คลังเรื่องเด่น
-
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่องตัวอย่างคนที่ถูกธรณีสูบ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าเรื่องตัวอย่างคนที่ถูกธรณีสูบ
FungKhorKid :-
Published on Sep 14, 2017 -
คาถาสำหรับคนกลัวผี
คาถาสำหรับคนกลัวผี
ของดีพระพุทธเจ้าสอนไว้ให้หมด แต่ว่าเกจิอาจารย์อยากดัง เอาสิ่งอื่นมาแทรกแซง ทำให้คนไทยเขวจากหลักความจริง กลัวผีหรือ…กลัวผี
เจริญพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ท่อง กรณียเมตตสูตรให้ได้ สวดทุกวัน
ผีไม่มากวน ถ้ามันมา มันก็มาขอส่วนบุญจากเรา นี่! อยู่ที่กุฏิหลังนี้แหละ แม่ของไอ้น้อยคนหนึ่งผีเข้าสิงทุกวัน มันแบกแม่มันมาจากบ้าน มาวางอยู่หน้าประตู พอผีมันออก ก็เดินเข้ามานี่ได้ พอมา
แกก็มาเล่าให้ฟัง…“ไม่ทราบว่ากรรมเวรอะไร สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิทีไร จิต มีอาการเคลิ้มๆ พอจะสงบ ผีเข้าสิงทุกที”
แกว่า “นี่มันก็ยังตามมา อยู่นะ มันอยู่หน้าประตูหลวงพ่อนี่ มันคอยอยู่นั่น” หลวงพ่อก็บอกว่า…“เออ! มันอยู่ไหน ให้มันเข้ามาสิงดูซิ” พอขาดคำ มันมาสิงทันที แกก็ล้มตูมลงไป
หลวงพ่อก็เทศน์ให้ฟัง “นี่! เจ้าเป็นวิญญาณภูตผีปีศาจร้าย มาเข้าสิงกายมนุษย์ ทำให้จิตใจเขาไม่เป็นปกติ ไม่เป็นอันทำมาหาเลี้ยงชีพ เจ้ากำลังสร้าง บาปกรรม จะลงนรก หรือเจ้ามีความผิดอะไรต่อข้า ข้าอโหสิกรรม ให้หมด บุญกุศลสิ่งใดที่ข้าบำเพ็ญมาข้าอุทิศให้เจ้า”
แล้วก็น้อมจิตแผ่เมตตาให้มัน แล้วมันก็ออก วันนี้ลูกชายยังมาอยู่ ถามว่า... -
เทวดาสนทนาธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
๏ เทวดาสนทนาธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ๏
ครั้งหนึ่ง เมื่อพวกเทวดามาเยี่ยมหลวงปู่มั่นเพื่อฟังเทศน์ หัวหน้าเทวดาองค์หนึ่ง พูดกับท่านว่า
“ท่านมาพักอยู่ที่นี่ทำให้พวกเทวดาสบายใจไปทั่วกัน เทวดามีความสุขมากผิดปกติ เพราะกระแสเมตตาธรรมท่านแผ่กระจายครอบท้องฟ้าอากาศและแผ่นดินไปหมด กระแสเมตตาธรรมของท่านเป็นกระแสที่บอกไม่ถูกและอัศจรรย์มาก ไม่มีอะไรเหมือนเลย”
หัวหน้าเทวดาพูดต่อไปว่า
“ฉะนั้น ท่านพักอยู่ที่ไหน พวกเทวดาต้องทราบกันจากกระแสธรรมที่แผ่ออกจากองค์ท่านไปทุกทิศทุกทาง แม้เวลาท่านแสดงธรรมแก่พระเณรและประชาชน กระแสเสียงของท่าน
ก็สะเทือนไปหมดทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง ไม่มีขอบเขต ใครอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นได้ยิน นอกจากคนตายแล้วเท่านั้นที่จะไม่ได้ยิน”
ตอนนี้ จะได้เชิญอาราธนาคำพูดสนทนากันระหว่างหลวงปู่มั่นกับหัวหน้าเทวดามาลงอีกเล็กน้อย ส่วนจะจริงหรือเท็จ ก็เขียนตามที่ได้ยินได้ฟังมา หลวงปู่มั่นย้อนถามหัวหน้าเทวดาบ้างว่า
“ก็มนุษย์ไม่เห็นได้ยินกันบ้าง ถ้าว่าเสียงเทศน์สะเทือนไปไกลดังที่ว่านั้น”
หัวหน้าเทวดารีบตอบทันทีว่า
“ก็มนุษย์เขาจะรู้เรื่องอะไรและสนใจกับศีลกับธรรมอะไรกันท่าน !!!... -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำมีคำตอบ! ทำไมบางคนตายไปเป็น"สัมภเวสี" แล้วทำบุญอย่างไร "สัมภเวสี"จึงได้รับ!
บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
พี่น้องทำไมอายุสั้น
ผู้ถาม :: กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กระผมแปลกใจมาก พี่ ๆ น้อง ๆ ทำไมอายุสั้นพลันตายกันเหลือเกิน ไม่เห็นจะตายครบกำหนดอายุขัย แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือว่า การทำบุญอุทิศให้คนที่ตายก่อนอายุขัย ประเภทอุปฆาตกรรมอย่างนี้ จะถึงมีผลแก่ผู้ตายหรือเปล่าครับ?
หลวงพ่อ :: ความจริงคนที่ตายก่อนอายุขัย จะบอกให้ทราบนะ เอาอย่างนี้ก่อน คนที่ตายตามอายุขัย ตายปุ๊บจะต้องตายไปตามกำลังบุญ และกำลังบาป ถ้าเวลานั้นคบบาป ไปตามบาปทันที ถ้าคบบุญ ไปตามบุญทันที และบาปจะไปนรกก็ไม่ได้ ไปสวรรค์ก็ไม่ได้ ที่เขาเรียกว่า “สัมภเวสี”
สัมภเวสีนี่ ถ้าหากว่าญาติฉลาด ทำบุญถวายสังฆทานหรืออะไรก็ตาม เจาะจงให้แต่ผู้เดียว อย่าเผื่อคนอื่น อย่างนี้จะได้รับทันที เป็นผีที่มีความสุข แล้วก็คนนั้น ถ้าถึงวาระอายุขัยจะไม่ไปนรกแล้ว ไปสวรรค์ก่อน ตามกำลังบุญ
หลวงพ่อวัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม โดย หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี -
อานิสงส์แรงกล้า! เมื่อบริจาค"ร่าง"และ"ดวงตา"เป็นทาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำยืนยัน!!
อานิสงส์อุทิศดวงตาและอุทิศศพ
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
ผู้ถาม :- “ถ้าเราจะไม่เกิดอีกแล้ว และเราอุทิศดวงตาให้สภากาชาด แต่ถ้าบางทีเราไม่ถึงซึ่งพระนิพพานและเราต้องมาเกิดอีก อยากทราบว่า ตาเราจะบอดหรือไม่ครับ…?”
หลวงพ่อ :- “บอดแน่ ๆ เลย เสร็จ..ไม่มีตาดูน่ะซิ”
ผู้ถาม :- “ก็นั่นนะซิครับ กลัวจังเลยว่าจะไม่มีตาดู”
หลวงพ่อ :- “ต้องตอบว่า ตาจะแจ่มใสดีกว่าตาเดิม เพราะอานิสงส์อุทิศลูกตาเป็นทาน ไม่ใช่ตาบอดนะ”
ผู้ถาม :- “ลูกเคยตั้งใจไว้ว่า การบริจาคดวงตาและร่างกายเมื่อหลังจากตายแล้ว จะได้ประโยชน์ หลวงพ่อว่าดีไหมคะ…?”
หลวงพ่อ :- “บุญน้อยไปให้เมื่อตายแล้ว ต้องให้เมื่อเป็น”
ผู้ถาม :- “ก็ตาบอดซิคะ”
หลวงพ่อ :- “ใส่ตาใหม่ ใส่ตาแก้วมันสวยกว่าตาเก่า ตาใสแจ๋วแต่มองอะไรไม่เห็น อย่างพระพุทธเจ้าสมัยเมื่อเป็นพระเวสสันดรไงล่ะ เขามาขอของภายนอกก็คิดว่า ทำไมไม่ขอดวงหทัย…ทำไมไม่ขอดวงตา…ทำไมไม่ขอแขนซ้ายแขนขวา…ถ้าขอดวงตาเราจะควักให้ ขอแขนซ้ายจะตัดให้ ขอแขนขวาจะตัดให้ เป็นต้น
แต่ว่าการตั้งใจแบบนั้นก็เป็นกุศลนะ กุศลย่อมเกิดตั้งแต่เริ่มคิด ตัดสินใจว่าจะให้ เวลาตายไปแล้วก็ได้บุญแน่... -
ผู้หญิงต้องรู้! ทำบุญแบบไหน ให้เกิดมาสวยได้ทุกชาติไป
พระนางรูปนันทา เกิดมาสวยทุกชาติเพราะอะไร?
พระธรรมเทศนาหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
… ทำไมพระนางรูปนันทาจึงสวยมาก ตอนนี้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในที่บางตอน ท่านกล่าวว่า พระนางรูปนันทาเป็นคนในตระกูลศากยราช เกิดในตระกูลของเจ้าก็จริงแหล่ แต่ทว่าเป็นเจ้าที่มีความสวยงดงามเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีหญิงใดในกรุงกบิลพัสดุ์มหานครจะสวยเท่าพระนางรูปนันทา
คำว่า รูปนันทา แปลว่า มีรูปเป็นเครื่องบันเทิง คือมีรูปเป็นเครื่องดีใจ สมเด็จพระจอมไตรตรัสว่า ในอดีตชาติก่อน คือว่าทุกชาติที่ผ่านมามันเป็นนิสัยนะ พระพุทธเจ้าบอกว่านิสัยนี้ละไม่ได้ คนจะละนิสัยได้มีคนเดียวคือพระพุทธเจ้า ถ้ายังไม่เป็นพระพุทธเจ้าเพียงใด ก็ทรงนิสัยตามนั้น เมื่อได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ละนิสัยนั้นได้ มีองค์เดียว คนอื่นนอกจากพระพุทธเจ้าแม้แต่พระอรหันต์ทั้งหลายก็ละนิสัยเดิมไม่ได้ อย่างพระสารีบุตรอดีตเห็นจะเกิดเป็นลิงมามาก เป็นอัครสาวกขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เวลาพบลำคลองหรือลำราง พระอื่นค่อย ๆ ข้ามไป หรือค่อยๆ ถกผ้าลุยน้ำไป แต่พระสารีบุตรขัดเขมรแล้วก็โดดไป เป็นอันว่านิสัยนี้ทิ้งไม่ได้แม้ว่าจะเป็นอัครสาวก... -
ไม่เกิน ๓ เดือน เห็นผลทันที..เคล็ดการบนท้าวเวสสุวัณ เมื่อชีวิตไม่ราบรื่น ..ทำตามเห็นผลแน่นอน
เคล็ดไหว้ขอบารมีท่านท้าวเวสสุวัณเมื่อเกิดความติดขัดในชีวิต
สำหรับ ใครแก้ไขด้วยตนเองแล้วยังไม่ดีขึ้นสักที ทั้งเรื่องการงาน การเงิน โชคลาภ แนะนำให้ให้ท่านบนบานศาลกล่าวหรือไหว้ ต่อท่านท้าวเวสสุวัณ
โดยวิธีนี้ท่านสามารถ ไหว้ได้เองที่บ้านโดยจะมี รูปท่านท้าวเวสสุวัณเป็นผ้ายันต์หรือ ลอยองค์ก็ได้
กระทำดังนี้
ให้ท่านอาบน้ำ แต่งกายให้สะอาดสุภาพ จากนั้น ให้เข้าห้องพระ สมาทานศีล ๕
จากนั้น จึงสวดมนต์ โดยสวดบูชาพระรัตนตรัย พาหุง ชินบัญชร
แล้วให้ท่าน เตรียมธูปหอมมา ๙ดอก พวงมาลัยควรเป็นดาวเรืองหรือกุหลาบ๑พวง
ให้จุดธูปหอมและพนมมือสวดพระคาถาท้าวเวสสุวัณดังนี้
นะโมฯ ๓ จบ
จากนั้นสวดคาถาบูชาท้าวเวสสุวัณ
อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวัณโณ
จาตุมะหาราชิกา ยักขะ พันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง
อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวัณโณ นะโม พุทธายะ
สาธุ... ลูกชื่อ...... นามสกุล.......อาศัยอยู่บ้านเลขที่......... ขอกราบกรานองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด และ... -
“มจร”มอบโล่คนดีศรีพุทธศาสตร์เจ้าคุณประสาร
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.45 น.
“มจร”มอบโล่คนดีศรีพุทธศาสตร์เจ้าคุณประสาร
โอกาสครบรอบ 130 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย และ 70 ปีแห่งคณะพุทธศาสตร์
วันที่ 14 กันยายน 2560 เนื่องในการจัดงานครบรอบ 130 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วันที่ 13 กันยายน และครบรอบ 70 ปีแห่งคณะพุทธศาสตร์ โดยวันนี้ทางคณะโดยผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิตได้จัดการฉลองทางวิชาการครั้งสำคัญนี้ด้วย มีพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิกาบดี มจร เป็นประธานพร้อมมอบรางวัลต่างๆ ประกอบด้วยรางวัล เพชรพุทธศาสตร์ คนดีศรีพุทธศาสตร์ และผู้ทำประโยชน์แก่คณะพุทธศาสตร์ ในจำนวนนี้มีพระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีรวมด้วยด้วย
หลังจากนั้นเจ้าคุณประสารได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพระเมธีธรรมาจารย์ – เจ้าคุณประสาร ความว่า ส่วนตัวผมนั้น ผมทำงานทั้งในส่วนงานของมหาวิทยาลัยและองค์กรอื่นๆ ดังที่ปรากฎ ดังนั้นงานที่ผ่านมาจึงมีทั้งคนชมและคนต่อว่าต่อขาน ซึ่งผมก็ทำใจได้และก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของปุถุชนวันนี้คณะพุทธศาสตร์ได้มอบโล่รางวัลให้กับผม และท่านอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการได้กำหนด... -
แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา (พระราชสุทธิญาณมงคล)
มีพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากที่ไม่ทราบแก่นธรรมของพระพุทธศาสนานั้นคืออะไร หรือนัยหนึ่งไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนอะไรเป็นหลักสำคัญ การที่พระองค์ทรงอุตสาหะเสด็จจาริกไปในที่ต่างๆ ตั้งแต่ตรัสรู้จนถึงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน รวมเป็นเวลาถึง ๔๕ ปี ก็เพื่อจุดประสงค์อันเดียวคือทรงสั่งสอนแก่นธรรม ๓ ประการนั้น คือ
๑. การละความชั่ว
๒. การทำความดี
๓. การชำระใจให้บริสุทธิ์
ในบรรดาศาสนาต่างๆ ทั้งที่เกิดขึ้นก่อนพระพุทธศาสนาและที่เกิดมาในภายหลัง ต่างก็มีหลักสอนให้ละความชั่วและให้ทำความดีเป็นประการสำคัญ แต่ไม่มีศาสนาใดที่สอนถึงวิธีชำระใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีอยู่ก็แต่ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงเล็งเห็นโดยแจ้งชัดว่าโลกของรานี้เป็นโลกของความทุกข์ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากกันเป็นทุกข์ การร่ำไห้อาลัยเป็นทุกข์ ความเสียใจเป็นทุกข์ ความเหี่ยวแห้งใจเป็นทุกข์ มูลเหตุที่ก่อให้เกิดทุกข์ ก็คือตัณหาหรือความอยาก ซึ่งก่อให้เกิดกิเลสเกรอะกรังดวงจิต ได้แก่ โลภ โกรธ หลง... -
งานครบรอบสถาปนา130 ปี มหาจุฬาฯ ตั้งเป้า มจร.ยุค 4.0 ศูนย์กลางค้นคว้า วิจัยพระพุทธศาสนานานาชาติ
งานครบรอบสถาปนา 130 ปี มหาจุฬาฯ สุดคึกคัก อธิการบดี ตั้งเป้า มจร.ในยุค 4.0 เป็นศูนย์กลางค้นคว้า-วิจัยพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ
สำนักข่าว Thai R News – เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่อาคารมวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีพิธีเปิดงานครบรอบวันสถาปนา “130 ปี มหาจุฬาฯ” และการจัดแสดงนิทรรศการของวิทยาเขตต่างๆ ทั่วประเทศ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักทั้งศิษย์เก่า-ศิษย์ใหม่จากทั่วประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยจะจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “พันธกิจมหาจุฬาฯ โดย พระราชวรเมธี ดร., ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ, ศ.ดร.จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์, รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม การมอบโล่รางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่นคณะพุทธศาสตร์ และแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เหลียวหลังแลหน้า ๗๐ ปี คณะพุทธศาสตร์” พิธีบำเพ็ญกุศลของคณะพุทธศาสตร์ การเสวนา เรื่อง “ย้อนยุคการเรียนการสอนของคณะพุทธศาสตร์” โดย พระธรรมโมลี ดร. รองอธิการบดีวิทยาเขตสุรินทร์, ศ.พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต, ศ. ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ คณะศิลปะศษสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองศ. ดร.สำเนียง เลื่อมใส... -
สาธุชนแห่เข้าวัดบวรฯ ต่อคิวร่วมบริจาคสร้างศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ
สำนักข่าว Thai R News – เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรฯ เป็นประธานในพิธีมังคลาภิเษก “เหรียญทรงงาน” ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 5 ธันวาคม 2542 พร้อมนั่งปรกอธิษฐานจิตเพิ่มบารมีธรรมเป็นเวลาอันสมควร จากนั้นได้ประพรมน้ำพุทธมนต์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ ซึ่งเหรียญดังกล่าวสมาคมชาวไทยเชื้่อสายจีน ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างขึ้น เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2542 โดยอัญเชิญพระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงงาน ประดิษฐานด้านหน้าของเหรียญ มีการนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในครั้งนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทั้งนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีในพระอุโบสถ มีประชาชนจำนวนมากที่มารอต่อคิวได้เบียดเสียดเข้าจองบัตรคิวเพื่อร่วมบริจาคสมทบทุนก่อสร้างศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ ตึกพระเทพประสิทธิมนต์ รพ.ราชพิพัฒน์ ซึ่งผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 300บาท จะได้รับเหรียญทรงงานกลับไปด้วย
พระเทพประสิทธิมนต์ (โกศล มหาวีโร) หรือหลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม... -
"ทำใจรับผลของกรรม ก็ชนะผลของกรรมได้"
"ทำใจรับผลของกรรม ก็ชนะผลของกรรมได้"
" .. ครูอาจารย์ผู้รู้ผู้เป็นที่ศรัธทาเชื่อถือของคนมากหลาย เมื่อจะช่วยผู้คนเหล่านั้นให้กลัวอำนาจของกรรมไม่ดี "ท่านก็มักจะเล่าถึงกรรมต่าง ๆ ของท่าน ที่ท่านให้รับความทุกข์ทรมานอยู่ในภพชาตินี้" เช่น "บางท่านเป็นโรคเจ็บปากอยู่อย่างมาก" ท่านก็จะเล่าว่า "กรรมที่ท่านเคยทำไว้ในอดีต คือชอบตกปลา" ผู้ฟังก็เข้าใจว่า "การตกปลาคือการทำให้เบ็ดเกี่ยวปากของปลา ทำให้ปลาได้รับความเจ็บปวดทรมาน ผลที่ท่านผู้ทำกรรมนั้นแก่ปลา" ก็ตรงตามเหตุเช่นนี้
ครูอาจารย์สำคัญองค์หนึ่ง "ก่อนท่านมรณะภาพหลายปีนัก ท่านบอกแล้วบอกเล่าแก่เหล่าสานุศิษย์ว่า ท่านจะมรณะภาพด้วยการถูกรถทับ" เพราะในอดีตชาติ "ท่านได้ขับเกวียนทับคนตายโดยเจตนา" และท่านก็มรณะภาพโดยถูกรถทับ "ตรงตามที่ท่านบอกไว้ล่วงหน้า" ด้วยเมตตาปรารถนาจะให้กลัวกรรมกันจงหนัก
การให้ผลของกรรม ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ทั้งที่เกี่ยวกับตัวเองและเกี่ยวข้องกับผู้อื่นทั้งหมด แม้จะเป็นความสำคัญนัก "แต่การทำใจรับผลของกรรมที่กำลังรับอยู่และการทำใจรับรู้ผลของกรรมที่ผู้อื่นกำลังรับอยู่ ทั้งกรรมดีก็ตาม หรือกรรมชั่วก็ตาม เป็นความสำคัญยิ่งกว่า... -
การสำรวมวาจา ( หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ )
::♦การสำรวมวาจา♦::
เมื่อบุคคลใดรักษาวาจาของตนให้ดี หัดกล่าวแต่วาจาที่เป็นสัตย์เป็นธรรม เป็นประโยชน์ตนและผู้อื่น วาจาอันใดที่พูดไปแล้วมันทำให้ผู้อื่นเจ็บอกเจ็บใจก็ไม่พูดไม่ทำ พูดไปแล้วทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์เสียสินก็ไม่พูด พูดไปแล้วทำให้คนอื่นทะเลาะวิวาทกัน ก็ไม่พูด อย่างนี้แหละ การกล่าววาจาดีงามนี่ก็เกี่ยวกับการฝึกนะ.. เกี่ยวกับ “สติสัมปชัญญะ”ด้วย
บางคนน่ะสติอ่อนแอเหลวไหล เมื่อจะพูดอะไรออกไปก็ระลึกไม่ได้ พูดไปตามอำนาจของกิเลส มันก็มักจะเป็นคำพูดที่ผิดพลาดไปเรื่อยๆ ไปกระทบกระทั่งผู้อื่นให้เป็นทุกข์เดือดร้อน ไม่ทันได้คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนอะไรแล้วก็พูดออกไปเลยอย่างนี้นะ เพราะฉะนั้นขอให้พากันสำรวมระวังการกล่าววาจานี้ให้มากๆเลยทีเดียว เพราะวาจานี้เป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี นี่พูดถึงคุณค่าของวาจานี่นักปราชญ์ท่านยกให้เป็นเอกเลยทีเดียว นี่เป็นเอกในที่นี้น่ะ..ถ้าหากว่าพูดชั่วอย่างนี้ มันก็เป็นเอกไปทางชั่วนะ ถ้าพูดดีก็เป็นเอกไปในทางดี เอ้า “พูดชั่วตัวก็ตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา” นี่คำโคลงท่านกล่าวไว้
อย่าไปเข้าใจว่าไม่สำคัญเน้อวาจาคำพูดนี้น่ะ สำคัญมากทีเดียว... -
ภาวนาอยากรวย (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
ภาวนาอยากรวย
ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ลูกเห็นทีว่าศรัทธาชักจะเตี้ยลงเหมือนสาละวันเสียแล้ว ทั้งนี้เพราะว่ากำลังใจในด้านการทำความดีมันเหี่ยวแห้งยังไงบอกไม่ถูก คือ ว่าอย่างนี้ ทำบุญทำกุศล ลูกทำตามแบบฉบับหลวงพ่อทุกอย่าง ศีลรักษาแถมยังมีศีล 8 ผสมในวันพระด้วย ภาวนาไม่ต้องห่วงเลยหลวงพ่อคะ ลูกว่าถี่ยิบ เพราะอยากจะรวยเร็วๆ แต่อนิจจาสู้คนข้างบ้านไม่ได้เลย เขารวยมากกว่าลูก เขาทำอะไรได้ดีไปทุกอย่าง ลูกทำอะไรแล้วไม่ได้เรื่องเลย ลูกจึงอยากจะมาปรึกษากับหลวงพ่อว่า มีทีเด็ดคำแนะนำอย่างไรจะไปสู้ข้างบ้านได้บ้างเจ้าคะ ?
หลวงพ่อ : เออ ดูตัวอย่าง อนาบิณฑิกเศรษฐี เขาอยู่กับพระพุทธเจ้าใช่ไหม มีศรัทธา เป็นมหาเศรษฐี แต่วันหนึ่งกรรมที่เป็นอกุศลมาตัด กลายเป็นคนยากจน ต้องกินปลายข้าว แต่ว่าอาศัยที่เคารพพระพุทธเจ้าไม่ช้าก็รวยตามเดิม เป็นกรรมชั่วคราวนะ
ผู้ถาม : อ้อ..อย่างนี้ก็ต้อทำกำลังใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวิบากกรรมชั่วคราว อย่างนั้นก็ต้องรักษาอารมณ์เดิมไว้ก่อน
หลวงพ่อ : ใช่ๆๆๆ ยันไว้อย่าให้พัง
ผู้ถาม : แต่ความจริงที่หลวงพ่อบอกว่า คาถาเงินล้าน ถ้าหากว่าทำเป็นปกติ จิตสบายๆ ก็จะยันไว้
หลวงพ่อ :... -
คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “อนุสสติ ๑๐” (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)
คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “อนุสสติ ๑๐”..
.. อนุสสตินี้ แปลว่า การตามระลึกนึกถึงอารมณ์ ๑๐ ประการ คือ
๑.ระลึกนึกถึง ความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกว่า “พุทธานุสสติ”
๒.ระลึกนึกถึง ความดีของพระธรรม เรียกว่า “ธัมมานุสสติ”
๓.ระลึกนึกถึง ความดีของพระอริยสงฆ์ เรียกว่า “สังฆานุสสติ”
๔.ระลึกนึกถึง ความดีที่องค์สมเด็จพระมหามุนีทรงสอน เรียกว่า “สีลานุสสติ”
๕.ระลึกนึกถึง ความดีของทาน การบริจาคที่เราสละไปแล้ว เพื่อหวังการเกื้อกูลให้บุคคลอื่นให้มีความสุข เรียกว่า “จาคานุสสติ”
๖.ระลึกนึกถึง คุณธรรมที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา “เทวดา” แปลว่า ประเสริฐ “ประเสริฐ” ก็คือความดีไม่มีที่ติ เรียกว่า “เทวตานุสสติ”
๗.ระลึกนึกถึง ความตายที่มันจะเข้ามาถึง ซึ่งเป็นของที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่า “มรณานุสสติ”
๘.ระลึกนึกถึง กาย ว่ามันสักแต่ว่ากาย คือเป็นธาตุ ๔ ประชุมกัน แบ่งเป็นอาการ ๓๒ มีการสลายตัวไป เรียกว่า “กายคตานุสสติ”
๙.ระลึกนึกถึง ลมหายใจเข้าออกให้สติทรงอยู่ เรียกว่า “อานาปานุสสติ”
๑๐.ระลึกนึกถึง พระนิพพานเป็นอารมณ์ อย่างนี้เรียกว่า “อุปสมานุสสติ”
เป็นอันว่า อนุสสติทั้ง ๑๐ ประการนี้... -
สังโฆ อัปปมาโณ ( พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ )
สังโฆ อัปปมาโณ
ถ้าไปได้ถามประวัติวัดท่าซุงนะ จะเห็นว่า สังโฆ อัปปมาโณ คุณของพระสงฆ์ประมาณไม่ได้เป็นอย่างไร มีโยมบางคนเขามาปรารภ "หลวงพี่เจ้าขา...ไม่ทราบว่าพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ ? พยายามพิจารณาอย่างไรก็พิจารณาไม่ออก" อาตมานั่งอยู่หน้าห้องหลวงพ่อ บอกว่า "โยม...เคยเดินรอบวัดหรือยัง ?" "ยังเจ้าค่ะ" "เออ...ไปเดินนะโยมนะ เดินให้รอบวัด เดี๋ยวก็เห็นเอง"
เสร็จแล้วโยมเขาไปเดินหายไปสัก ๒ ชั่วโมง กลับมาเหงื่อหยดติ๋งเลย "เป็นอย่างไรจ๊ะโยม เห็นบ้างหรือยัง ?" "ยังเจ้าค่ะ" เออ…น่าเดินอีกรอบหนึ่งนะ บอกไปว่า "โยมลองคิดดูสิว่า นี่คือศรัทธาที่ชาวบ้านเขาถวายมาสำหรับพระแก่ ๆ องค์หนึ่ง ถ้าหากว่าท่านไม่ได้สร้างบารมีมาถึงขนาดนี้ ใครเขาจะให้ วัดท่าซุงตอนนั้นการก่อสร้าง ๓๐๐ ล้านกว่า ๆ เกือบ ๆ ๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่าทางพวกวิศวะเขาไปตีราคาเขาบอกว่าประมาณ ๔ พันล้านบาทเป็นอย่างน้อย
๔ พันล้านนี่ถ้าเป็นงบประมาณของกรมอะไรสักกรมหนึ่งก็ไม่มาก ถ้ายิ่งของกระทรวงแล้วก็ยิ่งน้อยใหญ่เลย แต่ลองนึกถึงหลวงตาแก่ ๆ องค์หนึ่ง อยู่วัดบ้านนอกด้วย มีคนเอาเงินไปถมวัดให้ ๔ พันล้าน เป็นอย่างไรล่ะ ?... -
มงคลชีวิต (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
มงคลชีวิต
ถาม : พอดีไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องมงคลชีวิต ๓๘ ประการ ทีนี้เขาแบ่งออกเป็น ๑๐ หมวด แล้วในช่วงต้น ๆ จะเป็นส่วนที่ปฏิบัติได้พื้น ๆ แต่พอช่วงหมวดที่ ๙ หมวดที่ ๑๐ นี่จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติในระดับสูง ก็เลยไม่แน่ใจว่าคนธรรมดานี่จะปฏิบัติได้ครบไหม ?
ตอบ : ถ้าทำได้ครบก็เป็นพระอรหันต์
อย่าลืมว่า “อริยะสัจจานะ ทัสสะนัง เอตัมมัง คะละมุตตะมัง” การทำอริยสัจให้แจ้งเป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง คนแจ้งในพระอริยสัจ ต้องเป็นพระอรหันต์เท่านั้น
แล้วหลังจากนั้นก็ “ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะนะกัมปะติ” จิตที่กระทบโลกธรรมแล้วไม่หวั่นไหว
“อโสกัง” เป็นผู้ไม่เศร้าโศก
“วิระชัง” ปราศจากซึ่งธุลี
“เขมัง” เป็นผู้เกษมชื่นบานอยู่ตลอดเวลา
สี่ข้อนี้ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ทำไม่ได้หรอก ดังนั้น..คนที่ทำมงคล ๓๘ ได้ครบทุกข้อ ต้องเป็นพระอรหันต์เท่านั้น
ถาม : แล้วเราจะแบ่งระดับชั้นอย่างไร ว่าเราควรจะปฏิบัติถึงหมวดไหน ?
ตอบ : ได้ทั้งหมดยิ่งดี สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะทำตามนั้น
อย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าเทศน์อะไรก็ตาม พระองค์ท่านหวังมรรคผล สิ่งที่พระองค์ท่านสอนทุกอย่าง ถ้าเราปฏิบัติตามนั้น... -
"ศน.-พศ."ถกยับยั้งเกมส์"Fight of Gods"
"ศน.-พศ."ถกยับยั้งเกมส์"Fight of Gods"
วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.08 น.
"ศน.-พศ."จับมือหลายภาคส่วนถกเกมส์ "Fight of Gods" เร่งยับยั้งเหตุใช้พระพุทธเจ้าและพระเยซูเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ส่งผลกระทบต่อศาสนา
วันพุธที่ 13 กันยายน 2560 เมื่อเวลา 09.00 น. นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) เป็นประธานในการประชุมหารือเกี่ยวกับกรณีการเผยเเพร่เเละจำหน่ายเกมส์ Fight of Gods ทางเว็บไซต์ พร้อมด้วยผู้เเทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร เเละเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุมกรมการศาสนา ชั้น 2 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยทางสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม ดังนี้ บาทหลวงเสนอ ดำเนินสดวก เลขาธิการคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ และ บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายสื่อสารสังคม
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำ อาคาร 1 นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม... -
ผู้ว่าฯเมืองคอนนำผู้นำชุมชนเข้าวัดปฏิบัติธรรม
ผู้ว่าฯเมืองคอนนำผู้นำชุมชนเข้าวัดปฏิบัติธรรม
หลักสูตร 3 วัน 2 คืน ที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว คราวละ 200 คนห้ามส่งผู้แทน
วันที่ 13 ก.ย.2560 นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานปิดโครงการผู้นำชุมชนประกอบด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธภายในจังหวัด เข้าค่ายปฏิบัติธรรมตามหลักสูตร 3 วัน 2 คืน ที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นรุ่นที่ 2 แล้วกำหนดรุ่นละ 200 คน หากใครไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไม่สามารถที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วมได้จะต้องได้เข้ารับการอบรมซ่อมในรุ่นถัดๆ ไป
ทั้งนี้เฟซบุ๊กSiridhammapirat Yodkhunได้ระบุว่า ผู้นำถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญมาก หากผู้นำมีความรู้ ความเข้าใจในหลักศาสนาที่ถูกต้อง มีคุณธรรม ก็จะส่งผลให้กับประชาชนในชุมชนเดินในทิศทางที่ถูกต้องด้วย ดังมีปรากฎข้อความในราโชวาทชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 ตอนหนึ่ง ว่าถ้าเมื่อโคทั้งหลาย ว่ายข้ามแม่น้ำไป โคหัวหน้าฝูงว่ายคด เมื่อโคผู้นำฝูงว่ายคดอย่างนี้ โคทั้งหมดก็ย่อมว่ายคดไปตามกัน
ในมนุษย์ทั้งหลายก็เหมือนกัน... -
พระธรรมทูตทั่วโลกกำหนดแผนปกป้องพุทธ
วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.36 น.
พระธรรมทูตทั่วโลกกำหนดแผนปกป้องพุทธ
คณะพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลกร่วมประชุมสามัญประจำปี2560 องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชาอาณาจักรและไอร์แลนด์ กำหนดแผนปกป้องพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พุทธธรรมให้แผ่ไปกว้างไกลทั่วโลก
เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2560 พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานเปิดงานประชุมพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ประจำปี 2560 ณ วัดมหาธาตุ เมืองคิงส์บรอมลี สหราชอาณาจักร พร้อมด้วยคณะพระมหาเถรานุเถระ มีพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล พระเทพพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา พระกิตติโสภณวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในโอเชียเนีย ในการประชุมคราวนี้จัดขึ้นโดยองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ โดยมีพระเทพภาวนามงคล ประธานองค์กรฯ ทั้งมีพระธรรมทูตมาร่วมประชุมจากทั่วโลก
พระพรหมสิทธิ ได้อ่านสาสน์ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และกล่าวเปิดประชุม... -
สอนชาวคริสต์ตักบาตร!! เมื่อหลวงปู่ขาว ไปบิณฑบาตในหมู่บ้านคริสเตียน
สอนชาวคริสต์ตักบาตร!! เมื่อหลวงปู่ขาว ไปบิณฑบาตในหมู่บ้านคริสเตียน เผย..คำพูดของท่านที่ทำให้ชาวคริสต์หันมาใส่บาตรพระสงฆ์ น่าศรัทธายิ่งนัก!!
หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระภิกษุ คณะธรรมยุติกนิกาย ท่านได้รับความเคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนในฐานะพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สายของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านได้ธุดงค์จาริกไปตามถิ่นต่าง ๆ จนในที่สุดก็มาพำนักจำพรรษาอยู่ที่ วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ จวบจนมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคมพ.ศ. ๒๕๒๖
ในช่วงที่หลวงปู่ธุดงค์อยู่ในเขต อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ท่านได้เข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านชาวคริสต์ ปรากฏว่าไม่มีใครใส่บาตรเลยแม้แต่คนเดียว ท่านทราบจากชาวบ้านว่า หัวหน้าหมู่บ้านได้สั่งห้ามลูกบ้านทุกคนไม่ให้ใส่บาตรพระสงฆ์ หลวงปู่เดินไปยังบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วเขาก็ออกมาบอกกับท่านด้วยน้ำเสียงและท่าทีไม่เป็นมิตรว่า "หมู่บ้านนี้เป็นชาวคริสต์ ไม่ทำบุญตักบาตร ท่านจงไปทางอื่นเสียเถิด"
หลวงปู่จึงพูดว่า "พวกท่านก็เป็นคนไทย สายเลือดไทย เกิดในเมืองไทยเช่นกัน คนไทยทุกคนเป็นญาติกัน เป็นพี่น้องกัน... -
พระสงฆ์-เณรหนองคายโรครุม ความดัน-เบาหวานอื้อ
นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการ จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ได้ติดตามการปฏิบัติงานตามโครงการตรวจสุขภาพพระภิกษุ สามเณร จ.หนองคาย ประจำปี2560 ที่บริเวณวัดเจริญผล บ้านเหล่าเจริญ หมู่ 10 ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัยจ.หนองคาย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานสาธารณสุข จ.หนองคาย สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.หนองคาย และศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคายดำเนินการตรวจสุขภาพพระภิกษุ สามเณร ในพื้นที่ 22 แห่ง ของ 9 อำเภอขงจังหวัด โดยการให้บริการครั้งนี้เป็นจุดที่ 16
ทั้งนี้การตรวจสุขภาพในช่วง 15 จุดที่ผ่านมา พระสงฆ์ สามเณรส่วนใหญ่ 70% มีปัญหาสุขภาพ เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและมีปัญหาสุขภาพในช่องปาก ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของพระสงฆ์ เณร ซึ่งจะเชิญไปเข้าค่ายกิจกรรมบำบัดฟื้นฟูเป็นกรณีพิเศษ โดยมีสัดส่วน 3 % ของจำนวนพระสงฆ์ สามเณรทั้งหมด
ขอขอบคุณที่มา
https://www.dailynews.co.th/regional/598012 -
ชื่นชม! ร.ร.พังทุย หนึ่งในต้นแบบโรงเรียนวีถีพุทธทำวัตรเช้าในวันพระก่อนเข้าเรียน
ชื่นชม!ร.ร.พังทุยพัฒนศึกษาผ้าขาวม้าเป็นสัญลักษณ์ลูกอีสาน หนึ่งในต้นแบบโรงเรียนวีถีพุทธทำวัตรเช้าในวันพระก่อนเข้าเรียน
ร.ร.พังทุยฯวีถีพุทธทำวัตรเช้าก่อนเข้าเรียน
โรงเรียนมัธยมประจำตำบลเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนนี้อยู่กลางป่า เด็กที่มาเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชาวบ้านแถวนั้น หากใครได้เข้าไปสัมผัส จะหลงใหลและหลงรัก โรงเรียนและนักเรียนโรงเรียนนี้ อย่างแน่นอน “รอยยิ้ม” และ “ความมีน้ำใจ” คือความโดดเด่นของนักเรียนที่นี่
ทุกวันพระนักเรียนและครูที่นี่จะใส่ชุดขาวตามอัตภาพที่จะหาได้ ที่สำคัญและถือเป็น “วัฒนธรรมของโรงเรียน” คือ การทำวัตรเช้า ในวันพระ ก่อนเข้าเรียน หลังจากนั้นก็จะ “ออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า” “ผ้าขาวม้า” ที่คล่องคอ เปรียบเสมือน “เนคไท” ที่เป็น “สัญลักษณ์” ของลูกอีสาน และยังเป็น “อุปกรณ์” สำหรับออกกำลัง ทุกเช้า
แม้ไม่มีราคาที่แพง และเท่ และ น่ารักมาก
ถ้าคณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร มีส่วนเข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน เติมเต็ม โรงเรียนเหล่านี้ จะเป็นคุณูปการต่อพระพุทธศาสนามาก และที่สำคัญ คณะสงฆ์ยังสามารถต่อยอดในการสร้าง โรงเรียนวีถีพุทธ โดยคณะสงฆ์... -
ฮือฮา!พบพระทองคำอายุกว่าร้อยปี ลูกศิษย์ลอกรักออกถึงกับตะลึงเนื้อเป็นทองทั้งองค์ (คลิป)
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบพระพุทธรูปทองคำแท้องค์ใหญ่ ปางมารวิชัย ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดจุฬามณี ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดดังกล่าว โดยตรวจสอบบนศาลาการเปรียญซึ่งเป็นศาลายกสูง ด้านหน้าปิดล็อกประตูอย่างดีถึง 2 ชั้น บริเวณด้านบนประดิษฐาน “พระพุทธมงคลชัย” เป็นพระปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร ซึ่งองค์เป็นสีเหลืองทอง ตั้งไว้ในตู้กระจกบนศาลา โดยมีประตูเหล็กล้อมรอบอีก 2 ชั้น
จากการสอบถามคุณลุงพิชิต มีลักษณะ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กรรมการวัดและเป็นคนเก่าแก่ของวัด กล่าวว่า ตนยืนยันว่าพระพุทธมงคลชัยองค์นี้เป็นพระทองคำจริง โดยพระพุทธมงคลชัยนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย มีหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตัน แต่เดิมพระพุทธรูปองค์นี้สมัยก่อนนั้นเป็นพระพุทธรูปที่ลงรักไว้เป็นสีดำ และประดิษฐานไว้ที่หอสวดมนต์เก่า ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่ค่อยได้มีใครสนใจ มีขี้นกอยู่เต็มไปหมด... -
“อุเบกขาของพระพุทธเจ้า ต่างจากการทอดธุระ”(หลวงปู่บุดดา ถาวโร)
เรื่อง “อุเบกขาของพระพุทธเจ้า ต่างจากการทอดธุระ”
(คติธรรม หลวงปู่บุดดา ถาวโร)
ลูกสาวในอดีตของท่านกำลังคิดว่า ขณะนี้เรากำลังถูกคนทำคุณไสย แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้ หากเราพบบุคคลเหล่านั้นอีก เราจะไม่ปรุงแต่งจิตของเรา แม้เขาจะมุ่งประทุษร้าย เราก็จะปล่อยวางหรือวางเฉยจะดีไหม คิดเพียงแค่นี้ หลวงปู่บุดดาท่านก็มาแล้วสอน มีความว่า
“เฉยอย่างนั้นก็โง่นะซิ บางอย่างต้องต่อสู้ แก้ได้ต้องแก้ไป ไม่ใช่เขาใช้ให้ไปตายก็ยอมไปตายแหงแก๋ สิ่งที่ให้วางเฉย (อุเบกขา) ก็คือ กิเลสที่มากระทบอายตนะ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตัวธรรมล้วนๆ คือ ไม่ปรุงแต่งในธรรมที่เข้ามากระทบสัมผัสนั้นๆ เช่น ใครคิดร้ายต่อเราก็ช่างเขา แต่ถ้าถึงขั้นเอาไม้หวดตีกายเรา ถ้าเรารู้จักเมตตาตัวเองก็ต้องหลบซิ เพราะถ้าให้เขาตีกายเรา จิตเราอาศัยมันอยู่ก็ต้องเจ็บไปด้วย แต่ถ้าเขาแค่คิดยังไม่ได้ทำ ก็กรรมของเขา เขาทำแล้วเราหลบ เราแก้ไขไม่ได้ต่อกร ก็กรรมของเขาอีกนั่นแหละ มันคนละกรรมกัน อย่าไปยุ่งให้จิตวุ่นวาย”
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
ต้องเพียรปฏิบัติทำวิปัสสนาญาณให้แจ้ง ความสงสัยก็หมดไปเองโดยสิ้นเชิง
” ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริงนั้น
ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้าชาติหลัง
หรือนรกสวรรค์อะไรๆ ก็ได้.
ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรงศีลสมาธิปัญญาอย่างแน่วแน่ก็พอ
ถ้าสวรรค์มีจริงถึง ๑๖ ชั้นตามตำรา
ผู้ปฏิบัติดีแล้ว ก็ได้เลื่อนฐานะตนเองโดยลำดับ
หรือถ้าสวรรค์นรกไม่มีเลย
ผู้ปฏิบัติดีแล้วย่อมไม่ไร้ประโยชน์
ย่อมอยู่เป็นสุข เป็นมนุษย์ชั้นเลิศ
การฟังจากคนอื่น การค้นคว้าจากตำรานั้น
ไม่อาจแก้ข้อสงสัยได้
ต้องเพียรปฏิบัติทำวิปัสสนาญาณให้แจ้ง
ความสงสัยก็หมดไปเองโดยสิ้นเชิง.”
หลวงปู่ดุลย์ อตุโล
เทิดไว้เหนือเศียรเกล้า ด้วยเกล้า สาธุ.
ที่มา ธรรมะพระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต -
ฝึกใจให้สูงด้วยบุญและคุณ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ฝึกใจให้สูงด้วยบุญและคุณ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
นั่นแหละคนเรา ไม่ใช่ว่าจะทำดีไม่ได้เมื่อตกไปในทางที่ชั่วแล้ว รู้ตัวแล้วก็กลับทำดีขึ้นได้อยู่นี่ เมื่อทำคุณงามความดี ให้สูงขึ้นไปได้แล้ว ไอ้ความชั่วที่ตัวทำมาแต่ก่อนนั้น มันก็ตามให้ผลไม่ทัน มันก็เป็น “อโหสิกรรม” ไป
ถ้าไม่อย่างนั้นพระศาสดาจะไม่ทรงสั่งสอน ให้ “ละชั่ว ทำดี” เลย แสดงว่า ความชั่วนี่ละได้ ละไม่ได้แต่ความชั่วอย่างหนักอย่างที่เคยพูดให้ฟังมาแล้ว “อนันตริยกรรม” กรรมหนักมีฆ่าพ่อฆ่าแม่เป็นต้น หมู่นี้ อันนี้บุคคลจะเพียรพยายามละปานใดก็ละไม่ได้ มันต้องติดตามให้ผล มีอเวจีมหานรกเป็นที่ไป
แต่ถ้าบุคคลได้ทำกรรมเบากว่านั้นลงมาแล้ว รู้ตัวแล้วสามารถเพียรพยายามฝึกฝนจิตใจ ให้สูงอยู่ด้วยบุญด้วยคุณอย่างว่ามาแล้วนั้น บาปกรรมเหล่านั้นก็กลายเป็นอโหสิกรรมไป มันจะตามสนองไม่ทันแล้วเพราะว่าจิตใจมันสูงขึ้น ด้วยบุญด้วยคุณอยู่แล้ว สูงอยู่ด้วยขันติความอดทน อย่างที่ว่ามานั่นแหละ
ใครจะมายั่วยวนตนชวนทะเลาะวิวาทก็ไม่เอาด้วยเลย เพราะว่าจิตใจของผู้นั้นมันสูงอยู่แล้วนี่ มันมองเห็นไอ้การทะเลาะวิวาททำหยาบคายต่างๆหมู่นี้เป็นของเลว... -
“อุบายจับตัวใจ” (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
“อุบายจับตัวใจ” (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
” .. ท่านให้ใช้คำบริกรรม “จะเป็นพุทโธ หรืออานาปานสติก็ได้” ล่อให้ใจมันมาอยู่ตรงนั้นเท่านั้น ถ้าใจไม่อยู่ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย “บริกรรมให้จิตมันอยู่ในคำบริกรรมนั้น เพื่อจะจับมันให้ได้”
บางคน “ถึงจะภาวนาพุทโธหรืออานาปานสติ ตัวจิตมันก็ไม่อยู่ในพุทโธ” จิตมันไปไหนก็ไม่ทราบ แม้แต่พุทโธก็หายไปด้วยกัน “นี่คือขาดสติแล้ว”
“จงตั้งสติคุมจิตให้อยู่ในพุทโธใหม่” ทำอย่างนี้อยู่เรื่อยไป “ทำบ่อยเข้าจิตก็อยู่เอง” เมื่อสติคุมจิตมาอยู่ในคำบริกรรม พุทโธ ๆ อันเดียวแล้ว ให้พิจารณาดูว่า “ใครผู่ว่าพุทโธ ก็จิตนั่นแหละเป็นผู้ว่าพุทโธ” เกิดจากอะไร ก็เกิดจากจิต ผู้คิด ผู้นึก ผู้รู้สึก
“จึงว่าจิตมันอยู่กับพุทโธแล้วคราวนี้” อย่าไปจับเอาพุทโธ “จับเอาความรู้สึกนั่นแหละ อันที่นึกคิดว่าพุทโธ” พอจับจิตได้แล้ว คำบริกรรมว่าพุทโธก็จะหายไป หรือถ้าไม่หายก็จงวางเสีย “จับเอาแต่ผู้รู้หรือธาตุรู้อันเดียว” .. ”
“หลักภาวนา”
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
“ความยึดมั่นผูกพัน นำมนุษย์เกิดเป็นสัตว์ได้”
“ความยึดมั่นผูกพัน นำมนุษย์เกิดเป็นสัตว์ได้”
” .. “กรรมที่อาจทำให้มนุษย์ในชาติหนึ่งต้องเป็นสัตว์ในอีกชาติหนึ่ง หรือทำสัตว์ในชาติหนึ่งให้กลับเป็นมนุษย์ในอีกชาติหนึ่ง” มีผู้เขียนบ้างเล่าบ้างไว้หลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้
รวมทั้งเรื่องที่มีปรากฏในพุทธกาล “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามพึงไม่ประมาท” กรรมใดที่เคยมีแสดงไว้ว่า “ทำให้มนุษย์ต้องเกิดเป็นสัตว์” เชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่พึงทำ
กรรมสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ “เป็นกรรมทางใจคือความผูกพัน” ผู้ตายมีความผูกพันในภพภูมิของตน เช่น “ผูกพันในทรัพย์สมบัติของตน” ในภพภูมินั้น “ความผูกพันยึดมั่นอาจนำให้กลับมาเกิดในบ้านเรือนตนอีกได้ แต่จะมิใช่เป็นมนุษย์”
มีเรื่องเล่าว่า “เกิดเป็นเล็นก็มี เกิดเป็นสุนัขก็มี” ซึ่งน่าจะไม่มีผู้ใดปรารถนาจะเป็น “จึงน่าจะต้องระวังกรรมทางใจให้มาก” เช่นเดียวกับกรรม ทางกายทางวาจา “อย่ายึดมั่นห่วงใยในอะไรให้มากนัก” วางเสีย ปล่อยเสีย “ท่องพุทโธ ๆ ไว้เสมอ” นั่นแหละจะทำให้ถอนใจจากความยึดมั่นได้ .. ”
“อำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม”
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙
ที่มา พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น -
คุณธรรมสามัคคี ๔ ข้อ โดย พระเทพสิงห์บุราจารย์
๑. ทานัง ความเป็นผู้อัธยาศัย อารีอารอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เจือจานแก่กัน ตามกำลังของตน อันนี้เป็นทางให้เกิดความสามัคคีประการหนึ่ง ความเป็นคนใจจืดเหนียวแน่น เห็นแต่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว เป็นเหตุทำลายความสามัคคี
๒. เปยฺยวชฺชํ ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน นุ่มนวลชวนดื่มไว้ในใจ ถึงแม้ว่าวาจาจะหยาบคาย แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติดี วาจาเช่นนี้ ก็ควรดื่มไว้ในใจ อันนี้เป็นทางให้เกิดความสามัคคีประการหนึ่ง การพูดเสียดสีกระทบกระทั่ง บริภาษให้บาดใจ เป็นเหตุทำลายความสามัคคี
๓. อตฺถจริยา ความประพฤติกิจ ที่เป็นประโยชน์ต่อกัน คือความเป็นผู้โอบอ้อม เห็นเขาได้ทุกข์ยากก็เอาใจช่วยและคอยถามข่าวคราวทุกข์สุขแห่งกันและกัน สิ่งใดที่ควรแก่กำลังก็ช่วยเหลือไม่ดูดาย เห็นสิ่งใดผิดก็ช่วยตักเตือน ถ้าความเสื่อมเสียจะมีมาถึงก็ช่วยแก้ไขป้องกัน โดยเต็มกำลัง อันนี้เป็นทางให้เกิดความสามัคคีประการหนึ่ง ความดูดายเพิกเฉย ต่อผู้ตกอับหรือกลับซ้ำเติมส่งเสริมโทษภัย เป็นเหตุทำลายความสามัคคี
๔. สมานตฺตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอ คือเป็นคนมีมารยาทเรียบร้อย ไม่หยาบคาย...
หน้า 365 ของ 440