คลังเรื่องเด่น
-
พลทหารเสียชีวิตกว่า 1 ปี...เข้าฝันแม่ให้เปิดโลงดู !!! ถึงกับผงะ...เมื่อศพไม่เน่า แถมกลายเป็นหิน !!!
สุดอัศจรรย์ยิ่ง !!! พลทหารเสียชีวิตกว่า 1 ปี...เข้าฝันแม่ให้เปิดโลงดู !!! ถึงกับผงะ...เมื่อศพไม่เน่า แถมกลายเป็นหิน !!!
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา สมาชิกเฟสบุ๊คชื่อ เอกพันธ์ มากนุ้ย ได้โพสเรื่องราวสุดประหลาด เป็นภาพที่พลทหารคนหนึ่งที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกทำร้ายเสียชีวิตระหว่างรักษาตัวที่ รพ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเผาจำลอง วันที่ 10 เม.ย. 2560 โดยทางครอบครัวได้เก็บศพไว้ในโรงไม่เผา จนลูกมาเข้าฝัน จึงได้เปิดดู ปรากฎว่าศพลูกชาย ไม่เน่าเปลื่อย แถมยังกลายเป็นหินอีกด้วย โดยระบุข้อความดังต่อไปนี้...
แปลกจริงเป็นหินแล้วครับศพพลทหารยุทธกินันท์ บุญเนียม. เด็กวัด. วัดกัลปนาราม ม4 ทุ่งหลวง. อำเภอเวียงสระ จ. สุราษฏร์ ธานี
หลังจากที่ สมาชิกเฟสบุ๊คชื่อ เอกพันธ์ มากนุ้ย ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ทำให้มีโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้แม่ของผู้เสียชีวิตก็ได้มาแสดงความคิดเห็นด้วย...
โดยทางด้านมารดาได้เปิดเผยว่า รู้สึกแปลกใจและดีใจที่ร่างของลูกกล้ายเป็นหิน ไม่เน่า ไม่เปื่อย มีเส้นผมงอกออกมา มีคิ้ว มีเครา... -
อียูเดินเครื่องโครงการดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะ
อียูเดินเครื่องโครงการดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะ
Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ ดาวเทียมลากรานจ์จะคอยสังเกตและเฝ้าระวังพายุสุริยะจากด้านข้างของดวงอาทิตย์
องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ลงนามความร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อเดินหน้าออกแบบและสร้างดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะ "ลากรานจ์" (Lagrange) ซึ่งจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศภายในช่วงทศวรรษ 2020
ดาวเทียมดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวดวงอาทิตย์ และแจ้งเตือนล่วงหน้าหากพบแนวโน้มการปะทุของเปลวสุริยะ ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มก๊าซที่อนุภาคมีประจุไฟฟ้าจำนวนมหาศาล (พลาสมา) พุ่งมาปะทะบรรยากาศโลก สร้างความเสียหายต่อระบบพลังงานและการสื่อสารโทรคมนาคมได้เป็นอย่างมาก พายุสุริยะนี้ยังสามารถสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเที่ยวบินต่าง ๆ ได้ด้วย
ตามแผนการที่กำหนดไว้ ดาวเทียมลากรานจ์จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรที่จุดสำคัญซึ่งเรียกว่า "จุดลากรานเจียนที่ 5" (Fifth Lagrangian Point - L5) ซึ่งเป็นจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงที่ทำมุม 60 องศากับทั้งโลกและดวงอาทิตย์ ดาวเทียมที่อยู่ในจุดนี้จะสามารถประหยัดพลังงานได้มาก... -
พระคาถามหาวิเศษ"สมเด็จพระพุฒาจารย์โต"แก้คุณไสย สวดบ่อยๆเป็นการอาราธนาคุณพระเข้าตัว
นะโม พุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ..พระคาถามหาวิเศษ "สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี"แก้คุณไสย สวดบ่อยๆเป็นการอาราธนาคุณพระเข้าตัว
พระคาถามหาวิเศษ ของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
นะโม พุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ มะอะอุ อิสวาสุอาปามะจุปะ ทีมะสังอังคุ สังวิธาปุกะยะปะ สะทะวิปิปปะสะอุ อะสังวิสุโลปุสะพุภะ นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะ อัง อิติอะระหังพุทธังสรณังคัจฉามิ อิติอะระหังธัมมังสะระณังคัจฉามิ
อิติอะระอังสังฆังสะระณังคัจฉามิ ติติอุนิ จิเจรุนิจิตตัง เจตะสิกัง รูปังนิพพานัง นามะรูปังทุกขัง นามะรูปังอนิจจัง นามะรูปังอนัตตา อะยังอัตตะพาโว อสุจิ อสุภัง อะระหังหะรินังหัคคะตา สัมมาสัมพุทโธ พุทธสังมิ มังคะลังโวเจติ อิติอะระหัง อะระหังพุทโธ นโมพุทธายะ
เป็นคาถาที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ใช้เสกผงทำพระสมเด็จ คาถานี้แก้คุณไสย ได้ทุกประการและสวดบ่อยๆยังเป็นการอาราธนาคุณพระเข้าตัวอีกด้วย คาถานี้ สมเด็จโตได้ถ่ายทอดให้กับ หลวงพ่อเงินบางคลาน และพระอาจารย์ทางพิจิตรทั้งหลายได้สืบต่อคาถานี้มาจนถึง พระครูพิมลธรรมานุดิษฐ์ (หลวงพ่อขวัญ ปวโร วัดบ้านใร่... -
เมื่อพระพุทธเจ้า...ตรัสถึงจักรวาลและมนุษย์ต่างดาว
เมื่อพระพุทธเจ้า...ตรัสถึงจักรวาลและมนุษย์ต่างดาว
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน “จูฬนีสูตร” พระไตรปิฎก หน้า ๒๑๕ เล่ม ๒๐ ว่า
จักรวาล ประกอบด้วยดวงจันทร์ โลก ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ทั้งหลายโคจร ไปร่วมกัน
จะมีขุนเขาสิเนรุ (เขาพระสุเมรุ) (เป็นภูเขาทิพย์ที่เห็นได้เฉพาะผู้มีอภิญญา) ทวีปต่างๆ ที่ตั้งชื่อกันในสมัย
นั้นคือ ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป อุตรกุรุทวีป และปุพพวิเทหทวีป มหาสมุทรทั้ง ๔ (นับกันได้ในสมัยนั้น)
มีนรกขุมต่างๆ สวรรค์ชั้นต่างๆ และพรหมโลกชั้นต่างๆ
โลกธาตุ มี ๓ ขนาด คือ โลกธาตุอย่างเล็กมีจำนวนพันจักรวาล โลกธาตุอย่างกลางมีจำนวนล้านจักรวาล
โลกธาตุอย่างใหญ่มีจำนวน แสนโกฏิจักรวาล
ทั้งโลกธาตุอย่างเล็กก็ดี อย่างกลางก็ดี อย่างใหญ่ก็ดี ยังมีอีกจำนวนมากมาย
“ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแตกดับไปในที่สุด”
กำเนิดของโลกพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน “อัคคัญญสูตร” พระไตรปิฎก หน้า ๖๑ เล่ม ๑๑ ว่า
เกิดมีน้ำขึ้นในห้วงอวกาศอันมืดมิดก่อนแล้วนานๆไปเกิดการรวมตัวงวดเข้าเป็นง้วนดิน แล้วพัฒนาเป็นกระบิดิน
ต่อไปเป็นเครือดิน จากนั้นมีต้นข้าวและพืชทั้งหลายเกิดขึ้น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หมู่ดาว
นรกขุมต่างๆ... -
“ความสุขชั่วคราว”
“ความสุขชั่วคราว”
ต่อให้เราหาได้เงินมากน้อยเท่าไหร่ ซื้อของมามากน้อยเท่าไหร่ ก็ได้ความสุขแบบเดียวกันทุกคน คือความสุขแบบควันไฟ ความสุขแบบชั่วคราว ได้มาแล้วก็หมดไป หมดไปแล้วก็ต้องหาใหม่ หามาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ เหมือนเติมน้ำไปในตุ่มที่มีรอยรั่ว เติมไปเท่าไหร่มันก็เต็มเดี๋ยวเดียว พอสักพักมันก็รั่วออกมาซึมออกมา ถ้าอยากจะให้น้ำเต็มก็ต้องเติมใหม่ พอเติมให้มันเต็มจนเต็มจนล้นเดี๋ยวมันก็พร่องลงไปอีก นี่คือการหาความสุขของมนุษย์ทั้งหลาย ของสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย หาความสุขแบบนี้เพราะไม่รู้จักความสุขอีกแบบหนึ่ง ความสุขที่ไม่มีใครรู้นอกจากพระพุทธเจ้ากับพระสาวก เป็นความสุขที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง เมื่อก่อนที่จะพบความสุขแบบนี้ พระพุทธเจ้าก็หาความสุขแบบเดียวกับที่พวกเราหากันอยู่ อยู่ในวังเห็นไหม มีปราสาทสามฤดูเห็นไหม คิดว่ามีปราสาทหลายๆ หลังแล้วจะมีความสุข หลังเดียวไม่พอก็เลยต้องสร้างสามหลัง เพราะต้องอยู่สามที่ เวลาหนาวก็หนีไปอยู่ที่มันไม่หนาว เวลาร้อนก็หนีไปอยู่ที่ที่มันไม่ร้อน เวลาฝนตกก็ไปอยู่ที่ที่ฝนมันไม่ค่อยตก ย้ายที่ เหมือนคนสมัยนี้เห็นไหม ชาวต่างชาติตอนนี้หนาว... -
สำเร็จแล้ว!!!…สธ.ยอมรับยา”หมอแสง” สมุนไพรไทยพิชิตมะเร็ง วิจัยต่อไปโลกต้องตะลึง
สำเร็จแล้ว!!!…สธ.ยอมรับยา”หมอแสง” สมุนไพรไทยพิชิตมะเร็ง วิจัยต่อไปโลกต้องตะลึง
หลังจากที่รอคอยมานานกว่า 10 ปี กับการขอขึ้นทะเบียนรับรองเรื่องแจกยาสมุนไพรแก้มะเร็ง ในที่สุดกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รับรองหมอแสงเป็นหมอพื้นบ้านแล้ว ชาวบ้านต่างพากันดีใจ…
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ เริ่มทยอยเดินทาง เพื่อลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีมากขึ้นตลอดเวลา จากการตรวจสอบพบว่า มีทั้งผู้ป่วยเก่าและใหม่ที่อยู่ห่างไกล ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ เดินทางมาพร้อมเสื้อผ้า อุปกรณ์การนอน เพื่อเตรียมตัวไปรับยาสมุนไพรจาก นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ในช่วงเย็นวันเสาร์ – วันอาทิตย์
จากการที่มีผู้ป่วยพร้อมญาติเดินทางมาที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เป็นจำนวนมากนับหมื่นราย ทำให้ทาง สภ.เมืองปราจีนบุรี ต้องเตรียมตำรวจจำนวนหลายรายไว้บริการลงบันทึกประจำวัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อคลื่นมนุษย์ที่มามากกว่าทุกเดือน คาดว่าจะมีผู้ป่วยพร้อมญาติเดินทางมารับยาครั้งนี้ประมาณ 2.5 – 3 หมื่นราย
ส่วนการขออนุญาตเป็นหมอพื้นบ้านของ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล... -
ตามทวงคืนจนอยู่ไม่เป็นสุข !! ฝรั่งสุดหลอน ส่งคืนอิฐโบราณวัดมหาธาตุ หลังเอากลับประเทศ !!
วันที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พระนครศรีอยุธยา โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “อิฐเก่าเล่าตำนานโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ครั้งที่ 2 แล้วตั้งแต่เจอเหตุการณ์นี้มา กรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเก็บอิฐจากโบราณสถานกลับไปประเทศของตนเอง แล้วพบเจอเหตุการณ์แปลกๆ จนทนไม่ไหวต้องส่งคืน” พร้อมโพสต์ภาพพัสดุที่ชาวต่างชาติส่งมายังสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ พร้อมกับภาพเศษอิฐ และเศษปูนชิ้นเล็กๆ 3 ชิ้น
จากการตรวจสอบพบว่า พัสดุส่งมาจากประเทศอังกฤษ ทางเจ้าหน้าที่สำหนักงานททท.ได้เขียนข้อความระบุมาให้เจ้าหน้าที่ททท.พระนครศรีอยุธยา ว่าขอความกรุณานำสิ่งของ 3 ชิ้นส่งคืนบริเวณวัดใดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยครับ เพราะคนเอาไปอยู่ไม่เป็นสุข ฝากส่งคืนเจ้าของ ขอบคุณ
นายภาณุพงศ์ แพ่งกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางสำนักงานททท.สำนักงานใหญ่ ให้นำไปไว้ที่วัดมหาธาตุ หลังจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือเอเชีย ชอบที่นำจะเก็บเศษอิฐเก่าในโบราณสถานกลับไปด้วยเป็นที่ระลึก... -
‘ธรรมทาน’เผยแพร่เรื่องคนดี บุญสูงสุดชนะการให้ทั้งปวง
“เป็นมนุษย์กับสัตว์เสมอกันด้วยกิน ขับถ่าย พักผ่อน กลัวภัย แต่สิ่งที่มนุษย์สูงกว่าสัตว์ คือ ธรรมะ ธรรมทาน คือการนำสิ่งดีๆ มาบอกเขา รายการที่พระเอาคำสอนดีๆ ไปบอกคือธรรม การให้ธรรมะเป็นทาน ถือว่าเป็นการให้ทานที่ได้บุญสูงสุด เพราะทำให้ผู้รับมีปัญญารู้เท่าทันกิเลส สามารถนำไปใช้ได้ไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งชาตินี้และชาติต่อๆ ไป ส่วนทานชนิดอื่นๆ ผู้รับได้รับแล้วไม่ช้าก็หมดสิ้นไป ดังพุทธพจน์ที่ว่า สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง”
“ส่วนนิยามคนดี ขงจื้อบอกว่าคนดีคือคนที่คนเลวเกลียด ธรรมดาเหลือเกิน คนดีทำไปแล้วจะไม่มีคนชอบ คนเลวเท่านั้นที่เกลียดคนดี นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ แปลว่า พึงข่มผู้ที่ควรข่ม พึงยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง นั่นหมายถึงเราควรคัดคนที่เราจะชมด้วยว่าเขามีคุณงามความดีอะไร เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ดั่งที่ว่าหากห้องนี้ไฟดับมืดทั้งห้อง หากมีคน 1 คนจุดเทียน ทุกคนก็จะมองไปที่แสงเทียนเล่มนั้น แม้จะมีเพียงคนเดียวที่จุดก็ตาม แต่หากทุกคนช่วยกันจุดเทียนให้เกิดดวงไฟหลายดวงก็จะสว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง เหมือนท่านทำรายการ ทำสกู๊ปก็คือเสียงเทียนให้กับคนได้เห็น... -
“ศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่างพร้อย” ( สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
“ศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่างพร้อย”
” .. “อันศีลที่บริสุทธิ์นั้นต้อง ไม่เป็นท่อน ไม่เป็นช่อง ไม่ด่าง ไม่พร้อย ศีลที่เป็นท่อนนั้นคือ ศีลขาด” เหมือนอย่างผ้าที่เป็นผืนเดียวแล้วก็ขาดออกจากกันเป็นสองผืน “ดั่งนี้เรียกว่าขาด”
“ศีลที่ขาดนั้น คือศีลที่ได้ละเมิดออกไปอย่างเต็มที่จนบรรลุถึงที่สุด” ดั่งเช่นข้อ “ปาณาติบาตินั้น ฆ่าสัตว์ตั้งต้นแต่มีอกุศลเจตนาที่จะฆ่า แล้วก็ทำการฆ่า แล้วสัตว์นั้นตายด้วยอกุศลเจตนานั้น” แปลว่าครบองค์
ยกตัวอย่างเช่นศีลข้อ ๑ นี้ ที่ท่านแสดงไว้มีองค์ ๕ คือ
๑. “ปาโณ” สัตว์มีชีวิต
๒. “ปาณสญฺญิตา” ตนรู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต
๓. “วธกจิตฺตํ” จิตคิดจะฆ่า
๔. “ตชฺโชวายาโม” ความเพียรที่เกิดจากเจตนานั้น
๕. “เตน มรณํ” สัตว์นั้นตายด้วยความเพียรนั้น
ครบองค์ ๕ ดั่งนี้ “เรียกว่าศีลขาด”
ทีนี้ “หากสัตว์นั้นไม่ตายด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ตาม” แต่ว่าได้มีจิตคิดจะฆ่า ได้มีความเพียรที่จะฆ่า น้อยหรือมากก็ตาม “แต่ว่าสัตว์ไม่ตาย ดั่งนี้เรียกว่าศีลเป็นช่อง” คือเหมือนอย่างผ้าที่ขาดเป็นช่องเล็กช่องใหญ่ แต่ว่าไม่ถึงกับขาดเป็น ๒ ท่อน แต่ว่าเป็นช่อง ๆ ทะลุเป็นช่อง ๆ ดั่งนี้ “เรียกว่าศีลเป็นช่อง”... -
“จิตไปจับจองที่เกิด ตั้งแต่ยังไม่ทันตาย” (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
เรื่อง “จิตไปจับจองที่เกิด ตั้งแต่ยังไม่ทันตาย”
(จากธรรมประวัติ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
ในสมัยบั้นปลายชีวิตของท่านพระอาจารย์มั่น มีอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวคนหนึ่งมีความเคารพเลื่อมใสในพระอาจารย์มั่นมาก มาเล่าเรื่องของตัวเองถวายท่านว่า ขณะอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวผู้นี้แกนั่งสมาธิภาวนาตลอดกลางคืนยามดึกสงัด พอจิตรวมสงบลงสนิทไม่แสดงกิริยาใดๆ สายใยยาวเหยียดออกนอกกายนอกใจไปสู่ภายนอก แกเกิดความสงสัยเป็นล้นพ้น จึงกำหนดจิตดูว่า กระแสจิตนี้มันไหลออกไปทำไม และจะไปเกี่ยวข้องกับอะไร
พอแกตามกระแสจิตอันละเอียดเป็นสายใยนั้นไปก็พบว่ากระแสจิตของแกไปเข้าที่ร่างของหลานสาวคนหนึ่งเพื่อจับจองที่เกิดในท้องหลานสาวซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน แกรู้สึกตกใจมาก เพราะตัวเองยังไม่ตาย ทำไมจิตถึงส่งกระแสออกไปจับจองที่เกิดไว้แล้วเช่นนั้นจึงรีบย้อนจิตกลับมาที่เดิมและถอนจิตออกจากสมาธิทันที แกใจไม่ดีเลยนับแต่ขณะนั้นเป็นต้นมา
ในระยะเดียวกันก็ปรากฏว่าหลานสาวคนนั้นเริ่มตั้งครรภ์มาได้หนึ่งเดือนแล้วเช่นกัน พอตื่นเช้าวันหลังแกรีบมาวัด เล่าเรื่องนี้ถวายพระอาจารย์มั่นดังกล่าวแล้ว ขณะนั้นมีพระเณรหลายท่านนั่งฟังอยู่ด้วย ต่างก็งงไปตามๆ... -
“โยมไม่ต้องมาบริจาคเงินให้วัด เอาเงินไปดูแลพ่อแม่ได้บุญมาก”จาก“หลวงปู่ทุย”แห่งวัดป่าดานวิเวก
“โยมไม่ต้องมาบริจาคเงินให้วัด เอาเงินไปดูแลพ่อแม่ได้บุญมาก” คำสอนจาก “หลวงปู่ทุย” แห่งวัดป่าดานวิเวก
หากจะเอ่ยถึงสำนักวัดป่าที่ยังรักษาข้อวัตร และปฏิปทา ธรรมเนียมของพระป่า ที่เข้มข้นที่สุดในยุคนี้ ต้องกล่าวถึง สำนัก “วัดป่าดานวิเวก (วัดดงศรีชมภู) ” อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เนื่องจากเป็นวัดที่คงปฏิปทาสายพระป่า ที่หาได้ยากยิ่งมากในปัจจุบันนี้…โดยมี หลวงปู่ปรีดา (ทุย) ฉนฺทกโร เป็นผู้อบรมสั่งสอน..
ถึงแม้หลวงปู่ทุยจะดุในแง่เจ้าระเบียบ และรักษาข้อวัตร-ปฏิปทาอย่างเข้มงวดกวดขัน แต่ก็มี “พระ-เณร” พากันหลั่งไหลเข้ามาจำพรรษาเพื่อศึกษากับท่านมากขึ้น เพราะสิ่งที่ท่านสอนสั่งนั้นมุ่งอรรถธรรมจริงๆ เช่นนั้นลูกศิษย์หมู่พระเณรในวัดนี้มีแต่พระปฏิบัติกันจริงจัง ทำให้พระที่ไม่มุ่งมั่น พระที่ไม่ชอบข้อวัตร ไม่ชอบภาวนา แบบนี้จะอยู่ไม่ได้ เพราะไม่ยินดีก็จะไม่อยากมาอยู่..ไม่ต้องสงสัยเลย
จนเป็นที่กล่าวขวัญกันว่า “…ถ้าอยากรู้ข้อวัตรสมัยยุคหลวงปู่มั่นว่าท่านพาลูกศิษย์ดำเนินอย่างไร ให้ไปดูสำนักวัด หลวงปู่ปรีดา (ทุย)”
สำหรับวัดป่าดานวิเวกไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ นอกจากศาลาใหญ่หลังหนึ่งและกุฏิที่อยู่ห่าง ๆ... -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่อง "ตายจากคนไปเกิดเป็นวัว" ผลกรรมจากการเป็นหนี้ข้ามภพข้ามชาติ
มิอาจหลีกเลี่ยงได้!! หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่อง "ตายจากคนไปเกิดเป็นวัว" ผลกรรมจากการเป็นหนี้ข้ามภพข้ามชาติ แม้ตายไปก็ยังต้องชดใช้ !!
เรื่องเล่าจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่องของการเกิด การตาย เรื่องของบาปบุญ เและจิตสุดท้ายก่อนตายไปนั้นมีมากมาย ดังเช่นเรื่อง ตายจากคนไปเกิดเป็นวัว จาหนังสือ ตายแล้วไม่สูญ โดยมีผู้มาถามว่า เรื่องตายจากคนแล้วเป็นผีนั้นไม่สงสัย แต่อยากทราบว่าคนที่ตายแล้วไปเกิดเป็นสัตว์รับใช้มีบ้างไหม ก็พอดีอาตมาไปพบเข้าเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของอดีตใกล้ปัจจุบัน เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๖๕ พระภิกษุศรี วัดแก้วแจ่มฟ้า ได้เล่าเรื่องนี้ให้ พันโทพระพินิจศาลา ฟัง อาตมาทราบมาจากพระพินิจศาลาอีกทอดหนึ่ง
เรื่องมีอยู่ว่า มีชายจีนคนหนึ่งชื่อ "เก๊า" มีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ "ทองคำ" ตั้งร้านค้าขายอยู่ที่ตลาดน้อย จังหวัดพระนคร สมัยที่คุณพระเล่าเรื่องนี้ เขายังนิยมเรียกว่าเมืองบางกอก กรุงเทพฯ หรือพระนครนั้นเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นภายหลัง
นับถอยหลังจาก พ.ศ. ๒๔๖๕ ไป ๓๗ ปี สมัยนั้นแกค้ายาฝิ่นได้ถูกไฟไหม้ร้านค้า... -
พระก็คือพระวันยังค่ำ จะใส่อะไรก็เป็นพระ
"พระก็คือพระวันยังค่ำ จะใส่อะไรก็เป็นพระ"
หลวงพ่อกบเคยถูกพระผู้ใหญ่กล่าวหาว่า เป็นพระเถื่อนไม่มีใบสุทธิ พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระ ไม่น่าเชื่อถือ หลวงพ่อกบท่านก็ไม่สนใจ หรือเถียงอะไร ยอมถอดจีวรออก ลาสิกขาบทโดยดี หันมานุ่งขาวห่มขาวแทน
ตอนนั้นลูกศิษย์ร้องไห้ระงมทั่ววัดเขาสาริกา เพราะสงสารท่าน จนหลวงพ่อบอกว่า
“พวกมึงจะร้องทำไมกันวะ พระก็คือพระวันยังค่ำ จะใส่อะไรก็เป็นพระ เหมือนทองจมขี้โคลน ยังไงก็เป็นทองนั่นแหละ”
ทำให้ลูกศิษย์คิดได้ว่า พระไม่ได้หมายถึงการนุ่งห่มผ้าเหลือง แต่หากสามารถลดละกิเลสได้ ไม่ว่าแต่งกายชุดอะไร ก็ถือว่าเป็นพระอยู่วันยังค่ำ พระแท้พระดีจึงมิไช่อยู่ที่ผ้าเหลืองด้วยประการฉะนี้
หลวงพ่อกบ วัดเขาสาริกา
************************************************** -
หลวงตามหาบัว….กับ…เณรระลึกชาติ (ประสบการณ์โลกทิพย์)
หลวงตามหาบัว….กับ…เณรระลึกชาติ(ประสบการณ์โลกทิพย์)
“…ท่านกล่าวไว้ในมหาวิบาก นรกมีถึง 25 หลุม ตั้งแต่ใหญ่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ นี่นรกเมืองผีมีถึง 25 หลุม แล้วจากนั้นก็มาปลีกย่อย ถ้าไปลงนรกอเวจีแล้วกี่กัปกี่กัลป์ก็ไม่ได้พ้นแหละ จมอยู่นั้น ถึงจะปรากฏอนิจจังก็กี่กัปกี่กัลป์ถึงจะเปลี่ยนมา
กรรมของสัตว์ประเภทนี้ พวกฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำลายพระพุทธเจ้า ยุยงให้สงฆ์แตกจากัน 5 ประการ ท่านเรียกอนันตริยกรรม แปลว่ากรรมนี้หนักมาก แล้วพวกนี้แหละพวกลงไปนั่น นี่มีนิทานสดๆ ร้อนๆ อันหนึ่งที่จะนำมาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เราเป็นคนซักด้วยปากของเราเองอันนี้ คือเอากันต่อหน้าเลย ซักเลย
มีเณรองค์หนึ่ง อยู่บ้านน้ำก่ำ อำเภอพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เณรนี้ระลึกชาติได้ ระลึกชาติถอยหลังได้ ชาติเจ้าของนั่นเอง แต่ก่อนเขาชื่อว่าบัวเหมือนกับชื่อหลวงตาบัวนี่แหละ เขาอยู่บ้านโคกเลาะ ชื่อเขาพูดถูกหมดนะ เหตุที่จะมีการยืนยันรับรองกันคืออาจารย์ของเขาเอง เราพบกับเณรนี่แล้วก็ไปพบกับอาจารย์ ชื่ออาจารย์ทอง อาจารย์ของพระบัวนี่
พระบัวนี่เป็นหนุ่มแล้วไปฟังเทศน์แล้วเกิดความเลื่อมใส ท่านอาจารย์ของท่านไปทางเมืองอุบล ไปโน้น... -
การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก
ในพระพุทธศาสนา “บารมี” หมายถึงปฏิปทาอันยวดยิ่ง คุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวดคือความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษเพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูง เช่นความเป็นพระพุทธเจ้าและความเป็นมหาสาวกเป็นต้น (พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยุตฺโต, พจนานุกรมพุทธศาสตร์, (พิมพ์ครั้งที่ 10) กรุงเทพ ฯ: เอส.อาร์.พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์ จำกัด, 2548, หน้า 239.
การเริ่มบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้ามีปรากฎในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยปิฎก (เล่ม 33)และปรมัตถทีปนี อรรถกถาขุททนิกาย จริยาปิฎก ภายหลังจากเริ่มตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ส่วนขุททกนิกาย พุทธาปทานและวิสุทธชนวิลาสินี อรรถกถาขุททกนิกาย พุทธาปทานได้พรรณาประวัติของพระโคตมพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังถือกำเนิดเป็นสุเมธดาบสและเริ่มตั้งความปรารถนาต่อพระพักตร์ของพระทีปังกรพุทธเจ้า พอสรุปความได้ว่า
ในที่สุดสี่อสงไขยยิ่งด้วยกำไรแสนกัปนับแต่ภัทรกัปนี้ไป ได้มีนครหนึ่งนามว่าอมรวดี ในนครนั้นมีพราหมณ์ชื่อสุเมธ อาศัยอยู่เขาศึกษาศิลปะของพราหมณ์ จนเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงจำมนต์ได้ เรียนจบไตรเพท ถึงความสำเร็จในลักขณศาสตร์... -
สมบัติใดสู้ศีล สู้ธรรมไม่ได้ (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
“…สมบัติใดสู้ศีล สู้ธรรมไม่ได้…”
“…ความคิดความปรุง มันออกมาจากอะไร ออกมาจากอวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ตามเข้าไป อวิชชาดันให้เกิดสังขาร สังขารสมุทัยหลอกลวงตนเองได้ตลอดเวลา สติตามเข้าไป มันจะวิ่งเข้าไปถึงอวิชชาแล้วมันก็ดับ เกิดขึ้นก็ดับ อะไรเกิดขึ้นก็ดับ ตามกันไป ฝึกซ้อมกันไปมาจนมีความคล่องแคล่วแกล้วกล้า ตามเข้าถึงตัวอวิชชาถอนพรวดขึ้นมาหมด แต่ก่อนก็ว่าว่าง ที่ไหนว่างๆ แต่ตัวอวิชชามันยังไม่ว่าง ฟาดเข้าไปหาอวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สังขารก็เลยว่าง เพราะอวิชชาตัวต้นเหตุของสังขารให้ปรุงให้แต่งมันดับไปแล้ว มันว่างไปแล้ว เลยว่างไปหมด เข้าถึงจิต จิตยิ่งเป็นของว่างเปล่าไปหมด อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ไม่มีภายในจิต เป็นจิตที่ว่าง
จิตของพระอรหันต์ ท่านพ้นจากทุกข์ ก็คือพ้นจากกิเลส คืออวิชชานี้เป็นสำคัญ พออวิชชาดับพรึบลงไปเช่นนั้น จิตนี้ว่างโดยหลักธรรมชาติ มองไปที่ไหนไม่มีต้นไม้ภูเขา ดินฟ้าอากาศ ถึงเราจะนั่งจะอาศัย จะเดินไปเดินมา ก็สักแต่ว่าปรากฏๆ แต่จิตนี่ว่างครอบไปหมดเลย นั่นละที่เรียกว่า สุญฺญโต โลกํ โลกนี้เป็นโลกสูญเปล่าว่างเปล่า ไม่มีอะไรภายในใจ ส่วนต้นไม้ภูเขา ดินฟ้าอากาศ... -
สิ่งแวดล้อมชักนำให้อยากปฏิบัติ
สิ่งแวดล้อมชักนำให้อยากปฏิบัติ
ถาม : หลวงพ่อคะ ขอธรรมะสำหรับการไปธุดงค์ ?
ตอบ : ไม่มีอะไรมาก คิดเสียว่าไปตาย สบายที่สุด
ถาม : บรรยากาศไม่ให้ค่ะ ?
ตอบ : ก็นอนนอกเต็นท์ นอนในมุมที่รกที่สุด ไกลคนที่สุด เดี๋ยวบรรยากาศความตายก็จะมาเอง ในเมื่อไม่ให้เราก็สร้างบรรยากาศเองสิ ตั้งใจว่างูกี่ตัวให้มาทางนี้ ยิ่งหน้าหนาว งูจะมาหาที่อุ่น
งูเป็นสัตว์ที่น่าสงสารมาก พวกสัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่จะเลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายจะเท่ากับอุณหภูมิอากาศ บางทีตากแดดจนเก้าโมงสาย ๆ จึงจะขยับตัวได้ ถ้าเจอคนจะเข้าไปหาเลย อาตมามีประสบการณ์ โดนงูนอนทับอกมาหลายครั้งแล้ว
ถาม : ก่อนหน้านั้นมีความรู้สึกว่าถ้าอยากให้สมาธิทรงตัว เราต้องไปสถานที่ซึ่งเขาปฏิบัติ อย่างไปธุดงค์ หลัง ๆ มานี่ก็คือ ความรู้สึกที่จะไปธุดงค์ก็คือ ไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้ ความรู้สึกไม่ต่างกัน ?
ตอบ : จะว่าไปแล้วอันนี้เป็นความรู้สึกที่ถูกต้อง การปฏิบัติเราจะอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ว่าการไปในสถานที่บางแห่ง สิ่งแวดล้อมจะชักนำให้เราอยากปฏิบัติ หรือว่าต้องเร่งรัดตัวเองมากขึ้น คือ สิ่งแวดล้อมพาไป ถ้าหากว่ามีสิ่งแวดล้อมแบบนั้นก็ควรที่จะไป... -
“พระอรหันต์ไม่รับรู้อะไรจริงหรือ” หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
“…พระอรหันต์ไม่รับรู้อะไรจริงหรือ…”
หวนคิดขึ้นมาได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นสามเณร ๒ รูป เสร็จจากการศึกษาพระปริยัติธรรมแล้ว นั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้หน้ากุฏิ ถกเถียงกันอยู่ถึงคุณแห่งพระอรหันต์ที่ศึกษามาจากห้องเรียน สามเณรใหญ่ชี้แจงว่า “พระอรหันต์นั้นละกิเลสได้หมดสิ้นแล้ว ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น หมดความยึดมั่นถือมั่นโดยสิ้นเชิง”
สามเณรน้อยเถียงทันที “พระอรหันต์ของหลวงพี่ช่างน่าเวทนานัก เหมือนเสาต้นหนึ่ง ก้อนหินก้อนหนึ่ง จะเกิดน้ำท่วมไฟไหม้ก็ไม่รู้อะไรเลย คงจะต้องตายเสียเปล่า และยังเป็นบุคคลที่ไร้ประโยชน์สิ้นเชิง”
ขณะที่วิวาทะกำลังดำเนินไปอย่างผิดเป้าหมาย ก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นจากในกุฏิ สามเณรทั้ง ๒ จึงสามัคคีกันหลบหนีไป
ครั้นข้อถกเถียงนี้ล่วงรู้ถึงหลวงปู่ ท่านก็บอกว่า “แม้จะเป็นการถกเถียงเอาชนะกันแต่ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตที่น่าพินิจพิจารณา”
แล้ว หลวงปู่อธิบายว่า :
“จิตเป็นสภาพรู้อารมณ์ ตราบใดที่มีจิต การรับรู้อารมณ์ก็ย่อมมีเป็นธรรมดา โดยไม่ต้องสงสัย ดังนั้นบุคคลธรรมดารับรู้อารมณ์อย่างไร พระอรหันต์ก็ย่อมจะต้องรับรู้อารมณ์อย่างนั้น... -
"พระอาจารย์เปลี่ยน" อยากดูขุมนรกที่ผิดศีลข้อกาเมฯ สะดุ้งกลัวต่อกรรมชั่วของชาย-หญิงที่ได้รับ
เมื่อ "พระอาจารย์เปลี่ยน" อยากดูขุมนรกที่ผิดศีลข้อกาเมฯ ถึงกับสะดุ้งกลัวต่อกรรมชั่วของชาย-หญิงที่ได้รับอย่างแสนสาหัส
พระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป เป็นพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสี วัดอรัญญวิเวก สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ด้วยความมุ่งมั่นของพระอาจารย์เปลี่ยนที่จะศึกษาธรรมะให้ถึงจุดหมายปลายทางของศาสนา ท่านจึงพยายามบ่ายเบี่ยงโยมมารดาในการสึกและหนีออกไปธุดงค์ตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อแสวงหาโมกขธรรม และได้พบกับพระอาจารย์ที่ได้ยินกิตติศัพท์ ทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคเหนือ แต่ที่พระอาจารย์เปลี่ยนอยู่ฝึกปฏิบัติธรรมด้วยนานๆ และรับใช้ใกล้ชิดอย่างสนิทสนมคือ หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม และ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ส่วนองค์อื่น ๆ เช่น อาจารย์จวน กุลเชฏโฐ หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่คำดี ปภาโส หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระสุธรรมยานเถร (อินถา อินฺทจกฺโก) หลวงปู่สาม อกิญฺจโน พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (วัน อุตฺตโม) หลวงปู่แว่น ธนปาโล หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต พระอาจารย์ที่ท่านได้พบนั้นต่างมีเมตตาเทศน์อบรม ทำให้ท่านมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ... -
"สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส" พระสงฆ์รูปแรกที่ได้รับการยกย่องจาก "ยูเนสโก"
พระปรีชาสามารถแผ่ไพศาล!! "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส" พระสงฆ์รูปแรกที่ได้รับการยกย่องจาก "ยูเนสโก" ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก !!
จากกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมผลงานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เตรียมเสนอเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ในปี ๒๕๖๒ ในประเทศไทยของเรา พระสงฆ์ที่ได้รับเกียรตินี้ มีเพียง ๒ รูป โดยพระสงฆ์รูปแรกคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และพระสงฆ์รูปที่ 2 ก็คือ ท่านพุทธทาสภิกขุ หากการพิจารณาผ่านการเห็นชอบ หลวงปู่มั่น ก็จะเป็นพระสงฆ์รูปที่ ๓ ของไทย ที่ได้รับเกียรตินี้
สำหรับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๗ แห่งอาณาจักรรัตนโกสินทร์ (สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์) และเป็นพระราชวงศ์พระองค์แรกที่ทรงได้รับสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช นอกจากนี้ยังเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกที่ประสูติในสมัยรัตนโกสินทร์อีกด้วย ทรงสถิต ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงสมณศักดิ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๔ ถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๖ รวม ๒ พรรษา... -
เนื้อคู่ คู่แท้ คู่บุญ คู่บารมี คู่เวรคู่กรรม
เนื้อคู่ คู่แท้ คู่บุญ คู่บารมี คู่เวรคู่กรรม
ชาตินี้ที่พบกันเป็นเพราะ
“บุพเพสันนิวาส”
ไม่ใช่ “พรหมลิขิต”
พระพุทธองค์ผู้เป็นพระศาสดาของเรา ทรงตรัสไว้ในเรื่องของจุดเริ่มต้น ที่จะพัฒนามาเป็นความรักจนเป็นเนื้อคู่ และได้มาเป็นคู่ครองกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่แบบไหน คู่บุญ คู่กรรม หรือคู่ประเภทอื่นใด ที่ต้องเริ่มต้นจาก “ความรักและบุพเพสันนิวาส” ไว้ส่วนหนึ่งใน ธัมมปทัฏฐกถาภาคที่ ๒ สามาวดี ไว้ว่า
“ ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปนฺน หิเตน วา
เอวนฺตํ ชายเต เปมํ อุปลํ ว ยโถ ทเกติ ฯ
แปลโดยสรุปได้ว่า ความรักนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการนี้คือ
๑. ด้วยเคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน
๒. ด้วยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน
หลายท่านคงสงสัยและอยากรู้ว่าทำไมพระพุทธองค์จึงทรงตรัสไว้ว่า
ความรักจะเกิดขึ้นมานั้น ทำไมต้องมีการอยู่ร่วมกันแต่ปางก่อนและทำไมต้องเกื้อกูลช่วยเหลือกันมาด้วยในภพปัจจุบัน
ลองมาลองคิดตามกันดูว่า เป็นไปได้ไหมว่า สิ่งมีชีวิต 2 สิ่งนี้จะมามีความสัมพันธ์กันได้อย่างไร ถ้าสองสิ่งนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ไม่เคยรู้จัก ช่วยเหลือดูแลเกื้อกูลกันมาก่อน ดั่งดอกบัวเกิดขึ้นมาจากน้ำและโคลนตม... -
เผยแพร่บารมีไปทั่วโลก!! วธ. เตรียมเสนอ "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต"ต่อองค์การยูเนสโก
เผยแพร่บารมีไปทั่วโลก!! วธ. เตรียมเสนอ "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" ต่อองค์การยูเนสโก เป็นบุคคลสำคัญของโลก
จากกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมผลงานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เสนอเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ในปี 2562 หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หรือนามตามสมณศักดิ์ว่า พระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต เป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เป็นบูรพาจารย์สายพระป่าในประเทศไทย
พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนพระศาสดาอย่างเคร่งครัด และยึดถือธุดงควัตรด้วยจริยวัตรปฏิปทางดงาม จนได้รับการยกย่องจากผู้ศรัทธาทั้งหลายว่าเป็นพระผู้เลิศทางธุดงควัตร ท่านวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าให้แก่สมณะประชาชนอย่างกว้างขวาง จนมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า คำสอนพระป่า (สายพระอาจารย์มั่น) หลังจากท่านมรณภาพลง ในปี พ.ศ. 2492 ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิปทาธรรมปฏิบัติของท่านสืบมา โดยลูกศิษย์เรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือ พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น... -
"ต้องปฏิบัติเท่านั้น"
"ต้องปฏิบัติเท่านั้น"
นอกจากการใฝ่รู้แล้ว เราก็ยังต้องมีการใฝ่ปฏิบัติ คือหลังจากที่เราได้ยินได้ฟังได้เรียนได้รู้แล้ว เรายังต้องทำอีกขั้นหนึ่ง ก็คือเราต้องปฏิบัติตามความรู้ที่เราได้เรียนมา เพราะธรรมที่เราได้ยินได้ฟังได้เรียนรู้นี้ เป็นเหมือนยาที่เราได้รับมาจากหมอ ยังไม่สามารถรักษาร่างกายที่ไม่สบายนี้ ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เราต้องเอายาที่หมอนี้ให้เรามา เราต้องรับประทานยาตามหมอสั่ง หมอสั่งให้รับประทานวันละ ๓ เวลา ๔ เวลา เราก็ทำตามที่หมอสั่ง พอเรารับประทานไปแล้ว ยาเข้าไปในร่างกายแล้ว ยาก็สามารถทำหน้าที่ของยาได้ คือไปรักษาร่างกายไปทำลายเชื้อโรคที่ทำให้ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา พอเชื้อโรคถูกยาทำลายไปหมดแล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็หายไป พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นเหมือนยารักษาโรคใจ โรคของใจก็คือความทุกข์ใจนี่เอง พวกเราทุกคนไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่มีความทุกข์ใจ เราทุกคนมีความทุกข์ใจด้วยกัน ถ้าเราไม่รับประทานยาของพระพุทธเจ้า เราก็จะไม่มีวันที่จะรักษาโรคของความทุกข์ใจให้หายไปได้ แต่ถ้าเราน้อมนำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ก็เหมือนกับการที่เราเอายาของหมอมารับประทาน... -
ฝึกเด็กอาชีวะอีสานรู้ทันสังคมออนไลน์วิถีพุทธ
ฝึกเด็กอาชีวะอีสานรู้ทันสังคมออนไลน์วิถีพุทธ
วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณี จ.ศรีสะเกษ นิมนต์พระวิทยากรกระบวนการธรรมะโอดีฝึกเด็กอาชีวะกว่า 300 คนภาคอีสาน รู้ทันสังคมออนไลน์วิถีพุทธ
วันที่ 1 ก.พ.2561 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณี จ.ศรีสะเกษ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท พระวิทยากรกระบวนการธรรมะโอดี นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า เป็นวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาอาชีวศึกษา 12 สถาบันในภาคอีสาน จำนวน 300 คน ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณีศรีสะเกษ วิทยาลัยต้นแบบด้านวิถีพุทธที่นำคำสอนทางพระพุทธศาสนาลงสู่วิถีชีวิตวิถีปฏิบัติ ทำให้มีนักศึกษาจำนวนมากเข้ามาเรียนเพราะได้ทั้งวิชาชีพ วิชาการ วิชาชีวิต ซึ่งดำเนินกิจกรรมโดยอุบาสิกา ดร.ระเบียบ ถิรญาณี ในฐานะผู้บริหาร ถือว่าเป็นวิทยาลัยต้นแบบของอาชีวศึกษาที่นำวิถีพุทธมาสู่ผู้บริหาร ครูและนักศึกษาอย่างแท้จริง
“มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณีใช้การพัฒนาผ่านไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา และกระบวนการพัฒนาผ่านภาวนา 4 คือ กาย ศีล จิต ปัญญา... -
"หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน"เดินออกจากห้องขัง ทั้งๆที่ใส่กุญแจแน่นหนา
ตำรวจสงสัย "หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน"เป็นสายลับ..จับมาขัง แต่ตะลึงงัน เมื่อหลวงปู่เดินออกจากห้องขัง ทั้งๆที่ใส่กุญแจแน่นหนา
วิชาสะเดาะกุญแจมีจริงหรือไม่ ?
หลวงปู่สรวงสะเดาะกุญแจประตูคุกบนโรงพัก
เรื่องนี้ฟังจากพ่อบุญเลิศ พ่อบุญเลิศก็บอกว่าฟังมาจากชาวบ้านอีกที
เสียดายที่ผมจำไม่ได้ว่าเป็นโรงพักอะไร ตำรวจจับหลวงปู่เพราะสงสัยว่าอาจเป็นสายลับขะแมร์ปลอมตัวเป็นคนบ้ามาหาข่าวฝั่งไทย
จับเอาหลวงปู่เข้าไปขังในคุกบนโรงพัก พอปิดประตูคุกล็อคกุญแจแล้วก็หันหลังเดินออกมา
หลวงปู่ก็เดินตามหลังตำรวจคนนั้นมาด้วย ตำรวจก็เอาหลวงตากลับไปเข้าคุกอีกครั้ง
ล็อคกุญแจ หันหลังเดินออกมา หลวงปู่ก็เดินตามหลังออกมาอีก
คราวนี้ตำรวจดันหลังหลวงตาเข้าไปในคุกให้ไปยืนห่างๆประตู ลงมือล็อคกุญแจอย่างช้าๆชัวร์ๆ
ทดลองขยับกุญแจกึกๆกักๆ จนเห็นว่ากุญแจไม่ได้ชำรุดแน่แล้วก็เดินออกมา
หลวงตาก็เดินตามหลังออกมาด้วยเหมือนเก่า พ่อบุญเลิศเล่าเรื่องนี้พลางหัวเราะพลาง
“ตำรวจพากันกราบหลวงตา แล้วก็ปล่อยหลวงปู่” เรื่องหลวงตาถูกตำรวจจับนั้นได้ยินว่าเกิดขึ้นหลายครั้ง
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เกิดขึ้นที่อำเภอปราสาท จ.สุรินทร์
หลวงพ่อทิน ปิยสีโล... -
สิ้นเกจิดังอุตรดิตถ์ “พระสิทธิญาณมุนี”
อุตรดิตถ์ – ร่ำไห้…สิ้นเกจิดังอุตรดิตถ์ “พระสิทธิญาณมุนี” พระผู้ปฎิบัติดีวัดหมอนไม้ มรณภาพสงบอายุ 64 ปี
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ได้สูญเสียเกจิอาจารย์ดัง “พระสิทธิญาณมุนี” หรือ หลวงพ่ออุดร เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ เจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ หลังจากเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 มกราคม หลวงพ่ออุดรได้เข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และได้มรณภาพในเวลาต่อมา ด้วยโรคหัวใจและไตวายเฉียบพลัน สิริอายุ 64 ปี พรรษา 43 ท่ามกลางความเสียใจของญาติโยมและศิษยานุศิษย์
บรรยากาศที่ศาลาการเปรียญ วัดหมอนไม้ ล้นหลามไปด้วยเจ้าอาวาส พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จากทุกวัดของตังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ ทั้งอดีตนักการเมือง ราชการ ประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะอาสาสมัครกู้ภัยวัดหมอนไม้ ที่หลวงพ่ออุดร ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวมกลุ่มอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ได้รับความเดือนร้อน ส่งผลให้ศาลาการเปรียญวัดที่ใหญ่โตกว้างขวางคับแคบไปถนัดตา ขณะที่ จนท.เคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่ออุดร เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ พระสงฆ์ ลูกศิษย์ต่างรำไห้ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ... -
ชาวพุทธแห่เข้าเฝ้าขอพระพรองค์ลามะน้อย 3ชันษาแห่งภูฏาน
วันนี้(31 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเช หรือองค์ลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเจริญศาสนสัมพันธ์ พุทธเถรวาท – พุทธตันตรยานกับคณะสงฆ์ไทย โดยเมื่อเวลา 08.30น. เสด็จยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศฯ พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล ถวายการต้อนรับ ทั้งยังมีพุทธศาสนิกชนที่ทราบข่าวมาเฝ้ารอรับเสด็จ และเข้าเฝ้าขอพระพรจากองค์ลามะน้อยจำนวนมาก จากนั้นได้เสด็จไปยังวัดอรุณราชวราราม โดยมีพระเทพเมธี รักษาการเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ พระโสภณวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดอรุณฯ ถวายการต้อนรับ
พระพรหมสิทธิ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศภูฏาน เมื่อเดือนส.ค.2560 ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเช หรือองค์ลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ที่พระตำหนัก พระราชอุทยานทิมพู เมืองทิมพู ประเทศภูฏาน... -
"ลามะน้อย แห่งภูฏาน เสด็จฯ เยือนวัดสระเกศ"
"ลามะน้อย แห่งภูฏาน เสด็จฯ เยือนวัดสระเกศ"
วันนี้ 31 ม.ค. 61 เวลา 9.00 น. พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศ พระเถรานุเถระมี พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล ถวายการต้อนรับ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ที่มีพระชันษา ๓ ปี ซึ่งสามารถระลึกชาติได้ พร้อมเจริญศาสนสัมพันธ์ พุทธเถรวาท - พุทธตันตรยาน ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพ
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ที่มีพระชันษา ๓ ปี ซึ่งสามารถระลึกชาติได้ ประทานพระวโรกาส ให้พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อีกทั้งพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เข้าถวายพระพร จากนั้นทรงเสด็จขึ้นไปสักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ เป็นครั้งแรกที่ได้เสด็จมาเยือนวัดสระเกศ ณ บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุ ของเดิมแท้จากกรุงกบิลพัสดุ์ ประดิษฐานคู่กับพระอารามนี้(ภูเขาทอง) กว่า 100 ปี... -
จากหม่อมราชวงศ์ สู่ ผู้ทรงอภิญญาระลึกชาติได้!! "หลวงปู่เอี่ยม อุตตโม"
จากหม่อมราชวงศ์ สู่ ผู้ทรงอภิญญาระลึกชาติได้!! "หลวงปู่เอี่ยม อุตตโม" พระโอรสใน "กรมพระราชบวรมหาเสนานุรักษ์" พระผู้เป็นอาจารย์ของขุนพันธ์ !!
พระครูธรรมขันธ์สุนทร หรือ หลวงปู่เอี่ยม อุตตโม วัดโพนทอง ตำบลเชียงงา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี พระภิกษุผู้ทรงวิทยาคุณแห่งลพบุรี มีลูกศิษย์มากมาย และเป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับ หลวงปู่สี แห่งวัดเขาถ้ำบุญนาค จ.นครสวรรค์ หลวงปู่บุดดา แห่งวัดกลางชูศรี จ.สิงห์บุรี และยังเป็นอาจารย์ ขุนพันธรักษ์ราชเดช มือปราบขมังเวทย์ และ เสือฝ้าย ขุนโจรเมืองสุพรรณ ฯลฯ บุตร ขุนพันธรักษ์ ได้เล่าถึงชีวประวัติ ของพระอาจารย์ว่า
"พระครูธรรมขันธ์สุนทร" เป็นพระโอรสใน "กรมพระราชบวรมหาเสนานุรักษ์" (วังหลัง) มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์เอี่ยม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประสูติเมื่อวันพุธ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง (ไม่ทราบพ.ศ.)
เมื่อท่านฯ เติบโต ต่อมากรมพระราชบวรมหาเสนานุรักษ์ บิดาท่านทิวงคตได้ไม่นาน พอดีกับพระชายาท่านเจ้าคุณเองก็ได้ถึงแก่อนิจกรรมลง ภายหลังจากที่ประสูติบุตรชาย ทำให้ท่านเจ้าคุณเกิดเบื่อหน่ายทางโลก จึงได้หันหน้าเข้าสู่พระธรรม อุปสมบท... -
“ที่พึ่งที่ถาวร”
“ที่พึ่งที่ถาวร”
ถ้าเราไม่ประมาท เรารีบสร้างที่พึ่งให้กับเราเอง สร้างที่พึ่งในใจเรา ปฏิบัติสร้างธรรมะสร้างความสงบให้กับใจ พอใจสงบเราก็มีที่พึ่ง คนอื่นจะเป็นอะไรเราก็ไม่เดือดร้อน ใจเราก็จะไม่หวั่นไหว ฉะนั้นตอนนี้มีบทเรียนว่าครูบาอาจารย์ท่านจะจากเราไปแล้ว แต่เดี๋ยวบางทีก็ลืม พออาจารย์องนี้ตายไปก็ไปหาอาจารย์องค์ใหม่ แล้วก็ไปเกาะอาจารย์องค์ใหม่ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าไปเกาะอาจารย์เพื่ออะไร
ความจริงการไปมีอาจารย์ก็เพื่อจะได้ไปศึกษาคำสอนของท่าน ท่านก็สอนให้เราปฏิบัติ สอนให้เราสร้างที่พึ่งให้กับตัวเราเอง เพราะอาจารย์เดี๋ยวก็ต้องแก่เจ็บตาย ตั้งแต่องค์แรกคือพระพุทธเจ้าท่านก็ต้องแก่เจ็บตาย ท่านก็สอนให้เราปฏิบัติ สร้างที่พึ่ง สร้างมรรคขึ้นมา สร้างสติสร้างปัญญา ถ้าเรามีที่พึ่งมีสติมีปัญญา ใจเราจะไม่ต้องพึ่งผู้อื่น เมื่อไม่ต้องพึ่งผู้อื่นเวลาผู้อื่นเขาเป็นอะไรไปเราก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเรายังพึ่งตัวเราไม่ได้ เรามัวแต่ไปพึ่งผู้อื่นที่เขาจะต้องมีวันจากเราไป พอเขาจากเราไปเราก็หวั่นไหว เพราะเราจะไม่มีที่พึ่ง เราหวั่นไหวเพราะเรากลัวว่าต่อไปท่านไปแล้วเราจะไม่มีที่พึ่ง...
หน้า 321 ของ 440