกเป็นสภาพที่ตถาคตได้รู้พร้อมเฉพาะแล้ว
ตถาคตจึงเป็นผู้ถอนตนจากโลกได้แล้ว.
เหตุให้เกิดโลก เป็นสภาพที่ตถาคตได้รู้พร้อมเฉพาะแล้ว
ตถาคตจึงละเหตุให้เกิดโลกได้แล้ว.
ความดับไม่เหลือของโลกเป็นสภาพที่ตถาคตรู้พร้อมเฉพาะแล้ว
ตถาคตจึงทำให้แจ้งความดับไม่เหลือของโลกได้แล้ว.
ทางให้ถึงความดับไม่เหลือของโลก เป็นสิ่งที่ตถาคตรู้พร้อมเฉพาะแล้ว
ตถาคตจึงทำให้เกิดมีขึ้นได้แล้ว ซึ่งทางให้ถึงความดับไม่เหลือของโลกนั้น.
ภิกษุทั้งหลาย อายตนะอันใด ที่พวกมนุษยโลก พร้อมทั้งเทวโลก มาร, พรหม, ที่หมู่สัตว์พร้อม ทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ได้เห็นได้ฟัง ได้ดม-ลิ้ม-สัมผัส ได้รู้แจ้ง ได้บรรลุ
ได้แสวงหา ได้เที่ยวผูกพันติดตามโดยน้ำใจ, อายตนะนั้น ตถาคตได้รู้พร้อมเฉพาะแล้วทั้งสิ้น เพราะเหตุนั้น เราจึงได้นามว่า “ตถาคต”.
ภิกษุทั้งหลาย ในราตรีใด ตถาคตได้ตรัสรู้... -
การวัดบารมีของตนเอง : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
Lotus in the hands of sandstone Buddha.
การวัดบารมีของตนเอง : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
เราก็มาวัดถึง บารมีของพวกเรา.. บารมี พระพุทธเจ้าทรงจัดไว้เป็น ๓ ระดับ คือ
๑. บารมีต้น ท่านเรียกว่า บารมี เฉย ๆ
.. คนที่มีบารมีต้น เต็มบ้าง ไม่เต็มบ้าง เต็มก็ดี ถ้าไม่เต็ม พร่องมากเกินไป คนประเภทนี้ เขาจะเจริญกรรมฐานไม่ได้
.. บารมี แปลว่า เต็ม แต่ว่า พระพุทธเจ้า ให้แปลว่า กำลังใจเต็ม บารมี ก็คือ กำลังใจมันเต็มพร้อมในขั้นไหน ถ้าเต็มพร้อม ในขั้นต้น หรือ ไม่เต็มในขั้นต้น พวกนี้ ยังเจริญพระกรรมฐานไม่ได้ กำลังใจไม่พอ.
.. ถ้าเราไปชวนเขาเจริญพระกรรมฐาน เขาจะบอกว่า ไม่ว่างละ จิตไม่สงบบ้าง ใช่ไหม.
๒. ทีนี้ อุปบารมี
.. อุป แปลว่า เข้าไป หรือ ใกล้ ใกล้จะเต็ม หรือ เข้าไปเพื่อเต็ม เป็นบารมีขั้นกลาง
.. คนที่มีบารมีขั้นกลาง เวลาถ้าชวนเจริญกรรมฐาน เขาสามารถเจริญได้ แต่ว่า เขาฝึกฝนจริง ๆ
.. ถ้าเราชวนไปนิพพาน เขาจะบอกว่า เขายังไม่พร้อมไปพระนิพพาน จำให้ดีนะ ทุกคนนะ ลองไปถามใครดูบ้างก็ได้ เขายังไม่พร้อมที่จะไปพระนิพพาน.
* โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาจะฝึก มโนมยิทธิ อย่างพวกเรา เขาจะไม่สามารถเข้าเขตนิพพานได้ ใช่ไหม...
หน้า 317 ของ 440