คลังเรื่องเด่น
-
ถ้าหากว่าใจของเราหยุดอยู่กับปัจจุบัน กิเลสอะไรก็เกิดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว
ถ้าหากว่าใจของเราหยุดอยู่กับปัจจุบัน กิเลสอะไรก็เกิดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว แล้วอยู่กับปัจจุบันอย่างไร ? ก็อยู่กับลมหายใจเข้าออกตรงหน้า หายใจเข้า...ตามรู้เข้าไปจนสุด หายใจออก...ตามรู้ออกมาจนสุด อยู่แค่นี้
รัก โลภ โกรธ หลง เหมือนกับฟืน เหมือนกับถ่าน พร้อมที่จะติดไฟอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไม่เอาไฟไปแหย่ ฟืนกับถ่านจะติดไฟเองได้ไหม ? ก็ติดไม่ได้ เพราะฉะนั้น...วิธีที่ดีที่สุดก็คือหยุดกำลังใจของเราอยู่กับปัจจุบัน ก็คืออยู่กับลมหายใจเข้าออก เมื่อกำลังใจทรงตัวแล้ว ก็ตั้งสติประคับประคองเอาไว้ อย่าให้หลุดไปไหน
อย่างที่กระผม/อาตมภาพบอกมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า การปฏิบัติธรรมเหมือนกับการว่ายทวนน้ำ เราต้องสู้กับกระแสของ รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่พยายามจ้วงเอาไว้ ก็แปลว่าต้องไหลตามน้ำไป
บางคนตอนกลางวันสติสมาธิพร้อมสมบูรณ์ กิเลสกินไม่ได้เลย เผลอหลับเมื่อไรก็ฝันว่าไปปล้ำลูกสาวชาวบ้านเขาแล้ว..! นั่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะว่ากิเลสย่อมดิ้นรนชักจูงเราไปตามทางของตน ไม่อย่างนั้นก็ตายแน่..!
คราวนี้ของเรา ถ้าหากว่าสติ สมาธิเพียงพอก็ยังสู้กิเลสไม่ได้ ได้แต่ระงับอยู่ชั่วคราว... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"บันทึกธรรม" (หลวงปู่ลี กุสลธโร)
.
• บันทึกธรรม•
" .. ในสมุดบันทึกเล่มเก่า ขาดวิ่นไปบางส่วน องค์พ่อแม่ครูจารย์หลวงปู่ลี กุสลธโร ได้ลิขิตธรรมเอาไว้ว่า .. "บุญและบาปย่อมแบ่งสัตว์ทั้งหลายให้ต่ำช้าหรือประณีต" สมกับโบราณเป็นผู้บัณฑิต ท่านแสดงอานิสงส์ไว้ ดังนี้ ..
• "ผู้ใดมีใจงดเว้นจากปาณาติบาต" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์อายุยืน
• "ผู้ใดเบียดเบียนผู้อื่นให้เจ็บกายได้ทุกข์เพราะทุบตี" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์เป็นผู้มีโรคมาก
• "ผู้ใดงดเว้นจากเบียดเบียน" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์เป็นผู้มีโรคน้อย
• "ผู้ใดมักโกรธแรงกล้า" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีพรรณสรีระกายทุรพลเศร้าหมองไม่ผ่องใสงดงาม
• "ผู้ใดสกัดกลั้นโกรธหนักเสียให้เบาบาง" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีพรรณสรีระกายวิเศษผ่องใสงดงาม
• "ผู้ใดมีความริษยาในลาภสักการะของผู้อื่นแรงกล้าแน่นหนาอยู่ในสันดาน" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีศักดาเดชานุภาพน้อย
• "ผู้ใดไม่ริษยามีสันดานชุ่มด้วยมุทิตาในลาภสักการะของผู้อื่น" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีศักดาเดชานุภาพมาก
• "ผู้ใดไม่บริจาคจำแนกแจกทาน" ผู้นั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์มีโภคทรัพย์น้อยยากจนไม่ไพบูลย์
• "ผู้ใดมักจำแนกแจกทาน"... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
เมื่อกายป่วย กำลังใจตก ประสบเคราะห์กรรม อย่าโทษว่าพระไม่คุ้มครอง นั่นเป็นกรรมของเราเอง
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ คนรอบข้างช่วงนี้ ไม่ว่าจะใกล้หรือว่าไกล ก็มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ หลายราย อย่างเช่นว่าลูกอ้อย (ศัลยา จันทร์อุ่ย) ลูกเจนนี่ (เมธาวี เหลืองถาวรกุล) เป็นต้น ตลอดจนกระทั่งญาติโยมที่รู้จักคุ้นเคยอีกหลายราย ก็แจ้งมาว่าติดเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ แล้ว ทั้ง ๆ ที่ ๕ ระลอกแรกนั้น ไม่ปรากฏว่าติดเชื้อเลย แต่มาระลอกนี้กลับติดเชื้อเข้าไปได้
ตรงจุดนี้อยากจะให้ทุกท่านระมัดระวังกำลังใจของเราเอาไว้ด้วย เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น เมื่อร่างกายไม่ดี ถ้ากำลังใจไม่เข้มแข็งจริง ๆ ก็มักจะฟุ้งซ่าน แล้วก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นมิจฉาทิฎฐิไปได้..!
เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะไปคิดว่า ทำไมพระถึงไม่คุ้มครองป้องกันเรา ? โดยที่ลืมไปว่า แต่ละท่านแต่ละคนนั้น มีวาระกรรมของตนเองที่ทำเอาไว้แต่ปางก่อน เมื่อถึงเวลาวาระกรรมนั้นมาสนอง ก็ทำให้เราจะต้องประสบพบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นการตกต่ำ การเจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าการที่สูญเสียทรัพย์สินสิ่งของ เป็นต้น
แล้วกิเลสก็มักจะชักนำให้เราคิดไปในแต่ด้านที่แย่ ๆ ทำให้กำลังใจของเราห่างไกลความดีออกไปมาก... -
"สุขเพราะรักษาใจ" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
.
"สุขเพราะรักษาใจ"
" .. ขึ้นชื่อว่าจิตใจนี้ "ถ้าปล่อยให้เป็นทุกข์เดือดร้อนมาก ๆ เข้าแล้ว คิดไปทางอกุศล" ไม่เป็นหนทางแห่งความสุขเลย "อันบุคคลจะมีความสุขได้ ก็เพราะมารักษาใจดวงนี้แหละ" ให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลอยู่ในธรรม ตั้งมั่นอยู่ในศีล ทางกาย ทางวาจา ก็ไม่ล่วงพุทธบัญญัติ "อันนี้ก็เป็นความสุขขั้นหนึ่ง"
บุคคลผู้ไม่มีบาปอยู่ในกาย อยู่ในวาจา อยู่ในใจแล้วก็มีความสุขขั้นหนึ่งอย่แล้ว แต่สุขขั้นนี้ก็ยังไม่พอ "ต้องเจริญสมาธิสมถภาวนา" เข้าไปเพ่งใจ ให้เข้าถึงความสงบ "ให้นิวรณธรรมทั้งห้าระงับดับไป" ใจรวมลงเป็นหนึ่ง อันนี้ยิ่งมีความสุขมากกว่านั้นอีก "มีความสุขมากกว่ารักษาศีลนั้นอีก" .. "
''ธรรมโอวาทหลวงปู่เหรียญ"
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
ท่านจิตโต สอนวิธีฝึกมโนมยิทธิ
"ความสำคัญคือแยกกายกับจิตออกจากกันให้ได้ โดยที่เธอไม่สงสัย"
๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ปกิณกะธรรมการปฏิบัติมโนมยิทธิต้องไม่ลังเลสงสัย -
สัญญาณเตือนบอกวันหมดอายุขัย
ในระหว่างพระพี่พระน้อง ก็ต้องบอกว่า พูดคุยแบบเปิดอกมาตลอด ไม่มีอะไรจะกั๊ก อย่างวันก่อนที่อยู่วัดโพธิ์ลังกา ศาลาพระอินทมุนี นั่งคุยกันอยู่ มีท่านอาจารย์บ๊ะ คือท่านพระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโมอยู่ด้วย
หลวงตาท่านเล่าให้ฟังว่าท่านลื่นล้มในห้องน้ำ แต่ว่าโดยปกติแล้ว "เจ้าสายฟ้า" หมาที่รักท่านมากที่สุด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ วันนั้น อยู่ ๆ แตกตื่นวิ่งหนีไปหาที่ซุกหลบภัยอย่างชนิดหัวซุกหัวซุน กระผม/อาตมภาพจึงได้เรียนถวายเจ้าคุณหลวงตาไปว่า "มันเห็น ๔ ท่านที่จะมารับครับ..!"
ปรากฏว่าพออีกสักพักหนึ่ง ท่านอาจารย์บ๊ะมาถึง เจ้าคุณหลวงตาวัชรชัยท่านก็ปรารภอีกครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์บ๊ะท่านหัวเราะ ท่านบอกว่า "มันเห็นคนมารับครับหลวงตา แล้วคนมารับไม่ได้แต่งตัวประเภทนุ่งหยักรั้ง ผ้าโพกหัวมาเหมือนสมัยก่อนนะ ไอ้คนมารับมันใส่ชุดสูทสากลมาอย่างเท่เลย" พวกเราก็หัวเราะกันเฮฮา หลวงตาจึงประกาศบอกลูกศิษย์ว่า "เฮ้ย..สองคนยืนยันตรงกันนะ หลวงตาไม่รู้จะอยู่รอดปีนี้หรือเปล่า ?!"
กระผม/อาตมภาพเมื่อปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จ ถึงได้เรียนถวายหลวงตาบอกว่า "๘๓ ครับหลวงตา แค่นั้นก็มากมายเกินครูบาอาจารย์ไปแล้ว"... -
"ภาวนาเพื่อแก้ไขตนเอง" (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
.
"ภาวนาเพื่อแก้ไขตนเอง"
" .. การภาวนา "ก็คือการพิจารณาแก้ไขในตัวมันเองให้ดูตัวเองให้มันมาก ๆ ให้ดูเจ้าของให้มาก ๆ ให้ดูตามจิตของเรา" ความรู้สึกของเรา ความปรุงแต่งของเรา ความเป็นจริงไอ้สิ่งนึกคิดทั้งหลาย มันคือเครื่องปรุงแต่งทั้งนั้นแหละ
พูดง่าย ๆ อย่าไปวิ่งกับมัน อย่าไปตามมัน "มันเป็นเครื่องปรุงแต่งจิตสังขาร สังขารมันปรุงแต่ง" เดี๋ยวเอาอย่างนี้ เดี๋ยวเอาอย่างนั้น ให้พยายามทำ กำหนดตามอาการที่มันเกิดขึ้นมา "มันเป็นของอะไรที่ไม่แน่นอนสักอย่างหนึ่ง มันเห็นมันชัด ก็หมดความสงสัย"
ไอ้ความคิดอะไรที่เกิดขึ้นมา ก็รู้ว่ามันไม่แน่ "อย่าไปหมายมั่นมัน มันก็หมดเท่านั้น" มันไม่หมดทำให้มันหมด มันก็หมดเท่านั้น มันเป็นเรื่องปรุงแต่งสังขาร ถ้าเราไม่รู้จัก ก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของปัญญา
ความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย มันเป็นเรื่องปรุงแต่งทั้งนั้น "ไม่ใช่ความรู้อันแท้จริง" แต่เราเข้าใจว่ามันเป็นความรู้ ความรู้ไม่วาง "ถ้ารู้ความจริงมันจะวาง" .. "
"ความผิดในความถูก"
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
หลวงปู่ดู่ กล่าวถึงพระราชพรหมยาน( หลวงพ่อฤาษีฯ)
ท่านมหาวีระ ท่านมีบารมีสูง มีข้างบนเป็นกำลังหนุน เป็นอาจารย์ใหญ่สอนคนได้จำนวนมาก ข้าขอโมทนา พวกแกเกิดมาพบพระอรหันต์ที่มีบารมีสูง อย่าให้เสียทีที่ได้พบ เอาสิ่งที่ตนปฏิบัติบัติได้(ญาณ) มาอบรมตนเอง -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
เที่ยว กรรมฐานในกายนคร:หลวงตาพระมหาบัว
เที่ยว กรรมฐานในกายนคร
------------------------
ประจักษ์ภายในจิตสลายลงไปจนกระทั่งกลายเป็น สภาพเดิมของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ สลายลงไปสู่ธาตุเดิมของเขา
จิตหดตัวเข้ามา "เหลือแต่ ความรู้ล้วน ๆ"
ที่ว่า “เวทนา” ก็หายหมดในระยะนั้น สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย
เพียงแต่ “รู้” อย่างเดียวเท่านั้น
------------------------
------------------------
“การฟังธรรม มีอานิสงส์ ๕ ประการ ซึ่งข้อที่ ๕ เป็นข้อสำคัญ คือ จิตผู้ฟังย่อมสงบผ่องใส
นี่สำคัญมาก แต่ก็ต้องเป็นแนวทางสืบต่อกันไปแต่เบื้องต้นที่ว่า “ผู้ฟังธรรมย่อมจะได้ยินได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยได้ยินได้ฟัง” ซึ่งเป็นบาทฐานไปตั้งแต่นี้ คือไม่เคยได้ฟังทางภาคปฏิบัติ หรือทางใดก็ตาม เมื่อได้ฟังขณะที่ท่านเทศน์นั้น
ก็เกิดความเข้าใจขึ้นมา
ในสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาเลยเราก็ได้ฟัง
ไม่เคยเข้าใจอย่างนั้นเราก็ได้เข้าใจขึ้นมา
สิ่งที่ได้เคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งก็เข้าใจแจ่มแจ้งเข้าไปโดยลำดับ และทำความรู้ความเห็นให้ถูกต้องไปตามแนวทางได้
สุดท้ายก็ไปถึงขั้นที่ว่า “จิตผู้ฟังย่อมผ่องใส และสงบเย็น”... -
"วางภาระความยึดถือ" (หลวงปู่จันทร์ศรี จันฺททีโป)
.
"วางภาระความยึดถือ"
" .. การปฏิบัตินั้นต้องผ่านอุปสรรคหลาย ๆ อย่าง จนนับไม่ถ้วน "สิ่งที่จะมาขัดข้องในดวงจิตของเรานั้นมากมายก่ายกอง" ถ้าเรามาใช้ปัญญาพิจารณาให้ละเอียดแล้วก็คือ "การวาง วางจากความยึดถือ
ที่นี้ "เมื่อเราวางภาระคือ ของหนักนั้นออก ความสุขกายสุขใจก็เกิดขึ้น" ที่นี้ภาระที่หนักนั้น เมื่อย่อเข้าแล้วให้เห็นชัด ๆ ก็คือ "ความยึดถือว่า ร่างกายเป็นของเรานี่เอง" .. "
"๑๐๓ โอวาทธรรมคำสอน"
หลวงปู่จันทร์ศรี จันฺททีโป -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา" (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)
.
"ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา"
" .. มีศรัทธาอย่างเดียวก็ไม่สำเร็จ "จะต้องมีศรัทธาและก็ต้องมีปัญญา" เช่นว่า คนให้ทานนี่ก็นึกว่าจะให้ทานเอาบุญ ๆ ถามว่าบุญนั้นคืออะไร ก็นึกว่าเราให้ทานมาก ๆ แล้วว่าเราได้บุญ "ความเป็นจริงทานนี้ก็เพื่อจะสำรอกความมืด ให้เกิดปัญญา" ให้เป็นความสงบ
"บุญที่แท้จริงก็คือการปล่อยวาง คือความสงบระงับ ทำจิตไม่ให้มีโทษนั่นเอง" ในที่สุดก็เป็นยอดของบุญ เป็นความสงบแล้ว ถ้าหากว่าเป็นบุญธรรมดา ที่เราทำด้วยความโง่ ทำบุญเพื่อจะเอาบุญ เมื่อเหตุเกิดขึ้นมา ก็ระงับไม่ได้ มีศรัทธาอยู่ก็จริงแต่ปัญญาไม่มี "การทำบุญก็เพื่อถอนสิ่งเหล่านี้ออกไป คือถอนความโลภ ความหลง" ออกไปจากตัวเองต่างหาก .. "
"สุภัททานุสรณ์์"
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
หลักธรรมของพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน มี ๘๔,๐๐๐ เส้นทางในการบำเพ็ญ
หลักธรรมในประเทศไทยไม่ได้มีสายโน้น ไม่ได้มีสายนี้ ทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นสายของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
ที่แบ่งสายขึ้นมาได้นั้นก็เพราะว่า ความชำนาญของครูบาอาจารย์แต่ละท่านไม่เหมือนกัน แล้วนำไปสั่งสอนลูกศิษย์ของตนตามความถนัด
เปรียบเสมือนว่าการเดินทางไปสู่กรุงเทพฯ นั้น ถ้าหากว่าท่านมาทางภาคเหนือ ท่านก็ต้องเดินทางมาตามถนนพหลโยธิน ถ้าท่านมาทางภาคอีสาน ก็ต้องเดินทางมาตามถนนมิตรภาพ ถ้าหากว่าท่านเดินทางมาจากภาคตะวันออก ก็ต้องเดินทางมาตามถนนสุขุมวิท ถ้าท่านเดินทางมาจากทางภาคใต้ ก็ต้องเดินทางมาจากถนนเพชรเกษม
นี่เป็นหลักใหญ่ ๆ ถึงสี่สายไปแล้ว แล้วยังมีถนนสายย่อย ไม่ว่าจะเป็นถนนสายเอเชียก็ดี จะเป็นมอเตอร์เวย์ก็ตาม หรือจะเป็นทางด่วนสายโน้นสายนี้ แต่ว่าทั้งหมดก็จะพามาถึงกรุงเทพฯ ได้ทั้งสิ้น แล้วจะไปบอกว่าการเดินทางสายโน้นผิด ต้องสายนี้เท่านั้น ท่านลองใช้ปัญญาตรองดูว่าถูกต้องแล้วหรือไม่ ?
และในเมื่อถนนทุกสายล้วนมุ่งไปในกรุงเทพฯ หรือว่าการปฏิบัติธรรมทุกสายล้วนมุ่งไปสู่พระนิพพาน โดยไม่ได้ไกลไปจาก ศีล สมาธิ ปัญญา ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ แล้วกระจายออกไปเป็นมรรคมีองค์ ๘... -
ในการปฏิบัติ ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ หรอก ทุกอย่างต้องลำบาก
ถ้าจะปฏิบัติธรรมต้องทำให้จริง ส่วนใหญ่พวกเรายังทำกันไม่จริง เจออุปสรรคอะไรลำบากนิดหน่อยก็เลิกกันหมด ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ หรอก ทุกอย่างต้องลำบาก เห็นคนอื่นเขาได้มาง่าย ๆ น่ะ นั่นแค่ที่เราเห็น ชาติก่อน ๆ ที่เขาสร้างสมมาเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน เราไม่ได้เห็นตอนนั้น ก็ไปคิดว่าเขาได้มาง่าย ๆ ความจริงแล้วกว่าจะได้แต่ละอย่างเลือดตาแทบกระเด็นกันทั้งนั้น
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"สมาธิคือจิตตั้งมั่น" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
.
"สมาธิคือจิตตั้งมั่น"
" .. "สมาธิคือจิตตั้งมั่น" ลองตั้งดูซี่ มันตั้งหรือไม่ตั้ง มันตั้งนั้นเป็นยังไงล่ะ "มันก็ไม่เอนเอียงไปหาความรักความชัง" ไม่หลงในรูป ในเสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ทั้งหลายต่าง ๆ "เมื่อมันตั้ง สิ่งใดเกิดขึ้น เราก็ดับ นี่มันจึงเข้าถึงสมาธิ จิตตั้งมั่น" เมื่อจิตสงบตั้งมั่นแล้ว มันก็ใส
นี่หละ "สมถกรรมฐานให้รู้จักสมถะ คือทำจิตให้สงบภายใน" เมื่อจิตเราสงบภายในแล้ว อุปมาเหมือนน้ำสงบ น้ำสงบมันก็ใส "ใสแล้วก็มองเห็นเหตุ มองเห็นผล มองเห็นบุญกุศล มองเห็นสุข มองเห็นทุกข์" มองเห็นดี มองเห็นชั่ว .. "
"วัดจิตของตน"
(หลวงปู่ฝั้น อาจาโร) -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
"โรคกายโรคใจ" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
.
"โรคกายโรคใจ"
" .. "โรคคือความไม่สบายในกาย" ความเจ็บความป่วยไม่สบายเรียกว่าโรคเกิดขึ้นจากกาย "โรคเกิดขึ้นจากใจไม่ปกติ" เกิดความหวั่นไหว เกิดความโลภความโกรธ เกิดความเกลียดความรักความชัง "เรียกว่าโรคของใจ"
โรคของใจนี่แหละ "พระพุทธเจ้าสอนให้พากันรักษาด้วยยาธรรมโอสถ" ปฐมพยาบาลขั้นแรกคือปล่อยทิ้งเสียอย่าให้เป็นอารมณ์ อย่าคิดถึงเรื่องนั้นทำให้ใจสงบ นิ่งอยู่ในที่เดียว หากมันไม่อยู่ก็ให้นึกเอา "พุทโธ" มาไว้เป็นอารมณ์ "นี่เรียกว่าปฐมพยาบาล" .. "
"สนทนาธรรมต่างประเทศ"
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
สิงคโปร์ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๙ -
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานในการปฏิบัติ:ท่านจิตโต
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานในการปฏิบัติ:ท่านจิตโต บ้านสบายใจ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ -
การสวดมนต์คือการภาวนา
การสวดมนต์คือการภาวนา ให้ตั้งใจว่าเราจะสวดถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา สิ่งที่เราทำนี่ตั้งความปรารถนาที่เดียวคือพระนิพพาน เอาจิตเกาะพระนิพพานไว้ข้างบนก็ได้ ตั้งใจไปกราบแทบเท้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าข้างบน สวดถวายท่านบนนั้นเลย ตายตรงนั้นก็ไปพระนิพพานเดี๋ยวนั้นเลย
...................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"จิตเป็นสมบัติสำคัญมาก" (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
.
"จิตเป็นสมบัติสำคัญมาก"
" .. "จิตเป็นสมบัติสำคัญมากในตัวเราที่ควรได้รับการเหลียวแล" ด้วยวิธีเก็บรักษาให้ดี ควรสนใจรับผิดชอบต่อจิต อันเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งของตน "วิธีที่ควรกับจิตโดยเฉพาะก็คือภาวนา" ฝึกหัดภาวนาในโอกาสอันควร "ตรวจดูจิตว่า มีอะไรบกพร่องและเสียไป จะได้ซ่อมสุขภาพจิต"
นั่งพินิจพิจารณาดู "สังขารภายใน" คือ ความคิดปรุงแต่งของจิตว่า คิดอะไรบ้าง มีสาระประโยชน์ไหม "คิดแส่หาเรื่อง หาโทษ ขนทุกข์มาเผาตนอยู่นั้น" พอรู้ผิด-ถูกของตัวบ้างไหม
พิจารณา "สังขารภายนอก" ว่ามีความเจริญขึ้นหรือเจริญลง สังขารมีอะไรใหม่หรือมีความเก่าแก่ชราหลุดไป พยายามเตรียมตัวเตรียมใจเสียแต่เวลาที่พอจะทำได้ ตายแล้วจะเสียการให้ท่องในใจอยู่เสมอว่า "เรามีความแก่ เจ็บ ตาย อยู่ประจำตัวทั่วหน้ากัน" .. "
"ขันธะวิมุติสะมังคีธรรมะ"
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14820 -
แหวนแขนเรดาห์ (แหวนแขนเตือนภัย) หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร
หลวงพ่อกวย เป็นเกจิที่คงแก่เรียน วิชาของท่านมากมาย สังเกตจากการสร้างของของท่าน วิชาแหวนแขน เป็นอีกวิชาหนึ่ง ที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก แหวนแขนหลวงพ่อกวย นอกจากจะมีอานุภาพทางป้องกันตัว เช่น คงกระพัน มหาอุดแล้ว ยังเป็นแหวนเตือนภัยอีกด้วย คือเมื่อจะเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้น แหวนแขนจะรัดจนรู้สึก แต่ถ้าร้ายแรงถึงขั้นชีวิต จะรัดจนขาดเลยก็มี
วิชาแหวนแขนของท่าน ยังไม่สามารถสืบได้ ว่าท่านใช้วิชาของครูบาอาจารย์ท่านใด เพราะครูบาอาจารย์ท่าน ทั้งสามองค์ ล้วนมีชื่อเรื่องแหวนพิรอดทั้งสิ้น คือ หลวงปู่ศรี วัดพระปรางค์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา แต่เข้าใจว่า ท่านน่าจะใช้วิชาของทั้งสามองค์ มาปลุกเสก แหวนแขนของท่าน
เรื่องที่แสดงว่าแหวนแขนท่านเตือนภัยได้ จนถูกขนานนามว่า แหวนเรดาห์ นายเชน คนหัวเด่น ได้อาสาสมัครเป็นทหารพราน ไปรบที่ลาว ได้มากราบหลวงพ่อกวย ท่านจึงมอบแหวนแขนไปให้หนึ่งวง พร้อมกับผ้ายันต์กันภัยแปดทิศอีกหนึ่งผืน
ตอนที่นายเชนไปอยูในสมรภูมิทีลาว ก็แคล้วคลาดอันตรายตลอด จนมีวันหนึ่งเป็นเวลากลางวัน ฝ่ายศัตรูจะไม่ค่อยโจมตี แหวนแขนนายเชนเกิดรัดแขนจนรู้สึก นายเชนจึงได้เข้าไปบอกผู้พัน... -
น้อมกราบถวายความอาลัย หลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ วัดป่าอาจารย์ตื้อ สู่พระนิพพาน
หลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ วัดป่าอาจารย์ตื้อ ต.สันมหาพน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ละสังขารด้วยอาการสงบแล้ว เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ สิริอายุ ๙๑ ปี ๑๐ เดือน ๑๗ วัน ๗๒ พรรษา
น้อมกราบถวายความอาลัยหลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ
น้อมกราบขอขมาพ่อแม่ครูอาจารย์
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
ลูกหลาน ศิษยานุศิษย์ ขอกราบขอขมาหลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ หากเคยทำผิดพลาดล่วงเกินต่อองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ ทั้งต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ด้วยเจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี หรือด้วยความขาดสติรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ขอหลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ ท่านโปรดเมตตางดโทษล่วงเกินนั้นด้วยเทอญ
กราบ กราบ กราบ
หลวงปู่สังข์ สังกิจฺโจ เมื่อครั้งบวชเป็นสามเณร... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
หน้า 98 ของ 440