เสียงธรรม จิตประภัสสรคือจิตอวิชชา / หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ในห้อง 'ธรรมเทศนาทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 4 กรกฎาคม 2017.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 3 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน )
  1. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  2. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    สิ่งที่เหนือดวงคือกรรม :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ก.ย. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Sep 12, 2026

    "สิ่งที่เหนือดวงมีอยู่คือกรรม ดวงวิเศษแค่ไหน สิ่งที่เหนือมันก็คือกรรม ทำกรรมอันใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป อย่างไรก็ต้องได้รับผล การให้ผลของกรรม มันก็มีให้ในปัจจุบัน ให้ในชาติถัดไป ในชาติต่อๆ ไป กรรมบางอย่างก็เลิกให้ผลแล้ว อย่างอโหสิกรรม กิเลสไม่เข้าใครออกใครหรอก การจะเอาชนะกิเลสไม่ใช่เรื่องง่าย ยาก ยากมาก ไม่ใช่ยากธรรมดา
    เวลาที่กำลังของสติสมาธิเรายังอ่อน เราต้องอาศัยความศรัทธาเชื่อมั่น ว่าพระพุทธเจ้าคงไม่สอนสิ่งเลวร้ายให้เราหรอก แล้วเราก็ตั้งใจทำตามที่ท่านสอนไป โดยเฉพาะเรื่องศีล ตั้งใจรักษาไว้ให้ดี ไปด่าเขาเพื่อความสะใจก็เสียศีลแล้ว ฉะนั้นเราตั้งใจรักษาศีล 5 ข้อก็พอแล้ว สำหรับฆราวาส สำหรับพระก็ต้องเยอะกว่านั้น
    ศีลเป็นเครื่องมือข่มใจไม่ให้ยอมแพ้กิเลส สมาธิเป็นเครื่องข่มกิเลส ไม่ให้มีอำนาจเหนือใจ ปัญญาเป็นเครื่องทำลายล้างกิเลส ฉะนั้นในขณะที่เรายังไม่มีสมาธิที่จะข่มกิเลส ยังไม่มีปัญญาที่จะทำลายกิเลส เราต้องรักษาศีลไว้ก่อน เวลาใจเราอยากทำชั่ว เรามีโอกาสทำชั่ว เราต้องข่มใจไม่ทำ"

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    12 กันยายน 2569

     
  3. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  4. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    จิตบังคับไม่ได้แต่ฝึกได้ :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ส.ค. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Sep 21, 2026
    "จิตตั้งมั่นไม่ได้เกิดจากการบังคับจิต แต่เกิดจากสติ มีสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น จิตที่ไม่ตั้งมั่นจะดับ แล้วเกิดจิตที่ตั้งมั่นขึ้นเอง ไม่มีใครสั่งจิตได้ เพราะจิตเป็นอนัตตา เราบังคับจิตไม่ได้ แต่จิตเป็นธรรมชาติที่ฝึกได้ บังคับไม่ได้ ไม่เป็นไปตามใจอยาก แต่ฝึกได้
    วิธีฝึกก็มีสติรู้ทันมันไปเรื่อยๆ เวลาเรารู้ทันจิตที่ไหลไปมันดับ จิตที่ตั้งมั่นเกิด เราสะสมสมาธิแล้ว สมาธิที่แท้จริงไม่ใช่เกิดจากการกำหนด สมาธิที่แท้จริงหรือตัวสัมมาสมาธิมาจากสัมมาสติ พระพุทธเจ้าบอกสัมมาสติเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาสมาธิบริบูรณ์
    สัมมาสมาธิเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาญาณะคือการเจริญปัญญาบริบูรณ์ เมื่อสัมมาญาณะการเจริญปัญญาทำให้มากเจริญให้มาก จะทำให้สัมมาวิมุตติคือเกิดอริยมรรคเกิดอริยผล ฉะนั้นจุดสำคัญที่พวกเราต้องฝึกคือสัมมาสติ"

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    30 สิงหาคม 2569
     
  5. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ก.ย. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Sep 20, 2026
    "การปฏิบัติจริงๆ ถ้าจับหลักได้ไม่มีอะไรมาก หลักมันไม่ถูก ถ้าสำนวนเขาบอก ติดกระดุมเม็ดแรกไม่ถูก มันก็คลาดเคลื่อนไปหมด จุดตั้งต้นที่เราต้องฝึกคือสติ ทีนี้ส่วนใหญ่คนเข้าวัด พวกหนึ่งทำสมาธิไม่ได้สนใจเรื่องสติ บางที่ก็มุ่งไปที่วิปัสสนาเลยทั้งๆ ที่ยังไม่มีสติ นี่ปัญหาของการปฏิบัติ ถ้าเริ่มต้นผิดปลายทางมันก็ไปไม่ค่อยจะถูกหรอก เว้นแต่มีบุญบารมีเก่ามากจริงๆ ค่อยๆ ไปปรับไปแก้ก็ถูกขึ้นมาได้
    กลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก หัดรู้สภาวะให้ได้ รู้รูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ที่เราถนัด รู้ ไม่ใช่ลืม ไม่ใช่นั่งเพ่ง ตัวนี้ล่ะ ถ้าผิดตัวนี้ผิดทั้งสายเลย ถ้าถูกตัวนี้โอกาสที่จะถูกตลอดสายเกิดขึ้นได้ คำว่ารู้ พูดง่ายเข้าใจยาก สิ่งที่ไม่รู้ตรงข้ามกับรู้ อันแรกหลงลืม อันที่สองเพ่งจ้อง
    หลวงพ่อจะสอนให้รู้จักสภาวะ 2 อัน สภาวะหลงกับสภาวะเพ่งจ้อง เผลอกับเพ่ง เพื่ออะไร เพื่อเราจะได้รู้จักคำว่ารู้ เมื่อรู้ได้แล้วถ้าพอสติระลึกรู้กายอย่างถูกต้อง สัมมาสมาธิจะเกิด สติระลึกรู้นามธรรมอย่างถูกต้อง สัมมาสมาธิก็เกิด สัมมาสมาธิเมื่อทำให้มากเจริญให้มาก ก็ทำให้สัมมาญาณะเจริญขึ้น คือการเจริญวิปัสสนาจะก้าวหน้า"

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    20 กันยายน 2569
     
  6. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  7. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  8. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    วิถีแห่งความรู้แจ้ง โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช งานธรรมไร้พรมแดนครั้งที่ ๑ (ฉบับสมบูรณ์)

    ห้องธรรมะใจสว่าง เชียงดาว
    Oct 21, 2013
    วีดีโอ : พระธรรมเทศนา " วิถีแห่งความรู้แจ้ง " โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ในงาน ธรรมไร้พรมแดนครั้งที่ ๑ ณ ถ้ำผาจม ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ ๒๕๕๖
     
  9. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  10. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    ธรรมนิยาม :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 ต.ค. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Oct 4, 2026
    "ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้มีความอยากจะไม่แก่ หรือความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากไม่เจ็บไข้ ความตายเป็นธรรมดา ไม่ได้มีความอยากที่จะไม่ตาย พอเราเห็นธรรมดา ธรรมดาของร่างกาย ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เพราะมันมีธรรมนิยาม เกิดมาแล้วมันไม่เที่ยง มันถูกความทุกข์บีบคั้นให้แตกสลายอยู่ตลอดเวลา มันเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เราสั่ง อันนี้เป็นธรรมนิยาม เราเข้าใจธรรมนิยาม เข้าใจความจริงของชีวิต ร่างกายมันเป็นอย่างนี้ล่ะ

    พอจิตมันเข้าใจความจริง เข้าใจธรรมะอันนี้แล้ว ความอยากก็ไม่เกิดขึ้น ไม่มีความอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย เพราะรู้ว่าความแก่เป็นธรรมดา ความเจ็บเป็นธรรมดา ความตาย เป็นธรรมดา
    เห็นไหมว่าเราภาวนาแล้ว จนกระทั่งใจเรายอมรับธรรมดา ธรรมดานั่นล่ะคือธรรมะ คำเดียวกันเลย ธรรมดา ความเป็นธรรมดา ธรรมะเป็นความจริงที่เราหนีไม่พ้น ชอบหรือไม่ชอบไม่สำคัญ อย่างไรก็หนีไม่พ้น"
    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    3 ตุลาคม 2569
     
  11. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  12. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  13. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
  14. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    วิธีปฏิบัติที่ลัดสั้น :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ต.ค. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Oct 3, 2026

    "วิธีที่ง่ายที่สุดดูจิตตัวเอง ทำกรรมฐานไปแล้วรู้ทันจิตตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ได้มุ่งที่สงบ ทำกรรมฐานไป จิตฟุ้งซ่านก็รู้ จิตสงบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านแล้วเราไม่ชอบก็รู้ เวลาสงบเราชอบก็รู้ เวลาฟุ้งซ่านเราไม่ชอบ เราอยากให้หายก็รู้ รู้ว่าอยากหายแล้ว เวลามันสงบเราชอบ แล้วพอชอบเราก็อยากรักษา เราก็รู้ว่าอยากรักษา ค่อยรู้จิต ค่อยรู้แล้วละเอียดประณีตมากขึ้นๆ ฝึกเรื่อยๆ ไป มันจะไม่ยากหรอก การภาวนาเราจะตัดตรงเข้าที่จิต แล้วมันดีอย่างไร กุศลเกิดที่จิต กุศลไม่ได้เกิดที่กาย อกุศลเกิดที่จิต อกุศลไม่ได้เกิดที่กาย มรรคผลเกิดที่จิต มรรคผลไม่ได้เกิดที่กาย กายมันเหมือนบ้าน จิตเป็นเจ้าของบ้าน กายก็เหมือนชุมโจร จิตคือหัวหน้าโจร ถ้าเราเข้าไปฆ่าหัวหน้าโจรตาย จับหัวหน้าโจรได้ ลูกน้องมันแตกหมด ถ้าเราสามารถเข้ามาถึงตัวจิตใจตัวเองได้ ขันธ์ 5 เราจะเห็นเลย รูป เวทนา สัญญา สังขาร ไม่ใช่ตัวเรา เห็นทันทีเลย รวดเร็ว ไม่ช้า ไม่เนิ่นช้า เหลือจิตเป็นเราอันเดียว
    เราก็ทำกรรมฐานของเราต่อไป คราวนี้เราจะเข้ามาที่ตัวจิตจริงๆ แล้ว เราก็เห็นจิตตั้งมั่นอยู่ เราฝึกมาเยอะจิตก็ตั้งมั่น เราไม่รักษาจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ดูรูป จิตที่ดูรูปเกิดแล้วก็ดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นดับ เกิดจิตที่ไปคิด จิตที่ไปคิดดับ เกิดจิตที่ตั้งมั่น สลับไปเรื่อยๆ สุดท้ายปัญญามันจะเกิด ปัญญาคือความรู้รวบยอด มันจะเกิดว่าจิตนี้ไม่ใช่ตัวเรา จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี นี่เป็นวิธีภาวนาที่ลัดมากเลย"

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    4 ตุลาคม 2569
     
  15. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,762
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,954
    ตัวรู้เข้าใจยากที่สุด :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ก.ย. 2569

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    Sep 30, 2026

    สิ่งที่เรียกว่าสัมมาสติคือการเจริญสติปัฏฐาน จะทำให้เกิดสัมมาสติ สัมมาสติเป็นสติที่สามารถระลึกรู้สภาวธรรมคือรูปธรรมนามธรรมได้ ถ้าไม่มีสัมมาสติก็ไม่รู้รูปธรรมนามธรรม พระพุทธเจ้าอธิบายสัมมาสติด้วยการเจริญสติปัฏฐาน สติปัฏฐานก็เป็นสติรู้กายสติรู้ใจนั่นล่ะ ทีนี้ก็มาถึงปัญหาใหญ่อีกตัวหนึ่ง หลายคนก็รู้ ทำสติปัฏฐานต้องรู้กายรู้ใจ แต่เอาเข้าจริงหาคนที่รู้กายรู้ใจแทบไม่ได้เลย มีแต่คนเพ่งกายเพ่งใจ เพ่งเอามันเป็นความโลภะ มาจากโลภเจตนา ตัวโลภเจตนาตัวนี้ก็ผลักดันให้จิตดิ้นรนปรุงแต่ง พยายามกดพยายามข่มจะให้จิตมันนิ่ง
    เมื่อโลภเจตนาเกิด สติไม่เกิดหรอกขณะนั้น เพราะขณะนั้นกิเลสเกิด กิเลสกับสติไม่เกิดด้วยกัน ฉะนั้นตรงคำว่ารู้ตัวนี้เป็นตัวที่เข้าใจยากที่สุด บอกหายใจออกยาวก็รู้ หายใจเข้ายาวก็รู้ หายใจออกสั้นก็รู้ หายใจเข้าสั้นก็รู้ เรารู้สึกรู้ง่ายๆ มันไม่ได้รู้อย่างที่คิดกัน ส่วนมากเวลาไปรู้จิตมันจะถลำลงไปเพ่งไปจ้อง รู้แล้วแทนที่สติจะเกิด อกุศลมันเกิด เต็มไปด้วยโลภะ ลงมือปฏิบัติทีไรจิตก็แน่นๆ หนักๆ แน่นๆ แข็งๆ จิตที่หนัก ที่แน่น ที่แข็ง ที่ซึม ที่ทื่อ อกุศลจิต ฉะนั้นที่ทำอยู่ไม่ใช่การเจริญสติหรอก แต่เป็นการเจริญโมหะ คำว่ารู้นี่เข้าใจยาก ถ้าเราสามารถรู้สภาวะได้ ก็เหมือนเรากลัดกระดุมเม็ดแรกสำเร็จแล้ว

    หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    20 กันยายน 2569
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...