คลังเรื่องเด่น
-
สารพัดธรรม(ทำ)
สารพัดธรรม(ทำ)
"คนทั้งหลายไปหาธรรมไม่ถูก"
"เมื่อเราปฏิบัติเต็มที่แล้ว มันก็ได้มรรค เมื่อมันได้มรรคมันก็ได้รับผล ผลความสุขความสบาย ถ้าเราทำกรรมดี ถ้าเราทำกรรมชั่ว ก็ได้รับผลความทุกข์ เป็นอย่างงั้น นี่แหละเหตุนั้น จะให้พิจารณาไม่ใช่ตัวตน อือ ก็ไม่หลับซิ เห็นแล้วมันไม่ใช่ตัวตน แน่ ก็ไม่ง่วง ไม่เหงา อือ บอกแล้วอาศัยตัวการที่ ๓๒ ตรงนี้ เพ่งเล็งดูแล้วมันก็ละสักกายทิฎฐิ มันเห็นแล้ว มันก็ไม่เป็นตัวเป็นตนแล้ว ผมเป็นคนยังไงเล่าผม ขนเป็นคนยังไงเล่าขน อือ เล็บเป็นคนอย่างไงเล่าเล็บ ฟันเป็นคนยังไงว่าฟัน หนังเป็นคนยังไงว่าหนัง เนื้อเป็นคนยังไงว่าเนื้อ นั่น คนอยู่ที่ไหนละ ? มันไม่มี เป็นสมมุติเฉย ๆ เล่า เราเห็นอย่างงั้นแล้ว มันก็เอาอะไรมาง่วงเหงาหาวนอนละมันก็ไม่มี จิตมันพุทโธ มันก็สว่างไสวซิ มันเห็นเป็นอย่างงั้นแล้ว มันก็ละสักกายทิฎฐิซิ ว่าไม่ถือเป็นตัวเป็นตน ละวาง ปล่อยแล้ว วิจิกิจฉาความสงสัยว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีเสียแล้ว มันเป็นจริงอย่างนั้น มันเต็มไปด้วยของไม่สะอาดทั้งหมด แน่ เห็นจริงแจ้งประจักษ์อย่างงั้น สีลัพพตปรามาส การลูบคลำเรื่องศีล เรื่องธรรม เรื่องบุญเรื่องบาป ไม่ต้องลูบคลำแล้ว... -
คืนนี้ห้ามพลาด!! "บทสวดภาณจันทร์" ๑๒ จบ จากร้ายกลายเป็นดี ตำรับ "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน"
คืนนี้ห้ามพลาด!! "บทสวดภาณจันทร์" ๑๒ จบ ในคืนพระจันทร์สีเลือด พลิกดวงชะตา..จากร้ายกลายเป็นดี ตำรับ "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน" !!
จากกรณีที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สดร.) ชวนคนไทยชมปรากฎการณ์ "จันทรุปราคาเต็มดวง" ครั้งแรกของปี วันที่ 31 มกราคมนี้ สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่านานกว่าชั่วโมงได้ทุกพื้นที่ของประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๕๑ - ๒๑.๐๗ น. ทางทิศตะวันออก จากปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของปี พ.ศ.๒๕๖๑ ก็ได้มีการทำนายดวงชะตาต่างๆ ว่าจะเกิดลางร้าย ซึ่งผลกระทบของปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด ทำให้ส่งผลกระทบกับดวงชะตาของผู้ที่เกิดในราศีต่างๆ แต่ในคืนปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือดนี้ มีทางแก้ทำให้ร้ายกลายเป็นดีได้ ด้วยบทสวด "ภาณจันทร์"
ก่อนสวดภาณจันทร์ ให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วกล่าวดังนี้ (ตำรับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน)
"กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ.
สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธะ คาถาภิคีโตมะหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ" (สวด ๑๒ จบ)
โดย คาถาภาณจันทร์... -
แห่งเดียวในไทยตักบาตรตอนเที่ยงคืนเชื่อพระอุปคุตมาโปรด
ประจวบคีรีขันธ์-แห่งเดียวในไทยไม่ค่อยจะเกิดตักบาตรริมทะเลตอนเที่ยงคืนตามความเชื่อพระอุปคุตมาโปรดบุญคืนวันเพ็ญพุธพระจันทร์เต็มดวง
เมื่อวันที่31ม.ค.61 เวลา 00.01น.ที่สะพานสราญวิถี ถนนเลียบชายทะเลในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้นับถือศาสนาพุทธกว่า2,000คนร่วมกันทำพิธีตักบาตรในวันเพ็ญพุธ หรือวันขึ้น 15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ โดยข้าวสารอาหารแห้งมาใส่บาตรให้พระสงฆ์จำนวน59รูปที่ออกทำการบิณฑบาต โดยชาวประจวบคีรีขันธ์ได้มาตั้งแถวจากปลายสะพานสราญวิถีผ่านด้านหน้าวิหารพระอุปคุตไปจนถึงที่ทำการอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตรโดยมีกิจกรรมสวดมนต์อุปปาตะสันติคาถาเจริญสมาธิ แผ่เมตตาการเทศนาเรื่องพระอุปคุตตักบาตรเที่ยงคืนหน้าอ่าวประจวบซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นวิหารที่ตั้งพระอุปคุตริมทะเลเพียงแห่งเดียวในประเทศ ซึ่งการตักบาตรในเวลาเที่ยงคืนถือเป็นชั่วโมงแรกของวันหรือเช้าแรกเชื่อว่าพระอุปคุตจะเดินทางมาจากสะดือทะเลมาโปรดบุญมีพุทธคุณในเรื่องการปราบมารและการค้ารุ่งเรือง
นายอานุภาพ พูลสวัสดิ์ ประธานกลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า... -
“พระว.วชิรเมธี”พร้อมหนุนวิจัยป.เอกสันติศึกษา
“ว.วชิรเมธี” พร้อมหนุนวิจัยป.เอกสันติศึกษา
“พระว.วชิรเมธี”มอบ450ทุนศึกษา”ประถม-ป.เอก” พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการทำวิจัย ป.เอก สันติศึกษา “มจร” มุ่งเสริมสร้างการสื่อสารเพื่อสันติภาพ เป็นกระบอกเสียงให้มหาจุฬาฯสร้างสันติสุขให้กับสังคม
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวันที่ 29 มกราคม ศิษยานุศิษย์ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ จ.เชียงราย ประธานศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ต่างเดินทางไปร่วมงานอายุวัฒนมงคล พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมสมทบปัจจัยเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา พระภิกษุ สามเณรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมถึงพระนิสิต นิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระมหาวุฒิชัยสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกจากคณะกรรมการบัณฑิตวิทยา มจร และมีเงื่อนไขคือเมื่อทำวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์สำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องนำเล่มวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ไปมอบให้กับศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
และปี 2561 นี้ก็เช่นเดียวกัน ได้จัดงานภายใต้ชื่อ “วันแห่งการให้ปีที่ 5”... -
“สมเด็จพระวันรัต” แนะปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่วัยเด็ก
สมเด็จพระวันรัต บรรยายธรรมแก่คณะกรรมการ กอปศ.แนะโรงเรียนสอนคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก ย้ำทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกอปศ. ว่า กอปศ.ได้นิมนต์ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ วรวิหาร มาบรรยายธรรม โดยสมเด็จพระวันรัตเน้นย้ำ ให้เห็นความสำคัญของการสร้างคุณธรรมจริยธรรมทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการรณรงค์ให้ “โรงเรียนเป็นของเรา ไม่ใช่ของเขาจะได้ใส่ใจดูแลลูกหลานของเรา” ซึ่ง “เรา” นี้หมายถึงครอบครัว พ่อแม่ ชุมชน สังคม เป็นคำแนะนำที่ชัดเจนตรงกันที่เราต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม อีกประเด็น การศึกษามีคุณจริงแต่มีโทษมาก คือคนที่ทำผิดได้ละเอียดละออ เป็นคนที่มีความรู้มาก คนที่ความรู้น้องจะทำความผิดได้ตื้นๆ ทำให้เห็นความสำคัญว่าทำไมการศึกษาถึงต้องส่งเสริมเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
นอกจากนี้ สมเด็จพระวันรัต ได้แนะนำด้วยว่า คุณธรรมเป็นเรื่องนามธรรม แต่จริยธรรมเป็นรูปธรรม ดังนั้น ถ้าจะให้เกิดคุณธรรม ต้องจับที่เรื่องจริยธรรมคือการเรียนการสอน เน้นการปฏิบัติ... -
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน โลกหน้ามีจริงหรือไม่
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน โลกหน้ามีจริงหรือไม่
ปัญหา ปัญหาใหญ่ที่คนถกเถียงกันอยู่เสมอ ก็คือปัญหาที่ว่าโลกหน้าที่มนุษย์จะไปเกิดหลักจากตายแล้วมีจริงหรือไม่?
ในเรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้อย่างไรบ้าง?
พุทธดำรัสตอบ “..... ดูก่อนพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย บรรดาสมณพราหมณ์สองพวกนั้น สมณพราหมณ์ที่มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผล การบวงสรวงไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วแล้วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มี บิดาไม่มี อุปปาติกสัตว์ไม่มี สมณพราหมณ์ที่ไปโดยชอบ ปฏิบัติโดยชอบ ทำโลกนี้และโลกหน้าให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ประกาศให้รู้ทั่ว ไม่มีในโลกดังนี้ เป็นอันหวังข้อนี้ได้คือ จักเว้นกุศลธรรม ๓ ประการ นี้ คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต จักสมาทานอกุศลธรรม ๓ ประการ นี้ คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต แล้วประพฤติข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะท่านสมณพราหมณ์เหล่านั้น ไม่เห็นอานิสงส์ในเนกขัมมะ อันเป็นคุณฝ่ายขาวแห่งกุศลธรรม
ก็โลกหน้าที่อยู่จริง ความเห็นของผู้นั้นว่าไม่มีความเห็นของเขานั้นเป็นมิจฉาทิฐิ ก็โลกหน้ามีอยู่จริง... -
ท้าวสักกะ เทพราชาแห่งตาวติงสาภูมิ๒
ท้าวสักกะ เทพราชาแห่งตาวติงสาภูมิ๒ เขียนโดย สืบ ธรรมไทย
กาลเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป จักหาสิ่งใดจีรังยั่งยืนไม่มี หลังจากมฆมานพแลสหายได้ตายจากมนุษย์ ตัวเขาได้ไปอุบัติเป็นเทพราชันย์ผู้มีชื่อเสียงเกริกไกลพระนามว่า ท้าวสักกเทวราช หรือ พระอินทร์ ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ร่วมกับเทพพระสหายอีก ๓๒ พระองค์ ส่วนนางสุธรรมา นางสุนันทา และนางสุจิตราก็ตามมาเกิดเป็นเทพมเหสี
ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่ช้างพระราชทานก็ยังตามมาเกิดเป็นเทพบุตรอีก ชื่อว่า เอราวัณเทพบุตร คราใดที่องค์อมรินทร์จักเสด็จพระราชดำเนินไปงานพิธีสำคัญๆ เทพบุตรเอราวัณก็จักเนรมิตกายเป็นช้าง ๓๓ เศียรเตรียมรอให้องค์จอมเทพแลเทพพระสหายขึ้นประทับเสด็จยังงานพิธีนั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระบุญญานุภาพแลพระเดชานุภาพแห่งพระองค์ คงมีแต่นางสุชาดาคนเดียวที่ไม่ได้ตามมาเกิดด้วย เนื่องจากพอสิ้นอายุขัยนางก็ไปเกิดเป็นนกยาง อาศัยอยู่ข้างสระน้ำของซอกเขาแห่งหนึ่ง!
มฆมานพพออุบัติเป็นท้าวสักกะด้วยเทพวิสัยจึงทรงกำหนดจิตดูว่าภรรยาทั้งสี่ หลังจากตายจากมนุษย์พวกนางไปเกิดยังภพภูมิใดบ้าง? ทันใดก็ทรงทราบนางสุธรรมา นางสุนันทา... -
โคราชเตรียมถวายพระเพลิงสรีระสังขาร “หลวงพ่อคูณ” ปีนี้
โคราชเตรียมถวายพระเพลิงสรีระสังขาร “หลวงพ่อคูณ” ปีนี้
โคราชมีส่วนร่วมอนุโมทนากับกุสลจิตของหลวงพ่อคูณฯที่ท่านได้เสียสละร่าง เตรียมบำเพ็ญกุศลถวายพระเพลิงสรรีระสังขารปีนี้ คณะบดี ม.ขอนแก่นแจงยิบเป็นครูใหญ่นักศึกษากว่า 880 คน
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(30 ม.ค.61) ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานการประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมาและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อปท. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง โดยวาระการประชุมเรื่องสำคัญการจัดพิธีถวายเพลิงสรีระสังขาร พระเทพวิทยาคม(หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) โดยมีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น , รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และคณะบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมชี้แจงขั้นตอนต่างๆ โดยมีคณะลูกศิษย์ใกล้ชิด อาทิ “ไก่โต้ง” นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ อดีตเลขานุการหลวงพ่อคูณ และกรรมการวัดบ้านไร่ ลูกศิษย์ใกล้ชิด... -
ตำนานแห่งวิชา"เสือหัวขาด" ที่ตำรวจยังต้องขอให้ท่านเลิกสักให้ลูกศิษย์!!
เสือหัวขาดที่ถูกล่ามโซ่
กลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งที่มีวิชา ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งมีด ทั้งปืนผาหน้าไม้ต่างๆก็ไม่ระคายผิว จนกระทั้งเมื่อตำรวจจับได้ต้องประหารหรือฆ่าโดย จับถ่างขาแล้วเอาไม่แหลมสวนทวารจึงตาย พอตำรวจจับโจรกลุ่มนี้ได้นั้นก็เปิดเสื่อดูที่หน้าอก ปรากฎว่าพบลายสักของโจรกลุ่มนี้เหมือนกันหมดก็คือ ลายสักเสือหัวขาด ตำรวจจึงตามหาอาจารย์ที่สักลายเสือหัวขาดนี้เพื่อขอให้เลิกสักให้ลูกศิษย์ ปรากกฎว่าผู้ที่สักลายสักเสือคอขาดนี้เป็นหลวงปู่เจ้าอาวาสที่วัดเขานางนม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตำรวจจึงขอให้ท่านเลิกสัก จนมีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อไฉนท่านได้เดินทางไปที่ จ.ชลบุรี มีชาวบ้านได้เล่าถึงเรื่องราวของลายสักของหลวงปู่ท่านนี้ให้หลวงพ่อฟัง
หลวงพ่อท่านจึงเดินทางไปกราบท่านและขอเรียนวิชากับท่านที่วัดเขานางนม พอไปถึงพระลูกวัดก็บอกท่านว่าหลวงปู่ท่านอยู่ข้างบนศาลา ซึงเป็นที่หน้าแปลกใจคือพอหลวงพ่อท่านขึ้นไปกราบก็ไม่พบหลวงปู่ ท่านจึงลงมาถามพระลูกวัดอีกครั้งพระลูกวัดก็บอกว่าหลวงปู่นั่งอยู่ที่เดิมนั้นแหละ ท่านจึงกลับขึ้นไปอีกครั้งปรากฎว่าหลวงปู่ท่านนั่งยิ้มให้หลวงพ่อ... -
กำลังใจของผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ
กำลังใจของผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ
วันศุกร์ ณ บ้านอนุสาวรีย์ มีโยมได้นำวัตถุมงคล ๓ อย่าง ซึ่งเป็นของมีค่าที่สุดสำหรับชีวิตเขา มาถวายพระอาจารย์เล็ก และกล่าวอธิษฐานปรารถนาพระโพธิญาณ พระอาจารย์จึงได้เทศน์ให้ฟัง
ถาม : นึกถึงคนสมัยก่อนกับคนสมัยนี้เขามองต่างกัน สมัยนี้เขามองว่าการจุดไฟเผาตัวเอง(เพื่อปรารถนาพระโพธิญาณ) เป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก แต่พอนึกถึงกำลังใจคนสมัยโบราณ เขาไม่ได้ดูที่การกระทำ เขาดูที่กำลังใจ
ตอบ : และโดยเฉพาะเขาเข้าใจว่าทำเพื่ออะไร ก็เลยมีคนโมทนาเยอะ
ถาม : ทำอย่างไรจึงจะเข้าใจครับ ?
ตอบ : เกิดบ่อย ๆ ถ้าเกิดบ่อยจนเข้าที่ เดี๋ยวก็เข้าใจทุกอย่างเอง
การที่ตัดใจสละสิ่งที่ตัวเองรัก ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ภายนอกมาก ๆ เลย เพราะว่าข้าวของอย่างนี้นับว่าเป็นโลกียทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่ยังข้องเกี่ยวอยู่กับโลก พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอนว่า ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ก็ให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ อย่างเช่นว่า เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา จะต้องผ่าตัด เงินทองไม่พอ ก็อาจจำเป็นจะต้องสละทรัพย์ ก็คือ ไปจำหน่าย หรือสละเงินสละทองเพื่อรักษาตนเอง ก็จะได้รักษาอวัยวะของตนไว้ได้ แต่ท่านสอนต่อไปว่า... -
ถ้าเรามาคิดถึงว่าเราเกิดมาเพื่อโลกเราเกิดมาเพื่อทรัพย์สินสมบัติ
"ถ้าเรามาคิดถึงว่าเราเกิดมาเพื่อโลกเราเกิดมาเพื่อทรัพย์สินสมบัติ เราเกิดมาเพื่อความครองเรือน เราเกิดมาเพื่อมีลูกมีเต้า
เราเกิดมาเพื่อทรัพย์สินแผ่นดิน ..ก็คิดผิด เราไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น แต่ทีนี้ถ้าหากว่า เรามีการมีงานเราทำเป็นเจ้าของ มีทรัพย์สินสมบัติทุกประการสมบัติเหล่านั้นให้ความสุขเราก็จริง ..จริงเพียงว่า ให้ความสุขในปัจจุบันคือ ในปัจจุบันชาตินี้แต่ว่าทรัพย์สินสมบัติเหล่านั้นไม่มีประโยชน์เมื่อเราตายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์เพราะเราจะกลับคืนมาปกครองสมบัติเหล่านั้นอีกก็ไม่ได้และเราจะเอาตามไปด้วยก็ไม่ได้
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะเอาไปได้ คือ "สมาธิ" ที่เราพากันทำอยู่นี้เองแม้จะเท่าปีกริ้น คือนิดหนึ่ง หรือแม้จะเท่าสักไก่ปรบปีกนิดหนึ่งเท่านั้นก็ยังเป็นเชื้อที่มีความดีมากเหลือหลาย"
หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
ขอบคุณที่มา -
น้อมรำลึก"หลวงตามหาบัว" หลวงปู่สายระลึกชาติ เล่าว่าเคยพบหลวงปู่มหาบัวมาแล้วถึง ๙ ชาติ!
(หลวงปู่สาย เขมธัมโม)
"หลวงปู่สาย เขมธัมโม" แห่งวัดป่าพรหมวิหาร จังหวัดหนองบัวลำภู มักจะเล่าธรรมะเกี่ยวกับเรื่อง "ภพชาติ" ให้ลูกหลานฟังเพื่อให้กลัวภัยในการเกิด และสอนว่า การที่คนเราประสบพอเจอกันนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ครั้งหนึ่ง หลวงปู่สายเล่าว่า
"คนเราเกิดมาไม่ใช่เพิ่งจะมาเจอกันเลยนะ
มันต้องเคยพบเคยเจอกันมา...ไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่ง
คือเรามานั่งฟังหลวงปู่อยู่นี่ มันต้องเคยเกิดร่วมกันมาก่อน
บางคนเคยเกิดเป็นสามีภรรยา เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เคยเป็นครูบาอาจารย์กันมาก่อนนะ ... ถึงจะมาเจอกันได้
อย่างหลวงปู่นี่ก็เคยสงสัยนะ...กับอาจารย์มหาบัว หลวงปู่มหาบัวนี่ (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เป็นอะไรถึงได้มาเป็นอาจารย์ ... ก็เลยกำหนดถามไป"
"มีเสียง (ธรรม) ตอบมาว่า ชาตินี้เป็นชาติที่ ๙ แล้ว ... จะไม่มีชาติต่อไปอีก"!!
"โอ้! มันไม่ใช่นะธรรมดานะ...ภพชาติ เพราะฉะนั้นเราต้องทำความดีไว้"
ที่มา : Facebook - วัดป่าพรหมวิหาร (หลวงปู่สาย) @ หนองบัวลำภู : ท่องถิ่นธรรม พระกรรมฐาน
เรียบเรียงโดย
อุทัย เลิกสันเทียะ
http://www.tnews.co.th/index.php/contents/408151 -
"เฉยๆ แล้วทุกข์จะไม่เกิด"
"เฉยๆ แล้วทุกข์จะไม่เกิด"
ความทุกข์ไม่ได้ดับไปจากการที่เราไปทำไปแก้สิ่งที่เราอยาก ถ้าเราไปแก้ที่ความอยาก เราหยุดความอยาก เราปล่อยให้สิ่งที่เราอยาก เป็นอะไรก็เป็นไป จะไปก็ไป จะอยู่ก็อยู่ จะไม่มาอยากให้อยู่หรืออยากให้ไป ใจก็จะไม่ทุกข์ ใจก็ดับทุกข์ได้ เพราะใจเห็นด้วยปัญญาเห็นด้วยมรรค ว่าเขาจะไปก็ไปห้ามเขาไม่ได้ เขาจะอยู่ก็ไปห้ามเขาไม่ได้ เขาจะด่าก็ห้ามเขาไม่ได้ เขาจะชมก็ห้ามเขาไม่ได้ นี่เรามองไม่เห็นตัวนี้ พอใครด่าขึ้นมาปั๊บนี่ ขึ้นเลย พอใครชมปั๊บนี่ ขึ้นเหมือนกัน ขึ้นอีกทาง ลอย ลอยขึ้นไปบนฟ้า ยิ้มแป้น พอใครด่าปั๊บก็หน้าคว่ำหน้างอ เพราะอยากให้เขาไม่ด่า อยากให้เขาชม แต่ถ้าเข้าไปถึงข้างในแล้วจะรู้ว่า อยากไม่ได้ อยากให้เขาชมก็ไม่ได้ อยากให้เขาไม่ด่าก็ไม่ได้ ต้องเฉยๆ ต้องเฉยๆ แล้วทุกข์จะไม่เกิด เขาด่าก็เฉยๆ เขาชมก็เฉยๆ ทุกอย่างก็เหมือนกัน เงินทองก็อยากไม่ได้ อยากให้มาก็ไม่ได้ อยากให้อยู่กับเราไม่จากเราไปก็ไม่ได้ เวลามันจะมามันก็มา เวลามันจะไปมันก็ไป เราต้องเฉยกับการมากับการไปของมัน ถ้าเราไม่เข้าข้างในเราจะเฉยไม่ได้ ถ้าใจเราเข้าข้างในแล้วเราจะเฉยได้ เพราะใจเราสงบใจเรามีความสุข... -
เมตตา....ประกอบด้วยปัญญา
หลวงพี่รูปหนึ่งนั่งสมาธิอยู่ริมน้ำ ได้ยินเสียงดิ้นรนในน้ำก็ลืมตาขึ้น เห็นแมงป่องตกอยู่ในน้ำ. ท่านก็ใช้มือช้อนมันขึ้นมา ขณะเดียวกันแมงป่องก็ชูหางขึ้นแล้วต่อยไปที่มือท่าน ท่านปล่อยแมงป่องลงที่ฝั่ง แล้วหลับตาทำสมาธิต่อ.
ผ่านไปสักครู่ก็ได้ยินเสียงดิ้นรนในน้ำอีก ท่านลืมตาขึ้น เห็นแมงป่องตกลงไปในน้ำอีก ก็เอามือช้อนมันขึ้นมาอีก
แน่นอนแมงป่องก็ต่อยไปที่มือท่านอีก ท่านก็หลับตาทำสมาธิต่อ
ผ่านไปสักครู่ เหตุการณ์ก็ได้เกิดขึ้นซ้ำอีก
หลวงตาที่อยู่ข้างๆก็พูดขึ้น "ท่านไม่รู้หรือว่าแมงป่องมันต่อยคน?"
หลวงพี่ตอบว่า "รู้ โดนมันต่อยสามครั้งแล้ว"
หลวงตาพูดว่า "แล้วท่านทำไมยังจะช่วยมันอีก"
หลวงพี่ตอบว่า "การต่อยคนเป็นสัญชาตญาณของมัน.
แต่ความเมตตาเป็นสัญชาตญาณของเรา.
สัญชาตญาณของมันไม่สามารถมาเปลี่ยนสัญชาตญาณของเรา"
ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงดิ้นรนในน้ำอีก แมงป่องตัวเดิมนั่นแหละ
หลวงพี่ไม่รีรอ เตรียมที่จะนำมือที่บวมเป่ง ยื่นไปช่วยมัน
ขณะเดียวกัน หลวงตาก็ยื่นกิ่งไม้ให้กับหลวงพี่. ท่านก็นำกิ่งไม้ช้อนแมงป่องขึ้นมา
หลวงตายิ้มและพูดว่า
"ความเมตตานั้นดี... -
รัฐบาลจี้พศ.ปฏิรูปกิจการพุทธให้สำเร็จ
วันนี้ (29 ม.ค.)นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) บรรยาพิเศษ ในการการฝึกอบรม สอบความรู้พระอุปัชฌาย์ ปี2561 ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้รัฐบาล พศ. สนองงานคณะสงฆ์ เพื่ออุปถัมภ์ คุ้มครอง พระพุทธศาสนาให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน จึงทำให้เกิดการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาขึ้น ซึ่งการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาขณะนี้คณะสงฆ์ได้ทำงานคืบหน้าไปไกลกว่าพศ. โดยคณะสงฆ์สามารถเดินไปด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ตนจะประชุมร่วมกับผู้บริหารพศ. จะเน้นย้ำให้ใช้วิกฤติเป็นโอกาสปรับภาพลักษณ์องค์กร สนับสนุนงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาให้สำเร็จ และสร้างการรับรู้แก่สังคมด้วยว่าการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเดินหน้าไปอย่างไรบ้าง และการทำงานของตนกับคณะสงฆ์ จะยึดหลักการทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมปรึกษา หารือ ในทางสร้างสรรค์
พระราชวรมุนี (พล อาภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม คณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา(คปพ.) กล่าวว่า... -
ศูนย์จาริกบุญอินเดียพร้อมให้บริการ
วันนี้ (29 ม.ค.) นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เปิดเผยว่า ตามที่ศน.โดยกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษา ดำเนินการส่งเสริมให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เป็นเครือข่ายปฏิบัติงานในโครงการต่างๆของศน.เดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน4ตำบล ประเทศอินเดีย–เนปาล ระหว่างวันที่ 3-10มีนาคม2561และรุ่นที่ 2เดินทางระหว่างวันที่10-17มีนาคม2561นั้น ศน.ได้ร่วมกับพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล โดยพระธรรมโพธิวงค์ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาลเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่จะเดินทางไปประกอบศาสนกิจดังกล่าว จำนวน9ศูนย์แล้ว ได้แก่ วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล1ศูนย์และที่ประเทศอินเดีย 8 ศูนย์ ได้แก่ ที่วัดไทยกุสินารา,วัดไทยพาราณสี,วัดไทยพุทธคยา,วัดไทยสารนาถ,วัดไทยเชตวันมหาวิหาร,วัดไทยนวราชรัตนาราม,วัดไทยนวมินทร์ธัมมิกราช และวัดอโยธยารามราชธานี
“ศูนย์อำนวยความสะดวกพุทธศาสนิกชนที่ศน.ร่วมกับพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558เพื่ออำนวยความสะดวกให้คณะพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน ได้สอบถามข้อมูล แจ้งปัญหาการเดินทาง การเจ็บป่วย หรือประสานสถานทูต... -
แนะยึดหลักพอเพียงร.9-คำสอนพุทธเจ้าทำสังคมยั่งยืน
วันนี้(29 ม.ค.) ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะอธิการบดีมจร. เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และสังคม ระดับชาติ CSD สัมพันธ์ครั้งที่ 17 คุณธรรมจริยธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยพระพรหมบัณฑิต กล่าวว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 รวมทั้งหลักโอวาทปาติโมกข์ของพระพุทธเจ้า เป็นหลักแห่งการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม หากยึดหลักดังกล่าวในการพัฒนาสังคมจะเป็นไปได้อย่างยั่งยืน
ด้านพระครูปริยัติกิตติธำรง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มจร. กล่าวว่า โครงการ CSD สัมพันธ์ หรือ Community Social Development เกิดจากพัฒนาการความร่วมมือของมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพอาจารย์ การเรียนการสอนที่ตอบสนองกับการปฏิบัติงาน และการแก้ไขปัญหาของชุมชน สังคม รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้มีความเป็นวิชาชีพในสาขาพัฒนาชุมชนและสังคมมากขึ้น โดยในปีนี้... -
"พุทโธขับไล่ผีได้"
ธรรมทาน
๒๘-๑-๒๕๖๑
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
"พุทโธขับไล่ผีได้"
ในกลางพรรษานั้น มีชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง ยังไม่ได้เข้ามา
รับการฝึกอบรมปฎิบัติ รับพระไตรสรณาคมน์
พวกเขายังมีทิฐิผิด เชื่อถือและนับถือผิด ยังถือฤกษ์ วันเดือน
ปีดีร้าย ถือพระภูมิเจ้าที่ ภูมิปีศาจ ทำการเซ่นสรวงบูชาที่คนเข้าใจ
ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ชาวบ้านกลุ่มนี้ ถูกผีเจ้าภูตามาเข้าสิง อาละวาดก่อกวนคนในกลางบ้านบ่อยๆ
เข้าสิงคนนั้น ออกจากคนนั้น ไปเข้าคนโน้น ออกจากคนโน้นมาเข้าคนนี้
ดูวุ่นวายไปทั้งหมู่บ้าน
ทำให้ผู้คนล้มตายไปแล้วก็มี ที่ยังไม่ตายก็มี ทำให้ชาวบ้าน
ได้รับความเดือดร้อน ด้วยผีที่เข้ามาอาละวาดเบียดเบียนอยู่ไม่เป็นสุข
ตรงกันข้าม สำหรับในกลุ่มผู้มีศรัทธา มีความเลื่อมใส รับและเคารพเชื่อถือ
ตั้งอยู่ในคุณพระรัตนตรัย ไม่ถือมงคลภายนอก
ถือแต่คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก ได้เข้าวัด ฟังธรรม
จำศีล ภาวนา ทำบุญทำทานเป็นประจำ ไม่มีปัญหาถูกผีเจ้าภูตา
ตามมาอาละวาดแต่อย่างใด
คนกลุ่มหลังเห็นผีเข้าไปอาละวาดเบียดเบียน ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง
จึงได้ชวนกันไปกราบเรียนหลวงปู่ว่า
"เวลานี้พวกผี ปีศาจ เข้าไปอาละวาดก่อกวนชาวบ้านมาก... -
พระสารีบุตรสอนธนัญชานิพราหมณ์
พราหมณ์คนหนึ่งได้รับแต่งตั้งจากพระราชา ให้ทำหน้าที่เก็บส่วยข้าวกล้าจากประชาชนเข้าคลังหลวง โดยที่พระราชาทรงกำชับว่าให้เก็บเท่าที่จำเป็น ไม่ให้ราษฎรเดือดร้อน แต่เขาไปเก็บเอาข้าวกล้ามาเกือบหมด โดยอ้างกับราษฎรว่า “ข้าวกล้าในคลังหลวงมีน้อย พระราชาทรงสั่งให้เรามาเก็บไปอย่างนี้ พวกท่านอย่าได้คร่ำครวญไปเลย”
แล้วไปกราบทูลพระราชาว่า “ฤดูกาลนี้ ชาวบ้านได้ผลผลิตน้อย ข้าพระองค์ไม่อาจเบียดเบียนพวกเขาได้ จึงเก็บมาไม่มาก พระเจ้าข้า”
เขาอาศัยการ “ฉ้อราษฎร์” และ “บังหลวง” เช่นนี้ เอาข้าวเข้าบ้านตนเองเป็นอันมาก แล้วส่งเข้าคลังหลวงเพียงเล็กน้อย
พราหมณ์ให้เหตุผลว่า เขาจำเป็นต้องทำอย่างนี้ เพราะเขาต้องเลี้ยงพ่อแม่ ต้องเลี้ยงลูกเมีย ต้องเลี้ยงข้าทาสบริวาร ต้องเลี้ยงเพื่อนฝูงมิตรสหาย ต้องเลี้ยงญาติพี่น้อง ต้องต้อนรับแขกที่มาหา ต้องทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ ต้องเซ่นสรวงเทวดา ต้องส่งเงินภาษีให้รัฐ ต้องเลี้ยงดูตนเอง
พระสารีบุตรได้ถามพราหมณ์คนนั้นว่า…
“ใครที่ประพฤติอธรรม ละเมิดศีล ๕ หรือทำอกุศลกรรมบถ ๑๐ ไม่ว่าจะทำเพื่อเลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงลูกเมีย เลี้ยงบริวาร หรืออื่น ๆ ก็ตาม
(อกุศลกรรมบถ ๑๐... -
การเป็นอรหันต์อยู่ที่มรณานุสสติกรรมฐาน ตัวเดียวเป็นสำคัญ
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
...การเป็นอรหันต์อยู่ที่มรณานุสสติกรรมฐาน ตัวเดียวเป็นสำคัญ ในด้านสมถะเราเรียกว่า "มรณานุสสติกรรมฐาน" ในด้านวิปัสสนาเราเรียกว่า สักกายทิฏฐิ คือ พิจารณาว่าร่างกายที่ประกอบไปด้วยธาตุ ๔ นี้ มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา เมื่อเราไม่ยึดถือร่างกายของเราเสียอย่างเดียว จิตมันก็หมด หมดอารมณ์เกาะ กำลังของตัณหาคือความอยากไม่มี เมื่อจิตมันไม่ติดในร่างกายเสียอย่างเดียว คำว่า
ความอยากอย่างอื่นมันก็หมดไป...
จาก ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๒๗๓ หน้า ๕๔
โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
********************************************** -
ฮือฮาพระเยอรมันสอบผ่านพระอุปัชฌาย์ตามระบบสงฆ์ไทยรูปแรก
วันนี้ (28 ม.ค.)ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ มีพิธีการมอบตราตั้งพระอุปัชฌาย์ในการฝึกอบรมหรือสอบความรู้ โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก พระวิสุทธิวงศาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานมอบตราตั้งแก่พระอุปัชาย์ใหม่ที่ผ่านการสอบ จำนวน 200 รูป โดยพระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะเลขาธิการสมัชชามหาคณิสร กล่าวว่า ครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ตนได้อนุโมทนาแก่พระครูอุบลภาวนาวิเทศ (เฮ็นนิ่ง เกวลี) เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดป่านานาชาติ ที่ได้ผ่านการสอบเป็นพระอุปัชฌาย์ตามระบบคณะสงฆ์ไทย แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ออกตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ซึ่งที่ผ่านมามส.ได้เปิดโอกาสให้เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เช่น... -
อานิสงส์ที่เกิดขึ้นจากการภาวนานี้มีอานิสงส์มากนะ
อานิสงส์ที่เกิดขึ้นจากการภาวนานี้มีอานิสงส์มากนะ
ครูบาอาจารย์เป็นแค่เพียงผู้บอกผู้ชี้แนวทาง
การกระทำเป็นเรื่องของเราทั้งหลายเอง
วันหนึ่งๆ เฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะนอน
ให้ไหว้พระ สวดมนต์ แล้วนั่งภาวนา เอาเพียง ๑๐ นาที
ในรอบวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง ขอเพียง ๑๐ นาที เป็นการภาวนา
เพื่ออบรมจิตใจเราให้สงบ ระงับอารมณ์วุ่นวายทั้งหลาย
ต้องทดสอบเจ้าของ บังคับเจ้าของ ไม่อย่างนั้นหาความดีไม่ได้นะ
ไม่ได้ขอมากละ เอาวันหนึ่ง เวลาจะหลับจะนอน ขอให้ได้ ๑๐ นาที ก็ยังดี
ใน ๒๔ ชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่ง ๖๐ นาที ขอเพียง ๑๐ นาทีเท่านั้น ไม่ได้เชียวเหรอ
ให้บังคับตัวเอง ภาวนาให้ได้วันละ ๑๐ นาที เอ้าให้ได้ มันไม่ตายหรอก
ธรรมอันมีคุณค่าเข้าหัวใจตนเองเพียง ๑๐ นาที มาบำเพ็ญจิตใจ
ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งภาวนา ขอ ๑๐ นาที เป็นประจำ
นอกจากนั้น ให้ท่านทั้งหลาย เสาะแสวงหาเอง
เพื่อความดีสำหรับท่านทั้งหลายเอง
ครูบาอาจารย์เป็นแค่เพียงผู้บอกผู้ชี้แนวทาง
การกระทำเป็นเรื่องของเราทั้งหลายเอง
ดังพระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงไว้
เราภาวนานั่งตลอดรุ่ง หามรุ่งหามค่ำ ไม่งั้นจะมาพูดเพื่ออะไร
เราพูดเพื่อเป็นคติ นี่ไม่ได้ถึงตลอดรุ่งอะไร เราเพียงขอ ๑๐ นาที... -
สังขารุเปกขาญาณ
สังขารุเปกขาญาณ
"สังขารุเปกขาญาณ" ก็หมายถึงการวางเฉย ไอ้ความจริงวางเฉยนี่มันพูดไปตามตัวหนังสือ หนังสือนะถ้าวางไว้มันก็เฉย เฉยไหม เฉยก็ตายแล้วใช่ไหม ไอ้คำว่าวางเฉยในที่นี้ก็หมายความว่า เราก็คิดว่าชีวิตนี้มันมีความทุกข์ ถ้าเราจะต้องเกิดอีกมันก็มีสภาพแบบนี้ คนที่มีฐานะต่ำที่สุด ที่เรียกกันว่า"มหาทุคตะ" คือจนมาก กับคนที่มีระดับถึงมหาเศรษฐีก็มีสภาพเท่ากันคือทุกคนก็มีทุกข์ใช่ไหม
เพราะมีความหิวเหมือนกัน มีหนาวเหมือนกัน มีร้อนเหมือนกัน มีปวดอุจจาระปัสสาวะเหมือนกัน มันเป็นความทุกข์ แล้วเราทำยังไง เราก็ต้องคิดว่าต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องการเกิด ใช่ไหม! อารมณ์ที่ต้องการความเกิดไม่มีสำหรับเรา เราปฏิเสธการเกิดเสียเลย เราจะมีการเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย นี่เป็นการตัดอวิชชา อันนี้ถือว่าเฉยในการเกิดเสีย ใช่ไหม!
แต่ว่าเฉยในการเกิด มันไม่ได้เฉยในอารมณ์ของความเป็นทุกข์ ไอ้ความทุกข์ทางกายมันยังคงมีอยู่ ยิ่งทุกข์มากเท่าใดเราก็มีความเบื่อมากเท่านั้น นี่เป็นเครื่องเตือนใจนะถ้าเราเห็นว่าร่างกายมันเป็นทุกข์ หรือความเป็นอยู่มันเป็นทุกข์ เกิดมานี่ไปทางไหนมันก็ทุกข์ทั้งหมด มันเป็นตัวอริยสัจ
อริยสัจ... -
พิจารณาขันธ์ ๕ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วันนี้วันพระตรงกับวันอังคารที่ ๑๖ มกราคม แรม ๑๕ ค่ำ เดิอน ๒ ปีระกา
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
เรื่อง..พิจารณาขันธ์ ๕
๒๓๕) ในเมื่อเราเห็นว่าร่างกายเต็มไปด้วยความสกปรกแล้ว เราก็ยังคิดรักร่างกายเราอีกหรือ เราจะเห็นว่าร่างกายของเราจุดไหนมันเป็นส่วนสะอาด นี่พระพุทธเจ้าให้คิดแบบนี้น่ะ ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ พิจารณาหาความชั่วของร่างกาย นี่ถ้าสิ้นลมปราณอย่างเดียว สิ่งสกปรกทั้งหลายมันหลั่งไหลออกมา
แล้วก็เราเองเวลานี้ยังมีลมปราณ กำลังของจักรกลทั้งหลาย ในร่างกายยังมีเครื่องบังคับ ไอ้สิ่งสกปรกทั้งหลายเหล่านี้มันยังไม่ปรากฏ แต่ความจริงมันมีอยู่แล้ว
ฉะนั้น ก็จงคิดว่าที่องค์สมเด็จพระประทีปแก้วบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนให้เราเห็นว่าร่างกายเป็นของปฏิกูลน่าเกลียด เป็น “อสุภกรรมฐาน” หาความสะอาดไม่ได้ เป็นสิ่งโสโครก นี่เป็นความจริง
แล้วไอ้การพิจารณาเห็นว่าเป็นความจริง นี่ต้องเป็นเอกัคคตารมณ์นะ คือมีอารมณ์เป็นหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นซากศพเป็นของน่าเกลียดฉันใด นึกถึงร่างกายของเราขึ้นมาเมื่อไร ก็คิดว่าร่างกายของเรานี่ไม่ช้ามันก็เน่าแบบนี้ ไม่น่าคบ ถ้าเราจะเกิดมาเอาร่างกายแบบนี้อีก เราก็โง่เต็มที... -
การเข้าถึงพระกรรมฐาน
การเข้าถึงพระกรรมฐาน
โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
การเจริญพระกรรมฐาน ไม่ได้หมายความว่า
ใช้เวลานั่งสมาธิเสมอไป ถ้าเราใช้แต่เวลา
ที่นั่งสมาธิ มีเวลาสงัด จิตใจของเราจึงจะ
กำหนดถึงพระกรรมฐาน อย่างนี้ใช้ไม่ได้
เนื้อแท้การเจริญพระกรรมฐานกองใด
กองหนึ่งก็ตาม ต้องใช้อารมณ์ของเรานี้
นึกถึงกรรมฐานเป็นปกติตลอดวัน อย่างนี้
จึงจะได้ชื่อว่า ท่านเข้าถึงพระกรรมฐาน
และพระกรรมฐานเข้าถึงท่าน
******************************************* -
มส.สั่งวัดทั่วประเทศจัดศาสนพิธีใหม่อย่าเหมือนเชื้อพระวงศ์
วันนี้( 27 ม.ค.) นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษกพศ.คนที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม(มส.) ได้ลงนามในมติมส.ครั้งที่ 2/2561 เรื่องการจัดสถานที่และอุปกรณ์ในการจัดพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งในการประชุมมส.เสนอว่า ปัจจุบันมีวัดต่างๆทั่วประเทศทั้งพระอารามหลวง และวัดราษฎร์ได้จัดให้มีกิจกรรมทางศาสนาในโอกาสต่างๆ เช่น พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9หรือถวายพระราชกุศลพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล เป็นต้น ซึ่งแต่ละวัดได้มีการจัดสถานที่และของเครื่องใช้อย่างประณีตสวยงาม โดยเฉพาะประธานในพิธีจะมีการจัดที่นั่งและของใช้ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เพื่อให้วัดทั้งหลายได้มีแนวปฏิบัติเห็นควรกำหนดให้เป็นข้อปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ดังนี้ 1.การจัดสถานที่ กรณีพระสงฆ์เป็นประธาน ให้ดำเนินการปูลาดพรมลอยสีแดงก่อนแล้วตั้งแท่นรองเก้าอี้แล้วปูลาดพรมลอยสีแดงบนแท่นอีกผืนหนึ่งแล้วตั้งเก้าอี้... -
“ศิษย์มือใหม่อยากสงเคราะห์คนโดนของ”.. (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ )
“…ศิษย์มือใหม่อยากสงเคราะห์คนโดนของ…”
เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะสวนทางกับโลกยุคใหม่ ที่พบว่าในขณะที่โลกกำลังเจริญทางวัตถุ แต่ไสยศาสตร์ก็ยังคงดำเนินไป มิได้สาบสูญไปไหน เพราะเหตุคือมิจฉาอาชีวะที่หาทรัพย์ได้โดยง่าย แม้จะเป็นการเบียดเบียนผู้อื่นก็ตาม
ศิษย์มือใหม่ของหลวงปู่หลายคนที่บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์และสันนิษฐานว่าอาจมีสาเหตุมาจากคุณไสย เช่น อาการเจ็บป่วยที่หมอตรวจไม่พบ ครั้นลองอธิษฐาน ข้าวก้นบาตรหลวงปู่ (ที่ตากแห้งไว้) ให้คนป่วยกิน ก็เกิดอาการอาเจียนทันที หลังจากนั้นไม่นานก็หาย กรณีนี้ก็จบลงด้วยดี
โดยปกติเรื่องคุณไสยหรือการทำของก็มักมีเรื่องของผีมาผสมโรงด้วยเสมอ ซึ่งครั้งหนึ่ง ผีได้ปรากฏร่างให้เด็กน้อยเห็นเป็นคนร่างใหญ่มีขนเต็มตัว ตาแดงกล่ำ ยืนอยู่ในบ้าน คุณแม่เด็กซึ่งไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็ติดต่อมาทางลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่ง ลูกศิษย์คนนั้นก็ตอบว่าเขาไม่มีความรู้อะไรทางนี้เลย แต่ก็ได้นำวัตถุมงคลของหลวงปู่ติดไปฝากไว้ให้ พร้อมกับยืนอธิษฐานแผ่เมตตาตรงตำแหน่งที่เด็กน้อยเห็นผี
ในตอนขากลับ เหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดกับลูกศิษย์หลวงปู่คนนั้น กล่าวคือในขณะขับรถกลับ อยู่ ๆ เบรคก็ไม่ทำงาน... -
“รับให้ถูกต้อง” ... (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)
“…รับให้ถูกต้อง…”
วัตถุมงคลของหลวงปู่มีให้บูชาที่วัด ผู้เขียนเคยมีคำถามเรื่องนี้กับหลวงปู่
“หลวงปู่ครับ ถ้าสมมุติว่าผมมีพระแพงๆ เช่น พระรอด แล้วผมจะนำไปให้เขาบูชา แต่เงินที่ได้ผมจะนำมาทำบุญจะบาปไหมครับ”
หลวงปู่ท่านตอบว่า “ถ้าบาปข้าต้องบาปแน่ เพราะข้าขายพระเต็มศาลา”
ผู้เขียนแย้งว่า “แต่หลวงปู่ไม่ได้ใช้เงินเอง”
หลวงปู่ท่านจึงสรุปว่า “อย่างไรข้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ขาย แต่จุดประสงค์ข้าทำเพื่อวัดวา ไม่ใช่ทำเพื่อข้า”
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยู่ที่เจตนา ซึ่งหลวงปู่ท่านเน้นว่า
“เจตนา คือ ตัวบุญ”
เมื่อก่อนที่หลวงปู่ยังแข็งแรง ผู้ที่บูชาพระแล้วก็มักจะนำมาให้หลวงปู่ประสิทธิ จนกระทั่งเมื่อท่านป่วยไม่ค่อยแข็งแรง ผู้บูชามักเกรงใจ ไม่ให้ท่านเป็นผู้ประสิทธิ แม้กระนั้น หลวงปู่ยังอดไม่ได้ด้วยความเมตตา เพราะท่านบอกว่า เพื่อกำลังใจและความศรัทธา เนื่องจากทุกคนต้องสละทรัพย์ ที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะที่ท่านประสิทธิให้กับผู้บูชารายหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน เมื่อเสร็จแล้วท่านพูดว่า “แกรับพระยังไม่ถูก” ผู้รับเกิดความสงสัย หลวงปู่ท่านจึงอธิบายต่อ…... -
“…ศีล…คืออะไร…”
“…ศีล…คืออะไร…”
“…ศีลนี่เป็นหลักพุทธศาสนา เราดูซิศีลคืออะไร ศีลคือความงามในเบื้องต้น งามท่ามกลาง และงามที่สุด ในบาลีท่านกล่าวว่า อทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ กลฺยาณํ คือความงาม งามเบื้องต้นคืออะไรเล่า เป็นผู้มีศ๊ล อะไรเป็นศีลเล่า ท่านบอกว่า สำรวมกายวาจาใจให้เรียบร้อย ดูซิกายเราเรียบร้อย วาจาเราเรียบร้อย ใจเราเรียบร้อย ไม่ได้ทำโทษน้อยใหญ่ทั้งกายทั้งใจแล้ว นี่จึงเรียกว่าเป็นผู้มีศีล
ศีล แปลว่า ความปกติกาย ปกติใจ เดี๋ยวนี้ ใจเราปกติหรือยังไม่ปกติ มันเป็นอย่างไร ถ้าใจมันปกติ มันก็ไม่พิกลพิการ มันไม่ทะเยอทะยาน เรื่องเป็นเช่นนี้ กายของเราปกติ มันก็ไม่พิกลพิการ ให้พิจารณาดูซิ ทำจิตให้เป็นปกติเหมือนกับก้อนหิน ลมพัดมาทุกทิศทั้งสี่ก็ไม่หวั่นไหว นี่เราก็ทำใจเราเหมือนก้อนหิน ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ดีชั่วไม่เป็นเหมือนเขาว่า เมื่อเราไม่ดีแล้วเขาว่าดี มันก็ไม่ดีครือเขาว่า เมื่อเราดีแล้วเขาว่าไม่ดี ก็ไม่เป็นเหมือนเขาว่า เราก็ดูซิ ให้เห็นซิ นี่แหละจิตของเราเป็นศีล เราก็รู้จัก ตามที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น นี่ให้พากันพึงรู้พึงเข้าใจ…”
โอวาทธรรมส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ภาพ ชีวประวัติและปฏิปทา... -
ฆ่าเชื้อโรคบาปหรือไม่?
ฆ่าเชื้อโรคบาปหรือไม่?
โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
มีคนเป็นหมอได้รับฟังมาว่าหมอทำลายเชื้อโรค
ทำลายพยาธิ เขาบอกว่าเชื้อโรคและพยาธิ
มันมีชีวิตมันเป็นปาณาติบาต
หลวงพ่อได้เมตตาตอบว่า นั่นมันนอกจากที่
พระพุทธเจ้าสอน พระพุทธเจ้าเอง ก็มี
หมอชีวกโกมารภัจน์รักษาโรค
ถ้ามันบาปจริงๆ พระพุทธเจ้าต้องสั่งให้พระ
ทุกๆ องค์ไม่ต้องรักษาโรค จะเป็นอะไร
ให้มันเป็นไป นี่ท่านสั่งให้รักษา ถ้าป่วยไข้
ไม่สบายต้องไปหาหมอรักษา หายามากิน
ก็รวมความว่าขึ้นชื่อว่าเชื้อโรคในร่างกาย
ทั้งหมดไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่เราจะต้องฆ่าให้ตาย
เพราะมีบาปมันอาจจะตายแต่เราจะไม่มีบาป
ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งก็เลยหมดสงสัย
***********************************************
หน้า 322 ของ 440