การ์ตูนแอนิเมชั่น"พระพุทธเจ้า" ฝีมือคนไทย-อลังการภาพและเสียง

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย aprin, 2 ธันวาคม 2007.

  1. porapatr

    porapatr เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    599
    ค่าพลัง:
    +1,281
    เห็นแค่ภาพก็ซาบซึ้งแล้วค่ะ..... ถ้าไม่ได้ไปดูที่โรง..จะซื้อ CD ของแท้มาเก็บไว้ดูแน่นอน.......ขอบคุณกับสิ่งดี ๆ ที่ทุก ๆ ท่านทุ่มเท ทำเพื่อพระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ และประเทศชาติ ... ขออนิสงค์ผลบุญความตั้งใจจริงของทุก ๆ ท่าน พบแต่สิ่งที่ดีงาม ความร่มเย็น ความสุข ความสมหวัง สาธุ สาธุ สาธุ
     
  2. นาๆจิตตัง

    นาๆจิตตัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +412
    สาธุ......
    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
     
  3. newhatyai

    newhatyai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    1,774
    ค่าพลัง:
    +6,202
    ขออนุโมทนา...สาธุ....สาธุ....สาธุ
    ขออนุโมทนา...สาธุ....สาธุ....สาธุ
    ขออนุโมทนา...สาธุ....สาธุ....สาธุ
    ข้าจะขอยึดหน่วงเอาซึ่งพรพุทธเจ้า พระปริยัติธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้า แลคุณพระพุทธเจ้า แลคุณพระนวโลกุตรธรรมเจ้า แลคุณพระอริยสงฆ์เจ้าในอดีตอนาคตปัจจุบัน จงมาเป็นที่พึ่งแก่ข้าตราบเข้าสู่พระนิพพาน แลข้าจะขอนมัสการกราบไหว้ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้า อันเป็นอดีตอนาคตปัจจุบันสิ้นกาลนานทุกเมื่อ แลข้าพเจ้าจะข้อเป็นข้าแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้าๅ พระอริยสงฆ์เจ้า ขอพระพุทธเจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นใหญ่แก่ข้า ขอพระบาทาของพระพุทธเจ้า จงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ ขออาราธนาพระธรรเจ้าทั้งมวลนั้นจงมาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าจงมาเป็นเจ้าเป็นหใหญ่ ข้าขอาราธนาคุรแห่งพระอริยสงฆ์
    จงประดิษฐาน อยู่เหนือเศียรเกล้าแห่งข้าสิ้นกาลทุกเมื่อ สิ่งอันอื่นที่จะได้เป็นที่พึ่งแก่ข้าหามิได้ ถ้าเว้นแต่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้าเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้าเที่ยงแท้นักหนา ข้าไหว้ละอองธุลีบาททั้งหลายพระลายลักษณ์สุริยฉาย มงคลทั้งหลายจงมาบังเกิดแก่ข้าด้วยคำสัจนี้เถิด อนึ่งโทษอันใดข้าได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระพุทธเจ้าอันเป็นอดีจอนาคตปัจจุบัน ขอพระพุทธเจ้าขอมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าพระพุทธเจ้านี้เถิด ข้าขอกราบไหว้พระธรรมเจ้าทั้ง 2 ประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระธรรมเจ้าทั้ง 2 ประการ ขอพระธรรมเจ้าทั้ง 2 ประการจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าพระพุทธเจ้านี้เถิด ข้าขอกราบไหว้พระอริยสงฆ์เจ้าทั้ง 2 ประการอันประเสริฐ โทษอันใดข้าได้ประมาทพลาดพลั้งไว้ในพระอริยสงฆ์เจ้าทั้ง 2 ประการ ขอพระอริยสงฆ์เจ้าทั้ง 2 ประการจงมาอดโทษทั้งปวงนั้นให้แก่ข้าพระพุทธเจ้านี้เถิด
     
  4. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    พระพุทธเจ้า

    ในช่วงนี้เรามีภาพยนตร์การ์ตูนฟอร์มเล็กๆ อย่าง "พระพุทธเจ้า" ซึ่งเป็นผลงานสร้างของ บริษัท มีเดียสแตนดาร์ด จำกัด ซึ่งนี่เป็นผลงานเรื่องแรกของบริษัทใช้เวลาสร้าง 4 ปี และเงินทุนอีก 140 ล้านบาท แถมยังมีคนที่มีชื่อเสียงมาร่วมพากย์เสียงอย่าง แทนคุณ จิตอิสระ, โอ-อนุชิต สพันธุ์พงศ์, ลูกหว้า ดูบาดู-พิจิกา จิตตะปุตตะ, เอส-คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับแฟนฉัน ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์การ์ตูนพุทธประวัติที่ฉายในเมืองพุทธอย่างประเทศก็น่าจะเป็นสิ่งดึงดูดคนเข้าไปดูภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ได้พอสมควร และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สะท้อนวิธีคิดของคนไทยกับพุทธศาสนาได้ไม่น้อย

    ในโลกทุกวันนี้มีภาพยนตร์ ภาพยนตร์การ์ตูน ที่เกี่ยวศาสดาของศาสนาไม่น้อยที่เด่นๆ อย่าง Prince of Egypt หรือ Passion of the Crist ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสดาในศาสนาคริสต์ ซึ่งน่าจะเกินครึ่งของภาพยนตร์ที่มีการสร้างกันออกมา ส่วนภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสดาในศาสนาอื่นนั้นมีน้อยมาก ไม่ต้องพูดถึงภาพยนตร์ที่กล่าวถึงศาสดาในศาสนาอิสลามเลย ซึ่งหลายคนตั้งแต่ดูหนังมาจนแก่อาจจะไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ

    จะเป็นเพราะว่าคนที่นับถือศาสนาคริสต์รวยกว่าคนที่นับถือศาสนาอื่น (ซึ่งอันที่จริงเศรษฐีในฮอลลีวู้ดส่วนมากเป็นยิวมากกว่าคริสต์) ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะว่าเศรษฐีน้ำมันในอาหรับ หรือเจ้าสัวในเมืองไทยเอง ซึ่งก็ไม่ได้รวยน้อยกว่าเศรษฐีของบ้านอื่นเมืองอื่น ก็ไม่เคยเห็นควักเงินลงมาในโปรเจ็คต์แบบนี้เลย ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลดูอย่างเรื่องนี้ก็ได้ ที่ผู้สร้างต้องเป็นหนี้เกือบ 80 ล้านบาท
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>


    เว้นแต่ว่าเศรษฐีเหล่านั้นนับถืออะไรอย่างอื่น อย่างราคาหุ้นและตลาดเสรีเป็นศาสนา

    แต่ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ ศาสนาอาจจะเป็นเรื่องที่เปราะบางเกินไปก็ได้ อย่างภาพยนตร์เรื่อง "องคุลีมาล" ซึ่งเคยถูกพุทธสมาคมประท้วงว่าบิดเบือน พุทธประวัติ ยังอุตส่าห์ได้รับรางวัลเชิดชูจากกรมศาสนาได้ ในฐานะที่สอดแทรกหลักธรรมตามพระพุทธศาสนา แต่ก็เป็นหลังจากที่หนังโดนประท้วงจนอ่วมต้องเลื่อนฉายถอนออกมาตัดและประสบความล้มเหลวไปแล้ว หลายคนที่มาดูทีหลังยังชมว่าเป็นหนังดีมากๆ ยังไม่นับกรณีของภาพเขียน "ภิกษุสันดานกา" ซึ่งเป็นการมองปัญหาของพระพุทธศาสนาในปัจจุบันในเชิงวิพากษ์ ยังโดนต่อต้านจากพระสงฆ์และองค์กรทางพุทธศาสนาส่วนหนึ่ง

    นี่อาจจะเป็นเรื่องที่น่าคิดไปจนถึงสรุปได้ว่า เหตุใดคนไทยไม่เคยมองศาสนาพุทธในเชิงตั้งข้อสังเกตและพินิจพิเคราะห์ ตามหลักของเหตุและผลอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับมองในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเรื่องของเปลือกคือไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ ไม่ต้องมองที่ไหนไกล ลองมองย้อนไปที่ปรากฏการณ์จตุคามรามเทพก็ได้ ว่ามันสะท้อนด้านวิธีคิดที่เป็นแก่นของพุทธศาสนา หรือสะท้อนด้านอิทธิปาฏิหาริย์ที่เป็นเปลือก
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]

    </TD></TR></TBODY></TABLE>


    ภาพยนตร์การ์ตูน "พระพุทธเจ้า" ก็ดำเนินเรื่องตามประไตรปิฎกทุกกระเบียดนิ้ว ส่วนที่ดีก็คือไม่ต้องเป็นห่วงว่าภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้จะมีส่วนไหนที่บิดเบือนพุทธประวัติ ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าอาจจะมาจากความอ่อนไหวเรื่องศาสนาอย่างที่ว่า

    การเดินตามรอยพระไตรปิฎกก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือทำให้เนื้อเรื่องไม่มีชีวิตชีวาซึ่งผู้สร้างเลือกจะไม่ตีความและแทนความหมายในมุมมองของตนลงไป ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นเรื่องพึงกระทำในฐานะที่ผู้สร้างทำหน้าที่เป็นคนเล่าเรื่อง เรื่องราวเลยเหมือนเปิดหนังสือเรียนวิชาพระพุทธศาสนาชอบกล

    ผลที่ตามมาคือหลายๆ ส่วนของภาพยนตร์การ์ตูนเลยเหินห่างจากคนดูไป ทั้งๆ ที่เรื่องของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ยอมออกบวชเพื่อตามหาหนทางพ้นจากความทุกข์แล้ว ถ้ามองในทางวรรณกรรมค่อนข้างมีที่ทางให้ใส่การตีความ เพื่อความเข้าใจได้มากมาย แต่การเข้าใจพระพุทธเจ้า และเจ้าชายสิทธัตถะ อาจจะไม่ใช่จุดประสงค์ของผู้สร้างที่อาจจะเพียงแค่ต้องการเผยแผ่พุทธประวัติ แบบเดียวกับมิชชันนารีเผยแผ่ศาสนาเท่านั้น

    ในส่วนของงานด้านภาพนั้น ด้วยการออกแบบตัวละครนั้นดูเข้าท่ามากและไม่ได้ด้อยกว่า งานภาพยนตร์การ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์เลย แต่ปัญหาใหญ่ก็คืองานแอนิเมชั่นหรือการทำให้ภาพเคลื่อนไหว ค่อนข้างจะแย่ไม่สมกับมาตรฐานการ์ตูนฉายในโรงภาพยนตร์ ที่ภาพไม่ดีมากได้แต่การ์แอนิเมชั่นควรจะเนี้ยบ อีกทั้งสเปเชียลเอฟเฟค 3 มิติที่ใส่มาในการ์ตูนที่เป็นภาพ 2 มิติก็ดูผิดที่ผิดทางพิกล

    ความประทับใจของเรื่องนี้จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้อยู่ที่ภาพยนตร์การ์ตูนแต่อยู่ในเรื่องราวของผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า ที่ถึงขนาดต้องจำนองบ้าน ขายรถ เพื่อหาเงินทุนมาสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้ ด้วยความศรัทธาและการทำงานโดยไม่มีเงินสนับสนุนเลยมา 4 ปี ของ ดร.วัลลภา พิมทอง นั้นน่าจะใกล้เคียงกับการว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรที่ไม่เห็นฝั่งของพระมหาชนก จนได้นางเมขลาซึ่งในที่นี้คือ ยุวพุทธิกสมาคมที่ยื่นมือลงมาช่วยเหลือเอาในตอนปีสุดท้าย บางทีถ้ามีใครเอาเงินทุนมาช่วยทีมโปรดักชั่นนี้ตั้งแต่แรกเราอาจจะได้ งานภาพยนตร์การ์ตูนที่ครบเครื่องกว่านี้ก็ได้ เผลอๆ อาจจะดีกว่าเอาเงินไปใส่ในอะไรที่ดูทะแม่งๆ อย่างภาพยนตร์พระไตรปิฎก

    แม้ในส่วนของการเล่าเรื่องอาจจะไม่ประทับใจ ทั้งคุณภาพของงานก็อาจจะสู้งานภาพยนตร์จากต่างประเทศไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคุณค่าก็คือ พระธรรมเทศนาและพุทธวจนะที่ปรากฏในเรื่อง เข้าใจง่ายและเป็นหลักสำคัญๆ ทั้งสิ้น ที่เราในฐานะคนดูจะเหมือนได้ฟังพระธรรมเทศนาจากปากของพระองค์เอง

    "และอย่างน้อยภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นผลงานที่ทำด้วยความเพียรและความตั้งใจดีที่น่าชื่นชม"

    [FONT=Tahoma,]หน้า 24[/FONT]

    วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10870
    http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01ent01141250&day=2007-12-14&sectionid=0105
     
  5. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,804
    ค่าพลัง:
    +23,555
    [​IMG]

    [​IMG]

    :09: :09: :09:
    ไปดูมาแล้วครับ ได้บุญปิติอย่างมาก :09: มีกำลังใจสร้างบารมีมากขึ้น :09: สาธุครับ :12: :09: :12:
    ผมคิดว่า หนังอาจทำเพิ่ม เจาะเป็นตอนย่อยได้อีก เช่นแบ่งเป็นภาค :09:
    เจาะประวัติพระเถระ มาทำ :09: เจาะรายละเอียดย่อยในเหตุการณ์สำคัญ เช่นเฉพาะประสูติ เฉพาะยมกปาฏิหาริย์ :09: หรือขยายลงไปเป็นการ์ตูนชุดทีวีฯลฯ :09:
    อาจสร้างตามแนวปฐมสมโพธิกถา ที่แม้แต่ผู้ไม่ทราบลึกซึ้งในพระธรรม อาจได้รับการดึงดูดจากจินตนาการที่เนื่องจากเรื่องราว ที่เนื่องจากอิสระของเทคนิคการ์ตูน แทนการนอนหลับของคนบางกลุ่ม ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ให้เขาหันมาสนใจอย่างมากขึ้นในภายหลัง :09:
    ขออนุโมทนาทุกบุญกุศลบารมีครับ :09: :09: :09
     
  6. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    ขออนุญาติ คุณ phoenixman คะ

    .......................


    "พระพุทธเจ้า" ทำให้ผมใส่ใจฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้ และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อพุทธองค์

    วันอังคาร ที่ 25 ธันวาคม 2550

    Posted by phoenixman , ผู้อ่าน : 37 , 12:28:47 น. | หมวดหมู่ : เรื่องราวจากฟอร์เวิร์ดเมล์



    <TABLE class=blog_center_data><TBODY><TR><TD>[FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif][​IMG][/FONT]

    [FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]หลายครั้งที่ผมได้รับ ฟอร์เวิร์ดเมล์ประเภทขอความช่วยเหลือ หรือ ร่วมแรงร่วมใจทำอะไรสักอย่าง ผมจะอ่านมันผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก...[/FONT]

    [FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]นั่นไม่ได้หมายความว่า ผมไม่อยากให้ความช่วยเหลือใครต่อใคร แต่เพราะผมมองว่าปัจจุบันมันเหมือนจดหมายลูกโซ่ หรือ สแปมเมล์[/FONT]

    [FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]แต่ในเช้าวันนี้ ผมอ่านฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่งอย่างละเอียด ... แล้วก็ลุกขึ้นมาควักเงินในกระเป๋า 1,000 บาท เดินไปธนาคารกรุงศรีอยุธยา แล้วโอนเงินไปยังปลายทาง.....[/FONT]

    [FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]แม้ว่าเงินจำนวนที่ผมโอนมันเพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อย ... แต่ผมเชื่อว่า มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนทำงานมีกำลังใจได้บ้าง[/FONT]

    หนังเรื่อง "พระพุทธเจ้า" ฉบับการ์ตูน ออกฉายในบ้านเราหลายวันแล้ว แต่ผมรับรู้ข่าวสารน้อยเหลือเกิน ... การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ห่างชั้นหนังจากเวทีฮอลิวู๊ด ทั้งๆที่โปรดักชั่นมูลค่ามหาศาล ...ที่สำคัญเป็นหนังที่เข้าฉายในประเทศที่ ผู้คนประกาศก้องร้องแรกแหกกระเฌอว่า "เมืองพุทธ"

    ต้องยอมรับครับว่า หน่วยงานรราชการบางครั้งก็ทำงานให้เราตั้งคำถามได้มากมาย แต่สำหรับเรื่องนี้ผมจะไม่ตั้งคำถามกับพวกเขาให้เสียเวลา...

    แต่ผมอยากตั้งคำถามถึง พุทธศาสนิกชน ..ว่า.. คุณพร้อมทำทุกอย่างเพื่อดำรงำพระศาสนาของพระพุทธองค์หรือยัง...?


    [FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]เนื้อหาขอฟอร์เวิร์ดเมล์ : [/FONT][FONT=tahoma,arial,helvetica,sans-serif]ช่วย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ธันวาคม 2007
  7. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>มองนอกดูใน-The Life of Buddha</TD></TR><TR><TD vAlign=top>25 ธันวาคม 2550 15:42 น.</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG][/IMG] [​IMG] ด้วยศรัทธาแน่วแน่ที่มีต่อพระพุทธศาสนาและเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมษา 80 พรรษา ภาพยนตร์การ์ตูนพุทธประวัติอย่าง พระพุทธเจ้า หรือThe Life of Buddha
    จึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจและความเสียสละของพุทธศาสนิกชนหลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงเก่งและแกร่งนามว่า ดร.วัลลภาพิมพ์ทอง ที่จบปริญญาเอกด้านบริหาร เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย และมีศรัทธาที่จะทำงานธรรมะถวายในหลวง

    พระพุทธเจ้า คือภาพยนตร์ที่บอกเล่าพระประวัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับตั้งแต่พระองค์ประสูติเสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้และเสด็จจาริกออกแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก โดยดำเนินเรื่องราวตามพระไตรปิฎกและอรรถกถาอย่างครบถ้วน
    เมื่อวันที่30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ข้าพเจ้าและกลุ่มเยาวชนของเสถียรธรรมสถานได้รับเชิญจากองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก หรือ ยพสล.ให้ไปร่วมชมภาพยนตร์แห่งศรัทธาดังกล่าว
    ตลอดระยะเวลาประมาณ90 นาทีที่นั่งชม ข้าพเจ้ารู้สึกอนุโมทนากับคณะผู้จัดทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งมหรสพทางปัญญาที่จะมีค่าและมีประโยชน์มากต่อผู้เข้าชม
    เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆและบางครั้งการเรียนรู้ธรรมะผ่านตัวหนังสือและภาษาบาลียังคงเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่เด็กๆ จะเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางออกและเป็นกุศโลบายที่ดีในการที่เราจะปลูกฝังความสนใจและความรู้เรื่องพุทธศาสนาให้แก่เด็กๆ ผ่าน การ์ตูน สื่อสมัยใหม่ที่ครองใจเด็กและเยาวชนทั่วโลก
    ด้วยระยะเวลาที่จำกัดและรายละเอียดของพุทธประวัติที่มีมากมายจึงอาจไม่สามารถทำให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาอันสั้น...เมื่อเด็กสนใจ ทว่ายังไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องเป็นกัลญาณมิตร คอยสนับสนุนและให้ความรู้เพิ่มเติมแก่เด็กๆ ในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องด้วย
    ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมิได้เป็นเพียงการ์ตูนสำหรับเด็กที่จะจบลงเมื่อทุกคนเดินออกจากโรงภาพยนตร์เท่านั้นในทางกลับกัน ข้าพเจ้ามองว่าเส้นสายลายสีและเรื่องราวพุทธประวัติของพระศาสดาที่ประกอบขึ้นนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในครอบครัวได้ใกล้ชิดและพูดคุยกันมากขึ้น
    เรื่องราวของมหาบุรุษโลกที่ได้รับการถ่ายทอดนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี ที่ทำให้เราได้เห็น ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นของสื่อ อีกครั้งและเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ายังคงมีคนกล้าหาญที่จะนำธรรมะออกสู่โลกในขณะที่โลกกำลังถูกกลุ้มรุมด้วยวัตถุ
    ในวันปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้หากคุณยังไม่มีอะไรที่จะใช้แทนการส่งความสุขไปยังคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ...
    ชักชวนให้เขาไปชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้กันเถอะค่ะ
    เพราะการให้ธรรมะน่าจะเป็นความประทับใจของผู้ให้และผู้รับตลอดปี2551 ที่ธรรมะจะกลับมาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งในวิถีชีวิตประจำวันของเราทุกคนเพื่อสังคมที่ผาสุกอย่างยั่งยืนต่อไป

    ธรรมสวัสดี

    -->[​IMG]

    ด้วยศรัทธาแน่วแน่ที่มีต่อพระพุทธศาสนาและเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมษา 80 พรรษา ภาพยนตร์การ์ตูนพุทธประวัติอย่าง พระพุทธเจ้า หรือThe Life of Buddha

    จึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจและความเสียสละของพุทธศาสนิกชนหลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงเก่งและแกร่งนามว่า ดร.วัลลภาพิมพ์ทอง ที่จบปริญญาเอกด้านบริหาร เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย และมีศรัทธาที่จะทำงานธรรมะถวายในหลวง

    พระพุทธเจ้า คือภาพยนตร์ที่บอกเล่าพระประวัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับตั้งแต่พระองค์ประสูติเสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้และเสด็จจาริกออกแสดงธรรมโปรดสัตว์โลก โดยดำเนินเรื่องราวตามพระไตรปิฎกและอรรถกถาอย่างครบถ้วน

    เมื่อวันที่30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ข้าพเจ้าและกลุ่มเยาวชนของเสถียรธรรมสถานได้รับเชิญจากองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก หรือ ยพสล.ให้ไปร่วมชมภาพยนตร์แห่งศรัทธาดังกล่าว

    ตลอดระยะเวลาประมาณ90 นาทีที่นั่งชม ข้าพเจ้ารู้สึกอนุโมทนากับคณะผู้จัดทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งมหรสพทางปัญญาที่จะมีค่าและมีประโยชน์มากต่อผู้เข้าชม

    เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆและบางครั้งการเรียนรู้ธรรมะผ่านตัวหนังสือและภาษาบาลียังคงเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่เด็กๆ จะเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางออกและเป็นกุศโลบายที่ดีในการที่เราจะปลูกฝังความสนใจและความรู้เรื่องพุทธศาสนาให้แก่เด็กๆ ผ่าน การ์ตูน สื่อสมัยใหม่ที่ครองใจเด็กและเยาวชนทั่วโลก

    ด้วยระยะเวลาที่จำกัดและรายละเอียดของพุทธประวัติที่มีมากมายจึงอาจไม่สามารถทำให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาอันสั้น...เมื่อเด็กสนใจ ทว่ายังไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องเป็นกัลญาณมิตร คอยสนับสนุนและให้ความรู้เพิ่มเติมแก่เด็กๆ ในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องด้วย

    ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมิได้เป็นเพียงการ์ตูนสำหรับเด็กที่จะจบลงเมื่อทุกคนเดินออกจากโรงภาพยนตร์เท่านั้นในทางกลับกัน ข้าพเจ้ามองว่าเส้นสายลายสีและเรื่องราวพุทธประวัติของพระศาสดาที่ประกอบขึ้นนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในครอบครัวได้ใกล้ชิดและพูดคุยกันมากขึ้น

    เรื่องราวของมหาบุรุษโลกที่ได้รับการถ่ายทอดนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี ที่ทำให้เราได้เห็น ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นของสื่อ อีกครั้งและเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ายังคงมีคนกล้าหาญที่จะนำธรรมะออกสู่โลกในขณะที่โลกกำลังถูกกลุ้มรุมด้วยวัตถุ

    ในวันปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้หากคุณยังไม่มีอะไรที่จะใช้แทนการส่งความสุขไปยังคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณ...

    ชักชวนให้เขาไปชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องนี้กันเถอะค่ะ

    เพราะการให้ธรรมะน่าจะเป็นความประทับใจของผู้ให้และผู้รับตลอดปี2551 ที่ธรรมะจะกลับมาศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งในวิถีชีวิตประจำวันของเราทุกคนเพื่อสังคมที่ผาสุกอย่างยั่งยืนต่อไป

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    http://www.komchadluek.net/2007/12/26/s001_182955.php?news_id=182955
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2007
  8. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    ขออนุญาติ คุณ(กรรมลิขิต)คะ

    .............................

    <TABLE width="100%" bgColor=#e4f3f3 border=0><TBODY><TR><TD>ความคิดเห็นที่ 65 : (กรรมลิขิต)</TD><TD></TD><TR><TD colSpan=2>
    ผมดูรายการเจาะใจจบเมื่อสักครู่ เขาเชิญ อ.วัลภา มาออกรายการครับ
    อ.วัลภา บอกกับทางรายการว่า รายได้จากการ เข้าฉายนับตั่งแต่วันที่ 5 ธ.ค. 2550 ถึง ปัจจุบัน
    " มีรายได้รวมกันทั้งสิ้น 6 ล้านบาท

    จากทุนสร้างทั้งหมด 108 ล้านบาท "

    คุณอี้ ได้ทำโครงการ "พาน้องไปดูหนัง" เพื่อพาเด็กๆที่อาจไม่มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง(ไม่มีเงิน) นี้ได้มีโอกาสไปดู

    ผมจึกอยากขอเชิญชวนครับ ให้ช่วยกันไปดูเยอะๆ รู้จักใครก็ชวนๆๆๆเขาไปดูให้มากๆ เนื่องจากงบโปรโมทหนังฯ ไม่มีแล้ว จึงอยากขอความกรุณาช่วยกัน กระจายข่าวเพื่อให้คนไปดูหนังการ์ตูนเรื่องนี้มาก เพื่อต่อชีวิตของหนังการ์ตูนดีๆ ให้สามารถยืนโรงฉายได้นานขึ้น และไม่ไม่ขาดทุน

    เราไปดู ไททานิค บางคนดูที 3 -4 รอบไม่เคยเสียดาย โดยไม่รู้ว่าเรานำเงินตราออกนอกประเทศมากมาย เราช่วยต่างชาติให้เขามีเงินมามากมายแล้ว

    ก็อยากจะขอความ ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมกันแสดงพลัง ไปดูหนังเรื่องนี้กันมากๆ เพื่อให้หนังยืนโรงได้นานที่สุด และทำเงินได้มากกว่านี้ครับ
    จากคุณ : กรรมลิขิต [ ตอบ: 28 ธ.ค. 50 [​IMG]00:16 ] แนะนำตัวล่าสุด 31 ธ.ค. 48 | สมาชิกลานธรรมถาวร | [​IMG]ตอบ: 688 | ฝากข้อความ | </TD></TR></TBODY></TABLE>

    http://larndham.net/index.php?showtopic=29423&st=60
     
  9. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    ภาพยนต์การ์ตูน"พระพุทธเจ้า"สอนเยาวชน

    คอลัมน์ "หัวใจนักปราชญ์"

    โดย แทนคุณ จิตต์อิสระ
    eee004@hotmail.com



    หากการศึกษามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคนให้ดียิ่งขึ้น จนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของตน และประโยชน์ของประเทศชาติ คำถามคือ แล้วอะไรคือสิ่งที่เรียกว่า "ดี" ที่มนุษย์ทุกคนควรจะต้องไปให้ถึง

    หากจะมองชีวิตแบบองค์รวม เราประกอบด้วยสิ่งที่เกี่ยวพันกับตัวเราหลายต่อหลายอย่าง ตั้งแต่ครอบครัว การทำงาน สังคม และตัวเราเอง แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งเราเรียนรู้มากเข้า เรามักจะแยกทุกอย่างออกเป็นส่วนๆ จนไม่สามารถปะติดปะต่อให้เป็นภาพรวมได้

    ถ้ามีคนพูดกับเราว่า ชีวิตคือธรรมชาติ และย่อมเป็นไปตามหลักที่ธรรมชาติมีอยู่ด้วยตัวธรรมชาติเอง เราอาจคิดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับตัวเรา หรือเป็นเรื่องไกลตัวจนเกินกว่าที่เราจะต้องเรียนรู้ เพราะทุกวันนี้มนุษย์อยู่กับเรื่องที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วก็วุ่นวายกับสิ่งเหล่านั้นไม่จบสิ้น

    ยิ่งเป็นเรื่องการศึกษาด้วยแล้ว ล้วนแต่เป็นเรื่องของความวุ่นวายเต็มไปหมด ตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัย ชีวิตก็ต้องดิ้นรนอย่างไม่รู้จบ จนกว่าจะหมดลมหายใจ

    ที่ตั้งใจเขียนมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าถ้าทุกท่านเห็นภาพรวมของชีวิต และมองทุกอย่างอย่างเปิดใจกว้างเพื่อที่จะเรียนรู้ เราจะเห็นเป้าหมายของการศึกษาชัดขึ้น ว่าที่เราต้องการเรียน และรู้ ที่แท้จริงคือการบริหารจัดการชีวิตให้พบกับความสงบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    หลายคนอาจรู้สึกว่า อ่านดูแล้วรู้สึก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเรียนเลย หรือถ้าเรียนในทางนี้ คงจะทำให้ชีวิต และสังคมความเป็นอยู่ไม่ก้าวหน้า ถ้าทุกคนรักสงบ รักสันโดษ ทุกอย่างก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ต้องทำอะไร เพราะอยู่เฉยเราก็สงบแล้ว

    ยิ่งโลกในยุคปัจจุบัน ทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนแข่งขัน เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่สูงกว่า เป็นความต้องการที่มากขึ้น ดีขึ้น และพัฒนาขึ้น

    โลกจึงเต็มไปด้วยคนที่เต็มไปด้วยการศึกษา ที่กระตุ้นความต้องการ ตอบสนองความต้องการ และเสพผลของความต้องการนั้นๆ ทั้งที่เป็นความต้องการของตนเองและผู้อื่น เช่น เด็กอนุบาลก็ต้องถูกกระตุ้นให้เรียนหนังสือ ก.ไก่ ข.ไข่ ฟัง และอ่านนิทานไปจนถึงสอบแข่งขันกัน ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ บางคนอ่านออกเขียนได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องเรียนให้เก่ง ต้องได้คะแนนดีๆ สะสมเกรดแห่งความเครียดเรื่อยมา จนไม่มีโอกาสได้หยุดการศึกษาภายนอก ที่เน้นการกระตุ้นแล้วตอบสนองแบบนี้อย่างไม่รู้จบ

    เมื่อเราหยุดมองดูตัวเรา เราจะพบว่า เรามีความรู้มากมายทั้งที่เราเรียนมากว่า 20 ปี และยังมีอยู่รอบข้างเราอีกมากมายมหาศาล

    เช่นเดียวกับความรู้ในทางธรรมะ ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เป็นทั้งเรื่องชีวิต การดำเนินชีวิต และการหลุดพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากความต้องการของชีวิตที่เราเรียนไปไม่จบสิ้น พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเหมือนกับความรู้ที่มีอยู่มากมายนี้ว่า เหมือน "ใบไม้" ในป่า แต่ถ้าเลือกเรียน เลือกรู้ เฉพาะที่เป็นสาระสำคัญกันจริงๆ แล้ว มีเพียง "กำมือเดียว" เท่านั้น

    แก่นแท้ของการศึกษา คือการเข้าถึงคุณค่าแท้ของมนุษย์ คุณค่าแท้ของมนุษย์ คือการทำประโยชน์ การทำประโยชน์แท้ที่มนุษย์พึงกระทำ คือช่วยเหลือผู้อื่นโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว

    ลองมองดูครับว่า ทุกวันนี้การศึกษาของเราสอนให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น หรือเห็นแก่สังคมส่วนรวมกันแน่ ถ้าเราเป็นคนที่ต้องเรียน และรู้ไปเสียหมด แต่ไม่เคยรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับจิตใจ และคุณค่าที่แท้ก็นับว่าน่าเสียดายครับ

    สุดท้าย ตอนนี้มีโครงการ "ชวนน้องดูหนังพระพุทธเจ้า" เป็นการดำเนินงานโดย "กองทุนสื่อธรรมะเพื่อเยาวชน" เพื่อให้โอกาสน้องๆ ที่ด้อยโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์การ์ตูนส่งเสริมพุทธธรรมเรื่อง "พระพุทธเจ้า" โรงเรียนใดสนใจสามารถติดต่อเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ได้ผ่าน eee004@hotmail.com ครับ

    หน้า 27


    วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10884
    http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01edu21281250&day=2007-12-28&sectionid=0107
     
  10. porapatr

    porapatr เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    599
    ค่าพลัง:
    +1,281
    ช่วย “หนังพระพุทธเจ้า” ด้วยก่อนจะถึง “วาระสุดท้าย”
    ประโยคนี้ทำให้ดิฉันได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด รู้สึกเข้าใจในหัวอกของคนที่มีใจรักในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทั้งทุ่มเททั้งกาย และใจ เพื่อพระพุทธเจ้าของเรา ดิฉันคิดไปต่าง ๆ นานา อยากให้ทางโรงเรียนต่าง ๆ จัดให้นักเรียน นักศึกษาไปดู ตัวเองมีทุนทรัพย์น้อยอยากให้เด็กประถมถึงเด็กมัธยมคนละ 70 บาท ๆ ได้ไปดู ขอร่วมช่วยเหลือให้เด็กไปดู 3 คน เป็นจำนวนเงิน 210 บาท ซึ่งได้โอนไปทาง "กองทุนสื่อธรรมะเพื่อเยาวชน" ทางธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 244-202260-2 วันนี้ 28/12/2550 เรียบร้อยแล้วคะ

    ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้และทุก ๆ ท่านที่มีใจรักในพระพุทธศาสนาค่ะ มีความสุข ความเจริญ ทุกคนโดยถ้วนหน้าด้วยเทอญ.
     
  11. momogo

    momogo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    570
    ค่าพลัง:
    +1,157
    ถึงจะผ่านมานานแล้ว แต่กลับมาอ่านทีไร ก็ปิติใจทุกที

    ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ภูมิใจที่ได้เกิดมาแล้วพบพระพุทธศาสนา

    สาธุค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...