คลังเรื่องเด่น
-
ถ้าอาชีพที่ทำอยู่ขวางต่อการปฏิบัติพระท่านแนะนำดังนี้…
ถ้าอาชีพที่ทำอยู่ขวางต่อการปฏิบัติพระท่านแนะนำดังนี้…
“… ถ้าเราเป็นคนฉลาดสักหน่อยหนึ่ง ก็คิดว่าขึ้นชื่อบาปเราเว้นไม่ได้
บาปบางอย่างบรรดาท่านพุทธบริษัทบางคนเว้นไม่ได้ นั่นคือบุคคลที่ปลูกต้นไม้ ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร ย่อมซื้อยาฆ่าแมลงฆ่าสัตว์ อันนี้มีความจำเป็น พระก็เห็นใจคน คนก็เห็นใจพระ ในเมื่อมีความจำเป็นอย่างนี้ ทำอย่างไรถ้าเราไม่หาสิ่งที่มาแก้ มาค้าน มันก็ไปอบายภูมิก่อนแน่เราก็ต้องหาทาง แก้ในสิ่งที่ง่าย ๆ คือ
….หนึ่งศีล จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ทุกข้อ เรารักษาไม่ได้ แต่ว่าข้อใดที่รักษาได้ก็ทรงให้มั่นคง
….ประการที่สอง พระพุทธเจ้ายึดไว้เป็นอารมณ์นี่เป็นสำคัญมาก อย่าทิ้งพระพุทธเจ้า นึกถึงพระพุทธเจ้าทุกวันทุกคืน พอตื่นขึ้นมาเช้านึกถึงท่านสัก ๕ นาที หรือ ๑๐ นาที ก็พอ ให้แน่นอน เวลาจะหลับนึกถึงพระพุทธเจ้าสัก ๔ – ๕ นาที ก็พอ เอาให้แน่นอนเป็นประจำ หรือว่าบุคคลใดอยู่บ้านชอบบูชาพระ บูชาพระนี่เป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยเป็นการ เข้าถึงไตรสรณคมน์ที่พึ่ง ๓ ประการ คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์
…ก็มีตัวอย่าง หลายคนที่ตายไปแล้ว เมื่อต้องการอยากจะทราบว่า เวลานี้
เขาไปไหนก็เชิญเขามา... -
การนำของสงฆ์ไปเป็นทรัพย์ส่วนตัวนั้นต้องระวัง (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
“… การนำของสงฆ์ไปเป็นทรัพย์ส่วนตัวนั้นต้องระวัง แม้แต่เศษกระเบื้องแตก ๆ เล็ก ๆ ชิ้นเดียวหรือดอกไม้เล็ก ๆ ชิ้นเดียว ใบไม้ที่ไร้ค่าจริง ๆ แล้วใบเดียว ท่านนำไปโดยที่สงฆ์ไม่ได้อนุญาต
ก็ถือว่าเป็นการขโมยของสงฆ์ ผลที่จะพึงได้รับก็คือ อเวจีมหานรก
….ฉะนั้น ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกคน ถ้าเป็นลูกเป็นหลานพระ เป็นญาติของพระเป็นผู้ที่รับมรดกจากพระ เมื่อพระตายแล้ว บอกให้พระที่มีส่วนสำคัญของท่านมอบเสียก่อนตาย ถ้ายังไม่
สามารถจะยกให้ไปได้ ให้ทำพินัยกรรม แล้วก็มีฆราวาสและมีพระเป็นพยาน ว่าของส่วนนี้เมื่อท่านตายไปแล้วเป็นสมบัติที่บุคคลนั้นจะพึงได้ บุคคลนี้จะพึงได้ ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ถ้าพระตายไปก่อนแล้วท่านนำเอาไปบ้านของท่าน..
…อย่าลืมว่าโทษลักของสงฆ์ เป็นของไม่เล็กเลย ความจริงเราได้มาเราก็ตาย เราไม่ได้มาเราก็ตาย ทางที่ดีก็ควรจะตายแบบประเภทที่เรียกว่าไปอยู่ในแดนที่มีความสุขดีกว่า ถ้านำของสงฆ์ไปอย่างน้อยท่านก็ลงอเวจีแน่นอน ไม่มีทางพ้น
….ที่นี้ของที่จะพึงรับได้ก็ต้องดูว่า ของที่พระท่านให้ว่าเป็นทรัพย์สินมาจากอะไร เป็นทรัพย์สินดั้งเดิมจากฆราวาสหรือว่าเขาถวายเมื่อสมัยเป็นพระ... -
อาการของอุปจารสมาธิ และอาการของฌาน ที่ ๑ , ๒, ๓ ,๔ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
อาการของอุปจารสมาธิ และอาการของฌาน ที่ ๑ , ๒, ๓ ,๔
โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
……อาการและอารมณ์ของอุปจารสมาธิ…..
“….อาการของอุปจารสมาธิคือ ปีติได้แก่อารมณ์ความอิ่มใจเมื่อทำมาถึงตอนนี้อารมณ์จะชุ่มชื่นมาก อารมณ์สะอาดเยือกเย็น มีความเป็นสุขอย่างยอดเยี่ยม ไม่เคยพบความสุขอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต ตอนนี้เวลาภาวนาลมหายใจจะเบากว่าปกติมาก อารมณ์เป็นสุขร่างกายของนักปฏิบัติที่เข้าถึงระดับนี้ ผิวหนังจะนวลขึ้นเพราะอารมณ์ที่มีความสุขแต่อาการทางร่างกายนี่สิที่ทำให้นักปฏิบัติตกใจกันมากนั่นก็คือ
….๑. อาการขนลุกซู่ซ่า เมื่อเกิดอาการอย่างนี้หรืออย่างอื่นที่กล่าวถึงต่อไปจะมีอารมณ์ใจเป็นสุข ขอให้ทุกท่านปล่อยอาการอย่างนั้นไปตามสภาพของร่างกาย จงอย่าสนใจ เมื่อสมาธิสูงขึ้น หรือลดตัวลงต่ำกว่านั้น อาการอย่างนั้นก็จะหมดไปเอง อาการขนลุกพองถ้ามีขึ้นพึงควรภูมิใจว่า เราเข้าถึงอาการของปีติระดับหนึ่งแล้ว อย่ากังวลอาการของร่างกาย ….
….๒. อาการของปีติขั้นที่ ๒ ได้แก่อาการน้ำตาไหล”
…..๓. อาการของปีติขั้นที่ ๓ คือร่างกายโยกโคลง โยกไปข้างหน้าบ้างข้างหลังบ้างบางคราวโยกแรง จนศีรษะใกล้ถึงพื้น….
….๔.... -
ฮือฮา!สังขาร'หลวงพ่อรวย' มรณภาพ100วันไม่เน่าเปื่อย
ฮือฮา!สังขาร'หลวงพ่อรวย' มรณภาพ100วันไม่เน่าเปื่อย | เดลินิวส์
ศิษยานุศิษย์หลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา ตะลึงสังขารหลวงพ่อมรณภาพมา 100 วันไม่เน่าไม่เปื่อย เชื่อผลจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายกรรมฐาน เตรียมเคลื่อนสังขารไว้ในโลงแก้วให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ จันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 17.53 น.
วันนี้ (30 ต.ค.) ที่วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ พระมงคลสิทธาจารย์ หรือหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก อดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วันมรณภาพ พร้อมดำเนินการเปิดโลงที่บรรจุสรีระสังขารหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก เพื่อเปลี่ยนผ้าไตรจีวร โดยมีคณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์ต่างเฝ้ารอดูสรีระสังขารของหลวงพ่อรวย เป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเปิดโลงออกมาแล้ว ปรากฎว่า สรีระสังขารของหลวงพ่อรวยไม่เน่าไม่เปื่อย คล้ายคนนอนหลับ เพียงแต่ผิวจะคล้ำลงไปเท่านั้น สร้างความตื่นตะลึงแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก
นายสมนึก จันทร์ศรีทอง ไวยาวัจกร วัดตะโก กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันครบรอบ 100 วันมรณภาพของหลวงพ่อรวย ทางวัดจึงได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่หลวงพ่อรวย... -
สองวัดสำคัญที่คนไทยต้องไป
วัดบวรนิวเศวิหาร และ วัดราชบพิธ สองพระอารามหลวงที่คนไทยอยากไปมากในห้วงเวลานี้ เพราะอะไร?
เรื่อง : แมงโก้หวาน ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
ในห้วงเวลานี้ถ้าถามความรู้สึกของคนไทยอยากไปวัดไหนมากที่สุด ก็น่าจะเป็น 2 พระอารามหลวงนี้มากที่สุด วัดแรก คือ วัดบวรนิเวศวิหาร อีกวัดคือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งทั้งสองวัดไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะวัดราชบพิธฯ ถือว่าอยู่ใกล้มาก
ทำไมคนไทยถึงอยากไปสองวัดนี้ ทั้งที่หลายๆ คนก็เคยไปมานับครั้งไม่ถ้วน
นั่นเพราะวันที่ 29 ต.ค.จะมีพระราชพิธีอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร ในเวลา 17.30 น.
ขบวนกองทหารม้านำและตามจะอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรสในพระอุโบสถ จากนั้นอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารมายังวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์
เชื่อว่า 29 ต.ค. ปวงพสกนิกรชาวไทยจะเฝ้าชมริ้วขบวนตลอดเส้นทางที่ริ้วขบวนผ่าน... -
การตัดกิเลสครั้งแรกเข้าถึงจุดพระโสดาบัน หรือสกิทาคามี
การตัดกิเลสครั้งแรกเข้าถึงจุดพระโสดาบัน หรือสกิทาคามี
๑. ไม่ลืมความตาย
๒. มีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยความจริงใจ
๓. ถ้าพระโสดาบันขั้นอ่อนมีศีล ๕ บริสุทธิ์ ที่เรียกว่า สัตตขัตตุง ถ้าพระโสดาบัน
ชั้นกลางหรือชั้นสูงก็มีกรรมบถ ๑๐ ครบถ้วน
กรรมบถ ๑๐ บวก ศีล ๕ คือ
๑. ไม่ฆ่าสัตว์
๒. ไม่ลักทรัพย์
๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม
๔. ไม่ดื่มสุราเมรัย นี่ทางกาย
* ไม่พูดปด
* ไม่พูดคำหยาบ
* ไม่พูดส่อเสียด
* ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล นี่ทางวาจา
* จิตใจไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของใครโดยไม่ชอบธรรม
* ความโกรธมีอยู่ แต่ไม่จองล้างจองผลาญ
* และมีอารมณ์ไม่ฝืนคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่ทางใจ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นนักปฏิบัติจริง ก่อนที่จิตจะเข้าถึงพระโสดาบัน ตอนเข้าสู่โคตรภูญาณ คำว่า โคตรภูนี่ อยู่ระหว่างโลกีย์กับโลกุตตระ มันใกล้นิดเดียว เวลานั้นจิตใจจะรักพระนิพพานเป็นอย่างยิ่ง คืออารมณ์ไม่ต้องการอย่างอื่น ต้องการอย่างเดียวคือนิพพาน อย่างนี้เป็น โคตรภูญาณ
ถ้าอารมณ์เข้าถึงพระโสดาบันจริง ๆ คำว่าธรรมดาย่อมเกิดกับใจ อารมณ์อ่อนลง ความรักในระหว่างเพศก็อ่อนลง ยังมีความร่ำรวยก็ยังมี... -
'อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ' องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราไม่ประมาท
วันนี้วันพระตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีมะเมีย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราไม่ประมาท ตามปัจฉิมโอวาทที่องค์สมเด็จพระบรมโลกนาถตรัสเป็นปัจฉิมวาจา วันใกล้จะปรินิพพาน ตรัสแก่พระอานนท์ว่า
อานันทะ ดูก่อนอานนท์ พระธรรมคำสั่งสอนที่เราสอนพวกเธอนั้น ย่อมรวมอยู่ในความไม่ประมาท แล้วองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ ตรัสว่า อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
นี่เป็นอันว่า พระพุทธเจ้าสอนให้เราไม่ประมาทในการที่จะละความชั่ว หมายความว่า จงอย่าคิดว่านี่เราไม่ชั่ว พระบาลีที่องค์สมเด็จพระชินศรีสอนไว้บอกว่า อัตตนา โจทยัตตานัง จงเตือนตนด้วยตนเอง นี่ก็หมายถึงว่าพระองค์ไม่ให้เราประมาท จงมองดูความชั่ว มองดูความผิด มองดูความเสียหายของตนเองไว้เป็นปกติ
ถ้าเรามองความชั่ว มองความเสียหายของตัวไว้แล้ว เราก็มีจะแต่ความดี เราอย่าเป็นคนเข้าข้างตัว เอาพระวินัยมากาง เอาธรรมะมากางเข้าไว้ ดูพระวินัย ดูธรรมะว่าอะไรมันผิดบ้าง แม้แต่นิดหนึ่งก็ต้องตำหนิ เหมือนกับผ้าขาวทั้งผืน มีจุดดำอยู่จุดหนึ่ง ก็ชื่อว่าทำผ้าขาวนั้นให้สิ้นราคา... -
สำเร็จด้วยใจ (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
สำเร็จด้วยใจ
ถาม : อย่างของคู่บุญของพระโพธิสัตว์ที่ว่ากำเนิดมาพร้อมกับตัวท่านนี่ แล้วคนอื่นไปฆ่าท่านแล้วเอามาเป็นของขลังนี่มันจะมีผลหรือครับ ?
ตอบ : พูดง่าย ๆ ถ้าหากว่าไปฆ่าเอามาไม่น่าจะมี แต่ว่าของพวกนี้ถึงวาระถึงอายุขัยของเขาก็จะต้องทิ้ง ในเมื่อทิ้งอยู่คนรุ่นหลังที่เอาไปด้วยความศรัทธาเลื่อมใส...ใช่มั้ย ? สิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านทำมาในลักษณะ พุทโธ อัปปมาโณ คุณที่ไม่สามารถจะประมาณได้ก็แผ่ปกลงมาถึงเราด้วย ของเราเองถ้าหากว่าเราไปยึดถือเลื่อมใสในสิ่งนั้น ๆ ก็มีผลเหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ใจของเรา เป็นมโนมยา คือสำเร็จด้วยใจ คือใจของเราไปยึดก็ทำให้มีผล
แบบเดียวกับที่เขาว่า ไปออกรบอมพระเอาไว้แล้วพระหลุดออกจากปาเขียดตัวนั้นซวยจริง ๆ ก ไปคว้าเอาลูกเขียดมาใส่ปากแทน พอลูกเขียดดิ้นก็ได้ใจ หลวงพ่อไม่ต้องช่วย..ผมเองก็ได้ พอรบชนะเสร็จคายออกมา ลูกเขียดตายแหงแก๋ไปแล้ว อมนานไปหน่อย นั่นแหละก็คือตัวมโนมยา สำเร็จด้วยใจ กำลังใจของตัวเองเกินครึ่งไปแล้วนี่
ถึงได้ว่าวัตถุมงคลทุกอย่างที่ทำมา ถ้าถูกต้องตามพิธีกรรม ก็เหมือนกับเครื่องส่ง เครื่องส่ง ๆ พลังงานเต็มที่แล้ว... -
โกรธได้…แต่อย่าไปผูกโกรธ
โกรธได้…แต่อย่าไปผูกโกรธ
ถาม : เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วโดนเตะแขนซะเต็มที่ ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไรดี ?
ตอบ : ให้คิดพิจารณาอย่าง พระปุณณะเถระ โดนเตะแขนดีกว่าโดนเตะก้านคอ …(หัวเราะ)… พระปุณณะเถระท่านเป็นคนเมืองสุนาปะรันตะปะ ที่ชื่อว่าเป็นเมืองของคนดุร้าย เมื่อท่านบรรลุธรรมแล้วก็กราบทูลขออนุญาตพระพุทธเจ้า เพื่อไปโปรดคนในเขตของท่าน
ก่อนไปพระพุทธเจ้าก็ตรัสถามท่านว่า “คนเขาด่า เธอจะว่าอย่างไร ?”
พระปุณณะเถระท่านตอบว่า “เขาด่าก็ดีกว่าเขาตีพระเจ้าข้า”
พระพุทธเจ้าท่านตรัสถามต่อไปว่า “ถ้าหากคนเขาตี ?”
พระปุณณะเถระท่านตอบว่า “ถ้าคนเขาตีก็ดีกว่าเขาฆ่าพระเจ้าข้า”
พระพุทธเจ้าท่านตรัสถามต่อว่า “แล้วถ้าหากคนเขาฆ่าเธอล่ะ ?”
พระปุณณะเถระท่านตอบว่า “ถ้าหากคนเขาฆ่าก็ถือว่าเป็นความกรุณาพระเจ้าข้า เพราะข้าพระพุทธเจ้าก็ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้ว”
พระพุทธเจ้าท่านถึงได้สาธุการให้ และบอกว่า “ถ้าเธอคิดอย่างนี้ก็ไปได้” ของเราก็ทำในลักษณะเดียวกัน เขาเตะแขนดีกว่าโดนเตะก้านคอ
ถาม : จะต้องเห็น จะต้องเจอกันอยู่ทุกวัน ก็เลยลงบันทึกประจำวันไว้นิดหนึ่ง ?
ตอบ : แบบนั้นจะเป็นการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง สมควรที่จะทำ... -
บาปไล่ไม่ทัน..เคราะห์ยังไม่เกิด
บาปไล่ไม่ทัน..เคราะห์ยังไม่เกิด
ถาม : เรื่องของการสวดมนต์ อย่างในหนังสือสวดมนต์ที่เขาบอกกันว่า พระคาถาอาการวัตตาสูตร สำหรับผู้ที่ชะตาขาด สวดครั้งหนึ่งหมดเคราะห์ไป ๔ เดือน อย่างนี้..จริงเท็จเป็นประการใด ?
ตอบ : ก็ต้องดูว่าสวดเป็นไหม ? ถ้าหากว่าสวดเป็น กำลังใจทรงตัวจริง ๆ อาจจะมากกว่า ๔ เดือนก็ได้ ถ้าหากว่าสวดสักแต่ว่าให้จบ ๆ ไปดีไม่ดี ๔ วันยังไม่ได้เลย..!
ขึ้นอยู่กับคุณภาพของใจของเราตอนนั้น ถ้าคุณภาพของใจของเราขึ้นถึงสูงสุด เป็นต้นว่า..ยกจิตไปสวดถวายพระบนพระนิพพานเลย แบบนี้ตัวบุญก็จะมาก ตัวบุญที่มากกำลังก็สูง ก็จะทำให้ห่างบาปออกไป บาปไล่ไม่ทัน ในเมื่อบาปไล่ไม่ทัน ผลของบาปที่เราเรียกว่าเคราะห์ ก็ไม่เกิดกับเรา ถ้ายิ่งทำบ่อย ๆ ยิ่งดี ไม่ใช่สวดทีแล้วเว้นไป ๔ เดือน เดี๋ยวก็โดนไป ๓ เดือนครึ่ง..!
ถาม : เรื่องของอานิสงส์ของคาถา อย่างที่เขาระบุไว้ จริงอย่างที่เขาระบุไว้หรือเปล่า ?
ตอบ : ถ้ากำลังใจของเรายึดมั่นจริง ๆ ก็จะเป็นไปตามนั้น ผลของคาถาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพใจของเรา
ใจยิ่งมีสมาธิสูงเท่าไร ผลของคาถาก็ยิ่งเกิดมากเท่านั้น แต่จะเกิดในลักษณะมโนมยา สำเร็จด้วยใจ คือเราคิดให้เป็นอย่างนั้น... -
๓๐ตค.ครบ ๒๕ ปีหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ พระที่ในหลวง ร.๙ ทรงอุปถัมภ์
๓๐ตค.ครบ ๒๕ ปีหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เผยชื่อพระอริยะชื่อดัง ทั้ง ๖ รูปในไทยที่ต่างรับรองคุณธรรมของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ...พระที่ในหลวง ร.๙ ทรงอุปถัมภ์
ในบรรดาพระอริยสงฆ์หลายองค์ บางรูปมีคำกล่าวว่าได้บรรลุซึ่งอรหันต์แล้วก็มีนั้น ได้เคยกล่าวไว้ว่า “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ(พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เป็นพระอริยสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์” ได้มีการบันทึกถึงคำกล่าวเหล่านั้นไว้ โดยขอรวบรวมมาแค่เท่าที่รวบรวมได้ดังนี้
๑.หลวงปู่ดู่ กล่าวถึง หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
ท่านมหาวีระ ท่านมีบารมีสูง มีข้างบนเป็นกำลังหนุน เป็นอาจารย์ใหญ่สอน คนได้จำนวนมาก ข้าขอโมทนา พวกแกเกิดมาพบพระอรหันต์ ที่มีบารมีสูง อย่าให้เสียทีที่ได้พบ เอาสิ่งที่ตนปฏิบัติได้(ญาณ) มาอบรมตนเอง
๒.หลวงปู่ดาบส สุมโณ พูดถึงหลวงพ่อฤๅษีฯ ว่า
"พระคุณเจ้าองค์นั้นเป็นอรหันต์องค์เอกองค์หนึ่งของโลกในปลายศาสนา ๕๐๐๐ ปี จะหาใครสอนเสมอเหมือนพระคุณท่านหาไม่ได้แล้ว พระคุณท่านองค์นั้นสอนได้คล้ายพระพุทธเจ้าสอน เพราะท่านปรารถนาพระโพธิญาณ ถ้าท่านไม่ลาพุทธภูมิหักใจเป็นพระอรหันต์สาวกเสียก่อน ท่านเทศน์คราวไร เรา..พวกเรานี้ที่บำเพ็ญบารมีตามท่านมา... -
อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อชาวพุทธในทิเบต
อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อชาวพุทธในทิเบต
กงล้อมนตรา เป็นเครื่องมือสวดมนต์ของชาวทิเบต เชื่อกันว่าหมุนหนึ่งรอบเท่ากับสวดมนต์ได้หนึ่งจบ ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนนับวันเข้ามาแทนที่ พระสงฆ์จะใช้สมาร์ทโฟนจดและท่องคัมภีร์ พุทธศาสนิกชนใช้สมาร์ทโฟนบันทึกภาพพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต คลิปวีดีโอการสวดมนต์แพร่หลายอย่างกว้างขวางผ่านสมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ตนับวันส่งผลต่อชีวิตประจำวันของชาวพุทธในทิเบตมากขึ้น
ขอบคุณที่มา
http://thai.cri.cn/247/2017/09/22/226s258439_1.htm -
ธรรมะจาก Hulk ยักษ์เขียว
ยักษ์ฮัลค์ให้ดูเพลินๆ แต่อย่าโกรธแบบฮัลค์ก็แล้วกัน
เรื่อง : แมงโก้หวาน ภาพ : เอพี-Fb พระศักดา สุนทโร
เชื่อว่าหลายคนคงเคยฟังธรรมะของอาจารย์ศักดา พระศักดา สุนทโร วัดไร่ป่าธรรมภิมุข จ.ตราด
ท่านเป็นพระนักเผยแผ่ธรรมะที่คนฟังแล้วเข้าใจง่ายดี วิธีการเผยแผ่ของท่านจะมีจุดเด่นอยู่ที่การยกอุปมาอุปไมยมาประกอบให้เห็นภาพ ธรรมะที่ยกมาสอนก็เป็นธรรมะง่ายๆ ร่วมสมัย เข้ากับสถานการณ์ ที่สำคัญน้ำเสียงของท่านก็เรียบๆ นุ่มนวล น่าฟัง
ครั้งหนึ่งท่านสอนถึงความโกรธของคนเราแล้วยกเอาฮัลค์ (Hulk) จากภาพยนตร์เรื่อง The Hulk มนุษย์ยักษ์จอมพลัง มาประกอบให้เห็นภาพว่า เวลาที่ฮัลค์โกรธนั้นเป็นอย่างไร และถ้าคนเราโกรธแบบฮัลค์บ่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น
อาการเส้นเลือดสมองแตก เส้นเลือดสมองตีบ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ อาเจียนเป็นเลือด กล้ามเนื้อสมองเกร็ง กล้ามเนื้อร่างกายเสียสมดุล เป็นไปหมดทุกอย่าง
มีสิทธิ์เป็นได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะโกรธแบบแสดงอารมณ์ออกมา หรือโกรธแบบเก็บอารมณ์ไว้ข้างใน ก็มีสภาวะส่งผลถึงกายไม่ต่างกันมากนักหรอก
พระศักดา
พระศักดา บอกว่า อารมณ์ของคนจะมีหลายอย่าง เช่น โกรธ ดีใจ เศร้าใจ กลัว ตกใจ... -
สมเด็จพระวันรัต พระเถระที่หาได้ยากในยุคนี้
โดย…ส.สต
สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นพระเถระที่หาได้ยากในกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะได้รับนิมนต์ให้ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพ หลายครั้งด้วยกัน ทั้งๆ ที่หน้าที่นี้เป็นของสมเด็จพระสังฆราช
ล่าสุด รับนิมนต์นั่งเสลี่ยงกลีบบัว อ่านพระอภิธรรมนำพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2560
การได้รับเกียรติที่หาได้ยาก มิใช่ครั้งแรก หากแต่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่คล้ายคลึงกันนี้หลายครั้งในอดีต เช่น พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 15 พ.ย. 2551 ขณะที่ดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี
พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วันที่ 9 เม.ย. 2555 ซึ่งดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต
ถ้าย้อนไป เมื่อ พ.ศ. 2516... -
“ธ ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม”
ทศพิธราชธรรม ราชธรรม 10 ประการ แห่งองค์อริยราชัน
เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : อภิชาติ จินากุล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2489 พระองค์ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
คำว่า “ครองแผ่นดินโดยธรรม” หมายถึง “ครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม” ความหมายของธรรมะแห่งพระราชา ที่ขอเชิญชวนชาว 40+ใคร่ครวญให้ถึงแก่น
พระพรหมบัณฑิต พระมหาประยูร ธมฺมจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ให้ความหมายของการครองแผ่นดินโดยธรรมไว้อย่างแยบยล เมื่อในคราวประชุมสงฆ์ พระนักเทศน์และนักเผยแผ่ทั่วประเทศ เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะในเรื่องของทาน
“ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแฝงด้วยคติธรรมเป็นเครื่องเตือนใจในเรื่องต่างๆ แก่พสกนิกรตามสถานะและวาระโอกาสอยู่เสมอ ในท้องถิ่นที่ต้องการความรู้ ได้พระราชทานความรู้และตรัสแนะนำในสิ่งอันจะทำประโยชน์มาให้... -
‘ธรรมโอสถ’ ช่วยป้องกันโรคเครียด
ขึ้นชื่อว่าฟังธรรมะย่อมดีต่อสุขภาพ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการให้ยาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทั้งด้านร่างกายและจิตใจ “โรงพยาบาลหัวเฉียว” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟังเทศน์ฟังธรรม จึงได้จัดโครงการธรรมโอสถให้กับผู้ที่สนใจมาตลอดเวลา 8 ปี ครั้งนี้ได้เชิญ พระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาร่วมบรรยายในหัวข้อ “สติ…ก้าวแรกของความสุข” และให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการเรียนรู้ธรรมะต่อกับผู้ปฏิบัติทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคุณตาคุณยายหลายคนที่หันมาดูแลสุขภาพด้วยฟังธรรมและการเจริญสติ เพื่อป้องกันโรคทางกายและจิตควบคู่กันไป
พระครูสิริวิหารการ อธิบายว่า “การฟังธรรมะ” มีประโยชน์กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะคนสูงวัยมักประสบปัญหาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น ความกังวลต่อลูกหลาน หน้าที่การงาน และเครือญาติ ซึ่งหลักของ “ธรรมะ” นั่นคือการพูดถึงความจริง ซึ่งการที่เราเป็นทุกข์เนื่องจากว่าเราไม่ตระหนักถึงความจริงของชีวิต จึงทำให้จิตของเรายึดโยงในสิ่งที่ผิด แต่ถ้าผู้สูงอายุได้ฟังธรรมะที่พระบรรยาย เช่น จากเรื่องเล่าในอดีตของ “พระนางปฏาจาราเถรี”... -
"ของขลังภายนอก ภายใน" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"ของขลังภายนอก ภายใน"
คุณสุภาพ : เหตุผลที่หลวงตาไม่ยอมคืออะไรขอรับ "เหตุผลที่หลวงตาไม่ยอมให้มีเหรียญ" ให้มีอะไรเพื่อเป็นตัวแทนของคนที่นับถือหลวงตา
หลวงตา : เราไม่อยากอธิบายไปมาก "เพราะเวลานี้มันขลังมากเต็มโลกเต็มสงสาร" พูดไปเดี๋ยวไปกระทบคนนั้นกระทบคนนี้ "ไม่อยากเอาธรรมะพระพุทธเจ้ากระทบกระแทกกระทั้นคนนั้นคนนี้" ไม่ค่อยดีละ
ถ้าพูดตามเหตุผลของมันก็คือว่า "การมีของขลังอยู่นอก ๆ ไม่ได้เป็นของขลังอยู่ภายในจิตใจนี้ ไม่เห็นมีอะไรเป็นสาระ ดีไม่ดีทำคนให้ลืมเนื้อลืมตัว" บางรายไปปล้นเขา มีพระห้อยคอไปด้วยก็ยังมี
"เวลาเขาฆ่าตายแล้วพระยังห้อยคออยู่นั่น อย่างนั้นก็มี" มันขลังไปแบบนั้น มันทำให้ลืมเนื้อลืมตัว "ให้ขลังภายในซิ" มี "พุทโธ ธัมโม สังโฆ อยู่ภายในใจ" มีหลักฐานของใจเป็นตัวของตัวอยู่ภายในใจนี้แล้ว "นี้คือเครื่องระลึก" ระลึกอยู่ที่นี้แล้ว .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=1381&CatID=2 -
ชื่นชมพระฉายาลักษณ์ พระอิริยาบถของเจ้าชายน้อยแห่งภูฏาน
30 ตุลาคม 2560 | โดย ภาพจากเฟสบุ๊ก His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck
ชื่นชมพระฉายาลักษณ์เจ้าชายน้อยแห่งภูฏาน ที่พสกนิกรชาวภูฏานหลงรัก
หลังจากที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร สร้างความซาบซึ้งใจให้กับพสกนิกรชาวไทย
วันนี้ (30 ตุลาคม 2560) จึงขอนำพระบรมฉายาลักษณ์ครอบครัวแสนอบอุ่นของกษัตริย์จิกมี พร้อมด้วยพระราชโอรสองค์แรก “เจ้าชายเกลเซย์ จิกมี นัมเกล วังชุก” เจ้าชายน้อยแห่งภูฏาน ประสูติเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงมีพระราชดำรัสถึงที่มาในการตั้งพระนามเจ้าชายน้อยแห่งภูฏานว่า เจ้าชายไม่ได้เป็นเพียงโอรสของพระราชาและพระราชินีเท่านั้น แต่ยังเป็นบุตรของประชาชนชาวภูฏานทุกคนด้วย หลังจากที่ได้ใคร่ครวญมาอย่างดี ข้าพเจ้าจึงขอตั้งชื่อให้เขาว่า “จิกมี นัมเกล วังชุก”
โดย “จิกมี” หมายถึงความกล้าหาญปราศจากความกลัว “นัมเกล” คือ... -
สิบชาติก่อนเป็นพระพุทธเจ้า ตอน สุวรรณสามผู้มากด้วยเมตตาบารมี
สิบชาติก่อนเป็นพระพุทธเจ้า ตอน สุวรรณสามผู้มากด้วยเมตตาบารมี
ครั้งหนึ่ง มีสหายสองคนรักใคร่กันมากต่างก็ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงกันไปมาหาสู่กันอยู่เสมอทั้งสองคนตั้งใจว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งมีลูกสาวอีกฝ่ายหนึ่งมีลูกชายก็จะให้แต่งงานเพื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายจะได้ผูกพันใกล้ชิดกันไม่มีเสื่อมคลาย อยู่ต่อมาฝ่ายหนึ่งก็มีลูกชายชื่อว่า ทุกูลกุมาร อีกฝ่ายหนึ่งมีลูกสาวชื่อว่า ปาริกากุมารี เด็กทั้งสองมีรูปร่างหน่าตางดงาม สติปัญญาฉลาดเฉลียว และมีจิตใจมั่นอยู่ในศีล
เมื่อเติบโตขึ้นพ่อแม่ของทั้งสองก็ตกลงจะทำตามที่เคยตั้งใจไว้ คือให้ลูกของทั้งสองบ้านได้แต่งงานกัน แต่ทั้งทุกูลกุมารและปาริกากุมารีต่างบอกกับพ่อแม่ของตนว่าไม่ต้องการแต่งงานกัน แม้จะรู้ดีว่าฝ่ายหนึ่งเป็นคนดี รูปร่างหน้าตางดงาม และเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็กก็ตาม
ในที่สุด พ่อแม่ของทั้งสองก็จัดการแต่งงานให้จนได้ แต่แม้ว่าทุกูลและปาริกาจะแต่งงานกันแล้ว ต่างยังคงประพฤติ ปฏิบัติเสมือนเป็นเพื่อนกันตลอดมา ไม่เคยประพฤติต่อกันฉันสามีภรรยายิ่งไปกว่านั้นทั้งสองคนมีความปราถนาตรงกัน... -
“ทำจิตให้เหมือนธรรมชาติ”หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต
“ทำจิตให้เหมือนธรรมชาติ”
(กิจวัตรช่วงอยู่กับพระอาจารย์ชอบ ฐานสโม)
พระอาจารย์บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต ไปอยู่จำพรรษากับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ครั้งแรก ที่ภูผาแด่น อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นั้น ท่านยังเป็นพระบวชใหม่ที่เรียกว่าพระนวกะอยู่ เพราะเพิ่งบวชได้ ๔ พรรษา
พระอาจารย์ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า
ในปีนั้น อากาศหนาว ความจริงสภาพชีวิตเคยได้สัมผัสกับความหนาวจากประเทศทางยุโรปมาแล้ว แต่ครั้งนั้นอุปกรณ์กันหนาวดูครบครัน ครั้งนี้ แม้อากาศจะหนาวไม่เท่ายุโรป แต่อาศัยจีวร อังสะ บางๆ แค่นั้น ก็ย่อมสะท้านเข้าไปถึงจิตใจ นอกจากความหนาวแล้ว ยังมีน้ำค้างพรั่งพรมส่งเสริมความชื้นเยือกเย็นเข้าไปอีก
กิจวัตรของอาตมาต้องปรนนิบัติหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
อากาศหนาวแค่ไหนก็ตาม ก่อนสว่างอาตมาจะต้องต้มน้ำ ดังนั้นจะต้องก่อไฟเสียก่อน เวลาทำงานจะต้องเงียบนะไม่มีเสียงเลย
การไปหาฟืนมาสำรองไว้นั้น ทำเวลากลางคืน บนเขาน่ะมันมืดมากนะโยม หาฟืนน่ะต้องค่อยๆ คลำหา แล้วก็เก็บมารวมไว้ ได้มาแล้วต้องมาผ่าไม้ฟืน ตักน้ำถวาย ถังน้ำเป็นสังกะสีต้องเงียบไม่กระทบให้ดัง ต้องมีสติระวังตัวไม่เผลอ
อาตมาต้มน้ำ-ก่อไฟเสร็จ ก็พอดีใกล้สว่าง... -
เราโกรธเขา เราไม่ดีแล้ว : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
เราโกรธเขา เราไม่ดีแล้ว : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
อันนี้เรื่องของเครื่องผูกพันเรื่องไม่ให้ทำดีไป ไม่ให้ทำดีล่วงไปได้ เรียกว่า มาร ให้น้อมเข้ามาถึงตัวของเรานี่ เห็นตัวของเรานี่แหละ อยู่ที่ตัวของเราทั้งนั้นน่ะ
อย่าง “เกลียดคนอื่นโกรธคนอื่นชังคนอื่น” แล้วว่าเขาหูยอย่างนั้นอย่างนี้อะไรต่างๆ พูดหยาบคายว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ..มันตัวเราไม่ดีอยู่แล้ว มันก็ไม่ดีอย่างนั้น เราโกรธเขาแล้วเราไม่ดีแล้ว เรายังไปว่าเขา อันนั้นมันเป็นอุปสรรคของเรา ไม่ให้เราลุล่วงความดีไปได้
ครั้นหากว่าเราไม่โกรธ คนอื่นจะทำเท่าไร ก็ทำไปเถอะทำอะไร้..ก็ทำไปเถอะ .. เราสบาย เราไม่ต้องโกรธเขา ความโกรธของเขาต่างหาก เราอย่าไปชิงเอาความโกรธของเขามาเป็นของเรา ไปชิงเอาความไม่ดีของเขามาเป็นความไม่ดีของเรา มันก็เป็นมารของเราล่ะซี่
พระพุทธเจ้าจึงว่า “ยินดีพอใจในวิสัยของมาร” ท่านว่าอย่างนั้น ยินดียังไง เช่นความโกรธนี่แหละ โกรธนั้นเป็นมารแล้วไปยินดีกับความโกรธ พอใจในความโกรธอันนั้น อยากโกรธเขานั่นน่ะ นั่นแหละเขาเรียกว่า ยินดีกับกิเลสของมาร เราไปพอใจไปยินดีกับเขา เราเลยโกรธเขา อันนี้เรื่องยินดีกับวิสัยของมารแล้วครานี้
…... -
เนกขัมมบารมี เหตุที่หลวงปู่คำคะนิงได้ออกบวช
เรื่อง “เนกขัมมบารมี เหตุที่หลวงปู่คำคะนิงได้ออกบวช”
(ประวัติ หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี) ตอนที่ ๑
(วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี)
นามเดิม : คำคะนิง
เกิด : ที่บ้านหนองบัว แขวงคำม่วน ประเทศลาว
เมื่อวันพุธ เดือน ๔ ปีกุน พ.ศ ๒๔๓๗
โยมบิดามารดา : ชื่อนายดิน ทะโนราช และนางนุ่น
หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ก่อนจะบวชเป็นพระภิกษุ
ท่านเคยเป็นฤาษีชีไพรมาก่อน ๑๕ ปี
บรรพชา : เมื่ออายุได้ ๑๘ ปี บวชได้ ๙ วัน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดาที่ตายไป หลังจากนั้นพบครบก็ต้องลาสึก แม้ว่าอยากจะบวชต่อเพียงไรแต่เพราะมีหน้าที่ความจำเป็นต้องเลี้ยงดูครอบครัว (ท่านแต่งงานเมื่ออายุ ๑๘ ปี มีบุตร ๒ คน ) แต่ท่านก็ยังยึดมั่นในการปฏิบัติธรรมโดยการทำงานหาเงินให้เมียกับลูกตอนกลางวัน พอกลางคืนท่านก็ไปนอนที่วัด ถือศีลปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรภาวนาไม่กลับไปอยู่ที่บ้าน เพียงดูแลลูกและเมียไม่ให้อดอยาก ทำเช่นนี้จนภรรยาทนไม่ได้ที่เห็นสามีปฏิบัติตัวแบบนี้ จึงอนุญาตให้หลวงปู่บวชได้ตามใจปรารถนา เมื่อเป็นดังนั้นท่านจึงกลับไปวัดที่ตนเคยบวชเณรอีกครั้ง เพื่อพักอาศัยปฏิบัติธรรม อยู่ต่อมาได้ไม่นานท่านก็ได้เพื่อนสหมิกธรรมร่วมอีกสองคน... -
“ฌานจริง ฌานหลอก” (บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน)
ฌานจริง ฌานหลอก บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
“..คำว่าเป็นฌานให้สังเกตตามนี้ ถ้าฌานเฉพาะเวลานั่งสมาธิน่ะ ไม่จริง ไม่ใช่ฌานจริง
เขาเรียกว่า ฌานหลอก
ถ้าฌานจริงๆ ต้องเป็นอย่างนี้ ถึงเวลานี้เราเคยบูชาพระ ถ้าเวลานั้นไม่ได้บูชาพระ เราไม่สบายใจ ต้องบูชาพระ ถ้าไม่มีพระจะบูชาก็นึกในใจนึกบูชาเอาเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ถือว่าจิตมีฌานในการบูชาพระ
การบูชาพระมีอะไรบ้าง
๑. พุทธานุสสติใช่ไหม นึกถึงพระพุทธเจ้า
๒. ธัมมานุสสติ นึกถึงคำสวดมนต์นี่เป็นธรรมะ
๓. สังฆานุสสติ นึกถึงพระสงฆ์ที่เราชอบใจ
ก็รวมความว่า ในเมื่อจิตมันทรงตัวแบบนี้ เป็นอนุสสติแบบนี้ ถ้านึกอยู่เสมอว่า ถ้าถึงเวลา ถ้า
เราไม่ได้ทำ ใจไม่สบายนี่ ละฌานแท้…”
จาก โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม ๔ หน้า ๗๙ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน -
นินทา สรรเสริญ (บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน)
นินทา สรรเสริญ
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเขานั่งนินทา หรือว่ามีคนมาบอกข่าว เราก็นั่งดูใจ
พิจารณาใจของเราว่าเราโกรธคนนินทาไหม ถ้าเรามีความรู้สึกโกรธก็จงทราบได้ว่านี่เรายัง
ไกลพระนิพพานอยู่ เรียกว่าเรายังแพ้กิเลส เรียกว่าการนินทาเป็นการสอบจิตนี่เป็นของดี
ถ้าหากว่าเราได้ยินเขาสรรเสริญว่าเราดีแบบนั้น เราดีแบบนี้ เราดีใจไหม ถ้าหากว่าเราดีใจ ก็จง
ทราบไว้ว่ากำลังใจของเรานี่ใช้ไม่ได้ เป็นทาสของกิเลสเสียแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่าองค์สมเด็จพระประทีปแก้วบอกว่าให้เราโยนทิ้งไป นี่เราจะมาเก็บนินทาและสรรเสริญไว้เพื่อประโยชน์อันใด
จากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ฉบับที่ ๔๐๕ หน้า ๓๔
โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ที่มา บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน -
อาหารเรปฎิกูลสัญญา (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
อาหารเรปฎิกูลสัญญา
ผู้ถาม กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกมีความถนัดและพิจารณา “อาหารเรปฎิกูลสัญญา” เป็นประจำ ก่อนทานอาหารทุกครั้งต้องพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงค่อยรับประทาน ตอนพิจารณาก็เห็นเป็นซากสกปรก เลอะเทอะสะอิดสะเอียนมาก พาลทำให้กินไม่ได้ผ่ายผอมลงทุกวัน ๆ จึงใคร่ถามหลวงพ่อว่า วิธีพิจารณาฉบับของหลวงพ่อ บริโภคได้โดยไม่สะอิดสะเอียนนั้น หลวงพ่อพิจารณาแบบไหนเจ้าคะ ?
หลวงพ่อ พิจารณาเป็น “อาหาเรปฎิกูลสัญญา” แล้วนะ ต่อไปฉันก็ภาวนา “กินหนอ ๆ” มันเลอะเทอะกูกินก็มึง กูจะกินเสียอย่าง คือพิจารณาเป็น “ อาหาเรปฎิกูลสัญญา ” คือของทุกอย่างเกิดจากของสกปรก มีความสกปรก อาหารของสัตว์ก็สกปรก ร่างกายของสัตว์ก็สกปรก แต่ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ร่างกายของเราก็สกปรก เมื่อของสกปรกกับสกปรกอยู่ด้วยกันก็ช่างมันปะไร ถืออุเบกขา กินดะเลย คือ ว่าอย่าเห็นเฉพาะเวลานั้นซิ เวลานั้นเขาพิจารณาให้เห็น ไห้เกิดเป็น “ นิพพิทาญาณ”
“นิพพิทาญาณ” หมายถึง ความเบื่อหน่าย เห็นร่างกายสกปรก หลังจากนั้นต้องใช้ พิจารณาแบบนั้นต้องใช้ “ สังขารุเปกขาญาณ ” เข้าควบคุม อารมณ์ใจวางเฉย มันสกปรกแล้วก็ไม่เป็นไร... -
พระโพธิสัตว์ที่ทรงเคียงข้างคนไทยเสมอ ..ไม่หวั่นภัยที่มุ่งชีวิต
อยู่เคียงข้างคนไทย "พ่อหลวง" เคยถูกลอบวางระเบิด รับสั่งกับปชช. "หากจะต้องตายก็ขอตายด้วยกัน"
เฟซบุ๊คของผู้ใช้ชื่อ Pimuk Simaroj โพสต์เล่าเรื่อง " คราวหนึ่ง พ่อหลวงของไทยถูกลอบวางระเบิด ที่ยะลา" โดยระบุว่า ในหลวงทรงอยู่เคียงข้างคนไทยเสมอ...ด้วยพระสติที่ตั้งมั่นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในจังหวัดภาคใต้
และเมื่อในวันนั้น .. ในวันที่ 22 กันยายน 2520 เวลา 15.15 น. ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ทรงประทับบนพลับพลาที่ประทับ ซึ่งมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จฯราว 30,000 คน ก็ได้มีราษฏรที่มาเฝ้ารับเสด็จฯไปหยิบไฟแช็คจุดไฟขึ้นมา เป็นเหตุให้ระเบิดลูกแรกเกิดระเบิดขึ้น !!
ราษฏรต่างพากันแตกตื่นและเหยียบกับระเบิดลูกที่สอง ทำให้ระเบิดลูกที่สองเกิดระเบิดขึ้น ระเบิดลูกแรกห่างจากพลับพลาที่ประทับ 60.15 เมตร... -
“ความบริสุทธิ์หลุดพ้น มีค่ากว่าเงินเป็นล้านๆ”(หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก)
เรื่อง “ความบริสุทธิ์หลุดพ้น มีค่ากว่าเงินเป็นล้านล้าน”
(คติธรรม หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก)
หลวงพ่อควักหัวใจออกให้ดูได้เลยว่า หลวงพ่อมีภูมิใจมาก มีความสุขในจิตใจที่ได้ดำรงทรงศาสนาผ่านมาถึงขนาดนี้ ไม่ได้เบียดเบียนใคร ไม่ได้รังแกใคร ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบใคร อยู่อย่างพระของพระพุทธเจ้า ไม่ได้หวังลาภยศสรรเสริญอะไรทั้งหมด ถึงจะได้อะไรมาก็ตาม สักวันก็ต้องทิ้งทั้งหมด เราต้องคิดว่าร่างกายเราก็ต้องทิ้งทั้งหมด แล้วเราจะไปมุ่งหวังอะไร มีแต่มุ่งหวังอรรถธรรมเข้าสู่จิตใจเท่านั้น อรรถธรรม คือความบริสุทธิ์หลุดพ้น ดีกว่าได้อะไรมาทั้งหมด ได้เงินร้อนล้านพันล้าน ถึงจะได้ลาภได้ยศขนาดไหน ผลที่สุดก็แบมือเอาไปด้วยไม่ได้ ให้เราพิจารณาดูว่าเป็นอย่างนั้นไหม
ให้พวกเรานั่งสมาธิ จนจิตใจนิ่งเสียก่อน เมื่อจิตใจออกจากสมาธิแล้วพิจารณาตามสิ่งที่หลวงพ่อบอกกล่าวว่าจริงไหม เว้นแต่เราจะมีกิเลสราคะโทสะโมหะพอกพูนหัวใจมาคิดตามก็อาจจะเข้าข้างกิเลสตัวเองก็ได้ เพราะกิเลสตัวเองอยู่ในหัวใจ ชักเย่อไปชักเย่อมา ผลที่สุดแรงกว่าเก่า ธรรมถูกชักเย่อไปสู้แรงกิเลสในจิตใจไม่ได้ นี่คือกิเลสเป็นผู้นำคิด แต่ถ้าธรรมเป็นผู้นำคิด... -
ประสบการตายแล้วฟื้นของหลวงปู่จันทา
ประสบการตายแล้วฟื้นของหลวงปู่จันทา
สมัยหนึ่ง (ปี 2494) ไปจำพรรษาอยู่ที่บ้านตะเบาะ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีพระจำพรรษาอยู่ด้วยกัน 3 รูป สามเณร 1 รูป และผ้าขาวเฒ่า 1 คน (ผ้าขาวคือฆราวาสผู้รักษาศีล 8 อยู่ที่วัด)
อยู่มาวันหนึ่ง เป็นวันเพ็ญเดือน 10 หลังจากฉันอาหารเช้าแล้ว กลับมาที่กุฏิ เอาผ้าคลุมจะไปฟังธรรม ก็พอดีไข้มาลาเรียมันกำเริบหนักขึ้นสมองล้มลงกับพื้นที่กุฏิซึ่งปูด้วยฟากไม้ไผ่ เณรได้ยินเสียงล้มลง จึงออกมาดูแล้วถามว่า
“ครูบา…เป็นอะไร” (ครูบาเป็นคำเรียกพระที่พรรษาหย่อน 10)
“ไม่รู้…มันมึนตึ๊บ แล้วก็ล้มลงเลย”
เณรก็วิ่งไปบอกญาติโยมว่า
“ครูบาจันทาล้มลงนะ…เป็นอะไรก็ไม่ทราบ”
ทั้งพระและโยมเขาก็เข้ามาดู เอาหมอมาด้วย หมอก็ตรวจดูแล้วบอกว่า เป็นไข้มาลาเรียขึ้นสมองอย่างหนัก อีก 5 นาทีก็จะสิ้นลม
โยมทายกวัดเขาก็ว่า จะเป็นหรือตายอย่างไรก็ตามต้องฉีดยาช่วยเหลือไว้ก่อน
พอฉีดยาเสร็จแล้วไม่นานก็สิ้นลม เมื่อสิ้นลม ดวงจิตนั้นยังไม่ยอมออกจากร่าง ยังห่วงใยเสียดายร่างกายอยู่ ไม่นานมีเพื่อนคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างๆ ร้องบอกว่า
“เพื่อนๆ รีบออกจากเรือนเถอะ ไฟมันจะไหม้ทับหัว”
ก็เลยออกจากร่างมายืนติดกับเพื่อน... -
พระอริยสงฆ์ที่ในหลวงร. ๙ ทรงนิมนต์เข้าไปพระราชวังเพื่อ“ถวายกัมมัฏฐาน”จากบันทึกของพล.ต.อ.วสิษฐ
พระอริยสงฆ์ที่ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงนิมนต์ให้เข้าไปในพระราชวังเพื่อ “ถวายกัมมัฏฐาน” จากบันทึกของพล.ต.อ.วสิษฐ
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เคยกล่าวในหนังสือ”สองธรรมราชา” ตอนหนึ่งไว้ว่า
ในครั้งแรกที่ทราบว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติธรรมก็เป็นตอนที่ผมเข้าไปอยู่ในวัง ในปี ๒๕๑๐ ผมเริ่มเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แต่ตอนนั้นยังปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกวัง ได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อตามเสด็จฯ เวลาเสด็จฯ ไปเยี่ยมตำรวจ ทหาร เป็นบางครั้งบางคราว ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ผมจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายตำรวจประจำ หมายความว่าได้เข้าไปอยู่ในสำนักพระราชวัง พอเข้าไปถึงจึงได้รู้ตั้งแต่ตามเสด็จฯ ทันทีว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติเจริญสมาธิอยู่เสมอ
ความจริงแล้ว ตัวผมเองนั้นก็มีความสนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิก่อนหน้าที่จะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในวัง แต่ว่าไม่มีโอกาสปฏิบัติอย่างจริงจัง ครั้นพอได้เข้าไปอยู่ในวัง เข้าไปได้เห็นว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติ และเห็นนายตำรวจนายทหารหลายๆ ท่านที่รับราชการอยู่ใกล้กัน เขาปฏิบัติกัน เจริญรอยตามพระยุคลบาท พากันฝึกสมาธิอย่างขะมักเขม้น ผมจึงถือปฏิบัติตาม... -
คนรัสเซียพากันฮือฮา แสงลูกกลมประหลาดโผล่อยู่ท้องฟ้า
แสงประหลาดเป็นรูปกลมโผล่อยู่เหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนในเมืองแถบไซบีเรียของรัสเซีย กลายเป็นประเด็นพิศวงในโลกออนไลน์ บ้างเชื่อว่าเป็นสัญญาณของเอเลี่ยน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ช่างภาพชาวรัสเซียสามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์ประหลาดเหนือท้องฟ้า เมื่อปรากฏเห็นเป็นลูกกลมๆ ประหลาดอยู่เหนือท้องฟ้าปะปนไปกับแสงเหนือ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เมื่อภาพดังกล่าวถูกแชร์ในโลกโซเชียลมีเดีย
ภาพดังกล่าวถูกถ่ายเอาไว้โดย นายอเล็กซีย์ ยาคอฟเลค ที่ได้แชร์ภาพนี้เอาไว้ในเพจส่วนตัวของเขา โดยระบุว่าเป็นภาพที่ถ่ายได้ขณะอยู่ใกล้ๆ เมืองนิซนีร์วาตอฟสก์ในแถบไซบีเรีย แสงที่กลายเป็นลูกบอลกลมอย่างประหลาดใจเกิดขึ้นบนฟากฟ้า ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น
ขณะที่ผู้คนในโลกโซเชียลมีเดียก็ยังได้เห็นปรากฏการณ์นี้จากหลายๆ มุมภาพ หลังจากที่ชาวเมืองหลายคนก็ได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน บางมุมมองเห็นเป็นแสงกลมๆ สีขาวคล้ายควันอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน เป็นสิ่งที่แปลกตาและไม่เคยพบเห็นมาก่อน ถึงขั้นร่ำลือว่าเป็นการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หลังจากปรากฏการณ์ประหลาดดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึง...
หน้า 348 ของ 440