คลังเรื่องเด่น
-
ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ยาก
ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ยาก
ถาม : ผมว่ากว่าจะได้เกิดเจอพระก็ยากแล้ว ?
ตอบ : สุดแสนจะสาหัสสากรรจ์ อาตมาเคยไปอธิบายให้เขาฟังว่า พระพุทธเจ้าของเรา ปรารถนาโพธิญาณมาตั้งแต่สมัยไหน แล้วไล่ไปทีละองค์ ๆ สี่อสงไขยกับแสนมหากัป กว่าจะมาถึง พระพุทธกัสสป แล้วท่านเองกว่าจะได้ตรัสรู้ไปไล่ให้เขาดู เขาร้องโอ้โฮ…กันทั้งนั้น ช่วงที่สั้นที่สุด ที่มีพระพุทธเจ้าจากกัปนั้นมากัปนี้ ห่างกันหนึ่งอันตรกัปนี่สั้นที่สุด ช่วงที่ยาวที่สุดห่างกันหนึ่งอสงไขยกัป..!
แล้วคุณลองคิดดู ถ้าหากว่าไปเจอช่วงที่ยาวที่สุด ตายหอมตายกระเทียมเลย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ยาวที่สุด ห่างหนึ่งอสงไขยกัป มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว แล้วห่างอีกหนึ่งอสงไขยกัป ถึงจะเจออีกสององค์ ซวยแน่ถ้าไปเจอช่วงอย่างนั้นเข้า ต่อให้โชคดีขนาดไหน เกิดทันขนาดไหน โอกาสพลาดมีสูงมากเลย
ถาม : กิเลสยั่วยวนครับ ชนะยากเหลือเกิน ?
ตอบ : ก็ถึงได้บอกว่า พระพุทธเจ้าเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ยาก มีคนเขาถามว่าพระพุทธเจ้ามีความรู้ความสามารถขนาดนั้น สงเคราะห์คนได้ขนาดนั้น ทำไม่ไม่เกิดมาครั้งละหลาย ๆ พระองค์ จะได้ช่วยกัน จริงไหม ?
อันดับแรก ลองคิดดู... -
ถูกฝึกให้นั่งได้นาน ๆ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ถูกฝึกให้นั่งได้นาน ๆ
ถาม : คืนนี้ต้องลองนั่งดูบ้าง ?
ตอบ : ลองดูก็ได้ ตอนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสอนให้นั่ง อาตมาทรมานมาก รู้สึกว่าปวดหัวเข่าจะหลุดออกไปอยู่แล้ว แต่ใครจะนึกว่าสุดท้ายก็ต้องเอามาใช้
ช่วงนั้นเวลาวันพระ หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านจะลงเทศน์ที่ศาลา ๒ ไร่ เมื่อถึงเวลาที่หลวงพ่อท่านเทศน์ ญาติโยมก็จะประเคนอาหารให้พระฉัน หลวงพ่อท่านเทศน์ไปพระก็ฉันไป (หลวงพ่อท่านฉันข้าวต้มมาแล้ว)
พอถึงเวลาหลวงพ่อเทศน์เสร็จก็รับสังฆทานต่อ ตอนนั้นพระก็จะกราบลาไปกันเกลี้ยง วันนั้นท่านบอกว่า “เมื่อถึงเวลาฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้พระนั่งอยู่จนกว่าข้าจะสั่งให้ลุก” โอ้โฮ…ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งล่อเสียบ่ายสี่โมงครึ่ง รู้สึกว่าปวดจนหัวเข่าจะหลุด..!
หลังจากนั้นท่านบอกว่า ทุกงานให้นั่งอยู่ในลักษณะอย่างนี้ เพราะว่าญาติโยมที่เขามาวัด ถ้าเขาได้เห็นพระมาก ๆ แล้วเขาจะสบายใจ เขาชื่นใจ นั่งอยู่ให้เขาดูหน่อย อาตมาก็…หลังจะขาด…ขาจะหลุดอยู่แล้ว แต่หลวงพ่อท่านนั่งคุยกับโยม โยกหน้าโยกหลังแจกของให้โยมทั้งวัน ท่านแย่กว่าเราตั้งเท่าไร ?
หลังจากนั้นมาแต่ละท่านก็อ้างว่าติดงานประจำ ไม่ยอมลงศาลาวันพระ... -
วัตถุประสงค์ของการเกิดมา (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
วัตถุประสงค์ของการเกิดมา
ถาม : …………………………………
ตอบ : การเกิดมามีวัตถุประสงค์ ? ตายล่ะหว่า...ที่ตั้งวัตถุประสงค์มาคือพวกที่จากข้างบนลงมาเพื่อสร้างบารมี เขาจะตั้งใจลงมาเลย การเกิดของเขานี่อย่างน้อยเขาจะต้องไม่เลวไปกว่าเดิม มีแต่ว่าจะต้องดีกว่าเดิมเขาจึงยอมลงมา พวกชิงมาเกิดเขาเลือกได้ ส่วนพวกทั่ว ๆ ไปที่เป็นไปตามกรรมนั่นมันแล้วแต่บุญบาปจะส่งไป
แต่ว่าการเวียนเกิดของเขาทั้งหลายเหล่านั้นก็จะใกล้ความดีเข้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสร้างความดีบริสุทธิ์จนถึงที่สุดก็หลุดพ้นจากการเวียนตายเวียนเกิดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เทวดา มาร พรหม
ในที่สุดก็เข้าพระนิพพานกันหมด เพียงแต่ว่าใครจะเข้าสู่กระแสพระนิพพานก่อนใครที่จะเวียนตายเวียนเกิดเนิ่นนานกว่ากันแค่นั้นเอง แล้วแต่สภาพจิตของเขาว่าเป็นมิจฉาทิฐิหรือว่าเป็นสัมมาทิฐิ ถ้าเป็นมิจฉาทิฐิกว่าจะย้อนเข้าสัมมาทิฐิกว่าจะปฏิบัติสร้างบารมีเพื่อเข้าสู่นิพพานก็เนิ่นนานจนนับไม่ได้
เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงวัตถุประสงค์เลย พวกที่ตั้งใจเกิดถึงจะมีวัตถุประสงค์ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นไปตามแรงกรรม บ้างก็เกิดมาเพื่อชดใช้... -
“กินก็ตาย ไม่กินก็ตาย”ปริศนาธรรมที่หลวงปู่ดู่ตอบแก่ลูกศิษย์จนใครใครต้องแอบยิ้มกันทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
หลวงปู่ดู่ จัดได้ว่าเป็นพระอริยสงฆ์ที่โดดเด่นในเรื่องของอภิญญา และกรรมฐาน อีกทั้งยังเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติที่งดงามปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในวินัยสงฆ์ จนมีลูกศิษย์จำนวนมากที่นับถือท่าน แต่บางครั้งในการสอนธรรมะ หรือการให้ปริศนาธรรมแก่ศิษย์ หลวงปู่ก็ยังแอบใส่อารมณ์ขันไว้แบบเล็กๆ อย่างเช่นในการตอบคำถามลูกศิษย์ครั้งหนึ่งที่ได้ใครได้ยินคงต้องแอบยิ้มเล็กๆแน่ ลองมาอ่านเรื่องข้างล่างต่อไปนี้
พระสงฆ์ทุกองค์มีวินัยกำหนดให้พิจารณาอาหารก่อนทำการฉัน มองให้เห็นเป็นสิ่งปฏิกูล เพราะได้มาจากธาตุดิน เมื่อบริโภคแล้วจะได้ไม่ยึดติดในกลิ่นรส คิดว่าฉันเพื่อประทังความหิว และให้สังขารร่างกายได้ปฏิบัติต่อไป ให้ได้คุณธรรม หลวงพ่อมหาวีระท่านกล่าวไว้ว่า “ถ้าภิกษุฉันอาหารโดยไม่พิจารณาก่อน กินถ่านแดงเสียดีกว่า เพราะกินแล้วตายเลยไม่ต้องไปทนทุกข์ทรมานในนรก” ซึ่งคำพูดของท่านได้มาจากพระไตรปิฎก
วันหนึ่ง ผู้เขียนจึงได้เรียนถามหลวงปู่ว่า
ผู้เขียน “ท่านพิจารณาอย่างไรก่อนฉัน”
หลวงปู่ “กินก็ตาย ไม่กินก็ตาย”
หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ
ขอบคุณที่มา เพจ FB : @watpah วัดป่า
เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม... -
พระธรรมโพธิวงศ์เปิดโครงการ’พระวิทยากรกระบวนธรรม’
พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ เป็นประธานเปิดโครงการ พระวิทยากรกระบวนธรรม รุ่นที่ 2 ปฏิบัติธรรม ณ แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย – เนปาล
พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล, เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ได้เมตตาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพระวิทยากรกระบวนธรรม รุ่นที่ 2 ปฏิบัติธรรม ณ แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย – เนปาล ณ สถาบันโพธิวิชชาลัย วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 7 – 17 ธ.ค. 2560
โดยโครงการพระวิทยากรกระบวนธรรมเปิดรับสมัครพระวิทยากรผู้รักในการเผยแผ่ธรรมจากทั่วประเทศจำนวน 80 รูปเข้าร่วมโครงการ โดยมีการจัดเป็น 2 ส่วนคือ ภาคทฤษฎีและภาคการปฏิบัติ โดยภาคทฤษฎีจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 มิ.ย. 2560 ณ นครริมขอบฟ้า เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ส่วนภาคปฏิบัติการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 17 ธ.ค. 2560 ณ แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย – เนปาล โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการคือ เพื่อพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ในการเผยแผ่หลักธรรม มุ่งเน้นฝึกปฏิบัติการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรม จริยธรรม การปาฐกถาธรรม การบรรยายธรรม... -
หมดแล้ว มรดกขลัง...พระผงสิวลีวัดประสาท ปี 2506 ยอดแห่งโภคทรัพย์ เพื่อช่วยค่าโฮสเวปพลังจิตและงานสืบพระศาสนา
มรดกขลังเพื่อสร้างมหากุศล และช่วยค่าโฮสเวปพลังจิตมอบให้ไว้เป็นขอขวัญปีใหม่ที่จะถึงนี้ให้กับทุกท่านครับ
วันนี้ขอนำวัตถุมงคลดีที่เก็บรักษาไว้ออกให้บูชากันครับ ปัจจัยการให้บูชาส่วนหนึ่งนำไปสร้างบุญในพระศาสนาตามเจตนาของผมดังนก็คือ
1.สร้างดอกบัวจากเงินบริสุทธิ์ จำนวน2ดอกเพื่อนำไปรองรับพระบรมธาตุที่อัญเชิญมาจากลังกาประเทศ
2.สร้างพระพุทธรูปเคลือบทองคำหน้าตัก 7 นิ้ว 1 องค์ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายไว้คู่บารมีคณโฑทองคำ ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย ในปี 2561
3.สร้างครอบแก้วจากหินจุยเจียธรรมชาติเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุที่เสด็จมาเอง 1 องค์
จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านผู้ปราถนาในบุญร่วมบูชาวัตถุมงคลครั้งนี้ คือ "พระผงพิมพ์สิวลีพระเจ้า" ออกวัดประสาทบุญญวาสเมื่อปีก่อน 2506 สุดยอดพระที่น่าบูชาที่สุดในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ เพราะหากท่านผู้ใดได้บูชาพระสิลวลีไว้และได้สวดบูชาเป็นประจำจะมีความคล่องตัวในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องโภคทรัพย์ เนื่องจากเชื่อกันว่าพระสิวลีอยู่ที่ใดจะยังความอุดมสมบูรณ์ขึ้นที่นั่น... -
“สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นประธานพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญพระพุทธโสธร
“สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นประธานณพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญพระพุทธโสธร “ รุ่นร่วมจิตต์น้อมเกล้า 60" ประดับพระนามย่อ ออป
“สมเด็จพระสังฆราช” ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญพระพุทธโสธร “รุ่นร่วมจิตต์น้อมเกล้า 60" ประดับพระนามย่อ ออป เพื่อสนับสนุนจัดทุนการศึกษาให้เด็กยากไร้ ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงมีพระเมตตาเป็นประธานจุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งและเหรียญพระพุทธโสธร “รุ่นร่วมจิตต์น้อมเกล้า 60" ประดับพระนามย่อ ออป. และทรงมีพระเมตตาร่วมนั่งอธิษฐานจิตภาวนา ในช่วงที่พระสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จำนวน 9 รูป นำโดยพระพรหมมุนี ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์อันเป็นมงคลในพิธี ร่วมกับพระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์ ปิยวัณโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) วัดชินวรารามวรวิหาร จังหวัดปทุมธานี พระมงคลกิจโกศล (หลวงปู่ฤษีตาไฟ) วัดเทพหิรัญ จังหวัดชัยนาท พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (เจริญ ฐานยุตโต) วัดโนนสว่าง จังหวัดอุดรธานี พระครูโสภิตวิริยาภรณ์... -
"ไปดูนรก" ธรรมเทศนาหลวงปู่อินทร์ถวาย
ต้องตายถึงจะได้ซึ้งกับคำว่า..ผลบุญ...ลูกศิษย์เป็นชาวจีน เล่า ประสบการณ์ตายแล้วฟื้น!! หลวงพ่ออินทร์ถวายเลยแจงให้ฟัง #อานิสงส์การทำบุญ
ครั้งหนึ่ง หลวงพ่ออินทร์ถวาย ได้เทศนาเรื่องเกี่ยวกับอานิสงส์การทำบุญอุทิศส่วนกุศล ถวายอาหารสิ่งของของแก่พระภิกษุ แล้วเมื่อตายไปเราจะได้รับเหมือนที่ถวายโดยยกตัวอย่างไว้น่าสนใจเป็นเรื่องราวของคนจีนที่อยู่เมืองไทยที่ตายแล้วพื้นมาเล่าให้ฟังอีกที่ดังเรื่องราวต่อไปนี้
โกเดียน ปากน้ำโพ ก่อนตายไม่เคยทำบุญเลย มีแต่จุดกระดาษเงินกระดาษทอง เพราะเขาเป็นจีน พอสลบไปตอนบ่าย ยมทูตหอบรักแร้ไปเลย พยายามหนีเท่าไรก็หนีไม่ออก เหมือนเป็นผู้ใหญ่มาจับเด็ก เขาจับแน่นมาก เรียกให้ช่วย คนที่ผ่านมารู้จักกันก็ไม่ได้ยิน เขาก็เดินเฉยไป พอพ้นคน เขาก็ปล่อย บอก "เอ้า เดิน" บอกให้เดินไป เหมือนนักโทษเดินไป ยังไงตรงนี้ก็หนีไม่พ้นแล้วก็เลยไม่ล็อคแขนแล้ว
พอเดินไปถึงศาลา มีสนามหญ้า แล้วก็มีคนเป็นกลุ่ม ๆ อยู่ โกเดียนก็หิวข้าวหิวน้ำ เขาก็บอกให้อยู่ที่นี่ก่อน ถ้าได้ยินประกาศชื่อค่อยไป ศาลานั้นเป็นศาลายมทูตที่ตัดสินคนทำบาปทำกรรม โกเดียนเดินไปที่สนามหญ้า... -
ผีมีจริง..อาถรรพ์ ลมเพลมพัด ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ " ๕ คาถาเด็ด ถอนของ ไล่ผี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย"
ผีมีจริง..อาถรรพ์ ลมเพลมพัด ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ " ๕ คาถาเด็ด ถอนของ ไล่ผี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย" กันไว้ดีกว่าแก้ รู้ไว้ใช่ว่า ก่อนจะสายเกินแก้
๕ คาถาเด็ด ถอนของ ไล่ผี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย!
คาถาถอนของ
ตั้งนะโม๓ จบ บูชาพระรัตนตรัย ๓ จบก่อนภาวนาคาถานี้
นะโมเม สุขคะโต นะโมเม โสปัตติ นะโมสุคะโต โหติ อะสัญญัตตา จะ สัมภะวา ปัจจุปันนา ปัญจะพุทธา เสติ นะโมสุคะโต จะ อะนาคะตา นะมามิหัง สัพเพ เทวา ยักขา เปตา ภูตา ปะริตา ปะโรคะตา อัคคะเน วา ชาเมตะยะมัง มะนุสสานัง สัพเพ โกทะวิทา วินาสสันติ ทะสา ตันจะ ปิยัง มุกขัง มุกคะปัตโต เอหิ สะเนโท สะเนทา สะเนหา นะเนโห จะ สัพเพ ชะนะมาเร ปะระชายา ชายะ มะหาโภโค มะหาโทโส พายะสะเต กัมเมนะ วินาสสันติ
หากรู้ว่าของเข้าตัว จงใช้คาถาบทนี้ถอนออก และสามารถขับของให้ผู้อื่นได้
คาถาถอนโบสถ์ ถอนเสมา ถอนศาล ถอนของ ฯลฯ
สมุหะเนยยะ สมุหะคะติ สมุหะคะตา พัทธะเสมายัง เอวัง เอหิ นะเคลื่อน โมถอน พุทคลอน ธาถอน ยะหลุด ลอยเลื่อน เคลื่อนด้วย นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ พุทธัง ปัจจกขามิ ธัมมัง ปัจจักขามิ สังฆัง ปัจจักขามิ เอกาเสติ ปะสิทธิ เม เอหิ คัจฉะมุมหิ เปหิ เปหิ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ... -
เสถียร เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน เสียชีวิต ด้วยอาการสงบ
สุดอาลัย!! "เสถียร เสถียรสุต" ผู้ริเริ่มก่อตั้ง "เสถียรธรรมสถาน" แม่ชีศันสนีย์ เชิญร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต โดยงดพวงหรีด
วันนี้ (๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐) จากเพจ เสถียรธรรมสถาน Sathira Dhammasathan ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงกรณีการจากไปของ คุณเสถียร เสถียรสุต หนึ่งในผู้ก่อตั้ง เสถียรธรรมสถาน โดยมีข้อความว่า
"ไม่มีเสถียร เสถียรสุต...ไม่มีเสถียรธรรมสถาน"
เมื่อบ่ายวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ คุณเสถียร เสถียรสุต คืนสู่ธรรมชาติ...ด้วยอาการสงบ
ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต และเสถียรธรรมสถาน ขอเชิญร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๙.๐๐ น.ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต (ถนนวัชรพล) ศาลา ๑๐
หมายเหตุ : กรุณางดพวงหรีด และขอเชิญร่วมบุญมหากุศล สร้าง "ธรรมาศรม" Mindfulness Hospital ณ เสถียรธรรมสถาน
"เสถียรธรรมสถาน" เป็นสถานที่ที่มีธรรมอันยั่งยืน ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต สร้างบ้านหลังนี้ให้ทุกคนเข้ามาร่วมเรียนรู้ พัฒนาชีวิต เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข พ้นทุกข์ร่วมกัน กว่าสามทศวรรษ...ที่นี่มีตำนานให้เล่าขานถึงความเป็นมา... -
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.51 น.
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61มส.ทราบ
กรมการศาสนาเสนอแผนเผยแผ่พุทธปี61ทั้งไทย-เทศ ให้ มส.ทราบ ตั้งเป้าหมายสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน
นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า กรมการศาสนาได้นำเสนอโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในปี 2561ให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้รับทราบ จำนวน 13 โครงการ ประกอบด้วยโครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ค่ายคุณธรรมสำหรับเยาวชน ลานธรรม ลานวิถีไทย ชุมชนคุณธรรมขับเคลื่อนด้วยพลังบวร คลินิกคุณธรรมในสถานศึกษา ประกวดบรรยายธรรม สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ โครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล ส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย-เนปาล
โครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ซึ่งโครงการทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ทั้งที่เป็นพระสังฆาธิการ และพระสงฆ์ทั่วประเทศ... -
คอร์สภาวนาปริญญาโท หนึ่งเดียวในโลกที่ มจร
โดย สมาน สุดโต
มหาเถรสมาคม (มส.) จับมือ “มจร” มุ่งมั่นนำวิปัสสนาธุระ ตามพระไตรปิฎก ออกประกาศพระพุทธศาสนา เปิดปฐมนิเทศวันพ่อแห่งชาติ ที่วัดพิชยญาติการาม พิสูจน์กัมมัฏฐานพองยุบ เริ่มด้วยบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยคณะนิสิตสาขาวิปัสสนาภาวนา ในอุปถัมภ์ทุนโครงการเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยในเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. 2560
เมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แล้ว สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เป็นประธานพิธีปฐมนิเทศ “โครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา 7 เดือน” และ “โครงการศึกษาดูงานการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา”ณ ประเทศสหภาพเมียนมา ประจำปีการศึกษา 2560 ได้กล่าวให้โอวาทสรุปความว่า พระอรหันต์สาวกได้รวบรวมร้อยกรองหลักกัมมัฏฐานที่พระบรมศาสดาได้ประทานไว้ในมหาสติปัฏฐานสูตรนั้นมีทั้งส่วนที่เป็นสมถกัมมัฏฐานและเป็นวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยเฉพาะหมวดธาตุมนสิการ การพิจารณาธาตุ 4 นั้น มีหลักวาโยธาตุ หมายถึงการพิจารณาธาตุลมภายในกาย... -
พุทธศาสนิกชนไทย-ลาว ร่วมพิธีปฏิบัติบูชาพระธาตุพนม
พุทธศาสนิกชนไทย-ลาว นับหมื่นร่วมพิธีปฏิบัติบูชาพระธาตุพนม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต
พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและลาว ร่วมเจริญจิตภาวนา สวดมนต์ ทำวัตรข้ามคืนบูชาพระธาตุพนม องค์พระธาตุพนม บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตซึ่งถือปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี
กิจกรรมนี้จะจัดทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ธ.ค.ทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับการทำบุญเดือนอ้าย ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ของชาวอีสาน โดยมีการแสดงพระธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธแดนอีสานตลอดทั้งคืน กระทั่งถึงรุ่งเช้าจะทำบุญตักบาตรที่หน้าองค์พระธาตุพนม
สำหรับงานครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนใน จ.นครพนม วัดพระธารตุพนมวรวิหาร มูลนิธิพุทธทาส อิทปัญโญ จัดขึ้น นอกเหนือจากเป็นการร่วมทำบุญแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาอีกด้วย
ขอขอบคุณที่มา... -
"กรรมเป็นหลักสำคัญของศาสนา" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"กรรมเป็นหลักสำคัญของศาสนา"
" .. คำว่า "กรรม คือการกระทำดีชั่วทางกายวาจาใจ" นี่เป็นความจริงประจำโลก ประจำธรรมมาดั้งเดิม ไม่มีอะไรจะมาดัดแปลงหรือลบล้างให้เป็นอื่นได้ "เป็นธรรมตายตัว เป็นกรรมตายตัวและเป็นวิบากดีชั่วตายตัวอยู่กับการกระทำ" ไม่เป็นอื่น
"ศาสนาจึงเว้นคำว่ากรรมนี้ไม่ได้ กรรมนี้จึงเป็นหลักสำคัญอยู่ในวงพระศาสนา" เพราะสัตว์โลกทำกรรมดีชั่วกันอยู่ทั่วดินแดน "ไม่มีใครอยู่เฉย ๆ ได้โดยไม่ทำอะไรทั้งทางใจ ทั้งทางวาจาและทางกาย" เมื่อไม่ทำทางใดก็ต้องทำทางหนึ่งอยู่นั่นแล
"เมื่อการกระทำยังมีอยู่ เรื่องความผิดถูกซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นก็ย่อมมี" เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องมีการสอนกันให้รู้วิธี วิธีกระทำ "ทำอย่างไรถึงจะเป็นความถูก ทำอย่างไรเป็นความผิด และจะแก้ไขความผิดนั้นด้วยวิธีใด" จะบำรุงส่งเสริมความดีนั้นให้เจริญงอกงามขึ้นโดยลำดับด้วยวิธีใด
"นี่เป็นอุบายวิธีการท่านสอนให้รู้จักวิธีปฏิบัติตัวของสัตว์โลกผู้ทำกรรมดีชั่ว" และรับเสวยผลอยู่เรื่อยมาไม่มีลดหย่อนผ่อนคลายบ้างเลย "จะได้ปฏิบัติตัวด้วยวิธีที่ถูกทาง ผลจะเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ตัวเองเท่าที่ควร"... -
พญานาคหนีเที่ยวโลกมนุษย์ !! เกิดเป็นคนได้ไม่นานก็ตาย จน “หลวงพ่อโอภาสี” ต้องเข้าช่วย
พญานาคหนีเที่ยวโลกมนุษย์ !! เกิดเป็นคนได้ไม่นานก็ตาย ทำหัวอกพ่อแม่สลาย จน “หลวงพ่อโอภาสี” ต้องเข้าช่วย !!
หลวงพ่อโอภาสี เป็นพระรูปหนึ่งที่ขึ้นเชื่อเรื่องของการติดต่อกับวิญญาณ โดยเชื่อกันว่าตัวท่านเองสามารถถอดจิตไปไหนมาไหนได้ แม้แต่ครั้งที่ท่านมรณะภาพไปนั้น ก็เกิดจากเหตุว่าท่านได้ถอดจิต แต่ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้
หลวงพ่อโอภาสี และ หลวงพ่อบ๋าวเอิง หรือท่านบ๋าวเอิง แห่งวัดญวนสะพานขาว มีความสัมพันธ์ สนิทสนมกัน ไปมาหาสู่กันเสมอ เพราะเป็นพระที่ติดต่อกับโลกหลังความตายได้ทั้งคู่ โดยเรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ทางวิญญาณอีกเรื่องหนึ่งที่ หลวงพ่อโอภาสีและหลวงพ่อบ๋าวเอิงได้ประสบมาด้วยกัน ความว่า....
มีเด็กคนหนึ่งตายได้หนึ่งเดือนแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย บิดา-มารดาของเด็กได้มาหาท่านขอให้ช่วยชีวิตลูกของเขากลับคืนมา ท่านบ๋าวเอิงฟังเรื่องการไม่เน่าไม่เปื่อยของเด็กที่ตายไปแล้วก็อยากจะรู้ ความจริง จึงได้ทำพิธีเรียกวิญญาณเด็กคนนั้นมาถามก็ได้ความว่า
"เป็นลูกชายพญานาคมาเที่ยวเมืองมนุษย์ ถึงเวลาแล้วต้องกลับ"
บิดา-มารดาของเด็กทราบความก็อยากให้ลูกฟื้นคืนชีวิตมาอีก... -
ฮือฮา!พบพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยอายุกว่า500ปี
ฮือฮา!พบพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยอายุกว่า 500 ปี
ชาวบ้าน พระ นักโบราณคดี ขุดวัดสันธาตุบ้านร่องไฮ โบราณสถาน พบพระพุทธรูปหินทรายสมัยสุโขทัย ปางลีลาวดี อายุกว่า 500 ปี
วันที่ 9 ธค.60 ผู้สื่อข่าวได้ติดตาม เจ้าหน้าที่ พระ และชาวบ้านร่องไฮ หมู่ 1ต.แม่ใส อ.เมือง จ.พะเยา ที่ได้ร่วมกันทำการขุดดินในเขตแนววัดสันธาตุโบราณสถานบ้านร่องไฮ ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่ ของชุมชนบ้านร่องไฮ ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ อยู่ในเขตติดกับกว๊านพะเยา และเป็นวัดสาขา หนึ่ง ของวัดติโลกอาราม ที่อยู่กลางกว๊านพะเยา ที่ใน สมัยโบราณ มีการสร้างวัดขึ้นมา มีอายุกว่า 500 ปี ร่วมกับวัดอื่นๆ ที่อยู่ รอบๆ ในบริเวณกว๊านพะเยา อีก 8-9 วัด ที่มีการขุดค้นพบ ภายในบริเวณกว๊านพะเยาที่มีเนื้อที่กว้างถึง 12,831 ไร่ (วัดโบราณในกว๊านพะเยา มีมาก่อนจะมีกว๊านพะเยา กว๊านพะเยา เกิดขึ้นปี พ.ศ.2482 กรมประมงได้สร้างประตูระบายน้ำกั้นลำน้ำอิง กักเก็บน้ำไว้ จนเป็นกว๊านพะเยา ถึงปัจจุบัน)
ล่าสุดมีได้มีการขุดวัดสันธาตุ โบราณ สถานบ้านร่องไฮ พบประพุทธรูปหินทราย ปางลีลาวดี ยุคสุโขทัย ขนาดสูงประมาณ150-160 เซนติเมตร ขนาดเท่าตัวคน... -
"ฝึกตนดีแล้วจึงฝึกผู้อื่น ชื่อว่าทำตามพระพุทธเจ้า"
"ฝึกตนดีแล้วจึงฝึกผู้อื่น ชื่อว่าทำตามพระพุทธเจ้า"
"ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา"
" .. สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า "ทรงทรมานฝึกหัดพระองค์จนได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ" เป็น "พุทฺโธ" ผู้รู้ก่อนแล้วจึงเป็น "ภควา" ผู้ทรงจำแนกแจกธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ "สตฺถา" จึงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้ฝึกบุรุษผู้มีอุปนิสัยบารมีควรแก่การทรมานในภายหลัง
จึงทรงพระคุณปรากฏว่า "กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต" ชื่อเสียงเกียรติศัพท์อันดีงามของพระองค์ย่อมฟุ้งเฟื่องไปในจตุรทิศจนตราบเท่าทุกวันนี้
แม้พระอริยสงฆ์สาวกเจ้าทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้วก็เช่นเดียวกัน "ปรากฏว่าท่านฝึกฝนทรมานตนได้ดีแล้ว จึงช่วยพระบรมศาสดาจำแนกแจกธรรม สั่งสอนประชุมชนในภายหลัง" ท่านจึงมีเกียรติคุณปรากฏเช่นเดียวกับพระผู้มีพระภาคเจ้า
"ถ้าบุคคลใดไม่ทรมานตนให้ดีก่อนแล้ว และทำการจำแนกแจกธรรมสั่งสอนไซร้ ก็จักเป็นผู้มีโทษ" ปรากฏว่า "ปาปโกสทฺโท" คือ เป็นผู้มีชื่อเสียงชั่วฟุ้งไปในจตุรทิศ "เพราะโทษที่ไม่ทำตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" และพระอริยสงฆ์สาวกเจ้าในก่อนทั้งหลาย .. "
"มุตโตทัย"
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต -
พุทธธรรมจากพระโอษฐ์ ตอน ทรงแสดงอัปปมัญญาธรรมสี่ชนิดที่สูงกว่าเดียรถีย์อื่น
พุทธธรรมจากพระโอษฐ์ ตอน ทรงแสดงอัปปมัญญาธรรมสี่ชนิดที่สูงกว่าเดียรถีย์อื่น
(พวกเดียรถีย์อื่นถามพระภิกษุที่เข้าไปสนทนาด้วย ว่าพระสมณโคดมแสดงธรรมต่างจากพวกเดียรถีย์อย่างไร ในเมื่อมีการแสดงเรื่องอัปปมัญญาธรรมสี่ คือมีจิตแผ่ไปด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สู่ทิศทั้งปวง ด้วยระเบียบถ้อยคำที่เท่ากันตรงกันทุกคำพูด ภิกษุเหล่านั้นได้เข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลถึงเรื่องนี้ ซึ่งได้ตรัสอัปปมัญญาธรรมสี่ในระดับที่สูงขึ้นไปถึงระดับเจโตวิมุตติ มีข้อความดังต่อไปนี้
ภิกษุ ท. ! พวกเธอพึงกล่าว (ถาม) ปริพพาชกเดียรถีย์อื่นผู้กล่าวอยู่อย่างนั้น ว่า “ท่านผู้มีอายุ ! ก็เมตตาเจโตวิมุตติ ...กรุณาเจโตวิมุตติ ...มุทิตาเจโตวิมุตติ ...อุเบกขาเจโตวิมุตติ เจริญกันแล้วอย่างไร มีคติอย่างไร มีธรรมอะไรเป็นอย่างยิ่ง มีผลอย่างไร มีที่สุดจบอย่างไร ? (เมื่อตรัส ตรัสทีละอย่าง แยกเป็น ๔ ตอน ตามจำนวนของเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยมีลำดับอักษรอย่างเดียวกัน)” ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! เมื่อถูกถามอย่างนี้ ปริพพาชกเดียรถีย์อื่น ท. เหล่านั้นจักไม่มีคำตอบ จักอึดอัดใจอย่างยิ่ง. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! เพราะว่า... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป(อีกนัยหนึ่ง) (ทรงแสดงด้วยปัญจุปาทานขันธ์)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป(อีกนัยหนึ่ง)
(ทรงแสดงด้วยปัญจุปาทานขันธ์)
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐมีสี่อย่างเหล่านี้. สี่อย่างเหล่าไหนเล่า ? สี่อย่างคือ ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์, ความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์, ความจริงอันประเสริฐ คือความดับไม่เหลือของทุกข์, และความจริงอันประเสริฐ คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์.
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ? คำตอบคือ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่นห้าอย่าง. ห้าอย่างนั้น อะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ. ภิกษุ ท. ! อันนี้ เรากล่าวว่า ความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์.
ภิกษุ ท. ! ความจริงอันประเสริฐ คือเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ? คือตัณหาอันใดนี้ ที่เป็นเครื่องนำให้มีการเกิดอีก อันประกอบด้วยความกำหนัดเพราะอำนาจความเพลิน มักทำให้เพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ได้แก่ ตัณหาในกาม, ตัณหาในความมีความเป็น, ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น. ภิกษุ ท. ! อันนี้ เรากล่าวว่า ความจริงอันประเสริฐ คือเหตุให้เกิดทุกข์.
ภิกษุ ท.... -
สุดสะพรึงยามค่ำคืน !!! ขอวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งอีก...ชาวบ้านสยองจนแทบไม่กล้าเดินผ่าน
ชาวบ้านร้อง...สุดสะพรึงยามค่ำคืน !!! ขอวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งอีก...ชาวบ้านสยองจนแทบไม่กล้าเดินผ่าน !!!
วันที่ 8 ธ.ค. 60 ชาวบ้านสุดทนวอนอย่านำศาลพระภูมิมาทิ้งริมถนน โคนต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ริมถนนคันคลองชลประทาน สายบางพลับ โพธิ์ทอง ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สร้างความหวาด ผวาน่าสะพรึงกลัว กับชาวบ้านที่พบเห็นและเดินทางผ่านไปมา ในยามค่ำคืน และกลางวัน
ซึ่งบริเวณที่ดังกล่าว เป็นทางเปลี่ยวไร้ผู้คนอยู่อาศัย ด้านหน้าติดคันคลองชลประทานด้านหลังติดวัดร้างและพื้นที่นา ที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปหมดแล้ว แต่ในครั้งนี้กลับมีชาวบ้านนำศาลประภูมิเจ้าที่ และรูปปั้นสิ่งปรักหักพังเสียหายมาทิ้งมีมากว่าเดิม
ด้านนายสมนึก สังข์วุฒิ เจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นวัดโพธิ์ ที่ร้างเก่าแก่มานานหลายสิบปีแล้ว และที่ผ่านมาได้มีประชาชนนำศาลพระภูมิเจ้าที่ ที่หักพังจากการรื้อถอนเปลี่ยนใหม่และนำของเก่าที่เสียหายมาทิ้ง เป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการเก็บและปรับภูมิทัศน์จนสะอาดเรียบร้อยแล้ว
ผ่านไปไม่ถึง 1 ปี กลับมีประชาชนนำซากศาลประภูมิเจ้าที่... -
บันทึกเหตุการณ์ สมเด็จพระสังฆราช!"พระสมเด็จนางพญา"เสด็จที่หน้าตัก ขณะทำสมาธิ!!
ที่สุดแห่งปาฏิหาริย์...บันทึกเหตุการณ์ จากสมเด็จพระสังฆราช !!! "พระสมเด็จนางพญา" เสด็จที่หน้าตัก ขณะทำสมาธิ !!!
เรื่องพระนางพญาเสด็จที่พระตำหนักสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช
(บันทึกโดยสมเด็จญาณสังวร)
วันจันทร์ ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๙
เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม (๒๑.๐๐น)
ได้ไหว้พระบริกรรมสวดมนต์ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ที่กุฏิคอยท่า ชั้น ๒ ตามเคย
และนั่งทำสมาธิต่อไปถึง ๔ ทุ่มเศษ
ได้ยินเสียงตกกระทบดังกิ๊กที่โต๊ะบูชา
คิดว่าคงเป็นก้อนน้ำตาเทียนหล่นจากปลายเทียนที่กำลังจุดบูชามาถูกเชิงของเชิงเทียนหรือจานรอง จึงลืมตาขึ้นดูที่จานรองก็ไม่พบอะไรหล่น
ดูเทียนก็ไม่พบก้อนน้ำตาเทียนอะไรติดอยู่ เพราะเป็นพวกเทียนไขที่ไม่ค่อยมีน้ำตาเทียนหรือที่เรียกว่าขี้เทียน
จึงหลับตาทำสมาธิต่อไปอีกครู่หนึ่ง จึงเลิก
มองไปที่พรมและผ้าที่ปูไว้สำหรับกราบพระ
ก็ได้พบพระ(แบบพระนางพระยา)องค์หนึ่งวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาดู
เห็นเป็นพระแบบที่เรียกกันว่าพระสมเด็จนางพระยา เป็นดินเผาของเก่างดงามสมบูรณ์
และได้เห็นมีพระบรมธาตุฝังติดอยู่ที่ไหว้พระศอ ๑ องค์
ได้เกิดปีติโสมนัสว่าพระสมเด็จนางพระยาองค์นี้ได้เสด็จมาโดยปาติหาริย์... -
หลวงปู่สรวงได้โยนเชือกว่าวให้แล้วพูดว่า ยัวเตราเซ็ล แปลว่า เอาไปศีล
ปริศนาสอนธรรมหลวงปู่สรวงถือว่าเป็นมรดกธรรมที่เกิดจากกิจกรรมปริศนา หรือการกระทำใดๆ ที่เชื่อว่าหลวงปู่ทำให้ดูแปลกๆ ที่ชาวบ้านแปลไม่ออก ว่าหลวงปู่สรวงพาทำหรือทำให้ดูมีความหมายธรรมะว่าอย่างไรแต่ถ้าแปลเป็นหวยก็ต่างพากันแปลได้
เช่น สอนธรรมคานไม้หาม, ว่าวหมุนรอบทิศ, ขุดหลุ่มปริศนา, บันได ๖ ขั้น, มัดสุ่ม, ตักบาตรปล่องไม้ไผ่ , มัดโอ่ง, โยงเชือก และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงปริศนาลายลิขิตหลวงปู่สรวงด้วยปริศนาเหล่านี้หลวงปู่ไม่ได้บอกความหมายอะไรไว้เลยพอที่จะเป็นลายแทงนำไปสู่ความเข้าใจได้
คงจะดีหากมีผู้รู้มาไขปริศนาผ่านพุทธพจน์คำสอนของพระพุทธเจ้าให้เราได้ศึกษาผ่านปริศนาหลวงปู่สรวงซึ่งไม่ต้องบอกว่าไขปริศนานั้นถูกผิดหรือไม่อย่างไรไม่ต้องมีการตัดสินอะไรทั้งสิ้นเพราะปริศนาเป็นสมบัติ ที่ทุกคนสามารถแปลได้และเข้าถึงได้โดยเท่าเทียมกันผ่านการแสดงทัศนะได้ให้ปรากฎเป็นรูปธรรมจะลึกซึ้งประณีตอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความรู้หรือภูมิธรรมปัญญาของผู้แปลเอง
จากการที่อาตมาได้ ศึกษาเรื่องราวหลวงปู่สรวงมา สนใจมากเกี่ยวกับปริศนาที่หลวงปู่สรวงได้แสดงไว้อย่างมาก ปริศนาที่มีโอกาสได้สอบถามพระอาจารย์แพร เจ้าอาวาสวัดคู่แท่น... -
รอยยิ้มหลวงปู่สรวง รอยยิ้มแห่งสันติสุข รอยยิ้มแห่งความเมตตาคุ้มครองโลกคุ้มครองลูกหลานให้มีความสุข
ชาวโลกกำลังจดจำรอยยิ้มของหลวงปู่สรวง ผู้ได้รับการขนานนามว่า เทวดาเดินดิน เพราะเหตุใดหลวงปู่สรวงเป็นที่ศรัทธาของคนจำนวนมาก และคนเหล่านั้นกำลังมุ่งเข้ามาศึกษาเรื่องราวประวัติของท่าน จนบัดนี้ได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันไม่จบสิ้น แม้ว่าหลวงปู่สรวงจักได้ละสังขารไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 ก็ตาม รวมระยะเวลา 10 กว่าปีแล้ว อาตมาคิดว่าคงไม่ใช่เพียงแค่รอยยิ้มหลวงปู่สรวงที่ปรากฏในภาพ ที่ทำให้คนทั้งหลายจำจดท่านได้ แต่คงเป็นเพราะปฏิปทา จริยวัตร ของท่าน ที่ทำให้คนจดจำท่าน ที่สำคัญท่านเป็นผู้ที่มีความเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์เดรัจฉาน ท่านเคยฉุดช่วยเหลือเหล่าสัตว์ทั้งหลายให้ได้พ้นจากทุกข์ยากลำบากทั้งทางกายทางใจมามากต่อมาก และที่สำคัญท่านก็เป็นที่พึ่งให้คนป่วยและคนเหล่านั้นก็หายป่วยประหนึ่งว่าได้ชีวิตใหม่ ได้รอยยิ้มแห่งสันติสุข รอยยิ้มแห่งผาสุขขึ้นมาใหม่ เช่น เรื่องชีวิตใหม่ของลำดวน ที่ปรากฏในหนังสือตามรอยหลวงปู่สรวงเล่ม 5
มีเรื่องเล่าดังนี้ว่า
ณ กระท่อมกลางท้องนาข้างต้นมะขาม ระหว่างบ้านละลมกับบ้านจะบก เห็นมีผู้คนนั่งอยู่ในบริเวณนั้นหลายคน... -
ความลับสู่"สุคติภพ"จาก "หลวงปู่ดูลย์"เผยวิธีปรับจิตสู่สวรรค์ กำหนดจิตสุดท้ายให้เกิดในภพภูมิที่ดี !!!
ผู้ที่กำลังจะถึงแก่ความตายนั้น ภายในจิตย่อมเกิดอารมณ์และความคิด สุดท้ายอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้นจะผ่านเข้าไปในจิต มีทั้งอารมณ์ยินดีและยินร้าย พอใจและไม่พอใจ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ของผู้ที่ไม่เคยฝึกอบรมจิตมาก่อน จิตจะส่งกระแสออกไปตามอารมณ์ต่างๆ นับไม่ถ้วน
เมื่อดวงจิตจะต้องดับลงจริงๆ แล้ว ดวงจิตจะยึดเอาอารมณ์สุดท้ายที่จิตเสวยอยู่นั้นมาเป็นอารมณ์จิตและติดเข้าไปยังปรโลกด้วย ไปก่อให้เกิดภพภูมิของจิต อันเปรียบเสมือนมิติแห่งความคิดที่ดวงจิตวิญญาณ เมื่อผ่านเข้าไปยังปรโลกใหม่ ด้วยเหตุนี้บางคน แม้เคยทำบุญมามากต่อมากแต่ตายไปกลับไปตกนรกทั้งนี้เป็นเพราะ"จิตหมอง"ก่อนตาย บางคน แม้จะทำบาปทำกรรมมามากมาย แต่ตายไป กลับไปอยู่บนสวรรค์ทั้งนี้เพราะเกิด"จิตใส"ตอนดับจิต กรณีทั้งสองแบบ ล้วนมีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกมาแล้วทั้งสิ้นแต่สำหรับคนที่เคย"ฝึกจิต"มาก่อนวินาทีที่รู้ตัวว่า อย่างไรเสียจะต้องตายหรือดับจิตลงไปแน่ๆหาก"ทำเป็น" ก็อาจพลิกจิตยกขึ้นสู่ภูมิสูง ไปสู่"สุคติ"หรือ"อริยะ" ไป "สุคติภพ"หรือ"อริยภูมิ" เลยก็ได้
สำหรับวิธีตกกระไดพลอยกระโจน (สู่สุคติภพหรืออริยภูมิ)ของพระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม... -
ตำนานหลวงปู่จันทา ถูกอดีตภรรยาปัสสาวะรดใส่ เจออีกทีกลายเป็นเปรต
ตำนานหลวงปู่จันทา ถูกอดีตภรรยาปัสสาวะรดใส่ เจออีกทีกลายเป็นเปรต
Double Colour
Published on Jul 18, 2017 -
“ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน”(ในหลวง ร.๙ ทรงปุจฉาวิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
เรื่อง “ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนา จึงเบียดเบียนกัน”
(ในหลวง ร.๙ ทรงปุจฉา)
(วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
ในคราวเสด็จฯพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนมัสการถามหลวงปู่ฝั้นมีข้อความสำคัญตอนหนึ่งว่า
“พระราชปุจฉา : ทำอย่างไร ประเทศชาติ ประชาชนจะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคี ปรองดองกัน?
หลวงปู่ฝั้น : ให้เข้าหาพระศาสนา เพราะศาสนาสอนให้คนละชั่ว กระทำความดี ทำใจให้ผ่องใส
พระราชปุจฉา : คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขได้?
หลวงปู่ฝั้น : ขอถวายพระพร ทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนาจึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงตนแล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุขความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน คนทุกวันนี้เข้าใจว่าศาสนาอยู่กับวัด อยู่ในตู้อยู่ในหีบในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าอินเดียโน่น จึงไม่สนใจบ้านเมือง จึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้าไม่ได้ ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดา เป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วก็สบายไปมาหาสู่กัน เพราะใจเราไม่มีเวร เวรก็ไม่มี ใจเราไม่มีกรรม กรรมก็ไม่มี ฉะนั้นให้มีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตร... -
“ผู้ถึงฝั่งพระนิพพาน ต้องภาวนาสละเป็นสละตาย”(หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
เรื่อง “ผู้ถึงฝั่งพระนิพพาน ต้องภาวนาสละเป็นสละตาย”
(โอวาทธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
ขั่นปฏิบัติเพื่อสิเอาเงินล้านเงินโกฏิมาแข่งกันกับเขา มันกะยากฮั่นแหล๋ว ปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์ในวัฏสงสารมันสิยากอีหยัง พอเพียงกินกับขี้นี่ สายกรรมฐานคือกันล่ะ ขั่นโสเป็นโสตายแหล่ว มันฮั่งค่อยไปด้อก โสเป็นโสตายต่อพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์น่ะ เฮาย่านแต่บ่ได้ศพงามๆ แหล่วไปบ่รอด
บัดฮากูเจ็บกูป่วย ไผ๋สิมาเบิ่งกูน้อ ผ่ะว่ะ บ่มีผู้เบิ่งแท้ๆ กะยอมให้พุ้น ขั่นบุญมันบ่มีแท้ๆ กะยอมให้แมงวันพุ้น ขั่นมันบ่ได้สร้างไว้ ยอมให้หนอนพุ้น มาเป็นอุบาสกอุบาสิกา ยอมปานนั่นจั่งค่อยได้เด้ ขั่นบ่จั่งซั่นแหล่วเอ๋ย บ่ลงแหล่ว เดี๋ยวกะสงสัยในฆราวาสแหล่ว หือกูสิอยู่หือกูสิไปหน่อ โลดฮั่นแล้ว อื้อ เป็นไม่พาดรั้ววางหน้าเหวี่ยงหลังแหล่ว เฮาโสเป็นโสตายมันฮั่งบรรดาลด๊อก มีผู้เมตตากรุณาเบิ่งอยู่ฮั่นล่ะ
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
สยบฤทธิ์เหล็กไหลทำร้ายคน!!“หลวงปู่มั่น”และ“หลวงปู่เสาร์” ตัดเหล็กไหลถึง 6 ครั้งกว่าจะสิ้นฤทธิ์ !!
สยบฤทธิ์เหล็กไหลทำร้ายคน !!! “หลวงปู่มั่น” และ “หลวงปู่เสาร์” ตัดเหล็กไหลถึง 6 ครั้ง…กว่าจะสิ้นฤทธิ์ !!!
เหล็กไหล เชื่อกันว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง โดยชนิดที่เป็นทีความนิยมหามาสะสมกันอย่างแพร่หลายมาก มีสีดำคล้ายนิล สามารถลนไฟให้ยืดออกได้ที่สุดจะฝังตัวอยู่ในถ้ำ มีความเชื่อเพิ่มเติมกันอีกว่า การจะนำเอาเหล็กไหลไปใช้นั้นจะต้องใช้น้ำผึ้งชโลมก้อนเหล็กไหล จากนั้นใช้ไฟลนเพื่อให้เหล็กไหลยืดตัวออกมากินน้ำผึงพร้อมกับเล่นไฟไปด้วย ลนไฟเหล็กไหลเอาไว้จนกระทั่งมีขนาดบางเท่าเส้นด้ายถึงจะตัดให้ขาดออกจากกันได้
การเดินทางไปนำตัดเหล็กไหล คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเทพเจ้า เจ้าป่าเจ้าเขา พญานาค หรือยักษ์คอยปกปักรักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไปเอาได้ทุกเมื่อ หากคนผู้นั้นไม่ใช่คนดี มีบุญ หรือมีวิชาอาคมที่แกร่งกล้ามากพอ อีกทั้ง ตัวเหล็กไหลก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่จะเข้าไปตัดได้ด้วย จากเรื่องเล่าที่ว่า เคยมีคนเดินทางเข้าไปตัดเหล็กไหลโดยเอามือไปสัมผัสกับเหล็กไหลโดยตรง จากนั้นเกิดอาการคล้ายกับถูกฟ้าผ่า หรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้า เป็นเรื่องที่ใครก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าจริง... -
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป (นัยทั่วไป)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ตอน อริยสัจสี่โดยสังเขป
(นัยทั่วไป)
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องความทุกข์ คือความเกิดก็เป็นทุกข์, ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์, ความประจวบกับสิ่งที่ไม่รัก เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
ป็นทุกข์ ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น เป็นทุกข์, กล่าวโดยย่อ ขันธ์ห้าที่ประกอบด้วยอุปาทาน เป็นทุกข์.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องแดนเกิดของความทุกข์ คือตัณหา อันเป็นเครื่องทำให้มีการเกิดอีก อันประกอบอยู่ด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน อันเป็นเครื่องให้เพลิดเพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ, ได้แก่ตัณหาในกาม ตัณหาในความมีความเป็น ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องความดับไม่เหลือของความทุกข์ คือความดับสนิทเพราะจางไปโดยไม่มีเหลือของตัณหานั้นนั่นเองคือความสละทิ้ง ความสลัดคืน ความปล่อย ความทำไม่ให้มีที่อาศัย ซึ่งตัณหานั้น.
ภิกษุ ท. ! นี้แลคือ ความจริงอันประเสริฐ เรื่องข้อปฏิบัติอันทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือของความทุกข์...
หน้า 336 ของ 440