คลังเรื่องเด่น
-
เณรน้อยยอดผู้ทรงฌาน (ยอดกตัญญู ต่อชาติ)พ.ศ. ๙๐๐
เณรน้อยยอดผู้ทรงฌาน (ยอดกตัญญู ต่อชาติ)
เรื่องจริงอิงนทาน ฉบับพิเศษ หน้า ๓๙ ถึง ๔๗ (คัดตัดตอน ให้เหมาะสมกับหัวข้อวัตถุประสงค์ และพื้นที่เนื้อหา)
ถัดมา พ.ศ. ๙๐๐ ก็มาเกิดในสมัยพระเจ้าพังคราช ท่านเป็น เณรน้อยผู้ทรงฌานที่ถูกขอมดำรังแกแม้ข้าวในบาตรก็ถูกขอมแย่งไปเททิ้งไม่ให้กินทั้งที่นับถือพุทธศาสนาเหมือนกัน เณรสงสารคนไทยที่ทุกข์หนักที่ถูกขอมดำรังแกขนาดนี้ จึงอธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้คนไทยมีความสุข แล้วเข้าฌาน ๗ วันก็ตายไปเกิดเป็นพรหม ก่อนตายเณรน้อยได้อธิษฐานจิตขอกลับมาเกิดเพื่อกอบกู้เอกราชจากขอมดำ ชาติต่อมาจึงลงมาเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพังราชทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมมหาราชต่อมาสามารถกอบกู้เอกราชจากขอมดำอย่างราบคาบ แล้วทำนุบ้านเมือง บำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง
ผู้เขียนเห็นว่า ตอนนี้มีเนื้อหาที่ท่านเล่าไว้มีสาระบันเทิงธรรมดีมาก มีประโยชน์มาก จึงขอยกรายละเอียดเรื่องราวของเณรน้อยบางตอนให้อ่าน คัดลอกมากจากหนังสือเรื่องจริงอิงนิทานฉบับพิเศษ หน้า ๓๙-๔๒ และ ๔๔-๔๖ซึ่งอาจมีการเรียบเรียงบางเนื้อหา ถ้อยคำ ตัดตอน สรุป เล็กน้อยเพื่อให้กระชับกับหน้าหนังสือ และคงความหมายเดิมครบถ้วน) ดังนี้... -
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน วิธีสร้างอิทธิฤทธิ์
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ ตอน วิธีสร้างอิทธิฤทธิ์
ปัญหา อิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ เป็นสิ่งมีได้จริงหรือ? ถ้ามีจริงจะมีวิธีสร้างได้อย่างไร ?
พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุ ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่า เราพึงบรรลุอิทธิวิธีหลายประการ คือ คนเดียวพึงเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนพึงเป็นคนเดียวก็ได้ ทำให้ปรากฏก็ได้ ทำให้หายไปก็ได้ ทะลุฝ่ากำแพง ภูเขาไปได้ ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้ พึงผุดขึ้นดำลงแม้ในแผ่นดินเหมือนในน้ำก็ได้ พึงเดินบนน้ำไม่แตกเหมือนเดินบนแผ่นดินก็ได้ เหาะไปในอากาศเหมือนนกก็ได้ ลูบคลำพระจันทร์พระอาทิตย์...ก็ได้”
“ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่าเราพึงได้ยินเสียง ๒ ชนิด คือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยทิพยโสตอันบริสุทธิ์ ล่วงโสตของมนุษย์... ถ้าภิกษุจะถึงหวังว่าเราพึงกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นด้วยใจ คือ จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ ก็รู้ว่าจิตมีราคะ มีโทสะ มีโมหะ ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่าเราพึงระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือพึงระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง สองชาติบ้าง สามชาติบ้าง.... พันชาติบ้าง แสนชาติบ้าง .... ว่าในภพโน้นเรามีชื่อย่างนั้น มีโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณอย่างนั้น... -
อธิษฐานอย่างไรได้อย่างนั้น (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
อธิษฐานอย่างไรได้อย่างนั้น
อธิษฐานบารมีไม่ใช่ของเล็ก เป็นของใหญ่ การให้ทานของท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ถ้าจะให้บารมีเต็มจริง ๆ ก็จงอย่าตั้งใจคิดว่าชาติหน้าจงรวย เราก็ควรจะรวยเสียตั้งแต่ชาตินี้ ถ้าชาตินี้ไม่รวยชาติหน้ามันก็ไม่รวย คำว่า รวย คือว่า พอ คือยินดีเฉพาะทรัพย์สินที่เราหามาได้โดยชอบธรรม นี่เรียกว่า สันโดษ หมายความว่ามีมากก็กินน้อย มีน้อยก็กินน้อย มันก็กินอิ่มเดียว ถ้าเขามีกางเกงแพรนุ่ง เราก็มีกางเกงผ้าฝ้ายนุ่ง เราก็พอใจ เขากินด้วยจานเงินจานทอง เรากินด้วยจานไม่มีลายเราก็พอใจ เขามีหมูเห็ดเป็ดไก่กิน มีอาหารพิเศษ ที่เรียกว่าไม่ควรจะแพงมันก็แพง ไอ้กินเอาหน้าเอาตากินอวดน่ะ เรามีผักบุ้งจิ้มน้ำปลาเราก็พอใจ มันก็อิ่มเหมือนกัน อย่างนี้ถือว่าคนรวย รวยที่พอ ที่เรียกว่าถ้ามีอาการพอเมื่อไรมันรวยเมื่อนั้น เป็นการตัดโลภโมโทสัน อยากได้ทรัพย์สินของบุคคลอื่น และให้ทานตามปกติ ชาติหน้ามันจะรวยไปยิ่งกว่านี้
โอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
ที่มาจากหนังสือคำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง ๕๘
หน้า ๑๓๗ – ๑๓๘
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
คณะสงฆ์เข้ากราบสักการะพระอาจารย์ใหญ่มหางอน
คณะสงฆ์เข้ากราบสักการะพระอาจารย์ใหญ่มหางอน
วันนี้( 8 ม.ค.61) พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธ นำคณะสงฆ์พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล และดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และคณะกรรมการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เข้ากราบสักการะ พระอาจารย์ใหญ่มหางอน ดำลงบุญ ประธานอพส. เจ้าอาวาสวัดใหญ่ไชยะพูม เมืองไกสอนพมวิหาร แขวงสะหวันนะเขตประธานศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว (พระสังฆราชลาวรูปที่ 5) ที่ให้การอุปถัมภ์และร่วมโครงการ “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ตามรอยพระอริยสงฆ์ลุ่มน้ำโขง”
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 มีวัตถุประสงค์การทำงาน เพื่อหนุนเสริมการเผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนา ผลงานที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น โครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล ซึ่งได้จัดไปแล้วทั้งหมด 6 รุ่น มีพระธรรมทูตในโครงการที่ผ่านการอบรมหลักสูตร “พุทธภูมิศึกษา” จากประเทศไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม จำนวนทั้งหมด 176 รูป และจัดอบรมหลักสูตรเตรียมพระธรรมทูต... -
ไขปริศนา “ลมหมุนขั้วโลก” ทำไมจึงเกิดบ่อยขึ้น !?
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสหรัฐฯ จะเจอกับอิทธิพล “โพลาร์ วอร์เท็กซ์” (Polar Vortex) หรือปรากฎการณ์ “ลมหมุนขั้วโลก” บ่อยขึ้น และน่าเป็นผลจากภาวะโลกร้อน รวมกับการผกผันของสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ
ผลการวิเคราะห์ของสถาบันด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลก มหาวิทยาลัยเเห่งรัฐเมน (University of Maine Climate Change Institute) รายงานว่า ในขณะที่ตอนกลางเเละฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ประสบกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้วเเละติดลบจนทำลายสติถิในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนอื่นๆ ของโลกกลับเจอกับสภาพอากาศที่อุ่นกว่าปกติราวครึ่งองศาเซลเซียส เเละขั้วโลกหนือเองก็อุ่นกว่าปกติถึง 3.4 องศาเซลเซียส
โดยปกติเเล้ว อากาศที่เย็นจัดจะถูกกักเอาไว้ในโพลาร์ วอร์เท็กซ์ (Polar Vortex) ซึ่งเป็นลมวนที่เกิดจากลงกำลังเเรงหลายลูก ไหลวนรวมกันในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาสูงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศในบริเวณขั้วโลกเหนือ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ที่มีกำลังเเรงจะสามารถกักอากาศที่เย็นสุดขั้วเอาไว้ไม่ให้หลุดรอดออกมาจากขั้วโลกเหนือ
จูดาห์ โคเฮน (Judah Cohen) ผู้เชี่ยวชาญด้านพายุฤดูหนาว เเห่งบริษัท Atmospheric Environmental Research... -
มส.หนุนพระธรรมทูตไทยสร้างสันติภาพโลก
มหาเถรสมาคมเดินหน้าผลักดันพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศทำงานด้านสันติภาพโลก
วันที่ 8 ม.ค.2561 พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปีนี้มีนโยบายส่งเสริมให้พระธรรมทูตทั่วโลกเน้นการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการทำงานเพื่อสังคม ส่งเสริมบทบาทพระธรรมทูตให้สามารถทำงานในระดับนานาชาติ ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะไปร่วมประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ณ วัดพุทธาราม เมืองวาลโวก์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมนำพระธรรมทูตไทยเข้าสู่การประชุมสันติภาพโลก ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายนนี้
การดำเนินการดังกล่าวมุ่งหวังให้คณะสงฆ์ไทยพัฒนาศักยภาพให้มีบทบาทสามารถทำงานสันติภาพโลก เนื่องจากที่ประชุมสันติภาพโลก เห็นว่าหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอดคล้องกับหลักการสันติภาพโลก ที่เน้นสร้างความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในการสร้างสังคมสันติสุข รวมทั้งยังได้เห็นบทบาทของพระภิกษุ โดยเฉพาะพระธรรมทูต ได้สร้างสันติภาพ และการช่วยเหลือสังคมให้เกิดความสงบสุขในประเทศ... -
สมเด็จพระเทพทรงพระราชทานทุนเริ่มต้น 10 ล้าน สร้างตึกให้ รพ. นครราชสีมา
สมเด็จพระเทพทรงพระราชทานทุนเริ่มต้น 10 ล้าน สร้างตึกให้ รพ. นครราชสีมา หลวงพ่อกัณหา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.)พลโทสุนัย ประภูชะเนย์ พร้อมด้วย พลเอกภุชงค์ รัตนวรรณ และ พลเอก ธนะศักดิ์ เก่งถนอมม้า อดีตผบ.นสศ. นำกำลังพล พร้อมครอบครัว และประชาขน ร่วมถวายความจงรักภัคดี ต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
พร้อมทั้งเป็น ประธานฝ่ายฆราวาส ในการประกอบพิธี ทอดผ้าป่าสามัคคี ในนามกองทัพบก เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบทุน ในการจัดสร้างอาคาร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ( ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน) โรงพยาบาลนครราชสีมา
โดยในครั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานทุนเริ่มต้น จำนวน 10 ล้านบาท และได้รับความเมตราจาก หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม แห่งวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมราม ตำบลวังหมี่ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประธานสงฆ์ ในการจัดหาทุน โดยการทอดผ้าป่าสามัคคี กับหน่วยงานอื่น มาก่อน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานต่าง ทั้งภาครัฐ เอกชน... -
รูปปั้นยักษ์สวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังเฝ้าเจดีย์วัด
รูปปั้นยักษ์สวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังเฝ้าเจดีย์วัด
วัดในจ.เชียงใหม่สร้างรูปปั้นยักษ์เฝ้าหน้าเจดีย์ ยุค 4.0 สวมผ้าใบคอนเวิร์ส-รองเท้าแตะ ทำมือไอเลิฟยู หวังดึงคนรุ่นใหม่เข้าวัดซึมซับคำสอนในพระพุทธศาสนา
วันนี้ (8ม.ค.61) รูปปั้นยักษ์กุมภัณฑ์ 2 ตน ที่อยู่ด้านหน้าทางขึ้น พระธาตุเจดีย์รัตนธรรมพิเนต ภายในวัดท่าไคร้ ต.แม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่กำลังกลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว เพราะยักษ์ 2 ตนที่นั่งเฝ้าหน้าอยู่เจดีย์แห่งนี้ ไม่เหมือนกับที่วัดอื่น ๆ เนื่องจากสวมเครื่องแต่งกายที่แปลกแหวกแนวเข้ากับสมัยปัจจุบัน โดยยักษ์ที่อยู่ด้านซ้ายจะสวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีแดง ส่วนยักษ์ที่อยู่ด้านขวา จะสวมรองเท้าแตะและยังทำสัญลักลักษณ์มือ ไอเลิฟยู
พระอาจารย์ไกรสร กิตติเวที รองเจ้าอาวาสวัดท่าไคร้ กล่าวว่า ที่ปั้นรูปยักษ์เฝ้าหน้าเจดีย์แบบนี้ เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คนยุคใหม่ชอบถ่ายภาพไปอวดกันในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเจอสิ่งที่แปลกใหม่ ทางวัดจึงเลือกนำศิลปะแบบโบราณมาประยุกต์กับศิลปะสมัยใหม่เพื่อดึงดูดให้พุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ให้เข้าวัดกันมากขึ้น... -
10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย
เที่ยว นั่น นี่ โน่น มาก็มาก แต่จะว่าไปเรายังไม่ค่อยได้พาไปเที่ยววัดกันสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เมืองไทยเป็น “เมืองพุทธ” วันนี้เราจะพาเที่ยววัดธรรมดาทั่วไปก็ใช่ที่ งานนี้ขอคัดมาแบบเน้นๆ เอาที่สวย เริ่ด เจิดสุดรับรองว่า งานนี้ตื่นตากับความงาม ถึงขนาดที่ว่าถ้าได้ไปจนครบ คุณต้องรักการเข้าวัดและลืมที่เที่ยว
แบบอื่นๆไปเลยทีเดียว
1. วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จังหวัดราชบุรี
ชมความงามวัด Unseen ที่แรกกันที่ ราชบุรี กับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน วัดพระศรีอารย์ ความสวยงามของวัดแห่งนี้ อยู่ที่ตัวโบสถ์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เหลืองอร่ามมองเห็นได้แต่ไกล สวยงามด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นจิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้า
พระองค์ ตัวอุโบสถทองคำหลังนี้ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 37 ปี ด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านล้วนๆ โดยมีมูลค่าในการจัดสร้างรวมกว่า “ร้อยล้านบาท” ประกอบกับตัวโบสถ์สีทองทำให้ใครๆ พากันเรียกขานโบสถ์แห่งนี้ว่า “อุโบสถทองคำร้อยล้าน”
ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า... -
ข้ามภพมีจริง เด็กหญิงคนนึง ฝันแปลกๆ ซ้ำๆ จนได้พบรูปโบราณ หน้าคล้ายกันมากจนคุณต้องขนลุก!!
ข้ามภพมีจริง เด็กหญิงคนนึง ฝันแปลกๆ ซ้ำๆ จนได้พบรูปโบราณ หน้าคล้ายกัน เหลือเชื่อมาก จนคุณต้องขนลุก!!
เรื่องมีอยู่ว่า…อรวรรณ ลูกศิษย์ของ ครูก้อง ได้เล่าเรื่องราวที่ น่าขนลุกและแทบไม่น่าเชื่อของเธอ ผ่านการเขียนของครูก้องที่เรียบเรียงออกมาได้อย่างน่าติดตาม ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 5 ตอน อรวรรณมักฝันเห็นผู้คนแปลกหน้า สถานที่เดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ จนกลายเป็นความคุ้นชินและรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ฝัน แต่ผู้คนแปลกหน้าเหล่านั้นคือเพื่อนสนิทของเธอจริงๆ จนกระทั่งเธอได้พบรูปโบราณรูปหนึ่ง เป็นรูปถ่ายหมู่ของเด็กสาวอายุราวๆ 13 ปี และแล้วเธอก็ต้องสะดุดกับภาพนี้เพราะเธอมั่นใจว่าทุกคนในภาพคือเพื่อนในฝัน ของเธอ แถมยังมีรูปที่หน้าเหมือนเธออยู่ในนั้นด้วย เธอแน่ใจแต่ไม่สามารถพูดกับใครได้ เพราะทุกคนต่างคิดว่า เธอช่างคิด ช่างทำจึงทำให้ฝันถึงเหตุการณ์เดิมๆ อยู่หลายครั้ง
ในที่สุดเวลาก็นำพาให้เธอได้กลับมาเจอกับเพื่อนรักในอดีต เมื่อราวๆ ปี 2470 เมื่อเธอเข้าไปที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา อรวรรณถึงกับสะดุ้งกับภาพที่เห็นตรงหน้า และมีเสียงแว่วดังมาว่า อร ฉันดีใจอย่างแรง ฉันคิดถึงเธอ และแล้วเหตุการณ์นี้เองก็ทำให้อรวรรณ... -
อัศจรรย์! พบอักขระปรากฏบนปั้นเหน่งหลวงพ่อนาน หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ
วันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นที่วัดสามัคคี บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังทางวัดได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูพิพิธประชานาถ (นาน สุทธสีโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามัคคี อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลท่าสว่าง ไปเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.61) เวลา 16.00 น.โดยมีว่าที่ร้อยตรีนิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รอง ผวจ.สุรินทร์ เป็นประธานในพิธีอัญเชิญน้ำหลวงสรงศพ ไฟหลวงพระราชทาน และทรงโปรดพระราชทานผ้าไตรจำนวน 5 ไตร เพื่อทอดถวายพระสงฆ์บังสุกล จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ท่ามกลางพุทธศาสนิกชน และศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมงานจำนวนมาก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
จากนั้นในช่วงเช้าวันนี้ (7 ม.ค.)เวลาประมาณ 07.00 น.ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเก็บอัฐิของพระพิพิธประชานาถ จึงได้พบกับกระดูกบริเวณปั้นเหน่ง หรือหน้าผาก ของหลวงพ่อ ที่ปรากฏมีอักขระสลักไว้ ซึ่งศิษยานุศิษย์ต่างเชื่อว่า เป็นอักขระตัวหนังสือที่เป็นชื่อของท่าน และเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก โดยมีลักษณะของตัวหนังสือคำว่า “พระครู” ถึงแม้จะสังเกตุอ่านยาก และไม่ชัดเจนนัก และก็มีบางตัวที่มีพยัญชนะคล้ายภาษาไทยคือตัว... -
ประสบการณ์… รอยเท้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระผู้เมตตาดั่งพระโพธิสัตว์
ประสบการณ์… รอยเท้าหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระผู้เมตตาดั่งพระโพธิสัตว์
เมื่อราว พศ 2534 หลังจากไปเปิดวัดถ้ำกับหลวงตาแล้ว จึงจำเป็นต้องหาที่พักที่เชียงใหม่เลยไปได้บ้านที่ อำเภอแม่แตง เป็นสวนลำไยและเลี้ยงผึ้งมาก่อน ซึ่งเป็นคนงานประเทศเพื่อนบ้าน
โดยการเดินทางไปวัดถ้ำสมัยนั้นลำบากและอันตรายยิ่งเวลาค่ำด้วยแล้วจึงต้องมาพักที่แห่งนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ซ้ายติดวัด ขวาติดป่าช้าไทย หลังคริสต์ และแขกตามลำดับ
คืนแรกที่ไปถึงบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ข้างในมีเสา หลายต้น แต่มีต้นหนึ่งที่ไม่เหมือนใครเป็นเสากลางบ้าน
ลักษณะเป็นเสาหัวขาด และตกน้ำมัน วันนั้นไปถึงช่วงราวบ่าย 2-3 โมง สิ่งที่เตรียมไปได้มีเพียงเสื้อผ้าและ ผ้ายันต์รอยเท้าหลวงปู่
จึงนำไปแขวนที่หน้าต่างด้านขวา ติดกลับบ้านร้างสร้างผิดหลัก โดยตัวบ้านหันกาแลไปทางทิศตะวันตก และประวัติบ้านหลังนี้มารู้ภายหลังว่า มีผู้หญิงท้องแก่ผูกคอเสียชีวิต
ส่วนบ้านที่อาศัยอยู่ก็ไม่แพ้กัน มีคนงานตกจากชั้น 2 เสียชีวิตคอหักตาย แล้วในสวนด้านหลังเป็นต้นมะตูมใหญ่มีคนงานไปแขวนคอตาย
คืนนั้นพอจัดการข้าวของเสร็จก็มานอนรวมกันที่หน้าห้องโถงใหญ่ชั้น 2... -
อานิสงส์มหาศาลจากการทำบุญ 40 แบบ
อานิสงส์มหาศาลจากการทำบุญ 40 แบบ
1.การทำบุญด้วยการถวายจีวร
ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายจีวรแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นผู้ที่พร้อมด้วยเสื้อผ้า อาภรณ์ และเครื่องประดับ มีแต่ผู้คนให้ความเคารพยกย่อง มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของคนทุกหมู่เหล่า
เมื่อใดก็ตามจะต้องพบกับความมีอุปสรรค อุปสรรคนั้นจะผ่านพ้นไปด้วยดี ภยันตรายอื่นๆ อย่างสัตว์มีพิษและของมีคมต่างๆ ก็ทำร้ายไม่ได้
อานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นในชาติหน้า จะเกิดมาเป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมด้วยหน้าตาที่งดงาม และสติปัญญาที่น่านับถืออย่างยิ่ง
2. การทำบุญด้วยการถวายเตียงนอน
ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายเตียงนอนแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในเรื่องของความเป็นอยู่ที่สุขสบาย จะได้นอนหลับในที่ที่อุ่นในยามหนาว เย็นสบายในช่วงฤดูร้อน
ในเรื่องของสุขภาพก็มักจะไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายแข็งแรงหากคิดจะเอาดีทางด้านการกีฬา ก็จะโด่งดังในระดับโลก เพราะจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้มาก
เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยชรา ก็จะมีลูกหลานมาดูแล ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นับว่าสบายตั้งแต่เกิดจนตาย
3. การทำบุญด้วยการถวายหมอน
ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายหมอน... -
ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังบุญบารมี
ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มพลังบุญบารมี
ข้อควรปฏิบัติในการดำรงชีวิตในแต่ละวันเพื่อเพิ่มพลังบุญ
1. ตั้งใจรักษาศีล ด้วยการสมาทานศีล
2. สวดมนต์ด้วยบทสวดต่างๆ อย่างน้อยที่สุดให้ได้ 1 บทสวด วันละครั้งก่อนนอน โดยเฉพาะบทสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ (อิติปิโส ฯ…)
3. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
4. แผ่เมตตา อุทิศบุญ ให้แก่เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร บุคคลที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ
5. อธิษฐานขอให้ผลบุญนี้ ไปเป็นพลังเพื่อความสำเร็จต่าง ๆ ดังที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นทางโลก หรือทางธรรม หรือทั้งทางโลกและทางธรรม
6. ทำทาน ให้ได้ในแต่ละวัน ทุก ๆ วัน ตามกำลัง เช่น ใส่บาตร ถวายสังฆทาน หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม หากไม่สะดวก ไม่มีโอกาสที่จะทำได้ทุกวัน ก็ให้นึกถึงเรื่องการให้ทานไว้ทุกวัน โดยตั้งจิตเจตนาไว้อยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วจะไปทำทาน เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุก ๆ วันอาทิตย์ ควรตั้งสัจจะไว้ ไม่ควรคิดว่า เอาไว้เมื่อมีความพร้อม มีเวลา มีโอกาสแล้วจึงจะไปทำ เพราะถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ส่วนมากจะหาโอกาสได้ยาก กิเลสมักหาข้ออ้างได้เสมอ
7. การอธิษฐานต่าง ๆ... -
พระถังซำจั๋ง ผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดียสู่จีน
พระถังซำจั๋ง ผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดียสู่จีน
ทุกคนคงจะชื่นชมเรื่อง “ ไซอิ๋ว” เทพแห่งนิยายชาวบ้านอันลือลั่นของชาวจีนที่กล่าวถึงการผจญภัยของภิกษุจีนรูปหนึ่งพร้อมด้วยศิษย์อีก ๓ คน ผู้ร่วมเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกจากชมพูทวีป ผ่านดินแดนอันตรายเต็มไปด้วยภูตผีปิศาจ แต่ละด่านผ่านไปด้วยความสามารถของเห้งเจียเทพวานรผู้รู้มากไปด้วยอิทธิฤทธิ์ ร่วมด้วยช่วยกันคือตือโป้ยก่ายปิศาจหน้าสุกรที่กลับใจ และซัวเจ๋ง อสูรอัปลักษณ์ ที่คอยคุ้มครองปกป้องพระอาจารย์เพียงคนเดียวคือ “ พระถังซำจั๋ง”
พระถังซำจังรูปนี้ไม่ได้เป็นเพียงแต่ตัวละครในนิทานเท่านั้น หากเเต่มีตัวตนจริงอยู่ในโลกนี้ด้วย พระถังซำจั๋งมีฉายาทางพระว่า “ เฮียนจาง” เป็นพระภิกษุจีนรูปหนึ่งในสมัยราชวงศ์ของฮ้องเต้ถังไท่จง คำว่า “ ซำจั๋ง” แปลว่าพระไตรปิฏก ถ้าเรียกให้ถูกต้องควรเป็น “ ถังซำจั๋งฮวบซือ” ซึ่งฮวบซือนี้แปลว่าธรรมาจารย์ รวมแปลได้ว่า “ พระธรรมาจารย์ผู้แปลพระไตรปิฏกในราชวงศ์ถัง”
เดิม พระถังซำจั๋งชื่ออี๋ กำเนิดในสกุลตั้น แต่เยาว์ท่านมีความเฉลียวฉลาด และคุณสมบัติที่ประเสริฐผิดกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน คือ เมื่ออายุได้ ๘ ปี โยมบิดาได้นั่งสอน... -
คนที่เข้าฌานตาย (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
คนที่เข้าฌานตาย
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 1 หน้า 32
เวลาจะตายเขาเข้าฌานตายกัน คนที่เข้าฌานตายมันไม่ตายเหมือนชาวบ้านเขา
อาการตายเหมือนกัน แต่ความหนักใจของบุคคลผู้ทรงฌานไม่มี ทั้งนี้เพราะถ้าจิตทรงฌานอารมณ์ก็เป็นทิพย์ เมื่ออารมณ์เป็นทิพย์แล้ว ก็สามารถจะเห็นในสิ่งที่เป็นทิพย์ได้ เห็นรูปที่เป็นทิพย์ได้ยินเสียงที่เป็นทิพย์ได้ ในเมื่อเราเห็นรูปที่เป็นทิพย์ได้ ได้ยินเสียงที่เป็นทิพย์ได้ เราก็รู้สภาวะความเป็นทิพย์ของเราได้ คนที่เขาเข้าฌานตายนี่ เขาเลือกไปตามอัธยาศัย ว่าเขาจะไปจากร่างกายอันนี้แล้ว เขาจะไปอยู่ที่ใหม่ เขาจะไปอยู่ที่ไหนนี่รู้ก่อน คนที่ทรงฌานจริง ๆ สถานที่ที่จะพึงอยู่ได้คือพรหมโลก ถ้าหากว่าเราจะไม่อยากอยู่พรหม อยากจะอยู่สวรรค์ ชั้นใดชั้นหนึ่งที่ต่ำลงมาอันนี้ก็เลือกได้
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
ถ้าทำบุญกับพระที่ปฏิบัติไม่สมควรแก่ความเป็นพระ อย่างนี้จะได้บุญหรือไม่!?
ถาม : ถ้าทำบุญกับพระที่ปฏิบัติไม่สมควรแก่ความเป็นพระ อย่างนี้จะได้บุญหรือไม่?
ตอบ : ได้บุญจ้ะ ถ้าตั้งใจถวายเป็นสังฆทาน ต่อให้ท่านเละเทะแค่ไหนก็ตาม อานิสงส์ก็เต็มเหมือนกับถวายแด่พระสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เพราะว่าสังฆะ หมายถึง หมู่สงฆ์ทั้งหมด ผู้ที่รับเป็นเพียงตัวแทนเท่านั้น
พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในปฐมสมโพธิกถา บอกว่าท้ายสุดของพระพุทธศาสนา เพศของพระจะเหลือเพียงผ้าเหลืองพันข้อมือ ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู พอเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้น ศีล ๒๒๗ ข้อ เหลือแค่ ๔ ข้อ ก็คือยังรักษาปาราชิก ๔ ข้อเอาไว้ได้ นอกนั้นขาดเกลี้ยง
ท่านบอกว่าเพศพระและศีลเหลือเพียงนั้นก็ตาม แต่บุคคลตั้งใจถวายเป็นสังฆทาน อานิสงส์เท่าเดิมเพราะว่าคนรับเป็นเพียงตัวแทน
ตัวอย่างในธรรมบทอีกเรื่องก็คือ เศรษฐีเขาถวายทาน นิมนต์พระไปรับที่บ้าน เศรษฐีก็ถวายทานด้วยความเคารพ ด้วยความนอบน้อม ทีนี้ของมันเยอะท่านก็หิ้วไปส่งที่วัด ตอนที่พระท่านจะขึ้นกุฏิท่านต้องล้างเท้าก่อน ก็ขอให้เศรษฐีช่วยส่งขันล้างเท้าให้หน่อย เศรษฐีท่านก็เอาเท้าเขี่ยให้ คนเห็นก็สงสัยมาก ว่าเมื่อครู่ยังถวายด้วยความเคารพนอบน้อมสุดจิตสุดใจ... -
ทำบุญสำคัญตรงใจสละออก
ทำบุญสำคัญตรงใจสละออก
ถาม : ถ้าเขาเรียกให้เป็นกรรมการ แล้วเราใส่ซองไป ๒๐ บาท นี่ผิดไหมคะ ?
ตอบ : ก็ไม่ผิดหรอก อยู่ที่ศรัทธา
ถาม : เขาไม่บอกให้เราทราบ แต่ใส่ชื่อเราเป็นกรรมการไปเฉยเลย กรรมการก็หนึ่งร้อยบาท แต่เราใส่ ๒๐ บาท
ตอบ : ก็บอกเขาไปสิว่ามีศรัทธาแค่นี้ การทำบุญไม่ได้อยู่ที่จำนวน สำคัญตรงใจสละออก อย่างเจ้าเต้ย ติดกัณฑ์เทศน์ตรงนี้บาทหนึ่ง หลายคนอาจจะเห็นว่าเหลวไหล แต่คุณรู้ไหมว่าเขาอาจจะมีแค่ ๒๐ บาท แต่ติดกัณฑ์เทศน์ตั้งบาทหนึ่ง เท่ากับ ๕ % ที่ตัวเองมี แต่ถ้าหากว่าใครมีพันล้านแล้วติดกัณฑ์เทศน์ตรงนี้ล้านหนึ่ง ลองเทียบเปอร์เซ็นต์ดูสิ ว่าต่างกันแค่ไหน อันนี้บาทหนึ่งเท่ากับหนึ่งในยี่สิบ แต่อันนั้นเป็นหนึ่งในพัน จำนวนเปอร์เซ็นต์ห่างกันมากเลย
ถาม : แล้วถ้าไม่มีแล้วต้องไปกู้หนี้ยืมสินละครับ ?
ตอบ : การทำทานทำแล้วต้องไม่ให้ตนเองและบุคคลรอบข้างเดือดร้อน ถ้าถึงขนาดกู้หนี้ยืมสินมาทำนั่นขาดปัญญาในทานบารมีไปหน่อย
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ที่มา วัดท่าขนุน -
อันตรายสำหรับมนุษยชาติยุด 4.0!!! พระ อ.อารยวังโส ชี้“โรคขีเกียจคิด”เริ่มเห็นชัดในคนเราทุกวันนี้
สัญญาณบ่งชี้... อันตรายสำหรับมนุษยชาติยุด 4.0!!! พระ อ.อารยวังโส ชี้แนะ “โรคขีเกียจคิด” เริ่มเห็นชัดในคนเราทุกวันนี้อย่าเผลอใจ
บทความพิเศษโดย...พระ อ.อารยวังโส
โรคขี้เกียจคิด ...สัญญาณอันตรายของมนุษยชาติในยุคไอที!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา วาระดิถีขึ้นปีใหม่ได้มาถึงแล้วตามปกติอันเป็นไปตามกฎของโลกที่สมมติขึ้นตามสภาวธรรมที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงไปตามกฎของธรรมชาติ จริงๆ แล้ว โลกกับธรรมไม่เคยขัดแย้งอะไรกันหรอก เพราะโลกก็คือธรรม .. ธรรมก็คือโลก แต่จะเป็นธรรมขั้นไหน มีลักษณะสภาวธรรมอย่างไรนั้น ก็ต้องว่ากันไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ
การจำแนกแจกแจงเรื่องธรรมที่เป็นไปในระดับโลกหรือระดับเหนือโลกนั้น เพื่อความชัดเจนในความเข้าใจที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อการปฏิบัติให้ได้ผลในแต่ละระดับของธรรม จึงจำแนกเป็น โลกียธรรมและโลกุตรธรรม!การเรียนรู้ที่ถูกต้อง ตรงธรรม จึงเห็นความเป็นแนวเดียวส่งสืบต่อกันไปจากธรรมขั้นต่ำ ขั้นระดับกลาง และขั้นสูงสุด จนถึงที่สุดแห่งการรู้แจ้งธรรม.. เกิดพุทธภาวะขึ้นอย่างแท้จริง..
เรื่องราวของโลกียวิสัยที่ไหลเวียนในโลกียวิถี ดังปรากฏในรูปสมมติของกาลเวลา... -
ชาวลาวต่างประเทศร่ำไห้ "เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์" สิ้นพระชนม์แล้ว ประชาชนน้ำตานองทั้งแผ่นดิน
ชาวลาวต่างประเทศร่ำไห้ "เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์" สิ้นพระชนม์แล้ว ประชาชนน้ำตานองทั้งแผ่นดิน
เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่าง (พระโอรสองค์สุดท้ายในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ) สิ้นพระชนม์
เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างทรงเป็นพระโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนากับพระอัครมเหสีเจ้าหญิงคำผูย
หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศลาวพระองค์ทรงลี้ภัยไปประทับยังกรุงปารีสโดยใช้ชีวิตแบบสามัญชน แต่พระองค์ก็ยังทรงได้รับความเคารพนับถือจากชาวลาวในต่างประเทศดังจะเห็นได้จากพิธีถวาย
พระราชบายศรีหลวงที่สมาคมฟ้างุ้มจัดขึ้นถวายทุกปีนอกจากนี้พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานพระญาติวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว
เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2561 ณ กรุงปารีส พระชนมายุ 81 พรรษา
อย่างที่หลายๆท่านทราบกันดีว่า พระมหากษัตริย์หรือที่คนลาวเรียกกันว่า “พระเจ้ามหาชีวิต” องค์สุดท้ายของลาวนั้นคือพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา และองค์ราชินีคู่พระบารมีคือ พระอัครมเหสีคำผูย
ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรส-ธิดาร่วมกันทั้งสิ้น 5 พระองค์ ได้แก่
-องค์มกุฎราชกุมารวงศ์สว่าง... -
ในแต่ละฌานมีประโยชน์อยู่หรือไม่ครับ นอกจากได้ความเงียบสงบ
ถาม : ในแต่ละฌานมีประโยชน์อยู่หรือไม่ครับ นอกจากได้ความเงียบสงบ ?
ตอบ : อย่างต่ำที่สุดก็คือสามารถกดกิเลสหยาบ ได้แก่ นิวรณ์ ๕ ลงได้ ส่วนที่มากกว่านั้นก็คือ กำลังที่ได้มาสามารถใช้ตัดกิเลสไปตามลำดับได้ แต่ถ้าจะตัดระดับพระอนาคามี พระอรหันต์ ต้องได้ฌาน ๔ คล่องตัว ดังนั้น..ฌานแต่ละขั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น เพียงแต่เราเข้าถึงประโยชน์ได้แค่ไหน
ประโยชน์ใหญ่อย่างหนึ่งที่คนทั่ว ๆ ไปมักจะไม่เข้าใจก็คือ ถ้าเราตั้งกำลังใจไว้ก่อนว่าจะตัดกิเลสอะไร แล้วเข้าฌานไป จิตจะตัดให้โดยอัตโนมัติ ตัดรัก ตัดโลภ ตัดโกรธ ตัดหลง ตัดอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นการตัดเฉพาะช่วงที่เข้าฌาน หลังจากออกจากฌานมา ถ้าสามารถประคับประคองกำลังนั้นเอาไว้ได้ ก็ยังตัดกิเลสได้อีกชั่วคราว ไม่ใช่การตัดโดยขาดเลย แต่ว่าเป็นการตัดด้วยองค์ฌานนั้น ๆ
เป็นลักษณะของวิขัมภนวิมุตติหรือตทังควิมุตติ แล้วแต่ว่าเราเข้าถึงมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยก็สบายชั่วคราว ไฟไม่เผาเรามาก
แต่คนเราพอไปถึงระดับนั้น บางทีก็เพลิดเพลินกับความสุขที่ปราศจากกิเลสชั่วคราว ก็เลยติดอยู่ในฌาน กลายเป็นติดในรูปราคะกับอรูปราคะไป
สทนาธรรมกับพระอาจารย์เล็ก สุธัมมปัญโญ
วัดท่าขนุน -
หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย สะกดจิตหนึ่งต่อสอง
สะกดจิตหนึ่งต่อสอง
พันเอกพิเศษ อาจารย์ณรงค์ แสงมณี ภายหลังจากลาสิกขาออกมาแล้วก็ได้รับใช้ประเทศชาติด้วยความสามารถพิเศษประจำตัวที่มีอยู่ กล่าวคือ ๑. มีความสามารถยิงธนู ได้แม่นยำ มีความเชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนูจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอุปนายกสมาคมยิงธนูแห่งประเทศไทย ๒. มีความสามารถยิงปืนได้แม่นยำทั้งปืนสั้น และปืนยาว เคยเปิดสถานฝึกสอนการยิงปืนเอกชน ที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเกษียณอายุราชการและหยุดกิจการส่วนตัวจึงพักผ่อนอยู่กับบ้าน และมาช่วยหลวงปู่พัฒนาวัดเป็นครั้งคราว
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เข้ามาช่วยหลวงปู่ ควบคุมการขุดสระน้ำหน้าวัดเขาสุกิม วางแบบแปลนและควบคุมคนงานก่อสร้างเกาะกลางสระน้ำ เป็นต้น ตกตอนเย็นหลังจากเลิกงานอาจารย์ณรงค์ ก็จะขึ้นสวดมนต์ทำวัตรร่วมกับพระภิกษุ สามเณร เมื่อมีเวลาว่าง ก็มักจะเล่าเรื่องอดีตสมัยที่บวชพระอยู่กับหลวงปู่ที่วัดเขาไทรสายัณห์ให้พระหนุ่มเณรน้อยรุ่นหลังๆ ได้รับฟังอยู่เสมอๆ วันหนึ่ง หลังจากทำวัตรเสร็จ อาจารย์ณรงค์ เล่าว่า...
ผม (ณรงค์ แสงมณี) และท่านพระอาจารย์ทิวา บวชคู่นาคกัน เป็นลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณพระราชมุนี (โฮม) วัดปทุมวนาราม... -
พระคาถาบารมี ๙ชั้น "ครูบาศรีวิชัยเจ้า"ผู้สวดสม่ำเสมอไม่อดอยากยากจนขัดสน เมตตามหานิยม
ตำนานคาถาของครูบาศรีวิชัยเจ้า ต้นบุญ แห่งล้านนา เพื่อให้ท่านทราบถึงที่มาของคาถาบทนี้ ครั้งหนึ่ง......นานมาครูบาศรีวิชัยเจ้าออกเดินธุดงค์ในแถบภาคเหนือ.....ใน ระหว่างเดินทางผ่านโต้งนา (ทุ่งนา) แห่งหนึ่งก็ได้ไปปะ (ไปพบ) เถียงนา (ที่พักกลางนา) หลังหนึ่งที่ถูกไฟไหม้ แต่ไฟไหม้ไม่หมดเหลือส่วนหนึ่งตรงใจคา (ชายคา) ด้วยเหตุที่ไฟไหม้ไม่หมดจึงทำให้ครูบาศรีวิชัยเจ้าเดินเข้าไปดู ท่านก็ได้พบ กระดาษสาแผ่นหนึ่งซึ่งเขียนเป็นภาษาล้านนา เขียนว่า คาถาบารมีเก้าจั้น....ท่านจึงเกิดอัศจรรย์ใจ ท่านจึงนำมาใช้กับตัวท่านตลอดมา คาถาบารมีเก้าชั้นหรือคาถาเรียกบารมี ๓๐ ทัศปกปักรักษาเวลากลางคำกลางคืนรวมถึงเรียกคุณพระแม่ธรณีและคุณทั้งปวงมาปก ปักรักษาให้รอดพ้นจากภัยพิบัติอันตรายทั้งหลายทั้งปวง นี่ก็เป็นคาถาอีกบทหนึ่งที่นิยมใช้กันทางภาคเหนือ ปัจจุบันค่อยเลือนหายไปน้อยคนนักที่จะรู้จัก ส่วนมากจะพากันไปสวดไปท่อง คาถาบารมี ๓๐ ทัศ ซึ่งก็เป็นคาถาประจำตัวท่านครูบาศรีวิชัยเจ้าอีกบทหนึ่งเช่นกัน
พระคาถาบารมี ๙ ชั้น หรือ พระคาถาบารมี ๑๐ ทัศ นี้เป็นคาถาที่พระครูบาศีลธรรมหรือครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโญ แห่ง วัดบ้านปาง อ.ลี้... -
บุคคลที่เกิดมาในโลกแล้วได้พบกัน ในอดีตไม่มีความสัมพันธ์มานั้นไม่มี
บุคคลที่เกิดมาในโลกแล้วได้พบกัน ในอดีตไม่มีความสัมพันธ์มานั้นไม่มี
ถาม : การที่บุคคลซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เราไม่รู้จักเลย อยู่ดี ๆ ก็อยากจะเข้ามาแย่งคิวที่จะสอนภาษาอังกฤษให้ ก็เลยว่าคนเหล่านี้นี่เพียงแค่เราเอ่ยปากว่า เราต้องการเรียนภาษาอังกฤษก็มาทั้งหมด ๓ คนเรียงกัน มาทั้งหญิงทั้งชาย แสดงว่าเราเคยมีความสัมพันธ์…?
ตอบ : พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลที่เกิดมาในโลกแล้วได้พบกัน ในอดีตไม่มีความสัมพันธ์มานั้นไม่มี ต้องเคยมีความสัมพันธ์กันมาอย่างน้อย ๆ ในฐานะใดฐานะหนึ่ง
หลวงพี่ประทีปพระพี่ที่น่ารักของวัดท่าซุง เดินทางไปอเมริกาพร้อมกับหลวงพ่อวัดท่าซุง ทีนี้อเมริกาหนาวนี่ พระใส่เสื้อกันหนาวไม่ได้ ก็ได้แต่ห่มจีวร ปรากฏว่ามีคุณมืดหลายคน เดินมาก็ส่งเงินให้เอาไปซื้อสเวตเตอร์ อีกคนหนึ่งก็มาส่งเงินให้บอกเอาไปซื้อ อีกคนก็ส่งเงินให้เอาไปซื้อ พระทั้งกลุ่มพวกเขาให้อยู่รูปเดียว ไม่ให้ท่านอื่นด้วย ทีนี้ท่านก็งง ๆ ว่า อะไรกันวะ ? หลวงพ่อท่านบอกว่า "เอ็งเคยเกิดที่นี่ เป็นหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง พวกนั้นลูกน้องเก่าของเอ็งทั้งนั้น เห็นเจ้านายแล้วจำได้ ก็เลยให้สตางค์ เป็นห่วงกลัวว่าเอ็งจะหนาวตาย"... -
เปิดประวัติ“อาตมาไม่ได้ใช้เงินมาเป็นเวลา25ปีแล้ว ”ศิษย์ต่างชาติหลวงพ่อชา!
อยากให้ท่านรู้จักศิษย์หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
ปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดอมราวดี (สาขาวัดหนองป่าพง) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษชีวิตของเจเรมี ฮอร์เนอร์ เปรียบเสมือนเม็ดบัวที่ก่อกำเนิดและบ่มเพาะตัวอยู่ที่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของประเทศอังกฤษ แต่เพราะสภาพแวดล้อมไม่พร้อมให้ผลิบาน เจเรมีผู้ตั้งคำถามถึงปรัชญาศาสนาและอิสรภาพแห่งชีวิต จึงเป็นได้เพียงฮิปปี้หนุ่มผมยาว ดื่มเหล้าเคล้ากัญชาไปวันๆ ก่อนที่จะตกเป็นอาหารปลาและเต่า โชคดีที่วันหนึ่งเมล็ดบัวถูกพัดพามาตกลง ณ วัดป่านานาชาติ
ที่นี่ เมล็ดบัวเริ่มแทงยอด แตกใบอ่อน ก่อนจะผลิบานเป็นดอกบัวงาม ณ แดนไกลในวันนี้ก่อนจะมาเป็นพระอาจารย์อมโร ภิกขุ ชื่อเดิมของท่านคือ เจเรมี ชาร์ลส์ จูเลียน ฮอร์เนอร์ตอนเด็กท่านต้องทำวัตรแบบคริสต์และท่องคำสอนจากคัมภีร์ไบเบิ้ลที่โรงเรียนทุกวัน พอท่านอายุ 6-7ขวบก็เริ่มสงสัยว่าจริงหรือเปล่าที่ถ้าเชื่อพระเยซู ใจจะบริสุทธิ์ แล้วทุกสิ่งจะดีเอง บาทหลวงก็สอนให้ท่านอ้อนวอนแล้วพระเจ้าจะประทานให้ทุกสิ่ง ท่านดีใจมากในวันคริสต์มาสท่านอยาก
ได้รถดับเพลิงจึงสวดขอพระเจ้า แต่ไม่ได้ ท่านจึงสงสัยหรือพระเจ้าจะไม่มีจริง... -
อานุภาพใหญ่ยิ่ง! สวดบท อิติปิโส ถอยหลัง ดวงไม่ดี ดวงตก ดวงถึงฆาต บทเดียวเอาอยู่!!
บท อิติปิโส ถอยหลัง เมื่อสมัยพุทธกาล มีเหล่าพระสงฆ์อยู่กลุ่มหนึ่งได้ออกธุดงค์ไปในป่าเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นป่า ที่ว่ากันว่า ไม่มีนักบุญท่านใดอยู่ได้นาน เพราะมักจะมีเหล่าอสูรกายมาหลอกหลอน ให้ตบะพังจนสติแตกอยู่ร่ำไป พระสงฆ์กลุ่มนี้ได้ปักกรด และจำศีลอยู่ที่นั่น ซึ่งมีกันทั้งหมด 8 องค์ ตกกกลางคืน เหล่าอสูรกายก็ออกฤทธิ์ ทั้งหัวเราะทั่วหุบเขา ทั้งแปลงเป็นผี ควักไส้พุง ตาถลน
ทั้งหมดกลัวสุดขีดแต่ได้ตั้งสติและสวดมนต์ โดยเฉพาะอิติปิโส แต่พอสวด อสูรกายกลับกลายร่างเป็นยักษ์โล้น(ร่างแท้ๆ) ปัดกลดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทั้งหมดทุกท่านโกย..โกยเถอะโยม..ม และนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ได้ให้บทสวด อิติปิโส แต่ให้สวดถอยกลับ เพื่อไปปลดปล่อยยักษ์ตนนั้นที่หวงที่ เหล่าพระสงฆ์เหล่านั้น ก็กลับไปที่เดิม ตกกลางคืน มาอีกหนักกว่าครั้งที่แล้ว
ทั้งพายุ***ฝนทั้งฟ้าผ่า และมันกำลังจะกระทืบไปที่เหล่าพระสงฆ์กลุ่มนั้น ทั้งหมดห้อมล้อมและท่อง อิติปิโส ถอยหลัง ยักษ์ตนนั้น ปวดหัวทรมานอย่างแรง จนต้องอ้อนวอนให้พระสงฆ์กลุ่มนั้นหยุดท่องคาถานี้ หัวหน้าคณะได้ให้ยักษ์สาบานด้วยวาจาสัตย์ว่าต้องไม่ทำร้ายใครอีก... -
กระหึ่มโซเชียล!ชมพระแบกปูน40กก.สร้างวัด
กระหึ่มโซเชียล! ชมพระแบกปูน 40 กก. ขึ้นเขาเพื่อสร้างวัด
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กนาม Tan Skyline ได้โพสต์ภาพและข้อความไปยังเพจ “ชุมชนคนรักบ่อวิน” ซึ่งเกี่ยวกับพระสงฆ์ ขณะแบกปูน ที่มีน้ำหนักลูกละ 40 กิโลกรัม ขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น เพื่อไปช่วยสร้างวัดบนภูเขาสูง ทราบภายหลังว่าเป็น วัดเขาตะแบก ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นับเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากสำหรับชาวพุทธ หลังจากนั้นมีผู้แสดงความคิดเห็นมากถึง 248 คนและแชร์ 111 ครั้ง
ขอขอบคุณที่มา
http://www.banmuang.co.th/news/education/99500 -
ทำดีไม่หวังผล..”พี่ตูน”ไม่ยอมรับประกาศนียบัตรขอบคุณวิ่งช่วยรพ.พระมงกุฎ
เลขาฯมูลนิธิรพ.พระมงกุฏฯ เผย “ตูน บอดี้สแลม ไม่ยอมรับ ประกาศนียบัตรขอบคุณ วิ่งช่วย รพ.พระมงกุฎฯ บอก “ผมแค่สะพาน ไม่ใช่คนบริจาค”
พล.ต.น.พ. พีระพล ปกป้อง เลขาฯมูลนิธิรพ.พระมงกุฏฯ กล่าวว่า รพ.พระมงกุฏฯ กองทัพบก ขอบคุณ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ที่วิ่ง เพื่อช่วยหารายได้ช่วย รพ.พระมงกุฎฯ ที่เป็น1 ใน11 รพ. โดยรพ.พระมงกุฏฯ มีแผนที่จะซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ให้กับ ตึกใหม่ ของ โรงพยาบาลที่กำลังก่อสร้าง จะเสร็จ ปี2562
“เราอยากที่จะจัดพิธีขอบคุณ และมอบประกาศนียบัตร ขอบคุณ พี่ตูน แต่พี่ตูน ไม่ยอมรับ พี่ตูน บอกว่า ผมไม่ใช่คนบริจาค ผมเป็นแค่ สะพานเชื่อม ให้พี่น้องประขาชน มาบริจาคให้ รพ. เท่านั้น พี่ตูน ไม่ได้หวังอะไร” พล.ต.นพ.พีระพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม เราตั้งใจว่า เครื่องมือแพทย์ทุกชิ้นจะติดข้อความ ขอบคุณ “ตูน” และตอนนี้ ที่ รพ.พระมงกุฎฯได้ขึ้นป้ายบิลบอร์ดเป็นภาพ”ตูน” และข้อความขอบคุณไว้แล้วทั้งนี้ แม้โครงการก้าวคนละก้าว จะปิดโครงการ ราว เดือนพ.ค. แต่ “ตูน” จะเตรียม ตัดยอดเพื่อให้ รพ.ต่างๆ มียอดเงิน เตรียมทำโครงการ ไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มาโดยเร็วที่สุด... -
หลวงพ่อฤาษี ตอบปัญหาการนั่งสมาธิ- "นั่งสมาธิ..จิตอยู่ที่ไหน?"
หลวงพ่อฤๅษี ตอบปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน
ผู้ถาม:- “ผมอยากจะถามหลวงพ่อหน่อยครับ คือตอนที่นั่งสมาธินี่นะครับ จิตมันอยู่ที่ไหนครับ…?”
หลวงพ่อ:- “เวลานั่งสมาธินี่ จิตมันอยู่ที่ใจโยมใช่ไหม..?”
ผู้ถาม:- “แต่กระผมได้ยินเขาบอกว่า อยู่ที่ระหว่างคิ้วบ้าง อยู่ที่ปลายจมูกบ้าง ผมก็ยังสงสัยอยู่ครับ”
หลวงพ่อ:- “นั่นเขาเอาอารมณ์เข้าไปจับ คือว่าอารมณ์เข้าไปจับมันที่ไหนก็ได้นะ แต่ว่าตามปกติแล้วพระพุทธเจ้าตรัส ท่านให้จับอยู่ตรงลมหายใจเข้าออก นี่เป็นพุทธพจน์นะ เป็นของพระพุทธเจ้าจริง ๆ เวลาทำสมาธิถ้าทิ้งลมหายใจเข้าออก สมาธิกองอื่น ๆ จะเกิดไม่ได้เลย นี่เราเรียกว่า อานาปานุสสติกรรมฐาน ถ้าทิ้งกรรมฐานกองนี้แล้ว กองอื่น ๆ ทำไม่ได้เลย”
ผู้ถาม:- “ระหว่างที่นั่งลงไปแล้ว ไอ้จิตมันก็คอยคิดแต่เรื่องงานเรื่องการ อันนี้จะทำยังไงครับ…?”
หลวงพ่อ:- “อันนี้เป็นธรรมดาโยม เขาเรียกว่า อุทธัจจะกุกกุจจะ มันเป็นธรรมดาของจิต จิตมันมีสภาพดิ้นรน คิดอยู่เสมอ และเวลาที่เราทำสมาธิก็ต้องเผลอบ้างเป็นธรรมดา ถ้าจะไม่มีการเผลอเลย มีการทรงตัวจริง ๆ เวลานั้นจิตต้องอยู่ในช่วงของฌาน ๔ อันนี้เป็นเรื่องจริง ๆ นะ”
ผู้ถาม:- “วิธีจะดับ...
หน้า 328 ของ 440