คลังเรื่องเด่น
-
"อานุภาพ ของพุทโธ" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"อานุภาพ ของพุทโธ" (สมเด็จพระญาณสังวร)
" .. สุภาพสตรีมีอายุแล้วผู้หนึ่ง "ภาวนาพุทโธอยู่ไม่ว่างเว้น เชื่อมั่นหนักหนาในอานุภาพของพระพุทโธ" เพราะได้ประสบด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก
วันหนึ่งลงเล่นน้ำในแม่น้ำ "รู้สึกมีมือมาจับขาทั้งสองดึงจนจมลง" ดิ่งลึกลงทุกทีโดยที่ขัดขืนไม่ได้ผล มีความรู้สึกว่าจะต้องตายแน่แล้ว ความคุ้นเคยทำให้นึกได้ว่า "ผู้ใหญ่เล่าไว้ว่า" ให้บอกทางสวรรค์แก่ผู้ใกล้จะตายว่า "ให้นึกถึงพุทโธ พุทโธ"
"เธอนึกถึงพุทโธทันทีและทันทีมือที่กำลังดึงเธอลิ่วลงน้ำก็หลุดออก" เธอลอยลิ่วขึ้นพ้นน้ำ พ้นความตาย "ด้วยพระมหากรุณาของพระพุทธเจ้าปกป้อง เธอจึงภาวนาพุทโธตลอดมาจนทุกวันนี้" .. "
"แสงส่องใจ สังฆราชา"
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙
ขอบคุณที่มา:- http://www.dhammathai.org/monktalk/dbview.php?No=1241 -
ศีล สมาธิ ปัญญา (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
พวกเราทั้งหลายถือว่าเป็นบุคคลที่มีโชคอย่างยิ่งที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ฟังธรรมแล้วน้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อความสุขของตนเองทั้งในปัจจุบัน ในอนาคต และประโยชน์สุขสูงสุด คือหลุดพ้นไปสู่พระนิพพาน
ในเมื่อพวกเราทั้งหลายเกิดมาพร้อมกับความโชคดีเห็นปานนี้แล้ว เราก็ต้องรักษาความโชคดีของเราเอาไว้ การที่เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นต้องถือว่าเรามีต้นทุนมาเพียงพอ ถ้าต้นทุนไม่พอ เราก็ไม่มีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน ต้นทุนของการเกิดเป็นมนุษย์คือศีล ๕ ศีล ๕ นั้นบางทีก็เรียกว่ามนุสสธรรม คือธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ ถ้าศีล ๕ บกพร่อง โอกาสที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ก็ไม่มี
นอกจากนี้พวกเราทั้งหลายก็ยังโชคดีที่เกิดมาทันศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีโอกาสได้ฟังธรรมแล้วก็นำมาปฏิบัติให้เกิดผล ในส่วนของการปฏิบัตินั้นก็คือการปฏิบัติในศีล ในสมาธิ ในปัญญา ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเอาไว้
ศีล สมาธิ ปัญญานั้น ถ้าหากว่าเรามาทบทวนกันเบื้องต้น ก็ต้องดูที่ศีลก่อน ว่าในขณะนี้เราทั้งหลายนั้นมีศีลทั้ง ๕ สิกขาบทหรือ ๘ สิกขาบทสมบูรณ์บริบูรณ์หรือไม่ ?... -
พรชีวิตคู่ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
พรชีวิตคู่
ถาม : ขอให้พระอาจารย์อวยพรให้หน่อยค่ะ (จะแต่งงาน ขอพรจากพระอาจารย์)
ตอบ : ช่วยอวยพรให้หน่อย คำอวยพรทั้งหมดจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ
หนึ่ง.. เราเป็นผู้มีความอดทน การที่เราครองคู่กันไป ช่วงที่เรารักกันอยู่มันเหมือนกับว่าเราต่างคนต่างนำเสนอในสิ่งที่ดี ๆ ของตัวเองให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ ข้อบกพร่องนี่เราเก็บมันเอาไว้ ในเมื่อเราเสนอแต่สิ่งที่ดี ๆ ไปเขาชินกับสิ่งนั้น พอไปอยู่ร่วมกันเข้าข้อบกพร่องก็ปรากฏขึ้น ถึงตอนนั้นเราต้องทำใจให้ได้ว่าเขาเป็นปุถุชนคนหนึ่งย่อมมีอะไรที่มีส่วนไม่ดีอยู่เป็นธรรมดา ในเมื่อเรารักกัน เราใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เราก็ต้องยอมรับเขาให้ได้ อย่าถือทิฐิมานะปรับตัวเข้าหากันซะคนละครึ่งหนึ่ง
อันดับต่อไปก็คือว่า ต้องมีความจริงใจต่อกัน มีอะไรพยายามพูดกันก่อน อย่าประเภทไปใช้อารมณ์ ถึงเวลางอนไป ๓ วัน กว่าจะเจรจากันรู้เรื่องคนง้อก็เหนื่อย คนงอนก็เหนื่อย มันไม่มีอะไรดีนอกจากจะทำให้ชีวิตครอบครัวแตกร้าวกันเสียเปล่า ๆ พองอนหลาย ๆ ทีเขาเลิกง้อขึ้นมาก็บ้านแตกอีก
เพราะฉะนั้น สัจจะ จริงใจต่อกัน ทมะ ต้องมีความข่มกลั้น... -
นึกถึงพระนิพพานก่อนตาย
นึกถึงพระนิพพานก่อนตาย
ถาม : ผู้ที่กำลังจะหมดอายุขัยแล้วเราไปบอกให้เขานึกถึงพระนิพพานหรือพระพุทธเจ้า?
ตอบ : ถ้าไปนึกเอาตอนที่หมดอายุขัย ไม่ทันรับประทานหรอก ถ้าเป็นไปได้ต้องนึกถึงตั้งแต่ตอนดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนป่วยใกล้ตายแล้วเราไปแนะนำเขา ถ้ากำลังบุญเดิมไม่มีจริง ๆ เขานึกไม่ได้หรอก เพราะมัวแต่ไปโอดโอยอยู่กับความเจ็บความป่วย
เขาถึงได้มีคำพูดว่า จะเดินเข้าวัดเองดี ๆ หรือจะรอเขาหามเข้าวัด ถ้ารอเขาหามเข้ามาโอกาสที่จะทำอะไรก็ไม่มี ยกเว้นรอเผาเท่านั้น..!
ดังนั้น เรื่องของความดีจึงประมาทไม่ได้ ต้องค่อย ๆ ทำสั่งสมไปเรื่อย เพราะฉะนั้น..ใครเขาว่าบ้าหรือเปล่าเข้าวัดตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ไม่บ้าหรอก เดินไปเองดีกว่า ไปรอตอนเขาหามเข้าไปมันไม่ทันแล้ว
ถาม : มีหรือไม่ ฆราวาสที่ปกติไม่ได้นึกถึงนิพพาน แต่พอก่อนตายนึกถึงพระนิพพานแล้วเข้าสู่พระนิพพานเลย?
ตอบ : มีเยอะ ถ้าสิ่งที่สั่งสมมาแต่เดิมมีเพียงพอ เราต้องดูผู้ที่ไปพระนิพพานว่า เป็นผู้ที่มีจิตสะอาดปราศจากรัก โลภ โกรธ หลง ไม่มีความปรารถนาที่จะเกิดอีก อย่างคนป่วยใกล้ตายจะไปรักใครไหว ถ้าไปโกรธเขา บอกเขาหามไปตีกับเขาที จะไปตีไหวไหม?... -
“ดร.สมิทธ” ห่วงแผ่นดินไหวเกาะนิโคบาร์ ไทยอาจถูก “สึนามิ” ถล่ม!
ดอกเตอร์-สมิทธ เป็นห่วงหากเกิดแผ่นดินไหว พื้นที่หมู่เกาะนิโคบาร์ ทางตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย อาจเกิดคลื่นสึนามิ กระทบถึงไทย
ดอกเตอร์ สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวแสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภูเขาไฟบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่ช่วงปลายปีที่แล้ว มีการปะทุขึ้นมาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูเขาไฟชื่อว่าอากุง หากมีการปะทุรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยได้ นอกจากนี้ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์เปลือกโลกเคลื่อนตัว โดยเฉพาะหากเกิดแผ่นดินไหว ในพื้นที่หมู่เกาะนิโคบาร์ ทางตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นจุดที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อาจทำให้เกิดคลื่นสึนามิ และจากจุดนั้น คลื่นสึนามิสามารถคลื่นตัวถึงประเทศไทย ได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชน เช่น ที่ จ.ระนอง ให้ทันท่วงที เพื่ออพยพไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย
สำหรับหมู่เกาะนิโคบาร์ เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ ที่เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก อินโด-ออสเตรเลี่ยน กับ-ยูเรเซีย... -
วัดพระมหาธาตุเจดีย์โลกะวิทู วัด 2 แผ่นดิน แปลกแต่มีอยู่จริง ในประเทศไทย
วันนี้ Sanook! Travel ได้นำภาพความงดงามของวัดพระมหาธาตุเจดีย์ โลกะวิทู คนพื้นที่เรียกขานว่า…โฆ๊ะผะโด๊ะ ( เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า วัดใหญ่ )
อีกหนึ่งสถานที่ๆ ตั้งอยู่ในอำเภอ อมก๋อย อำเภอที่มีพื้นที่ตั้งในจังหวัดตากและจังหวัดเชียงใหม่ พระมหาธาตุเจดีย์ โลกะวิทู เป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทางธรรมะอย่างยิ่ง
อายุพระธาตุเก่าแก่กว่า 2000 ปี ใครที่เคยมาสัมผัสจะเห็นถึงพลังแห่งแรงศรัทธาที่มีอยู่จริง ทั้งพลังศรัทธาแห่งธรรมะและธรรมชาติ อันงดงาม
สถานที่นี้ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดตากกับจังหวัดเชียงใหม่ ถ้าเดินทางจากอำเภอแม่สอดบนถนนทางหลวงสาย 105 แม่สอด – ท่าสองยาง ก่อนถึงอำเภอท่าสองยางมีทางแยกเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 71
เพื่อแยกเลี้ยวขวาขึ้นเขาไปหน่วยจัดการต้นน้ำดอยเปเปอร์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามป้ายบอกทางบ้านแม่ขมุน้อยหรือป้ายบ้านพะน๊อคี
ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงจากอำเภอแม่สอด แต่ถ้าจาก อำเภอแม่ระมาด ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
แวะกางเต็นท์นอนที่หน่วยจัดการต้นน้ำ แถวๆดอยเปเปอร์ อากาศดีสุดๆ ลองเดินทางมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต... -
วันครู!มอบโล่ผอ.ครูพระสอนศีลธรรม”มจร”
วันครู!มอบโล่ผอ.ครูพระสอนศีลธรรม”มจร”
รมว.ศธ.ชี้โลกออนไลน์สอนเด็กเป็นคนดีไม่ได้ เตรียมมอบรางวัลระดับประเทศที่สำคัญในวันครู อาทิผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา 7 ราย พระศรีธรรมภาณี ผู้อำนวยการสำนักงานครูพระสอนศีลธรรม มจร
เมื่อวันที่11 ม.ค.2561 ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ สำนักงานเลขาธิการครุสภา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 62 พ.ศ.2561 พร้อมด้วย ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ.2561 และดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า หลายคนบอกว่าตอนนี้ครูไม่จำเป็น เพราะมีออนไลน์ มีเทคโนโลยี แต่จริงๆแล้วยิ่งโลกพัฒนา โลกเทคโนโลยี ครูยิ่งจำเป็น โดยครูควรทำในสิ่งที่google เทคโนโลยีทำไม่ได้ เพราะระบบออนไลน์ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเบื่อไม่เบื่อ เด็กคนไหนสำคัญ จะสอนให้เด็กเป็นคนดี สื่อสารดี ความลึกซึ้ง จิตวิญญาณ ออนไลน์ทำไม่ได้ ดังนั้น ครูจะยิ่งสำคัญมากขึ้น เช่น การเรียนฟิสิกส์ การเรียนกับครูเก่งคนหนึ่ง เรียน1ชม.ดีกว่า... -
“หลวงปู่ทอง”ร่วมลูกศิษย์นับหมื่น! แห่สรีระ “เกจิดังล้านนา”ขึ้นปราสาทฯ...
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่วัดร้องวัวแดง (บ้านร้องวัวแดง) ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ วัดเจ้าคณะอำเภอสันกำแพง ได้มีขบวนแห่สรีระร่าง “พระครูธรรมโกศล” อายุ 91 ปี 71 พรรษา อดีตเจ้าอาสวาวัด และอดีตเจ้าคณะอำเภอสันกำแพง ที่มรณภาพไปเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2558 จากศาลาธรรมโกศลไปขึ้นไว้ที่ปราสาทนกหัสดีลิงค์ ที่เตรียมไว้ในลานวัดประมาณ 1 กิโลเมตร
โดยได้มีฝ่ายสงฆ์นำโดย “หลวงปู่ทอง” อายุ 94 ปี หรือ พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมงฺคโล) “พระพรหมมงคล” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองเชียงใหม่ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานสงฆ์ และมีพระครูวิมลญาณประยุต (ดร) เจ้าอาวาสวัดร้องวัวแดง เจ้าอำเภอสันกำแพง ได้นิมนต์พระสงฆ์ทั่วอ.สันกำแพง และพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนพระสงฆ์ที่ทราบข่าวมาร่วมขบวนแห่ในครั้งนี้นับ 100 รูป
ส่วนฝ่ายฆราวาสนำโดยนายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล นายอำเภอสันกำแพง พ.ต.อ.เอกรัฐ พัฒนสมบัติ รรท.ผกก.สภ.สันกำแพง ได้นำศรัทธาสาธุชนลูกศิษย์ลูกหา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมทั้งผู้สูงอายุหนุ่มสาวมาร่วมขบวนแห่สรีระร่างเกจิล้านนา พร้อมกำลังทหาร มทบ.33 ผู้คนร่วมนับหมื่นคน ซึ่งมีทั้งขวบแห่ผ้าไตร ซุ้มต่างๆ... -
หลวงตามหาบัว!! สอนศิษย์ได้อย่างอัศจรรย์ด้วยอภิญญา แค่มองเฉยๆไม่ต้องเอ่ยวาจา
อำนาจจิตแห่งหลวงตามหาบัว!! สอนศิษย์ได้อย่างอัศจรรย์ด้วยอภิญญา แค่มองเฉยๆไม่ต้องเอ่ยวาจา ก็สามารถไขปัญหาได้แจ่มแจ้ง
=============================
ตอน ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์ฯ
=============================
อุบายขู่พระเณรให้รู้ทันจิตตน
อีกคราวหนึ่งครูบาอีกองค์หนึ่งท่านอธิษฐานจิตว่า หากท่านทำอะไรผิด ขอให้พ่อแม่ครูอาจารย์อย่าด่าท่านต่อหน้าผู้คนเลย ท่านว่าท่านอายคนท่านรับไม่ได้ ขอให้บอกกับท่านดีๆ ก็เป็นเรื่องที่แปลกนัก ท่านทำจานใส่อาหารตกแตกในศาลาเสียงดังเพล้งเลยทีเดียว เป็นความผิดพลาดครั้งร้ายแรงนักสำหรับพระกรรมฐานผู้จักต้องมีสติระมัดระวังสำรวมอยู่เป็นนิตย์ แต่ความผิดในครั้งนั้นพ่อแม่ครูอาจารย์เพียงแค่หันมามอง
พอท่านเห็นแล้วก็เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านว่าท่านไม่เคยถูกพ่อแม่ครูอาจารย์ดุด่าต่อหน้าญาติโยมเลย แต่ดุด่าในที่เฉพาะก็มีบ้าง
มีเณรองค์หนึ่งไม่ทราบว่า ภาวนาดีอย่างไรเข้าใจว่าตัวเองสำเร็จธรรมแล้ว จึงพยายามจะขึ้นไปกราบเรียนพ่อแม่ครูอาจารย์ ครูบาที่เป็นเวรศาลา เห็นอาการของเณรก็รู้แล้วว่าแท้จริงเป็นเช่นไรคิดพยายามจะช่วยเหลือจึงกล่าวว่า
"นี่เณร ลองเล่าให้ครูบาฟังหน่อยซิ... -
เรื่อง..ถอดวิญญาณ และ บารมีหลวงปู่....
เรื่องถอดจิตวิญญาณ.*.บารมีหลวงปู่…
+ กายทิพย์เป็นอณูปรมาณูเล็ก ๆ กระจายไปทั่วในร่างกายเนื้อ ซ้อนอยู่กับเซลล์ของกายเนื้อ พอนั่งไปถึงจุดหนึ่ง แห่งความสงบนิ่งมากพอแล้ว กายทิพย์จากกายในกาย จะวิ่งมารวมตัวที่ท้ายทอย เหมือนมีอาการหนัก ๆ ร้อน ๆ ที่ท้ายทอย แล้วค่อย ๆ วิ่งรวมผ่านสองข้างขมับ มาผสมจิตวิญญาณที่หน้าผาก รวมกันเป็นลำแสง พวยพุ่งออกจากกายเนื้อ ตรงหน้าผากสู่อวกาศ
**....บางท่าน..ได้อุคนิมิต ปฏิภาคนิมิต..ให้เพ่งจิตตามลำแสงนั้น ไปด้วย จนแสงนั้นนิ่ง แล้วพยายามตั้งสติให้จิตแน่วแน่ ค่อย ๆ บีบลำแสงนั้นให้รวมเป็นวง เป็นดวงแก้วนั้น จะค่อยๆ สดใสแวววาวขึ้น ลอยอยู่ตรงหน้า (ดวงแก้วนี้ เปรียบเหมือนดวงใจ ใช้เรียนรู้โลกวิญญาณเหมือน กายทิพย์ได้)
#....ทีนี้..เราจะทำดวงแก้ว.ให้เป็นกายทิพย์?
---เมื่อได้ดวงแก้วตั้งอยู่เฉพาะหน้าเราแล้ว ให้ค่อย ๆ ส่งกระแสจิต เข้าไปบีบดวงแก้วนั้น ให้เล็กลง แล้วก็ขยายให้ใหญ่ได้จนคล่องแล้ว ก็ค่อย ๆ กำหนดบีบรัดดวงแก้วนั้น ให้กลายเป็นรูปตัวเราขึ้นมา
--- ทีแรก...จะเห็นโครงร่างแก้วที่โปร่งแสง แสดงว่า ยังถอดจิตไม่สมบูรณ์ เมื่อสมาธิสูงขึ้น จนเห็นเป็นรูปร่าง มีเนื้อ... -
“หลวงตามหาบัว” ยืนยันไว้ว่า "บุญสองอย่าง" เป็นบุญอันสูงสุดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้ปฎิบัติ
เช็คหน่อยวันนี้ทำบุญกันแบบไหนแล้ว! “หลวงตามหาบัว” ยืนยันไว้ว่า "บุญสองอย่าง" เป็นบุญอันสูงสุดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้ปฎิบัติ
เช็คหน่อยวันนี้ทำบุญกันแบบไหนแล้ว! “หลวงตามหาบัว” ยืนยันไว้ว่า "บุญสองอย่าง" เป็นบุญอันสูงสุดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้ปฎิบัติ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เคยเทศน์สั่งสอนญาติโยม และลูกศิษย์ในเรื่องการทำบุญไว้ เพื่อให้มีความเข้าใจในการทำบุญที่จะก่อให้เกิดบุญกุศลสูงสุดตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้ปฎิบัติในการทำบุญ โดยเรียกการทำบุญว่า “บุญสองอย่าง” ไว้ว่า
" .. การทำบุญมีสองอย่าง หนึ่ง "คือการสละทรัพย์เงินทองเพื่อสร้างถาวรวัตถุในพระศาสนา หรือการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนข้าวของ" เรียกว่า "อามิสบูชา"
ส่วนบุญอีกอย่างนั้น "คือการถือศีลภาวนา การทำสมาธิวิปัสสนา" เพื่อให้เกิดความรู้แจ้งแทงตลอด ให้เกิดเป็นปัญญา เป็นผู้รู้ ดังที่เราภาวนาว่า "พุทโธ" ซึ่งแปลว่า "ผู้รู้ ผู้ฉลาด" อันนี้เรียกว่า "ปฏิบัติบูชา" เป็นบุญอันสูงสุด
อันจะนำตนเองให้พ้นจากกองทุกข์ในโลกนี้ได้ ช่วยตัวเองได้ มิให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป... -
"หลวงตามหาบัว" เผยเคล็ดลับการทำบุญกรวดน้ำ! บุญจะถึงผู้รับหรือไม่...จุดสำคัญอยู่ที่การอุทิศ!!
กรวดน้ำอุทิศบุญให้ถึงผู้รับ! "หลวงตามหาบัว" เผยเคล็ดลับการทำบุญกรวดน้ำ! บุญจะถึงผู้รับหรือไม่...จุดสำคัญอยู่ที่การอุทิศ!!
เมื่อลูกศิษย์ได้สอบถามหลวงตามหาบัวว่า : ในเวลาที่เราได้ทำบุญไปให้ผู้ที่เป็นญาติหรือว่าพ่อแม่ของเรานี้ เราจำเป็นต้องระลึกหรือกรวดน้ำอุทิศไปให้ไหมครับ
หลวงตามหาบัวได้เมตตาบอกไว้ว่า : ความอุทิศนี้เป็นของสำคัญนะ อุทิศด้วยการกรวดน้ำก็ได้ ไม่กรวดน้ำก็ได้ สำคัญที่อุทิศทางใจ
อุทิศสะ แปลว่าเจาะจง มุ่งต่อคน ๆ ใดเป็นความเจาะจง เป็นความมุ่งต่อผู้นั้นผู้นี้ นั่นเรียกว่าเป็นอุทิศแล้ว น้ำนี้เป็นสักขีพยานภายนอกต่างหาก หลักอันใหญ่โตจริง ๆ คือใจ ถ้ายังไม่แน่ใจก็เอาน้ำเป็นสักขีพยานอีกทีหนึ่ง ความหมายว่าอย่างนั้น ไม่ใช่น้ำนี้สามารถที่จะทำอย่างนั้นได้ น้ำใจต่างหาก นี่หลักของธรรมแท้เป็นอย่างนี้ ธรรมก็มีหลายประเภทนี่ คนนี้ควรจะอยู่ในขั้นนี้ ไม่สามารถที่จะรับขั้นนั้นได้ก็ให้อาศัยนี้ไปก่อน ๆ เช่น ได้กรวดน้ำนี้เป็นที่สนิทใจของคนนี้ที่อยู่ในภูมินี้ก็ทำอย่างนั้นท่านไม่ว่า เอานี้เป็นเครื่องพยุง เอานี้เป็นหลักฐานพยานให้เป็นที่มั่นใจลงไปก็ได้
แต่หลักจริง ๆ แล้ว อุทิสะ หมายถึงน้ำใจ... -
คติธรรมจาก “สมเด็จพระสังฆราช" ทรงประทาน ใน วันเด็กแห่งชาติ๒๕๖๑
เนื่องในวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๑ เป็นวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้ “สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” ทรงได้โปรดประทานคติธรรมเพื่อให้จัดตีพิมพ์ลงในหนังสือวันเด็ก ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๑ มีเนื้อหาใจความว่า
“ขอให้เด็กเยาวชนทุกคนมีกำลังใจที่จะบำเพ็ญประโยชน์ด้วยความสุขใจ” คติธรรมจาก “สมเด็จพระสังฆราช" ทรงประทาน ใน วันเด็กแห่งชาติ๒๕๖๑
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนวิธีที่ทำให้บุคคลได้ชื่อว่าเป็นคนดี เป็นที่รักของ ผู้คนทั่วไปไว้วิธีหนึ่งเรียกว่า “อัตถจริยา” หมายถึง การบำเพ็ญประโยชน์ การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ช่วยเหลือ ทำงาน สร้างสรรค์ด้วยความตั้งใจอย่างดีเลิศ ส่งเสริมให้เพื่อนสมาชิกในสังคมประพฤติดีงาม และมีสติปัญญา
อัตถจริยาดังกล่าวนี้ ปัจจุบันนิยมเรียกว่า “จิตอาสา” ซึ่งถ้าพิจารณาอย่างผิวเผิน อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่า จิตอาสากำลังจำต้องเหน็ดเหนื่อย หรือเผชิญทุกข์กว่าคนที่ไม่เป็นจิตอาสา แต่ถ้าพิเคราะห์ในแง่มุมกลับกัน แท้จริงแล้วคนทำงานจิตอาสาที่แท้จริงแล้ว คนทำงานจิตอาสาด้วยใจจริง... -
“คนที่ฝึกจิตเบา ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ไหนก็ตาม คือคนที่ห่างจากโรค”
“คนที่ฝึกจิตเบา ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ไหนก็ตาม คือคนที่ห่างจากโรค”
หลวงตา : คนที่ จิตเบา คนที่ฝึกจิตเบา ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ไหนก็ตาม ท่านบอก คือ คนที่อยู่ห่างจากโรค โรคไม่สามารถจะกินได้ท่านบอก มีโรคเดียวคือ โรคเปลี่ยนร่าง โรคตาย นั่นแหละ โรคเปลี่ยนร่างตัวเนี้ย เพราะจิตมันควบคุมธาตุอยู่เราฝึกจิตอย่างเดียวเนี่ยฮะ จิตมันมีกำลังเนี่ย สามารถจะปรับธาตุได้นะฮะ ปรับกระแสของโรคที่มันกินธาตุได้ ถ้าเราเคยเห็นครูบาอาจารย์ เห็นผู้ที่มีบุญฤทธิ์ ผู้มีบุญน่ะ ท่านว่า มันมีอยู่สองฤทธิ์ ท่านว่า คนมีบุญ มีบุญฤทธิ์ พร้อมกับอิทธิฤทธิ์ เพราะเกิดมาสร้างแต่ความดี สร้างแต่บุญมากกว่าสร้างสิ่งไม่ดี การสะสมบุญมันมากขึ้นทุกวัน ทุกวันความดีมันสูงมากน่ะ ความไม่ดีมันนิดเดียวมันกลบไปหมดนะ เหมือนเกลือท่านบอกเกลือเนี่ย เราเอาเกลือมาช้อนนึง เอาน้ำมาใส่หน่อยนึง มันก็เค็ม ถ้าเติมน้ำไปเรื่อยๆ เรื่อยๆเนี่ย ถามว่าเค็มมั้ย ไม่ เพราะ น้ำมันเยอะ ถามว่าเกลืออยู่มั้ย อยู่ ถ้าน้ำแห้งเมื่อไหร่ก็ เกลือก็จะเกิดและประมาณนั้นแหละ เพราะนั้น(หัวเราะ)ธรรมะคือ ธรรมชาติ ธรรมะคือ เรื่องจริง ให้พิจารณาบ่อยๆนะ เรื่องจริงๆที่เห็นเนี่ยแหละ ท่านว่า... -
“…เหยียบเรือสองแคม…” หลวงปู่ดู่ พรหมปํญโญ
“…เหยียบเรือสองแคม…”
หลวงปู่ดู่ พรหมปํญโญ แม้จะเป็นพระภิกษุชราซึ่งอยู่บ้านนอก แต่ท่านกลับเป็นผู้มีมุมมองที่กว้างขวางเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนคำเตือนที่ว่า
“เรายังอยู่ทางโลก (เป็นฆราวาส) ต้องเหยียบเรือสองแคม คือทางโลกก็ต้องไม่ให้ช้ำ ทางธรรมก็ต้องไม่ให้เสีย”
ดังนั้น ในสมัยก่อนที่หลวงปู่ยังหนุ่ม ๆ ท่านจึงเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์ในเรื่องการศึกษาเล่าเรียน โดยท่านจะสอนเองทั้งการอ่านการเขียน รวมไปถึงคณิตศาสตร์ ลุงแกละเคยเล่าว่า ลุงมาอาศัยอยู่วัดสะแกกับหลวงปู่ ได้รับการอบรมสั่งสอนจากหลวงปู่โดยตรง แต่ด้วยความที่อยูในวัยซน จึงเคยโดดเรียน แอบปีนรั้ววัดไปเที่ยวเล่น กลับมาค่ำ หลวงปู่รู้ เป็นได้โดนไม่เรียว ท่านดู ไม่เหมือนสมัยหลังนี้
บัดนี้ทั้งผู้สอนคือหลวงปู่ และผู้เรียนคือลุงแกละก็ละสังขารไปสิ้นแล้ว แต่สาระแนวทางการสอนของหลวงปู่ยังอยู่ว่า โลกต้องไม่ให้ช้ำ ธรรมต้องไม่ให้เสีย อย่าปฏิบัติตนสุดโต่ง ต้องปฏิบัติธรรมสมกับฐานะและสภาพของแต่ละบุคคล เช่น
การจะทำทาน ก็ให้ดูคนข้างหลังด้วย จะเอาอย่างคนมีทรัพย์มาก ๆ ไม่ได้ การจะรักษาศีลแปด ก็อาจไม่จำเป็นต้องรักษาในวันพระ... -
“บุญทางใน…เรียกกายทิพย์เขามารับบุญ” หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
“…บุญทางใน…เรียกกายทิพย์เขามารับบุญ…”
ผู้ที่มาทำบุญที่วัด บางครั้งมาคนเดียว มาหลายคน หรือมากับครอบครัว บางท่านมีศรัทธามาก ทำบุญอย่างสม่ำเสมอ แต่เกิดอุปสรรคจากสามีหรือภรรยา หรือพ่อแม่ไม่เห็นดีด้วย บางคนถึงออกปากว่า “พระมีเฉพาะที่วัดสะแกหรือยังไง เจ้าอาวาสยังหนุ่มใช่ไหม” ร้อยสรรพันเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ผู้ที่ต้องการทำบุญจึงเกิดความไม่สบายใจ เพราะต้องการให้เขาเหล่านั้นได้รับกุศลไปด้วย จึงมาเรียนถามความเห็นของหลวงปู่
หลวงปู่ตอบว่า “คนที่เข้าใจก็เห็นด้วย คนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เห็นด้วย เอาอย่างนี้ พอทำบุญหลายๆ ครั้ง รวมเป็นครั้งเดียวไปบอกให้เขาโมทนาซะ ว่าฉันไปทำบุญมาขอให้โมทนาด้วย”
ผู้ถามถามต่อไปอีกว่า “ถ้าต้องการให้ผู้ที่ไม่สนใจมาทางเดียวกัน ควรจะทำอย่างไร”
หลวงปู่ตอบว่า “พอเวลาทำบุญก็ให้บุญกับเขา เรียกกายทิพย์เขามารับบุญ เขาเรียกว่าให้บุญในหรือให้ทางใน นานไปเขาก็เปลี่ยนไปเอง หรือเราจะให้กับคนที่โกรธเรา อาฆาตพยาบาทตัวเรา ก็ได้”
หลวงปู่ยังได้โยงไปถึง การให้บุญแก่ผู้อื่นอีกว่า “บุญเป็นของดี เราให้ใครก็ได้ ไม่ว่าเจ้านาย ลูกน้อง หรือคนที่เราจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือ ได้ทั้งนั้น”
บุญ คือ... -
เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกัมพูชาศึกษาดูงานวัดไพรพัฒนา
เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกัมพูชาศึกษาดูงานวัดไพรพัฒนา
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พระวินัยเมธี เจ้าคณะ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ และพระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุติ ได้นำคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ถวายการต้อนรับ พระสมุห์บรรณารักษ์ เอือน สมอาจ เลขานุการสมเด็จอัครมหาสังฆราชเทพวงศ์ พระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งได้นำคณะสงฆ์ของกัมพูชา จำนวน 34 รูป มาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบริหารวัดของไทยใน 4 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ โดยในส่วนของ จ.ศรีสะเกษ นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ ได้ประสานงานให้คณะสงฆ์กัมพูชาศึกษาดูงานการบริหารงานของวัดไพรพัฒนา
มีการบริหารและพัฒนาวัดอย่างดีเยี่ยม เป็นอันดับต้น ๆ ของภาคอีสาน ทั้งนี้เนื่องจากว่า ประเทศไทยและประเทศกัมพูชานับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน โดยหลังจากพิธีการต้อนรับและบรรยายสรุปแล้ว พระครูโกศลสิกขกิจ ได้นำคณะสงฆ์กัมพูชาขึ้นไปกราบนมัสการสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง และได้เดินลอดใต้โลงศพของหลวงปู่สรวง... -
อัศจรรย์วินาที "หลวงปู่เสาร์" มรณภาพในอิริยาบถนั่งกราบ ถึงแม้จะละสังขารก็ยังตั้งอยู่ในสมาธิ!!
นำเราไปอุโบสถเลย เราจะไปตายที่นั่น!! อัศจรรย์วินาที "หลวงปู่เสาร์" มรณภาพในอิริยาบถนั่งกราบ ถึงแม้จะละสังขารก็ยังตั้งอยู่ในสมาธิ!!
พระครูวิเวกพุทธกิจ หรือหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ท่านเป็นพระภิกษุ นักวิปัสสนากรรมฐานในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท คณะธรรมยุติกนิกาย ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ท่านเป็นอาจารย์ของพระครูวินัยธร มั่น ภูริทฺตโต (หลวงปู่มั่น) ซึ่งเป็นพระนักวิปัสสนากรรมฐานที่สำคัญอีกท่านหนึ่งของประเทศไทย ศิษยานุศิษย์นักวิปัสสนากรรมฐานสายวัดป่าต่างให้ความนับถือว่าท่านเป็นบูรพาจารย์แห่งสายวิปัสสนากรรมฐาน
เมื่อออกพรรษาทุกปี หลวงปู่เสาร์จะพาออกธุดงค์ลงไปทางใต้นครจำปาศักดิ์ หลี่ผี ปากเซ ฝั่งประเทศลาว แล้วก็ย้อนกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนธาตุอีกทุกปี เมื่อถึงปี พ.ศ.๒๔๘๓ มีอยู่วันหนึ่งตอนบ่าย หลวงปู่เสาร์นั่งสมาธิอยู่ใต้โคนต้นยางใหญ่ พอดีขณะนั้นมีเหยี่ยวตัวหนึ่งได้บินโฉบไปโฉบมา โฉบเอารังผึ้งซึ่งอยู่บนต้นไม้ที่หลวงปู่เสาร์นั่งอยู่ รวงผึ้งนั้นได้ขาดตกลงมาใกล้ๆ กับที่หลวงปู่เสาร์นั่งอยู่ ผึ้งได้รุมกัดต่อยหลวงปู่หลายตัว จนท่านถึงกับต้องเข้าไปในมุ้งกลด พวกมันจึงพากันบินหนีไป... -
แผ่นดินไหว 7.6 นอกฝั่งฮอนดูรัส เตือนสึนามิ
ภาพจาก (USGS / MANILA BULLETIN)
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งของฮอนดูรัสเมื่อคืนวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น รับรู้ได้ทั่วภูมิภาคอเมริกากลางตอนเหนือ เตือนภัยสึนามิหลายพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลแคริบเบียน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ
รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ว่า แผ่นดินไหวขนาด 7.6 เกิดเมื่อเวลา 09.51 น.ของวันพุธตามเวลาประเทศไทย ศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งของเกาะเกรตสวอนของฮอนดูรัส ทางทิศตะวันออกราว 44 กิโลเมตร และมีความลึกเพียง 6 กิโลเมตร
ประธานาธิบดีฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ ของฮอนดูรัสกล่าวว่า ทางการได้ใช้ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน แต่ขอร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ
ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐ กล่าวว่า จากค่าพารามิเตอร์ของแผ่นดินไหว เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดคลื่นยักษ์ซัดเข้าชายฝั่งในระยะ 1,000 กิโลเมตรจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหว
ศูนย์เตือนภัยได้ออกคำแนะนำ ซึ่งยังไม่ถึงระดับ “คำเตือน” สำหรับเปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จิน ส่วนคิวบา, เม็กซิโก, ฮอนดูรัส, เบลีซ และจาเมกา มีคำเตือน “ภัยคุกคาม”... -
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน ความหมายของสัมมาทิฐิ
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน ความหมายของสัมมาทิฐิ
ปัญหา ข้อที่ว่าสัมมาทิฐิ ความเห็นชอบนั้นหมายถึงเห็นอะไร ?
พุทธสารีบุตรตอบ “ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เมื่อใดอริยสาวกรู้ชัดซึ่งอกุศล และรากเหง้าของอกุศล รู้ชัดซึ่งกุศล และรากเหง้าของกุศล.... รู้ชัดซึ่งอาหาร (๔ ประการ คือ อาหารคือคำข้าว อาหารคือผัสสะ อาหารคือความจงใจ และอาหารคือความรู้แจ้งทางทวาร ๖) เหตุเกิดแห่งอาหาร (ตัณหา) ความดับอาหาร และทางที่จะให้ถึงความดับอาหาร (มรรคมีองค์ ๘).... รู้ชัดซึ่งทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และทางให้พึงความดับทุกข์ .... รู้ชัดซึ่งชราและมรณะเหตุเกิดแห่งชราและมรณะ ความดับชราและมรณะ และทางที่จะให้ถึงความดับชราและมรณะ.... รู้ชัดซึ่งชาติ.... ภพ.... อุปาทาน.... ตัณหา....เวทนา.... ผัสสะ.... อายตนะ ๖..... นามรูป.... วิณญาณ..... สังขาร.... อวิชชา ..... อาสวะ..... เหตุเกิดแห่งอาสวะความดับแห่งอาสวะ และทางปฏิบัติเพื่อถึงความดับอาสวะแม้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ อริยสาวกชื่อว่าเป็นสัมมาทิฐิ”
สัมมาทิฐิสูตร มู. ม. (๑๑๗-๑๒๘)
ตบ. ๑๒ : ๙๐-๑๐๐ ตท.๑๒ : ๗๖-๘๒
ตอ. MLS. I : ๕๘-๗๐ -
พระสกิทาคามี (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
พระสกิทาคามี
ต่อจากนั้นไปรักษาอารมณ์ ไว้ตามนั้นคือ พิจารณาขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เรียกกันว่าร่างกาย ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา อารมณ์เบาลงไปเห็นว่าทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรา คำว่ากูของกู น้อยลงไป มันชักไม่มีความรู้สึกว่ามีเหมือนกัน แต่รู้ไว้เสมอว่า มันกับเราไม่ช้าก็จากกันความรู้สึกเชื่อมันในคุณพระรัตนตรัยมีระดับสูงขึ้น มีอารมณ์ละเอียดมากขึ้นนิดหน่อย ก็เกรงอันตรายจะเกิดขึ้นกับใจและการรักษาศีลมั่นคงยิ่งขึ้น มีอารมณ์ละเอียดยิ่งกว่าพระโสดาบัน แต่ละสังโยชน์เท่ากันสามอย่างเหมือนกัน ตอนนี้อารมณ์จิตที่เราจะพิจารณาสังเกต ได้ง่ายคือ กามราคะ หรือว่าความโกรธมันจะมีน้อยเต็มที จะมีโกรธเหมือนกัน แต่ว่ามันดื้อเหลือเกิน มันมีความไวน้อย บางมีใครเขาด่าขึ้นก็งง ความโกรธมันไม่เกิด เห็นคน เห็นความสวยสด งดงามที่เคยต้องการมีความปรารถนา แต่ความปรารถนามันไม่เกิดเห็นเป็นเรื่องธรรมดาไป ที่นี้เวลาที่จะกำหนดจิตรู้อารมณ์ตัวนี้จริงๆอันนี้เรียกว่า สกิทาคามี
เอากันให้ชัดคือ กามฉันทะ ความต้องการในกามารมณ์จะมีเหมือนกับกามตายด้าน ไม่มีความต้องการในกามารมณ์ อย่างปกติเลยแม้แต่น้อย... -
วิธีสิ้นทุกข์ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
วิธีสิ้นทุกข์
วิธีสิ้นทุกข์ทำยังไง เรามีการให้ทาน เป็นปกติ ถ้าอารมณ์เราพร้อมเพรียง ในทาน ก็ชื่อว่าเป็นการตัดโลภะ ความโลภ
เรามีเมตตาเป็นปกติ อารมณ์ของเมตตาที่้เราทรงอยู่คือ รักษาศีลได้ ถ้ามีเมตตาอยู่ศีลมันก็ไม่ ขาด ถ้ามีเมตตาอยู่เป็นปกติ นอกจากมีเมตตาอยู่ศีลไม่ขาดแล้ว เมตตามันยังเป็นตัวทำลายโทสะเราก็มาพิจารณาหาความจริงว่า
“ชาติปิ ทุกขา ความเกิดเป็นทุกข์” เจ้าอยากเกิดนี่ มันจะทุกข์อย่างไรก็ช่างมัน ใจเราก็วางเฉยไว้
“ชราปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์”
อาการงกๆ เงิ่นๆ ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่กระปรี้กระเปร่า มีความปรารถนา ไม่สมหวังเพราะทำเองไม่ได้แล้วเรา ก็เลยมีทุกข์ ถือว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา ของคนแก่ เกิดมาเพื่อแก่
“มรณัมปิ ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์” เรื่องของชาวบ้านธรรมดาเราไม่ทุกข์ ถือว่าเป็นกฎธรรมดา ตายเสียได้ก็ดี เพราะมันจะได้หมดเรื่องยุ่ง แล้วเราเห็น ว่าขันธ์ ๕ เป็นโทษเป็นทุกข์สำหรับเรา เราก็เลยคิดต่อไปว่า ขึ้นชื่อว่าขันธ์ ๕ ความเกิดมามีร่างกายขันธ์ ๕ แบบนี้จะ ไม่มีสำหรับเราอีก เราจะไม่โง่ยอมรับ นับถือให้มีร่างกายต่อไป ถ้าอารมณ์ใจ ของเราคิดไว้อย่างนี้เป็นปกติ เราก็จะ หมดความทุกข์... -
อากาศเหมือนอยู่ยุโรป!! เมืองกะฉิ่น พม่า หิมะตกหนักในรอบ 50 ปี อุณหภูมิติดลบมากกว่า 10-15 องศา !!
อากาศเหมือนอยู่ยุโรป!! เมืองกะฉิ่น พม่า หิมะตกหนักในรอบ 50 ปี อุณหภูมิติดลบมากกว่า 10-15 องศา !!
นับได้ว่าในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ โลกของเรามีอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนมาก หลังจากที่เกิดพายุถล่มในหลายประเทศ อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนของสภาพอากาศในประเทศไทยของเรา ล่าสุด ประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างพม่า ในเมืองกะฉิ่น เกิดหิมะตกหนัก ในรอบ 50 ปี มีอุณหภูมิติดลบ 10-15 องศา
จากเฟสบุ๊ค ธนภัทร สร้อยสีหา ได้เผยแพร่ภาพในกลุ่มๆหนึ่งของปรากฏการณ์หิมะตก ครั้งประวััติศาสตร์ของพม่า ในรอบ 50 ปี โดยระบุว่า
พม่าหนาวจัด เมืองกะฉิ่นหิมะตกหนักในรอบ50ปี ติดลบ10-15องศาบรรยากาศเหมือนยุโรป
ประเทศพม่า หรือเมียนมา มาเจอสภาพอากาศแปรปรวนหนัก ในรัฐกะฉิ่นหิมะตกมากถึงมากที่สุดในรอบ 50ปี โดยมีอุณหภูมิติดลบ 10- 15 องศา บรรยากาศเหมือนประเทศในยุโรป
หัวหน้าสำนักงานท่องเที่ยวเมืองมิจินา รัฐกะฉิ่น ประเทศเมียนมา รายงานว่า ปี 2561 โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา ถือว่าเป็นปีที่มีอากาศแปรปรวนมากที่สุดในรอบ 50ปี เนื่องจากมีหิมะปกคลุมมากที่สุด อากาศติดลบมากกว่า 10-15 องศา... -
เมื่อผีอยากได้คนเป็นเมีย..สิงหญิงสาวมาสามปีเต็ม แต่พอเจอ"หลวงปู่ดู่"ออกแทบไม่ทัน
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องของ "วิญญาณผีตายโหง" ที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับ "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ" วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องมีอยู่ว่า
มีครอบครัวหนึ่งอยู่ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครอบครัวนี้อยู่กันมาด้วยความปกติสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวคนหนึ่งไปธุระนอกบ้าน พอกลับมาถึงบ้านก็ล้มฟุบลงไปเหมือนคนหมดสติกะทันหัน พ่อแม่ญาติพี่น้องพากันตระหนกตกใจ รีบเข้าไปปฐมพยาบาลอย่างโกลาหล
ครั้นลูกสาวฟื้นคืนสติก็กลับมีลักษณะท่าทางผิดแปลกไปจากเดิมดุจเป็นคนละคน แววตาขุ่นขวางน่ากลัว เวลาเอ่ยปากพูดออกมาก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นแหบห้าวประหนึ่งเสียงผู้ชาย รวมทั้งถ้อยคำวาจาก็เหมือนเป็นคนอื่นพูด มีการเรียกเอาอาหารสด อาหารคาว มากินอย่างมูมมาม คล้ายกับอดอยากหิวโหยมานาน
พ่อแม่เห็นลูกสาวมีกิริยาอาการเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แถมยังพูดกันไม่รู้ความเหมือนเสียสติ ก็รู้แน่ว่าคงจะมีวิญญาณร้ายมาเข้าสิง จึงออกไปตระเวนหาหมอผีผู้มีอาคมแก่กล้ามาขับไล่วิญญาณที่เข้าสิงให้ออกไป เมื่อหมอผีมาถึงบ้านก็เริ่มทำพิธีไล่ผีด้วยคาถาอาคม ซึ่งมันก็ออกไปอย่างง่าย ๆ... -
คนที่เทวดาชอบช่วยเหลือคือ!!?
คนที่เทวดาชอบช่วยเหลือคือ
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระอมรินทราธิราชเจ้าได้เสด็จออกจากวิมานไปสู่สวนอุทยาน แล้วจึงยกพระหัตถ์ขึ้นนมัสการทิศทั้ง ๑๐ ทิศ ครั้งนี้พระมาตลีเทพบุตรจึงทูลถามว่าพระองค์ทรงนมัสการทิศทั้ง ๑๐ นั้นด้วยเหตุผลอย่างไรเล่า
ครั้งนั้นสมเด็จพระอัมรินทรธิราชจึงตรัสบอกแก่พระมาตลีว่าดูก่อนมาตลี เรานมัสการซึ่งคน ๑๐ จำพวกคือ
๑. คนที่มีศรัทธาทำบุญตักบาตรถวายปัจจัย ๔ แก่ท่านผู้มีศีลมีธรรม
๒. คนที่รัษาความสุจริตทั้ง ๓ คือ กายสุจริต วาจาสุจริต ใจสุจริต
๓. คนที่มีความเคารพแก่มารดา
๔. คนที่มีความเคารพแก่บิดา
๕. คนที่ถึงไตรสรณคมน์คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่เคารพบูชา
๖. คนที่มีการรักษาศีล ๕ ศีล ๘ อยู่เป็นนิจ
๗. คนที่ได้ทำกุศลแล้วอุทิศแผ่ไปให้เทวดาและเปรต
๘. คนที่มีความเคารพแก่อุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีศีลธรรม
๙. คนที่มีความอนุเคราะห์แก่บุตรภรรยาคณาญาติ ด้วยความเมตตากรุณา
๑๐. หญิงที่มีความเคารพสามีอยู่ทุกทิวาราตรีมิได้ประมาท
คนทั้ง ๑๐ จำพวกนี้มีคุณมาก ทำความสุขความเจริญให้บังเกิดแก่ตนเเละบังเกิดเเก่คนอื่นด้วย... -
"หลวงปู่สรวง" กลับมาพร้อมข้าวสีเหลืองกลิ่นหอมมากมาย เมตตาเณรน้อยให้ฉัน..อิ่มไปหลายวัน..
หลวงตาแก่ๆยืนอุ้มบาตรที่ตอไม้.."หลวงปู่สรวง" กลับมาพร้อมข้าวสีเหลืองกลิ่นหอมมากมาย เมตตาเณรน้อยให้ฉัน..อิ่มไปหลายวัน..
หลวงพ่อสมเพชร วัดภูพลาญเพชร จ.ศรีสะเกษ เมตตาเล่าเรื่องข้าวทิพย์เทวดา
ถ้าใครเคยอ่านเรื่องราวของพระธุดงค์ผู้ทรงเมตตาฌานหรือเรื่องราวของพระอภิญญาหลายๆรูป คงเคยได้ยินเรื่องการบิณฑบาตรข้าวทิพย์ อันเป็นข้าวของคนลับแลบ้าง ข้าวที่รุกขเทวดาบ้างนำมาถวายพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบภายในป่าลึก อย่างเช่นองค์หลวงปู่ชอบ ฐาสโม ท่านก็เคยได้รับข้าวทิพย์จากพวกเทวดา หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำยามเมื่อท่านไปธุดงค์ในป่าลึกไม่มีบ้านคนอยู่เลยท่านก็ได้รับข้าวทิพย์จากเทวดาเช่นกัน นอกจากนี้ที่โด่งดังมากก็คือเรื่องของหลวงพ่อยี ผู้ทรงอภิญญา ท่านสามารถบิณฑบาตรข้าวทิพย์ได้เป็นประจำ
อันว่าข้าวทิพย์ที่กล่าวมานี้เป็นข้าวจากเมืองลับแลหรือจากอำนาจของเทวดาที่สูงขึ้นไป พ่อแม่ครูอาจารย์พระป่าสายปฏิบัติกล่าวตรงกันว่า ข้าวทิพย์ที่เทวดาหรือพวกกายทิพย์นำมาถวายนั้น มักเป็นข้าวสีเหลืองอ่อนๆที่แปลกคือมีกลิ่นหอม หอมมากแต่ไม่ได้หอมแบบฉุนๆ เหมือนอย่างน้ำหอมในโลกมนุษย์... -
วธ.เตรียมจัดงาน “สมโภช ๑๙๐ ปี วัดประยูรฯ”
หากใครไปเคยไปเยือนย่านกฎีจีน ฝั่งธนบุรี แน่นอนว่าถ้าไม่แวะไปวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ก็คงไม่ครบเส้นทางท่องเที่ยว และในปีนี้เองวัดดังกล่าวก็มีอายุครบ 190 ปีพอดี ทางวัดจึงจัดงานสมโภชพร้อมกับกิจรรมที่น่าสนใจขึ้นตลอด 3 วัน
พระบรมธาตุเจดีย์สีขาวนวล ของวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ที่เด่นตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ซึ่งได้รับรางวัลจากยูเนสโก เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียนั้น คือหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่อยู่คู่กับวัดแห่งนี้มานาน และวัดแห่งนี้ยังขึ้นชื่อ ถึงการจัดงานวัดที่ยิ่งใหญ่มีความน่าสนใจมาตั้งแต่ครั้งอดีตแล้วด้วย
ซึ่งในปีนี้ 2561 วัดประยุรวงศาวาส ก็มีอายุครบ 190 ปี พอดี จึงมีการจัดงานสมโภชขึ้นโดยให้ชื่อว่า “งานสมโภชวัดประยุรวงศาวาสววิหาร 190 ปี สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ศาสตร์และศิลป์ถื่นธนบุรี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในวันที่ 12-14 มกราคม 2561 ตลอด 3 วัน ณ บริเวณโดยรอบของวัด พร้อมกิจกรรมของคน 3 ศาสนา 4 ประเพณีและวัฒนธรรม ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน พุทธ คริส มุสลิม จีน
โดยสิ่งที่น่าสนใจคือการประกวดลิเกชาดก... -
ร.ร.สังวาลย์วิท ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย นุ่งผ้าถุง มุ่งธรรมะ
ร.ร.สังวาลย์วิท ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย นุ่งผ้าถุง มุ่งธรรมะ
“การแต่งกาย” เป็นมารยาททั่วไปซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติให้เหมาะสมและถูกกาลเทศะ หากบุคคลใดสามารถปฏิบัติได้ตามกฎระเบียบที่กำหนด ถือว่าเป็นผู้มีมารยาทในการแต่งกายที่ดี เช่น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน โรงเรียนสังวาลย์วิท 7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2 (สพป.นศ.2) นำโดย นายสมหมาย สุดถนอม ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย และผ้าถุงทุกวันศุกร์ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของความเป็นไทย การอนุรักษ์การแต่งกายตามวิถีชีวิตในท้องถิ่น และส่งเสริมการรักนวลสงวนตัวให้แก่นักเรียน จึงมีนโยบายให้ครูและนักเรียนผู้หญิงนุ่งผ้าถุง ผ้าซิ่น และผ้าไหมทุกวันศุกร์ พร้อมร่วมพิธีทางศาสนาไปวัดทำบุญ เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนด้วยการปลูกฝังธรรมะลงในใจตั้งแต่ยังเยาว์วัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพ มีวัคซีนป้องกันใจยามต้องเผชิญทุกข์ที่เข้ามา ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังส่งเสริมให้ครูและนักเรียนผู้ชาย ได้ร่วมใส่ผ้าไทย... -
“ป.ป.ส.-มส.”ฝึกพระใช้วิปัสสนาป้องปราบยาเสพติด
“ป.ป.ส.-มส.”ฝึกพระใช้วิปัสสนาป้องปราบยาเสพติด
ป.ป.ส.ร่วมกับคณะสงฆ์ทั่วประเทศป้องกันยาเสพติด พระพรหมบัณฑิต มส. แนะแนวพระวินยาธิการมีส่วนร่วม ชี้ใช้วิปัสสนาป้องปราบแบบยั่งยืน
เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เป็นประธานในการเปิดโครงการถวายความรู้พระวิินยาธิการระดับจังหวัดทั่วประเทศเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด จัดโดยสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมีพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะเขต เจ้าคณะอำเภอจากทั่วประเทศเข้ารับการฝึกอบรม ที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
ในโอกาสนี้ พระพรหมบัณฑิต ได้บรรยายในหัวข้อ “นโยบายแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดของมหาเถรสมาคม” ความว่า ขออนุโมทนาต่อสำนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้มาจัดกิจกรรมนี้ ที่ผ่านมาปัญหายาเสพติดได้คุกคามเยาวชนและคุกคามเข้ามาในวัด การรู้ปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหา คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ปัญหายาเสพติดที่เกิดจากชาวบ้าน...
หน้า 327 ของ 440