คลังเรื่องเด่น
-
"คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร" (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
"คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร"
" .. ครั้งหนึ่ง สมเด็จฯ* รับสั่งถามหลวงปู่ว่า "ที่พูดกันว่าได้ฌานนั้นฌานนี้ คำว่าฌานนี่ หมายถึงอะไร เห็นมีตั้งหลายอย่าง มีวิตก วิจารณ์ อะไรต่ออะไร มันเป็นยังไง"
หลวงปู่ฯ ถวายคำอธิบายว่า "เวลาญาติโยมเขาสร้างบ้านเรือนสร้างกุฏิให้พระอยู่อาศัย พอขึ้นบันไดบ้านมา ก็จะถึงชานก่อน แล้วจึงไปถึงที่นอน"
"อ้อ ๆ รู้แล้ว" สมเด็จฯ ทรงเข้าใจในทันที "มันเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวเองนะ ยังไม่ใช่ที่หลับที่นอนจริง ๆ" .. "
"พุทธาจารปูชา" (หน้า ๑๕)
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
*สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) -
หัวใจของการเจริญพระกรรมฐาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
หัวใจของการเจริญพระกรรมฐาน
“…ดูก่อนท่านทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่าง เราปรารถนามรรคผลจงอย่าเข้าไปแตะต้อง คือ อัตตกิลมถานุโยค การปฏิบัติตนด้วยความลำบาก มีการเคร่งเครียด มีการทรมานกาย นี่ก็เห็นว่าเวลานี่เราก็นิยมกันมากสำหรับนักปฏิบัติที่ชอบผิดสาย คือชอบนั่งกันนานๆ ทรมานเป็นชั่วโมงๆ ถือว่าเป็นการดี อันนี้ผิด เป็นอันว่าการทรมานกายนี้ องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาถือว่าผิด ไม่ใช่ทางบรรลุมรรคผล มันเครียดเกินไป
ส่วนสุดเบื้องต่ำอีกอย่างหนึ่งคือ กามสุขัลลิกานุโยค เวลาที่เรานั่งภาวนาไปก็นึกอยากจะถึงนั่น อยากจะถึงนี่ อยากจะเป็นอย่างนี้ อยากจะเป็นอย่างนี้ ไอ้ตัวอยากนี่มันเป็นตัณหา คือเป็นกิเลส แล้วทำไมเราจึงไปอยากกัน
นี่อาการสองอย่างนี้ องค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาทรงให้ละเสียอย่าเข้าไปแตะต้อง ส่วนที่สมควรเป็นการบรรลุมรรคผลได้จริงๆ ก็คือ มัชฌิมาปฏิปทา การปฏิบัติตนพอดีพอควร นั่งมันเมื่อยก็นอน นอนไม่สบายก็ยืน ยืนไม่ถนัดก็เดิน ใช้ได้ในอิริยาบถทั้งสี่ เอาแต่พอดีพอควร ไม่เกินพอดีเกินไป แล้วทำจิตใจให้ตรงเฉพาะต่ออารมณ์ที่เราต้องการ นี่อย่างนี้เขาเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา... -
พิธีบวงสรวง (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
พิธีบวงสรวง
“เมื่อวันก่อนได้เห็นพิธีบวงสรวงของหลวงพ่อ อยากกราบเรียนถามว่า ทำไมจึงต้องมีพิธีบวงสรวงครับ…?”
เราเรียกพิธีบวงสรวง ตามศัพท์ไสยศาสตร์นะ แต่ความจริงมันไม่น่าจะเรียกว่าบวงสรวง จะเรียกชื่อคนอื่นก็ไม่รู้จัก
“ควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะครับ…?”
อันนั้นล่ะคือ การเชิญเทวดา บวงสรวงคือเชิญท้าวจาตุมหาราชพร้อมทั้งอินทกะและบริวาร แต่พิธีนี้ไม่ใช่พิธีที่เราจะสร้างขึ้นมาเองได้ คือว่าสมัยหลวงพ่อปาน ท่านเริ่มทำการก่อสร้าง
ท้าวเวสสุวัณกับอีก ๓ องค์ มาหาท่านในขณะที่เจริญพระกรรมฐาน บอกว่าท่านทำงานนี้เป็นบุญเป็นกุศล ผมขอโมทนาด้วย ถ้ามีงานสำคัญเกิดขึ้นขอให้บวงสรวงด้วยวิธีนี้ ท่านบอกแม้แต่คำสวด คำสวดบทมหาสมัยในตอนท้าย อภิกามุง ภิกขุนัง ท่านตัดออก เอา อัฏฐังสุ แทน แล้วก็ของทุกอย่างท่านสั่งทั้งหมด และของที่มีอยู่ให้ทำตามนั้นแล้วก็จะมาช่วยงาน เป็นอันว่าเชิญเทวดาท่านมารับทราบ แล้วก็จะขอร้องให้ท่านช่วย มันอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก พิธีนั้นถ้าทำขึ้นมาถ้ามีอะไรควรรู้ท่านจะบอก
“เป็นอันว่าบวงสรวงนี้ควรจะเรียกว่าเชิญเทวดานะครับ”
ใช่ คือท่านมาบอกพิธีกรรมเอง และก็บอกคาถาบทสวด ต่อมาฉันก็เรียนต่อจากหลวงพ่อปาน... -
“ตัดมานะการถือตัวถือตน”..หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “ตัดมานะการถือตัวถือตน”..
.. ผมบอกแล้วว่า “ฌาน” คือ “ชิน”ผมไม่นิยมคนที่เก่งฌานในการเข้านั่งหลับตาขัดสมาธิ ถ้าได้เพียงเท่านั้น ลืมตาฌานเคลื่อน อย่างนี้ผมยังถือว่า“ยังเป็นผู้เข้าไม่ถึงฌาน”
ผู้มีอารมณ์ฌานจะต้องทรงอยู่ทุกอิริยาบถ “อารมณ์จิตจะเป็นกุศลในตัวละอยู่เสมอ” อย่างนี้เรียกว่า “ผู้ทรงฌาน”
ทรงฌานได้อย่างนี้ พระพุทธเจ้ายังไม่ถือว่าดี คือถือว่าเป็นตัวหน่วงเหนี่ยว เหนี่ยวรั้งหรือดึงเข้าไว้ ได้แก่สังโยชน์ ฉะนั้นเราจะไม่เห็นว่า รูปฌานและอรูปฌาน เป็นจุดจบแห่งกิจที่เราจะพึปฏิบัติ เราจะก้าวต่อไป ทรงกำลังใจไว้ในฌาน และก็หันไปจับมานะ เพราะรูปฌานและอรูปฌานนี่เป็นของไม่ยาก
“มานะ ความถือตัวถือตน” ถือเขาถือเรา ถือพวกถือพ้องถือพี่ถือน้อง ถือว่าเราดีกว่าเขา เราเลวกว่าเขา เราเสมอเขา เราเป็นลูกศิษย์สำนักโน้น เราเป็นลูกศิษย์สำนักนี้ เรามีความรู้ชั้นนี้ เรามีความรู้ชั้นนั้น “นี่มันเป็นความเลวของจิต”จะมีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะอะไรจึงว่าอย่างนั้น ถือตัวถือตน คืออะไรกันล่ะ ความรู้สึกที่เรามีอยู่ พาเราไปนิพพานได้ไหม ครูบาอาจารย์ผู้สอนพาเราไปพระนิพพานได้ไหม... -
เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติเมืองกุสินารา
เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติเมืองกุสินารา
เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์เปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติครั้งที่ 2 ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา
วันนี้( 15 พ.ย.60) ที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล มอบหมายให้ พระศรีโพธิวิเทศ (พระมหาสุพจน์ ป.ธ.๙ ) เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์ ไทย พระอภิธช อัคคมหาสัมธัมมโชติกะ , ดร.ภัททันตะ ญาณิสสระ เจ้าอาวาสวัดพม่า เมืองกุสินารา พร้อมด้วยพระสงฆ์นานาชาติ กว่า 200 รูป พร้อมด้วยข้าราชการ รัฐมนตรี สมาชิกสภารัฐบาลรัฐอุตตรประเทศ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดกุศินาราคาร์ จำนวนมากร่วมเปิดงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2560 ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยเวลา 08.00 น. เริ่มขบวนอัญเชิญตู้พระธรรม พระคัมคีร์พระพุทธศาสนา และพระไตรปฎิกนานาชาติ ธรรมยาตราสันติภาพโลก จากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ไปยังประตูเมืองกุสินารา... -
อานิสงส์ทำบุญตามอัธยาศัยกับแบบเจาะจง
อานิสงส์ทำบุญตามอัธยาศัยกับแบบเจาะจง
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม :- “แล้วการทำบุญตามอัธยาศัย กับการทำบุญเจาะจงต่างๆ เช่น วิหารทาน สังฆทาน ธรรมทาน เป็นต้น อานิสงส์จะเหมือนกันหรือเปล่าคะ…?”
หลวงพ่อ :- “ไม่เหมือนกัน ต่อท้ายอานิสงส์ไม่เหมือนกัน แต่ขึ้นต้นเหมือนกัน คำว่า “อานิสงส์ไม่เหมือนกัน” คือเขียนเหมือนกัน ถ้าตามอัธยาศัยมันเรื่องของพระ พระรับเอาไปนี่เอาไปทำอะไรบ้าง ถ้าไปเจี๊ยะแต่ผู้เดียว อานิสงส์ต่ำกว่าสังฆทานหลายแสนเท่า และต่ำกว่าวิหารทานเป็นล้านเท่า
ถ้าพระผู้รับไปทำให้เป็นประโยชน์ ถ้ามีความจำเป็นส่วนตัวก็ใช้ ใช่ไหม…ส่วนที่เหลือก็ไปเข้าในส่วนเลี้ยงพระ ไปจ่ายในวัดเป็นสังฆทาน เขาได้ ไปก่อสร้างเป็นวิหาร เขาได้ ช่วยทางธรรมเป็นธรรมทาน เขาได้ มันเรื่องของพระนะ แต่พระที่ฉลาดมากเกินไป ญาติโยมก็ได้อานิสงส์น้อย ถ้าโง่ๆ หน่อยได้อานิสงส์มาก”
ผู้ถาม :- “เอ๊ะ! เป็นยังไงครับ…?”
หลวงพ่อ :- “คนโง่ๆ เขาใช้หลายรายการ ถ้าฉลาดเขาเก็บใช้แต่ผู้เดียว”
จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๑๑๒-๑๑๓
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)
ที่มา... -
กรรมของคนเราเหมือนเมล็ดพืชที่ถูกหว่านลงในดิน
+++ กรรมของคนเราเหมือนเมล็ดพืชที่ถูกหว่านลงในดิน +++
เมื่อเราได้คิดได้พูดได้ทำอะไรลงไปแล้ว มันก็เริ่มก่อผลเป็นวิบากขึ้นในจิต ซึ่งเป็นประจุกรรม เหมือนข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เราจะไปลบ ไปล้าง ไปเปลี่ยน ไปแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้ว ได้อยู่อย่างเดียวคือ คอยจนกว่ามันจะงอกออกมา และผลิดอกออกผลให้เราเก็บเกี่ยว
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสอนว่าสิ่งที่ทำลงไปแล้ว อย่าย้อนคิดเสียดาย อย่าเก็บมากังวลครุ่นคิด แต่ก่อนจะกระทำสิ่งใด ให้ไตร่ตรองรอบครอบเสียก่อน ด้วยสติด้วยปัญญา ด้วยเหตุผลก่อนจะทำเรามีโอกาสเต็มที่ว่าจะทำอย่างไร เพื่อที่จะไม่ย้อนคิดเสียใจ เสียกำลัง เสียเวลาที่จะล้มล้างสิ่งที่เอาคืนมาอีกไม่ได้แล้ว ก่อนจะทำนั้นจะตรึกตรองอย่างไร จะเลือกเฟ้นอย่างไร ไม่เป็นปัญหา เวลามีอยู่เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะขีดเส้นที่เราต้องการไป ที่เราต้องการจะเป็น ที่เราต้องการจะได้ แต่ครั้งหนึ่งที่ได้กระทำลงไปแล้ว จบสิ้นไปแล้ว พอสิ่งนั้นผ่านพ้นไปแล้ว เป็นเงาไปแล้ว เหมือนนกที่เกาะอยู่ พอมันขยับปีกบินไปแล้ว เราหารอยของมันไม่เจอ เหลือรอยอะไรทิ้งไว้ในอากาศที่บินผ่านไปเลย หรือเหมือนเราขีดไปในน้ำ... -
จิตที่เศร้าหมองหรือจิตผ่องแผ้ว (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
จิตที่เศร้าหมองหรือจิตผ่องแผ้ว
ท่านผู้ต้องการพ้นทุกข์โดยด่วนในปัจจุบันชาติ ปัจจุบันจิต ปัจจุบันธรรมแล้ว จะไม่เอื้อเฟื้อไม่อาลัยไม่รักไม่ปฏิบัติเนืองๆ ยิ่งๆ ในพระอานาปานสติลมหายใจออกเข้าแล้ว นั่งคอยนอนคอยปรารถนาอยู่เฉยๆ ย่อมเป็นไปได้ยาก และลมออกเข้ายาวหรือสั้น จะไม่ใช่กายได้อย่างไร ก็กายานุปัสสนานั่นเองและก็ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ที่สมดุลกันอยู่นั่นเองจึงพอหายใจออกเข้าได้ ลมหายใจออกเข้าบางทีเสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง อุเบกขาบ้าง ก็เวทนานุปัสสนานั่นเอง ลมหายใจออกเข้าเห็นจิตที่เศร้าหมองหรือผ่องแผ้วหรือกลางๆ ก็จิตตานุปัสสนานั่นเอง ลมหายใจออกเข้าเห็นความไม่เที่ยงแห่งกายสังขาร จิตสังขารก็ธรรมานุปัสสนานั่นเอง (ไม่เรียงแบบก็ได้ ไม่เป็นไรดอก) แล้วกายก็ดี เวทนาก็ดี จิตก็ดียกขึ้นสู่เมืองขึ้นไตรลักษณ์ให้กลมกลืนกัน เป็นเชือกสามเกลียวเป็นเป้าอันเดียวกันไม่ต้องแยก ไม่ต้องเรียง ไม่ต้องขยาย เห็นอยู่ ณ ซึ่งหน้าสติ ซึ่งหน้าปัญญา พร้อมกับลมออกเข้า ไม่มีอันใดก่อน ไม่มีอันใดหลัง ติดต่ออยู่พิจารณาอยู่ไม่ขาดสาย ความเพลินความเมาความดิ้นรนในโลกทั้งปวง ทั้งอดีตอนาคตมันจะรวมพลมาจากประตูใด... -
กทปส. ผลักดันพลิกฟื้นศูนย์กลางชุมชน “วัด” ร่วมกับอาศรมศิลป์คืนสู่สังคมไทยด้วยระบบ ICT
หากจะกล่าวถึงศูนย์กลางของชุมชนเมื่ออดีตที่ผ่านมา “”วัด”” คือแหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม บ่มเพาะทางจิตใจของคนไทยเสมอมา ดังเช่นอดีตที่มักกล่าวว่า “”บวร”” บ้าน วัด โรงเรียน อันเป็นแหล่งที่เชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ ศาสนา และชุมชนเข้าถึงกัน ดังที่ท่านเจ้าคุณพระสุธีรัตนบัณฑิเจ้าอาวาส วัดสุทธิวราราม กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเก่าที่มีเรื่องราวมากมาย มีศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งความรู้ สถานปฏิบัติธรรม ที่ปัจจุบันยังคงปฏิบัติการอยู่ และยังรอให้ทุกคนเดินเข้ามาเสมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา
หากแต่วันนี้วันเวลาเดินหน้า ยุคสมัยปรับเปลี่ยน การเข้าถึงอาจต้องปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา การนำเอาระบบการเชื่อมต่อด้านเทคโนโลยี ICT เข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนผลักดันให้ “”วัด”” กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันกลุ่มคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในวัดอาจลดน้อยลง หากไม่เปรียบกับวัดดังที่ผู้คนเข้าไปเพราะจิตศรัทธา แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าไปเพราะดื่มด่ำกับวัฒนธรรม ภาพวาดจิตกรรมฝาผนัง เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา องค์ความรู้ที่แต่ละวัดมีให้ รากลึกของพระพุทธศาสนาในสังคมไทย... -
การเป็นพระโสดาบัน เป็นของไม่ยาก
การเป็นพระโสดาบัน เป็นของไม่ยาก
โอวาทหลวงพ่อฯ เล่ม 4 หน้า 23
อันดับแรก ขอบรรดาญาติโยมเข้าใจในสังโยชน์ ๑๐ ประการ
คำว่า สังโยชน์ หมายถึง กิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดใจ ให้ต้องเวียน
ว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อย่างไรก็ต้องค่อย ๆ ตัด ตัดทีละน้อย และก็ตัด
บ่อย ๆ ตัดไว้เสมอ ๆ อันดับแรกมันก็จะลืมบ้าง เผลอบ้าง เป็นของธรรมดา
สำหรับพระโสดาบัน กับพระสกิทาคามี ตัดสังโยชน์ได้ ๓ ข้อ คือ
๑. สักกายทิฏฐิ
๒. วิจิกิจฉา
๓.สีลัพพตปรามาส
รู้เรื่องไหม ฟังรู้แต่เรื่องไม่รู้
สักกายทิฏฐิ นี่เขาตัดร่างกาย คือต้องตัดตามพระบาลีที่พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีสมาธิเล็กน้อย มีปัญญา
เล็กน้อย แต่มีศีลบริสุทธิ์ ต้องจำข้อนี้ให้ดีนะ ไม่ใช่ว่าจะต้องมีสมาธิหนักแน่น
เกินไป และปัญญาก็ไม่ต้องสูงเกินไป แต่มีศีลบริสุทธิ์ เพราะว่า พระโสดาบัน
พระสกิทาคามี นี่ยังเป็นผู้ครองเรือนอยู่ ถ้ามีสามีภรรยาแล้วก็ดี ก็อยู่ด้วยกัน
ตามปกติ คนที่ยังไม่มีสามีภรรยาก็ยังแต่งงานได้ ก็มีแค่ศีล ๕ สำหรับ
พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ก็เหมือนกันนะ
หนึ่ง มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ก็ต้องตาย นี้เป็น สักกายทิฏฐิ
ประการที่สอง... -
โสวนโสเวียนในโลกสงสาร
โสวนโสเวียนในโลกสงสาร
………………………………..
บางท่านศีล ๕ ยังไม่บริบูรณ์เลย การเลี้ยงชีวิตก็ยังสุ่มสี่สุ่มห้า ยังขายรูปขายเหรียญ ถือวันจมวันฟู ตลอดถึงอบายมุขทุกๆประเภทก็ไม่ละเว้น การค้าขายก็ค้าขายเครื่องประหัตประหาร ค้าขายสัตว์เป็น และเนื้อสัตว์ที่ตัวฆ่าเพื่อเป็นอาหาร ค้าขายน้ำเมาค้าขายยาพิษบ้าง และยังถือมงคลตื่นข่าวนานาเอนก เช่น ตื่นข่าวว่าเลขจะออกตัวนั้นตัวนี้ วิชาไสยศาสตร์ต่างๆ คบปาปมิตร คบมิตรปฏิรูป คนเทียมมิตรมิใช่มิตรแท้ คบมิตรชักชวนในทางฉิบหาย คบมิตรชักชวนดื่มน้ำเมา ชักชวนเที่ยวกลางคืน ชักชวนเที่ยวดูการเล่นและให้มัวเมาในการเล่น ชักชวนเล่นการพนัน ไม่ถึงพร้อมด้วยศรัทธาในพุทธ ธรรม สงฆ์พอ ไม่เชื่อผลศีลผลทานพอ พร้อมทั้งสติปัญญาก็ยังอ่อนอยู่มาก บางคราวบวงสรวงผีสางเทวดา มีใจอาฆาตพยาบาทผูกเวร ด่าแช่งสัตว์ให้ถึงความพินาศนึกในใจหรือจนออกปาก ขี้หึงหรือริษยาทั้งหลายเหล่านี้เป็นต้น
แต่…แต่…แต่…สำคัญตนว่าเป็นพระโสดาบัน ความสำคัญอันนั้นก็เป็นโมฆะ โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย พระโสดาบันแบบนี้ควรให้คะแนนว่า พระโสเดา โสดัน โสเมา โสมัว โสขุ่นจนเป็นตม โสวนโสเวียนในโลกสงสารไม่มีคิวเลย... -
ประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์
เรื่อง “ประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์”
หมอชีวกเป็นบุตรนางโสเภณีนามว่า “สาลวดี” นางนครโสเภณีผู้ทรงเกียรติแห่งเมืองราชคฤห์ โดยพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง มีเงินเดือนและค่าตัวสำหรับผู้ร่วมอภิรมย์อีกคนละ ๑๐๐ กหาปณะ (ประมาณ ๔๐๐ บาท) เพราะไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เมื่อเกิดมาแล้วแถมเป็นชายเสียด้วย นางจึงไม่เลี้ยง สั่งให้เอาไปทิ้งที่หน้าประตูวัง เช้าตรู่วันนั้น เจ้าฟ้าอภัยพระโอรสของพระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปพบเข้า จึงนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งชื่อให้ว่าชีวกโกมารภัจจ์ แปลว่า ผู้ยังมีชีวิตรอดมาได้ ตอนเป็นเด็ก
ชีวกเป็นคนฉลาดมีปฎิภาณเฉียบคม ถูกเด็กๆ ในวังด่าเสียดสีว่า เป็นลูกไม่มีพ่อ จึงมีมานะจะเอาชนะหาความรู้ใส่ตัวให้ใครดูถูกไม่ได้ จึงหนีไปกับกองคาราวานไปยังเมืองตักกสิลา ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ทิศาปราโมกข์ เรียนอยู่ ๗ ปีก็จบ ลาอาจารย์กลับบ้านเกิดเมืองนอน
อาจารย์ให้เสบียงมานิดหน่อยหมดระหว่างทาง จึงต้องใช้วิชาความรู้ที่เรียนมารักษาโรคปวดหัวของภรรยาเศรษฐีเมืองสาเกต ที่เป็นมา ๗ ปีแล้ว รักษาหมอที่ไหนก็ไม่หายสักที สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการปรุงยาขนานเดียว ได้รับรางวัล ๔,๐๐๐ กหาปณะ... -
๘๔ ปี หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป พระอริยสงฆ์ผู้มีปัญญาเปรียบดั่งดวงประทีป
๘๔ ปี หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป พระอริยสงฆ์ผู้มีปัญญาเปรียบดั่งดวงประทีป
…กว่าที่หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป ท่านจะได้มาเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ เป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ท่านต้องฝ่าฟันอะไรมามากมายนัก ไม่ใช่แค่ตอนบวชศึกษาธรรมกับพ่อแม่ครูอาจารย์หรือตอนเที่ยววิเวกออกธุดงค์เท่านั้น แต่สำหรับท่านยากเย็นตั้งแต่ก่อนจะได้บวชเป็นพระเลยทีเดียว จากประวัติของท่านมีบันทึกไว้ว่า…
…เมื่อวันพฤหัสบดี ปีระกา ตรงกับวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ ณ บ้านโคกคอน ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร คุณพ่อกิ่ง-คุณแม่อรดี วงษาจันทร์ ซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย ได้ให้กำเนิดทารกน้อยเพศชายคนที่ ๓ ชื่อว่า เด็กชายเปลี่ยน วงษาจันทร์ และด้วยความคุณตาและคุณยายรักหลายชายคนนี้มาก เด็กชายเปลี่ยนจึงถูกรับตัวมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก
เส้นทางชีวิตของท่านที่ดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องก้าวเข้าสู่พระพุทธศาสนานั้น เริ่มต้นตั้งแต่ในวัยเด็กช่วงอายุประมาณ ๑๑-๑๒ ปี เพราะคราวใดที่ทางบ้านของท่านมีงานบุญ เด็กชายเปลี่ยนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการไปรับพระที่วัด ทำให้เด็กชายเปลี่ยนได้เห็นวิธีการเดินจงกลมของพระอาจารย์ลี วัดป่าบ้านตาล... -
“ปทปรมะ” มืดแปดทิศแปดด้าน (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
เรื่อง “ปทปรมะ” มืดแปดทิศแปดด้าน
(คติธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
พวกเรานี่ลากเข้าไปในทางจงกรม ที่จะให้ท้องคือใจอิ่มหนำสำราญด้วยธรรมคือความสงบเย็นใจ ไม่มีนะ มันสู้หมอนไม่ได้ พักสักหน่อยเสียก่อน วิ่งใส่หมอนใส่เสื่อนั่น หมอนเสื่อถ้ามีวิญญาณมันก็โดดลงกลางทุ่งนาแล้ว มันจะตาย เวลาไหนก็ทับแต่หัวมัน ๆ นอนทับนั่งทับอยู่นั้น หมอนมันก็อิดหนาระอาใจ วิ่งออกท้องไร่ท้องนา เวลาออกจากวัดนี่ไปหาดูหมอนดูเสื่อ พวกนักภาวนาในวัดป่าบ้านตาดบ้างนะ มันไปกองอยู่โน้นหมดนะ ไม่ได้อยู่กับคน เสื่อหมอนมันกลัว กลัวพวกขี้เกียจขี้คร้านท้อแท้อ่อนแอ ลากเข้าไปเลี้ยงอรรถเลี้ยงธรรมไม่ยอมกิน มันโดดเข้าหาหมอน หมอนมันก็อิดหนาระอาใจ มันก็โดดวิ่งลงหลุมลงคลองไปละ หลบภัยได้เท่านั้นก็เอา พอหลบภัยได้ชั่วระยะหนึ่งก็เอา เป็นอย่างนั้นนะ นี่ปทปรมะเข้าใจไหม มันหนาขนาดไหน มันไม่ได้เห็นอะไรดียิ่งกว่าหมอนกว่าเสื่อนะ ไม่เห็นอะไรดียิ่งกว่าความขี้เกียจขี้คร้านท้อแท้อ่อนแอ ไม่เห็นอะไรดียิ่งกว่าคำว่าบาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก มรรคผลนิพพาน ไม่มี อันนี้ดีเลิศสำหรับกิเลส ปิดจิตใจของสัตว์ได้อย่างหนาแน่นมั่นคง จึงเรียกว่า ปทปรมะ... -
ปล่อยวางได้หมดแล้ว!?
ปล่อยวางได้หมดแล้ว?
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม แห่งวัดอรัญญวิเวกบ้านข่า ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ท่านเป็นศิษย์องค์สำคัญรูปหนึ่งของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
หลวงปู่ตื้อเป็นพระสุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงต่อองค์มรรคคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิสัย จิตใจของท่านเป็นคนจริง คนตรง คิดอย่างไรก็จะพูดเช่นนั้น ไม่นิยมปรุงแต่งถ้อยคำวาจาให้ไพเราะรื่นหู
ดัง นั้นการแสดงธรรมคำสอนของท่าน จึงเผ็ดร้อนไม่มีอ้อมค้อมเยิ่นเย้อ ว่ากันว่าคนหน้าบาง หรือมีกิเลสครอบงำอย่างหนา เจอถ้อยคำวาจาของหลวงปู่ตื้อเข้า ถึงกับหูร้อนฉ่า ผิวหน้าผะผ่าวไปเลยทีเดียว
คำพูดของหลวงปู่ตื้อเป็นที่เลื่องลือว่า ตรงไปตรงมา จี้จุดเข้าเป้าตรงเผ็ง ถ้าจะให้อุปมาก็คงเปรียบได้ดั่งขวานใหญ่คมกริบที่หวดคมกระหน่ำเข้าผ่าท่อน ฟืน เปรี้ยงเดียว ท่อนฟืนถูกผ่าตั้งแต่หัวยันท้าย แยกกระเด็นเป็นสองซีกทันที
ปฏิปทาอันโผงผาง และตรงไปตรงมาของท่านนั้น เป็นจริตนิสัยที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น ผิดหรือถูกชั่วหรือดี ท่านแยกแยะจนกระจ่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเทศนาสอนคนด้วยแล้ว ท่านสอนชนิดเผ็ดร้อนถึงใจทีเดียว
เช่น... -
"หลงอำนาจ หลงโลกธรรม" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
"หลงอำนาจ หลงโลกธรรม"
" .. มีอำนาจ มีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุข มีทุกข์ "มันเป็นโลกธรรม ธรรมที่ครอบงำสัตว์โลกอยู่ สัตว์โลกจึงเป็นไปตามโลกธรรม" มีนินทาหนึ่ง มีสุขหนึ่ง มีทุกข์หนึ่ง "ท่านเรียกว่า โลกธรรม"
"ธรรมเหล่านี้เป็นธรรมที่ชั่ว เป็นธรรมที่นำความทุกข์มาให้ถ้าไม่ภาวนา ถ้าไม่พิจารณารู้เท่ามันก็เป็นทุกข์ ฆ่ากันก็ได้" ทำอะไรกันก็ได้ "เรื่องลาภเรื่องยศเรื่องอำนาจนี่" เพราะอะไร "เพราะถ้าไม่ได้ภาวนา ไม่ได้พิจารณา" มันไม่สม่ำเสมอกัน เดี๋ยวเขาตั้งเป็นนั่นเป็นนี่ขึ้นมา "เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนันขึ้น เป็นนั่นเป็นนี่" เป็นขึ้นเลย
แต่ก่อนเคยมีผู้เฒ่าเล่าเรื่องเป็นผู้ใหญ่บ้านชั่วให้ฟัง "พอเขาให้ยศเป็นผู้ใหญ่บ้าน ตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา ก็หลงอำนาจตน" เพื่อนเก่าก็เล่นด้วยไม่ได้เหมือนเก่าล่ะ มาแล้วก็ว่า "อย่ามาใกล้กันนะ มันไม่เหมือนเก่าแล้วนะ" .. "
"๘๔ พระธรรมเทศนา"
หลวงปู่ชา สุภัทโท -
"หลวงปู่ดู่"อธิษฐานจิตถึง"พระอาจารย์ธรรมโชติ"เพื่อขอให้พระอาจารย์ฯมาสอนวิชาอาคมแก่ท่านในนิมิต !!
สาธุบารมี!! เมื่อ "หลวงปู่ดู่" อธิษฐานจิตถึง "พระอาจารย์ธรรมโชติ" แห่งค่ายบางระจัน เพื่อขอให้พระอาจารย์ฯ มาสอนวิชาอาคมแก่ท่านในนิมิต !!
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นภิกษุชาวไทย จำพรรษา ณ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ มีวิธีการเมตตาในสอนศิษย์ทั้งหลาย โดยอุบายธรรมสั้นๆ ง่ายๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งในตัว โดยเล่าจากเหตุการณ์ที่ท่านพบเห็นมากับตัวของท่านเองหรือได้มาจากการปฏิบัติธรรมอันยาวนานตลอดชีวิตท่านและบางครั้งก็กล่าวถึงพุทธประวัติ ธรรมบทหรือชาดกต่าง ๆ ตามแต่ท่านจะเห็นควร ในเวลาหรือโอกาสต่างๆ ที่จะนำมาสอนศิษย์เพราะลูกศิษย์แต่ละคนนั้นมีภูมิธรรมไม่เท่ากัน คนที่เข้าวัดใหม่ๆ ท่านก็จะสอนแบบเข้าใจง่ายๆ แต่ลึกซึ้งและกินใจจน เสมือนหนึ่งว่าท่านสามารถรู้ถึงก้นบึ้งของความคิดของบรรดาลูกศิษย์ลูกหา นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าขานกันว่า หลวงปู่ดู่ ได้อธิษฐานจิตถึง หลวงพ่อธรรมโชติแห่งค่ายบางระจัน เพื่อขอคาถากำราบขโมยที่ชอบมาขโมยของที่วัด
กล่าวคือในคืนหนึ่ง ในช่วงก่อน ปี พ.ศ.๒๕๐๐ หลังจากที่ท่านสวดมนต์ทำวัตรเย็น และเข้าจำวัดแล้วนั้น เกิดนิมิตไปว่าได้ฉันดาว... -
ถกสันติภาพกรุงโซลนำวิปัสสนาเป็นฐานสร้างเมตตาธรรม
ถกสันติภาพกรุงโซลนำวิปัสสนาเป็นฐานสร้างเมตตาธรรม
เจ้าคุณสวีเดนผงาดกลางงานสันติภาพกรุงโซล เกาหลีใต้ ฐานะเป็นผู้นำตัวแทนองค์กรสันติภาพทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและจากทวีปยุโรป นำวิปัสสนาเป็นฐานสร้างเมตตาธรรมอภัยให้แก่กันเป็นฐานสร้างสันติภาพ
ระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 มีการประชุมผู้นำศาสนาเพื่อสันติภาพ Interreligious Leadership Conference ที่ World cup stadium และLotte Hotel กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีพระวิเทศปุญญาภรณ์ (เจ้าคุณสวีเดน) ทูตสันติภาพ เลขานุการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้เข้าร่วมประชุมด้วยในฐานะเป็นผู้นำตัวแทนองค์กรสันติภาพทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและจากทวีปยุโรป ขณะที่ประเทศไทยนั้นได้มีผู้ตัวแทนทั้งจากศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลามเข้าร่วม
การประชุมเริ่มขึ้นด้วยกาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อนสันติภาพ ตามด้วยการอ่านสารจากผู้นำสำคัญๆ ทุกวงการที่เข้าร่วมประชุมทั้งผู้นำศาสนาและอดีตนักการเมือง และผู้แทนจากรัฐบาล ทั้งนี้พระวิเทศปุญญาภรณ์ ได้นำเสนอบทความต่อที่ประชุมความว่า
"โลกที่มีการแข่งขันในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดของทุกมนุษย์... -
เหตุเมื่อโยมบิดา หลวงปู่แหวน สิ้นอายุขัย เลยมาในนิมิต"หลวงปู่"เพื่อบอกลาครั้งสุดท้าย !!
เชื่อสิ...วิญญาณมีจริง !!! เหตุเมื่อ...โยมบิดา หลวงปู่แหวน สิ้นอายุขัย เลยมาในนิมิต "หลวงปู่" เพื่อบอกลาครั้งสุดท้าย !!!
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เกิดในตระกูลของช่างตีเหล็ก พอท่านมีอายุ ได้ประมาณ ๕ ขวบเศษ โยมมารดาของท่านก็ล้มป่วย แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี แต่อาการของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด
ในที่สุดเมื่อท่านรู้ตัวว่า คงจะไม่รอดชีวิตไปได้แน่แล้วท่านจึงได้เรียกหลวงปู่แหวน เข้าไปใกล้ แล้วกล่าวความฝากฝังเอาไว้ว่า ลูกเอํย...แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ล้วน กี่โกฎก็ตามแม่ไม่ยินดี แม่จะยินดีมากถ้าลูกจะบวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมา มีลูกมีเมียนะ... หลวงปู่แหวนพยักหน้า รับคำ นับแต่วันนั้นหลวงปู่แหวนก็ไม่เคยผิดสัญญากับโยมมารดาอีกเลย
ครั้งหนึ่ง หลวงปู่แหวนเล่าว่า ในปีที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่แม่ฮ่องสอนนั้น วันหนึ่ง ขณะที่กำลังทำความเพียรอยู่นั้น นิมิตไปว่า ได้เห็นโยมบิดา สวมเสื้อผ้าใหม่ทั้งชุด เข้ามาหาท่าน
หลวงปู่ จึงถอยจิตออกมาพิจารณาดูว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น ก็เกิดความรู้ว่า ถ้าเห็นคนใส่เสื้อผ้า ใหม่ ก็หมายความว่า เขาน่าจะตาย... -
‘พระเทพมงคลนายก’ เจ้าคณะอุดรฯ ละสังขารวัย79ปี
เจ้าพระคุณ “พระเทพมงคลนายก” หรือหลวงปู่สิงห์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรฯ ได้ละสังขารวัย79ปี สูญเสีย “พระวัดป่าในเมือง” อีกรูป
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เวลา 17.49 นาที ที่กุฏิตำหนักตรงข้ามพระนาคปรก วัดโพธิสมภรณ์พระอารามหลวง (ธ) ทน.อุดรธานี พระเทพมงคลนายก (หลวงปู่สิงห์อินทปัญโญ) เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ที่พักรักษาอาการอาพาธด้วยโรคชรา ได้ละสังขารไปด้วยอาการสงบ ด้วยอายุเต็ม 79 ปี 60 พรรษา ซึ่งถือเป็นการสูญเสีย “พระวัดป่าในเมือง” อีกรูปหลังจากก่อนหน้านี้พระอุดม ญาณโมลี หรือหลวงปู่ใหญ่ เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ได้ละสังขารไปด้วยอายุ 105 ปี โดยมีคณะศิษยานุศิษย์ที่ทราบข่าว เดินทางมารอกราบสรีระจำนวนมาก
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่พระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี คณะสงฆ์ และคณะศิษยานุศิษย์ ได้ร่วมแสดงมุทิตาสักการะพระเดชพระคุณ พระเทพมงคลนายก เนื่องในงานทำบุญอายุวัฒนะครบ 79 ปี 60 พรรษา โดยจัดให้มีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา... -
"หลวงปู่ผาง"ยอมสละร่างให้งูกินอย่างกล้าหาญชาญชัย สุดท้ายงูต้องปล่อยเพราะยอมแพ้ในหัวจิตหัวใจ!!
สบตากับความตาย...จนความตายต้องหลบตา!! "หลวงปู่ผาง" ยอมสละร่างให้งูกินอย่างกล้าหาญชาญชัย ... สุดท้ายงูต้องปล่อยเพราะยอมแพ้ในหัวจิตหัวใจ!!
ครั้งหนึ่ง "หลวงปู่ผาง จิตตคุตโต" ได้เดินทางไปปักกลดภาวนาที่ราวป่าแห่งหนึ่งบริเวณลานหินใต้ต้นไม้
คืนแรกก็ปกติ ไม่มีอะไร ตกคืนที่สอง ขณะที่กำลังเดินจงกรมอยู่ ท่านสังเกตเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบผิดปกติจึงเริ่มระวังตัว ทันใดนั้นท่านก็ต้องขนลุกไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงดังแกรก ๆ ... มันคืองูใหญ่ตัวเท่าต้นขาที่กำลังเลื้อยเข้าไปในรูหินซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับที่ที่ท่านพักอยู่นั่นเอง ท่านนึกในใจว่า
"เจอเจ้าถิ่นเข้าให้แล้วไหมล่ะ! หรือว่าเราปักกลดขวางทางนี่น่ะ? แต่ตัดสินใจดั้นด้นมาถึงนี่แล้วต้องลองกันสักตั้งให้รู้ดำรู้แดงไปเลย!"
พอตกคืนที่สาม หลวงปู่ผางกำลังเดินจงกรมอยู่ก็ได้ยินเสียงผิดปกติอีกครั้ง และคิดว่าคงจะเป็นเสียงของงูตัวเมื่อวานนี้แน่ ๆ
เสียงสิ่งมีชีวิตลากเลื้อยบนใบไม้ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา หลวงปู่ผางเริ่มรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นจึงได้นั่งลงข้างกลด สงบนิ่งจนระงับความตื่นเต้นไว้ได้ แล้วกำหนดจิตถามตัวเองว่า "กลัวงูยักษ์ตัวนี้หรือไม่?" ใจก็ตอบตัวเองว่า... -
อานิสงส์ของการอนุโมทนาบุญ เรื่องเล่าสมัยพุทธกาล
.........
อานิสงส์ของการอนุโมทนาบุญ เรื่องเล่าสมัยพุทธกาล
เรื่องอานิสงส์ของการอนุโมทนาบุญ ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 26 ข้อ 44 ได้กล่าวถึงการอนุโมทนาบุญของเพื่อนนางวิสาขาไว้ว่า เมื่อครั้งที่พระอนุรุทธเถระจาริกไปในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้ไปเห็นทิพยวิมานหลังใหญ่ล่องลองอยู่ในอากาศ แวดล้อมไปด้วยอุทยานและสระโบกขรณี เจ้าของวิมานนั้นเป็นเทพธิดาวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไปทั่วทุกทิศ เมื่อยามเยื้องกรายหรือร่ายรำก็มีเสียงทิพย์อันไพเราะ น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจดังขึ้น พระอนุรุทธเถระจึงถามเทพธิดาเจ้าของวิมานนั้นว่า นางทำบุญด้วยอะไรมาทิพยสมบัตินี้จึงเกิดขึ้น
นางเทพธิดาตอบพระเถระว่า “ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเป็นเพื่อนของนางวิสาขามหาอุบาสิกา เมื่อเพื่อนของดิฉันสละทรัพย์ถึง 27 โกฏิ เพื่อสร้างบุพพารามมหาวิหาร และได้ชวนดิฉันและสหายอีก 500 คน ไปเที่ยวชม เมื่อดิฉันเห็นมิคารมาตาปราสาทที่เธอสร้างถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ดิฉันเคารพแล้ว ก็เกิดความเลื่อมใสในบุญของเธอ จึงอนุโมทนาบุญกับเธอออกไปว่า ‘สาธุ สาธุ’”
จะเห็นได้ว่า เพียงแค่เปล่งวาจาสาธุเท่านั้นก็มีอานิสงส์ผลบุญมากถึงขั้นทำให้คนเราไปเกิดในสวรรค์ได้เลยทีเดียว... -
"ความอยากของจิต" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"ความอยากของจิต"
" .. "ตามธรรมดาของจิตจะไม่มีคำว่าอิ่มอารมณ์" หิวโหยตลอดเวลา "อยากคิดอยากปรุง อยากรู้อยากเห็นอยากทุกสิ่งทุกอย่าง ออกจากสังขาร คืออวิชชาดันออกมาเป็นสังขารกิเลสสมุทัยล้วน ๆ" อยากคิดอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา "นี่เรียกว่าความอยากของจิต" ทะเยอะทะยานดันอยู่ตลอด
"ทีนี้เวลาจิตสงบแล้วนั้น มันระงับความอยากนี้ทั้งหมด" สงบแน่วไม่อยากคิดอยากปรุง สุดท้ายเป็นถึงขั้นสมาธิแล้วนี้ ความอยากคิดอยากปรุงอะไรมันรำคาญ ไม่อยากคิดอยากปรุงเลย อยู่แน่ว "นี่เรียกว่าจิตเป็นสมาธิเต็มภูมิ" มีแต่ความรู้แน่วเท่านั้น สบายทั้งวัน คือไม่มีอะไรกวนเลย "ความคิดตัวเองที่จะปรุงขึ้นกวนนี้ก็รำคาญ เลยไม่อยากคิด" นี่เรียกว่าจิตเป็นสมาธิแน่วแน่ "นี่เรียกว่าจิตอิ่มอารมณ์" .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3319&CatID=2 -
ตั้งพระพุทธรูปภาพสังเวชนียสถานสนามบินพุทธคยา
ตั้งพระพุทธรูปภาพสังเวชนียสถานสนามบินพุทธคยา
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยระดับอินเตอร์
การก้าวไปของงานไปเผยแพร่พุทธศาสนาในแดนกำเนิดแห่งพระรัตนตรัยที่พระธรรมทูตไทยการปฎิบัติงานด้วยการนำศาสนามาเป็นเครื่องเชื่อมต่อศรัทธาต่อศรัทธา มีวัดวาเกิดขึ้นตามสังเวชนียสถาน มีที่อำนวยความสะดวกห้องน้ำที่พักของผู้แสวงบุญระหว่างเดินทางและการเข้าดูแลด้านการบรรยายและประกอบพิธีเรียกว่าพระธัมมวิทยากร สายประเทศอินเดียกำลังขับเคลื่อนไปสู่สถานที่ต่างๆซึ่งมีพุทธภูมิคือสังเวชนียสถานเป็นหลังจากที่ชาวพุทธหลั่งไหลกันไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือ ที่ประสูติตรัสรู้ ที่แสดงปฐมเทศนาและสถานที่นิพพานของพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาเอกของโลก
การยกระดับงานของพระธรรมทูตไทยยังเข้าใกล้ชิดในศูนย์กลางการขึ้นลงของผู้แสวงบุญนานาชาตินั่นก็คือสนามบินเมืองพุทธคยา โดยการยกระดับงานเผยแผ่ให้ขยายวงกว้างและปรับระดับจากพื้นล่างซึ่งเป็นฐานเดิมให้สูงขึ้นเป็นงานอินเตอร์โดยการจัดตั้งพระพุทธรูปในสนามบินและการติดภาพสังเวชนียสถานอันสำคัญในสนามบินตรง... -
ฟ้าสางเผยภาพเมืองพัง ยอดตายแผ่นดินไหวอิหร่าน-อิรัก ทะลุ 300 ศพ!!
ภาพจากสำนักข่าว ISNA,เผยความเสียหายในพื้นที่ฝั่งอิหร่าน (Pouria Pakizeh/ISNA via AP)
บีบีซีรายงานว่า เมื่อช่วง 21.20 น. วันที่ 12 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศอิหร่านและอิรัก เกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรง 7.3 แม็กนิจูด บริเวณพรมแดนอิหร่านกับอิรัก ทางภาคเหนือ ฝั่งอิหร่านแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 328ราย บาดเจ็บ 1,700 คนที่จังหวัดเคอร์มานชาห์
ส่วนฝั่งอิรัก แจ้งว่าได้รับรายงานเบื้องต้นพบร่างผู้เคราะห์ร้ายแล้ว 6 ราย บาดเจ็บ 150 คน คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก ในเมืองฮาลับจา ในเขตเคอร์ดิสถาน
ช่วงแผ่นดินไหวทำให้ประชาชนตื่นตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านเรือนมาอยู่บนถนน ส่วนตามมัสยิดในกรุงแบกแดดของอิรัก ได้ยินเสียงสวดมนต์ผ่านลำโพง
ผู้คนตื่นตระหนกในเมืองฮาลับจา อิรัก(AP Photo/Hadi Mizban)
เจ้าหน้าที่อิหร่านแจ้งว่า ผู้ประสบภัยจำนวนมากเป็นชาวบ้านในเมืองซาร์โปอล-อี-ซาฮับ ห่างจากพรมแดนกั้นสองประเทศ 15 ก.ม. แรงสั่นสะเทือนทำลายบ้านเรือนใน 8 หมู่บ้าน กระแสไฟฟ้าถูกตัดและระบบการสื่อสารติดขัดเป็นระยะ หน่วยกู้ภัยยังเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยได้ยากเนื่องจากดินถล่มขวางทางไว้
มีคลิปเผยแพร่ในยูทูบ... -
การปฏิบัติอย่าหวังพึ่งอาจารย์ ได้หลักมาแล้วต้องทำเอง
“การปฏิบัติอย่าหวังแต่พึ่งอาจารย์ ได้หลักมาแล้วต้องทำเอง โดยเฉพาะถ้าหวังความก้าวหน้าแล้วต้องทำให้ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่พวกเราจะทำเฉพาะตอนนั่งอยู่ พอเลิกแล้วก็ทิ้งเลย
กำลังใจที่เราปฏิบัติคือกำลังใจที่ทวนกระแสโลก เมื่อว่ายทวนน้ำพอเราทิ้ง เราก็ไหลตามน้ำ เราก็ทวนน้ำใหม่แล้วเราก็ทิ้ง ไหลตามน้ำอีก กลายเป็นว่าเราขยันเท่าไร แต่ผลงานก็ไม่มีเพิ่ม ก็เลยหาความก้าวหน้าไม่ได้ ทำอย่างไรที่เราเลิกปฏิบัติแล้วจะรักษาอารมณ์ให้ได้เท่ากับตอนที่นั่ง นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องไปประคับประคองรักษาเอาไว้
แรก ๆ แค่พักเดียวก็หายหมดแล้ว แต่พอเราตั้งสติจดจ่อ ก็จะได้นานขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเราสามารถทรงกำลังใจในสภาพเหมือนกับนั่งสมาธิต่อกันเป็นวันเป็นเดือนได้ ความผ่องใสของจิตจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ความก้าวหน้าในการปฏิบัติจะมีมากตาม ต้องทำด้วยตนเอง ไม่ต้องหวังพึ่งอาจารย์ อาจารย์ท่านบอกแค่หลักการเท่านั้น หรือไม่ก็แนะนำตอนติดขัด แต่ทำแทนเราไม่ได้แน่นอน”
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒ ณ บ้านอนุสาวรีย์
ที่มา วัดท่าขนุน -
มาดู! 9 วิธีสวดมนต์ ให้เกิดกุศล..รับพุทธคุณสูงสุด !!
9 วิธีสวดมนต์ ที่ทำแล้วชีวิตจึงดี มีสุข
1. ก่อนสวดให้เลือกเวลาและสถานที่ที่จะมีสิ่งรบกวนน้อยที่สุด เช่น ห้องนอนของตัวเองในเวลาก่อนนอน, ห้องนอนของตัวเองในเวลาตื่นนอน ไม่จำเป็นต้องไปถึงวัดก็ได้ “เพราะการทำดี ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเลือก ไม่ต้องรอ”
2. ขจัดความคิดและจิตใจให้ปลอดโปร่งที่สุด อะไรที่ทำให้คิดมาก จิตตก รู้สึกแย่ โกรธเคือง โยนทิ้งออกไปก่อน เพราะ “การสวดมนต์เพื่อหวังจะลบความรู้สึกแย่ในใจ ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น” มันจะเหมือนกับเศษตะกอนที่อยู่ในน้ำ ต่อให้เติมน้ำที่กลั่นมาใสสะอาดเท่าไหร่มันก็ยังขุ่นอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่พร้อมจะสวดจริง ๆ อย่าเพิ่งสวด
3. ความยาวของคาถาไม่ได้การันตีว่าชีวิตจะดีขึ้นจริง ๆ สำคัญคือคาถาที่เชื่อมสมาธิให้กับตัวของเราได้ 3-5 นาทีเป็นอย่างต่ำ เช่น สวดอะระหังสัมมาฯ+คาถาชินบัญชร, สวดอะระหังสัมมาฯ+อิติปิโสฯ+พาหุงฯ+ชินบัญชร สุดแท้แต่ที่จะเลือกมาสวดเพราะคาถาทุกบทล้วนมีความหมายที่ดี
4. ระหว่างสวด“ห้ามคิดว่าจะต้องได้ลาภยศ หรืออะไรก็ตาม” ต่อให้คาถานั้นมีความหมายถึงลาภยศสรรเสริญอยู่จริง เพราะนั่นทำให้เราหมกมุ่นยึดติดกับกิเลส สิ่งที่ทำต้องทำเพื่อสมาธิและจิต ให้ว่างเปล่า... -
‘พระสังฆราช’ ประทานพระโอวาท เรื่อง’สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ.’
เจ้าพระคุณ “สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระโอวาท แก่บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าด้วย “สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ.” คนได้รับเกียรติ ได้รับชื่อเสียง ก็เพราะความสัตย์
วันอาทิตย์ ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังห้องประชุมอาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในพิธีประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ส่วนกลาง, วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๖๐
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า “การดำเนินชีวิตไม่ว่าในฐานะใดๆ และการทำงานทุกอย่างไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ‘ความจริง’ เป็นคุณสมบัติอันสำคัญยิ่งที่จะทำให้ชีวิตและการงานสามารถบรรลุผลที่ปรารถนา ความจริงนี้ในทางพระพุทธศาสนาใช้คำว่า ‘สัจจะ’ หรือ ‘สัตยะ’ บางครั้งอาจเรียกว่าความซื่อตรงก็ได้
ความมีสัจจะ คือ การแสดงออกด้วยการประพฤติตนในทางเที่ยงตรง เป็นคนจริงตามสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นของแท้ ไม่เป็นอย่างอื่นทางใจ ประกอบด้วย จริงใจ... -
ธรรมะคือลมหายใจ!! "ถ้ามีเวลาหายใจก็ต้องมีเวลาภาวนา" ข้อคิด หลวงปู่ดูลย์ มอบให้ แม่บ้านงานรัดตัว
กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๖ คณะแม่บ้านมหาดไทยโดยมีคุณหญิงจวบ จิรโรจน์ เป็นหัวหน้าคณะ ได้นำคณะแม่บ้านไปบำเพ็ญสังคมสงเคราะห์ทางภาคอีสาน และได้ถือโอกาสแวะนมัสการ "หลวงปู่ดูลย์ อตุโล"
หลังจากกราบนมัสการถามถึงความสุขสบายของหลวงปู่และรับวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกแล้วก็พากันรีบออกมาเพราะเห็นว่าท่านไม่ค่อยสบาย
แต่ยังเหลือสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่ใช้โอกาสนี้เรียนหลวงปู่ว่า
"ดิฉันขอของดีจากหลวงปู่ด้วยเถอะเจ้าค่ะ"
หลวงปู่จึงเจริญพรว่า
"ของดีก็ต้องภาวนาเอาจึงจะได้ ... เมื่อภาวนาแล้ว ใจก็สงบ กาย-วาจาก็สงบ แล้วกายก็ดี วาจา-ใจก็ดี เราก็อยู่ดีมีสุขเท่านั้นเอง"
"ดิฉันมีภาระมาก... ไม่มีเวลาจะนั่งภาวนาได้ งานราชการเดี๋ยวนี้รัดตัวมากเหลือเกิน... จะมีเวลาที่ไหนมาภาวนาได้คะ!"
หลวงปู่จึงตอบอธิบายให้ฟังว่า
"การภาวนาต้องกำหนดดูที่ลมหายใจ ... ถ้ามีเวลาสำหรับหายใจก็ต้องมีเวลาสำหรับภาวนา!!"
ที่มา : หนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้ - บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา" ของพระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล) -
บุญชายผ้าเหลืองลูกชาย (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
.....
บุญชายผ้าเหลืองลูกชาย ..หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ตัวอย่างในพระสูตรที่มีมาในเรื่องของ เณรสุบิน
ท่านกล่าวว่า เณรสุบินคนนี้ปรากฏว่า บิดามารดาเป็นพราน
แต่ว่าลูกชายมีจิตเลื่อมใสในศาสนา
ขององค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มีคติไม่ตรงกัน
พ่อชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แม่ก็มีอารมณ์จิตเหมือนกันพ่อ
แต่ว่าสำหรับลูกชายกลับเป็นคนที่มีจิตน้อมไปในกุศล ในพระพุทธศาสนา
หนีพ่อหนีแม่ไปบรรพชาเป็นสามเณร
เป็นอันว่าพ่อแม่สามเณรไม่มีโอกาสจะพบกัน
ต่อมาเมื่อกาลเวลาเข้ามาถึง
พ่อและแม่ก็ตายจากความเป็นคน
ด้วยอำนาจกรรมที่เป็นอกุศล พระยายมก็สั่งคนมาเชิญไปเป็นแขกรับเชิญ
คือ เชิญไปในขุมนรก เชิญไปในสำนักพระยายม
ก็สอบสวนตามความเป็นจริงว่า ทำกรรมที่เป็นอกุศลอะไรบ้าง
แกก็รับทุกอย่างว่า ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตตั้งแต่สัตว์เล็กถึงสัตว์ใหญ่
อาศัยกฏของกรรมอันนี้ ก็ปรากฏว่า
ท่านทั้งสองต้องลงนรก เขาจึงนำไป
เมื่อนำไปแล้ว ตามธรรมดาสัตว์นรกที่มีกรรมที่เป็นอกุศลทั้งหมด
เมื่อเข้าเขตของนรกแล้วก็ต้องลงขุมได้ทันที
แต่ว่าบิดาและมารดาของสามเณรนี้ลงไม่ได้
นายนิรยบาลจึงจับโยนลงไปเข้าขุมนรก
ก็ปรากฏว่า มีหวายใหญ่มารองรับ...
หน้า 343 ของ 440