คลังเรื่องเด่น
-
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ฤาษีสอนลูกภาคใต้ 6Hrs.
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ฤาษีสอนลูกภาคใต้
Buddhism Channel :-
Published on May 19, 2017
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ฤาษีสอนลูกภาคใต้ -
สืบสานพุทธศาสนา ตามทางพระราชบิดา พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จแทนพระองค์บำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายในหลวงร.๗ สมเด็จพระสังฆราช นำสวดพระพุทธมนต์
สืบสานพุทธศาสนา ตามทางพระราชบิดา พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จแทนพระองค์บำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายในหลวงร.๗ สมเด็จพระสังฆราช นำสวดพระพุทธมนต์
เย็นวันอังคาร ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (๓๐ พฤษภาคม) และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (๒๒ พฤษภาคม) ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการสวดพระพุทธมนต์ และสดับปกรณ์พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ซึ่งบรรจุอยู่ในฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ
ครั้นเสร็จการพระราชกุศลแล้ว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงนำคณะพระภิกษุสามเณรวัดราชบพิธ สวดพระพุทธมนต์... -
วีดีโอ ฌาณที่ 1-4 ตอนที่5 - อานาปานสติ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ฌาณที่ 1-4 ตอนที่5 - อานาปานสติ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
กุญแจธรรม :- Published on Jun 24, 2016 -
"พุทโธ เป็นอย่างไร" (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล)
"พุทโธ เป็นอย่างไร"
" .. หลวงปู่ได้เมตตาตอบว่า "เวลาภาวนาอย่าส่งจิตออกนอก" ความรู้อะไรทั้งหลายทั้งปวงอย่าไปยึด "ความรู้ที่เราเรียนกับตำหรับตำรา หรือจากครูบาอาจารย์ อย่าเอามายุ่งเลย" ให้ตัดอารมณ์ออกให้หมด
แล้วก็เวลาภาวนาไปให้มันรู้ "รู้จากจิตของเรานั่นแหละ จิตของเราสงบเราจะรู้เอง" ต้องภาวนาให้มาก ๆ เข้า "เวลามันจะเป็น จะเป็นของมันเอง" ความรู้อะไร ๆ ให้มันออกจากจิตของเรา
"ความรู้ที่ออกจากจิตที่สงบนั่นแหละ เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งถึงที่สุด" ให้มันรู้ออกจากจิตเองนั่นแหละมันดี คือจิตมันสงบ ทำจิตให้เกิดอารมณ์อันเดียว "อย่าส่งจิตออกนอก ให้จิตอยู่ในจิต" แล้วให้จิตภาวนาเอาเอง
"ให้จิตเป็นผู้บริกรรมพุทโธ พุทโธอยู่นั่นแหละ" แล้วพุทโธนั่นแหละจะผุดขึ้นในจิตของเรา "เราจะได้รู้จักว่า พุทโธ นั้นเป็นอย่างไร" แล้วรู้เอง .. เท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากมาย .. "
หลวงปู่ดุลย์ อตุโล
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13583 -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน ข้าวสารหิน ของวิเศษจากพระแม่โพสพ
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน ข้าวสารหิน ของวิเศษจากพระแม่โพสพ
ข้าวสารหินเป็นของวิเศษ กายสิทธิ์ มีอานุภาพในเรื่องโชคลาภ เสน่ห์เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัยจากภัยนานาประการ ไม่มีสิ่งใดๆมาทำร้ายคุณวิเศษต่างๆได้ เรียกได้ว่าของ “ทนศักดิ์” มีเทพารักษ์คอยรักษาอยู่ บางคนมีความเชื่อและนับถือด้วยว่าเป็นพระธาตุ เรียกว่า “พระธาตุข้าวสารหิน”
ตามตำนานเชื่อกันว่า เป็นข้าวสารที่พระพุทธองค์ฉันเสร็จแล้วทำการอธิษฐานเพื่อให้เป็นของมงคลใน แผ่นดิน คณาจารย์ในสมัยโบราณกล่าวไว้ว่า “เกิดจากฤทธิ์อำนาจของพระแม่ธรณี”
บางเกจิอาจารย์กล่าวไว้ในคัมภีร์ต่างๆ ว่า “เป็นข้าวอธิษฐานของฤาษี สามารถนำมาอาราธนาทำน้ำพุทธมนต์ได้ อธิษฐานสิ่งใดก็สมปรารถนา”
บางตำนานเก่าและใหม่ยังกล่าวไว้อีกว่า ข้าวสารหินเป็นของวิเศษสุด มีฤทธิ์ตามธรรมชาติ ผู้วิเศษผู้มีฤทธิ์กำหนดขึ้นมาทั้งสิ้น และยังมีความเชื่อกันอีกว่า“พระแม่ธรณีท่านอธิษฐานไว้ให้ข้าวสารหินเป็นของดี ไม่เน่าเปื่อย คงทนถาวร
เป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจจากจักรวาลซึมแทรกอยู่ เป็นที่รวมพลังของ ดิน น้ำ ลม ไฟ จึงเกิดเป็นพลังเร้นลับ มีอำนาจบันดาลให้ผู้ที่มีไว้ครอบครองจะอยู่ดีกินดี... -
หลวงปู่มั่นมาสร้างวัดป่าบ้านนามน พญานาคร่วมบุญทิ้งรอยไว้ชี้จุดสร้างกุฏิและวัดอาณาบริเวณวัดให้ จากคำบอกเล่าของหลวงปู่อว้าน เขมโก
หลวงปู่มั่นมาสร้างวัดป่าบ้านนามน พญานาคร่วมบุญทิ้งรอยไว้ชี้จุดสร้างกุฏิและวัดอาณาบริเวณวัดให้ จากคำบอกเล่าของหลวงปู่อว้าน เขมโก
ครั้งหนึ่งเมื่อพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตเถระ มาสร้างครั้งวัดป่านาคนิมิตต์ บ้านนามน ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ครั้งแรกอาตมา(หลวงปู่อว้าน เขมโก)เองยังไม่ได้เกิดนะ เดิมวัดนี้มีท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีลมหาเถระ เดินธุดงค์มาก่อน ท่านพระอาจารย์เสาร์มาพักรุขมูล ครั้นต่อมาท่านก็เดินธุดงค์ต่อไป แล้วท่านพระอาจารย์มั่นท่านก็เดินธุดงค์ตามรอยท่านพระอาจารย์เสาร์มา ท่านพระอาจารย์เสาร์พักที่ไหน ท่านพระอาจารย์มั่นก็พักที่นั่น
ท่านพระอาจารย์มั่นมาเห็นที่สัปปายะ ท่านก็เลยปรารภกับโยม “คิดจะสร้างเป็นวัด” โยมชาวบ้านนามนเขาจะปลูกสร้างกุฏิหลังนี้แหละ (กุฏิท่านพระอาจารย์มั่น) เขาเตรียมไม้ไว้ว่าจะยกวันพรุ่งนี้ ในตอนกลางคืนพญานาคเขามาทำรอยเอาไว้ให้ ตอนเช้าโยมเขามาว่าจะยกกุฏิ ท่านพระอาจารย์มั่น ก็ชี้บอกโยมเขาว่า “นั่นแหละ พญานาคทำรอยไว้ให้แล้ว” โยมเขาไปดู เขาว่าเป็นรอยกลมๆ วงกลมจึงก่นหลุม (ขุดหลุม) ตามรอยนั่นแหละ แล้วท่านพระอาจารย์มั่นก็พูดบอกโยมเขาว่า “วัดนี้ให้ชื่อว่า... -
เสือสมิงสาวในป่าลึก!! บังอาจแปลงร่างหลอก "หลวงพ่อเคลือบ" เจอเพียงแค่ ก้อนหินเสก เผ่นแนบ แทบไม่ทัน!!
เสือสมิงสาวในป่าลึก!! บังอาจแปลงร่างหลอก "หลวงพ่อเคลือบ" เจอเพียงแค่ ก้อนหินเสก เผ่นแนบ แทบไม่ทัน!!
….เรื่องราวของหลวงพ่อเคลือบผจญกับเสือสมิงในป่าลึกระหว่างรุกขมูลอยู่นั้น เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ท่านได้เล่าให้นายวิเชียร จีนนาฎ ผู้เป็นหลานชาย และศิษย์ใกล้ชิดอีกหลายๆท่านฟัง มีปรากฏอยู่ในหนังสือชีวประวัติ หน้าที่ ๔ บันทึกโดยพระอาจารย์สมปอง นันทฺสาโร อดีตเจ้าอาวาส รูปที่ ๔ ของวัดหนองกระดี่เก่า ความว่า…
คืนหนึ่งเป็นเวลาดึกสงัด ขณะตัวท่านนั่งทำภาวนาอยู่นั้นเอง ปรากฏว่ามีหญิงสาวหน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้านเรียบร้อยดูไม่เหมือนสาวชาวป่าทั่วไปเข้ามาหาบอกท่านว่า แม่กำลังป่วยหนักขอให้หลวงพ่อช่วยไปรักษาให้ที ตัวท่านนั่งเพ่งพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่งก็ทราบว่าเป็นเสือสมิงแปลงมา ท่านจึงล้วงลงไปในย่ามหยิบได้ว่านยาหัวหนึ่ง แล้วบอกกับโยมผู้นั้นไปว่า “โยมเอายานี้ไปต้มกินก็แล้วกัน!”
ทันทีที่ท่านโยนว่านยาหัวนั้นตกถึงพื้น ร่างของหญิงสาวผู้นั้นได้กลายเป็นเสือทันทีและหมายกระโจนเข้าใส่หลวงพ่อ หลวงพ่อจึงหยิบเอาก้อนดินตรงหน้าเสกแล้วโยนใส่ไปทันที เสือตัวนั้นหายเข้าไปในความมืดแล้วไม่ปรากฏออกมาให้เห็นอีกเลย... -
เรามีบารมีขั้นไหน ?
ความเข้มข้นของบารมีก็ต้องจัดเป็นชั้นบารมีต้น อุปบารมี และ ปรมัตถบารมี เราจะคิดว่าเรามีบารมีขั้นไหนก็ดูกำลังใจของเราเป็นสำคัญว่า
คนมีบารมีต้นคือ กำลังใจที่จะทำความดี บุคคลประเภทนี้ชวนเข้าวัด เดือนหนึ่งมี ๔ วันพระ ยังไปไม่ครบเลย ดีไม่ดีวันพระนี้ปวดท้องขี้ไม่ไปเสียแล้ว วันพระโน้นหลานมันร้องไปวัดไม่ได้แล้ว อย่างป้าหวง เป็นต้น
ถามว่า "ป้าหวงไม่ไปทำบุญหรือ"
"ฮือ...ลูกยังเล็กเจ้าค่ะ"
ต่อมาลูกมีผัวมีเมียมีหลาน ถามว่า
"ป้าหวงไม่ไปวัดหรือ?"
"หลานยังไม่โตเจ้าค่ะ"
พอดีตายไปทำบุญไม่ได้ ไปบ้างก็ผลุบๆ โผล่ๆ เขาเรียกว่า "ศรัทธาหัวเต่า" ผลุบเข้า ผลุบออก อย่างนี้เขาเรียก "บารมีต้น" นะ
ทีนี้ต่อมาเป็น "อุปบารมี" บารมีขั้นกลาง บารมีขั้นกลางนี่เวลาจะไปวัดไปวา "พอใจในศีล พอใจในทาน พอใจในการสดับพระธรรมเทศนา" ความมั่นคงในกามาวจรสมบูรณ์แบบ หมายความว่า ถ้าทำบุญพอใจขั้นกามาวจร คือการให้ทานถวายทานไปเกิดเป็นเทวดา การรักษาศีลตามปกติไปเกิดเป็นเทวดา การสดับพระธรรมเทศนาพอใจในธรรมะไปเกิดเป็นเทวดา อารมณ์อย่างนี้มีความพอใจ แต่ว่ามีบุคคลใดเขาชวนไปเจริญสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน "ไม่ว่าง"... -
วิธีที่จะให้ผลบุญส่งผลอย่างรวดเร็วในชาตินี้
วิธีที่จะให้ผลบุญส่งผลอย่างรวดเร็วในชาตินี้
ถาม : เคยอ่านที่พระอาจารย์บอกว่า การทำบุญในปัจจุบัน เราจะไม่ได้ผลในชาตินี้ นอกจากทำบุญอย่างต่อเนื่องเป็นสิบปี แล้วทำไมการทำแท้งจึงให้ผลชาตินี้ครับ ?
ตอบ : โยมทำบุญแล้วเคยนึกถึงบุญที่ทำบ้างไหม ? แต่คนทำแท้งนั้นตอกย้ำตัวเองทุกวินาทีว่าเขาทำความชั่ว ในเมื่อเขามุ่งใจจดจ่ออยู่ตลอดเวลา ตรงดิ่งอย่างเดียวเลย ผลกรรมจึงเกิดเร็ว แต่เราเองทำบุญมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง น้อยครั้งที่เราจะนึกว่าทำอะไรไปบ้าง
เพราะฉะนั้น.. ถ้าโยมต้องการที่จะให้ผลบุญนั้นส่งผลอย่างรวดเร็วในชาตินี้ เราก็ต้องจดจ่อต่อเนื่องอยู่กับผลบุญนั้น ก่อนจะทำก็มีความปีติยินดีว่าเราจะได้ทำ กำลังทำก็มีความปีติยินดีว่าเราได้ทำ เมื่อทำได้แล้วนึกถึงเมื่อไรก็มีความปีติยินดีว่าเราได้ทำบุญนั้นแล้ว ถ้าสามารถรักษากำลังต่อเนื่องอย่างนี้ได้ตลอดเวลาผลก็จะเกิดเร็วเหมือนกัน
เมื่อวานมีพระมาทำบุญ ท่านบอกว่า "ทำบุญอุทิศให้ลูก ผมฆ่าลูก"อาตมาถามว่าไปฆ่าอีท่าไหน ? ท่านบอกว่า “ทำแท้งครับ” นั่นขนาดผู้ชายใจยังจดจ่ออยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่ไม่ดีแล้ว ลองคิดดูว่าถ้าคนที่ทำเป็นผู้หญิงเขาจะรู้สึกอย่างไร ?... -
อานิสงส์พิเศษของการปล่อยสัตว์ชนิดต่างๆ
ถาม : ที่ หลวงพ่อฤๅษี เคยบอกว่า คนผิดศีลข้ออทินนาทาน กฎแห่งกรรมก็คือทรัพย์สมบัติที่มีจะถูกทำลายโดยภัยธรรมชาติ หรือภัยต่างๆ ในกรณีที่เพื่อน ๆ ผมที่ทำงานถูกน้ำท่วม และทรัพย์สินเสียหาย ควรจะมีการชักชวนเขามาชำระพระหนี้สงฆ์ ไม่ทราบว่าผลจะตรงหรือไม่ครับ ?
ตอบ : สิ่งที่เราทำเป็นความดีใหญ่ แต่ผลไม่ตรง เพราะว่าทรัพย์สินเสียหายเกิดจากกรรมเก่าที่เราสร้างมาในอดีต ส่วนบุญใหม่ที่เราสร้างในปัจจุบันเป็นส่วนของบุญ บุญกับกรรมนี่ต่างคนต่างอยู่ ถึงเวลาต่างคนต่างให้ผล เพราะฉะนั้น..ทำไว้ดีกว่าไม่ทำ แต่ไม่ใช่การแก้กันโดยตรง
ในเรื่องของการสูญเสียทรัพย์สิน มีเคล็ดลับง่ายๆ ว่าให้ปล่อยนกบ่อยๆ สักเดือนละตัวสองตัวก็ได้ ถ้าปล่อยนกจะป้องกันในเรื่องของการสูญเสียทรัพย์สินได้ เพราะถึงเวลานกบินไปแล้วไปลับ ก็ปล่อยนกไปแทน จริงๆ โบราณเขาเก่งเหมือนกัน การปล่อยสัตว์อย่าง ปล่อยนก จะมีอานิสงส์พิเศษคือป้องกันเรื่องข้าวของสูญหาย ทรัพย์สินเสียหาย
เรื่องของการ ปล่อยปลา ถ้าทำเป็นประจำจะมีความเป็นอยู่คล่องตัว คนอื่นเขาลำบากแค่ไหนเราก็ไปได้เรื่อย เหมือนปลาที่แถกเหงือกไปเรื่อยๆ เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ แต่นี่เราปล่อยลงแม่น้ำใหญ่... -
อานิสงส์การสร้างสมเด็จองค์ปฐม
ถาม : ที่หลวงพ่อวัดท่าซุงเคยบอกเอาไว้ว่า อานิสงส์การสร้างสมเด็จองค์ปฐมจะเข้าถึงพระนิพพานเร็วมาก ต้องตั้งความปรารถนาด้วยไหมครับ ?
ตอบ: พูดง่ายๆ ว่า ถ้าตั้งความปรารถนาไว้ แปลว่ากำลังบารมีของเราอยู่ในระดับปรมัตถบารมีแล้ว "คนที่จะใช้อธิษฐานบารมีเป็นต้องอยู่ในระดับอุปบารมีขั้นปลายหรือปรมัตถบารมีเท่านั้น"
อธิษฐานบารมีคือตั้งใจว่า เราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร ถ้าหากว่ายังอยู่ในระดับบารมีขั้นต้น ขั้นกลาง บางครั้งอธิษฐานไม่เป็นหรอก ดีไม่ดีเวลาเห็นคนอื่นอธิษฐานยังไปค้านเขาเสียอีก บอกว่าทำแล้วยังอยากได้โน่น อยากได้นี่ ยังโลภอยู่
ถาม : อย่างคนที่ร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐม ด้วยความศรัทธา แต่ว่าไม่ได้อธิษฐานจะเข้าสู่พระนิพพาน..?
ตอบ: อย่างน้อยๆ ตัวอานิสงส์พุทธบูชาก็จะไม่ไปเกิดนอกเขตพระพุทธศาสนาแน่นอน
การที่อยู่ในเขตพระพุทธศาสนา อย่างน้อยๆ เรื่องทาน ศีล ภาวนาต้องมี เป็นการทำให้บารมีของเขาเข้มข้นเร็วขึ้น ขณะเดียวกันว่า ถ้าหากว่าตั้งใจเอาไว้ ก็จะไปพระนิพพานได้เร็วขึ้น
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕ -
เป็นนักปฏิบัติต้องรู้จักเลือกอย่างผึ้ง
ถ้าหากว่าใครเคยสังเกตรังผึ้ง จะเห็นว่าสะอาดจริงๆ และไม่ได้สะอาดเปล่าๆ ถ้าอากาศร้อนมาก ขี้ผึ้งจะละลาย ผึ้งก็จะพร้อมใจกันกระพือปีก เพื่อที่จะสร้างความเย็น ไม่ให้รังละลาย และที่แน่ๆ ผึ้งไม่เคยไปแย่งแมลงวันกิน เพราะว่าผึ้งเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด เลือกกินแต่น้ำหวานกับเกสรดอกไม้ ความสกปรกใดๆ ผึ้งจะไม่เอาเลย
เราเองเป็นนักปฏิบัติ ก็ต้องรู้จักเลือก เลือกแต่กำลังใจที่ดีๆ ในเรื่องของทาน ของศีล ของภาวนา ธรรมอะไรที่ช่วยให้คลายกำหนัด ช่วยให้ถอนจากราคะ โทสะ โมหะ เพื่อให้ไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ ช่วยให้เราเป็นผู้ที่มีจิตตั้งมั่น ให้เลือกเอาธรรมเหล่านั้นมาปฏิบัติ เราถึงจะเป็นผู้ที่สะอาดด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ
พระครูวิลาศกาญจนธรรม,ดร. -
สติ สัมปชัญญะ" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
"สติ สัมปชัญญะ"
" .. ความโง่ เรียกอวิชชา "เหมือนกันกับเหล็ก เหล็กนั้นมันก็ดี ๆ อยู่นั่นแหละ แต่สนิมมันเกิดขึ้นในเหล็กนั่นแหละ" แต่เขาตีขัดเกลาจนเป็นดาบคมได้ ใช้การได้ "ถ้าไม่ตีมันก็อยู่อย่างนั้น สนิมกินเสียจนใช้การไม่ได้"
จิตของเราก็ดี "อาศัยสติเป็นผู้ขัดเกลา อาศัยสติเป็นผู้คุ้มครองเชื่อมั่น" อันที่จริงอาคันตุกะกิเลสก็ไม่เป็นปัญหา คือ "รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสภา ยนอก ไม่เป็นปัญหา" เค้ามูละมูเลของมันก็คือ "กาม กามาสวะ อวิชชาสวะ สามอันนี้เป็นอนุสัย เป็นสนิมของมัน" เป็นสนิมหุ้มห่อจิตให้มืดมนอนธการ
เพราะเหตุนี้แหละ "เราหัดสติ ทำสติให้มีกำลัง" เมื่อสติมีกำลังแล้ว "จิตมันก็จะรู้เท่าตามความเป็นจริง" ครั้นเมื่อมีสติแล้ว "ก็เกิดสัมปชัญญะ ความรู้ตัวพร้อม" ก็หมายความว่า "ดวงปัญญานั่นแหละ ญาณก็ว่าปัญญาก็ว่า" .. "
หลวงปู่ขาว อนาลโย -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอนอานุภาพของหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด(ธรรมปกิณกะครูบาชัยยะวงศา)
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอนอานุภาพของหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด(ธรรมปกิณกะครูบาชัยยะวงศา)
พระพุทธคุณในพระธาตุเขาสามร้อยยอดนั้น มีอัปมาณนา เกินที่จะคาดคะเนได้ ไม่ว่าจะเป็นลายไหน หินสีอะไร ก็มีคุณวิเศษเหมือนกันหมด เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นพระธาตุแล้วย่อมบริสุทธิ์ ไม่มีวัตถุสิ่งใดมาเทียมได้ในสามแดนโลกธาตุนี้ เพราะฉนั้นย่อมมีเทวดาคุ้มครองรักษาครับ ใครได้ไป ก็นับว่าเป็นบุญของคนๆนั้นจริงๆ ผู้ที่ครอบครองไว้บูชา จะอยู่ร่มเย็นเป็นสุข คุ้มครองปกป้องภยันตรายได้ เป็นหลักใหญ่ของหินพระธาตุเขาสามร้อยยอดครับ สีหินที่พบ ส่วนใหญ่ออกตามวรรณะพระธาตุที่ฝัง อยู่ เช่น สีแดง สีน้ำผึ้ง สีน้ำตาล สีเหลือง สีดำ สีขาว เป็นต้น มีผู้หลายท่านได้จำแนกสีหินพระธาตุ ไว้ว่าสีนี้มีอิทธิคุณ อย่างไร อาจจะพบโดยประสบการณ์หรือ ได้ญาณหยั่งรู้บ้างก็มี
ความเชื่อตามสีของหินพระธาตุ...
คิดหิน หรือไข่ในหินทุกสี หรือที่นิยมเรียกว่าหินพระธาตุนั้นจะเป็นชั้นๆ เมื่อผ่าออกภายในจะมีลักษณะเป็นวงซ้อนกัน คล้ายกับพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ทรงกลด จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ตามธรรมชาติ มีอิทธฤทธิ์พลังฤทธิ์ โดยไม่ต้องผ่านพิธีกรรมทางศาสนา... -
หลวงปู่เจี๊ยะ!ถามหลวงปู่มั่นเรื่องเทวดา ท่านจึงเมตตาเล่าเรื่อง“เทวดามาฟังธรรมที่ดอยมูเซอ และอารธนาให้อยู่ประจำวัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่” ให้ฟัง
หลวงปู่เจี๊ยะ!ถามหลวงปู่มั่นเรื่องเทวดา ท่านจึงเมตตาเล่าเรื่อง“เทวดามาฟังธรรมที่ดอยมูเซอ และอารธนาให้อยู่ประจำวัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่” ให้ฟัง
อยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นนี้ ได้รู้เรื่องราวความวิเศษของพุทธศาสนาเรื่องเทพ เทวดา ภูต ผี ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ ท่านเห็นประหนึ่งว่าเป็นหลักธรรมชาติทั่วๆ ไป แต่สำหรับพวกเราเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น น่าหวาดเสียวตื่นตูม อยากรู้อยากเห็น เป็นเรื่องใหม่ ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นมีประจำโลกมานมนาน เมื่อเราทราบว่าท่านรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ อันเหตุสุดวิสัยของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่จะรู้ได้ ก็อดที่จะกราบเรียนถามท่านไม่ได้ ทั้งที่มีความกลัวมากกว่าความกล้าเป็นเท่าทวีคูณ แต่ก็ต้องจำยอมอดทนบากหน้าถาม เพื่อสนองความอยากรู้และความสงสัยแห่งตน เมื่อได้โอกาสถามก็เข้าไปใกล้ๆ อันเป็นเวลาทำวัตรปฏิบัติ กำตามแข้งตามขา ยังไม่ได้ทันถามเลย เพียงแต่คิดไว้ภายใน ท่านกลับถามเราขึ้นก่อนว่า
“เจี๊ยะ...มีอะไรจะถามก็ถามมา ท่านนี่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” ท่านเปรยขึ้นเท่านั้นเราก็ปอดแหกแล้ว
“ครูบาจารย์ เทวดาหน้าตามันเป็นอย่างไง อยากเห็นบ้าง?” เราก็เสือกถามท่านทั้งที่กลัวจะตาย... -
ทุกข์จากความรัก
ทุกข์จากความรัก
หลวงตาม้า สอนว่าความทุกข์จากความรักนั้นมันเป็นพลังงาน ที่เสียเวลายาวนาน บางคนยึดมั่นในรัก ติดอยู่ในภพภูมิ เสียเวลายาวนาน กว่าจะได้เจอกัน และมารอกันอีก หากอีกคนแยกไปก็เกิดการฆ่ากันอีก เกิดเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันอีก หรือเรียกว่าทั้งรักทั้งแค้น ผูกกันไปอีก ยาวนาน นี่คือทุกข์ของความรักที่เจือปน ไม่ใช่ความรักที่แท้จริง การอธิษฐานแก้ไขในกรรมประเภทนี้ หลวงตา ให้ใช้ กรรมฐาน การฝึกจิต สมาธิ ฝึกให้ขึ้นพรหม (อันมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) จะแก้ไขในเรื่องทุกข์ของความรักนี้ได้ เพราะว่าพรหมไม่มีเพศ จึงหมดเรื่องพวกนี้โดยปริยาย หลวงตากล่าวเน้นว่า "ความรักคือความปรารถนาดีกับทุกๆคน ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร นี่แหละความรักที่แท้จริง"
หลวงตาม้า อธิบายว่า เจ้ากรรมนายเวรโดยตรงต่อเราในชาติปัจจุบัน ก็คือ คนที่รักเราหรือคนที่เรารักมากที่สุดนั่นแหละ ที่งี้เราไม่รู้หรอกว่าเจ้ากรรมนายเวรเราอยู่ที่ไหน หากอยู่เทวดาหรือพรหม เขาก็ไม่เอาเรื่องเราหรอก ถ้าติดอยู่ข้างล่างก็เหมือนติดคุก เขาก็เอาเรื่องเราไม่ได้ ดังนั้นเจ้ากรรมนายเวรเราอยู่ที่โลกมนุษย์เรานั้นแหละ... -
พุทธานุสติกรรมฐาน (หลวงพ่อเทศน์โปรดเทวดาครั้งแรก)สนุกมาก
พุทธานุสติกรรมฐาน (หลวงพ่อเทศน์โปรดเทวดาครั้งแรก)ที่ดาวดึงส์
Tanat Tonguthaisri :-
Published on Mar 8, 2013
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร)
วัดจันทาราม (ท่าซุง)
พุทธานุสติกรรมฐาน
หลวงพ่อเทศน์โปรดเทวดา นางฟ้า บนดาวดึงส์ครั้งแรก -
"สติปัญญาอัตโนมัติ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"สติปัญญาอัตโนมัติ"
" .. นักภาวนาต้องอยู่กับสติ "สติเป็นสำคัญ" เราเคยทำมาแล้ว จนกระทั่งตั้งรากตั้งฐานได้แล้วถึงขั้นชุลมุนวุ่นวายฟัดกันกับร่างกาย ตัวอสุภะสำคัญมาก ซัดกันอันนี้เรียกว่า เข้าตะลุมบอน ชุลมุน เอากันเต็มเหนี่ยว
ภาระแห่งการภาวนาจุดนี้เป็นจุดที่หนักมาก สำคัญมากทีเดียว แต่เราพูดย่อ ๆ เอาเลย เป็นภาระที่หนักมากที่สุด "ในเรื่องรูปกาย สุภะอสุภะเกี่ยวกับกามกิเลส" ซัดอันนี้จนเต็มเหนี่ยว พอผ่านนี้ไปแล้ว "เรียกว่าสติปัญญาอัตโนมัติ" ในขั้นพิจารณาร่างกายเป็นขั้นชุลมุน จะเรียกว่าอัตโนมัติไม่ได้ มันชุลมุน เหมือนว่ามันเลยไป
ทีนี้พอได้จังหวะอันนี้ผ่านไปแล้ว "สติปัญญาฝึกซ้อมเรื่องร่างกายสุภะอสุภะ ฝึกซ้อมเรื่องราคะตัณหากับร่างกายอันนี้" ฝึกซ้อมกัน คือมันได้ระดับแล้วมัน "ฝึกซ้อมให้ชำนาญ" ให้ชำนาญ ๆ เรื่อยไป นี่ละ "ที่นี่เป็นสติปัญญาอัตโนมัติ อยู่ที่ไหนเป็นเลย ๆ" เรื่อย ๆ ฝึกเรื่อยเป็นเรื่อย ๆ
ยืนเดินนั่งนอน "สติปัญญานี้เป็นอัตโนมัติตลอด นี่ละความเพียรทางธรรมะเมื่อมีกำลังแล้ว ธรรมะฆ่ากิเลสก็เป็นอัตโนมัติเหมือนกัน" เหมือนกับ "กิเลสทำลายสัตว์โลกเป็นอัตโนมัติของมัน... -
ธรรมมะ เรื่อง นิรยภูมิ พระราชพรหมยาน
ธรรมมะ เรื่อง นิรยภูมิ พระราชพรหมยาน
ธรรมมะ สร้างคุณธรรม :-
Published on Sep 15, 2015
ธรรมมะ เรื่อง นิรยภูมิ พระราชพรหมยาน -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน พระธาตุ๕๐๐อรหันต์ของดีถ้ำดับเถ้าเชียงใหม่
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน พระธาตุ๕๐๐อรหันต์ของดีถ้ำดับเถ้าเชียงใหม่
ในสมัยแห่ง พระพุทธเจ้ากัสสปะ ได้มีค้างคาวหนู 500 ตัว ห้อยอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง วันหนึ่งได้มีพระเถระ 2 รูปเข้ามาบำเพ็ญสมณธรรมและสวดมนต์ (อภิธรรม) ค้างคาวหนูทั้ง 500 ตัวก็ได้ฟังเสียงสวดมนต์ด้วยความดื่มด่ำเพลิดเพลิน ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจในความหมายแห่งบทสวดมนต์นั้นๆ ด้วยอานิสงส์นี้ ค้างคาวหนูทั้ง 500 ตัวจึงได้ไปเกิดเป็นเทวบุตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นานถึง 1 พุทธันดร เมื่อจุติจากสวรรค์ก็ได้มาเกิดในโลกมนุษย์ ในกรุงสาวัตถีสมัยพระพุทธเจ้ายุคปัจจุบัน
.............ในพรรษาที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์ โปรดพระมารดาที่ชั้นดาวดึงส์ด้วย พระพุทธนิรมิต จนกว่าจะกลับ แต่พระวรกายจริงกลับเสด็จไปยังป่าหิมพานต์ แล้วโปรดพระสารีบุตรกับศิษย์กุลบุตร 500 คน (ค้างคาวหนูทั้ง 500 ตัวที่มาเกิด) กุลบุตรทั้ง 500 คนเลื่อมใสใน ยมกปาฏิหาริย์ จึงได้บวชกับพระสารีบุตร พระพุทธองค์ก็ทรงเสด็จกลับเทวโลก พระสงฆ์ทั้ง 500 องค์ได้เป็นผู้ชำนาญใน ปกรณ์ทั้ง 7 และ บำเพ็ญจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยกันทั้งหมด 500 องค์ และได้พักจำพรรษาอยู่ ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง... -
อยากเห็น "ผี" เลยเจอดี แค่ผีจับขา ถึงกับสลบ!! ผีเปรตมารับส่วนบุญทุกวันพระ ทีหลังอย่าลอง บ้ามาเยอะแล้ว คนอยู่ส่วนคน ผีอยู่ส่วนผี!!
อยากเห็น "ผี" เลยเจอดี แค่ผีจับขา ถึงกับสลบ!! ผีเปรตมารับส่วนบุญทุกวันพระ ทีหลังอย่าลอง บ้ามาเยอะแล้ว คนอยู่ส่วนคน ผีอยู่ส่วนผี!!
ผีเปรต คืนวันพระ
“คืนวันพระเริ่ม”
เมื่อ พ.ศ. 2530 หนูได้ไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นงานเย็บผ้า และช่วงกลางคืนจะมีโอทีให้ทำและเป็นธรรมดาที่หนูชอบให้คนเล่าเรื่องผีให้ฟัง ซึ่งหนูก็ถามพี่เอกว่า เคยเห็นผีไหมถ้าเคยเห็นก็ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมพี่เอก ก็เล่าให้ฟังแต่พวกเราไม่ค่อยเชื่อว่าผีมีจริงหรือไม่ พี่เอกก็แนะนำว่าถ้าอยากเจอ เปรตให้ไปที่วัดชมนิมิตในคืนวันพระเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตี 3 ซึ่งคนที่ฟังพี่เอก เล่ามี 3 คน มี จันทร์ ต้อย และหนู พี่เอกบอกว่าถ้าไปถึงวัดแล้วให้ก้มลงมองลอด ใต้ขาตัวเองแล้วจะเห็นเปรต
“นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์”
พอถึงวันพระหนูกับเพื่อนก็ได้ไปที่วัดชมนิมิต พอไปถึงรู้สึกว่ามันเงียบ อากาศเย็น ลืมบอกไปว่า ต้องอยู่คนเดียว หนูก็พูดกับจันทร์และต้อยว่าเรามาด้วย กัน 3 คน แต่จันทร์ เป็นผู้ชายให้จันทร์เป็นคนลงมือดีกว่านะ เรามารอจันทร์อยู่ข้าง วินมอเตอร์ไซค์ประมาณสัก10 นาทีได้ ก็ได้ยินเสียงคนร้องขึ้นมา ซึ่งเราก็จำได้ว่า... -
"พุทโธ บุญเกิดทางใจ"
"พุทโธ บุญเกิดทางใจ"
" .. ท่านพระอาจารย์(หลวงปู่มั่นฯ)สอนว่า "อิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้" เช่น "เราเดินไปก็ระลึกพุทโธไป เรานั่งอยู่ก็ระลึกพุทโธ เรานอนอยู่ก็ระลึกพุทโธ" พยายามทำให้มันติดต่อ "ทำการทำงานก็ระลึกพุทโธอยู่"
อย่างท่านฯ ไปสอนชาวบ้านนอกนะ ถึงฤดูทำไร่ เขาไปดายหญ้า "สับจอบสับเสียมลงดิน ก็ให้ระลึกพุทโธ เวลาเกี่ยวข้าวก็เหมือนกันแหละ เกี่ยวกอหนึ่งก็พุทโธ เกี่ยวกอสองก็พุทโธ" หมายความว่า "งานที่เราทำก็ได้ บุญเราก็ได้" อันนี้เป็นลักษณะของบุคคลผู้มีปัญญา ทำการงานทุกอย่าง "อย่าทิ้งพุทโธ เพราะเหตุไร เพราะว่าบุญเกิดทางใจ"
"บุญนั้นไม่ได้เกิดแต่การบริจาคทานอย่างเดียว บุญเกิดจากการรักษาศีล บุญเกิดจากการภาวนา" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การเจริญภาวนา เป็นบุญที่สามารถทำได้ไม่เลือกบุคคล" ไม่ว่าจะเป็นคนแก่คนเฒ่าหรือเด็ก หญิงหรือชาย หรือคนเจ็บป่วยก็ตาม สามารถทำได้
คนที่มีสติปัญญา "ยืน เดิน นั่ง นอน ก็เป็นบุญแล้ว" ทำการทำงานก็เป็นบุญ ทุกสาขาอาชีพที่เป็นอาชีพบริสุทธิ์ "ถ้าเราระลึกพุทโธคราวใด บุญก็เกิดขึ้นคราวนั้น" ไม่ต้องหาไกล คนมีปัญญาไม่ต้องหาไกล หาอยู่ในกาย... -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน หินพระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า เขาสามร้อยยอด ของดีที่หายาก
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน หินพระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า เขาสามร้อยยอด ของดีที่หายาก
หินพระธาตุ เขาสามร้อยยอดนั้นเป็นหินที่อยู่ตามถ้ำต่างๆ บนภูเขาสามร้อยยอด ซึ่งมีอยู่หลายถ้ำ และหลายถ้ำอยู่บนเขาสูงต้องปืนขึ้นไปสกัดหินพระธาตุลงมา คิดดูครับ แบกหินพระธาตุที่มีน้ำหนักหลายกิโลกรัม ออกจากถ้ำและลงมาจากเขา แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะได้หินพระธาตุมา ลักษณะหินพระธาตุแต่ละถ้ำจะมีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ของถ้ำนั้นๆ หินพระธาตุแต่ละก้อนนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น "ไม่มีซ้ำ" เพราะหินแต่ละก้อนมีลวดลาย มีชั้นหิน มีจำนวนเม็ดพระธาตุและสี ไม่เหมือนกัน (อาจมีคล้ายแต่ไม่เหมือน)
*ปัจจุบันทางอุทยานสั่งห้ามไม่ให้มีการนำหินพระธาตุ ลงมาจากเขาสามร้อยยอดแล้ว หินพระธาตุสวย ๆ จึงหายากและราคาสูงขึ้นทุกวัน
ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำเสนอ ผมไม่ได้เขียนหรือพิมพ์เอง แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซด์ต่างๆ หลายเว็บ นำมาเรียบเรียงรวมกัน และต้องขอขอบพระคุณเจ้าของข้อมูลทุกๆท่าน ณ ที่นี้ด้วย
หินพระธาตุ เขาสามร้อยยอดนั้น ตามความเชื่อ เชื่อกันว่าคือ... -
อะไรเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
อะไรเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
มนุษย์จริงๆ แล้วมาจากไหน
และอะไรเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติ
โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ที่ว่าจะมีไฟบรรลัยกัลป์มา เพราะว่าคนมีจิตบาปมาก
ศีล ๕ ทำไม่ค่อยจะครบ เช่น ปาณาติบาต เป็นต้น
อายุมันจะน้อยลงทุกที จนกระทั่งอายุถึง ๑๐ ปี เป็นอายุขัย
ตอนนี้เกิด “มิคสัญญี” ไม่มีการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
จะรบราฆ่าฟันกันมาก พระอาทิตย์ท่านรำคาญเต็มที่
โผล่มาทีละ ๒ ดวง ๓ ดวง ๔ ดวง ตายหมด
ทีนี้ถึง ๗ ดวง น้ำในมหาสมุทรก็แห้ง ต้นไม้แห้งกรอบจัด
ผลที่สุดเป็นไฟลุก ไฟไม่ได้ไหม้มาจากไหน
อาศัยน้ำแห้ง ต้นไม้แห้งกรอบเต็มที่
ความร้อนหนัก ก็เกิดไฟลุกขึ้นก็ล้างกันเสียทีหนึ่ง
เมื่ออารมณ์สงสัยเกิดขึ้น ฉันก็อดที่จะอยากรู้ตามความเป็นจริงไม่ได้
ในที่สุด คืนวันหนึ่งฉันนั่งคุมกรรมฐานอยู่
ความสงสัยเรื่องรู้เลยธงเกิดขึ้นมาขวางจิต
จึงถามท่านผู้รู้ที่เป็นสัพพัญญวิสัย ท่านทรงพยากรณ์ให้ทราบดังนี้
หลังจากกึ่งพุทธกาลไปแล้ว ๔,๐๐๐ ปี จะมีไฟล้างโลก
ล้างแต่โลกมนุษย์เท่านั้น ไม่ลุกลามไปถึงเทวดา
ท่านบอกว่ามันเริ่มความเร่าร้อนตั้งแต่ก่อนกึ่งพุทธกาล... -
"รักษาใจ รักษาความคิดให้งดงาม" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"รักษาใจ รักษาความคิดให้งดงาม"
" .. "รักษาใจให้ดีที่สุด รักษาความคิดที่จะเกิดขึ้นในใจให้ดีที่สุด" อย่าให้เป็นความคิดที่จะนำให้ทำบาปอกุศลใด ๆ ทั้งสิ้น "มีสติอย่าให้ความคิดไม่ดีเกิดได้ในจิตใจ" เพียงเท่านี้ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้พูดไม่ดีได้ "สามารถป้องกันไม่ให้ทำไม่ดีได้และการไม่พูดไม่ดีก็ตาม การไม่ทำไม่ดีก็ตาม เป็นคุณสมบัติวุดวิเศษของความเป็นมนุษย์"
ดังนั้น "การรักษาใจให้งดงามด้วยความคิดที่งดงามจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของเราท่านทั้งหลาย" ผู้เกิดแล้วเป็นมนุษย์ด้วยอำนาจของบุญเพราะการรักษาใจให้งดงาม มีความคิดที่งดงาม "ก็เท่ากับเป็นการควบคุมกายวาจาให้งดงามด้วย"
ใคร่ขอให้เข้าใจความหมายของคำงดงาม ที่นำมาใช้ในที่นี้ว่า "มิได้มีความหมายธรรมดา ๆ เหมือนความสวยงาม อะไรทำนองนั้น แต่มีความหมายที่ลึกกว้าง" มิใช่งดงามธรรมดา
ซึ่งความถูกต้องเป็นเช่นนั้น "ใจที่พ้นจากความคิดที่จะนำให้เกิดบาปอกุศลคือเกิดการพูดชั่วทำชั่ว ต้องเป็นใจที่งามพิเศษอย่างแท้จริง" ควรที่ผู้ใฝ่ดีมีปัญญาทั้งหลายจะพากันพยายามรักษาใจของตนให้มีความงามนั้น เพื่อได้เป็นผู้งามพร้อมในวันหนึ่งได้มีตนเป็นที่พึ่งที่แท้จริง... -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน แร่ข้าวตอกพระร่วงแร่ศักดิ์สิทธิ์แห่งสุโขทัย
"ข้าวตอกพระร่วง" หรือ "หินข้าวตอกพระร่วง" คือหินมีมีลักษณะสี่เหลี่ยมมีความแกร่ง พบมากบริเวณเขา พระบาทใหญ่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ตำนานของสุโทัยมีกล่าวไว้ว่า ข้าวพระร่วง ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองสุโขทัยมาแต่ช้านาน ลักษณะรูปร่างสี่เหลี่ยมตามธรรมชาติ มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ตามตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าเกิดจากวาจาสิทธิ์ของพระร่วงเจ้า ผู้ครองแคว้นสุโขทัยในสมัยก่อน ขณะทรงออกผนวชอยู่ที่วัดเขาพระบาทใหญ่ในวันตักบาตรเทโว เมื่อได้ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ข้าวที่เหลือก้นบาตรท่านได้โปรยลงบนลานวัด และทรงอธิษฐานขอให้ข้าวตอกดอกไม้นี้กลายเป็นหินชนิดหนึ่ง พร้อมทั้งมีอายุยั่งยืนนานชั่วลูกชั่วหลาน ด้วยอำนาจและอิทธิ์ฤทธิ์ของพระองค์ท่าน ข้าวนั้นก็กลายเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ และท่านคงอธิษฐานให้ผู้ที่วาสนากับท่านได้มีไว้ครอบครอง ในภายภาคหน้า
ภายหลังมีการขุดค้นพบ และชาวบ้านต่างก็นำไปบูชา ต่างมีประสบการณ์กันมากในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิคุณโดดเด่นทางด้านถอนแก้พิษได้สารพัด ใช้พกตัวสามารถคุ้มครองป้องกันภัย แคล้วคลาดจากภยันตราย และยังเป็นเมตตามหานิยม อย่างเอกอุอีกด้วย... -
"ตัวรู้" ของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ในทางปฏิบัติที่ว่า ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ โดยให้ใจอยู่กับใจ
นี้ก็คือ ให้มีสติกํากับใจให้เป็นสติถาวร ไม่ใช่เป็นสติคล้ายๆ หลอดไฟที่จวนจะขาด
เดี๋ยวก็สว่างวาบ เดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็สว่าง แต่ให้มันสว่างติดต่อกันไปตลอดเวลา
เมื่อสติมันติดต่อกันไปอย่างนี้แล้ว ใจมันก็มีสติควบคุมอยู่ตลอดเวลา
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่กับตัวรู้ตลอดเวลา"
ตัวรู้ก็คือ "สติ" นั่นเอง หรือจะเรียกว่า "พุทโธ" ก็ได้
พุทโธที่ว่า รู้ ตื่น เบิกบาน ก็คือตัวสตินั่นแหละ
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
จากหนังสือ "อตุโล ไม่มีใดเทียม" -
สาธุอย่างแรง!! "หลวงปู่มั่น"ใช้คาถารักษาไข้ป่า เห็นผลทันตา!! "หลวงปู่เจี๊ย"เมตตาบันทึกไว้เพื่อลูกหลานต่อๆไป
สาธุอย่างแรง!! "หลวงปู่มั่น"ใช้คาถารักษาไข้ป่า เห็นผลทันตา!! "หลวงปู่เจี๊ย"เมตตาบันทึกไว้เพื่อลูกหลานต่อๆไป
คาถารักษาไข้ป่าของหลวงปู่มั่น หลวงปู่เจี๊ยะได้บันทึกไว้
ท่านพระอาจารย์มั่นป่วยเป็นมาลาเรีย เรา(พระเจี๊ยะ,หลวงปู่เจี๊ยะ) เป็นพระคิลานุปัฏฐาก(พระผู้ดูแลพระที่อาพาธ)ประจำองค์ท่าน ปกตินิสัยท่านไม่ชอบเกี่ยวกับหยูกยาอะไร แม้ท่านจะอยู่ในวัยชราธาตุขันธ์กำลังร่วงโรยก็ตาม ท่านยังหนักหน่วงในธรรมโอสถ เป็นเครื่องประสานธาตุขันธ์อยู่ตลอดเวลา
ตามปกตินิสัยใจคอท่านพระอาจารย์มั่น เวลาท่านป่วยหนักคับขับทางธาตุขันธ์ร่างกายเข้าที่จนมุม ท่านมักคิดค้นด้วยสติปัญญาไม่ลดละ ในเวลาป่วย ท่านจะมีอุบายพิจารณาธรรมในขณะเดียวกัน ท่านถือว่า
“ทุกข์เวทนาที่เกิดขึ้นในกายเป็นเรื่องของสัจธรรมโดยตรง ต้องพิจารณาให้รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ได้ ไม่ปล่อยให้ทุกข์ย่ำยีเปล่าๆ เพื่อเป็นการฝึกซ้อมสติปัญญา ให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ว่าสติปัญญาที่เคยอบรมและซักซ้อมมาเป็นเวลานาน ขณะเข้าสู่สงครามคือความทุกข์ทรมาน ใจจะไม่มีความหวั่นเกรงต่อความจริง ไม่มีความสะท้านหวั่นไหวกับพายุ คือโทษทุกข์ที่เข้ามาทับถม... -
ตำนานเล่าขาน...พระพุทธรูปสองเศียร !? พระพุทธรูปที่ผนึกสองศรัทธา ในพระองค์เดียว เหตุเพราะความยากจน ?
ตำนานเล่าขาน...พระพุทธรูปสองเศียร !? พระพุทธรูปที่ผนึกสองศรัทธา ในพระองค์เดียว เหตุเพราะความยากจน ?
พระพุทธรูปสองเศียร Two headed Buddha
ศิลปะจีน ราวคริสต์ศตวรรษที่ 13-14
ค้นพบอยู่ในสถูป เมื่อปีค.ศ. 1909
จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก ประเทศรัสเซีย
มีตำนานเล่าขานว่า สมัยนั้น มีชายสองคนผู้ศรัทธา และอุทิศให้กับคำสอนในพระพุทธศาสนาเสมอมา วันหนึ่งพวกเขาทั้งคู่ต่างฝันเห็นพระพุทธเจ้าพร้อม ๆ กัน แต่เนื่องจากยากจนไม่สามารถสร้างพระพุทธรูปตามความฝันได้สององค์จึงให้ช่างสร้างองค์พระพุทธรูปขึ้นองค์เดียว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นถึงความศรัทธาของชายทั้งสอง ด้วยพระเมตตาจึงปรากฏเป็นสองเศียร แต่บ้างก็เล่าว่าเหตุที่มีสองเศียรเพราะ ชายทั้งสองขอให้ช่างปั้น ปั้นให้โดยมีหน้าตาตามความฝันของแต่ละคน ซึ่งรูปปั้นทำจากวัสดุเรียบง่าย อาทิ ฟาง และศิลปินได้ให้รอยยิ้มแห่งความปรารถนาดีและเห็นอกเห็นใจ บนพระพักตร์พระพุทธองค์
ที่มา : akshardhool.com
เรียบเรียงโดย
จินต์จุฑา เจนสระคู : สำนักข่าวทีนิวส์
-------
http://www.tnews.co.th/contents/321467 -
ย้อนรอยตำนาน!! "เมืองลับแล ผีบดบัง" ความลี้ลับ ที่มองไม่เห็น ความพลัดพรากของคู่รัก เพียงแค่ เผลอโกหก อย่างไม่เจตนา!!
ย้อนรอยตำนาน!! "เมืองลับแล ผีบดบัง" ความลี้ลับ ที่มองไม่เห็น ความพลัดพรากของคู่รัก เพียงแค่ เผลอโกหก อย่างไม่เจตนา!!
ตำนานเมืองลับแล (ผีบังบด เมืองลี้ลับที่ถูกซ่อนเร้น)
เรื่องลี้ลับเล่าขานของตำนานพื้นบ้าน มีมาแต่อดีตเรื่องราวเก่าแก่ที่เล่ากันสืบทอดต่อกันมา "อำเภอลับแล หรือ เมืองลับแล" เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นชุมชนโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย1 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2444 ความเป็นมาของคำว่า “ลับแล” นั้น ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ว่าเดิมชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนตั้งชุมชนอยู่บริเวณนี้ เนื่องจากเป็นที่ป่ารก หลบซ่อนตัวง่ายและ ภูมิประเทศเป็นเมืองอยู่ในหุบเขามีที่เนินสลับกับที่ต่ำ คนต่างเมืองถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศจะหลงทางได้ง่าย อำเภอลับแลนอกจากจะมีโบราณสถานที่น่าสนใจมากมายแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองล้านนา เช่น ผ้าตีนจก ไม้กวาด เป็นแหล่งปลูกลางสาด และทุเรียนหลง-หลินลับแล ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด หลักฐานทางประวัติศาสตร์...
หน้า 398 ของ 439