ขออนุญาตสอบถามพี่ๆและเพื่อนๆนักปฏิบัติทุกท่านครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย rattanasak, 26 ธันวาคม 2017.

  1. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,491
    ค่าพลัง:
    +5,889
    +++ แบ่งเป็น 4 ส่วนเพื่อความชัดเจน น่าจะพอใช้ได้นะ
    1.
    +++ ตามความคุ้นเคยของคุณ มันดูเหมือนเป็น "การแบ่งพวก" แต่ของผม "เป็นการแยกประเด็น" ให้เห็นชัดเจน ไม่ใช่ "แยกพวก แต่ แยกประเด็น"

    +++ การ "ชี้ประเด็น" ตรงนี้ของผม เป็นการ "แยกเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ของ สาธารณชน" ว่า "ส่วนไหน เป็น ส่วนไหน"

    +++ การพิมพ์ของคุณ เป็นแบบมือถือ เวลาอ่านจะ "ติดกันเป็นพรืด" ทำให้ "แยกประเด็นได้ยาก" ดังนั้นผมจึง "แยกส่วนออก" ไม่งั้น "ตาลาย" แน่

    +++ การแยกส่วนจึงแยกเป็น "ส่วนของคุณ และ ส่วนของผม/กลุ่ม" จากนั้นจึง "เทียบให้เห็น ในแต่ละกรณี" เพื่อความชัดเจน
    2.
    2.1
    +++ 1 เจตนา ใน 1 กิริยาจิต "เป็นการเดินจิต" ไม่มีส่วนของ นิวรณ์ 5
    2.2
    +++ เป็น "สติเห็นจิต" ตรงนี้คือ "สภาวะรู้ เห็น ตัวดู" คือ มหาสติปัฏฐาน ส่วนของ "เวทนาจิต"
    2.3
    +++ เป็นในข้อ 2.2
    2.4
    +++ ไม่มีการปิดกั้นใด ๆ อะไรที่เป็นประโยชน์ ผมเก็บไว้หมด

    +++ ความเห็นผิด ๆ เกิดจากการ "คิดเอาเอง" จากอิทธิพลของ นิวรณ์ 5

    +++ ส่วนของผม "ตัดการคิดเอาเอง ฟุ้งซ่าน" ออกได้ตั้งแรกแรกเริ่ม

    +++ ผลลัพธ์ที่ออกมา เป็นการปฏิบัติที่ ไม่มีนิวรณ์ 5 เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น

    +++ การเห็นของผม เป็น "ปรากฏการณ์" ไม่ใช่ "ความคิดเห็น"

    +++ ดังนั้น "ปรากฏการณ์" ไม่มีอะไรผิด มีแต่ "มันเป็นอย่างที่มันเป็น" เท่านั้น
    3.
    +++ ให้คุณลอง "สังเกต" อีกทีว่า เห็นประโยชน์ และจุดต่าง ๆ ตามประเด็น เป็นข้อ ๆ ที่ผมชี้ไว้ด้วยมั้ย
    4.
    +++ สังเกตุออกหรือเปล่าว่า การโพสท์ของผมเป็นแบบ Instruction Manual (recipe) ไม่ใช่แบบ Text Book (food science)

    +++ ลองสังเกตุดูด้วย นะครับ
     
  2. คนไทบ้านๆ

    คนไทบ้านๆ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2018
    โพสต์:
    44
    ค่าพลัง:
    +35
    ถ้าท่านเห็นโดยความเป็นกิริยาจิตผมก็ไม่มีข้อโต้แย้งครับเพราะส่วนตัวก็มองว่าเป็นไปตามเหตุปัจจัยเช่นนั้นเองเหมือนกัน ..กัมมะปัจจะโย วิปากะปัจจะโย อาหาระปัจจะโย อินทริยะปัจจะโย ฌานะปัจจะโย.. ที่สุดเมื่อเหตุปัจจัยใดปรากฏ ความหลงในสังขารเหล่านั้นจะมีกันไปแค่ไหน กระแสโลก กระแสธรรม พ้นเจตนาทิฏฐิจึงบริสุทธิ์ สิ้นสงสัย เห็นมรรคเห็นทางกันต่อไปโดยลำดับครับ
     
  3. rattanasak

    rattanasak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +164
    ตอบพี่ pinit417 นะครับ ผมไม่ได้ไปต่อหลังจากนั้นล่ะครับ(หมายถึงกระดูกมันหายไปช่วงเอว) พอมันไม่มีตัวยึด เกิดความกลัวจึงต้องหันกลับไปจับลมหายใจต่อ แต่ว่าจะลองทดสอบดูนะครับว่า ถ้าไม่มีอะไรกำหนดแล้วอยู่นิ่งๆจะไปไหนต่อ ขอบพระคุณมากครับ
     
  4. rattanasak

    rattanasak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +164
    ตอบพี่ Saber นะครับ ตอนผมบวชปีเมือปี 49 ผมก้อเพิ่งมาหัดพิจารณาโครงกระดูกที่วัดนี่หล่ะครับ แต่ไม่ได้พิจารณาตามภาพที่เห็น แต่ใข้จำว่ากระดุกของร่างกายมีกี่ชิ้นอะไรบ้างแล้วก้อกำหนดจิตไปในแต่ละจุดบนร่ายกายเราเอง ข้อดีที่ผมคิดคือจิตมันไม่คิดออกไปไหน มันอยู่กับการเพ่งในแต่ละจุดอ่ะครับ ส่วนตรงที่พี่ saber ถามว่าอะไรไม่มีนั้น คิดว่าจะเป็นความรู้สึกที่เราไปจับตามกระดูกแต่ละจุดๆครับ ตอนแรกมันจับความรู้สึกได้ แต่พอมันละเอียดขึ้นๆ มันจะไม่สามารถจับความรู้สึกของกระดูกต่างๆได้ครับ ส่วนเรื่องตำรา หรือ เทป ไม่มีแน่นอนเลย เพราะเป้นการสอนแบบตัวต่อตัวอ่ะครับ แต่ถ้ามันผิดวิธีในการปฏิบัติ ขอให้พี่ช่วยแนะทางที่ถูกที่ควรด้วยครับ
     
  5. ศิษย์โง่ V2

    ศิษย์โง่ V2 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 กันยายน 2017
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +118
    ขอแสดงความคิดเห็นนิดนึงนะ แอบอ่านมานานละ

    เคยได้ยินคำว่า ปฏิบัติสบายบรรลุเร็ว-ช้า ปฏิบัติลำบากบรรลุช้า-เร็ว อะไรแบบนี้ไหม

    ปฏิบัติสบายบรรลุเร็วคือการเจริญอานาปานุสติ แล้วบรรลุฌาน 1 2 3 4 แล้วอินทรีย์แก่กล้าก็บรรลุ
    ปฏิบัติสบายบรรลุช้าคือการเจริญอานานุสติ แล้วบรรลุฌาน 1 2 3 4 แล้วอินทรีย์อ่อนบรรลุช้า

    ปฏิบัติลำบาก บรรลุเร็วคือเป็นผู้มีปกติเห็นความไม่งามในร่างกาย ปฏิกูลในอาหาร ความไม่เที่ยงในสังขาร มรณาสัญญาเป็นสิ่งที่เข้าไปตั้งอาศัย อินทรีย์แก่กล้าบรรลุเร็ว
    ปฏิบัติลำบาก บรรลุช้า ก็เช่นกัน อินทรีย์อ่อน บรรลุช้า


    ทีนี้ ก็พิจารณาหนทางของตัวเองดู ว่าเข้า gap ในข้อไหน ปฏิบัติสบาย หรือ ปฏิบัติลำบาก ส่วนบรรลุเร็ว-ช้า ตอนนี้ยังไม่บรรลุ ไม่ต้องไปคิด

    อนึ่ง อานาปานสติ ขณะที่เจริญอยู่ ไม่ต้องไปพิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เลือด กระดูก น้ำหนอง ๆลๆ แค่อยู่กับลม ก็คือการเจริญ สมถะและวิปัสสนาในตัวมันเองอยู่แล้ว
    ตรงนี้มีอธิบายไว้ในกลายกระทู้แล้ว หลายท่านก็ยกพระสูตร หรือความเห็นออกมาให้อ่านจนมากมายแล้ว (กระทู้ข้างๆก็ยังมี)

    ดังนั้นการพิจารณาอะไรต่างๆเหล่านี้ ควรมาทำนอกสมาธิ เวลาเจริญสมาธิก็ให้เต็มที่กับมันไป นอกสมาธิในชีวิตประจำวัน อยากพิจารณาอะไร"ทำไปเลย" สมควรอย่างยิ่ง

    อย่าลืมว่าเราใช้เวลาลืมตามากกว่าหลับตา ดังนั้นใช้แบ่งเวลาทั้งสองส่วนให้ควรแก่งานของมัน งานหลับตาก็ควรแก่งานของมัน งานลืมตาก็ทำให้เหมาะสมกับมัน


    ฝากไว้เป็นข้อคิด
     
  6. rattanasak

    rattanasak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +164
    คำพูดพี่ ศิษย์โง่ V2 เห็นภาพเลยครับผม จะน้อมรับไปปฏิบัติดูนะครับ อนุโมทธาสาธุๆครับ
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,135
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +11,225
    อืมครับ

    ถ้าตามครูบาอาจารย์ที่ผมเคยฟังมา ก็คือ

    1.ทำสมาธิ ให้จิตเป็นสมาธิ ก่อน จิตเข้าสมาธิ
    2.เรียกนิมิต กำหนดนิมิตกรรมฐานขึ้นมา
    2.1 ถ้าต้องการเป็นสายผู้มีฤทธิ์ ให้ เพ่ง
    2.2 ถ้าต้องการเป็นสาย วิปัสนา ให้ พิจารณา
    อันนี้อ่านจากหนังสือ ประวัติ ครูบาอาจารย์ท่านนึงที่เป็นพระอรหันต์ ที่หลวงปู่มั่นสอนท่านไว้ครับ
     
  8. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    812
    ค่าพลัง:
    +2,697
    ท่าน rattansak ลองทำข้อ 2 ก่อน ข้อ 1 ครับ
    ข้อ 2 เป็นแนว สมถ ทำเพื่อให้มีกำลังไปทำข้อ 1 ครับ
    เมื่อทำข้อ 2 ไปสักพักจนรู้สึกว่ามีกำลัง จุดสังเกตคือ มีความสงบสูงสุดของตัวเอง ก็ถอยกำลังออกมาแล้วทำข้อ 1

    เมื่อทำข้อ 1 ไปเรื่อยๆ กำลังหมด ภาพจะหาย ก็ควรมาทำข้อ 2 ใหม่

    สมถ วิปัสสนา สลับไป มา
     
  9. rattanasak

    rattanasak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +164
    ขอบพระคุณครับพี่ hastin จะลองไปปฏิบัติดูนะครับ ได้อารมณ์ยังไงจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ
     
  10. rattanasak

    rattanasak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +164
    ขอขอบพระคุณพี่ saber ด้วยนะครับผม ตอนแรกนึกว่าจะหลงทางซะแล้ว ที่แท้เป็นสองแนวทางที่สามารถใช้รวมกันได้นี่เอง
     
  11. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,135
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +11,225
    เพิ่มเติม นะครับ คือหมายถึงว่า อย่างแรกเลย จะแนวทางไหนก็แล้วแต่ทั้ง 2 แนวทาง
    1.จิตต้องเข้าสมาธิ จิตเป็นสมาธิ จิตเป็นผู้รู้ ก่อนครับ
    2.เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว เรียกนิมิต กรรมฐานขึ้นมา ครับ
    แล้วก็ตามที่ว่า จะเพ่ง หรือ จะ วิปัสสนา นิมิตกรรมฐาน ที่เรียกขึ้นมานั้น ครับ
    แล้วแต่จะเลือกปฏิบัติ ครับ
     
  12. bigtoo

    bigtoo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    2,038
    ค่าพลัง:
    +1,349
    ทำพิธีอะไร.
     

แชร์หน้านี้

Loading...