คลังเรื่องเด่น
-
ปุจฉา-วิสัชนา สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทย กราบทูลถามเรื่องพุทธศาสนาในเมืองไทย
ปุจฉา-วิสัชนา สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทย กราบทูลถามเรื่องพุทธศาสนาในเมืองไทย
เมื่อเช้าวันนี้ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายกลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เฝ้าถวายสักการะเนื่องในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษาในวันจันทร์ ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐
อนึ่ง ในพระฐานะที่ทรงเป็นแม่กองงานพระธรรมทูตด้วย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงโปรดประทานพระอนุญาตให้นายเดวีส์ กราบทูลถามเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้ตามความประสงค์ การนี้ ทรงพระกรุณาประทานพระวิสัชนาในหลากหลายประเด็นปุจฉา ตามที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยกราบทูลขอประทานพระอธิบาย
ที่มา : FB:เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช @SanggkarajaOffice
ข่าวโดย : กิตติ จิตรพรหม ทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์
เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม : สำนักข่าวทีนิวส์
--------------... -
ถ้าโมทนาบุญคนอื่น เราจะได้รับบุญนั้นทันทีไหมคะ ?
พระอาจารย์เล็กตอบเรื่อง "การโมทนาบุญ"
ถาม : ถ้าโมทนาบุญคนอื่น เราจะได้รับบุญนั้นทันทีไหมคะ ?
ตอบ : การโมทนาผลบุญแล้วส่งผล เจ้าของต้องได้รับผลนั้นก่อน คนที่โมทนาจึงจะได้รับ ตราบใดผลนั้นยังไม่เกิดกับของเจ้าตัวผู้ทำ ตราบนั้นผู้ที่โมทนาก็ยังไม่ได้รับผล
สงสัยไหมว่าผีโมทนาบุญของเราแล้วมักจะได้ดีไปเลย ? เพราะสภาพจิตของเราตอนนั้นเสวยอานุภาพของบุญอยู่ในระดับนั้นอยู่แล้ว พอเขาโมทนาก็ได้เท่ากับเราในตอนนั้น เขาก็ไปเลย ส่วนเราต้องรอก่อน ตายเมื่อไรก็จะได้เมื่อนั้น
ถาม : แล้วอย่างเวลาทำบุญ อยากรู้ว่ามีสัญญาณอะไรบางอย่าง..?
ตอบ : แค่คิดก็เป็นบุญแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน เจตนาหัง ภิกขเว ปุญญัง วทามิ เจตนาก็จัดว่าเป็นบุญแล้ว แต่ถ้าเจตนาแล้วยังไม่ได้ทำดันตายก่อน เราได้บุญแต่พระขาดทุน เพราะยังไม่ได้ทำ เพียงแต่คิด แม้ระลึกถึงการบริจาคให้ทานยังจัดเป็นจาคานุสติ เป็นกรรมฐานใหญ่อีกกองหนึ่งต่างหากเลย
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๖
ที่มา : เว็บวัดท่าขนุนดอทคอม -
"อริยทรัพย์ ทรัพย์ภายใน" (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
"อริยทรัพย์ ทรัพย์ภายใน"
" .. ทรัพย์ภายใน ได้แก่ "ความเชื่อมั่นว่า การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ทำตัวของเราให้เป็นคนมีจิตใจอันสุจริต ประพฤติไม่ผิดศีลธรรมและจารีตประเพณี เพราะทุกคนนั้นมีวินัยประจำตัวทุกคน คือต้องมีระเบียบเป็นคนที่มีความประพฤติเรียบร้อย ทางกาย ทางวาจา ใจก็มีเมตตาแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เราทั้งหลายเกิดมาในโลกนี้ "เรียกว่าเป็นมนุษย์โลก โลกคือมนุษย์" เป็นผู้ที่บริสุทธิ์จากกรรมเก่า เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์บริบูรณ์ จะทำอะไรก็ทำได้ตามความชอบใจของเรา "แต่โดยส่วนมากเราชอบใจในทางศีลธรรม ภาวนา หาคุณงามความดีใส่ตนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้"
ในวาระนี้ทุก ๆ คนนั้น ที่ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมได้เสียสละกิจการงานทุกสิ่งทุกอย่าง "ทำใจของเราไม่ให้เป็นห่วง" แม้บ้านช่องจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน
เพราะในขณะนี้ "เราต้องการที่จะสร้างตนให้เป็นคนดีมีทรัพย์ คืออริยะทรัพย์ ทรัพย์อันประเสริฐ ซึ่งเกิดขึ้นกับดวงใจของเรา ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ โจรผู้ร้ายจะมาแย่งชิงเอาไปก็ไม่ได้ เพราะฝังอยู่ในดวงใจของเราแล้ว" .. "
"ทรัพย์ภายใน"
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป -
วิชาเตโชกสิณ ปราบผีดิบ เรื่องเล่าของหลวงพ่อจรัญ
วิชาเตโชกสิณ ปราบผีดิบ เรื่องเล่าของหลวงพ่อจรัญ
เรื่องเล่าผ่านกาลเวลา:-
Published on Jun 10, 2017
วิชาเตโชกสิณ เรื่องเล่าของหลวงพ่อจรัญ ฟังเเล้วช่วยเเชร์บอกต่อเรื่องราวดี และอย่าลืมกดติดตามจะได้ไม่พลาดเรื่องราวดีในเรื่องต่อไป -
พระนันทะ บรรลุเป็นพระอรหันต์ โดยมีนางฟ้าเป็นแรงจูงใจ
เรื่องราวของ พระนันทะ ผู้มีนางฟ้าเป็นแรงจูงใจ
เมื่อครั้งยังเด็ก เชื่อว่าหลายคนคงเคยถูกพ่อแม่จูงใจด้วยสินจ้างรางวัลเพื่อให้ทำสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เด็กน้อยบางคนต้องกลั้นสะอื้นให้คุณหมอฉีดยา เพราะคุณพ่อบอกว่าจะให้รางวัลเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ กว่าจะรู้ว่าถูกอุบายของพ่อแม่เด็กน้อยก็หายไข้ สบายตัว บางคนอาจลืมเจ้าตุ๊กตาหมีตัวนั้นไปเสียด้วยซ้ำ พระนันทะ ก็เช่นกัน
ต่อเมื่อท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านจึงได้ล่วงรู้ว่า นางฟ้าสวยสะคราญที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า จะมอบให้เป็นรางวัลหากพระนันทะตั้งใจปฏิบัติธรรมนั้น แท้จริงแล้วเป็นอุบายอันแยบยลของพระพุทธองค์
เจ้าชายนันทะ นั้นเป็นถึงพระอนุชาต่างพระมารดากับพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงมีรูปโฉมงดงาม เมื่อเจ้าชายนันทะทรงเจริญพระชันษา พร้อมจะมีคู่ครอง พระองค์ก็ตกลงพระทัยเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับสตรีรูปงามเกินจะหาผู้ใดเทียม นามว่า ชนปทกัลยาณี แต่ความปรารถนาของเจ้าชายนันทะที่หวังจะได้ครองเรือนร่วมหอห้องกับพระชายากลับไม่เคยปรากฏเป็นจริง…
เนื่องจากในวันนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จมาเจริญพระพุทธมนต์... -
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล สนทนากับพญายม เมื่อพระอยู่ในนรก
สนทนากับพญายม
เธอเป็นอาจารย์ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทำไมต้องเรียกตนว่า อาจารย์?
เธอยกตัวเองหรือเปล่า?
อาจารย์เชื่อว่า สำหรับคนที่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักอาจารย์ตามข่าวสังคมตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน คงมีคำถามเช่นนี้
….
เมื่อชีวิตหันเข้าสู่ทางธรรมตั้งแต่ปี 2543 และเริ่มสอนธรรมะให้เยาวชนที่โรงเรียนแห่งชีวิตตั้งแต่ปี 2547 ตอนนั้นอาจารย์รู้ฐานะของตนดี ก็ใช้สรรพนามเรียกตนเองว่า ครู แต่พอปฏิบัติวิปัสสนามากว่า 6,000 ชั่วโมงมีสภาวะธรรมอันเหมาะควรแก่การอุทิศตน สอนธรรมขั้นสูงเพื่อการหลุดพ้น จึงสอนวิปัสสนากรรมฐานในปี 2554 และคิดว่า หากเราเรียกตนเองว่า “อาจารย์” จะเป็นยกตนหรือไม่หนอ แต่หากไม่เรียกก็จะมีผู้ไม่รู้สถานะการเป็นผู้สอนธรรม ก็จะเปิดช่องให้เขาปรามาสหนักข้อยิ่งขึ้น อันไหนดีกว่ากัน
คำว่า “ครูอาจารย์” ก็คือเปรียบดั่งเครื่องแบบที่ช่วยบ่งบอกสถานะกลายๆ เป็นจุดหยุดหรือ Stop Sign ให้คนได้คิดก่อนที่จะมีปฏิกริยาอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อเมื่อเขาได้มาสัมผัสธรรมที่สอนสั่งแล้ว คำว่าอาจารย์นี้ก็จะกระจ่างแก่ใจของเขาเอง ผู้ที่จะนำคำว่า ครูอาจารย์มานำหน้าสถานะตนได้... -
พระจักขุปาละ ผู้มองเห็นแสงสว่างในความมืด
พระจักขุปาละ ผู้มองเห็นแสงสว่างในความมืด
“ในวิกฤติย่อมมีโอกาส” ข้อความอมตะนี้เหมาะสมที่จะใช้อธิบายประวัติของ พระจักขุปาละ เป็นอย่างยิ่ง เพราะในวินาทีที่ดวงตาของท่านดับมืดลง ท่านกลับได้มองเห็น “แสง”ที่สว่างที่สุดในชีวิต
พระจักขุปาละ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า พระมหาปาละเป็นบุตรชายของเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี สมบัติพัสถานที่มารดาบิดาสะสมไว้นั้นมีมากมายเพียงพอให้มหาปาละสุขสบายไปตลอดชีวิต แต่เมื่อมหาปาละได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ เงินทองที่บิดามารดาหามากองไว้ให้ก็หมดความหมายในทันที บุรุษหนุ่มพึงใจจะปฏิบัติธรรมกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นโดยมิได้ไยดีต่อทรัพย์สินใดๆ
หลังจากที่บวชแล้ว พระมหาปาละตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ท่านถืออิริยาบถเพียง3ลักษณะคือ ยืน เดิน และนั่ง ถึงขนาดตั้งสัจจะว่า“จะไม่เอนกายลงนอนเลยตลอดสามเดือนที่จำพรรษา”
สัจจะที่ว่านี้ไม่ได้สร้างความลำบากให้แก่จิตใจที่เด็ดเดี่ยวของพระมหาปาละแม้แต่น้อย มีเพียงสังขารร่างกายของท่านเท่านั้นที่เป็นอุปสรรคในการรักษาสัจ เพราะเดือนแรกของการจำพรรษา พระเถระก็มีอาการขัดเคืองดวงตาและน้ำตาไหลไม่หยุด... -
พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร :ฝึกจิต
...
ฝึกจิต หลวงพ่อสิงห์ทอง ธัมมวโร
เรื่องของใจ หลวงพ่อสิงห์ทอง ธัมมวโร
witsanu tripprasert :-
Published on Apr 18, 2012
พระธรรมเทศนา ฝึกจิตให้สงบ หลวงพ่อสิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วบ้านชุมพล จ.สกลนคร.สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต www.facebook.com/ศูนย์เผยแผ่ธรรมะออนไลน์กัณฑกะ -
คนที่ตั้งหน้าทำแต่ความดี ทำไมจึงไม่ได้ดีเหมือนคนชั่วบางคน
คนที่ตั้งหน้าทำแต่ความดี ทำไมจึงไม่ได้ดีเหมือนคนชั่วบางคน
คนที่ตั้งหน้าทำแต่ความดี ทำไมจึงไม่ได้ดีเหมือนคนชั่วบางคน?
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ตอบปัญหาธรรม
จากหนังสือ “สู่แสงธรรม” โดย พล.อ.ต.มนูญ ชมภูทีป
“หลวงพ่อครับ คนที่ตั้งหน้าตั้งตากระทำแต่ความดี ทำไมจึงไม่ได้ดีเหมือนคนชั่วบางคนเล่าครับ”
“ถ้าคุณเริ่มปลูกต้นมะม่วงในวันนี้ คุณจะเก็บมะม่วงกินได้สักเมื่อใด?” หลวงพ่อย้อนถาม
“เอ ผมก็ไม่ค่อยจะมีความรู้ในเรื่องของมะม่วง แต่ที่บ้านผมปลูกไว้ไม่ต่ำกว่า ๕ ปี จึงจะออกผลครับ” ข้าพเจ้าตอบ ชักลังเลไม่แน่ใจว่าหลวงพ่อฟังเรื่องที่ข้าพเจ้าเล่า หรือฟังคำถามของข้าพเจ้าหรือเปล่า
“เอ้อ ตอนปลูกคุณเหนื่อยไหม?” หลวงพ่อถามเรื่อยๆ
“เหนื่อยสิครับ เพราะดินที่บ้านผมเป็นดินเปรี้ยว ต้องขุดหลุมกว้างถึง ๑ เมตร ยาว ๑ เมตร ลึก ๑ เมตร แล้วหาดินใหม่มาใส่แทน อีกทั้งต้องให้ปุ๋ยและเอาปูนขาวลงไว้รอบๆ หลุมอีกด้วยครับ” ข้าพเจ้าตอบตามความเป็นจริง
“ปลูกต้นมะม่วงเหนื่อย แต่ก็ยังไม่ได้กินผลในทันที แล้วตอนนี้คุณต้องคอยดูแลต้นมะม่วงของคุณอีกหรือไม่?” หลวงพ่อยังถามเรื่อยๆ
“ไม่แล้วครับ ปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ... -
โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ด้วยการสวดมนต์ โดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต
โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ด้วยการสวดมนต์
โดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่า “ยังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อยและเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดีแห่งพระรัตนตรัย ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีคุณวิเศษเช่นไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจธรรมที่แท้ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผลจนสำเร็จจนเป็นอรหันต์
ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ๕ โอกาสด้วยกันคือ
๑. เมื่อฟังธรรมที่ถูกต้อง ซึ่งสอนเรื่องกรรม ศีล ภาวนา
๒. เมื่อแสดงธรรม คือ เมื่อเข้าใจถึงธรรมที่ถูกต้องแล้ว
(รู้ได้เองว่าเป็นโสดาบัน) ก็พอใจจะสอนธรรมให้ผู้อื่นรู้ด้วย
๓. เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์อย่างมีสมาธิ
๔. เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น
หมายความว่า... -
ระวัง!! เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า!! ประสบการณ์จริง “หลวงปู่จาม
ระวัง!! เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า!! ประสบการณ์จริง “หลวงปู่จาม
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ได้เมตตาเล่าเรื่องอาการป่วยทางกายที่เกิดจากบุพกรรม หรือกรรมเก่าที่ติตามมาทันในชาตินี้แล้วต้องชดใช้ว่า “…ในกลางพรรษาปี พ.ศ.๒๔๘๖ ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร รักษาด้วยน้ำนมถั่วเหลืองต้มให้สุกทั้งกากทั้งน้ำ แรก ๆ ก็ฉันเฉพาะน้ำได้ ต่อมาได้หลายวันแล้วก็ฉันทั้งกากถั่วด้วย เอาเม็ดถั่วเหลืองแช่น้ำค้างคืนไว้ เช้ามาลอกเปลือกนอกออกแล้ว นำไปตำโขลกให้ละเอียดแล้วน้ำไปต้มให้สุกเจือน้ำตาลทรายแดงนิดหน่อยพอให้ได้รสหวาน ฉันอยู่เช่นนี้จนหาย อาหารหยาบอย่างอื่นไม่ฉัน
อีกอย่างเราก็พิจารณาในบรุพกรรมของตนว่า เป็นกรรมอะไรก็รู้จักว่าได้ว่าเป็นกรรมสมัยเป็นเด็กน้อยไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายแล้วให้อดหญ้าให้อดน้ำจนกว่าจะได้เวลา ๑๔.๐๐ น. จึงจะให้วัวควายได้กินหญ้า
หากเลี้ยงแต่เช้ามันจะไม่ค่อยกินหญ้าเท่าใดนัก พอให้กินตอนบ่ายวัวควายมันหิวมันก็กินได้ดี
ส่วนเรื่องของการปฏิบัติในทางจิตใจปีนี้ก็กำกับจิตด้วย อิทธิบาท ๔ พอใจ พากเพียร ใจจดจ่อ พิจารณาตนพิจารณาธรรมได้ความดีมาก…”
ธรรมะประวัติองค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ ผู้มากมีบุญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม... -
หลวงปู่ตื้อทดลองถอดจิต!! หลวงปู่มั่นห้ามไม่ฟัง ยังอยากพิสูจน์...ถึงขนาดทิ้งร่างออกไปเที่ยวพรหมโลก เจอดีบนสวรรค์เข้าให้!!
หลวงปู่ตื้อทดลองถอดจิต!! หลวงปู่มั่นห้ามไม่ฟัง ยังอยากพิสูจน์...ถึงขนาดทิ้งร่างออกไปเที่ยวพรหมโลก เจอดีบนสวรรค์เข้าให้!!
หลวงปู่มั่นรู้ว่าห้ามไม่ฟัง หลวงปู่ตื้อจึงลองเอาจิตออกจากร่าง เลยอยากรู้ว่าธรรมที่ได้มาจากการกระทำเป็นเช่นไร # ประสบการณ์พระป่า
ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ไท ฐานุตฺตโม ได้เล่าเรื่องหลวงปู่ตื้อลองเอาจิตออกจากร่างดังนี้
“คราวเมื่อไปธุดงค์อยู่กันที่พระบาทบักบก หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่บุญ หลวงปู่คำ เป็นพระผู้ใหญ่ คืนหนึ่งหลวงปู่มั่นเทศน์
“การภาวนานั้นอย่าเอาจิตออกนอกขันธ์ ให้รวมจิตสบายๆ เออ รู้จิตให้เห็นจิต ถ้าเอาจิตออกนอกขันธ์ไปดูนั้นดูนี้ เดี๋ยวระวังจะเป็นบ้านะ เหตุนั้นอย่าให้ออก อย่าให้ถอนจิตออกจากขันธ์ ถอนออกไปแล้วจิตจะเป็นบ้า” หลวงปู่มั่นเทศน์ไว้อย่างนั้น
หลวงปู่ตื้อได้ฟัง “เอ๊! คนอยู่ดีๆ มันจะเป็นบ้าได้ยังไง เพราะคนไม่เป็นบ้า คนเป็นบ้ามันน่าจะผีเข้า ถูกของ หรือเป็นบ้ามาเก่า อยู่ดีๆ ว่าจิตออกนอกขันธ์เป็นบ้า มันเป็นไปไม่ได้ ทดลองดูก่อนจึงจะเชื่อ”
หลวงปู่ตื้อก็ภาวนาดู “บ๊ะ ไปเที่ยวพรหมโลกลองดูซะก่อน มันจะเป็นบ้าก็ให้รู้แล้วรู้รอดไป” เมื่อเวลาจิตรวมลงไปนั้น... -
"ทำกรรมฐาน เหมือนปลูกต้นไม้" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
"ทำกรรมฐาน เหมือนปลูกต้นไม้"
" .. "การยืน เดิน นั่ง นอน ให้มีสติติดต่อกันเรื่อยสม่ำเสมอ" นี่เรียกว่า "การฝึกกรรมฐานที่ถูกต้อง" ที่เรามีสติ ไม่สม่ำเสมอเพราะบางทีเราไม่ได้ทำ
การกระทำนี้ "ไม่ใช่ร่างกายทำ แต่จิตเป็นผู้ทำ" ถ้าเราทำสติให้ติดต่อให้มีความรู้สึกอยู่เสมอแล้ว "จะเหมือนกับหยดน้ำที่ไหลติดต่อกันจนเป็นสายน้ำตลอดเวลา" ถ้าทำจิตได้อย่างนี้ การภาวนานั้นก็จะเร็วมากดีมาก
"เดี๋ยวนี้ มีไปทำวิปัสสนากรรมฐาน ๓ วัน ๗ วัน ๑๐ วัน ๑๕ วัน แล้วก็ออกมา" เมื่ออกมาก็ว่า "เราไปทำวิปัสสนาแล้วดีแล้ว ก็ไปเต้นรำ ทำเพลงสนุกสนาน ทำอย่างนี้ก็หมดแล้วไม่มีอะไรแล้ว" ไปทำชั่วต่าง ๆ "ทำจิตให้กระทบกระเทือนเสียหายอย่างนี้ ไม่เรียกว่า ปฏิบัติ"
"มันเป็นปฏิปทา เหมือนกับปลูกต้นไม้ เอามาปลูกวันนี้ อีก ๓ วันก็ถอน เอาไปปลูกตรงนั้น อีก ๓ วันก็ถอนอีก ต้นไม้ก็ตาย" ไม่ได้กินหรอก "กรรมฐานก็หมดไปเหมือนกันอย่างนั้น" .. "
"ความผิด ในความถูก"
หลวงปู่ชา สุภัทโท -
เคล็ดลับแก้กรรม!! วิธีสร้างพลังบุญให้แก่ตัวเอง ขจัดปัญหาอุปสรรคในชีวิต ลดวิบากกรรมให้น้อยถอยลง!!
การเพิ่มพลังบุญให้ตัวเอง สร้างบุญ เพื่อวิบากกรรมทุเลาลง
“โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรมหมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรมสัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรมเหมือนลิ่มสลักของรถที่กำลังแล่นไปฉะนั้น”
คำกล่าวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ สัตว์โลกทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นก็จะมีผลตามเสมอไม่ช้าก็เร็วเป็นดังกงกรรม กงเวียนวนอยู่เรื่อยเรื่อย “กรรม” ตามหลักทางพระพุทธศาสนาก็คือการกระทำที่เกิดมาจากเหตุแห่งเจตนา และคำว่า “วิบาก” ผลที่เกิดขึ้นจากเหตุแห่งการกระทำกรรมนั้น เมื่อมีเหตุแห่งกรรมก็ต้องมีผลแห่งกันตามมาเช่นกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่วจะอยู่ติดตัวเราตลอดไป เพราะทั้งกรรมดีและกรรมชั่วจะคอยอยู่เคียงข้างเราไปตลอดโดยไม่แยกไปไหน วิบากกรรมที่เคยสะสมมาหรือไม่นั้นไม่สำคัญ เพราะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก มีเพียงกลับมามองที่ปลายทางว่าทำไมถึงเกิดเหตุนี้ และนำมาวิเคราะห์หาข้อแก้ไขจะดีกว่าทนทุกข์ทรมานกับการนั่งจมอยู่กับผลกรรมนั้น การที่ได้แก้ปัญหาที่เป็นเหตุแห่งกรรมอาจจะช่วยให้วิบากกรรมที่เจอค่อยค่อยคลายไปที่ละน้อยก็เป็นไปได้
- กรณีที่มีวิบากกรรมหนัก ก็ต้องสร้างพลังบุญที่ยิ่งใหญ่ รุนแรง... -
หลวงพ่อจรัญ เล่าเรื่อง ปีศาจในตัวเรา
หลวงพ่อจรัญ เล่าเรื่อง ปีศาจในตัวเรา
รวมธรรมะข้อคิด คติธรรม :- Published on Jun 4, 2017 -
"หลวงพ่อทบ วัดชนแดน" อย่าเผาร่างกู ให้เก็บไว้!! จนกลายเป็นหิน!! แต่ละปีเปลี่ยนจีวร ศิษย์นำไปพกติดตัว ศักดิ์สิทธิ์ไม่เสื่อมคลาย..
ประวัติ หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ วัดชนแดน (วัดช้างเผือก)
หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ หรือ พระครูวิชิตพัชราจารย์ วัดช้างเผือก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พระเกจิชื่อดังและเป็นพระนักพัฒนาที่มีคุณูปการต่อกิจการคณะสงฆ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอย่างมาก ท่านได้สร้างสมคุณงามความดีเอาไว้ทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นอเนกอนันต์ให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงคุณงามความดีไปอีกนานแสนนาน
หลังมรณภาพเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา คณะศิษยานุศิษย์ ได้นำศพหลวงพ่อไปบรรจุไว้ในโลงแก้ว ตามคำสั่งสุดท้าย ก่อนมรณภาพที่สั่งไว้ว่า "ห้ามนำร่างกายกูไปเผา ต่อไปในวันข้างหน้า ร่างกายนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อวัด"
อัตโนประวัติ เกิดในสกุล ม่วงดี ที่บ้านยางหัวลม ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2424 โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเผือกและนางอินทร์ ม่วงดี ในช่วงวัยเยาว์ เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี จึงไม่ค่อยเดือดร้อนและลำบากเท่าใด
เมื่ออายุได้ 16 ปี โยมบิดา ได้นำไปฝากให้พระอาจารย์สี วัดช้างเผือก ต.วังชมภู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ให้บวชเป็นสามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน พระธรรมวินัยและวิทยาคมจนแตกฉานจากพระอาจารย์สี
พ.ศ.2445 เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์... -
ตำนานพระอุปคุตเถระ
ตำนานพระอุปคุตเถระ ตอนที่1
เรื่องเล่าผ่านกาลเวลา :-
Published on Jun 7, 2017
ตำนานพระอุปคุตเถระ ตอนที่1 -
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๑๖๐ เดือนมิถุนายน ๒๕๖๐
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๑๖๐
เดือนมิถุนายน ๒๕๖๐
โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
เล่มอื่น ๆ ตามไปอ่านได้ที่ http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=60 -
"จิตนี้ไม่เคยตาย" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"จิตนี้ไม่เคยตาย"
" .. ขอให้ปฏิบัตินะพี่น้องทั้งหลาย "เรื่องจิตนี้สำคัญมาก" ถ้าได้รับการบำรุงรักษาแล้ว จะค่อยดีขึ้น ๆ "ถ้ามีแต่ขยี้ขยำด้วยการ ทำชั่วช้าลามกแล้ว ลงเรื่อยจมเรื่อย ๆ ตายก็จมไปเรื่อยเลย เพราะจิตนี้ไม่เคยตาย ต้องรับเคราะห์รับกรรมทั้งดีทั้งชั่วไปด้วยกันตลอดเวลา"
จนกระทั่งหมดกรรมดีกรรมชั่วแล้ว "จิตบริสุทธิ์เต็มที่แล้วดีดผึงเดียวไปเลย" ไม่มีที่จะมายั้วเยี้ย ๆ ยุ่งเหยิงวุ่นวายนี้ไม่มี พากันจำเอานะ .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3318&CatID=2 -
เหนียวสมชื่อ!! "หลวงพ่อทบ" แม้จะอาพาธ ยังฉีดยาไม่เข้า!! เข็มหักถึงสองครั้ง ต้องให้ท่านอนุญาต ถึงจะสำเร็จ!!
เหนียวสมชื่อ!! "หลวงพ่อทบ" แม้จะอาพาธ ยังฉีดยาไม่เข้า!! เข็มหักถึงสองครั้ง ต้องให้ท่านอนุญาต ถึงจะสำเร็จ!!
หลวงพ่อทบ กับ เข็มหัก
เรื่องนี้มีด้วยกันสองตอน ตอนแรกเหตุเกิดกับหลวงพ่อทบ ตอนที่สองเหตุเกิดกับตัวผมเอง
ตอนแรก เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวของคุณพ่อผมคนหนึ่งปัจจุบันอายุ74ปีเรียนจบสาธารณสุขศาสตร์จาก ม.เชียงใหม่กลับมารับราชการที่บ้านเกิดในตำแหน่ง อนามัยตำบล ประจำตำบลนายม (ที่ชาวบ้านเรียกหมอ) เริ่มรับราชการประมาณปีพ.ศ.2504เป็นต้นมาท่านเล่าให้ผมฟังว่า ในปีก่อนที่หลวงพ่อทบจะมรณภาพนั้นท่านป่วยเป็นไข้นอนซมอยู่บนกุฏิ ตาแฉล้มลูกศิษย์ท่านมาตามอาผมให้ไปช่วยฉีดยาแก้ไข้ให้หลวงพ่อทบที่วัดช้างเผีอก อาผมไปที่กุฏิ ภาพที่ท่านเห็นหลวงพ่อนอนเป็นไข้ตัวสั่นบ่นพึมพำอยู่ก้อเลยจัดแจงเตรียมยาลดไข้ฉีดให้หลวงพ่อทบ พอปักเข็มแรกเข็มก้อหัก ก้อเปลี่ยนเข็มใหม่ พอปักเข็มที่สองเข็มก้อหักอีกเหมีอนเดิมจึงปรึกษากันว่าจะทำยังไงกันดี ในที่สุดก้อตกลงกันว่าจะต้องปลุกหลวงพ่อทบบอกขออนุญาตท่านจะฉีดยาแก้ไข้ให้ท่าน
ตาแฉล้มก้อปลุกท่านตื่นขึ้นมา อาผมก้อพูดกับหลวงพ่อทบว่า "หลวงพ่อ นม จะฉีดยาแก้ไข้ให้แต่เข็มหักไปแล้วสองเล่ม... -
วิชากอบโรค - พระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน
+++ วิชากอบโรค +++
พระอาจารย์เล่าว่า "สมัยหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านมีวิชาอยู่อย่างหนึ่งเรียกว่า "กอบโรค" #ก็คือทำท่าเอามือกอบแล้วยกขึ้น เททิ้งไป โรคที่เป็นก็หายได้ #แต่ต้องเสียค่ายกครูหนึ่งสลึง
คราวนี้ไปเจอคนโกงเข้าหลายครั้ง ถึงเวลารักษาก่อน เดี๋ยวค่อยให้ค่ายกครูทีหลัง เห็นเขาเจ็บไข้ได้ป่วยหลวงพ่อท่านสงสารก็รักษาให้เขาก่อน #ปรากฏว่าเขาไม่ยอมจ่ายค่าครูสลึงหนึ่ง #พอไม่ยอมจ่ายโรคภัยที่เขาเป็นก็เข้าตัวเอง #เพราะว่าไม่มีครูคอยกันไว้ให้ โดนเข้าไป ๒ - ๓ ครั้ง #หลวงพ่อท่านก็เลยเลิก ไม่อย่างนั้นอาตมาคงได้เปิดคลีนิคกอบโรค แต่กว่าจะมีเงินพอกินข้าว คงกอบกันจนเป็นลมกันไปข้าง เพราะว่าค่าบูชาครูสลึงเดียว"
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.(หลวงพ่อเล็ก สุธัมมปัญโญ)
เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐
************************************************** -
หลวงปู่ฝั้นสอนภาวนา!! "พุทโธ! นี่ของเล็กน้อยเมื่อไหร่ล่ะ" คำสั้นๆแต่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่ง...ใหญ่กว่าเทวดา ยักษ์ นาค ครุฑ
หลวงปู่ฝั้นสอนภาวนา!! "พุทโธ! นี่ของเล็กน้อยเมื่อไหร่ล่ะ" คำสั้นๆแต่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่ง...ใหญ่กว่าเทวดา ยักษ์ นาค ครุฑ
" พระพุทธเจ้าท่านสอนให้มาแก้ที่ดวงใจทั้งหมด "
เมื่อดวงใจไม่มีอะไรแล้ว สิ่งทั้งหลายมันก็หมดไป,
ข้อนี้แหละให้หมั่นพิจารณา,
" ที่พึ่งของเรา, ที่อยู่ของเรา, ที่อาศัยของเรา, อยู่ที่ไหน.
ทำไมเราจึงทุกข์จึงยากต้องพากันบ่น.
สิ่งทั้งหลายเขาไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ยาก.
มันยากที่หัวใจเท่านี้, ว่ามันจน. สิ่งทั้งหลายไม่ได้จน, มันจนที่ดวงใจเท่านี้. ไม่ได้จนที่อื่น, พอดวงใจจนแล้วก็จนหมด. "
" ถ้าดวงใจไม่ยากก็ไม่มีอะไรยาก, เรื่องมันเป็นอย่างงั้น. สิ่งทั้งหลายเขายากอะไร, เขาไม่ได้ว่าอะไร.."
" เมื่อใจมีความสุขความสบาย, สิ่งทั้งหลายมันก็สบาย. เรื่องสำคัญมันเป็นอย่างงั้น. "
" จะนอนก็นอน, ใจมีพุทโธแล้วเป็นใหญ่กว่าเขาทั้งหมด. ใหญ่กว่าพระอินทร์พระพรหม, เทวบุตรเทวดา,
ยักษ์กุมพนกุมภัณฑ์, พญาครุฑพญานาค. "
" พุทโธนี่ของเล็กน้อยเมื่อไหร่ล่ะ ."
" ใจเราเป็นใหญ่กว่าทั้งหมดละนะ,
เรื่องมันเป็นอย่างนั้น.เข้าใจไหมล่ะ . "
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
ที่มา FB:... -
"จงมีความหนักแน่น แก่นนักรบ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"จงมีความหนักแน่น แก่นนักรบ"
" .. หลักใหญ่ของการปฏิบัติก็คือ "จงมีความหนักแน่น แก่นนักรบ" หวังจบชีวิตในสงครามล้างโลกออกจากใจ "ถ้าไม่ชนะก็ต้องตาย ถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา" ไปเลย
อย่าถอยหลังด้วยความพ่ายแพ้ "จะเสียหน้าและถูกกิเลสเย้ยหยันไปนาน" ทนความต่ำต้อยน้อยหน้า อับอายกิเลสวัฎฎ์ไม่ไหว ไปโลกไหนก็มีแต่กิเลสตามชี้หน้าว่า "มาเกิดแบกกองทุกข์หาสมบัติอะไร ไอ้คนไม่เป็นท่า รบที่ไหรแพ้เราหลุดลุ่ยทุกที ไม่เคยมีคำว่า ชนะบ้างเล้ย" นั่นฟังซิ .. "
"วัตรเครื่องห้ามล้อกิเลส"
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -
“หน้าที่สำคัญที่สุด คือประกาศธรรมของพระพุทธเจ้า” พระโอวาทของสมเด็จพระสังฆราช ทรงย้ำเตือนสติ ผู้สอบเปรียญธรรมสำเร็จ สาธุ!!!
“หน้าที่สำคัญที่สุด คือประกาศธรรมของพระพุทธเจ้า” พระโอวาทของสมเด็จพระสังฆราช ทรงย้ำเตือนสติ ผู้สอบเปรียญธรรมสำเร็จ สาธุ!!!
เมื่อวานนี้ บ่ายวันพุธ ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังวัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ในการทรงตั้งเปรียญธรรม ๓ ประโยค ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง ประจำปี ๒๕๖๐
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงสักการะพระปฐมเจดีย์ แล้วประทับฉายพระรูปหน้าพระปฐมเจดีย์ ตามที่ พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เจ้าคณะภาค ๑๕ ขอประทานเป็นที่ระลึก
หลังจากประทานพัดเปรียญแล้ว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่ง ว่า
"พระภิกษุสามเณร ผู้สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๓ ประโยคจนได้รับพระราชทานเกียรติยศอันน่าภาคภูมิใจในวาระนี้ และที่สอบผ่านประโยค ๑-๒ ทุกรูป คงเคยมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายท้อแท้ ประสบความยากลำบากเป็นเบื้องต้นของการเรียนพระบาลีมาแล้วทุกรูป
ความลำบากในการเล่าเรียนนั้น ถ้าพิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง ย่อมไม่อาจเทียบได้เลยกับความวิริยอุตสาหะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดจนพระสาวกและบูรพาจารย์ทั้งปวง... -
เหตุการณ์ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2
เกร็ดประวัติ และ ปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ๓
จากหนังสือ "รำลึกวันวาน"
หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ
โพสท์ในลานธรรมเสวนา หมวดบันเทิงธรรม กระทู้ 19153 โดย: ภิเนษกรมณ์ 08 มี.ค. 49
เหตุการณ์ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2
ท่านพระอาจารย์เล่าว่า ครานั้นท่านพักอยู่ดอยอะไรจำไม่ได้ แต่เป็นชาวลีซอ ท่านมิได้สนใจเรื่องภายนอก มีแต่พิจารณาธรรมภายใน เช้าวันหนึ่งไปบิณฑบาต สังเกตเห็นชาวบ้านจับกลุ่มสนทนากัน มีท่าทางตื่นเต้น ฟังไม่ค่อยรู้ภาษา จำได้แต่ว่า ยาปาน ยาปาน พอกลับถึงวัด ท่านเลยถามเป็นภาษาคำเมืองว่า "เขาพูดอะไรกัน"
ได้ความว่า ทหารยาปาน (ญี่ปุ่น) บุกขึ้นประเทศไทย ที่เมืองสงขลา การรบได้เป็นไปอย่างหนักหน่วง มีแม่ค้าขายของเป็นประจำในตอนเช้าเข้าร่วมรบด้วย มีหัวหน้าชื่อนางสาวกอบกุล พร้อมนักรบแม่ลูกอ่อน มีทั้งแม่ลูกหนึ่งลูกสอง
ท่านได้ฟังแล้วก็ยิ้มกับชาวบ้าน ถามว่า "นักรบแม่ลูกอ่อนก็มีด้วยหรือ"
ต่อมาได้มีคำสั่งจากรัฐบาลถึงกองทัพ ให้ทหารไทยหยุดยิง โดยอ้างว่าญี่ปุ่นไม่ต้องการรบกับไทย ขอผ่านเฉยๆ แต่ทหารไทยประจำแนวหน้า พร้อมนักรบแม่ลูกอ่อนก็ไม่หยุดยิง ไม่ถอย ทหารญี่ปุ่นขึ้นบกไม่ได้... -
"ปัญญา กับสังขารการปรุงแต่ง" (หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ)
.
"ปัญญา กับสังขารการปรุงแต่ง"
" .. ตามปกติคนเรามีปัญญาอยู่ในตัว "แต่ใช้ปัญญาไปในทางโลกเสียส่วนใหญ่ จึงได้ถูกตัณหา คือความอยากชักลากเอาปัญญาไปครอบครอง"
ปัญญาจึงกลายเป็นความคิดเห็น เป็นลูกมือให้แก่กิเลสตัณหาไป "เหมือนกับอาวุธของตำรวจที่ถูกพวกโจรลักไปได้แล้ว ก็จะเป็นเครื่องมือให้แก่พวกโจรไป" อยากจะทำอะไรให้คนอื่นได้รับความทุกข์เดือดร้อนอย่างไร ก็ทำตามใจ
นี้ฉันใด "ปัญญาของเรา เมื่อถูกกิเลสตัณหาลักพาไปได้แล้ว ก็จะกลายเป็นความคิดเพื่อเสริมการทำงานให้แก่กิเลสตัณหาได้เป็นอย่างดี"
- ถ้าเป็นฝ่ายธรรม เรียกว่า "ปัญญา"
- ถ้าเป็นฝ่ายกิเลสตัณหา เรียกว่า "ความคิดปรุงแต่งไปตามสังขาร"
"เหมือนกับปากกาด้ามเดียว" ถ้าเขียนไปทางคดีโลก ก็เป็นเรื่องของทางโลกไป ถ้าเขียนในทางธรรม ก็เป็นเรื่องของธรรม .. "
"ปัญญาสาม"
หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ -
หลวงปู่จามออกธุดงค์แม่สาบ สะเมิง มีเสือโคร่งและกวางป่ามาคอยเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน โถที่แท้ลูกหลานเมื่อชาติก่อนมาคอยดูแล!!!
หลวงปู่จามออกธุดงค์แม่สาบ สะเมิง มีเสือโคร่งและกวางป่ามาคอยเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน โถที่แท้ลูกหลานเมื่อชาติก่อนมาคอยดูแล!!!#ประสบการณ์พระป่า
หลวงปู่จามออกธุดงค์แม่สาบ สะเมิง มีเสือโคร่งและกวางป่ามาคอยเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน โถที่แท้ลูกหลานเมื่อชาติก่อนมาคอยดูแล!!!#ประสบการณ์พระป่า
เมื่อครั้งที่หลวงปู่จามออกธุดงค์ไปภาวนาอยู่ขุนขาน บ้านแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เสือโคร่งตัวใหญ่ มันมานอนฝีงไฟที่ก่อเอาไว้ ดึกแล้วมันหากินอิ่มแล้วมันก็มานอน อากาศหนาวเย็น มันมาอาศัยไออุ่นจากกองไฟ พอหลวงปู่จามลงไปก่อไฟเดินจงกรมไปมา ตัวมันก็เฉยอยู่ นอนเฉย ๆ
มันมาใหม่ก็ย้านมันอยู่ แต่สองวันสามวันก็ไม่กลัวมัน เมตตาให้มัน ก่อไฟให้มัน ตัวมันก็พลิกข้างเข้าหาไฟ
ตัวใหญ่ขนาดกับงัวแม่ซือ งัวพื้นบ้านนี้หล่ะ เป็นเสือหนุ่มไม่ใช่เสือเฒ่า มันไม่ร้องครางให้รบกวนหรอกมันเดินมาก็รู้อยู่จนใกล้แจ้งได้อรุณมันจึงหนีไป
บางวันต้องปลุกมัน ไป๊.... มึงไปเดี๋ยวคนจะมา มึงจะเป็นอันตราย มันก็ลุกมาเหยียดตัว โย้หน้าโย้หลัง กะหงึกหัว ๓ ที ให้แล้วก็ไปอย่างนั้นทุกวัน รอบที่พักนั้นเงียบสงัด ไม่มีสัตว์ใดมารบกวนเลย... -
บุคคลใดที่ต้องการจักไปพระนิพพานในชาตินี้
"..บุคคลใดที่ต้องการจักไปพระนิพพานในชาตินี้
บรรดาเจ้าหนี้เก่าๆ ก็จะตามทวงตามเล่นงานอย่างไม่ลดละ
หากทนไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ ต้องวางอารมณ์
ยอมรับกฎของกรรมให้เป็นธรรมดาให้ได้
การพ่าย แพ้เป็นของธรรมดา
แต่จงอย่า...อย่าถอย
จิตก็จักไม่ดิ้นรนมาก
ไม่ช้าไม่นานกฎของกรรมก็จะสลาย
ตัวไปเอง"
พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง
จาก แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน แสงกล้วย เมืองเหนือ ทนสิทธิ์มหาลาภจากล้านนา
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน แสงกล้วย เมืองเหนือ ทนสิทธิ์มหาลาภจากล้านนา
สิ่งมี่กระผมจะเล่า ได้เรียบเรียง มาจากหลากหลายสถานที่ ตามความเชื่อคน โบราณ
เชื่อว่า "แสง"สีเหลืองอ่อน หรือ แสงสีเเขียวอ่อน เป็นแสงที่เกิดจากปาฎิหาร
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ล้วนมองไม่เห็น .
..ต่างเชื่อกันต่างๆนานา ...ว่าผู้มีบุญมาเกิดกันบ้าง บ้างก็ผีพุ่งใต้ แล้วแต่เค้าเชื่อกัน..
...แต่สิ่งที่ผมจะเล่า คือ "แสง" ที่ออกจากต้นกล้วย แล้วลอยล่องพุ่งพาดผ่านหลังคา...
สิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นใน วันพระ หรือ วันสำคัญ ทางศาสนา
.มีผู้เฒ่าแก่เค้าบอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์พวกนี้เค้าออกไปกราบนมัสการเจ้าแม่คงคา หรือ กราบนมัสการเทวดา บนสรวงสวรรค์ ..มักจะเกิดแบบนี้ทุกๆปี ปีละ 1ครั้ง หรือ เกิด ขึ้นอีก พร้อมกันกับบุญญาธิการ..
.ที่เทวดาเค้ามอบให้คนนั้น ..สิ่งสิ่งนี้แม่เฒ่าบอก ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครได้ง่ายๆเหมือนกัน..ล้วนต้องมีบุญญาธิการเพียงเท่านั้นที่ได้ครอบครอง
.. แม่เฒ่าเคยบอก ส่วนมากแหล่งที่จะเกิด ก็ต้องเป็นสถานที่เงียบสงบ ...ไม่มีคนอาศัยอยู่เยอะ แล้วยังว่าถ้าบ้านหลังใดเห็น แสง นี้ แล้ว ต้องรีบเข้านอน เพื่อได้ฝันเห็นเทวดามามอบโชค...
หน้า 396 ของ 439