คลังเรื่องเด่น
-
พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
วันนี้วันพระตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด (๑๑) ปีระกา
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
เรื่อง..พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
วันนี้ วันทำบุญตักบาตรเทโวฯ โดยประเพณีถือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ คือเป็นวันที่องค์สมเด็จพระทรงธรรม์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงสเทวโลก ลงมาที่ประตู เมืองสังกัสนคร เพลานั้นองค์สมเด็จพระชินวรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนวันเข้าพรรษาสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์ ที่ เมืองสาวัตถี ซึ่งมี พระเจ้าปเสนทิโกศล บรมกษัตริย์เป็นองค์อุปถัมภ์ ในเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์ แล้ว ปรากฏว่าเวลานั้นเป็นเวลาพรรษาที่ ๗ แห่งการบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดามาระลึกถึงพระพุทธมารดา คือ “ท่านสิริมหามายาราชเทวี”
ในเมื่อองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติแล้วได้ ๗ วัน ท่านก็สวรรคต ปรากฏว่าตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดุสิต ก็ในฐานะที่เป็นพุทธมารดา แต่ว่าการเกิดในสถานที่นั้นมิได้เป็นผู้หญิง เป็นเทพบุตรคือเป็นผู้ชาย... -
ปชช.ชื่นชมภาพในหลวง ร.9 ติดฝาผนังพระอุโบสถ วัดอัมพุวราราม
ปชช.ชื่นชมภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดฝาผนัง 89 ภาพ ที่พระอุโบสถวัดอัมพุวราราม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ภายในพระอุโบสถ วัดอัมพุวราราม ตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก จังหวัดแ ซึ่งเป็นพระอุโบสถกาญจนาภิเษก ทรงเสวยสิริราชสมบัติครองราชครบ 50 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประดับภาพติดฝาผนังพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 89 ภาพ
วัดอัมพุวรารามตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ทางทิศเหนือของวัดติดกับวัดไผ่ล้อม มีเนื้อที่ทั้งหมด 9 ไร่ 2 งาน 3 ตารางวา เป็นวัดเก่าแก่อายุในราว 200 ปี ต่อมาชาวมอญได้สร้างพระอุโบสถกาญจนาภิเษก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ไทย และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงดูแลชาวไทยมอญมาอย่างดีโดยตลอด ซึ่งภายในพระอุโบสถได้ประดับภาพติดฝาผนังพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 89 ภาพ แทนจิตรกรรมฝาผนังแบบพระอุโบสถที่พบเห็นกันทั่วไป ซึ่งด้านฝาผนังทิศตะวันออกเป็นภาพวันที่พสกนิกรสูญเสียครั้งใหญ่หลวง ประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างร่ำไห้ระงมกันทั่วทั้งแผ่นดิน... -
สักการะวันสุดท้าย เที่ยงคืนนี้ ปิดกราบบรมศพ24.00น.ตัดแถวงดคิว รัฐบาลวอนประชาชน...
หลั่งไหล – พสกนิกรหลั่งไหลต่อคิวเข้ากราบถวายสักการะพระ บรมศพในหลวง รัชกาล ที่ 9 ท้ายแถวยาวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สำนักพระราชวังกำหนดเปิดให้เข้าถึงเที่ยงคืนของคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค.นี้
กราบพระบรมศพ เที่ยงคืนวันนี้ตัดแถว ห้าม ต่อคิวเพิ่ม รัฐบาลวอนประชาชนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงในพื้นที่ หวังให้ระลึกเมื่อครั้งเสด็จฯเยี่ยมในแต่ละท้องถิ่น แจงปิดถนนในวันพระราชพิธีหลายเส้นทาง
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 336 ที่พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าคิวรอกราบถวายบังคมพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนส่วนใหญ่ได้นำร่มมากางและสวมใส่เสื้อกันฝน แต่หลายรายยืนรอตากฝน เพื่อที่จะได้เข้าไปกราบพระบรมศพก่อนปิดในเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค. โดยท้ายคิวยาวไปจนถึงถนนดินสอ และมีแถวล้นออกมาบริเวณถนนราชดำเนิน กลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงอำนวยความสะดวก เพื่อความปลอดภัย... -
"หลวงตามหาบัว กับหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต"
"หลวงตามหาบัว กับหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต"
" .. ระยะนั้นเป็นพรรษาที่ ๑๖ ในชีวิตการบวชของท่านและเป็นปีที่ ๙ แห่งการออกปฏิบัติกรรมฐาน บนเขาลูกนี้ของคืนเดือนดับแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล "ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓" ด้วยความอดทนพากเพียรพยายามติดต่อสืบเนื่องตลอดมานับแต่เริ่มออกปฏิบัติอย่างเต็มเหนี่ยว รวมเวลาถึง ๙ ปีเต็ม "คืนแห่งความสำเร็จระหว่างกิเลสกับธรรมภายในใจของท่านก็สามารถตัดสินกันลงได้ในเวลา ๕ ทุ่มตรง" ดังนี้ ..
รุ่งเช้า "องค์หลวงตาก็ลงจากวัดดอยธรรมเจดีย์มาถึงวัดป่าสุทธาวาส" เพื่อเข้ากราบบูชาสังเวชนียสถานระลึกบุญคุณหลวงปู่มั่นผู้มีพระคุณสูงสุดของท่าน "และที่วัดป่าสุทธาวาสแห่งนี้เป็นสถานที่แรกที่ท่านเปิดเผยความเสร็จสิ้นกิจทางโลกแก่พระผู้ร่วมบำเพ็ญสมณธรรมมาด้วยกัน" ตั้งแต่ครั้งอยู่กับหลวงปู่มั่น ที่วัดบ้านหนองผือ ดังนี้ ..
"ท่านเพ็งนี้เอง คือผู้ที่เราบอกเป็นคนแรก เมื่อเราพ้นจากสมมุติทั้งปวงแล้ว"
ที่ท่าน "ให้ความเมตตาต่อพระอาจารย์บุญเพ็ง เขมาภิรโต เช่นนี้ก็เนื่องจากติดสอยห้อยตามมานาน" และในระยะที่หลวงปู่มั่นยังมีชีวิตอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือ... -
พรหมวิหาร ๔ (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
วันนี้วันพระตรงกับวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบ (๑๐) ปีระกา
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในธรรม
พรหมวิหาร ๔
ตอนที่ ๑ คุณธรรมที่ทำบุคคลให้เป็นผู้ใหญ่
พรหมวิหารมี ๔ อย่าง คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นหมวดหนึ่งเรียกว่า “พรหมวิหาร ๔”
“พรหม” แปลว่า ประเสริฐ
“วิหาร” แปลว่า ที่อยู่
“พรหมวิหาร ๔” แปลว่า ที่อยู่ของพรหม หรือว่า คุณธรรมที่ทำบุคคลให้เป็นพรหม หรือว่า คุณธรรมที่ทำบุคคลให้เป็นผู้ใหญ่ก็ได้ เพราะอะไร เพราะว่าผู้ใหญ่ต้องเป็นพรหมหรือคนที่เป็นพรหมก็คือผู้ใหญ่
คำว่า “ผู้ใหญ่” ไม่ใช่คนแก่ ไปถืออายุเป็นสำคัญนี้ไม่ได้ ผู้ใหญ่นี้ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ของอายุ ผู้ใหญ่นี้อยู่ในเกณฑ์ของคุณธรรม คือทรง “พรหมวิหาร ๔” แล้วก็ละ “อคติ ๔” นี่เรียกว่าผู้ใหญ่
“พรหมวิหาร ๔” มี เมตตา ความรักๆ เสมอกัน กรุณา มีความสงสารๆ เสมอกัน มุทิตา ไม่อิจฉาริษยาเมื่อคนทุกคนหรือใครคนใดคนหนึ่งได้ดี เรายินดีกับความดีของบุคคลนั้น อุเบกขา ถ้าสิ่งใดเกินวิสัยเกิดขึ้นถ้าปราก”ฏ ก็เป็นอันว่าเราวางเฉย เพราะมันเป็นสิ่งเกินวิสัย นี่ไม่ยาก…
นี่ผู้ใหญ่ก็ต้องทรงคุณธรรม ๔ ประการ แล้วก็ต้องเว้นความเลว ๔ ประการ คือ “อคติ” แปลว่า ลำเอียง... -
หนุ่มอินโดฯเปิดสังเวียนสู้ชนะเจ้างูยักษ์ แต่ทิ้งรอยกัดเลือดสาด
เว็บไซต์ Dailymail รายงานว่าโรเบิร์ต นาบาบัน รปภ.หนุ่มอินโดนีเซียวัย 37 ปี เจอเหตุระทึกขณะขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางกลับบ้าน เมื่อพบคนเดินเท้า 2 รายที่กำลังข้ามถนน แต่กลับถูกงูขนาดใหญ่ประมาณ 23 ฟุต หรือราว 7 เมตรกีดขวางเส้นทาง ทันใดนั้นเขาจึงแสดงความกล้าหาญเข้าช่วยเหลือและเผชิญหน้ากับอสรพิษร้ายจนถูกมันโอบรัดและกัดฝังเขี้ยว
จากนั้นเขาจึงได้ต่อสู้ก่อนจะฆ่ามันสิ้นใจตาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นแผลลึกที่แขนและมือ ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
แต่เขาก็ยังสติและเล่าเหตุการณ์สุดระทึกนี้ได้ว่า ผมพยายามที่จะจับมัน แต่มันก็พุ่งฉกแขน จากนั้นก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันระยะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอาชนะในเกมแห่งชีวิตครั้งนี้ได้ ขณะที่ซากของเจ้างูยักษ์ก็ถูกมาแขวนโชว์บนราวตากผ้า สร้างความสะพรึงให้กับคนในหมู่บ้าน และสร้างความกล่าวขานไปอีกนาน
ขอบคุณที่มา
http://morning-news.bectero.com/international/04-Oct-2017/111634 -
ส้วมเคลื่อนที่ (หลวงปู่แหวน สุจิณโณ)
++ ส้วมเคลื่อนที่ +++
“ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกายโดยมีหนังกำพร่าห่อหุ้มอยู่
ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็นความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวหนังห่อหุ้มเท่านั้น ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวันเพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายในหลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่องของผิวกายอยู่ตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรกเหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้องทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเอง
ยิ่งพิจารณาไปคนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง”
…หลวงปู่แหวน สุจิณโณ…
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
กำหนดการ ออกพรรษา ตักบาตรเทโวฯ ทอดกฐินวัดท่าซุง
วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ พระสงฆ์วัดท่าซุง พร้อมด้วยญาติโยม ช่วยกันกันท่าสีปิดทองคำเปลว “พระจิตกตัญญู” โดยทาสีทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และอีกส่วนนึงช่วยกันนำพระหน้าตัก ๔ ศอก จากชั้น ๓ ของมหาวิหารฯ ลงมายังกองกฐิน เพื่อจัดเตรียมสถานที่ ส่วนวันนี้ ในส่วนปิดทองคำเปลวองค์พระจิตกตัญญู จะแล้วเสร็จในค่ำวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลื้อนังร้านและจัดเวทีด้านหน้าพระประธาน ต่อไป
***แจ้งข่าว กำหนดการ ออกพรรษา ตักบาตรเทโวฯ ทอดกฐินวัดท่าซุง
วันที่ ๕ ต.ค พ.ศ. ๒๕๖๐ ทำบุญวันออกพรรษา
วันที่ ๖ ต.ค พ.ศ. ๒๕๖๐ ตักบาตรเทโวฯ
วันที่ ๗ ต.ค พ.ศ. ๒๕๖๐ เริ่มงานกฐิน
วันที่ ๘ ต.ค พ.ศ. ๒๕๖๐ วันถวายกฐิน เวลา ๑๓.๐๐ น.ทำพิธีถวายผ้ากฐิน
ที่มา มูลนิธิหลวงพ่อปาน-พระมหาวีระ ถาวโร -
พระฝรั่งกับเรื่องที่ยังจําฝังใจ “สุเมโธยอมแล้วบ่…”
พระฝรั่งกับเรื่องที่ยังจําฝังใจ “สุเมโธยอมแล้วบ่…”
พระฝรั่งรูปแรกของวัดหนองป่าพง เป็นอดีตนายทหารหน่วยเสนารักษ์แห่งกองเรือสหรัฐอเมริกาในสงครามเกาหลี
หลังจากที่นายทหารผู้นี้ได้ฟังกิตติศัพท์เกี่ยวกับวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของหลวงพ่อชาแล้วก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมากจึงเดินทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ซึ่งหลวงพ่อก็เมตตารับไว้โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่หาอะไรมาบํารุงท่านให้ได้ตามอยาก และท่านจะต้องทําตามระเบียบข้อวัตรเหมือนที่พระเณรไทยเขาทํากันอุบายในการสอนและการทดสอบพระฝรั่งรูปนี้มีหลายประการ
ท่านสุเมโธเล่าว่า…
“…บางครั้งหลวงพ่อก็เล่าให้โยมทั้งศาลาฟังถึงเรื่องที่ผมทําไม่สวยไม่งาม เช่น การฉันข้าวด้วยมือแต่เปิบไม่เป็น ขยุ้มอาหารขึ้นมาเต็มกํามือแล้วโปะใส่ปากใส่จมูกเลอะเทอะไปทั้งหน้า ทั้งพระทั้งโยมหัวเราะกันลั่นศาลา
ผมนั้นทั้งโกรธทั้งอาย
“…ทุกเช้าเวลาหลวงพ่อกลับจากบิณฑบาตจะมีพระเณรหลายรูปไปรอที่หน้าศาลาเพื่อคอยล้างเท้าท่าน ระยะแรกๆ ที่ผมไปอยู่ที่วัดหนองป่าพง ได้เห็นกิจวัตรนี้ทีไรก็ได้แต่นึกค่อนขอดพระเณรเหล่านั้นอยู่ในใจ ล้างเท้าท่านแค่รูปเดียวสองรูปก็พอทําไมต้องไปมากมาย... -
เพราะเหตุใด..ในหลวงร.๙ ถึงทรงพระสุบินถึง "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ" รัชกาลที่ ๑ อยู่บ่อยครั้ง ?!!
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ "หลวงพ่อพุธ ฐานิโย" ได้เข้าเฝ้า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" และ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการเข้าเฝ้าครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชปุจฉาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อพุธเกี่ยวกับการที่พระองค์ทรงพระสุบินถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ อยู่บ่อยครั้ง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช : อยากเรียนถามพระคุณเจ้าว่า เคยฝันถึงท่านพระพุทธยอดฟ้า เคยฝันถึงท่านหลายครั้ง ไม่ทราบว่าฝันถึงท่านเองหรือใจนึกถึง?
หลวงพ่อพุธ : พลังใจที่ได้เคารพบูชาที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรดาพระบรมมหากษัตราธิราชเจ้าทั้งหลายในอดีตนั้นย่อมเป็นพลังอันหนึ่งซึ่งสามารถทำให้จิตใจของพระองค์ปฏิพัทธ์ถึงพระองค์ท่านทั้งหลายเหล่านั้นด้วยความแน่นอน ซึ่งปกติแล้ว ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของความดี ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้มีคุณธรรม เป็นพื้นฐานให้เกิดความดี ดังนั้น การที่ได้ฟังเกี่ยวกับการปฏิบัติสมาธิภาวนาที่คิดว่ายังไม่เป็น ยังไม่ชำนาญนั้น... -
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ สนทนาธรรมกับหลวงตาพระมหาบัว : สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร
เมื่อพระองค์กราบองค์หลวงตาเสร็จ ทรงถวายคำถามดังต่อไปนี้
(พระเจ้าอยู่หัวเรียกหลวงตาว่า "หลวงปู่" )
.
พระเจ้าอยู่หัว : หลวงปู่.. สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร
หลวงตา : พุทธภูมิ ก็เหมือน ดั่งเรานั่งรถไฟนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ หรือนั่งรถไฟไปอุดรนั่นแหละพุทธภูมิแต่ถ้าเรานั่งจักรยานมาหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่นแหละ..สาวกภูมิเพราะฉะนั้นการเป็นพุทธภูมิก็คือการนำคนไปได้เยอะ ๆ ส่วนสาวกภูมินั้นนำไปได้น้อยๆ ไม่ได้มากนัก อย่างเก่งก็ ๑ คน หรือ ๓-๔ คน ก็ว่ากันไป นั่นคือสาวกภูมิเข้าใจไหมล่ะพ่อหลวง
.
พระเจ้าอยู่หัว : เข้าใจแล้วหลวงปู่ แล้วนิพพานเป็นอย่างไรนะหลวงปู่
หลวงตา : อ้อ พ่อหลวงเหมือนพ่อหลวงมาวัดป่าบ้านตาดนี่แหละรู้ไหมว่าวัดป่าบ้านตาดอยู่ตรงไหน อยู่บนกุฏินี่เหรอ วัดป่าบ้านตาดอยู่ไหนล่ะแต่พอพระมหากษัตริย์มาถึงนี่แล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดคือวัดป่าบ้านตาดนี้แหละแต่จะชี้ลงไปว่าที่กุฏิอาตมาก็ไม่ใช่ ที่กุฏิพระก็ไม่ใช่ ที่ศาลาก็ไม่ใช่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เมื่อรวมกันทั้งหมดในกำแพงวัดนี้นี่แหละคือวัดป่าบ้านตาด นี่แหละพระนิพพานก็มีความหมายแบบเดียวกัน
.
พระเจ้าอยู่หัว :... -
การใช้ “ปัญญา” : ธรรมโอวาทหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
..การที่ใช้การค้นคว้า เรียกว่า “ปัญญา”
การนึกคิดปรุงแต่งของร่างกายของเรา นึกคิดถึงอันใดก็แล้วแต่ สิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราชอบใจ ก็เอามาพิจารณา เป็นแก้วแหวนเงินทองข้าวของที่รักที่ชอบใจอันใดอันหนึ่ง ก็เอามาพิจารณา
ว่าอันนั้นเมื่อเราตายแล้วเป็นของเราหรือเปล่า แล้วสิ่งนั้นเขาว่าเป็นของของเราหรือ หรือเราไปยึดเขา ก็ดูหัวใจเรา ที่เอื้อมไปพิจารณาอย่างนั้นด้วย อันนั้นเขาว่าอะไร ใจเรานี้ต่างหากเป็นคนไปว่า เป็นของของเรา ของสวยของงามใครมาลักมาเอาไปไม่ได้ นี่...มันก็ต้องดูตัวนี้อีกทีหนึ่ง มองดูหัวใจที่มันคิดไปอย่างนั้น นี่...ต้องพิจารณาอย่างนี้
พิจารณาลงไปอย่างนั้นแล้ว เมื่อพิจารณาแล้ว เราก็มาหยุดใจ ให้เป็นปกติ ไอ้ใจที่เป็นปกตินี้ มันไม่มีว่าอะไรนี่ มันมีแต่หน้าที่แต่ “รู้” อยู่อย่างเดียวเท่านั้น อยู่กับความปกติของใจ
นี่...เพราะฉะนั้นจึงต้องค้นคิด พิจารณา การพิจารณาเป็นบาทสำคัญ แต่ว่า การพิจารณาอย่างนี้ คนไม่ค่อยชอบ เพราะมันต้องคิด ต้องนึก ต้องปรุง
ยิ่งปรุงในร่างกายเท่าไร พิจารณาร่างกายเท่าไร ใจนั้นยิ่งสงบ เยือกเย็นลงเป็นลำดับ เมื่อใจได้พิจารณาถึงกาย พิจารณาตั้งแต่หัว มีตา มีหู มีจมูก มีปาก... -
เรื่องราวของพระปัจเจกพระพุทธเจ้า : ปกิณกะบทคาถาเงินล้าน
๐บทคาถาเงินล้าน๐
@ พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ
@ พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม
@ มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม
@ มิเตพาหุหะติ
@ พุทธมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง
@ วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
@ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม
@ สัมปติจฉามิ
@ บทแรก “ พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ ” อันนี้ “ ตัดอุปสรรคที่ลาภจะมา “ แม่เขามาบอกว่ามีผลแน่นอน คือว่าแกจะไม่ยอมให้ลูกแกจน พูดง่ายๆ ก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยัน บอกว่าให้ได้หมด
@ บทที่สอง “ พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม “ คาถาบทนี้เป็น “คาถาเงินแสน” ของท่าน
@ บทที่สาม “ มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม “ บทนี้เป็น “คาถาปลุกพระวัดพนัญเชิง”
@ บทที่สี่ “มิเตพาหุหะติ “ เป็น “คาถาเงินล้าน”
@ บทที่ห้า “พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม” (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
@ บทที่หก “สัมปติจฉามิ” บทนี้เป็น “บทเร่งรัด” บทสุดท้าย
(ต่อมาหลวงพ่อแนะนำให้เติม “นาสังสิโม” ข้างหน้า “พรหมมา” ต่อมาท่านให้เติม “เพ็งๆพาๆหาๆ ฤาๆ”... -
แรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ บุญที่ยิ่งใหญ่ "อานิสงส์กฐินทาน"(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
วันแรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ ..อานิสงส์แห่งบุญที่ยิ่งใหญ่ "อานิสงส์กฐินทาน" หลวงพ่อฤาษีลิงดำบอกไว้อย่างชัดเจน
อานิสงส์กฐินทาน........พระราชพรหมยาน( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ต่อไปนี้ จะพูดถึงอานิสงส์กฐิน เอาย่อๆนะ อานิสงส์ในการถวายกฐิน หรือว่าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายถวายสังฆทาน สังฆทานวันนี้เป็นสังฆทานของกฐิน การถวายสังฆทานทุกอย่างมีผลควบกับกฐิน เพราะเป็นวันของกฐิน ความจริงการทอดกฐิน ไม่ใช่ประเพณีนิยม เป็นพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า ผ้ากฐินทาน จะรับได้ก็ต่อเมื่อถึงวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน๑๒ หลังจากนั้น จะทอดขนาดไหนก็ตาม จะไม่เป็นกฐิน ฉะนั้น กฐินมีเวลากาลจำกัด
ทีนี้ ว่าถึงอานิสงส์กฐิน อานิสงส์กฐินนี้ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านเคยเทศน์ และก็เทศน์ตามบาลี ท่านพูดถึงอานิสงส์ให้ทราบ ฉะนั้น การถวายวันนี้ทั้งหมด เมื่อวานก็ดี วันนี้ก็ดี จะเป็นเงินก็ตาม จะเป็นของก็ตาม ถือว่าทุกอย่าง เป็นอานิสงส์กฐิน
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ต่อไปนี้ก็โปรดทราบ จะนำพระสูตรตามที่ท่านกล่าวไว้ในบาลีให้ทราบ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ในสมัยพระองค์เกิดเป็น"มหาทุคคตะ"... -
ออกกำหนดการ งานพระราชพิธี วันที่13-14ตุลา.
ราชกิจจานุเบกษาประกาศหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธี ‘นวมินทรา ศิรวาทราชสดุดี’ และ ‘พระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย’ สมพระเกียรติ เตรียมแจกจ่ายประชาชน 3 หมื่นเล่ม
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ราชกิจจานุเบกษาประกาศหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตุลาคม พุทธศักราช 2560
เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบรอบ 1 ปี ในวันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีกำหนดการ ดังนี้
วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง
เวลา 17 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท... -
แจงคำสั่งเจ้าคณะใหญ่ให้วัดงดเว้นขายวัตถุมงคลในโบสถ์
จากกรณีที่วัดหลายแห่งทั่วประเทศเกิดความสับสนกับคำสั่งเจ้าคณะปกครอง เกี่ยวกับการห้ามไม่ให้วัดจำหน่ายพระบูชา วัตถุมงคล ภายในและบริเวณพระอุโบสถ หรืออุโบสถว่า เป็นการห้ามไม่ให้วัดจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น วันนี้( 3 ต.ค.) นายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า คำสั่งเจ้าคณะใหญ่แต่ละภาคการปกครองคณะสงฆ์ที่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องคุมเข้มพฤติกรรมพระ เณร ทั้งห้ามวิพากษ์ วิจารณ์กระทบสถาบัน เป็นคำสั่งที่ออกมาตามแผนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายปกครองของคณะสงฆ์ไทย โดยคำสั่งดังกล่าวนั้น ถือเป็นคำสั่งเดิมที่ คณะสงฆ์เคยออกมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำให้คณะสงฆ์ได้ปฏิบัติอีกครั้ง ไม่ให้ปล่อยปละละเลย ที่สำคัญเป็นการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ให้อยู่ระเบียบและพระธรรมวินัยเข้มข้นขึ้น
นายประดับ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีหลายวัดเกิดความสับสนเกี่ยวกับการสร้างวัตถุมงคลนั้น คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ห้ามเรื่องการสร้างแต่อย่างใด แต่สั่งการให้วัดไม่ควรนำวัตถุมงคลมาวางจำหน่ายภายในพระอุโบสถ หรืออุโบสถ เพราะจะเกิดความไม่เหมาะสม เนื่องจากพระอุโบสถ หรืออุโบสถ... -
วัดพุทธชินราชรายได้ลดวันละ 8 หมื่นบาท หลังมีคำสั่งห้ามจำหน่ายวัตถุมงคล
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก หรือ วัดใหญ่ ขณะนี้ยอดเงินบูชาวัตถุมงคลลดลงวันละ 80,000 หมื่นบาท ซึ่งอาจจะทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับพระและเณรในวัด
จุดที่ให้เช่าบูชาวัตถุมงคล ที่เคยอยู่จากในวิหารหลวงพ่อพุทธชินราช ถูกย้ายออกมาวางด้านนอกวิหาร ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 4 ยอดเงินบูชาหายไปวันละ 80,000 บาท ทั้งที่เป็นเจ้าเดิมที่เคยอยู่ในวิหารแต่ประชาชนรู้สึกไม่แน่ใจว่าเป็นของแท้ของวัดหรือไม่ โดยวัดต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งไว้
หากยอดเงินบูชาวัตถุมงคลตกลงต่อเนื่องเช่นนี้ วัดอาจจะไม่มีเงินใช้จ่ายสำหรับพระและเณรรวมกว่า 300 รูป โดยในแต่ละเดือนวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก มีรายจ่ายประมาณ 1-2 ล้านบาท รวม 4 วันที่ย้ายจุดบูชาวัตถุมงคลออกมาจากวิหาร รายได้หายไปแล้วกว่า 300,000 บาท
ขอขอบคุณที่มา
http://news.thaipbs.or.th/content/266632 -
"เขาสมิง" !!! ดินแดนแห่งผู้ทรงธรรม หรือ ความแค้นจนพ่ายแพ้ต่อกรรม !!
ตำนานเล่าขานที่ไม่ธรรมดาของ "เขาสมิง" !!! ดินแดนแห่งผู้ทรงธรรม หรือ ความแค้นจนพ่ายแพ้ต่อกรรม !!! #ที่สุดแห่งเรื่องเล่าครั้งโบราณ
เขาสมิง ปัจจุบันเป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด อำเภอเขาสมิงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวจังหวัด หากเดินทางไปเมืองตราดจะต้องผ่านอำเภอเขาสมิงนี้ก่อน ชื่อเขาสมิง เป็นภูเขาเล็กๆ ลูกหนึ่งซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอราว ๓ กิโลเมตร
เรื่องนี้ก็เหมือนตำนานอื่น ๆ ที่คนเล่าต่างยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง เรื่องมีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่ง (ชื่อของเขาหล่นหายไปตามกาลเวลา คือไม่ทราบแล้วว่าชื่ออะไร) เขามีเรื่องขัดใจกับเพื่อนบ้าน เขาคิดจะล้างแค้นเพื่อนของเขา เขาเป็นคนที่เรียนวิชาอาคม เขามีสิ่งหนึ่งที่เรียกกันว่า น้ำมันสมิง สมิงคือเสือที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ คือจะแปลงร่างเป็นคนเพื่อหลอกพรานป่าให้ลงมาจากการนั่งห้างบนที่สูงเพี่อจับกินเป็นอาหาร เสือสมิงสามารถแปลงกายได้หลายแบบ ทั้งเด็กผู้ชาย ผู้หญิง และบางครั้งแปลงเป็นพระธุดงค์ก็ยังได้ตามแต่มันจะต้องการ
ที่มันสามารถกลายร่างเป็นคนได้นั้นเชื่อกันว่า เกิดจากการที่มันเป็นเสือที่ดุร้ายและฆ่าคนเป็นอาหารจำนวนมาก วิญญาณมนุษย์จึงเข้าสิง... -
ด้วยเวรกรรมที่ทำมา! ทำกรรมแบบใด ถึงได้เกิดเป็น พ่อแม่-ลูกกัน...
ด้วยเวรกรรมที่ทำมา! ทำกรรมแบบใด ถึงได้เกิดเป็น พ่อแม่-ลูกกัน... ลักษณะของลูก ๔ แบบ จะมาเกิดเพื่อแทนคุณ หรือ ทวงคืน??
กฎแห่งกรรม 3 ชาติ ได้บันทึกไว้ว่า
ชาวโลกทุกคน เกิดมาต่างหนีไม่พ้น พบ พราก สุข ทุกข์ เศร้า อภัย แค้น รัก ชัง นี่คือผลแห่งของกรรม ปลูกเหตุเช่นไร ย่อมได้ลิ้มผลเช่นนั้น ไม่ว่าจะเหตุใด หรือ ผลใด ล้วนหนีไม่พ้น กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น
“สามีภรรยา” เองก็มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรมร่วมกันมาเลย ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ ส่วน“บุตรธิดา” นั้นคือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ก็สุดแท้แต่เวรกรรมที่ทำมา หากไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น บิดา มารดา ลูกกัน ได้ เช่นนั้น สามีภรรยาคู่ใด ที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ส่วนสามีภรรยา ที่มีกรรมชั่ว ร่วมกัน มาแต่อดีตชาติ ย่อม ทะเลาะเบาะแว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกัน จนวันตาย
ส่วน “บุตรธิดา” นั้น จะมาเกิดใน ๔ ลักษณะต่อไปนี้ ....
๑. มาแทนคุณ ด้วยบุญในอดีต ที่ได้สั่งสมร่วมกันมา ด้วยพระคุณที่มีต่อกัน จึงได้มาเกิดเป็นครอบครัวเดียวกัน... -
ยอดพระไตรปิฏก : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ยอดพระไตรปิฏก
ผู้ถาม : กราบเรียนถามหลวงพ่อที่เคารพ เขาบอกว่ามีคาถาบทหนึ่งคือยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก เขาเขียนไว้ว่า ถ้าภาวนาแล้วจะไม่ตกนรก ลูกอยากเรียนถามว่า ถ้าภาวนาเป็นประจำบาปกรรมที่ทำจะไม่ทำให้ตกนรกหรือเจ้าคะ
หลวงพ่อ : ฉันว่าเอายังงี้ดีกว่า เขาเอายอดใช่ไหม ฉันจะให้เหง้าพระไตรปิฎก ยอดน่ะหักได้ เหง้าน่ะหักไม่ได้นะ เอายังงี้ซิ ภาวนาด้วยแล้วก็ทำด้วย แค่ภาวนาอย่างเดียวอย่าไปเชื่อใครเขานะ ดีไม่ดีเวลาตายอกุศลเข้าแทรกจิตได้ เวลานั้นไปนรกแน่ เวลาภาวนาก็ไม่ยาก ใช้ศัพท์ภาวนาว่า พุทโธ ก็ได้ นะมะพะทะก็ได้
พุทโธ เป็นพระนามขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงแค่นึกถึงชื่อพระพุทธเจ้าอย่างเดียวไปสวรรค์นับไม่ถ้วน แต่การทำอย่างนี้ถ้าหมดบุญจากสวรรค์ ลงนรกได้เหมือนกัน
วิธีป้องกันป้องกันเขาทำแบบนี้
๑.ไม่ลืมว่าชีวิตจะต้องตาย
๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ด้วยความจริงใจ
๓.รักษากรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วน คือ ทางกาย ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจา ไม่พูดปด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ทางใจไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติ ของใครโดยไม่ชอบธรรม ไม่จองล้าง จองผลาญใคร... -
ปริศนา สะกิดเตือนใจจากพระอาจารย์มั่น
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านพูดเป็นปัญหาว่า "กล้วย ๔ หวี สำรับอาหาร ๔ สำรับ สามเณรนั่งเฝ้า พระเจ้านั่งฉัน"
เราในฐานะผู้ฟังจากท่านมาก เบื้องต้นก็จำได้แค่นี้ เก็บไว้อย่างนี้แหละ แต่ไม่มีการตีความหมายให้แจ่มแจ้ง ถ้าจะพูดแล้ว ปัญหาที่ว่านี้ เป็นปัญหาธรรมะเปรียบเทียบกับการปฏิบัติของบุคคล
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ...ท่านได้กล่าวไว้ว่า "เพราะฉะนั้นเราอย่าประมาทในคำพูดแต่ละคำของครูบาอาจารย์ จะทำให้พลาดจากของดีที่ท่านให้ไว้"
ข้อธรรมะที่ท่านให้ไว้แล้วนำไปตีความหมายให้ละเอียดลงไปว่า "กล้วย ๔ หวี ได้แก่ ธาตุ ๔ เณรน้อยนั่งเฝ้า ได้แก่คนที่ไง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้เท่าทันตามหลักของธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม นั่งเฝ้าตัวเองอยู่ ไม่รู้ว่าในตัวของตนนั้นมีอะไรบ้าง กินแล้วก็นอน เลี้ยงร่างกายให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ไม่ได้ทำอะไรที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ตัวเองเลย อันนี้แหละชื่อว่าโง่เขลาเบาปัญญา ได้แต่นั่งเฝ้าตัวเองอยู่ สามเณรนั่งเฝ้าสำรับที่มีอยู่แล้วโดยไม่ฉัน ก็หมายถึงบุคคลที่ไม่รู้ธาตุ ๔ ตามความเป็นจริงว่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมเป็นอย่างไร ไม่ยอมกำหนดรู้แบบชนิดที่ให้เกิดปัญญา "พระเจ้านั่งฉัน"... -
การผรุสวาจา ด่าว่าพระ ( พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน )
การผรุสวาจา ด่าว่าพระ (พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน)
พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องใหญ่ในวงการสงฆ์ปัจจุบันนี้คือวัดพระธรรมกาย อย่าทำตัวเป็นกองเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะว่าถ้าทำตัวเป็นกองเชียร์เมื่อไร เราจะสร้างกรรมไม่รู้ตัว
ถ้าใครลองไปอ่านเรื่องอัศจรรย์โลกใบนี้ ที่เว็บวัดท่าขนุน จะมีเปรตอยู่ตนหนึ่ง ด่าบุคคลที่ต้องอาบัติปาราชิก แล้วตัวเองไปเกิดเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ยากหิวโหยอยู่เป็น ๑,๐๐๐ ปี
อย่าลืมว่าแม้บุคคลนั้นจะต้องอาบัติปาราชิก แต่จากการที่เราด่า เราไม่ได้ด่าตัวบุคคล เราใช้คำว่าพระ !!! ซึ่งคำว่า พระ แปลว่า ผู้ประเสริฐ โดยเฉพาะสมัยนี้เห็นในโซเชียลมีเดีย มีการคอมเมนต์ต่าง ๆ ใช้คำพูดรุนแรงมาก ด่ากันหยาบ ๆ คาย ๆ โดยใช้คำว่าพระ แต่ละคนตายเมื่อไรจะรู้ว่าตนเอง จะได้รับโทษอะไรบ้าง
แต่ว่าโทษใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ก็คือ ถ้าเราไปเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กาย วาจา ใจ ของเรานั่นแหละที่จะเป็นทุกข์เป็นโทษ เพราะฉะนั้นควรที่จะอยู่ในความสงบ แล้วก็คอยดูว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดโทษแก่ตนเอง อย่างต่ำ ๆ ก็ไปเป็นเปรต อย่างที่อยู่ในเว็บวัดท่าขนุน ลองไปค้นอ่านกันเอาเอง"... -
แม่อุ้ยเฒ่า... ผู้มั่นคงในกิจวัตรปฏิบัติ มั่นคงในศีล สุดท้ายมากราบลาไปสวรรค์ กับหลวงปู่ตื้อ
แม่อุ้ยเฒ่า... ผู้มั่นคงในกิจวัตรปฏิบัติ มั่นคงในศีล สุดท้ายมากราบลาไปสวรรค์ กับหลวงปู่ตื้อ
ช่วงที่ท่านพระอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อยู่จำพรรษาวัดดาราภิรมย์ เป็นตุ๊หลวงรักษาวัดสืบต่อจากท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ ท่านพระอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อยู่วัดดาราภิรมย์ได้สิบกว่าปี อยู่พร่ำสอนผู้คนชาวศรัทธา
ชาวศรัทธาอำเภอแม่ริมในยุคสมัยนั้น เป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ เพราะวัดดาราภิรมย์เป็นวัดของเจ้าแม่ดารารัศมีสร้างถวายแก่ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ
ช่วงที่ท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) เป็นตุ๊หลวงนั้น มีโยมแม่อุ้ยคนหนึ่ง คนเฒ่าอายุ ๗๐ ปี เป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติภาวนา รักษาศีลอุโบสถในวันพระและวันก่อนและวันหลังวันพระรวมแล้วได้ ๓ วัน แม้ในวันปกติก็รักษาศีล ๕ ได้ตลอด จิตใจปักลงตั้งมั่นในธรรมมาตั้งแต่เมื่อครั้งได้ฟังเทศน์ธรรมของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ แล้วมาฝึกหัดปฏิบัติภาวนากับท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) อีกอยู่หลายปี
ฝึกหัดภาวนาอยู่กับท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) ได้ ๓ ปี จึงได้เห็นพุทโธ มั่นคงอยู่ในใจ เรื่องอุคคหปฏิภาคนั้น ได้มาแต่ปีแรก ท่านอาจารย์ตื้อก็สอนให้พิจารณาร่างกายเป็นอสุภะ อสุภัง ตั้งอยู่ในไตรลักขณาญาณ... -
การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นแล้ว
โดย…ส.สุดโต
เราชาวพุทธ ได้ยินผู้ที่ปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เช่นสภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอความคิดเห็นให้มีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระภิกษุสามเณรบางรูปซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่เป็นเป็นบ่อเกิดแห่งศรัทธา เช่นบางรูป บางสำนักถึงกับดัดแปลงหลักธรรมคำสอนให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เพื่อหาประโยชน์ใส่ตน เป็นที่เอือมระอาของพุทธศาสนิกชนที่จงรักภักดีต่อพระพุทธศาสนา จนกระทั่ง สภาปฏิรูปแห่งชาติจึงเสนอให้มีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.เรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุสงฆ์ 2.เรื่องปัญหาพระสงฆ์ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม ไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย อันนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธา 3.เรื่องการทำพระะรรมวินัยให้วิปริตและการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย 4. เรื่องฝ่ายอาณาจักร ที่จะต้องเข้าไปสนับสนุน ปกป้อง คุ้มครองกิจการฝ่ายศาสนจักร และเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ครม. ส่งเรื่องให้ มหาเถร สมาคมดำเนินการต่อ ซึ่งมหาเถรสมาคมมอบให้พระพรหมมุนี พระพรหมบัณฑิต และพระพรหมโมลี ไปกำหนดกรอบปฏิรูปพระพุทธศาสนา 6 ด้าน บวก หนึ่ง ได้แก่... -
หลวงปู่ตื้อเผชิญหน้าวิญญาณหลงทางในเมืองลาว!! ขนาดชี้ทางสว่างให้ ดวงตาก็ยังมืดมน
หลวงปู่ตื้อเผชิญหน้าวิญญาณหลงทางในเมืองลาว!! ขนาดชี้ทางสว่างให้ ดวงตาก็ยังมืดมน ... จนต้องปล่อยไปตามยถากรรม!
เมื่อครั้งหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ออกจาริกธุดงค์ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปทางฝั่งลาวได้พักบำเพ็ญเพียรบริเวณนครเวียงจันทน์เป็นเวลาหลายเดือน
หลวงปู่ตื้อ เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า แถวใกล้นครเวียงจันทน์ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้ไปปักกลดภาวนาบนเส้นทางช้างศึกของเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์ในประวัติศาสตร์ของลาว ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเส้นทางเดินทัพของเจ้าอนุวงศ์ในอดีต หลวงปู่ได้ปักกลดภาวนาอยู่บนเส้นทางนั้นหลายคืน ไม่ทราบว่าท่านมีจุดประสงค์ภายในใจอะไร ความจริงพอจะเดาได้ แต่ไม่อยากเดา
หลวงปู่เล่าให้สานุศิษย์ฟังว่า มีคืนหนึ่ง ท่านได้นิมิตว่ามีวิญญาณหลงทางมาหามากมายจริงๆ ส่วนใหญ่เป็นทหารหนุ่มๆ ทั้งสิ้น เดินผ่านมาทางที่ท่านพักปักกลดอยู่ที่ท่านเรียกว่าวิญญาณหลงทาง ก็คือ เป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ ไม่รู้จักกราบพระไหว้พระ บางคนก็ยืนมองพระเฉยๆ บางคนก็สนุกสนานเฮฮาไปตามเรื่อง
หลวงปู่ ได้แผ่เมตตาอุทิศบุญกุศลไปให้ ปรากฏว่าไม่ได้ทำให้พวกเขาสามารถระลึกและคลายมานะทิฏฐิได้เลย วิญญาณเหล่านั้นได้แต่มาปรากฏให้เห็นเท่านั้น... -
คณะสงฆ์ออกคำสั่งเข้มงวดวินัยพระภิกษุสามเณร
วิเคราะห์คำสั่งคณะสงฆ์ออกคำสั่งเข้มงวดวินัยพระภิกษุสามเณร ให้ระวังการวิพากษ์วิจารณ์ที่จะกระทบกับความมั่นคง ระวังการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ และคำสั่งบางฉบับกวดขันการสร้างและโฆษณาวัตถุมงคล
ก่อนที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะมาทำงานวันแรกในวันนี้ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายธรรมยุติและมหานิกายได้มีคำสั่งออกมาเพื่อให้พระภิกษุ-สามเณร ได้ปฏิบัติตาม แม้คำสั่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจจะเกิดความหย่อนยานลงไป ประกอบกับเกิดความขัดแย้งในหลายๆ ด้าน
สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติ และสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก มีคำสั่งเรื่อง ให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุในปกครอง 4 ประเด็น คือ
ข้อแรก ให้พระสังฆาธิการดำเนินการตามกฎ ข้อบังคับและระเบียบ ดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรที่ละเมิดกฎหมายบ้ายเมืองและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
ข้อที่ 2 ให้พระสังฆาธิการกวดขันควบคุมพระภิกษุสามเณร ที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงตนกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และความสงบสุขของประชาชน... -
นักวิชาการเชื่อคำสั่งเถระฯ ห้ามได้แค่ชั่วคราว ชี้แก้วิกฤตสงฆ์ยั่งยืน พระต้องเปลี่ยนวิธีคิด
สืบเนื่องกรณีการเคลื่อนไหวแก้วิกฤตสงฆ์ โดยพระเถระและเจ้าคณะปกครองหลายระดับได้มีหนังสือถึงวัดต่างๆในพื้นที่ให้ดูภิกษุสามเณรให้อยู่ในธรรมวินัย งดการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา อาทิ ใช้โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่างๆในทางยั่วยุ ปลุกปั่น, โฆษณาพระเครื่องและวัตถุมงคลโดยอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์, แสดงพฤติกรรมผิดเพศกำเนิด เป็นต้น
ผศ.ดร. ชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร กล่าวว่า จากที่ได้อ่านเอกสารพบว่า ข้อห้ามบางส่วนดูเป็นการห้ามแบบเฉพาะกิจ เช่น ในงานประเพณีชักพระทางภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดระเบียบครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่วงการสงฆ์ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเวลานาน เช่น เรื่องพระตุ๊ดพระแต๋ว พระอาจเริ่มตระหนักพอสมควรว่าตัวเองกำลังตกในสถานะแบบไหน จึงมีความพยายามปฏิรูป ก่อนหน้านี้นายไพบูลย์ นิติจะวัน พยายามเสนอเรื่องการปฏิรูปศาสนาซึ่งเท่าที่ตนทราบก็มีเสียงตอบรับ ส่วนการห้ามเรี่ยไรมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่มีผลที่จะทำให้เกิดการลงโทษ ปัจจุบันการเรี่ยไรมีมากขึ้น และมีหลากหลายวิธี
“การห้ามตั้งโต๊ะเรี่ยไรทั้งหมด คงทำไม่ได้ในความจริง... -
"คาถาเห็นผี" ลพ.ฤาษี วัดท่าซุง
ขอแชร์จากเฟส Rak Chanthanasarn
"คาถาเห็นผี"
โดย ชาโดว์
เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ ข้าพเจ้าได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของพระคุณเจ้าหลวงพ่อพระสุธรรมยานเถระ ที่บ้านริมทะเลของพันตำรวจเอกเล็ก - คุณรสนา ฟอตี้ ที่คลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลวงพ่อท่านให้ "คาถาเห็นผี" อยู่ที่คลองวาฬ ข้าพเจ้าไม่กล้าท่อง เกรงจะเห็นผีจริงๆ จนกลับถึงบ้านคืนแรก นึกว่านอนอยู่ในบ้านเราเองไม่เป็นไร กำลังง่วง เพลียจากการเดินทางจึงไม่ทันคิดมาก นอนนึกว่า
"เอ๊ะ เป็นหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค พระอาจารย์ของหลวงพ่อท่านเอง"
หลวงปู่ปานท่านลืมตาดูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จ้องหน้าท่าน ท่านพูดด้วยเบาๆแบบให้พรหรือว่า "ดีแล้ว" ฟังไม่ถนัด หน้าท่านคล้ายหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาก คนอื่นเข้าไปกราบทีละคนๆ คนดีท่านให้พรหรือเฉยๆ มีบางคนเข้าไปกราบท่านไล่ แต่ยังดื้อเข้าไปอีก ท่านตวาดเบาๆ คนนั้นกระเด็นไปตั้งไกล
แล้วข้าพเจ้าก็ตื่นนอน จึงพิจารณาดูก็รู้ว่าคงเป็นเพราะเราว่าคาถาเห็นผีก่อนนอนนั่นเอง ผีแบบนี้เองไม่น่ากลัว นึกว่าเป็นผีแบบอยู่ๆโผล่ออกมาเลย ได้ชื่อว่าผีใครจะไม่กลัว
อีก ๒-๓ วัน ได้ไปกับคณะหลวงพ่อท่านอีก ที่สวนทุเรียนจันทบุรีของตระกูลเวสารัชชานนท์... -
อานิสงส์บุญกฐิน
ช่วงนี้เป็นช่วงของ กาลกฐินคำว่ากาลนั้น กาละ แปลว่า เวลา เวลาของกฐิน กฐินจริง ๆ ความหมายก็คือ ผ้าสะดึง ผ้าที่ขึง เครื่องขึงที่ยึดผ้าให้ตึง จะได้ประกอบให้เป็นสิ่งโน้นสิ่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเย็บปักถักร้อยอะไรก็ทำได้ง่าย
กาลกฐินเป็นเรื่องกำหนดตามระเบียบพิธีของสงฆ์ โดยเฉพาะพระภิกษุที่จำพรรษาแล้วเป็นเวลาครบถ้วน ๓ เดือน สมัยก่อนนั้นพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้เปลี่ยนจีวรได้ คราวนี้ว่าการเปลี่ยนจีวรนี้ต้องสมเหตุสมผล คือว่าเป็นผู้ที่จีวรเก่าจริง ๆ ชนิดที่เรียกว่าหมดสภาพแล้ว ก็อนุญาตให้เปลี่ยนได้ ท่านให้เสาะหาผ้าที่จะมาทำจีวร
ภายหลังการเสาะหาผ้าเต็มไปด้วยความยากลำบาก นางวิสาขาก็ดี อนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ดี จึงทูลขอให้รับคหปติจีวร คือจีวรที่มีผู้น้อมมาถวายได้ คราวนี้พอจำพรรษาแล้วครบสามเดือนแล้วมีสิทธิรับกฐินได้ กาลกฐิน คือ เวลาของการรับกฐิน เริ่มตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ด ไปสิ้นสุดเอากลางเดือนสิบสอง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
ช่วงระยะนี้วัดไหนก็ตามที่มีเจ้าภาพ ตั้งใจว่าจะถวายกฐิน ก็จะจัดให้ถวายกฐินขึ้นมา คราวนี้กฐินเป็นงานบุญพิเศษ ความจริงกฐินเป็นสังฆทานเหมือนกัน แต่ว่าจำกัดด้วยเวลา คือ...
หน้า 357 ของ 440