คลังเรื่องเด่น
-
ความทุกข์ ความร้อน ตั้งต้นที่ใจของตนเอง
“ความทุกข์ ความร้อน ตั้งต้นที่ใจของตนเอง”
การจะทำความทุกข์ความร้อนให้บรรเทาเบาบาง ห่างจากโลกไป จึงอยู่ที่ต้องทำใจตนเองของแต่ละคน ให้มีกิเลสเข้าครอบคลุมน้อยที่สุด บางเบาที่สุด
ผู้ที่มีกิเลสครอบคลุมใจมาก ก่อความร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่นมาก เป็นที่เข้าใจกันว่า ผู้นั้นเป็นคนไม่ดี แม้ตัวเองจะคิดว่าตนเป็นคนดี แต่ความจริงหาเป็นคนดีไม่
คนมีกิเลสห่อหุ้มใจมาก จะเป็นคนดีไม่ได้ พึงสำนึกในความจริงข้อนี้ และรู้จักตนเองให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ปรับปรุงตนเองให้เป็นคนดีให้ได้
ไม่มีใครของคนไม่ดี ไม่มีใครปรารถนาจะเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ไม่ทุกคนที่มีความเห็นชอบ จึงไม่ทุกคนที่จะรู้ตัวว่าตนเป็นคนไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลกอยู่ ด้วยถูกกิเลสครอบงำชักจูงไป
(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช)
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
กฏธรรมดาของโลก ถ้ามันเกิดขึ้นกับเราก็ถือว่าช่างมัน
กฏธรรมดาของโลก ถ้ามันเกิดขึ้นกับเราก็ถือว่าช่างมัน
ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
วันนี้ก่อนที่จะศึกษาอย่างอื่นก็ให้นึกถึงกฏธรรมดาไว้เป็นสำคัญ กฏธรรมดาสำหรับเรานั่นก็คือ
๑. ชาติปิ ทุกขา ความเกิดเป็นทุกข์
๒. ชราปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์
๓. มรณัมปิ ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์
๔. โสกปริเทวทุกขโทมนัส ความเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์
๕. ความพลัดพราก จากของรักของชอบใจเป็นทุกข์ มีอารมณ์ขัดข้องหรือมีความปรารถนาไม่สมหวังเป็นทุกข์
พระพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า เราเกิดมาเพื่อประสบกับทุกข์ คนที่เกิดมาแล้วทุกคนที่จะไม่มีทุกข์ ไม่มี ถ้าหากว่าเรายังยึดถือร่างกายเป็นของเรา ทรัพย์สินเป็นของเรา ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นของเรา อารมณ์ทุกข์มันก็เกิด เกิดเพราะว่าจิตเราเกาะ ที่เรียกว่าอุปาทาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โลกธรรมทั้ง ๘ ประการ คือ
มีลาภ-ดีใจ ลาภสลายตัวไป-เสียใจ
มียศ-ดีใจ ยศสลายตัวไป-เสียใจ
มีความสุขในกามสุข-ดีใจ ความสุขหมดไป-ร้อนใจ
ได้รับคำนินทา-เดือดร้อน ได้รับคำสรรเสริญ-มีสุข
นี่ก็ถือว่าเป็นอารมณ์ของอุปาทาน สร้างความทุกข์ สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเรา
● ทำอย่างไรเราจึงจะพ้นทุกข์... -
เรื่องความหมายของคำว่า ” ผาติกรรม ”
: เรื่องความหมายของคำว่า ” ผาติกรรม ” :
ที่ภาษาพระเค้าเรียกว่า “ผาติกรรม” การทำผาติกรรม คือการนำของที่มีคนนำมาทำบุญแล้ว แล้วพระท่านได้นำออกมาให้คนอื่นๆ “เช่าหรือซื้อ” ในราคาถูกเพื่อทำบุญกุศลต่อ เพื่อความสะดวกสบายของท่านพุทธศาสนิกชน จะได้ไม่ต้องจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องนำมาทำบุญ เพราะทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว การทำเช่นนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง เพราะอย่างน้อยของทำบุญก็ไม่ล้นวัด เพราะปริมาณของคนทำบุญมากกว่าคนใช้
สมมุติว่า…มีคนถวายสังฆทาน ๑,๐๐๐ คน จะมีถังสังฆทาน ๑,๐๐๐ ใบ ย่อมเป็นภาระของวัดและพระที่ต้องหาที่เก็บ
ในขณะที่พระในวัดก็มีใช้เกินพอ เกินความจำเป็น
แต่ทางวัดยังมี โบสถ์ วิหาร ศาลา เสนาสนะ หรืออย่างอื่นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก
แต่ไม่มีทรัพย์ที่จะปรับปรุงพัฒนา จึงให้มีการ “ผาติกรรม” เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่วัดท่าซุง , บ้านสายลม หรือตามสาขาของวัดท่าซุงทั้งหมดทั้งหลายนั้น จึงจัดให้มีการ “ผาติกรรม” องค์พระพุทธรูป และ ชุดสังฆทาน ตลอดมา และเชื่อว่า หากทำไม่ได้หรือเป็นวิธีการที่ผิด หลวงพ่อฤาษีท่านคงห้าม ! ทำแล้วหล่ะครับ... -
รับรองพุทธศาสตร มจร.เฉพาะในที่ตั้ง4สาขาปี56-60
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 60- ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา 9 มาตรฐาน โดยให้ปรับรายละเอียดของมาตรฐานวิชาชีพครูฯ ให้เชื่อมโยงกับการทำมาตรฐานวิชาชีพครูของคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา ที่จะต้องดูภาพรวมมาตรฐานวิชาชีพครูทั้งหมด
ทั้งนี้ มาตรฐานความรู้วิชาชีพครูฯ นั้น ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดสมรรถนะของครู ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 5 ปี ตลอดจนกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เรียนครูโดยตรง โดยเข้ารับการฝึกอบรม พัฒนาตนเอง หรือเทียบโอนให้ได้รับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูฯ และสามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยตั้งแต่ปี 2557-2559 มีผู้ผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพฯ ทั้งสิ้น 60,253 คน อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ อยากจะทำเรื่องนี้ให้เป็นของขวัญกับครูทุกคน
ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน... -
“สังฆราช” รับสั่ง มส.ออกกฎคุมเข้มพระบวชใหม่-แก้ศาสนาเสื่อม
“สังฆราช” รับสั่ง มส.ออกกฎคุมเข้มพระบวชใหม่-แก้ศาสนาเสื่อม
“สังฆราช” มีพระบัญชา มส.ออกมติคุมเข้มพระบวชใหม่แก้ไขความเสื่อมทางศาสนา สั่งกำหนดระยะเวลาบวชขั้นต่ำ จัดหลักสูตรให้พระศึกษาชัดเจน
วันนี้ (30 พ.ย.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายสมเกียรติ ธงศรี รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า ที่ประชุมมส.มีมติแจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด พระสังฆาธิการทุกระดับ และพระอุปัชฌาย์ เข้มงวดพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม รวมถึงเรื่องการคัดกรองคนเข้ามาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้มีผลโดยทันที โดยไม่ต้องรอรับรองผลการประชุม พร้อมกันนี้มส.ยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานในการร่างหลักเกณฑ์สำหรับการบวชพระใหม่ โดยจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำว่า จะต้องบวชกี่วัน รวมถึงหลักสูตรที่จะต้องให้พระใหม่ได้ศึกษาระหว่างการบวช ด้วย ซึ่งมส.ได้มอบหมายให้พระพรหมบัณฑิต พระพรหมมุนี พระพรหมดิลก พระพรหมโมลี ดำเนินการร่างหลักสูตรให้เสร็จภายใน 20 วันและนำเข้ารายงานมส.ต่อไป... -
ทำไมต้อง "นางแก้ว" ไม่เข้าใจ
ตามนั้นเลยค่ะ อยากทราบค่ะ ขุดของเดิมมาอ่านมันอจินไตยยังไงไม่รู้
เมื่อวาน ตั้งกระทู้ไม่มีใครมาตอบ แต่คนละเรื่อง
วันนี้อยากรู้เรื่องใหม่ก็ตั้งอีก ค่ะ
ไม่มีใคร ใน 7,000,000 คนสมาชิก มาตอบกันในหนึ่งวัน ก็ จะลบ ค่ะ ฮึ ! -
ฮือฮา! หล่อพระน้องชาย พระพุทธชินราช
ฮือฮา! หาดูยาก หล่อพระน้องชาย พระพุทธชินราช ประดิษฐ์วัดคลึงคราช จ.อุตรดิตถ์ วัดในตำนานพระเวชสันดรชาดก
วันที่ 30 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคลึงคราช (คะลึงคะราช) หมู่ 4 ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประชาชนจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้าชมและขอมีส่วนร่วม ในพิธีพิธีแกะองค์พระพุทธชินราชจำลอง ปางมารวิชัย เนื้อทองเหลือง หลังจากทำพิธีเททองหล่อเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นความร่วมแรงร่วมใจของพุทธศาสนิกชนตำบลหาดสองแคว ต้องการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง ประดิษฐาน หน้าโบสถ์เก่าแก่ อายุ 110 ปี โบราณสถานขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปกร เป็นศิลปะแบบลาวเวียงจันทร์ หลวงพระบาง ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ถูกผูกและเล่าเรื่องตั้งอยู่ในเมืองตาชูชก ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ ในชาดกเรื่องพระเวสสันดร โดยเฉพาะกัณฑ์ชูชก 1 ใน 13 กัณฑ์ เทศมหาชาติพระเวสสันดรชาดก
นายสุรเชษฐ กลั่นกลอน พ่อค้ารถเร่ขายของตามตลาดนัดทั่วภาคเหนือ ในฐานะเจ้าภาพผู้จัดสร้างและเป็นลูกหลานชาวตำบลหาดสองแคว ได้จุดธูปขอขมาพระพุทธชินราชจำลอง เหล่าเทพเทวดา ภูมิเจ้าที่ พระแม่ธรณีผู้ดูแลปกปักรักษาผืนดิน... -
เมื่อวัดบันดาลใจ ใครๆ ก็อยากเข้า
วัดในประเทศไทยเรามีประมาณ 4 หมื่นวัด แต่สังเกตหรือไม่ว่า ทุกวันนี้คนไม่ค่อยเข้าวัดกัน หรือเข้าวัดน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แบบว่านานๆ เข้าที จนหลายวัดดูสภาพเหมือนวัดร้างเข้าไปทุกวันๆ แล้วการที่คนเข้าวัดนั้น ส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปงานบวชก็งานศพ หรือไปในเวลามีเทศกาลสำคัญๆ เช่น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีไทยที่วัดจัดงานขึ้นมา เป็นต้น
ทำไมคนไม่ค่อยเข้าวัด?
บางคนอาจบอกว่า ก็วัดไม่มีอะไรให้ทำนี่ เช่น กิจกรรมปฏิบัติธรรมที่ทุกวัดควรต้องมี แต่มีเฉพาะบางวัดและมีจำนวนน้อยมากที่จัดกิจกรรมนี้เป็นหลัก ซึ่งประชาชนไปวัดตอนไหนก็สามารถเข้าไปปฏิบัติได้ ทำให้หลายคนไม่เข้าวัดแต่เลือกไปสถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ของเอกชน หรือมูลนิธิต่างๆ แทน เพราะคิดว่าเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมของตัวเอง
บางคนอาจมองว่า พื้นที่วัดกลายเป็นลานจอดรถไปแล้ว ทั้งไม่สะอาด ไม่มีต้นไม้ ไม่มีพื้นที่สีเขียว เข้าไปก็ร้อน สู้ไปห้างดีกว่าเย็นสบาย บางวัดสิ่งปลูกสร้างก็ใช้วัสดุไม่เข้ากับความเป็นวัด ซ้ำไปทำลายคุณค่าและสร้างทัศนะอุจาดให้วัด บางวัดก็เป็นพุทธพาณิชย์จนแทบหาคุณค่าของวัดที่แท้จริง คือ... -
นักเลงคิดลองของพระธุดงค์ ยิงปืนใส่ "หลวงปู่ดู่" ขณะนั่งภาวนา
เจอดีเข้าให้!! เมื่อมีนักเลงคิดลองของพระธุดงค์ ยิงปืนใส่ "หลวงปู่ดู่" ขณะนั่งภาวนา แต่ยิงไม่ออก สุดท้ายต้องมาอ้อนวอนขอของดีจากท่าน!!
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ บรรพชาอุปสมบท ณ วัดสะแก ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีหลวงปู่กลั่น เจ้าอาวาสวัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แด เจ้าอาวาสวัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่ฉาย วัดกลางคลองสระบัว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๖ ได้รับฉายาว่า "พรหมปัญโญ" ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความใฝ่รู้จึงมีความเพียรที่ศึกษาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ จากพระคณาจารย์ผู้ทรงภูมิรู้ภูมิธรรมในยุคนั้นหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อกลั่น หลวงพ่อเภา ท่านเจ้าคุณเนื่อง พระครูชม หลวงพ่อรอด (เสือ) และอีกหลายๆท่านตามจังหวัดต่างๆ
ประสบการณ์ธุดงค์ของท่าน เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๖ ออกพรรษาแล้ว ท่านก็เริ่มออกเดินธุดงค์จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีเป้าหมายที่ป่าเขาทางแถบจังหวัดกาญจนบุรี และแวะนมัสการสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น พระพุทธฉายและรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี... -
เปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่
เปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่พุทธศิลป์ในพระอารามสำคัญทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่บริเวณชั้นล่าง อาคารที่ทำการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “๑๐๘ องค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดิน” โดยมี นายสมชาย ณ นครพนม ผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์) กรมศิลปากร ให้การบรรยายสรุป มีคณะผู้บริหารวธ. ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ องค์การพุทธศาสนสัมพันธ์แห่งโลก ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย สภาวัฒนธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร สมาคมเปรียญธรรมแห่งประเทศไทย พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นายวีระ กล่าวภายหลังการแถลงข่าวว่า วธ.มอบให้กรมการศาสนา(ศน.) จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ประวัติ ความสำคัญขององค์พระปฏิมา พระพุทธรูปคู่แผ่นดินที่มีปรากฏมากมายตามวัดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย และมีศิลปกรรมหลากหลายสะท้อนความงามในเชิงช่างของยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ศิลปะสมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน ล้านนา สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ โดยในเบื้องต้นนี้ วธ.ได้เลือกสรรพระพุทธรูปสำคัญ จำนวน... -
คณะสงฆ์ชินงอน สาธยายพระสูตรถวายพระราชกุศล ร.9 ฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น
คณะสงฆ์ชินงอน สาธยายพระสูตรถวายพระราชกุศล ร.9 ฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น
พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กล่าวว่า คณะสงฆ์นิกายชินงอน ปูซาน นำโดยพระธรรมาจารย์ใหญ่ทาชิโร่ โกเกียว และศ.โอซุกะ โนบุโอะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยไทโซ จากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น และสาธยายพระสูตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ด้านหน้าพระเมรุมาศ และที่พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพระเทพเมธี(สมเกียรติ โกวิโท) รักษาการเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ทางคณะสงฆ์นิกายชินงอน ยังได้นำพระพุทธรูปปางสมาธิ พุทธลักษณะแบบมหายาน ที่ทางคณะสงฆ์นิกายชินงอน สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาถวายให้กับทางวัดอรุณฯด้วย
พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวด้วยว่า คณะสงฆ์ของญี่ปุ่น ให้ความเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก... -
“ ภัยของผู้หญิง ”...หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
“ ภัยของผู้หญิง ”
“ ไปซื้อเครื่องบวช อยู่ตลาดบ้านผือ จ.อุดรธานี เราก็ไปถามหาของร้านนั้นร้านนี้ เขาก็ชี้บอกให้ไปถามดูร้านอียายบางว่าจะมีไหม ก็ไปถามนั่นนี่ต่อรองราคากับพ่อของอียายบาง
พออียายบาง(นางสาวบาง) มาเห็นเราเท่านั้นแหละ ยืนตะลึงงงงันอยู่นั่น เราก็เงอะงะทำอะไรไม่ถูก อียายบางก็บอกให้พ่อไปขายของให้คนอื่น แล้วก็เข้ามาพูดถามเราว่าไปไหนมาไหนอยู่ที่ไหน ต้องการอะไร
เราก็บอกไปตามจริงว่า อยากได้มีดโกนกาตา ๓ ตา อยากได้มีดพับกาหัวหมาและของอย่างอื่นอีกเล็กน้อย จะเอาไปเป็นเครื่องบวช สาวก็ถามว่า จะเอาไปบวชใคร ? “จะบวชเอง” เราตอบ
สาวก็นิ่งเฉยอยู่ทำท่าน้ำตาจะไหล น้ำตาไต่ขอบ เราก็นึกในใจอะไรอีกบาปกรรมอะไรของกูอีกหนอนี่ แล้วสาวก็เล่าความฝันให้ฟังว่าเมื่อคืนนี้ฝันเห็นพี่นาคมาหาก่อนแล้ว ไม่ผิดเลยกับความฝันแล้วเขาก็ว่า “ขอเถอะพี่นาคอย่าฟ่าวบวช มาอยู่ค้าขายด้วยกันนี้ก็พอจะเป็นไปได้อยู่ ทุนรอนก็มี กำไรค้าขายก็พอมี พ่อแม่ก็คงจะไม่ว่าอะไร คืนนี้จะปรึกษากับพ่อแม่ดูให้ไปเอาพี่นาคมาอยู่ด้วยค้าขายด้วยกัน ขอให้ได้ลูกเสียก่อนจะไปบวชก็แล้วจั่งไปนะอ้ายนาคนะ””
เราก็ไม่รับปากเขา จะถามซื้อ ถามหาของ เขาก็ว่า... -
“ บุพกรรมของหลวงปู่จาม ” หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
“ บุพกรรมของหลวงปู่จาม ”
“อยู่วัดป่าโคกเหล่างา จ.ขอนแก่น นั่นหละ ทำกุฏิให้พระเณรอยู่ แล้วเป็นหลังๆ แล้วให้ขึ้นอยู่ตามลำดับพรรษา ไปอยู่ใหม่ๆ ก็ปักกลดกางกลดกันอยู่ตามร่มเงาไม้ตามเหง้าไม้โจดกอที่มันใหญ่ พอกุฏิผู้ข้าฯ แล้วเสร็จก็อยู่ได้แค่ ๖ วัน
วันที่ ๗ ขณะขึ้นกระไดนั้น มือเราก็ดึงแม่กระได ทำให้กระไดหงายมาทางคน กระไดก็พลิก เลยล้มลงทั้งคนทั้งกระได กระดูกสันหลังกลางหลัง ก็ไปกระแทกเอากับตอไม้ชาดที่เขาตัดตอจำดิน เอามาทำเป็นเสากุฏิ ก็เริ่มเจ็บหลัง แต่วันนั้นมา ปลายมือปลายเท้าก็มึนชาแรกๆ ก็พอไปบิณฑบาตได้ หลายวันเข้าก็ลุกไม่ได้ พระเณรเอาเข้ามาส่งอยู่วัดศรีจันทร์ให้หมอมาดูแลรักษา แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ขอให้พระที่มาเรียนหนังสือเขียนจดหมายแจ้งมาบ้าน ให้พ่อออกไปรับ
พ่อออก บ่าวเก๊อะ อ้ายแดง อ้ายเจ๊ก เอาเกวียนไปรับมาแต่วัดศรีจันทร์ มารักษาอยู่บ้าน หมอเขาว่าเป็นโรคเหน็บชา มีโอกาสหาย ถ้ารักษาอย่างถูกวิธี
มาถึงบ้านแล้วร้องไห้ทุกวัน กลางคืนดึกๆ ก็ร้องไห้ไม่อยากสึก กลัวไม่ได้บวชพระและเป็นภาระให้กับญาติพี่น้อง”
“ปีที่กลับมาแต่ขอนแก่น ปีนั้นอายุเข้า ๒๐ ปี หวังจะบวชพระแล้วดีใจอยู่... -
“พูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำ” (สมเด็จพระญาณสังวร)
“พูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำ”
“คนโดยมากนั้นไม่กลัวความชั่ว ”
เพราะนึกว่าจะสามารถปกปิดความชั่วไม่ให้ผู้อื่นรู้ได้และบางที ก็สามารถที่จะพูดจาหรือกระทำกลับความชั่วให้เป็นความดี หรือกลับความดีให้เป็นความชั่ว”
อันหมายถึงว่า “ทำให้คนอื่น ๆ ต้องรับรองว่า เป็นความดีหรือเป็นความชั่วตามที่ต้องการได้” เมื่อเข้าใจว่า ตนสามารถพลิกได้ดังนี้ จึงยิ่งทำให้เป็นผู้ไม่มี “หิริ ความละอายใจ
โอตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความชั่ว” ยิ่งขึ้น
แต่อันที่จริงนั้นย่อมหนีความจริงไม่พ้น “กรรมอันใดที่บุคคลกระทำเมื่อเป็นกรรมดี ผู้กระทำก็เป็นเจ้าของกรรมดีที่กระทำนั้นและก็จะต้องได้รับผลดี กรรมอันใดที่เป็นกรรมชั่วที่บุคคลกระทำ ผู้กระทำก็เป็นเจ้าของกรรมชั่วนั้นและก็ต้องได้รับผลของกรรมชั่วนั้น ”
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙
ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น -
การสละแล้วของหลวงพ่อเกษม
การสละแล้วของหลวงพ่อเกษม
ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ในตอนรุ่งเช้า หลวงพ่อเกษมท่านได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ มีข้อความดังนี้ ” การเป็นเจ้าอาวาสเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว จึงไม่เหมาะกับเรา เราเป็นพระกรรมฐานที่ต้องการความสงบ เราไม่ขอกลับมาอีก อย่าได้ติดตามเราไป ทุกอย่างเราสอนดีแล้ว จงประพฤติไปเถิดจะเกิดผล ” ท่านออกจากวัดโดยมิได้มีอะไรติดตัวไปเลย มีเพียงบาตรและจีวรเท่านั้น สถานที่ที่ท่านเดินทางไปอยู่แห่งแรกคือ ป่าช้าศาลาวังทาน แม้ท่านจะไปอยู่ที่แห่งไหน ก็ไม่พ้นความวุ่นวาย ผู้ที่เคารพศรัทธาท่านก็ติดตามไปทุกที่ ท่านได้เพียรพยายามหาเวลานั่งกรรมฐานชนิดไม่มีเวลาหยุดพัก แม้กระทั่งมีญาติโยมที่นำของไปถวายท่าน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีค่ามากเท่าใด ท่านก็ต้องให้ทานไปต่อทุกครั้ง ท่านแสดงให้เห็นถึงการตัดสิ้นแล้วซึ่งกิเลส แม้ผ้าไตรดีๆเช่นผ้าไตรแพร มีคนเอามาถวายท่าน ท่านก็ต้องออกปากชมว่าสวยดี และมักจะได้ยินท่านบอกว่า ” เฮาเป๋นพระป่าบ่เปิง หื้อพระอยู่วัดใจ้ดีกว่า ” แปล เราเป็นพระอยู่ป่า ไม่เหมาะสมจะใช้ ให้พระอยู่วัดใช้ดีกว่า ” ขาดเย็บได้ไม่เห็นเดือดร้อน ดีเสียอีกที่ไม่ต้องระวังว่ามันจะเปื้อน ”... -
“วัดปทุมวนาราม” ปรับภูมิทัศน์ผุด “ดอนโดพระ”
ความแออัดของเมืองไม่เพียงทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปเท่านั้น และวิถีของพระสงฆ์ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วนเช่นกัน อย่างที่วัดปทุมวนาราม วัดที่ถูกขนาบข้างด้วย 2 ห้างสรรพสินห้างใหญ่ ไม่สามารถขยายพื้นที่เพิ่มได้แล้ว ต้องสร้างคอนโดพระ ขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของภิกษุ สามเฌร
[
อาคารเสนาสนะสงฆ์ วัดปทุมวนาราม ก่อสร้างแล้วเสร็จและใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเป็นอาคาร 3 ชั้น เพื่อเป็นที่พำนักและจำพรรษาของพระภิกษุ-สามเณร ทดแทนหมู่กุฏิเดิมที่ตั้งอยู่ภายใน และสร้างติดเขตแนวกำแพงพุทธาวาส ทั้งนี้ โรงเรียนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดปทุมวนาราม ปัจจุบันมีนักเรียนซึ่งเป็นพระภิกษุ-สามเณร รวม 110 รูป
แม้ไม่สามารถขยายที่ดินวัดออกไปได้อีกเนื่องถูกขนาบข้างด้วยตึกสูงศูนย์การค้า แต่การแก้ปัญหาเพื่อรองรับจำนวนพระสงฆ์ คือการปรับภูมิทัศน์ ออกแบบพื้นที่การใช้สอยอย่างเหมาะสม ซึ่งกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ในขณะนี้
ภาพจิตกรรมฝาผนังภายในวิหารของวัดปทุมวนาราม สะท้อนให้เห็นภาพในอดีตของวัดเก่าแก่ ที่ในหลวงรัชกาล 4 ทรงสร้าง อยู่กลางทุ่งพญาไท พื้นที่โล่งกว้างขวางและรมรื่น... -
หลวงปู่เล่าเรื่องเณรฆ่าสัตว์ไปตกนรก.. (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
หลวงปู่เล่าเรื่องเณรฆ่าสัตว์ไปตกนรก
ใจของเรานั่นน่ะมันสำคัญที่สุด มันหาสาระแก่นสาร หาประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้เท่าไรหรอก คือ มันใจโลภ ใจโกรธ ใจหลง ใจอิจฉาพยาบาท ใจน่ะ ใจของเราน่ะมันโลภหลงไปตามสัญญาอารมณ์ต่างๆ หลงในวัตถุธาตุ ว่าเป็นของเราอย่างนั้นอย่างนี้ ตามวิ่งตาม วิ่งตามวัตถุธาตุว่าเป็นสมบัติของเรา สุดท้ายก็ทำบาปทำกรรมในวัตถุอันนั้นแหละ ฆ่ากัน ตีกัน วุ่นวายก็เพราะว่า หลงในวัตถุอันนั้นอันนี้ความคิด ใจน่ะคือ ความคิดของเรา เดี๋ยวก็คิดดี เดี๋ยวก็คิดไม่ดี คิดโลภ คิดโกรธ คิดหลง คิดอิจฉาพยาบาท แล้วก็คิดเรื่องอยู่เรื่องกินเรื่องหยัง ไม่รู้อะไรต่างๆไปตามกระแสโลก ล้วนแล้วแต่หาสาระแก่นสารไม่มีที่สิ้นสุดลงไปได้ สุดท้ายก็ตายไป ตายไปแล้วก็ใจก็เป็น “สัมภเวสี” เป็นสัมภเวสี หาล่องลอยอยู่ในโลกนี้แหละ ลอยไปลอยมา หาที่เกิดยาก ไม่ใช่ของง่าย จะเล่าเรื่องหนึ่งมีพระองค์หนึ่งคนจังหวัด..ออ มีเณรองค์หนึ่งคนจังหวัดศรีสะเกษจังหวัดเมืองศรีสะเกษ มาบวชเป็นเณรน้อย มาบวชเป็นเณร เณรเก่าเขาบวชมาก็ได้ปีสองปี แต่ว่าเณรก็แบบว่านั่นแหละ มันเป็นเณรปึกเณรหนาเณรตาบอด ไม่ใช่เณรมีปัญญา เณรไม่มีกุสลาธัมมาดอก... -
หลวงปู่โปรดผีฟ้า (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
หลวงปู่โปรดผีฟ้า
เมื่อหลายปีก่อน มีโทรศัพท์มาหาครูบาอุปฐากว่ามีคนโดนผีเข้า ร้องรำทำเพลงด้วยทำนองภาษาอีสานมาสามวันแล้ว เชิญหมอผีหลายคนมาปราบก็ไม่ย่อมออกและยังรำอยู่กราบนิมนต์หลวงปู่เมตตาไปปราบให้ที เมื่อทราบดังนั้นครูบาท่านจึงกราบเรียนหลวงปู่ ท่านจึงสั่งให้โทรหาโยมตี้เจ้าของรถตู้เพื่อยืมรถไปโปรดโยม เมื่อเดินทางมาถึงบ้านเกิดเหตุขณะนั้นก็เย็นมากแล้ว ปรากฏเห็นสตรีสูงอายุท่านหนึ่งกำลัง ร้องรำทำเพลงอยู่คนเดียวกลางบ้าน ไม่ได้สนใจใครเลย เมื่อท่านไตร่ถามทราบความว่า เขาเป็นผีฟ้าที่มีเชื้อสายมาทางแม่(ทางอีสานเรียกผีชนิดนี้ว่าผีเชื้อ) หลวงปู่ก็สั่งให้ตั้งพระพุทธรูป และนำพาพวกเราทำวัตรเย็น โดยไม่ได้สนใจคนที่โดนผีเข้าเลย ทำวัตรกันอยู่เกือบชั่วโมง ท่านจึงนำพาแผ่เมตตาและกราบพระ
ขณะนั้นเองคนที่โดนผีเข้าก็เหมือนจะเพิ่งเห็นองค์หลวงปู่ จึงหันมาอุทานว่า
“ญาครูมา อายเด้ (พระมา อายจัง) เท่านั้นแกก็มีอาการหงายหลังเหมือนผีออกจากร่าง เคราะห์ดีที่ญาติญาติมาประคองไว้ทัน
หลวงปู่ ; พวกเจ้าทำไมมาพากันถือผีฟ้าผีแถนเล่า
โยม ; ก็เมื่อพวกผู้ข้า(พวกกระผม) ป่วย ผู้ข้าไข้ ก็อาศัยผีฟ้ามาบำบัดรักษา... -
บทสัมภาษณ์เจ้าพ่อหลักเมือง 24-25 พ.ย. 60
ตั้งใจจะไปหาเจ้าพ่อหลักเมืองวันศุกร์เพราะท่านชอบวันศุกร์ เลยเลือกไปศุกร์ที่ 24 พ.ย. 60 แต่เนื่องจากไปธุระหลายที่ แถมการจราจรติดขัดกับคิวเข้าสนามหลวงที่ยาว เพราะอยู่ในช่วงมีนิทรรศการพระเมรุมาศ ทำเอาไปถึงศาลหลักเมืองก็เกือบๆหกโมง ยังไม่หกโมงนะครับแต่ว่าศาลปิดแล้ว! ผมเลยเดินไปดูป้ายเวลาเปิดปิดเพื่อความแน่ใจ เขียนว่าปิดเวลา 18:30 น. แต่นี่ยังไม่ถึงเวลากลับปิดแล้ว งั้นผมขอคุยกับท่านนอกประตูรั้วแบบชั่วคราวไปก่อนแล้วกันนะครับ (กลัวเค้าว่าบ้าจัง)
ท่านครับ ผมตั้งใจจะมาสัมภาษณ์ท่านวันนี้ แต่ว่าเย็นจนเกินไปแล้วหนะครับ ผมจะขอมาหาท่านวันพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ
อ ย่ า ม า ห า ต อ น เ ย็ น อี ก แ ล้ ว กั น
งั้นพรุ่งนี้ช่วงเช้าๆสายๆนะครับ
ไ ด้
เหมือนท่านเคยบอกนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าคุยตอนเย็นดีกว่า อะไรงี้ครับ
แ ต่ ศ า ล ปิ ด
งั้นค่ำนี้ผมขอไปชมพระเมรุมาศแทนแล้วกันนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมมาหาแต่เจ้าพ่อหลักเมืองนะครับ
ไ ด้
ครับ ขอกราบลา เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------
25 พ.ย. 60 ไปสายหน่อย แต่ไม่เที่ยง... -
ประวัติ หลวงพ่อโสธร
ประวัติ หลวงพ่อโสธร
มีเรื่องราวที่เล่าขานกันมานานแล้วในครั้งโบราณว่าในกาลครั้งนั้นยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา3องค์ที่แม่น้ำบางปะกง พอมาถึงบริเวณสถานที่ แห่งหนึ่ง ซึ่งเรียกชื่อว่าอะไรก็ไม่ประจักษ์ ก็มีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาทั้ง 3 องค์เกิดเอะอะโวยวายขึ้นให้ช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง ด้วยการเอาเรือออกไป อัญเชิญ ด้วยการช่วยกันยกขึ้นเรือแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยกเอาขึ้นมาไม่ไหว จึงเปลี่ยนวิธีการเป็นเอาเชือกเส้นใหญ่ไปคล้ององค์พระทั้ง3องค์อย่างแน่นหนา แล้วให้ชาว บ้านที่มีอยู่ชักลากดึงจะเอาขึ้นมาบนฝั่งน้ำ ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จเพราะแรงชาวบ้านที่มีอยู่เป็นจำนวนมากมายนั้น
ไม่อาจจะฉุดดึงรั้งเอาองค์พระทั้ง3องค์ที่ลอยปริ่มๆน้ำอยู่ขึ้นมาได้ไม่สำเร็จ เพราะเชือกขาด รั้งเอาไว้ไม่อยู่ ประกอบกับ กระแสน้ำเกิดปาฏิหาริย์ปั่นป่วนขึ้นมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้พระพุทธรูปทั้ง3องค์จมหายลับสายตาไปท่ามกลาง ความเสียดายของผู้คนที่มีอยู่ ซึ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน พากันยกมือไหว้ท่วมศีรษะ บางคนก็พูดว่าไม่มีบุญเพียงพอที่จะ อัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง3องค์ขึ้นมาได้... -
แม่ชีศันสนีย์แถลง เคล็ดวิธีรักษามะเร็งกาย-ใจ
"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต" แถลงข่าวรักษามะเร็งในกระเพาะอาหาร ใช้วิธีวิทยาศาสตร์ร่วมกับธรรมชาติบำบัด แนะเคล็ดลับ "คุยกับร่างกายตัวเองให้มาก กว่าส่งไลน์ไปคุยกับคนอื่น"
พุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14.44 น.
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่เสถียรธรรมสถาน เขตบางเขน กทม. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้เปิดแถลงข่าวการรักษาโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารว่า ตนเองรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในช่วงเดือน เมษายนที่ผ่านมาโดยแพทย์ รพ.ศิริราชทำการส่องกล้องและพบว่า มีเนื้อร้ายแพร่กระจายจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ถามว่าอยู่ในระยะไหน แต่ก็พอรู้ว่าน่าจะระยะสุดท้าย เมื่อปรึกษากับแพทย์แล้ว สรุปว่าจะไม่ใช้วิธีผ่าตัด แต่ให้ใช้วิธีรับการรักษามะเร็งในเม็ดเลือดขาว รวมทั้งกลับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การกินอยู่ การหลับนอนทุกอย่าง
"แม่ทานอาหารได้มื้อเดียวใน 1 วัน ดังนั้นจะบริหารงานลำบากมาก แต่แม่ก็ต้องดูแลตัวเอง โดยใช้วิธีการธรรมชาติบำบัดด้วย พิจารณาอาหารด้วยการทานผลไม้ ปรากฏว่าดีขึ้นสร้างเซลใหม่ ๆ ได้ พอเดือนมิถุนายนกลับไปตรวจปรากฏว่าดีขึ้นมาก เวลาสองทุ่มแม่บังคับตัวเองให้หลับนอน ภาวนาไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เยียวยาร่างกาย หลัง 4... -
” เลิกกลัวผี ” หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
” เลิกกลัวผี ”
ออกธุดงค์ครั้งแรกของการเป็นเณรหายกลัวผี แต่ยังไม่หายสนิทได้ในใจ บ่มบาตรเป็นใช้ได้ ได้ปฏิบัติวัตต์ถากหลวงปู่อ่อน (ญาณสิริ) ท่านอาจารย์กงมา (จิรปุญฺโญ)
ไปกลับประมาณ ๑๐ กว่าวัน ก็เข้าอุบล กลับสำนัก พอกลับก็ได้ข่าวว่าจะย้ายคณะใหญ่ไปทางจังหวัดขอนแก่น”
“ออกไปอีกรอบสอง คราวนี้ไปกัน ๕ รูป ท่านอาจารย์มหาปิ่น (ปญฺญาพโล) เป็นหัวหน้า ท่านอาจารย์อ่อน(ญาณสิริ) ท่านอาจารย์กงมา(จิรปุญฺโญ) ท่านอาจารย์ลี (ธมฺมธโร) กับท่านอาจารย์สิม(พุทฺธาจาโร) ตอนนั้นยังเป็นเณร โยมเขามานิมนต์เขาจะทำบุญ
ก็พากันไปจนถึงยโสธร พักอยู่ป่าช้าบ้านดอนส้มโฮงบ้านกุดมะเฮ็ง
ไปถึงวันนั้นก็มีคนตายในหมู่บ้าน ตายมาก่อนแล้วคนหนึ่ง
วันรุ่งขึ้นเขาก็หามเอามาเผาพร้อมกัน รวมเป็นผี ๒ ตน มาเผาพร้อมกัน เย็นนั้นบ่าย ๕ โมง ครูบาอาจารย์เพิ่นก็ไปสวดมนต์อยู่ในหมู่บ้าน ทิ้งให้สองเณรอยู่ด้วยกัน
ตอนที่ยังไม่ค่ำไม่มืดก็อุ่นใจ สบายใจอยู่บ้าง ก็พากันเสาะหายาหม้อยารากไม้มาต้มฉัน ตำรายาต้มของท่านอาจารย์สิม (พุทฺธาจาโร) หม้อต้มก็ไช้ไม้ไผ่หามผี ปล้องใหญ่ เป็นหม้อต้ม ก็ฉันน้ำยาต้ม แต่กลางวันมาก (ต้มด้วยวิธีหลามไฟ)... -
"ครูนกเล็ก"เผยคลิปดัดแปลงเพลง"ปานามา"เป็น"ปาณาติปาตา"แทรกศีลธรรมแก่นักเรียน ชาวเน็ตชื่นชอบ
เพจ "ครูนกเล็ก" เผยคลิป เต้นเพลงดัดแปลงจากเพลง "ปานามา" เป็น "ปาณาติปาตา" พร้อมสอดแทรกศีลธรรมแก่นักเรียน ชาวเน็ตชื่นชอบ
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เพจ "ครูนกเล็ก" คุณครูจากโรงเรียนบางมด ตันเปาวิทยาคาร แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 1.21 นาที ที่นำคุณครูในโรงเรียนมาเต้นพร้อมกับเด็กในบทเพลง "ปาณาติปาตา" ซึ่งเป็นเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลง "ปานามา" ที่กำลังฮิตในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ โดยเนื้อเพลง "ปาณาติปาตา" ถูกดัดแปลงใหเป็นเพลงเกี่ยวกับการสอนเด็กๆให้รู้จักกับ ศีล 5 ว่าสิ่งใดเป็นที่ที่สมควรและไม่สมควรทำ ซึ่งโพสต์นี้ได้ถูกแชร์ออกไปสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 5400 ครั้ง อีกทั้งยังมียอกวิวคลิปแล้วถึง 390,000 ครั้งด้วยกัน ชาวเน็ตชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ ปฏิรูปการเรียน การสอน
ชมคลิปค่ะ
โดยก่อนหน้านี้ เพจ "ครูนกเล็ก" เคยเป็นที่โดงดังมาแล้วในโลกโซเชียลในการดัดแปลงเพลง “PPAP” หรือ “Pineapple-Apple-Pen” ของศิลปินตลก โคซากะ ไดมาโอะ มาประยุกต์ประกอบการเรียนการสอน จนมียอดวิวกว่า 5 ล้านครั้ง
ขอบคุณที่มา
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000119692 -
“วัดบวร-วัดราชบพิธ” เปิดให้ประชาชนเข้ากราบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9
"วัดบวร-วัดราชบพิธ" เปิดให้ประชาชนเข้ากราบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เป็นวันสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปประดิษฐานที่ที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ในพระถ้ำศิลาหินอ่อนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
จากนั้นทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารอีกส่วนหนึ่งไปยังพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร บรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ตลอดเส้นทางไปวัดราชบพิธฯ ทั้งถนนราชดำเนิน ถนนหน้าพระลาน ถนนสนามไชย ฯลฯ มีประชาชนเข้ามารอรับเสด็จและร่วมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขบวนที่ 6 เป็นขบวนสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นจำนวนมาก
เช่นเดียวกับที่วัดบวรนิเวศฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนมาจับจองที่นั่งบริเวณริมถนนหน้าวัดบวรนิเวศฯ หรือถนนพระสุเมรุ เต็มยาวตลอดทางของถนนทั้ง 2 ฝั่ง... -
"ภิกษุผู้ภาวนาว่า นกยางกินปลา" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"ภิกษุผู้ภาวนาว่า นกยางกินปลา"
" .. สมัยพุทธกาลมีภิกษุท่านหนึ่ง ภาวนาใกล้หนองปลา "ท่านเห็นนกยางกินปลา" เอามาพิจารณา "นกยางจ้องกินปลา เบียดเบียนปลา กินปลา" ท่านก็พิจารณาดูใจของท่าน "เอ .. ใจเรานี้คอยเบียดเบียนผู้อื่นอยู่ เหมือนนกยางคอยกินปลา"
ท่านก็สลดสังเวชว่า "สัตว์ทั้งหลายนี้เบียดเบียนกันอยู่ทั้งโลก" มนุษย์กับมนุษย์ก็เบียดเบียนกัน สัตว์ทั้งหลาย สัตว์ใหญ่กินสัตว์น้อย สัตว์น้อยกินสัตว์ใหญ่ มันเบียดเบียนกันอยู่ตลอด
จิตใจท่านก็สลดสังเวช "จนจิตใจสงบระงับตั้งมั่น เกิดปัญญาญาณขึ้นมาแล้ว" ละกิเลสราคะ โทสะ โมหะ พระองค์นั้น "ไม่ได้ภาวนาพุทโธ ภาวนาว่า นกยางกินปลา" นกหมายถึงสัตว์ทั้งหลายมันเบียดเบียนกันอย่างนี้ เกิดมาแล้วก็เบียดเบียนกัน .. "
"พุทธาจารปูชา หลวงปู่เล่าว่า" หน้า ๒๒๑
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร -
“พระไตรสรณคมน์ เป็นมรรคปฏิปทามุ่งสู่ โสดาปัตติผล”(หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)
เรื่อง “พระไตรสรณคมน์ เป็นมรรคปฏิปทามุ่งสู่ โสดาปัตติผล”
(คติธรรม หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)
ไตรสรณคมน์ไม่ให้ขาดและไม่ให้เศร้าหมอง ดังนี้คือ
๑. เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเคารพ ๖ ประการ คือ เคารพในพระพุทธเจ้า ๑ เคารพในพระธรรม ๑ เคารพในพระอริยสงฆ์สาวก ๑ เคารพในความไม่ประมาท ๑ เคารพในไตรสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ๑ เคารพในปฏิสันถารการต้อนรับ ๑ ต้องเป็นผู้มีความเชื่อ ความเลื่อมใส นับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก ของตนจริงๆ ถ้าประมาทเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๒. เว้นจากการนับถือพระภูมิต่างๆ คือ ไม่นับถือภูตผีปีศาจ พระภูมิเจ้าที่ เทวบุตร เทวดา มนต์ คาถา วิชาต่างๆ ต่อไป ถ้านับถือเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อ นั้น
๓. ไม่เข้ารีตเดียรถีย์ นิครณฐ์ คือไม่นับถือลัทธิ วิธี ศาสนาอื่น ภายนอกพระพุทธ ศาสนามาเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลีกของตนสืบต่อไป ถ้านับถือเข้ารีตเดียรถีย์เมื่อไร ก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๔. ไม่นับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์ คือไม่ดูไม้ดูหมอ แต่งแก้แต่งบูชา เสียเคราะห์เสียขวัญ เป็นต้น ถ้านับถือเมื่อไรก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
๕. เป็นผู้เชื่อกรรม... -
หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ผจญชาวป่าข่าระแด
๏ หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ผจญชาวป่าข่าระแด ๏
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ กับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม จาริกมาถึงเทือกเขาใหญ่ทิศใต้ แขวงเมืองคำม่วน ในตอนเย็นท่านทั้งสองได้ปักกลดที่หุบเขาใต้เงื้อมผาแห่งหนึ่ง
พอตกตอนกลางคืน ก็ได้ยินเสียงประหลาดคล้ายกับเสียงนกกลางคืนร้อง “ ก๋อย ก๋อย ก๋อย ” เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาแล้วดังรับกันล้อมรอบไปทั่วทิศ และมีแสงคบไฟนับสิบๆดวงมาจากเสียงนั้น
ร่างนั้นเป็นมนุษย์ประหลาด ตัวขนาดเท่ากับเด็กอายุ ๑๓ – ๑๔ ปี ผอม พุงโร ผิวคล้ำ ผมเผ้ารุงรัง จมูกแบน บ่งบอกว่าเป็นคนป่า ทุกคนถืออาวุธคล้ายธนู และสะพายกระบอกไม้ไผ่ใส่ลูกดอกอาบยาพิษ โอบล้อมกลดของท่านทั้งสองเข้ามา พอได้ระยะก็พากันยิงลูกดอกเข้ามาที่กลดของท่านทั้งสอง
หลวงปู่ตื้อ ร้องบอกว่า “ ท่านแหวน ระวัง ” แล้วทั้งสององค์ก็กำหนดจิตเข้าฌานทันที ปรากฏว่าลูกดอกอาบยาพิษที่ระดมยิงมานั้น ตกร่วงลงห่างจากกลดของท่านทั้งสองเป็นวา เป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง
พวกชาวป่าต่างแปลกใจ แล้วระดมยิงลูกดอกอีก ๒ – ๓ รอบ ก็ยังคงปรากฏผลเช่นเดิม พวกเขาตกใจกลัว ร้อง “ ก๋อย ก๋อย ก๋อย ” แล้วก็วิ่งหนีหายไปในความมืด... -
สวรรค์ในอก นรกในใจ ( หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม )
สวรรค์ในอก นรกในใจ
ครั้งหนึ่ง ข้าหลวงเมืองเชียงใหม่ได้กราบอาราธนานิมนต์พระราชาคณะ ๓ รูป เพื่อมาถวายถามปัญหาธรรมว่า “สวรรค์ในอก นรกในใจ มีจริงหรือ” แต่ก็ไม่มีองค์ไหนตอบได้เป็นที่ถูกใจ เป็นที่เข้าใจ ทำให้หายสงสัยได้
ข้าหลวงเมืองเชียงใหม่จึงได้มอบหมายให้นายอำเภอไปกราบอาราธนานิมนต์ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เข้าไปตอบปัญหาธรรมดังกล่าว โดยหลวงปู่ตื้อ ตอบว่า
“ทำดีไว้ในตัวเป็นสวรรค์ ใจสวรรค์ ทำชั่วไว้ในตัวเป็นนรก ใจนรก หัวอกคนดีเป็นหัวอกสวรรค์ หัวอกคนบาปเป็นหัวอกนรก นรกดิบอยู่ในเมืองมนุษย์ คือ หัวใจมนุษย์ สวรรค์ดิบอยู่ในเมืองสวรรค์ คือ หัวใจสวรรค์
สวรรค์ที่ ๑ ไม่ฆ่าสัตว์
สวรรค์ที่ ๒ ไม่หยิบหยองมองลัก
สวรรค์ที่ ๓ ไม่ผิดลูกเมียใคร
สวรรค์ที่ ๔ ไม่ขี้ปด
สวรรค์ที่ ๕ ไม่กินเหล้า
สวรรค์ที่ ๖ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา”
พอท่านเทศน์แจกแจงอย่างนี้แล้ว จึงเป็นที่พอใจ เป็นที่เข้าใจของข้าหลวงเมืองเชียงใหม่ เป็นอย่างมาก นับแต่นั้นมาหลวงปู่ตื้อจึงเป็นพระป่าที่มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่งในสมัยนั้น.
.
• หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม •
ที่มา เมตตาธรรม ศิษย์พระธุดงค์กรรมฐาน สายหลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น -
ให้มีสติคุมดวงจิต ( หลวงปู่ขาว อนาลโย)
“…อาตมาบอกไว้เท่านั้นว่า ให้มีสติคุมดวงจิต สัตว์นรกก็แม่นจิต สัตว์อเวจีก็แม่นจิต พระอินทร์ พระพรหม ก็แม่นจิต ที่เข้าพระนิพพานก็แม่นจิต ไม่ใช่ใคร
จิตไม่มีตนมีตัว จิตเหมือนวอกนี่แหละ แล้วแต่มันจะไป บังคับบัญชามันไม่ได้ แล้วแต่มันจะปรุงจะแต่ง บอกไม่ได้ ไหว้ไม่ฟัง
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าให้วางมันเสีย อย่าไปยึดถือมัน
ก็จิตนั่นแหละมันถือว่าตัวกู อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง ก็แม่นจิตนั่นแหละเป็นผู้ว่า มันไม่มีตนมีตัวดอก
แล้วพระพุทธเจ้าว่าให้วางเสีย ให้ดับวิญญาณเสีย
ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก ก็นั่นแหละพระนิพพานแหละ แน่ะ
พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น นรกมันก็อยู่นี่ พระนิพพานก็อยู่นี่ อย่าไปค้นที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่น ให้ค้นที่สกนธ์กายของตน ให้มันเห็นเป็นอสุภะอสุภัง ให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายมันนั่นแหละ แต่กี้มันเห็นว่าเป็นของสวยของงามของดี
ดวงจิตนั่นเมื่อมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะ ค้นหาเหตุผล ใคร่ครวญอยู่ มันเลยรู้เห็นว่า อัตตภาพร่างกายนี้เป็นของปฏิกูล ของเน่าเปื่อยผุพัง แล้วมันจะเกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย... -
อยากสร้างบารมี ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )
อยากสร้างบารมี
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม:- “หลวงพ่อคะ ไม่ทราบว่าหนูพอจะสร้างบารมีไหวไหมคะ…?”
หลวงพ่อ:- “บารมี เขาแปลว่า กำลังใจ หนู ก็พยายามกระตุ้นๆ มัน อารมณ์ของเรามันมี ๒ อารมณ์ อารมณ์ที่เป็นกุศลอย่างหนึ่ง อารมณ์ที่เป็นอกุศลอย่างหนึ่ง
คำว่า กุศลนี่เขาแปลว่าฉลาด อกุศลแปลว่าไม่ฉลาด ที่ไม่ฉลาดก็เพราะสร้างอารมณ์ที่มีความเร่าร้อนเกิดขึ้น นี่เรียกว่าอารมณ์ไม่ฉลาด ทีนี้อารมณ์ที่ไม่ฉลาดมันมีกำลังมาก มันคุมกำลังใจเราไว้มากมานานแล้ว เราก็ก็ต้องแพ้มันบ้างชนะมันบ้าง นี่เราพยายามค่อย ๆ คุมมันจนกว่ามันจะแพ้
อย่าลืมนะ บารมีแปลว่ากำลังใจ ทำกำลังใจให้เต็มในด้านของความดี
๑.ทานบารมี เราคิดจะสงเคราะห์คนและสัตว์อื่นแทนที่จะคิดเบียดเบียน
๒.ศีลบารมี มีศีลนี่เขาแปลว่าปกติ เราต้องรักษาอารมณ์ไว้อย่าให้มันผิดปกตินะ ปกติของคนและสัตว์มีความรู้สึกว่า
ข้อ ๑ ร่างกายของเรา เราไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องการให้ใครมาฆ่า เรามีความคิดอย่างไร สัตว์อื่นและบุคคลอื่นก็มีความคิดเหมือนเรา เราก็เว้น
ข้อ ๒ ทรัพย์สินของเรามีอยู่ เราไม่ต้องการให้ใครมาลักมาขโมยยื้อแย่งของเราไป...
หน้า 339 ของ 440