คลังเรื่องเด่น
-
ทึ่ง!บาตรดินโบราณ100ปี
ทึ่ง!บาตรดินโบราณ100ปี
วันที่ 7 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูบาตรดินพระซึ่งเป็นดินทั้งลูกมีอายุกว่า 100 ปี ที่วัดพระธาตุโพธิ์งาม บ้านฝั่งหมิ่น หมู่ 4 ต.ดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา หลังจากที่ได้มีชาวบ้านขุดค้นพบซุกอยู่ใต้ฐานซุกชีพระประธานในวัดร้างแห่งนี้ แล้วนำมามอบให้เจ้าอาวาสวัดฯ เก็บรักษาไว้ เพราะเป็นบาตรดินมีเพียงลูกเดียว เกรงว่าจะสูญหายไป ไม่ได้พบเห็นอีก ชาวบ้านทั้งในและต่างจังหวัดทราบข่าว ต่างพากันมาดูพร้อมกับขอโชคลาภต่างๆ
พระทศพร ถาวรปญโญ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุโพธิ์งาม กล่าวว่า บาตรดินได้รับการสืบทอดมาจากพระอธิการพระปลัดฟูเฟื่อง ติสวังโส อดีตเจ้าอาวาส ที่รับมาจากชาวบ้านที่ขุดค้นพบแล้วนำมามอบให้กับทางวัดดูแลรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ โดยบาตรดินมีอายุกว่า 100 ปี เดิมทีสมัยโบราณพระสงฆ์สามเณรจะใช้บาตรดินที่ปั้นขึ้นมาจากดิน ใช้ในการออกบิณฑบาตรับข้าวปลาอาหารจากญาติโยมแทนบาตรโลหะเหมือนเช่นปัจจุบันที่มีทั้งเหล็กสแตนเลส และอื่นๆ
สำหรับบาตรดินมีขนาดปากกว้าง 6 นิ้วครึ่ง สูง 7 นิ้ว ฐานรองรับ สูง 3 นิ้ว เดิมที มีการขุดค้นพบบาตรดินในวัดแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นวัดร้างมาก่อน... -
อานิสงส์การแผ่เมตตา สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
อานิสงส์การแผ่เมตตา
ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักคำว่า แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวกวังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคลนั้น มีกระแสแห่งธาตุไฟผสมอยู่ในจิตและวิญญาณกระจายออกไป เมื่อจิตของเรามีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อจิตของเราเป็นมิตรกับทุกคน เมื่อนั้นเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา เสมือนหนึ่งเราให้เขากินอาหาร คนที่กินอาหารนั้นย่อมคิดถึงคุณของเรา หรืออีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆก็ย่อมเป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอันธพาล เราแผ่เมตตาจิตให้ทุกๆวัน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องเป็นมิตรกับเราจนได้ เมื่อจิตเรามีเจตนาดีต่อดวงวิญญาณทุกๆดวง ดวงวิญญาณทุกๆดวงย่อมรู้กระแสแห่งจิตของเรา เรียกว่ามนุษย์เรานี้มีกระแสธาตุไฟออกจากสังขาร เพราะเป็นพลังแห่งการนั่งสมาธิจิต วิญญาณจะสงบ ธาตุทั้ง 4 นั้น จะเสมอแล้วจะเปล่งเป็นพลังงานออกไป ฉะนั้น ผู้ที่นั่งสมาธิปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคที่เป็นอยู่มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพังเต็มทีแล้ว คือไม่ถึงวาระสิ้นอายุขัย หรือว่าสังขารนั้นร่วงโรยเกินไปแล้ว ก็จะรักษาให้มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบายหายเป็นปกติดั่งเดิมได้
คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต... -
วัดโกโรโกโสกรุงเก่าไม่โกโรโกโสอย่างที่คิด
วันพฤหัสบดี ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.45 น.
วัดโกโรโกโสกรุงเก่าไม่โกโรโกโสอย่างที่คิด
“ประดับ โพธิกาญจนวัตร” ผอ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ จัดเสนาสนะร่มรื่นสวยงามมาก
วันที่ ๖ ธ.ค.๒๕๖๐ นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้ตรวจเยี่ยมวัดโกโรโกโส ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้พบว่าเป็นวัดร้าง ตามประวัติน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดมีถาวรวัตถุ ๒ หลัง วิหารหลวงพ่อดำ ซึ่งหลายคนบอกว่า เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้วัดแห่งนี้ มีกรรมการชุดหนึ่งกำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
“ด้านฝั่งครองตรงข้ามกับวัดแห่งนี้ เป็นที่ตั้งวัดสะแก วัดสะแกนั้นมีพระเถราจารย์ซึ่งพุทธศาสนิกชนเคารพบูชายิ่ง คือ หลวงปู่ดู่ พรหมปญฺโญ ภายในวัดสะแกมีการจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดเสนาสนะร่มรื่นสวยงามมาก ตรงท่าน้ำวัดมีปลาตัวใหญ่ๆ อาศัยอยู่จำนวนมาก นับเป็นวัดที่งดงามวัดหนึ่งในพระนครศรีอยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุ
ทั้งนี้ “ไตรเทพ ไกรงู” ได้เสนอบทความไว้... -
เรื่องของนายกาละ อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม
อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม
เรื่องของนายกาละ
นายกาละเป็นลูกชายคนเดียวของอนาถบิณฑิกะเศรษฐี นายกละมีนิสัยไม่ดีต่างจากพี่สาวทั้ง ๓ คนยิ่งนัก เป็นมิจฉาทิฏฐิว่านอนสอนยาก ชอบการเที่ยวเตร่ ชอบคบนักเลงนี้คือนิสัยของลูกผู้ดีทั้งหลายชอบประพฤติ เขาทำให้เศรษฐีหนักใจกับลูกคนนี้ยิ่งนัก วันหนึ่งท่านเศรษฐีมาคิดว่า "ถ้าเราช่วยเหลือลูกคนนี้ไม่ได้ ตายไปเขาก็จะตกนรกอย่างแน่นอน จำเราจะหาวิธีช่วยเขาให้ได้" พอคิดได้เช่นนี้แล้ว ท่านเศรษฐีก็ให้เรียกลูกชายมาหาแล้วพูดขึ้นว่า "กาละ ลูกอยากได้เงินไปเที่ยวไหม๊ ? พ่อจะให้เธอสัก ๑๐๐ กหาปณะ แต่เธอต้องทำธุระให้พ่ออย่างหนึ่ง"
นายกาละเห็นโอกาสจะได้เงินไปเที่ยวก็ถามพ่อว่า "พ่อจะให้ผมทำอะไรหรือ"
ท่านเศรษฐีพูดว่า "ถ้าเจ้าไปถืออุโบสถศีลที่พระเชตวันมหาวิหาร ๑ วัน แล้วตื่นเช้ามาให้เจ้ามารับเงินจากพ่อได้เลย"
นายกาละมีความยินดีมากที่จะได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ ก็ตอบตกลง นายกาละไปรักษาศีลก็เพราะอยากได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ เมื่อรับศีลแล้วก็ไปหลบนอนอยู่มุมหนึ่ง พอรุ่งเช้าก็รีบไปรับเงินจากพ่อ ท่านเศรษฐีก็เอาเงินให้ด้วยความยินดีแล้วก็พูดกับลูกชายว่า... -
อริยะสัจจากพระโอษฐ์ ตอน เมื่อประพฤติถูกทางกิริยาที่ไปนิพพาน เบาสบายเหมือนไม้ลอยตามน้ำ
อริยะสัจจากพระโอษฐ์ ตอน เมื่อประพฤติถูกทางกิริยาที่ไปนิพพาน เบาสบายเหมือนไม้ลอยตามน้ำ
ภิกษุ ท. ! พวกเธอได้เห็น ท่อนไม้ใหญ่โน้น ซึ่งลอยมาโดยกระแสแม่น้ำคงคาหรือไม่ ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ได้เห็นแล้ว พระเจ้าข้า !”ภิกษุ ท. ! ถ้าท่อนไม้นั้น จะไม่เข้าไปติดเสียที่ ฝั่งใน หรือฝั่งนอก, ไม่จมเสียในกลางน้ำ, ไม่ขึ้นไปติดแห้งอยู่บนบก, ไม่ถูกมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกเกลียวน้ำวนวนไว้, ไม่ผุเสียเองในภายใน ไซร้, ท่อนไม้ที่กล่าวถึงนี้ จักลอยไหลพุ่งออกไปสู่ทะเล เพราะเหตุว่า ลำแม่น้ำคงคาโน้มน้อมลุ่มลาด เอียงเทไปสู่ทะเล, อุปมานี้ฉันใด ; ภิกษุ ท. ! อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน, แม้พวกเธอทั้งหลาย : ถ้าพวกเธอไม่เข้าไปติดเสียที่ฝั่งใน, ไม่เข้าไปติดเสียที่ฝั่งนอก, ไม่จมเสียในท่ามกลาง, ไม่ติดแห้งอยู่บนบก, ไม่ถูกมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกอมนุษย์จับไว้, ไม่ถูกเกลียวน้ำวนวนไว้, ไม่เน่าเสียเองในภายในไซร้, พวกเธอก็จะเลื่อนไหลไปสู่นิพพาน เพราะเหตุว่า สัมมาทิฏฐิ มีธรรมดา ที่โน้มน้อม ลุ่มลาด เอียงเทไปสู่นิพพาน ฯลฯ.
ภิกษุ ท. ! คำว่า ‘ฝั่งใน’ เป็นชื่อของอายตนะภายใน ๖ อย่าง คำว่า ‘ฝั่งนอก’... -
พระจูฬปันถกเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ
พระจูฬปันถกเถระ เอตทัคคะในทางผู้ชำนาญในมโนมยิทธิ
พระจูฬปันถก เป็นน้องชายร่วมมารดาบิดาเดียวกันกับท่านพระมหาปันถก เมื่อพระมหาปันถก สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วได้รับความสุขจากการหลุดพ้นสิ้นกิเลสาสวะทั้งปวงแล้ว มีความปรารถนาจะให้จูฬปันถก น้องชายมีความสุขเช่นนั้นบ้างจึงไปขออนุญาตจากธนเศรษฐีผู้เป็นคุณตา ซึ่งก็ได้รับอนุญาตและให้ความร่วมมือด้วยดี เพราะคุณตาก็เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว เมื่อจูฬปันถกได้รับการอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว ท่านพระมหาปันถกผู้เป็นพี่ชายได้สอนคาถาพรรณนาพุทธคุณหนึ่งคาถา ความว่า...
ปทุมํ ยถา โกกนุทํ สุคนฺธํ
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ
ตปนุตมาทิจฺจมิวนฺตลฺเข ฯ
“ดอกปทุมชาติที่ชื่อว่าโกกนุท ขยายกลีบแย้มบานตั้งแต่เวลารุ่งอรุณยามเช้า กลิ่นเกษร
หอมระเหยไม่รู้จบเธอจงพินิจดูพระสักยมุนีอังคีรส ผู้มีพระรัศมีแผ่ไพโรจน์อยู่ ดุจดวงทิวากร
ส่องสว่างอยู่กลางนภากาศ ฉะนั้น”
ปัญญาทึบพี่ชายไล่สึก
ด้วยคาถาเพียงคาถาเดียวเท่านั้น ปรากฏว่าพระจูฬปันถก เรียนอยู่นานถึง ๔ เดือนก็ยังจำไม่ได้ ท่านพระมหาปันถกพี่ชาย พยายามเคี่ยวเข็ญอย่างไรก็ไม่สำเร็จ... -
“หลวงปู่เสาร์ ท่านสอนทำอะไรให้เป็นเวลา” (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
เรื่อง “หลวงปู่เสาร์ ท่านสอนทำอะไรให้เป็นเวลา”
(จากปฏิปทาธรรมของ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)
(เทศนาธรรมโดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
ท่านให้ทำวัตร นอน ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๓ ท่านอาจารย์หลวงปู่เสาร์นี้ท่านเป็นสาวกแบบชนิดที่ว่าเป็นพระประเสริฐ ท่านสอนธรรมนี้ท่านไม่พูดมาก ท่านชี้บอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่การปฏิบัติของท่านนี้ ท่านเอาการปฏิบัติแทนการสอนด้วยปาก ผู้ที่ไปอยู่ในสำนักท่าน ก่อนอื่นท่านจะสอนให้ทำวัตร นอน ๔ ทุ่ม ตื่นตี ๓ นี้ข้อแรกต้องทำให้ได้ก่อน บางทีก็ลองเรียนถามท่าน หลวงปู่ทำไม สอนอย่างนี้ การนอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา ฉันเป็นเวลา อาบน้ำเข้าห้องน้ำเป็นเวลา มันเป็นอุบายสร้างพลังจิต แล้วทำให้เรามีความจริงใจ ทีนี้นักปฏิบัติทั้งหลายไม่ได้ทำอย่างนี้ แม้แต่นักสะกดจิต เขาก็ยังยึดหลักอันนี้ มันมีอยู่คำหนึ่งที่หลวงพ่อไม่เคยลืมหลักปฏิบัติที่เวลาไปปฏิบัติท่าน ท่านจะพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “เวลานี้จิตข้ามันไม่สงบ มันมีแต่ความคิด” ก็ถามว่า “จิตมันฟุ้งซ่านหรือไงอาจารย์” “ถ้าให้มันหยุดนิ่งมันก็ไม่ก้าวหน้า” กว่าจะเข้าใจความหมายของท่านก็ใช้เวลาหลายปี ท่านหมายความว่า... -
บัวใต้น้ำดีเด่น (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
บัวใต้น้ำดีเด่น
..ไปเถอะไปถือศีลภาวนา มันเป็นเรื่องดี
คนบางคนอยู่วัดนาน เข้าวัดนาน จนยึดว่าวัดเป็นของเขา
ของวัดเป็นของเขา พระในวัดก็เป็นพระของเขา
อยู่จนชิน ชินบาปชินกรรม
ไปวัดแทนที่จะไปเอาบุญไปเอาความดี กลับไปจับผิดจับชั่วคนอื่น พระท่านเทศน์ท่านสอนก็ไม่ฟังซะแล้ว หูมันสูงกว่าธรรมะ สูงกว่าพระเทศน์ บางคนมีตำแหน่งหน้าที่ในวัด บางคนมีหน้าที่ทางสังคม เป็นครูเป็นอาจารย์ เลยเป็นกะลาคว่ำ ฝนตกไม่เข้าในกะลา คนแบบนี้หลวงปู่เรียก "พวกบัวใต้น้ำดีเด่น"
ปทปรมะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนโง่นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่เข้าวัดนะ บางคนฉลาดเกินธรรม ฉลาดเกินกรรม ฉลาดมากๆ ก็ไม่เห็นธรรมนะ
ฉลาดในทางโลก ในทางถือตัวถือตนคิดว่าตนสูงกว่าคนอื่น จนลืมว่าดอกบัวของตัวเองกำลังหันลงสู่โคลน มีแต่นับวันจะจมลงเรื่อยๆ บัวชนิดนี้ บางดอกเป็นดอกเตอร์ บางดอกเป็นอาจารย์ บางดอกเป็นพลโท พลเอก บางดอกเป็นมรรคทายกก็มี นั้นหล่ะหลวงปู่จึงเรียก "บัวใต้น้ำดีเด่น"...
หลวงปู่หา สุภโร (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
วัดสักกะวัน จ.กาฬสินธุ์
ที่มา ธรรมะของพระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต -
“ภาวนา เพื่อถึงความเป็นอิสระของจิต”(หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เรื่อง “ภาวนา เพื่อถึงความเป็นอิสระของจิต”
(เทศนาธรรมโดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๙
ความดีความสุขความสบายมีอยู่กับทุกคน ถ้าเราพยายามทำตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า เราจะเจอความสงบเย็นใจไปโดยลำดับ ความแปลกประหลาด ก็คือ ใจจะเป็นผู้แสดงอาการอันแปลกขึ้นมา เมื่อได้รับการรื้อฟื้น ได้รับการถอดถอนสิ่งที่กดขี่บังคับจิตใจให้หมอบ หรือให้เสือกคลานอยู่ตลอดเวลาออกมาได้โดยลำดับ จิตจะแสดงความเป็นอิสระขึ้นมา ความเป็นอิสระของจิตไม่เหมือนอะไรเป็นอิสระ แต่จะแฝงขึ้นมาด้วยความแปลกประหลาดอัศจรรย์ พร้อมกับความสุขที่เกิดขึ้นโดยลำดับตามกำลังแห่งจิตที่มีอำนาจขึ้นมา ด้วยอำนาจแห่งความเพียร คือ สติปัญญาเป็นเครื่องแก้ไข
ความสุขที่เราพึงหวังที่โน่นที่นี่ กาลโน้นสมัยนี้ หรือที่โน่นจะมีความสุข ที่นี่จะมีความสุข นั้นมันวาดภาพหลอกเจ้าของ ให้กำหนดลงที่ใจซึ่งกำลังเป็นความทุกข์ความลำบาก หรือสร้างความกังวลให้แก่ตนอยู่เวลานี้ด้วยสติปัญญา ด้วยความอดความทนต่อสู้ โดยถือจุดนั้นเป็นจุดพิจารณา หรือเป็นสนามรบเป็นชัยสมรภูมิ หรือเป็นเวที มันยุ่งขึ้นที่ตรงไหน... -
เทวดาประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์หลวงปู่มั่น
เรื่อง “เทวดาประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์หลวงปู่มั่น”
(จากประวัติพ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาที่ท่านเคยสงเคราะห์เรื่อยมา เทวดาพวกนี้มาจากประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์ท่านขณะที่พักอยู่หมู่บ้านอีก้อ กับพวกมูเซอในเขาลึก โดยเขาแสดงความประสงค์ออกมาเลยว่า อยากฟังเทศน์ชัยชนะคาถา ท่านกำหนดหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเขา ธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า อกฺโกเธน ชิเน โกธํ เป็นต้น บอกความหมายขึ้นมาพร้อม และแสดงให้พวกเทวดาฟังว่า
ธรรมนี่แลเป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มาก โลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะธรรมนี้ เป็นเครื่องปราบปรามความชั่วทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญและสงบสุขโดยทั่วกัน เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน
โลกถ้าขาดชัยชนะธรรมนี้แล้ว อย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุข มากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโดยถ่ายเดียว โลกจะเอาความโกรธแค้นมาปราบปรามข้าศึกทั้งภายในภายนอก ทั้งใกล้และไกล... -
"ราคะ เหมือนน้ำไหลลงไปสู่ที่ต่ำ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
"ราคะ เหมือนน้ำไหลลงไปสู่ที่ต่ำ"
" .. "ราคะ มันเข้ามาย้อมใจที่ใสอยู่แล้วให้ขุ่นมัว เห็นรูปที่ชั่วช้าสกปรกด้วยอสุภนานาประการตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่กลับเห็นเป็นสิ่งที่สวยงามสะอาด น่ารักน่าใคร่ น่าชม" นี่ก็เพราะใจเป็นของเศร้าหมอง "ขุ่นมัวด้วยราคะกิเลสเข้ามาย้อม" ย่อมให้เห็นเป็นไป ตามอำนาจของมัน
สมัยใด "ถ้าราคะกิเลส ไม่เข้าไปย้อมใจให้เศร้าหมองขุ่นมัวแล้ว" ถึงรูปเก่านั่นแหละที่ว่าสวยสะอาดน่ารักน่าใคร่ "เห็นเข้าแล้วจะเป็นรูปธรรมดา ๆ นี่เอง เพราะเราไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของราคะ" ถึงแม้จะเห็นรูปนั้น เป็นของสวยสะอาดตามธรรมชาติ ของวิบากตกแต่งมาก็ตาม "แต่ก็ไม่ถึงจะให้เข้าไปยึดเอาว่า เป็นของน่ารัก น่าใคร่ อันเป็นไฟสุมหัวใจให้เร่าร้อน ด้วยความอยากได้มาเป็นของตัว"
นี่ว่า "ถึงโทษของราคะที่เกิดจากทางรูปอย่างเดียว" พอเป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ "ส่วนที่เกิดทางเสียง กลิ่น รส สัมผัส ขอให้ผู้มีปัญญาพิจารณาโดยนัยเดียวกันนี้"
"ราคะ ท่านอุปมาเหมือนกระแสน้ำไหลลงไปสู่ที่ต่ำ ที่เลวทรามตลอดกาล ไม่มีเวลาหยุดอยู่คงที่" ฉะนั้น .."
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
http://tesray.com/three-dhamma-forces/ -
เทปบวงสรวงของหลวงพ่อ
มีผู้ถามหลวงพ่อว่าจะนำเทปบวงสรวงหลวงพ่อไปเปิดในการทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นและก่อนออกจากบ้าน จะเป็นการสมควรหรือไม่ และวิธีตั้งอารมณ์ก่อนบวงสรวง
หลวงพ่อเมตตาตอบให้ดังนี้
เทปบวงสรวงของหลวงพ่อ
นมัสการหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูงสุด ลูกได้ฟังการบวงสรวงเทพยดาของหลวงพ่อรู้สึกไพเราะจับใจ ไม่มีเสียงใดในโลกเสมอเหมือน
ถ้าหากว่าลูกจะนำคำบวงสรวงของหลวงพ่อไปใช้ในการทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นและก่อนออกจากบ้าน จะเป็นการสมควรหรือไม่
และวิธีตั้งอารมณ์ก่อนบวงสรวง ได้โปรดแนะนำแก่ลูกหลานด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
ไม่ขัดข้องนะคือว่าตอนนั้น
ตอนแรกนึกถึงท้าวธตรฏ ท้าวมหาราชทิศตะวันออกกับอินทกะ อินทกะนี่มีพันองค์นะ
ครั้งที่ 2 นึกถึงท่านวิรุฬก ท้าวมหาราชทิศใต้พร้อมอินทกะและบริวาร
ครั้งที่ 3 ทิศตะวันตกท้าววิรูปักษ์พร้อมอินทกะและบริวาร
ครั้งที่ 4 นึกถึงท้าวเวสสุวัณพร้อมอินทกะและบริวาร
ครั้งที่ 5 นึกถึงทั้ง 4 องค์ 4 ทิศ และขอให้ท่านช่วยสงเคราะห์อะไรก็ว่าไปนะ
แต่ขอหวยท่านไม่ให้นะ
"รีบกันท่าเลย"
ไม่ใช่กันท่าหรอก ฉันขอหลายครั้งแล้วไม่ได้สักที
เราขอให้ท่านคุ้มครองซิ
พวกผีเข้าเจ้าสิง ถูกกระทำต่างๆคุ้มครองได้แน่นอน... -
คำอธิษฐานปีใหม่ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
คำอธิษฐานปีใหม่
ผู้ถาม : ที่หลวงพ่อบอกว่า ให้นั่งหน้าพระพุทธรูปแล้วอธิษฐานว่า ความรวยจงปรากฏ มันเป็นอย่างไรครับ
หลวงพ่อ : ล้อ ” เจ้าขวัญ ” มันว่า ถ้าอยากรวยก็เอาแบบนี้ซิ ๕ ทุ่ม ๔๕ นาทีใกล้ ๆ จะ ๖ ทุ่มใช่ไหมเล่า ก็ไปนั่งหน้าพระพุทธรูป บูชาพระ นึกถึงพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสงฆ์ เทวดา และพรหมทั้งหมด ครูบาอาจารย์ ผู้มีคุณทั้งหมด บูชาท่านขอลาภ
”ขอให้ความซวยทั้งหมด ความยากจน จงไปกับปีเก่า
แล้วความรวย ความดี ความโชคดี จงมากับปีใหม่ ”
หลังจากนั้นก็ ภาวนา คาถาเงินล้าน เรื่อย ๆ ไป พอนาฬิกาตีเป๊ง..ขึ้นปีใหม่ ” ขอให้ความซวย จงหายไปพร้อมกับปีเก่า ฉันต้องการความรวย จากปีใหม่ ”
ผู้ถาม : อ๋อ….หลวงพ่อพูดกับ ขวัญ เหรอ
หลวงพ่อ : ใช่
ผู้ถาม : แล้ว ลูก ๆ หลาน ๆ ที่ไม่ใช่ขวัญ จะได้ไหมครับ
หลวงพ่อ : ก็มีขวัญนี่ ลองก้มหัวดู คนไหนไม่มีขวัญทำไม่ได้ ความจริงไม่ต้องรอดึกก็ได้ ถึงวัด ถึงบ้าน อาบน้ำ สวดมนต์ไหว้พระ ก็อธิษฐานก่อนนอนเลยก็ได้ ไม่ต้องรอถึงเวลานั้น
————————————————–
***คำอธิษฐานได้ผล***
ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง เมื่อคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๑ นี้... -
การจับอารมณ์นิพพานก่อนตายทุกๆ วัน
หลวงพ่อตอบปัญหาธรรมเรื่องพระนิพพาน..การจับอารมณ์นิพพานก่อนตายทุกๆ วัน
ผู้ถาม :- “ หลวงพ่อคะ ถ้าจิตเราจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นอารมณ์นี่นะคะ แล้วเวลาจะตายเราจะมีสติไหมคะ?”
หลวงพ่อ :- “ อ้าว…ถ้าเราจับเป็นอารมณ์ เวลานั้นมีสตินี่ เพราะเวลานั้นอารมณ์มันสูงจัด การจับพระนิพพานนี่ท่านเรียก อุปสมานุสสติกรรมฐาน ถ้าจับเป็นอารมณ์ ถ้าเวลาเริ่มป่วยเอาจิตจับไว้เลยนะ ทีนี้ในช่วงกลางระหว่างป่วย มันจะดิ้นตูมตามอย่างไรก็ตาม จิตมันจะไม่ปล่อย…
…มีพระอยู่องค์หนึ่งท่านอายุมากแล้ว ท่านใช้อารมณ์แบบนี้นะ แล้วต่อมาท่านเป็นโรคกระเพาะ ท่านดิ้นถึงกับทะลึ่งพรวดๆ ก็เข้าไปหาท่าน พอจับตัวท่านปั๊บท่านก็หยุด พอเผลอหน่อยเดียวเอาอีกแล้ว แล้วก็สักครู่หนึ่ง ท่านก็หยุดดิ้น ไม่ใช่ดิ้นนะ ถึงกับโดดเลยนะ แน่น ตอนนั้นพอโดดแล้วก็เงียบ เงียบ รู้สึกสบาย พอสบายสัก ๒๐ นาทีไม่มีอะไรเลย อาการปกติ ท่านก็ลืมตาถามว่า “เพลหรือยัง” แล้วฉันก็มองดูนาฬิกาบอกว่า “ยังเหลืออีก ๒ นาที” ก็หลับตาไปอีกทีก็ ๕ โมงพอดี..
..นี่ก็หมายความว่า จิตมันมีสภาพจำ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้จิตจับอยู่จุดใดจุดหนึ่ง จับจุดนั้นแต่อย่างเดียว... -
สะสมความดี (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
สะสมความดี
คนทุกคนย่อมมีวาสนาบารมีไปนิพพานได้ทุกคน จะไปถึงเมื่อไรชาติไหนมันไม่แน่
คนที่จะถึงนิพพานได้ก็ต้องอาศัยทำความดี ความดีสะสมตัวเรียกว่า ” บารมี 10 ”
อย่างทานบารมี ก็เป็นความดีขั้นที่ 1
ศีลบารมี ก็เป็นความดีขั้นที่ 2 อย่างนี้เป็นต้น
การให้ทานถือว่าเป็นการสะสมความดี
การให้ทาน ถือว่าเป็นการ ตัดโลภะ ความโลภคราวหนึ่ง
การรักษาศีล มีเมตตา ความรัก มีกรุณา ความสงสาร ถือว่าเป็นการ ตัดโทสะคราวหนึ่ง
การที่เราตั้งใจฟังเทศน์ ตั้งใจให้ทาน ตั้งใจทำบุญ ตั้งใจทำความดี ไม่ประมาทในชีวิต คิดว่าความตายจะเข้ามาถึง อันนี้เป็นการ ตัดโมหะ ความหลง
การตัดอย่างนี้ย่อมมีแก่คนทุกคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติโยมพุทธบริษัททุกคนที่มานั่งที่นี่ ถ้าไม่มีบารมีเลยนั่งไม่ได้ ทนไม่ไหว ที่มาอย่างนี้ได้ก็ต้องถือว่ามีบารมี ดีทุกคนแล้ว
ธัมมวิโมกข์ ปีที่ 33 ฉบับที่ 372 มีนาคม 2555 หน้าที่ 13 โดย หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน -
การตั้งอารมณ์ก่อนตายทุกๆวัน…(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
การตั้งอารมณ์ก่อนตายทุกๆวัน…
“ที่ท่านเรียกว่า เอกัคคตารมณ์ คืออารมณ์อันเดียว คือทำอารมณ์ที่เป็นกุศลให้มันเป็นอย่างเดียวโดยเฉพาะ ที่เขาเรียกว่า เอกัคคตารมณ์ และจิตมันมีสภาพจำ เราจะสังเกตได้จุดหนึ่ง ถ้าว่าเราเคยเจริญสมาธิจิต แต่ว่าไม่เคยฝึกกรรมฐานโดยตรง ถ้าจิตมันมีอารมณ์โปร่งสบาย บางทีภาพเดิมมันขึ้นมา นี่ล่ะจิตมันมีสภาพจำ
..ฉะนั้น ถ้าหากว่าเราให้มันจำในของกุศล มันก็จำตลอด บางขณะเราอาจจะพูดไม่ดีกับเพื่อนบ้าง ไม่พอใจเพื่อนบ้าง ท่านบอกว่าก็ช่างมัน คือถืออารมณ์เดิม เช้าน่ะตั้งอารมณ์ให้ดี เพราะช่วงนั้นจิตมันสะอาด ตื่นมาตอนเช้า
๑.ได้พักผ่อนดีแล้ว
๒.อารมณ์สบาย
ก็ให้ตั้งอารมณ์ไว้เฉพาะกิจ มันจะจำตลอดวัน ถ้าตูมตามขึ้นมามันก็ไปจุดนั้นเลย
ฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราใช้ อนุสสติ ซึ่งมี ๑๐ แต่ ๑๐ นี้ความหมายก็ดีทั้งหมด แต่ที่ดีจริงๆ ก็คือ อุปสมานุสสติ คือ นึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์ แต่เราอย่าลืมนะว่า คนที่จะนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์จริงๆ คนประเภทนี้จะต้องมีนิสัยเป็น พุทธจริต
พุทธจริตนี่เขาเป็นคนฉลาด ถ้าคนไม่ฉลาดก็ไม่เอา สอนเท่าไรก็ไม่เอา แม้แต่อยู่กับพระพุทธเจ้าก็ยังไม่เอาเลย นิพพานัง หรือ... -
อารมณ์ฟุ้งซ่านและวิธีแก้อารมณ์..โดยหลวงพ่อวัดท่าซุง
อารมณ์ฟุ้งซ่านและวิธีแก้อารมณ์..โดยหลวงพ่อวัดท่าซุง…
“….วันนี้ก็มีญาติโยมบางท่านมาถามหลายท่านเหมือนกันว่าจิตใจไม่สงบ อารมณ์ฟุ้งซ่าน อันนี้ก็ต้องขอแนะนำตามคำแนะนำของพระพุทธเจ้าว่าอารมณ์ฟุ้งซ่านน่ะมันมีเป็นธรรมดานะญาติโยมนะ มีไปจนถึงพระอรหัตมรรคไม่ใช่ซ่านแต่เรานะท่านก็ซ่านเป็นเหมือนกัน มีพระอรหัตผลเท่านั้นที่ทรงตัวแน่
….ฉะนั้นต้องไปดูสังโยชน์ในพระโสดาบันนี่มีสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉาสีลัพพตปรามาสพระโสดาบันกับสกิทาคามี คือ
๑. ปลดร่างกาย เห็นร่างกายจะต้องตาย
๒. ไม่สงสัยในพระไตรสรณคมน์
๓. มีศีลบริสุทธิ์
….สำหรับพระอนาคามีก็ตัดกามฉันทะกับปฏิฆะ คือตัดอารมณ์ระหว่างเพศกับอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ อารมณ์ที่ไม่ชอบใจ อารมณ์ที่ไม่ชอบใจที่คิดประทุษร้ายกันไม่มีในพระอนาคามี อารมณ์ระหว่างเพศน่ะไม่มีจริง ๆ หมดความรู้สึกระหว่างเพศ
….พอเป็นอรหัตมรรคตัด รูปราคะ อรูปราคะ ยังมี รูปราคะ กับ อรูปราคะ อยู่ ต้องตัด คือหลงในรูปฌานและหลงใน อรูปฌาน
…นี่พรหมต้องตัดอารมณ์นี้ออก แล้วก็ตัด มานะ การถือตัวถือตน ตัด อุทธัจจะ อุทธัจจะ นี้เขาเรียกว่าอารมณ์ฟุ้งซ่าน เห็นไหม อรหัตมรรคยังมีอารมณ์ฟุ้งซ่าน จะตัดได้เด็ดขาดลง... -
ไม่มีใครต้องการความชั่ว ที่ทำชั่วก็เพราะกรรม
ไม่มีใครต้องการความชั่ว ที่ทำชั่วก็เพราะกรรม:
ถ้ายังปรารถคนอื่นว่าดีหรือชั่ว แสดงว่าเรายังเลวมาก ถ้าเราไม่เลว เราก็ไม่เห็นความเลวของบุคคลอื่นหรอก ถ้าเราเห็นความเลวของบุคคลอื่นมากเพียงไร แสดงว่าเราเลวมากเพียงนั้น
ต้องไปดูพระพุทธเจ้า ท่านตำหนิใครบ้าง มีไหม เจอไหม ไม่มี เพราะคนทุกคนที่เกิดมาต้องการ
ดีหมด ไม่มีใครต้องการความชั่ว แล้วทำไมถึงได้ทำความชั่ว เพราะไอ้กรรมที่ติดตามเรามา เราไม่สามารถจะต้านทานมันได้
เราเกิดมาเราต้องรับผล ๒ อย่าง คือกรรมที่เป็นกุศลอย่างหนึ่ง กรรมที่เป็นอกุศลอย่างหนึ่ง
ขณะใดกรรมที่เป็นอกุศลครอบงำจิตไม่มีทางจะทำความดีได้เลย ความเลวมันจะ
ครอบงำจิต เห็นผิดเป็นชอบ ถ้าอกุศลมันถอยไป กุศลกรรมเดิมมันเข้ามาสนอง จะรู้เลยว่าที่ทำครั้งเก่ามาเลวมาก มันก็ไม่ทำ
จาก : หนังสือ คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม ๖
โดย หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน -
สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ในหลวง ร.๙ และวันพ่อแห่งชาติ
สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ในหลวง ร.๙ เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติไทย และวันพ่อแห่งชาติ
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ เฟซบุ๊ก
เช้าวันอังคาร ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออกพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วัดชาติไทย และวันพ่อแห่งชาติ
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่า บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายในพระอุโบสถ
จากนั้น เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกไพทีหน้าพระอุโบสถ ทรงรับบิณฑบาต ซึ่งคณะสาธุชนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นำโดย นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้แทนชาวนาทั่วประเทศ ร่วมกันจัดพิธีตักบาตรข้าวใหม่ เป็นการเบิกฤกษ์เทศกาลข้าวใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก... -
มส.จับมือ”มจร”เปิดคอร์สวิปัสสนาพิสูจน์หลักปฏิบัติตามพระไตรปิฎก
วันอังคาร ที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.26 น.
มส.จับมือ”มจร”เปิดคอร์สวิปัสสนาพิสูจน์หลักปฏิบัติตามพระไตรปิฎก
มส.จับมือ”มจร”มุ่งมั่นวิปัสสนาธุระ เป็นตัวนำการเผยแผ่พระพุทธศาสนากัมมัฏฐานพองยุบ เปิดคอร์สพิสูจน์หลักปฏิบัติตามพระไตรปิฎกวันพ่อแห่งชาติ
วัดพิชยญาติการาม จัดให้มีพิธีสดัปกรณ์ ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ โดยคณะนิสิตสาขาวิปัสสนาภาวนา ในอุปถัมภ์ทุนโครงการเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ อาคารสมเด็จชินวงศ์สภา เวลา ๐๙.๓๐ น.
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีทำบุญถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้ว สมเด็จพระพุทธชินวงศ์กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศ “โครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ๗ เดือน” และ “โครงการศึกษาดูงานการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา”ณ ประเทศสหภาพเมียนมาร์... -
บรรลุธรรมสูงสุดตอนเป็นฆราวาส แต่โดนขัดขวางไม่ให้บวช
ถาม : มีพี่ท่านหนึ่ง ทำงานในโรงงานที่รู้จักกัน ตอนมาสมัครงาน ก็เป็นเพราะพ่อแม่และญาติบังคับให้มาหางานทำ จะได้มีอาชีพเลี้ยงตัว แต่เจ้าตัวเขามีจิตใฝ่ฝันถึงแต่การบวชเป็นพระ ไม่ยินดีที่จะหางานทางโลกทำเพื่อเลี้ยงชีพ แต่สุดท้ายได้เข้าไปทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง มาทำงานได้สักพัก เพื่อนร่วมงานเห็นว่าเขาหายตัวไป เลยออกตามหากัน ปรากฏว่า ไปพบพี่เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องน้ำ เอาผ้าสีเหลือง (ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเปรียบเสมือนสีจีวรพระ) คลุมไหล่ไว้ครึ่งตัว มีมีดโกนวางอยู่ใกล้ ๆ โกนผมตนเองไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของศีรษะ แล้วนั่งเสียชีวิตในท่านั้น การที่ผู้ที่ปรารถนาอยากจะบวช แล้วไม่ได้บวช เกิดจากกรรมประเภทใดเจ้าคะ ?
ตอบ : เรื่องกรรมนี่กองเอาไว้ก่อน รู้สึกว่ารายนี้น่ากลัวมาก อาจจะทำใจบริสุทธิ์ถึงที่สุดแล้วอยู่ไม่ได้ รู้ตัวแล้วจะบวชแต่ไม่ได้บวช เลยโดนตัดให้ตายไปเรียบร้อยแล้ว..!
ถาม : แล้วเรื่องของกรรมนี่ถึอว่าเป็นกรรมหรือเป็นบุญครับ ?
ตอบ : เคยขวางคนอื่นไว้ในลักษณะเดียวกัน เป็นที่น่าเสียดาย ถ้าข้อสันนิษฐานของอาตมาไม่ผิด เมื่อบวชเข้ามาก็ได้พระดีไปเลย
ถาม : การที่พ่อแม่และญาติขัดขวางไม่ให้บวช... -
ฮุนเซนจัดพิธีทำบุญประเทศครั้งใหญ่ที่ปราสาทนครวัด
สมเด็จฮุน เซน จัดพิธีทำบุญประเทศครั้งยิ่งใหญ่ที่ปราสาทนครวัด เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองภายในกัมพูชา ที่ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐทวีความตึงเครียด อาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2560 เวลา 14.27 น.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี พร้อมนางบุน รานี ภริยา และบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะรัฐบาลกัมพูชา จัดพิธีทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ ที่บริเวณหน้าประสาทนครวัด ในจังหวัดเสียมราฐ ทางตอนเหนือของประเทศ สถานที่ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมกัมพูชา โดยสมเด็จฮุน เซน นิมนต์พระสงฆ์จากทั่วประเทศรวมมากกว่า 5,000 รูป สวดมนต์เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงของบ้านเมือง
พิธีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองในกัมพูชา และความสัมพันธ์ระหว่างรับบาลพนมเปญกับโลกตะวันตกที่ตึงเครียดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ศาลฎีกามีคำสั่งเมื่อเดือนที่แล้ว ให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา ( ซีเอ็นอาร์พี )... -
ดุจเกราะแก้วกันภัย คาถาที่เหล่าศิษย์ถือว่า สวดแล้วเสมือน"สมเด็จญาณฯ"มาประทานพรให้ด้วยพระองค์
ดุจเกราะแก้วกันภัย คุ้มเกล้าฯ...คาถาที่เหล่าศิษย์ถือว่า สวดแล้วเสมือน "สมเด็จญาณฯ" มาประทานพรให้ด้วยพระองค์
การอำนวยพรแด่ลูกศิษย์ญาติโยมที่มากราบสักการะ ถวายจตุปัจจัย ภัตตาหาร ต่างๆ แด่พระสงฆ์ ในความเข้าใจส่วนตัวตั้งแต่เด็กนั้น คือ การตอบแทนน้ำใจจากพระภิกษุที่มีต่อญาติโยม
เพราะอะไร ? พระไม่ได้ประกอบอาชีพอันจะให้ได้มาซึ่งปัจจัย จะเปรียบแล้วให้เห็นภาพ พระดี คือ ไม่ซื้อ ไม่แสวงหา ใช้อัฐบริขารหรือฉัน ก็จากญาติโยมทั้งสิ้น ด้วยเป็นผู้ทรงศีล ปฏิบัติธรรม ในการแสดงความขอบคุณถึงน้ำใจ จึงได้นำศีลปฏิบัติดี ตอบแทนด้วยการอำนวยพรแด่ลูกศิษย์และญาติโยม
ในสมัยเด็กนั้น เช้าลูกศิษย์จะยกน้ำเสวยถวายแด่พระอาจารย์ก่อนไปโรงเรียน ท่านจะทรงประทานอำนวยพรให้ "ระตะนัตตะยานุภาเวนะ ระตะนัตตะยะเตชะสา" ได้แค่คุ้นๆ ไม่สามารถเขียนบรรยายได้ เนื่องด้วยเป็นบทอำนวยพรที่ทรงเรียงรวบรวมจากหลายบทด้วยพระองค์เอง และเปลี่ยนบทไปตามช่วงเวลา(ได้เคยอัดพระสุรเสียงไว้ ในเทปคลาสเซ็ต สมัยโบราณ)
ช่วงสายที่ทรงรับแขก ก็จะทรงประทานพรแก่ญาติโยม และทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์ หลังเสวยพระกระยาหาร ก็จะทรงประทานพร แด่เจ้าหน้าที่... -
แทนคุณพ่อแม่!นำปฏิบัติวิปัสสนานานาชาติ
แทนคุณพ่อแม่!นำปฏิบัติวิปัสสนานานาชาติ
ร่วมกับนิสิตวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติและสันติศึกษา “มจร” ได้รับเมตตาจาก ดร.สยาดอภัททันตะวิโรจนะฯ สำนักวิปัสสนาวัดงุยเตาอูกัมมัฏฐาน ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมาร์ เป็นประธานนำฝึกปฏิบัติ ระหว่าง 1-15 ธ.ค.2560 ที่โคราช
ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค. 2560 วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติร่วมกับหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ภายใต้การนำของพระหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติและผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา มจร โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติถวายเป็นพระราชกุศล ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนิสิตทั้งพระภิกษุ ภิกษุณี สามเณรี แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 130 รูป/คน ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัย
พร้อมกันนี้พระหรรษาได้นำพ่อแม่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมด้วย ถือได้ว่าได้ทำหน้าที่ของบุตรที่ดีโดยการน้อมบูชาพระอรหันต์ในบ้านด้วยการมอบอริยทรัพย์อันเป็นทรัพย์ภายในให้ท่านทั้งสองได้ใกล้ชิดพระรัตนตรัย... -
"แองเจลีนา โจลี"พาลูกๆทำบุญไหว้พระวัดไทย เปิดประวัติการทำงานสาธารณกุศลที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน!
ภาพสุดประทับใจ!! "แองเจลีนา โจลี" พาลูกๆทำบุญไหว้พระวัดไทยในเมืองลองบีช เปิดประวัติ..การทำงานด้านสาธารณกุศลที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน!!
นับว่าเป็นภาพสุดประทับใจของแฟนคลับทั่วโลก เมื่อ นักแสดงชื่อดังระดับโลก "แองเจลีนา โจลี" ได้พาลูกๆ ทั้ง 5 ของเธอไปทำบุญไหว้พระที่วัดไทยในลองบีช แคลิฟอร์เนีย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ "Pax Thien" (แพก เถียน / 29 พฤศจิกายน 2546) หนึ่งในบุตรบุญธรรมชาวเวียดนาม นับว่าเป็นโมเม้นต์ที่อบอุ่นมากเลยทีเดียว ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจของแฟนคลับชาวไทยเป็นอย่างมาก
แอนเจลีนา โจลี เดิมชื่อ แอนเจลีนา โจลี วอยต์ เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน ได้รับรางวัลออสการ์ รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ 2 รางวัล และรางวัลลูกโลกทองคำ 3 รางวัล โจลีเป็นผู้สนับสนุนทางมนุษยธรรม และเป็นที่รู้จักกันดีในการทำงานเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เธอได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีเสน่ห์ดึงดูดที่สุดในโลก เช่นเดียวกับสตรีที่ "สวยที่สุด" ในโลก ซึ่งที่ฉายาที่เธอได้รับความสนใจจากสื่ออย่างต่อเนื่อง... -
การฝึกมโนมยิทธิ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วันนี้วันพระตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดิอน ๑ ปีระกา
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
เรื่อง..การฝึกมโนมยิทธิ
“เวลาไปถึงบ้านแล้ว พยายามคิดทบทวนเหลือเกินว่าใช้อารมณ์แบบไหน อะไร ยังไง แต่พอจะขึ้นก็จางดำ?”
ก็เรามันโง่มันถึงจาง ถ้าฉลาดก็ไม่จาง ทำไมสัญญาความจำมีทำไมถึงไม่จำ ปัญญามีทำไมถึงไม่คิด ใช่ไหม แต่ว่าการปฏิบัติกรรมฐาน ก็ต้องต่อสู้กับความเป็นจริง
เมื่อก่อนนี้เคยอยู่ในป่าช้า มันไปปุ๊บๆ ๆ พอกลับเข้ามาอยู่ในหมู่พระ เสียงจ๊อกแจ๊กๆ ๆ เด็กเอะอะโวยวาย เราพัง! พังทำไง ก็ไปซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาเครื่องหนึ่ง ให้เด็กมันเปิด เด็กมันเปิดอยู่ข้างๆ ห้อง มันก็ทะเลาะกัน เอาทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งเสียงเพลง เราต้องทำจนกระทั่งไม่ได้ยินเสียง พอสู้มันก็กลุ้มเหมือนกัน พอทำได้ก็ไม่กลุ้ม
ทีนี้ไปเอาอีกเครื่อง เครื่องเดียวไม่พอ สองข้างเลยทีนี้ จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียง จิตสบาย เวลานี้ถ้าได้ยินเสียงไปแล้ว ไม่ถึง ๒ นาทีเปิดฉิบ และต้องให้มันชินต่อความเป็นจริง ภาวนามันไม่อยู่ก็ต้องพิจารณา พิจารณาอย่าไปไล่ตามแบบ ให้ดูความเป็นจริงนะว่า
ไอ้คนที่เดินไปเดินมา มันสุขหรือว่ามันทุกข์ใช่ไหม และคนนี้น่ะถ้าเป็นคนโตนะ... -
มส.เบิ่งโขงส่องแผน”GMS”ที่ยังไม่ยั่งยืน
มส.เบิ่งโขงส่องแผน”GMS”ที่ยังไม่ยั่งยืน
เสนอยุทธศาสตร์ มจร.วิทยาลัยสงฆ์นครพนมแก้สร้างสมดุลกายใจ แถมไขปริศนาพญานาคป้องโขง
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2560 พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายอาคารพระพรหมบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาลัยสงฆ์นครพนม จังหวัดนครพนม และเปิดการการประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติ 2560 เรื่อง “พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมในลุ่มน้ำโขง สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0” ที่ มจร.วิทยาลัยสงฆ์นครพนม ในการนี้ได้ปาฐกถานำโดยได้ย้อนประวัติศาสตร์การจัดตั้งแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) และแนวทางการส่งเสริมพระพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมในลุ่มน้ำโขง สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 สรุปได้ดังนี้
ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศร่วมกันจัดตั้งแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) เมื่อปี พ.ศ. 2535... -
บุญรอด หมูป่าแสนรู้ เดินตามพระบิณฑบาต ปกป้องราวกับเป็นบอดี้การ์ด
เจ้าบุญรอด หมูป่าแสนรู้ คอยเดินตามพระบิณฑบาตทุกเช้า ดูแลความปลอดภัยหากสุนัขข้างทางจะเข้ามาทำร้าย หลังหนีตายก่อนถูกเชือด
วันที่ 3 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหมูป่าแสนรู้ตัวหนึ่ง คอยเดินตามพระสงฆ์ออกบิณฑบาตในเขตเทศบาลตำบลน้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี เมื่อพระหยุด เจ้าหมูป่าก็จะหยุด และเดินตามไปจนถึงสำนักสงฆ์ผาแซง ต.ศรีสำราญ
โดยพระต้อม ระฆังทอง เปิดเผยว่า หมูป่าตัวดังกล่าวชื่อ บุญรอด เป็นหมูป่าแสนรู้ เมื่อ 9 วันก่อนมีชาวบ้านนำมาถวาย โดยบอกว่า ไปรับจ้างเกี่ยวข้าวที่บ้านผาแซง ขณะนั่งพักอยู่ทุ่งนา ได้มีหมูป่าวิ่งมาหาและไม่ยอมไปไหน ซึ่งเจ้าของหมูบอกว่าได้ขายหมูป่าให้ชาวบ้านไปราคา 1,200 บาท เพื่อเอาไปฆ่าฉลองปีใหม่ ชาวบ้านคนดังกล่าวเลยรู้สึกสงสาร จึงขอไถ่ชีวิตเป็นเงิน 1,200 บาท แล้วนำมาฝากอาตมาเลี้ยงที่สำนักสงฆ์แห่งนี้
พระต้อม กล่าวต่อว่า ตั้งแต่บุญรอดมาอยู่ที่สำนักสงฆ์ ทุกเช้าก็จะเดินตามอาตมาออกไปบิณฑบาต จะเดินตามหลังและไม่แซงหรือเดินนำหน้า เมื่อหยุดก็จะหยุดด้วย ถ้ามีสุนัขชาวบ้านมาเห่าจะเข้ามากัดพระ บุญรอดก็จะวิ่งไล่สุนัขจนแตกกระเจิง... -
คณะสงฆ์วัดอรุณฯ และญี่ปุ่น ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลถวายรัชกาลที่ 9
คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม และคณะสงห์มหายานแห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ วัดพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2560
พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) กล่าวว่า การที่คณะสงฆ์ 2 ฝ่าย ร่วมจัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครั้งนี้ เพราะคณะสงฆ์ของญี่ปุ่นให้ความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก ในขณะที่สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยก็มีการเสด็จฯ ไปเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอดตั้งแต่อดีต เช่น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่พระบรมวงศานุวงศ์ของ 2 ประเทศ เสด็จฯ เยี่ยมเยียนกันเสมอ
ในฐานะที่คณะสงฆ์มหายานมาเป็นคณะใหญ่ และอย่างเป็นทางการ คณะสงฆ์วัดอรุณฯ จึงจัดพิธีต้อนรับคณะทั้งหมดอย่างสมเกียรติ และถือว่าเป็นงานยิ่งใหญ่แห่งปี 2560
คณะสงฆ์จากญี่ปุ่น ได้แก่ คณะสงฆ์นิกายชินงอน ปูซาน... -
"คุณค่าและความเลวร้ายของใจ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"คุณค่าและความเลวร้ายของใจ"
" .. จิตนี้ ถ้าได้รับการอบรมดัดแปลงให้ถูกทางเป็นลำดับแล้ว "ไม่มีอะไรจะมีคุณค่ามากและประเสริฐเท่ากับใจ" แต่ถ้าถูกปล่อย "หรือทอดทิ้งให้เป็นไปตามยถากรรมแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะเลวร้ายยิ่งกว่าใจ" ดังนี้
"เพราะใจเป็นธรรมชาติกลาง ๆ ซึ่งจะดัดแปลงให้เป็นไปในทางดีและชั่วได้" เมื่อเป็นเช่นนี้ เราผู้มุ่งต่อความสุขความเจริญอยู่แล้ว "ไฉนจะปล่อยโอกาสให้ความชั่วมาเป็นผู้มีอำนาจเข้าครอบครองจิต ดวงกำลังจะประเสริฐอยู่นี้" ให้เป็นจิตที่อับเฉาไปเล่า
"นอกจากจะพยายามดัดแปลงและฉุดลากขึ้นจากโคลนตม คือกิเลสอาสวะเป็นลำดับเท่านั้น" ไม่มีทางอื่นสำหรับความรู้สึกของผู้มุ่งหวังในทางความสุขความเจริญแก่ตนเอง .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1962&CatID=9
หน้า 337 ของ 440