คลังเรื่องเด่น
-
มส.ตั้งกรรมการศีล 5 ชุดใหม่รับแผนชาติ 20 ปี
มส.ตั้งกรรมการศีล 5 ชุดใหม่รับแผนชาติ 20 ปี
นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา“หมู่บ้านรักษาศีล5”(ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี)ทั้งส่วนกลาง และของแต่ละหน แทนคณะกรรมการชุดเดิม ตามที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมส. ในฐานะประธานอำนวยการโครงการฯ เสนอ เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2560
ขณะเดียวกันพศ.ได้บรรจุโครงการนี้เป็นโครงการของพศ. ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2580) อีกทั้งโครงการนี้ยังได้บรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาด้วย สำหรับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ชุดใหม่ ประกอบด้วย พระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธาน พระเทพศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง รองเจ้าคณะจ.นครปฐม เป็นรองประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย... -
กำเนิดเทวตำนาน "ครุฑยุดนาค"พญาครุฑผู้ยิ่งใหญ่ จำต้องบุกสวรรค์ขโมยน้ำอมฤตเพื่อช่วยเหลือมารดา
เมื่อมารดาต้องเป็นผู้รับใช้เหล่านาค..กำเนิดเทวตำนาน "ครุฑยุดนาค"พญาครุฑผู้ยิ่งใหญ่ จำต้องบุกสวรรค์ขโมยน้ำอมฤต..เพื่อช่วยเหลือมารดา
ครุฑฉุดนาค
เทพปกรณัมนับเป็นสิ่งที่บูรพชนรังสรรค์ขึ้นเพื่อพยายามอธิบายกำเนิดหรือที่มาของสรรพสิ่งบนโลกในครั้งที่วิทยาการยังไม่เจริญก้าวหน้า เทพปกรณัมหรือเทวตำนานนั้นพบได้ในหลายส่วนในดินแดนที่มีอารยะธรรมสั่งสมมาช้านานไม่ว่าจะเป็นเทพปกรณัมของกรีก อียิปต์ จีน ตลอดจนอินเดีย ซึ่งศาสนาพราหมณ์ในอินเดียนี่เองที่ยังอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่ครั้งโบราณกาล
ในอดีตนั้น พระมหากษัตริย์ไทยรับคติความเป็นเทวราชาหรือสมมติเทวราชมาจากขอมโดยถือว่าพระมหากษัตริย์คือปางหนึ่งของพระนารายณ์ที่อวตารมาจุติยังมนุษยโลกเพื่อบำราบยุคเข็ญ ความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ไม่เพียงแต่ยังอิทธิพลต่อราชสำนักเท่านั้น หากแต่ส่งผ่านธรรมเนียมและความเชื่อไปสู่บุคคลทั่วไปนับแต่อดีต เช่น ธรรมเนียมการไว้จุก โกนจุก จนถึงปัจจุบัน เช่น ความเชื่อในการตั้งศาลพระภูมิ คติความเชื่อเหล่านี้ยังคงแฝงตัวอยู่ท่ามกลางความเจริญของสังคมมิได้จางหายไปไหนแม้นกาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานดังเช่นหนึ่งในคติความเชื่อเรื่อง "ครุฑ"... -
ครั้งแรกในไทย ‘สาธยายพระไตรปิฎก2แผ่นดิน’
ครั้งแรกในไทย ‘สาธยายพระไตรปิฎก2แผ่นดิน’
ครั้งแรกในเมืองไทย “โครงการสาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน ครั้งที่ 1” ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989 จ.สมุทรปราการ
วันนี้( 2 ธ.ค.60) วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989 จัด “โครงการสาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน ครั้งที่ 1” แผ่นดินพุทธภูมิ สู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ เพื่อยกย่องเชิดชูพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นคัมภีร์สูงสุด ที่รวบรวมหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าร่วมสาธยายพระไตรปิฎก เป็นการทรงไว้ซึ่งหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้อ่านพระไตรปิฎก ในรูปแบบของภาษาบาลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 12 ธ.ค. 2560 ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
สำหรับการจัดโครงการสาธยายพระไตรปิฎก 2 แผ่นดิน ครั้งที่ 1 นี้ ถือเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ซึ่งได้จัดขึ้นในวันและเวลำเดียวกันกับโครงการสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ครั้งที่ 13 ณ โพธิมณฑล ต้นศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยวัตถุประสงค์ของกำรเชื่อมโยงทั้ง 2 โครงกำรฯ ขึ้นมำพร้อมกันนี้... -
มส.นำสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติใต้ต้นโพธิพุทธคยา
มส.นำสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติใต้ต้นโพธิพุทธคยา
พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานเปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 13 ณ เมืองพุทธคยา อินเดีย
เมื่อเวลา 9.00 น. ของวันที่ 2 ธ.ค. 2560 พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เดินทางปฏิบัติศาสนกิจ ณ ลานพิธีกาลาจักร ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย โดยเป็นประธานกล่าวเปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 13 ในกาลนี้ได้เชิญสาสน์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ประเทศไทย อ่านและกล่าวเปิดงานด้วย
งานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งนี้รวมคณะสงฆ์จากนานาชาติกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ไทย จีน ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และพุทธศาสนิกชนนานาชาติจากทั่วโลกรวม จำนวนกว่า 30,000 คน ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคม 2560 โดยมีการสวดสาธยายพระไตรปิฎกตลอดวันตลอดคืน บริเวณรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระเจดีย์พุทธคยา
ในปีนี้ทางคณะสงฆ์ไทยเป็นประธานฝ่ายจัดงาน นำโดยพระธรรมโพธิวงศ์... -
พระธุดงค์เผชิญหน้ากับผีดิบ ในป่าทึบทางภาคเหนือ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
พระธุดงค์เผชิญหน้ากับผีดิบ ในป่าทึบทางภาคเหนือ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
PLODLOCK - ปลดล็อค
Published on Dec 1, 2017 -
: ปิดประตูนรก : โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
: ปิดประตูนรก :
โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
พระธรรมที่พระสงฆ์นำมาแนะนำแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้ายอมรับนับถือเป็นส่วนตัวก็สามารถจะพ้นนรกได้แน่นอนในชาตินี้ แต่ชาติต่อไปเราก็ไม่แน่ แล้วการที่จะคิดว่าชาติ…ต่อไปเราอาจจะเกิดเป็นคน เราจะยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า หรือพระอริยสงฆ์ต่อไปนี่ไม่แน่นอนนักเพราะการเกิดแต่ละชาติเราไม่ได้รับแต่ผลของความดีฝ่ายเดียว เป็นการรับผลทั้งความดีและความชั่ว จะเห็นว่าคนที่เกิดมาแล้วนี้ไม่ใช่มีความสุขอย่างเดียว อารมณ์ที่ทำให้เกิดเป็นทุกข์ก็มีอยู่ หรือไม่ได้มีแต่
ความทุกข์อย่างเดียว อารมณ์ที่เป็นสุขก็มีอยู่ ขณะใดที่อารมณ์ความเป็นสุขเกิดขึ้น ขณะนั้นถือว่ารับผลของกุศลเก่า คือบุญเก่าที่เราทำไว้แล้วในชาติก่อนๆ มา สนองเรา เราก็มีความสุข
…..ผลของทานเป็นปัจจัยให้ได้ลาภสักการะ
…..ผลของการรักษาศีลให้เกิดความสุขหลายๆ ประการ
…..ผลของการเจริญภาวนาและศึกษาธรรม เป็นเหตุให้เกิดปัญญามีความฉลาด
…..ถ้าผลของความทุกข์ ผลของปาณาติบาต ทำให้คนมีอายุสั้นพลันตาย
…..ผลของอทินนาทาน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
…..ผลของกาเมสุมิจฉาจาร ทำให้ลูกหรือบุคคลในปกครองว่ายากสอนยาก ไม่อยู่ในโอวาท... -
"อาจารย์ช้าง สอนกรรมฐานแม่ชี" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
"อาจารย์ช้าง สอนกรรมฐานแม่ชี"
" .. หลวงปู่ฯ (หลวงปู่ขาว อนาลโย) พูดถึง "ช้างของหลวงปู่หลุบภูพาน" เชือกนั้นว่า "มีอยู่คืนหนึ่งดึกประมาณตีสาม ช้างเชือกนั้นเข้ามาเยี่ยมทางกุฏิแม่ชี" มันเอาสีข้างถุไปมากับกุฏิแม่ชี จนกุฏิโยกคลอนตามแรงถูของมัน
"แม่ชีกำลังภาวนาอยู่ รู่ว่าเป็นช้างของปู่หลุบภูพาน ถึงกับตัวสั่น ปากสั่น คางสั่น มือไม้อ่อนแรง" เหงื่อไหลท่วมตัวทั้งที่อากาศกำลังเย็นยะเยือก
แม่ชีรีบบริกรรม "พุทโธ ๆ ๆ" อย่างถี่ยิบ ใจคิดว่า "ถ้าจะตายขอให้ตายกับพุทโธนี้เถิด" บริกรรมอยู่สักพักจิตแกลงสงบนิ่ง จนไม่ทราบว่าช้างเชือกนั้นไปตั้งแต่เมื่อไร "เพราะจิตแกจดจ่ออยู่ที่พุทโธ เกิดสมาธิแน่วแน่จนถึงเช้าเลย"
หลังจากที่ช้างใหญ่มาเยี่ยม "บรรดาแม่ชีทั้งหลายต่างพากันเร่งภาวนาชนิดฝากเป็นฝากตายกันที่เดียว" ยิ่งคืนไหนที่เจ้าหูใหญ่เท้าใหญ่มันเดินเข้ามาในบริเวณนั้น ก็จะภาวนากันจนตลอดรุ่งชนิดไม่ยอมหลับนอนกัน
หลวงปู้ฯ บอกว่า "มันช่างต่างกันกับที่ครูบาอาจารย์พร่ำสอนเสียเหลือเกิน ถ้าครูบาอาจารย์สอน เหมือนกับเป่าปี่ให้ฟัง" ทำให้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน สอนเท่าไร ๆ ก็ไม่เป็นพุทโธ ผู้ตื่นผู้เบิกบานสักที... -
คาถามหาเสน่ห์ โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
คาถามหาเสน่ห์
โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
คาถามหาเสน่ห์มีอยู่ ๔ ข้อ ๔ คำ คือ
๑.ไม่พูดปด
๒.ไม่พูดคำหยาบ
๓.ไม่พูดส่อเสียด
๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์ คำว่า คาถา นี่มาจากภาษาบาลี แปลว่า วาจาเป็นเครื่องกล่าว ก็หมายถึงคำพูดที่เราพูดไปเอง คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ ภาษาบาลีท่านเรียกว่าคาถา
คาถามหาเสน่ห์
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)
ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่ ๑๖ สำหรับตอนที่ ๑๖ นี้ ก่อนจะพูดเรื่องอื่นก็ขอเตือนกันไว้ก่อน ว่ารายการนี้เป็นรายการ หนีนรก ตอนที่ ๑๕ หนีสิมพลีนรก แต่ตอนที่ ๑๖ นี้ หนีทุกขุม ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะว่าเป็นเรื่องของวาจาที่ต้องพูด แต่ก่อนจะพูดถึงวาจา ก็บอกลีลาการหนีนรกกันก่อน
การหนีนรก ขอถือตามแบบฉบับขององค์สมเด็จพระชินวร คือพระพุทธเจ้า ที่ตรัสว่า
“ถ้าบุคคลใดละสังโยชน์ ๓ ประการได้ หรือว่าตัดสังโยชน์ ๓ ประการได้ ท่านผู้นั้นบาปเก่าทั้งหมดตามไม่ทัน ไม่สามารถลงโทษได้ แล้วก็ท่านผู้นั้นจะไม่มีการตกนรก ไปเกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ต่อไปอีกทุกชาติที่เกิด จะเกิดเมื่อไร จะตายเมื่อไรก็ตาม... -
วธ. ยก “ชุมชนคุณธรรมฯวัดโคกเปี้ยว” ต้นแบบใช้หลักศาสนา
วธ. ยก “ชุมชนคุณธรรมฯวัดโคกเปี้ยว” ต้นแบบใช้หลักศาสนา – ศาสตร์พระราชา เป็นแนวทางดำเนินชีวิตมุ่งขยายอีก 7 พันแห่งทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายปรารพ เหล่าวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ชุมชนคุณธรรมฯ วัดโคกเปี้ยว ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมีข้าราชการกรมการศาสนา วัฒนธรรมจังหวัด ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่การต้อนรับ โดยคณะฯได้เยี่ยมชมภูมิปัญญาชุมชนคุณธรรมฯ ต้นแบบ เยี่ยมชมวัดโคกเปี้ยว ห้องสมุด ลานธรรมลานวิถีไทย ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ฯลฯ
นายปรารพ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐส่งเสริมองค์กรศาสนา นำพลัง บวร บ้าน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน และกลไกประชารัฐขับเคลื่อนสู่ชุมชนคุณธรรมตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 โดยนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ... -
กสิณกับอานาปานุสสติกรรมฐาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
เรื่องกสิณกับอานาปานุสสติกรรมฐาน
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม:- “หลวงพ่อครับ กสิณนี่เป็นมโนภาพใช่ไหมครับ…?”
หลวงพ่อ:- “กสิณไม่ใช่มโนภาพนะ กสิณนี่ต้องใช้นิมิตตรง”
ผู้ถาม:- “ต้องใช้ดูวัตถุ ใช่ไหมครับ…?”
หลวงพ่อ:- “ใช่ ต้องใช้ดูวัตถุแล้วจำภาพ ไม่ใช่มโนภาพ ถ้าเราจะตั้งก็ได้ แต่เป๋ ถ้าดูวัตถุยังไม่ค่อยจำ นี่เล่นมโนภาพ ระวังกสิณโทษจะเกิด
อย่างเราเจริญปฐวีกสิณ จะต้องเอาจิตจับไว้เฉพาะปฐวีกสิณอย่างเดียว ถ้าภาพอื่นข้ามาแทรกต้องตัดทิ้งทันที นั่นเขาถือว่าเป็นกสิณโทษ จนกว่ากสิณกองนั้นเข้าถึงฌาน ๔ แล้วก็คล่องตัว จึงจะย้ายไปเป็นกสิณกองอื่นต่อไป
ถ้ากสิณกองต้นเราได้แล้ว ถ้าภาพอื่นเข้ามา เราตัดเลย เพราะว่าเราเจริญปฐวีกสิณ ดูดิน ถ้าบังเอิญกสิณอย่างอื่นเข้ามาแทน เช่น กสิณน้ำ กสิณลม กสิณไฟ มันแจ่มใสกว่า เราจะยึดเอาไม่ได้ ต้องตัดทิ้งทันที จนกว่ากสิณกองนั้นจะจบถึงฌาน ๔ ให้มันคล่องจริง ๆ ไม่ใช่แต่ทำได้นะ
คำว่าคล่องจริง ๆ หมายความว่า ถ้าเรากำลังหลับอยู่ ถ้าเราตื่นขึ้นมา เราจะจับฌาน ๔ ถ้าคนกระตุกพั้บเราจับฌาน ๔ ได้ทันที กสิณกองนั้นจึงชื่อว่าคล่อง
ถ้าเหน็ดเหนื่อยมาแต่ไหนก็ตาม ถ้าจะจับฌาน ๔... -
การเลี้ยงสุนัขและแมว (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
การเลี้ยงสุนัขและแมว
โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
สุนัขและแมวที่ท่านเลี้ยงไว้นั้น ท่านคุยกับมันรู้เรื่องทุกตัว ดังนั้นการดูแลทุกข์สุขและอาหารการกินจึงสมบูรณ์ พอหน้าหนาวหลวงพ่อจะให้พระก่อไฟเป็นกองๆตามลานซีเมนต์ เพื่อให้สุนัขได้ผิงไฟแก้หนาวเสมอมา
ครั้งหนึ่งหลวงพ่อลงมาสอนกรรมฐานที่กรุงเทพฯ พอกลับไปถึงกุฏิที่วัด คุณเอี่ยมคนเลี้ยงแมวก็มารายงานว่า ” พอหลวงพ่อไปกรุงเทพฯ แมวก็ไม่กินข้าว ”
หลวงพ่อก็ย้อนทันที่ว่า ” แกเรียกมันว่าอีใช่ไหมล่ะ ”
คุณเอี่ยมถามว่า ” หลวงพ่อรู้ได้ไง ”
ท่านตอบว่า ” ก็มันฟ้องข้าอยู่นี่ไง ”
กลางปี 2526 คุณฉวีวรรณ สรรพกิจ ได้ถวายสุนัขพันธ์ไทยหลังอานเพศเมีย 1 ตัวและพันธ์ไทยธรรมดา 1 ตัว ตัวผู้มาจากโคราช หลวงพ่อตั้งชื่อว่า ” นิล ” เพราะเธอมีสีดำตลอดตัว อกขาวเล็กน้อย เพศเมียตัวเล็ก เป็นลูกสุนัข ขณะที่ถวายไปมีหลังอาน สีน้ำตาล เรียกว่า หลังอานไวโอลิน เธอมาจากจังหวัดตราด หลวงพ่อตั้งชื่อว่า ” นาก ”
โดยปกติหลวงพ่อท่านก็เลี้ยงสุนัขและแมวเป็นประจำอยู่แล้วหลายสิบตัว ทุกกุฏิที่ท่านอยู่จะต้องมีสัตว์ 2 ประเภทนี้ประจำการเสมอ เท่าที่สำคัญก็มี สิงห์ดอก โคล่า เจ้าอ้วน เจ้าดม ฯลฯ... -
หลวงปู่ปานแนะนำวิธีแก้อาการตกจากฌาน
หลวงปู่ปานแนะนำวิธีแก้อาการตกจากฌาน
” อาการที่เสียวใจคล้ายหวิวเหมือนคนตกจากที่สูงนั้นเป็นอาการที่จิตพลัดตกจากฌาน คือ เมื่อจิตเข้าถึงฌานมีอารมณ์สบายแล้วประเดี๋ยวหนึ่งอาศัยที่ความเข็มแข็งยังน้อย ไม่สามารถทรงตัวได้ ก็พลัดตกลงมา ”
ท่านบอกว่า “ก่อนภาวนาให้หายใจยาวๆ แรงๆ สักสองสามครั้งหรือหลายครั้งก็ดี หายใจแรงยาวๆ ก่อน แล้วจึงภาวนา ระบายลมหยาบทิ้งไป เหลือแต่ลมละเอียด
ต่อไปอาการหวิวหรือเสียวจะไม่มีอีก” ถ้าทำครั้งเดียวไม่หายก็ทำเรื่อยๆ ไป เมื่อทำตามท่านก็หายจากอาการเสียว ใครมีอาการอย่างนี้ลองทำดูแล้วกัน หายหรือไม่หายก็สุดแล้วแต่เปอร์เซ็นต์ของคน คนเปอร์เซ็นต์มากบอกครั้งเดียวก็เข้าใจและทำได้แต่ท่านที่มีเปอร์เซ็นต์พิเศษไม่ทราบผลเหมือนกัน….”
จาก…หนังสือ วิธีฝึกกรรมฐานด้วยตนเองแบบง่ายๆ หน้า ๓๑
โดย หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน -
ศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ "พระชัยนวรัฐ" ๑ในพระพุทธรูปสำคัญของห้องพระ ประจำพระที่นั่งอัมพรสถาน ใช้ในพิธี
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลา ๑๗.๔๔ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข อัญเชิญพระชัยนวรัฐ ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
เมื่อพลอากาศเอก เกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระ ชั้น 3 วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายพระที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระชัยนวรัฐ ประดิษฐานบนพระราชยานไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยพลอากาศเอก เกษม อยู่สุข เดินนำพระราชยานที่ประดิษฐานพระชัยนวรัฐ จากหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน ไปยังหน้าประตูภูธรลีลาศ ซึ่งมีริ้วขบวนตั้งรออยู่ เมื่อพระราชยานถึงประตูภูธรลีลาศ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข เข้าริ้วขบวนอัญเชิญพระชัยนวรัฐไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
โดยริ้วขบวนได้เคลื่อนจากประตูภูธรลีลาศ... -
“มีคติแน่นอน” (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
วันนี้วันพระตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนเจ็ด(๗) ปีมะเมีย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
คำว่า “มีคติแน่นอน” นี่ก็หมายความว่า ถ้าตายจากความเป็นคนจะต้องไม่ตกนรก แล้วก็เดินทางตรงเพื่อพระนิพพาน ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงพระนิพพานในชาตินี้ เกิดไปเป็นเทวดาหรือพรหมก็ต่อไปนิพพานเลย….ที่พูดกันว่าคติแน่นอนจริงๆ ในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าหมายเอาพระโสดาบันเป็นที่ตั้ง ถ้าถึงพระโสดาบันแล้วขึ้นชื่อว่าบาปอกุศลทั้งหมด ที่ทำมาในกาลก่อนทั้งหมดงด! ไม่สามารถจะลงโทษได้ คือบาปตามไม่ทัน!
คติมีอยู่ว่า ถ้าเกิดเป็นคนกับเกิดเป็นเทวดา สลับกันไปสลับกันมา ไม่ช้าก็ไปพระนิพพาน หรือบางท่านเมื่อเป็นพระโสดาบันแล้ว ไปเกิดเป็นเทวดาก็ดี เป็นพรหมก็ดี พบพระพุทธเจ้าฟังเทศน์เพียงจบเดียวก็เป็นอรหันต์
ฉะนั้น วันนี้ก็จะขอนำเอาคติเพื่อความแน่นอนของบรรดาพุทธบริษัททุกท่าน ซึ่งมีคนบ่นกันมาก จดหมายก็มีมาหลายสิบฉบับ บอกว่าเจริญกรรมฐานมาแล้วหลายสิบปี ๑๐ ปีเศษบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ไม่เห็นได้อะไรเลย
แต่ความจริงได้นะ ได้หลับตาเรื่อยใช่ไหม
คำว่า “ไม่ได้” ของท่านนี้เพราะท่านมุ่งฌานเป็นสำคัญ ถ้ามุ่งฌานเป็นสำคัญก็ผิดความหมายทุกคน... -
การตั้งใจไปนิพพาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
การตั้งใจไปนิพพาน
ผู้ถาม การกำหนดจิตก่อนตายเพื่อไปพรหม ควรทำอย่างไรครับ ?
หลวงพ่อ เออ…นี่ต้องไปลองซ้อมตายนะ ไปที่วัดจะเอายาสลบให้กิน ก่อนสลบก็ตั้งใจ ปัดโธ่! ไอ้หนู! ถามนี่มันเจ๊งแล้ว คือว่าการตั้งใจไปพรหม มันไม่ตั้งใจไปส่งเดช ฝึกอารมณ์มันให้ทรงตัว มันต้องมีทุนให้ทันพร้อม ถ้าเราได้ฌานไม่ต้องตั้งใจไปพรหมหรอก มันไปเองแหละ ก่อนจะตายก็เข้าฌาน มันไปพรหมเอง จะไปนิพพานก็ต้องได้ “ สังขารุเปกขาญาณ ” เป็นวิปัสสนาญาณตัวสุดท้าย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน จะไปนิพพานต้องเป็นพระอรหันต์ ถ้าไม่เป็นพระอรหันต์ไปนิพพานไม่ได้ พระอรหันต์เขาเป็นตอนไหน ตอนที่ตัด สักกายทิฏฐิ ได้เด็ดขาด การจะเป็นอรหันต์นี่ฝึกไม่มาก ฝึกข้อเดียวคือ สักกายทิฎฐิ
สักกายทิฏฐิ มันมี ๓ ตอน คือ
๑. มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายไม่ประมาทในชีวิต นี่เป็น “ อารมณ์ของพระโสดาบันกับพระสกิทาคามี ” นะ
๒. มีความเข้าใจตามความเป็นจริงว่า ร่างกายสกปกโสโครกน่าเกลียด ไม่มีตัญหาเกิดขึ้นจากร่างกาย อย่างนี้เป็น “ อารมณ์ของพระอนาคามี ”
๓. ถ้าจิตวางเฉยในร่างกายทั้งหมด ร่างกาบของเราก็ดี ร่างกายของคนอื่นก็ดี เราเฉยหมด อย่างนี้เป็น “ อารมณ์ของพระอรหันต์ ”... -
สังโยชน์ ๑๐ ประการ..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
สังโยชน์ ๑๐ ประการ
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
เนื่องจากการตัด “สังโยชน์ ๑๐” เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะ ถ้าเราไม่สามารถตัดกิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดใจของเราได้แล้ว ความสำเร็จที่จะบรรลุธรรมหรือจะก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะในขั้นใดก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย จึงเห็นความจำเป็นที่จะขออธิบายเรื่องนี้ซ้ำให้ละเอียด เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติในการตัดกิเลสที่เป็นตัวสำคั…ญที่จะขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรคในการก้าวเข้าสู่ความเป็นพระอริยะในลำดับต่าง ๆ ดังนี้
สังโยชน์ ๑๐ ประการ
นักเจริญวิปัสสนาญาณจะรู้ตัวว่าได้อะไรหรือไม่ ท่านให้พิจารณาสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ประการ คือ
๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา
หมายความว่าเราไม่พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสใด ๆ ทั้งหมด เราไม่หลงใหลใฝ่ฝันอยู่ในขันธ์ ๕ คิดว่า ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นสมบัติของกิเลส และตัณหา เป็นแดนของความทุกข์ และสิ่งนี้มันจะพลัดพรากจากเราก็คือจิต มันจะแตกจะทำลาย มันจะป่วยไข้ไม่สบาย จะถูกอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ของโลกเข้ามายั่วยวน เราก็ไม่หวั่นไหว... -
ช่วยสงเคราะห์กระต่าย…(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ช่วยสงเคราะห์กระต่าย….
ผู้ถาม : กราบหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ข้าพเจ้า สิริ ขออุทิศทั้งหมดที่เป็นกุศลของลูกมาให้กับหลวงพ่อ และขอแบ่งสักครึ่งหนึ่ง ที่ขอแบ่งคือย่างนี้ คือว่าตอนนั้นหมามันกัดกระต่ายตัวหนึ่ง ใกล้จะตาย ผมเห็นเข้าก็เลยเกิดสงสาร เห็นมันเวทนามาก ก็เลยบอกว่า ฉันสงสารแกนะ ฉันจะสงเคราะห์แกนะ เอาไม้ตะบองตีปั๊ก… ตายไปเลย….
….ทีนี้ผมก็อุทิศส่วนกุศลไปแล้ว แต่มาข้องใจหน่อยหนึ่ง คือว่า การที่เรามีเมตตา ช่วยสงเคราะห์ให้เขาตายสะดวกขึ้นนี้ จะถือว่ามีบาปมีกรรมมีเวรหรือไม่ขอรับ?
หลวงพ่อ : ไม่ต้องถือ…มีแหง ไปช่วยมันตายเร็ว ควรจะประคับประคอง หายหรือไม่หายหรือตาย เราช่วยดีกว่า ช่วยรักษานะ ไอ้นี่แสดงว่าถ้าป่วยแหงกๆๆๆ มันไม่ทันตาย พวกฉีดยาให้ตายไปเลยนี่….
ทำหมันแมว….
ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ความจริงลูกไม่อยากจะรบกวนหรอกเพราะปฏิบัติตามธรรมะของหลวงพ่อมาด้วยดีตลอด เช่น เมตตา เป็นต้น ทีแรกก็เก็บแมวข้างรั้วมาเลี้ยงไว้ด้วยความเมตตา บัดนี้มันแข็งแรงสมบูรณ์ และได้ขยายพืชพันธุ์เป็นการใหญ่ (ออกลูกเยอะแยะ) แต่ลูกไม่ว่าอะไรหรอก แต่เกรงว่าลูกจะเกิดมาเดือดร้อน ลูกก็เลยเอามันไปฉีดยาทำหมัน... -
หลวงพ่อหัวแตก! เมื่อหลวงพ่อพุธรถคว่ำ ลูกศิษย์ใจหายวาบเห็นศีรษะท่านอาบด้วยสีแดงฉาน
“จิตที่ฝึกอยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น มันจะรวมได้อย่างรวดเร็ว”
คราวหนึ่งที่หลวงพ่อพุธท่านประสบอุบัติเหตุรถคว่ำว่า ตอนนั้นท่านเดินทางโดยรถยนต์จากอุบลฯ กลับมาโคราช พอรถวิ่งเข้าทางโค้ง เกิดเสียหลักพลิกคว่ำไปหลายตลบ ท่านก็รวมจิตของท่านได้อย่างรวดเร็ว รถพลิกคว่ำหลายตลบ แต่รอบสุดท้ายนั้น รถกลับมาตั้งในท่าปกติได้ ท่านก็มีสติระลึกรู้อย่างรวดเร็ว คนในรถไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ทันใดนั้นคนในรถก็ตะโกนร้องขึ้น
“ หลวงพ่อหัวแตก! ”
เมื่อท่านเอามือคลำศีรษะท่านดู ก็เห็นสีแดงฉานเต็มมือไปหมด เวลานั้นทุกคนในรถต่างตกใจเป็นอย่างมาก แต่ท่านเห็นว่ามันแปลกๆ ท่านจึงยกมือของท่าน ขึ้นมาดมกลิ่นเลือด
เพียงเท่านั้นเอง ท่านก็หัวเราะลั่น...ก็กระโถนน้ำหมากที่อยู่ในรถ มันหกรดศีรษะท่าน!
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
ที่มา FB : เพจพระอรหันต์สายหลวงปู่มั่น
เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม
http://news.tnews.co.th/contents/384994 -
พ้นทุกข์หรือยอมทุกข์: ปรัชญาพุทธกับขงจื่อ
พ้นทุกข์หรือยอมทุกข์: ปรัชญาพุทธกับขงจื่อ
หากใครได้ศึกษาเกี่ยวกับปรัชญาและแนวคิดของขงจื่อมาบ้าง จะพอเข้าใจว่าขงจื่อจะมุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ด้วยความหวังว่าการปกครองแบบมีมนุษยธรรม (เหริน) และการจัดระเบียบด้วยจารีต (หลี่) จะแก้ปัญหาการไร้จริยธรรม (เต้า) ในสังคมมนุษย์ได้
ฝ่ายพุทธเถรวาทจะค่อนข้างต่างจากขงจื่ออย่างเห็นได้ชัด คือการเรียกร้องให้มนุษย์ละคลายความผูกพันและยึดมั่นถือมั่น อย่างเช่นครอบครัวหรือสิ่งที่เรารักก็ถือเป็น “ความผูกพัน” ที่ทางฝ่ายพุทธเถรวาทแนะนำให้ละทิ้งเพื่อให้ห่างไกลจากความทุกข์ ในขณะที่ขงจื่อเน้นให้คนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขและมีวิธีประนีประนอมรักษาความสัมพันธ์เพื่อให้ความเป็นครอบครัวยังคงอยู่
สมมติฐานของผู้วิจัยตั้งอยู่บนความคิดที่ว่าปรัชญาทั้งสองสาขามอง “ความทุกข์” ต่างกัน ทำให้การเสนอทางออกในการใช้ชีวิตแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่นับถือพุทธเถรวาทมีแนวทางการใช้ชีวิตในอุดมคติคือ “การพ้นทุกข์” ในขณะที่ชีวิตในอุดมคติของขงจื่อคือ “การยอมทุกข์” เพื่อเป้าหมายอันทรงคุณค่า
บทวิเคราะห์ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ ดังนี้
1. “ทุกข์และการหลุดพ้น” – ความหมายในทางพุทธ... -
การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ
การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ
ผู้ถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ อยากจะเรียนถามว่า การปฏิบัติตนเพื่อความพ้นทุกข์แบบย่อๆ มีบ้างไหมเจ้าคะ…?
หลวงพ่อ: ต้องการแบบย่อหรือ..ต้องไม่ยืนตรง!
ผู้ถาม: อ้าว..ทำไมละครับหลวงพ่อ..?
หลวงพ่อ: งอเข่ามานิด..แล้วก็ย่อตัวลงมา ก็ความจริงอันดับแรกจับ พุทธานุสสติ ให้ทรงตัว หลังจากนั้นก็พิจารณากายคตานุสสติ ร่างกายนี้มันไม่ดีเต็มไปด้วยความสกปรก ร่างกายเป็นชิ้นเป็นตอนเป็นท่อนใช่ไหม..ไม่เป็นแท่งทึบมีอาการ ๓๒ คือ ผม..เล็บ..และฟัน เป็นต้น นี่เขาถือเป็นกายคตานุสสติ เห็นว่าทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยความสกปรกอันนี้เป็น อสุภกรรมฐาน เห็นว่ามันไม่ดีมันก็เป็นทุกข์ แล้วก็สลายตัวไปในที่สุุด
หลังจากนั้นก็ตั้งจิตไว้เฉพาะ พระนิพพานเป็นอารมณ์ และก็พยายามตั้งตนตั้งใจทำตามนี้คือ
ตัดโลภะ ความโลภ ด้วยจาคานุสสติกรรมฐาน ด้วยการให้ทาน
ตัดโทสะ ความโกรธ ด้วยการรักษาศีล มีพรหมวิหาร ๔ เป็นเบื้องหน้า
ตัดโมหะ ความหลง ด้วยการเข้าใจตามความเป็นจริงว่า ร่างกายมันไม่ดี เราไม่ต้องการมัน ต้องการนิำพพาน แค่นี้ง่ายๆ
ผู้ถาม: แค่นี้ไปได้แน่ๆ เลย..
หลวงพ่อ: จะไปก็ได้จะอยู่ก็ได้!
ผู้ถาม:... -
การเป็นพระที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
การเป็นพระที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
พระที่เข้ามาบวชในประเทศไทย เวลานี้ปีหนึ่งเกินสามแสนองค์ แต่สามแสนองค์ท่านพอใจในสมถะและวิปัสสนานี่ไม่ถึงหมื่นนะ แพ้ญาติแพ้โยม แล้วจะมานั่งบ่นกันว่าพระนี่ดีกว่าฆราวาส อันนี้ไม่ได้ พระพุทธศาสนาไม่ถือว่าเครื่องทรงเป็นของสำคัญ ท่านถือจิตใจเป็นของสำคัญ เราจะเห็นได้ว่ามีพระมาก ท่านที่บวชเข้ามาแล้ว ก็ถือเป็นประเพณี ตามประเพณี สักแต่ว่าการบวชก็มี ที่ท่านตั้งใจดีก็มี พอใจในสมถะและวิปัสสนาก็มี ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าบารมีที่สร้างมาไม่สม่ำเสมอกัน ฉะนั้น ท่านที่เป็นฆราวาสก็ตาม เป็นพระก็ตาม ถ้าหากว่าบุคคลใดมีกำลังใจเข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า “พระ” หมด
สำหรับพระสงฆ์จะมีศีลบริสุทธิ์ก็ดี มีฌานสมาบัติสมบูรณ์ก็ดี ถ้าหากว่ากำลังใจของท่าน วันนั้นยังไม่เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า “สมมติสงฆ์” ยังไม่เรียกว่า “พระ” ถ้าถึงพระโสดาบันเมื่อไหร่ ท่านก็เรียกว่า “พระ”
สำหรับฆราวาส ถ้าถึงพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าท่านก็เรียกว่า “พระ” อย่างท่านเรียกวิสาขามหาอุบาสิกาพระโสดาบัน อนาถบิณฑิกเศรษฐีพระโสดาบัน... -
กรรมของลูกกรอก..(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
กรรมของลูกกรอก
ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ แล้วกรรมอะไร…ทำให้เกิดมาเป็นลูกกรอกครับ ?
หลวงพ่อ : เพราะกรรมลูกกรอก !
ผู้ถาม : (หัวเราะ)
หลวงพ่อ : ความจริงก็แปลก เพราะอะไร.. จึงเป็นลูกกรอก เจ้าลูกกรอกนี่ พอออกมาก็ตาย มันต้องมีบุญผสมกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนัก เพราะกรรมที่เป็นปาณาติบาตหนักที่อยู่ในครรภ์ก็ตาย และออกจากท้องแม่ก็ตาย นี่แสดงว่ากรรมหนัก แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นกุศลเขาสูง มาใช้กรรมแค่อยู่ในท้องแม่ออกมาก็ตาย เมื่อตายแล้วสิ่งที่เป็นกุศลก็เข้ามาสนอง ฉะนั้นลูกกรอกจึงเป็นผีที่มีอานุภาพมาก
(อนึ่ง เคยมีผู้มาขอ กุมารทอง กับหลวงพ่อ ท่านบอกว่าไม่มีแล้วได้เล่าสมัยหลวงปู่ปานให้ฟังว่า เคยมีคนป่วยมาให้หลวงปู่ปานรักษา แล้วท่านบอกว่า คนป่วยรายนี้ถูกกุมารทองที่เลี้ยงไว้เล่น่งานเอา
หลวงพ่อจึงได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า ผู้ที่เลี้ยงกุมารทองเอาไว้ เช่นที่เรียกว่า รักยม เป็นต้น บางทีในเวลาป่วยไข้ไม่สบาย จะถูกกุมารทองทำร้ายเอาได้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ไว้)
ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ) -
คนจริงเค้าทำตัวธรรมดา เฉยๆ
เรื่อง คนจริงเค้าทำตัวธรรมดา เฉยๆ
“การเจริญพระกรรมฐาน บรรดาท่านพุทธบริษัท ถ้าเราไปกล่าววาจา โอ้อวด พระพุทธเจ้าถือว่า เป็น อุปกิเลส เพราะว่า การแสดงตัวว่าเราเองเป็นผู้เจริญกรรมฐาน ห่มผ้าสีกรัก ทำท่าหลับตา ทำท่าสงบเสงี่ยมเกินไปอย่างนี้เป็นการโอ้อวด แสดงออกว่าฉันเจริญกรรมฐาน พระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่า เป็นอุปกิเลส ทำไม่ได้ ต้องทำตัวให้เหมือนเขา
ฉะนั้น ยามปกติทั้งหมด จะทำตัวเหมือนกับชาวบ้านเหมือนกับพร…ะธรรมดา ๆ ทั้งหมด จะคุยสนุกสนานเฮฮาตามเรื่องตามราวไป ไม่ขัดจังหวะกัน แต่ว่าถึงเวลาของเรา เราก็ทำของเรา
การเจริญกรรมฐานเป็นหน้าที่ของพระ พระจริง ๆ ที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา ต้องมีคุณสมบัติ ๓ อย่างครบถ้วน
๑. อธิศีลสิกขา รักษาสิกขาบท คือ ศีล มากกว่า ฆราวาส และก็รักษา ให้ครบถ้วน
๒. อธิจิตสิกขา รักษาสมาธิให้มีการทรงตัวเป็นฌานอยู่เสมอ เป็นการป้องกันนิวรณ์เข้ามารบกวน
๓. อธิปัญญาสิกขา นั่นหมายถึงว่า ใช้ปัญญาตัดกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหาน
แต่ว่าจะตัดได้หมดหรือไม่หมด ก็เป็นเรื่องของจิตใจในเวลานั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะบังคับกันว่า ต้องตัดหมด ถ้าตัดหมดได้ก็ดี เพราะการบวชเวลานั้นถือภาษิต อยู่บทหนึ่งว่า... -
ปัญหาการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ปัญหาการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ผู้ถาม : ” เรื่องการถวายอาหารพระนะครับหลวงพ่อ เวลาอุบาสิกานำอาหารไปถวายพระ แล้วก็เอาอาหารพวกเนื้อสัตว์ไปถวาย จะบาปไหมครับ…? ”
หลวงพ่อ : ” ถามไม่ละเอียดนี่ อาตมาตอบไม่บาปเลยก็ได้ คือ เนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าแล้วและไปซื้อมา เราไปบังคับให้เขาฆ่าเมื่อไรละ ใช่ไหม…? ”
ผู้ถาม : ” ถ้าเราไม่กินเขาก็ไม่ฆ่า ”
หลวงพ่อ : ” ถ้าเขาไม่ฆ่าเราก็ไม่ซื้อ เราไม่ซื้อเขาก็ฆ่า เราไม่ซื้อคนอื่นซื้อ เขาก็ฆ่า ถ้าเราสั่งให้เขาฆ่าซิ “วันนี้ไก่ ๓ ตัวนะ” “วันนี้ขอหมูให้ฉัน ๑ ขานะ” “พรุ่งนี้จะแต่งลูกสาว เอาวัว ๓ ตัว หมู๓ ตัวนะ” อย่างนี้บาป ตั้งแต่เริ่มสั่ง พระยายมบันทึกแล้ว บันทึกตั้งแต่สั่งแล้ว ถ้าตายไปก่อน รับวัวรับหมูนะ ลงเลย ”
ผู้ถาม : ” ก็หมายความว่าบาปเฉพาะ คนสั่งฆ่า กับ คนฆ่า…! ”
หลวงพ่อ : ” คนไหนฆ่าสัตว์คนนั้นก็บาป คนไหนสั่งคนนั้นก็บาป เราซื้อที่เขาฆ่ามาขาย กินเท่าไรเราก็ไม่บาป เพราะไม่เป็นบาปพระพุทธเจ้าจึงไม่ห้าม ที่ไม่ห้ามเพราะว่าเขาฆ่าเป็นปกติอยู่แล้ว
คำว่า บาป นี้แปลว่า ชั่ว บุญ แปลว่า ดี ทำชั่วแปลว่าบาป ทำดีเรียกว่าบุญ ทีนี้ชีวิตเขามีอยู่เราไปฆ่าเขา... -
ด้วยอุตสาหะยิ่งใหญ่บวชถวายสังฆราช
ผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทถวายสมเด็จพระสังฆราชประกอบพิธีอุปสมบทแล้วที่วัดไทยพุทธคยา ก่อนจาริกไปสังเวชนียสถานและสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. คณะผู้สมัครอุปสมบท 99 คน (ภิกษุ 95 สามเณร 4) ในโครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสทรงเจริญพระชันษาครบ 91 พระชันษา วันที่ 26 มิ.ย. 2561) ซึ่งจัดโดยมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม (ในการนี้ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานมูลนิธิฯ ได้สมัครบวชด้วย) ได้เดินทางถึงสนามบินพุทธคยาในเวลา 12.00 โดยประมาณ
จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่วัดเมตตาพุทธารามเสร็จแล้วเดินทางมาวัดไทยพุทธคยา ซึ่งเป็นที่พักและที่ประกอบพิธีอุปสมบท
ในโอกาสนี้ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีระยุทธ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาและหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาลได้มอบหมายให้พระครูอุดมโพธิวิเทศ เลขานุการเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าอุปสมบทและชี้แจงขั้นตอนการบรรพชาที่จะกระทำ ณ... -
เหล็กไหล…หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
เหล็กไหล…หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
เหล็กไหลมีจริงหรือเปล่าครับหลวงพ่อ
มีจริง แต่มันเป็นของหายาก เอายาก ที่เขามาอวดกันมันไม่ใช่เหล็กไหลหรอก เหล็กไหลนี้มันจะไหลอยู่ไม่หยุด หลวงพ่อไล่ตะครุบเหล็กไหลนี่จนเหงื่อแตก มันก้อนโตขนาดเม็ดข้าวโพดเม็ดใหญ่ๆ ทีนี้วัตถุที่โตขนาดนี้ ถ้าเป็นสิ่งอื่นเราไปหยิบมันจะติดมือขึ้นมา อันนี้พอไปหยิบ หยิบแล้วทั้งๆ ที่มันแข็ง มันสัมผัสมือเหมือนกับหยิบสำลี คล้าย ๆ กับมันยุบตัวลงไป แต่พอยกมือขึ้นมันจะไม่ติดมือ พอยกมือขึ้นปั๊บมันจะกลิ้ง พอไปจับจะหยิบขึ้นให้มันติดมือมาไม่มีติด ถ้ามันอยู่บนพื้นไม้กระดาน มันจะกลิ้งอยู่อย่างนั้น พอตกถูกพื้นปูนซีเมนต์มันจะหายจมลงไปในปูนซีเมนต์เลย หลวงพ่อนี่จับต้องมาด้วยมือ เห็นมาด้วยตา เพราะฉะนั้น ถ้าใครเอามาให้ดูแล้วมันไม่ใช่หรอก มีแต่ก้อนหินธรรมดานี่แหละเขาเอามาให้ดู อย่างดีก็พวกประเภทที่เขาเรียกว่าโคตรเหล็กไหล ไอ้ตัวเหล็กไหลจริงๆ นี่มันไม่ใช่อย่างนั้น สีมันดำเหมือนตาดำคน ที่นี้ พอจับปั๊บมันจะเย็นเหมือนจับน้ำแข็ง เวลาเอาวางไว้แม้อยู่ในที่ราบ ๆ มันก็จะกลิ้งของมัน มันอยู่ในฟันกรามเขาส่องดูก็มองเห็น พอเอาไม้แหย่มันจะวิ่งหลบเข้าไป... -
หลวงปู่มั่น ล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชาอย่างน่าอัศจรรย์
เรื่อง “หลวงปู่มั่น ล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชาอย่างน่าอัศจรรย์”
(จากชีวประวัติ หลวงพ่อชา สุภัทโท)
ท่านออกเดินทางย้อนกลับมาที่อุบลราชธานี พักอยู่ที่ทางปฏิบัติของแต่ละสำนัก การเดินทางครั้งนั้น ผู้ร่วมทางบางคนในคณะเกิดท้อถอย เพราะมีความเหน็ดเหนื่อย และยาก ลำบากมาก ต้องเดินลัดเลาะป่าเขา เดินตามทางเกวียน ประกอบกับเป็นผู้ไม่คุ้นเคยต่อการเดินทางไกลนัก พระบางรูปจึงขอแยกทางกลับคืนถิ่นเดิม หลวงพ่อกับพระ อีกสองรูปที่ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ได้ออกเดินทางต่อ ในที่สุดก็ถึงสำนักของหลวงปู่มั่น เสนาสนะวัดป่าหนองผือนาใน
ก้าวแรกที่หลวงพ่อเดินเข้าไปเห็นสภาพวัดป่าหนองผือนาใน
ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่สำนักป่าหนองผือนาใน หลวงพ่อรู้สึกประทับใจในบรรยากาศอันสงบร่มรื่นของสำนัก มองดูลานวัดสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทของเพื่อนบรรพชิตในวัดป่านี้เป็นที่น่าเลื่อมใส จึงเกิดความพึงพอใจยิ่งกว่าสำนักใด ๆ ที่เคยเห็นเคยสัมผัสมา ยามเย็นวันแรกที่ไปถึง ได้เข้ากราบนมัสการ หลวงปู่พร้อมศิษย์ของท่านเพื่อฟังธรรมร่วมกัน หลวงปู่มั่นท่านไดปฏิสันถาร สอบถามเกี่ยวกับอายุ พรรษา และสำนักที่เคยได้ศึกษาปฏิบัติ
หลวงปู่มั่นล่วงรู้วาระจิตหลวงพ่อชา... -
“ครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์” (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)
“ครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์”
ถ้าใจเราสงบใจเราไม่วุ่นวายก็แสดงว่าเรามีธรรม ถ้าพูดแค่นี้แล้วโกรธก็แสดงว่ากิเลสออกแล้ว ไม่มีอะไรมาปราบกิเลสใช่ไหม บางคนนี้พอเสียสูญหน่อยไปเลย ไปไม่กลับเลย แสดงว่ากิเลสมันฝังลึกนะ พอเวลาไปจี้มันมานี้มันผุดเหมือนภูเขาไฟระเบิด แต่พวกเราอย่าไปคิดนะ ว่าใจเราตอนนี้นิ่งใจ เราตอนนี้ไม่มีกิเลสนะ ยังไม่มีอะไรมาจี้ถูกจุด พอมีอะไรมาจี้ใจดำเข้าดูซิ เดี๋ยวมันก็ตะบะแตก นี่แหละครูบาอาจารย์ชอบพิสูจน์ลูกศิษย์ ใครว่าเก่ง ไปอยู่กับครูบาอาจารย์ดู เดี๋ยวท่านก็หาที่จี้แหย่กิเลสให้ แต่คนที่ชอบอยู่กับครูบาอาจารย์ก็ชอบตรงนี้ จะได้รู้ จะได้ไม่หลง เพราะเวลาหลงนี้ครูบาอาจารย์ท่านรู้แล้ว เดี๋ยวท่านแหย่ออกมาปั๊บ
อัตตาตัวตนยังเยอะนะ ใครว่าไม่ได้ ใครแตะไม่ได้เลย คนนี้เหมือนฝนฟ้าอากาศเราไปสั่งให้เขาตกหรือไม่ตกได้หรือเปล่า เราไปสั่งให้เขาชมไม่ให้ตำหนิเราได้หรือเปล่า ต้องเห็นอนัตตามันถึงจะหยุดวิภวตัณหาได้ เราไปสั่งเขาไม่ได้ บอกเขาว่าคุณชมเราอย่างเดียวนะ คุณอย่ามาตำหนิเรานะ ไม่ได้บอกได้แต่เขาไม่ฟังเรา เพราะเขาก็มีอารมณ์ใช่ไหม อารมณ์ดีเขาก็ชมเรา อารมรมณ์ไม่ดีก็ด่าเราตำหนิเรา... -
โลกอันนี้มีเกิดมีตาย ไม่มีเต็ม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป
“ มนุษย์มีเกิดมีตาย
สัตว์เดรัจฉานมีเกิดมีตาย
เทวดามีเกิดมีตาย
พรหมมีเกิดมีตาย รวมแล้วโลกอันนี้มีเกิดมีตาย ไม่มีเต็ม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป เป็นทุกข์อยู่ตลอดไป เป็นภพเป็นชาติยืดยาวด้วยเชื้อเกิดเชื้อตาย ภาวนาแล้ววิชชาเกิดพอรู้จักได้การเกิดตายของเจ้าของ เห็นโทษเห็นภัยของการท่องเที่ยวเกิด แก่ เจ็บตาย เป็นภพเป็นชาติ เกิดแล้วตาย เกิดแล้วตาย ไม่มีอะไรจะยั่งยืนถาวร ”
“ เกิดตายมาของผู้ข้าฯ จะนับตั้งแต่ชาติชีวิตที่เคยได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
– เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ ๗ ชาติ อยู่เพชรบูรณ์ก่อนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันมาตรัส ๓ หมื่นปี
– มาเกิดเชียงใหม่
– ไปเกิดอยู่สิบสองปันนาสิบสองจุไทย ก่อนศาสนา ๒๘,๐๐๐ ปี
– มาเกิดอยู่มุกดาหาร เป็นกษัตริย์ ๗ ชาติ ราษฎร ๕ ชาติ ก่อนศาสนา ๑๓,๐๐๐ ปี
– เกิดปราจีนบุรี เป็นเจ้านาย ๔ ชีวิต ก่อนศาสนา ๖,๕๐๐ ปี
– เกิดอยู่ลพบุรี เป็นราษฎร ๓ ชีวิต
เป็นกษัตริย์ ๕ ชีวิต ก่อนศาสนา ๓,๐๐๐ ปี
– ไปเกิดอยู่พาราณสี
– เกิดอยู่กรุงกบิลพัสดุ์ เป็นเจ้าสีหนุราช
– เกิดกุสินารา เป็นพันธุละเสนาบดี
– เกิดอยู่เนปาล บวชเป็นฤาษี มีหมู่ ๕๐๐ ฤาษิณี ๒๕๐ ตน ฤาษี ๒๕๐ ตน... -
บันไดขั้นแรกเพื่อพระนิพพาน (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
บันไดขั้นแรกเพื่อพระนิพพาน
ธรรมโอวาทหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ท่านทั้งหลายที่ต้องการพระนิพพาน วันนี้ก็ขอมอบบันไดขั้นแรกแก่บรรดาท่านพุทธบริษัทเพื่อไปนิพพาน ไปปฏิบัติตามสังโยชน์ ๓ ประการ ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ไอ้ที่กล่าวว่า นิพพานะ ปัจจโย โหตุ ต่างๆ ส่งเดช มันไปไม่ได้หรอก
๑.มีปัญญารู้สึกตามความเป็นจริงว่า ชีวิตนี้มันต้องตาย ถ้าใครไม่นึกว่าตาย มันก็เลวเต็มที คนทุกคนเกิดมาต้องตาย ถ้าเราลืมความตายของเรา จงจำว่าเราเป็นคนเลวมาก เพราะว่าทุกวันทุกเวลาเราเดินเข้าไปหาความตาย
๒.คิดว่าเราจะตาย การตายนี่มันไม่แน่ จะไปดีหรือไปชั่วเราไม่แน่ เราก็เลือกไปดี อันดับแรก ก็ยึดพระพุทธเจ้า ยึดพระธรรม ยึดพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง คำว่ายึดเป็นที่พึ่งนี่ไม่ใช่ไปนั่งนึกอย่างเดียว คือนึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า นึกถึงความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นึกถึงความดีของพระอริยสงฆ์สาวกที่นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาบอกเรา ท่านมีความดี ยอมรับนับถือด้วยความจริงใจไม่เสื่อมคลาย ไม่สงสัย นี่คือข้อที่สอง มันก็ไม่ยาก
๓.สีลัพพตปรามาส เฉพาะฆราวาสก็รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ เท่านี้ พระโสดาบันก็ดี สกิทาคามีก็ดี มีอารมณ์เท่านี้
ที่มา...
หน้า 338 ของ 440