@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    YJPFAi46G11GSqepdpdCagMAHl2Lijt8k8SwaWR9Mvc9&_nc_ohc=QDrd9Fnnh3kAX8vac39&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    “กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นโลกธรรมที่ครอบงำเอาไว้เท่านั้น หามีความจีรังยั่งยืนเป็นแก่นสารไม่ ไม่สมควรมายึดเป็นสรณะ เพราะโลกธรรมเหล่านั้น ถือได้ว่าเป็นเครื่องพันธนาการ เป็นเครื่องผูกมัด เป็นเครื่องสมมติ

    ...................เหมือนกับละครฉากหนึ่งเท่านั้น...............

    ไม่ใช่ของแท้แน่นอน เป็นของอนิจจัง มีความไม่เที่ยงแท้ มีความทุกข์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา เป็นเครื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น แต่คนทั่วไปคิดว่า เป็นเรื่องจริงจัง รู้ไม่ทันจึงตกเป็นทาสของมันให้เกิดกิเลส เพื่อเข่นฆ่ากัน เพื่ออำนาจสิ่งเล่านี้”


    หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

    ***********************
    https://www.facebook.com/amatatum1
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    พระอาจารย์กล่าวถึงเรื่องฤกษ์ยามให้ฟังว่า "เท่าที่ศึกษามา ฤกษ์ที่น่าใช้ก็คือ ระยะเวลาที่เป็นปลายทลิทโทฤกษ์ (ฤกษ์ขอทาน) แล้วต่อด้วยมหัทธโนฤกษ์ (ฤกษ์มหาเศรษฐี) ช่วงที่คาบกันเกี่ยวกันระหว่างนั้น หมายถึงว่า ถึงลำบากอยู่ก็จะสบายทันที เป็นเคล็ดวิธีที่โบราณาจารย์ท่านแนะนำมา

    แต่สำหรับภูมิปาโลฤกษ์ (ฤกษ์รักษาแผ่นดิน) เหมาะสำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือไม่ก็ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นไป เพราะเป็นผู้รักษาเมือง"

    ถาม : หนูเกิดเพชฌฆาตฤกษ์ค่ะ
    ตอบ : เพชฌฆาตฤกษ์ก็ดี เพราะว่าเป็นคนที่ทำอะไรเด็ดขาด ถึงเวลาตัดสินใจ "ไม่" หรือ "เอา" คำเดียว..ก็จบเลย
    __________________
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

    คัดลอกข้อความมาจาก
    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2173
    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    1f338.png เคล็ดลับในการภาวนาพระคาถาเงินล้าน 1f338.png
    1f496.png พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่สวดพระคาถาเงินล้านถวายพระพุทธลีลาประทานพรเนื้อทองคำ “ดูสิว่าจะได้กี่จบ ? ท่องเผื่อคนอื่นด้วย เรายิ่งตัดโลภได้เท่าไรก็ยิ่งรวยมากเท่านั้น
    อย่างตอนเจริญกรรมฐาน ๓ วัน พระท่านสั่งให้อาตมาภาวนาพระคาถาเงินล้านวันละ ๔ รอบ รอบละ ๑๐๘ จบ จึงภาวนาเผื่อคนทั้งโลก ใครโมทนาก็มีส่วนไปด้วย ของอาตมาเองไม่เอาคนเดียว เพราะว่ากำลังใจยิ่งเปิดกว้างเท่าไร อานุภาพวัตถุมงคลก็ยิ่งสูงเท่านั้น ต้องเป็นกำลังใจที่ประกอบไปด้วยพรหมวิหารสี่อย่างเต็มเปี่ยม ปราศจากความเห็นแก่ตัว มองเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอยากดี อยากมีความสุข อยากร่ำรวยอย่างไร คนอื่นเขาก็อยากแบบนั้น แล้วตั้งใจแผ่เมตตา ภาวนาพระคาถาไป
    บางคนเขาว่า หลวงพ่อทำอย่างไรถึงได้เงินทองไหลมาเทมา ? อ๋อ...ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อคนอื่นเป็นการส่งออก กระแสจะไม่ตกค้าง จึงหมุนเวียนรวดเร็วมาก ในเมื่อหมุนเวียนรวดเร็วมาก เข้าเร็วออกเร็ว ของใหม่ก็ไหลตามมา ก็เลยกลายเป็นเงินทองไหลมาเทมา
    เคล็ดลับพวกนี้เราต้องเข้าถึงจริง ๆ ไม่ใช่อาตมาบอกแล้ว พวกเราไปทำตามแล้วจะได้เลย กำลังใจต้องได้ด้วย ไม่ใช่รู้ว่า อ้อ..ต้องทำอย่างนี้ ถ้ารู้แค่ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีประโยชน์ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ได้
    ...........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    ..........................................
    #รู้ว่าดีก็ทำ #รู้ว่าชั่วก็ละ #ไม่เกาะทั้งดีทั้งชั่ว
    =AZXbZ6ulbSUmgjyFAJPsG_qVmxkdzTkFAJJSlmkw8IXaeQBIezBkMgCmXZOEYOPkZGcywx3mf4dwVd_2LCiiOLDtQ0V-vH08hiasB2IAYwUlDerdfA0zLHN3xdfyjx1LZdBdSgTVGHI0fpV8Ncw0Uy3opEJcvghFubFLkSqEAymp3w&__tn__=EH-R'] a0IgfJ2_1GYgIGEKeWw69EluTwWG03dq87XSnrk4Nvkb&_nc_ohc=2rBZ5-RmWl0AX-lJnEd&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    *******************************************
    พระอาจารย์บอกว่า "วิธีฝากบ้านกับเทวดา ท่านให้ทำกระบะทรายแล้วจุดธูป ๕ ดอก ขอบารมีพระ พรหม เทวดา และเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายได้โปรดสงเคราะห์ ช่วยรักษาบ้านของเราให้ปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ปักธูปที่มุมทางทิศเหนือก่อนว่า เวสสุวัณโณ
    ไปทางใต้-วิรุฬปักษี ตะวันตก-วิรูปักษา ตะวันออก-ธะตะระโฐ แล้วมาตรงกลางว่า นะโมพุทธายะ เพราะฉะนั้น..จึงต้องปักธูป ๕ ดอก"

    #เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์
    #มีนาคม ๒๕๕๔
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    ?temp_hash=f2a77fb4312dfa525759fb3f1185df3b.jpg

    พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาไปกราบหลวงปู่ดู่ครั้งแรก ก็มีพระวัดท่าซุงตามไปหลายรูป เมื่อสนทนาปราศรัยกันเรียบร้อยก็กราบเรียนท่านว่า “ขอให้หลวงปู่ท่านเมตตาให้โอวาทด้วยครับ พวกผมจะได้ยึดเป็นเครื่องปฏิบัติสืบไปในเบื้องหน้า”

    หลวงปู่ท่านบอกว่า “ครูบาอาจารย์ผมไม่ได้สอนอะไรมากมายหรอก ท่านบอกว่ามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งก็พอแล้ว” อาตมาก็กราบก้นโด่งคลานออกมา

    ท่านตี๋ (พระนิติ สุธมฺมสุนฺทโร) คลานตามมาสะกิด "เฮ้ย..ยังไม่ได้อะไรเลย จะกลับแล้ว ?" "หา..ยังไม่ได้อะไรเลยหรือ ? พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งนี่ยันพระนิพพานแล้วนะ"

    ต้องเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างจริงใจใช่ไหม ? ถ้าเราเคารพ เราก็ตั้งใจปฏิบัติในศีลตามที่ท่านสอน ก็เหลืออย่างเดียวคือตั้งใจว่าตายแล้วจะไปไหน ครูบาอาจารย์ท่านให้เพชรยอดมงกุฎมาดันไม่รู้จัก แค่เอาไปต่อยอดมงกุฎก็จบแล้ว

    หลวงปู่ดู่ท่านมีประโยคประทับใจเยอะ บางทีคำสอนท่านเหมือนกับคำสอนของเซ็น ท่านสอนสั้น ๆ แต่กินใจ กระทบใจมาก อย่างคนไปต่อว่าท่านเรื่องสร้างวัตถุมงคล ท่านตอบสั้น ๆ ว่า “ติดวัตถุมงคล ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล” จบแค่นั้นเลย บางคนไปเที่ยวว่าคนนั้น ไปเที่ยวนินทาคนนี้ให้ได้ยิน ท่านบอกว่า “คนดีเขาไม่ตีใคร” คนพูดเฉาไปเลย จบกันแค่นั้น

    บางคนมาลาท่าน ขอไปปฏิบัติที่สำนักอื่น ท่านก็บอกว่า “ข้าโมทนากับแกด้วย ข้าไม่มีโอกาสไป” ไม่เห็นท่านจะว่าลูกศิษย์สักคำ ลูกศิษย์อยู่กับโคตรเพชรแล้วไม่รู้จัก อุตส่าห์ตะกายไปที่อื่น ท่านเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยเขาไปตามใจของเขา"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    141094366_925821744622480_1604008280783742096_o-jpg.jpg
    พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่สวดพระคาถาเงินล้านถวายพระพุทธลีลาประทานพรเนื้อทองคำ “ดูสิว่าจะได้กี่จบ ? ท่องเผื่อคนอื่นด้วย เรายิ่งตัดโลภได้เท่าไรก็ยิ่งรวยมากเท่านั้น

    อย่างตอนเจริญกรรมฐาน ๓ วัน พระท่านสั่งให้อาตมาภาวนาพระคาถาเงินล้านวันละ ๔ รอบ รอบละ ๑๐๘ จบ จึงภาวนาเผื่อคนทั้งโลก ใครโมทนาก็มีส่วนไปด้วย ของอาตมาเองไม่เอาคนเดียว เพราะว่ากำลังใจยิ่งเปิดกว้างเท่าไร อานุภาพวัตถุมงคลก็ยิ่งสูงเท่านั้น ต้องเป็นกำลังใจที่ประกอบไปด้วยพรหมวิหารสี่อย่างเต็มเปี่ยม ปราศจากความเห็นแก่ตัว มองเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอยากดี อยากมีความสุข อยากร่ำรวยอย่างไร คนอื่นเขาก็อยากแบบนั้น แล้วตั้งใจแผ่เมตตา ภาวนาพระคาถาไป

    บางคนเขาว่า หลวงพ่อทำอย่างไรถึงได้เงินทองไหลมาเทมา ? อ๋อ...ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อคนอื่นเป็นการส่งออก กระแสจะไม่ตกค้าง จึงหมุนเวียนรวดเร็วมาก ในเมื่อหมุนเวียนรวดเร็วมาก เข้าเร็วออกเร็ว ของใหม่ก็ไหลตามมา ก็เลยกลายเป็นเงินทองไหลมาเทมา

    เคล็ดลับพวกนี้เราต้องเข้าถึงจริง ๆ ไม่ใช่อาตมาบอกแล้ว พวกเราไปทำตามแล้วจะได้เลย กำลังใจต้องได้ด้วย ไม่ใช่รู้ว่า อ้อ..ต้องทำอย่างนี้ ถ้ารู้แค่ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีประโยชน์ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ได้
    ...........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    "ปัจจุบันนี้ที่คนป่วยมาก ส่วนหนึ่งเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์เกิดจากการกินเกิน ในเมื่อเกินจากสายกลางก็แปลว่าเดือดร้อนแล้ว โดยเฉพาะพวกของหวานต่าง ๆ พวกขนม พวกน้ำหวาน ถึงเวลาพอร่างกายขาด ระบบเมตาบอลิซึมก็กระตุ้นเตือนว่าจะเอาอีก ถ้าเราเชื่อทุกครั้ง ก็แปลว่าจะเกินไปเรื่อย ๆ แล้วท้ายสุดเราก็จะเจ็บไข้ได้ป่วยเอง

    แต่ถ้าเราไม่เชื่อแล้วฝืน แรก ๆ ระบบจะรวน ก็จะแสดงอาการด้วยการปวดหัวบ้าง ปวดท้องบ้าง ถ้าเราสามารถอดทนได้ ๒ วันติดกันขึ้นไป ร่างกายรู้ว่าไม่ได้อีกแล้วก็เลิก แต่ส่วนใหญ่แล้วมักทนไม่ไหว พอถึงเวลาร่างกายบอกว่าจะเอากาแฟ จะเอาชาเขียว ก็ต้องวิ่งตะกายไปหา

    ปัจจุบันนี้อาตมาฉันเกินอย่างเดียวคือน้ำเปล่า กาน้ำร้อนประมาณ ๒ ลิตร วันหนึ่งต้องเติม ๔ ครั้ง พวกเราถ้าวันหนึ่งได้ ๓ ลิตรก็เก่งตายชักแล้ว โยมที่ดูแลบ้านนี้มีหน้าที่เติมน้ำให้ ถึงเวลาก็เอาน้ำขวดไปใส่ให้ ๑ ลัง ๒๔ ขวด แล้วจะหายเกลี้ยงภายใน ๒ วัน ก็ต้องไปเติมใหม่

    ส่วนของอื่น ๆ ที่เตรียมไว้ให้ฉัน อย่างสมอ มะขามป้อม อยู่ตรงนั้นมาปีกว่าแล้ว น้ำผึ้ง ๑ ขวด ปีหนึ่งแล้วเพิ่งฉันไปได้ ๓ คำ เดี๋ยวพอเก่าหมดอายุแล้วค่อยเอามาประมูล..!"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    ครูบาเจ้ากะลา

    อันนี้ก็มีครูบาอีกคนหนึ่งอายุมากเหมือนกัน แต่องค์นี้อยู่อำเภอสะเมิง องค์นี้เรียนกสิณ จนได้กสิณฌานหลายอัน ตื่นเช้ามาก็จะไปบิณฑบาตทางเชียงราย บางวันก็ไปเชียงแสน บางวันก็มาเชียงใหม่ เมื่อผู้คนเขาถามว่า...
    “ท่านอยู่วัดใด๋”
    “อยู่วัดโน้น”
    ท่านตอบพร้อมชี้มือไปข้างหลัง ทีนี้คนเชียงแสนเขาต้องการจะจับว่าครูบาเจ้าตนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะกิริยาอาการท่าทางสมณสารูปไม่เหมือนกับพระสงฆ์ทั่วไป อีกทั้งผิวพรรณวรรณะก็แตกต่าง
    เขาก็เอามะพร้าวแห้งมาปลอกเปลือกกาบออกแล้วขัดขูดทำเป็นถ้วย ๒ ใบ ให้ประกบกันเข้าได้พอดี เมื่อท่านมาบิณฑบาตเขาก็ใส่ข้าว แล้วเอากับใส่ถ้วยกะลามะพร้าว ถวายใส่บาตร พร้อมบอกว่า...
    “นิมนต์ครูบาเจ้า อย่าได้ทิ้งถ้วยใบนี้ขอให้เก็บไว้”
    หมู่ญาติโยมที่ตกลงใจกันว่าจะสืบเสาะหาที่อยู่ของครูบาเฒ่าตนนั้นก็ทำอย่างเดิม เป็นถ้วยทั้งหมด ๓ ชุด ถวายจังหันใส่บาตรครูบาเฒ่าองค์นั้นไป
    จากนั้นก็พากันแยกย้ายกันเสาะหาไปตามวัดต่างๆ ถามต่อกันไปเรื่อยๆ ว่าครูบาเฒ่าตนหนึ่งมีลักษณะอย่างนี้ๆ ใครพบเห็นที่ใด เสาะหาไปเรื่อย คนเขาบอกว่ามีองค์หนึ่งเข้าลักษณะอยู่ทางอำเภอสะเมิง ก็พากันไปเสาะหา
    ไปพบไปเห็นท่านกวาดวัดอยู่ หมู่คนที่ไปก็ทำท่าไปค้าไปขายผ่านมาจึงมาขอพักที่วัด
    พักอยู่กับครูบาหลายวันจนคุ้นเคยกัน สังเกตได้ว่าบางวันตอนเช้ามืดก็เห็นท่านออกไปบิณฑบาต บางวันก็อยู่ในกุฎิไม่ออกมา แต่พอสายๆ ท่านก็เอาอาหารบิณฑบาตมาแบ่งให้ฉัน
    สังเกตดูอาหารไม่ใช่เป็นอาหารของชาวบ้านในแถบนั้น แต่ก็ไม่ว่าอะไร ทำความคุ้นเคยจนสามารถเข้าไปกุฎิของท่านได้ ได้โอกาสเขาก็เอาถ้วยกะลามาประกบกันดูทั้ง ๓ ชุด ปรากฎว่าเข้ากันได้ทุกชุดทุกอย่าง
    จากนั้นชาวเชียงแสนก็กราบเรียนท่านตามความจริงว่า มาเสาะหาครูบาเจ้านี้ได้เดือนปลายแล้วจึงเห็น ขอถ้วยกลับคืน พอกลับไปถึงเชียงแสนก็ประกาศบอกกันว่า...
    “เห็นแล้วครูบาเจ้าตนนั้นอยู่อำเภอสะเมิง”
    “มีฤทธิ์ มีกสิณฌานจริง ซานเหาะมาบิณฑบาตบ้านเมืองเราก็มาได้ ให้คิดดูเถอะไกลแสนไกลยังมาบิณฑบาตได้ทันเช้า
    เมื่อรู้จักกันกว้างขวาง ผู้คนก็แตกตื่นมากันมาทำบุญให้ทานกับครูบาเฒ่าตนนั้น คนเมืองเชียงแสน เรียกชื่อว่า “ครูบาเจ้ากะลา”

    พระเมืองเหนือองค์ที่รักษาธรรมวินัยของพุทธะไว้ได้ดี ก็ได้ดีจริง องค์ที่ไม่สนใจอันใดก็มีมาก

    ธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ
    เครดิต กลุ่มเครือข่ายชาวพุทธ ข้าวก้นบาตร
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    สัปดาห์แห่งการประกาศธรรม
    มาฆบูชา ๒๕๖๔
    วันที่ ๕
    ภาคค่ำ
    ธรรมกระจ่าง
    อิทธิฤทธิ์กับศาสนาพุทธ
    ------
    ถาม :
    ขอเรียนถามอาจารย์ครับ ในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าพูดถึงเรื่องการปล่อยวาง การละ แต่พอมีการนำไปเขียนหรือไปเป็นสื่ออื่น ๆ ทำไมต้องอ้างอิงถึงเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ทั้ง ๆ ที่มันเหมือนจะเป็นคนละทางกับคำสอนของพระพุทธเจ้าหล่ะครับ
    อาจารย์ไชย ณ พล ตอบ :
    จะว่าคนละทางก็ไม่ใช่ จะว่าทางเดียวกันก็ไม่เชิงอีกเช่นกัน
    คืออย่างนี้ ยกตัวอย่าง แก้วน้ำถ้าเราแบกอยู่เราจัดการอะไรกับมันไม่ได้ แต่พอเราปล่อยวางเราจัดการกับมันได้ ร่างกายตอนที่เรายึดถืออยู่เราจัดการอะไรกับมันไม่ค่อยได้ แล้วพอเราปล่อยวางเราพอจัดการได้ อารมณ์ก็เช่นกัน โลกก็เช่นกัน งานก็เช่นกัน ธรรมชาติก็เช่นกัน ตอนที่เรายึดธรรมชาติเราก็หลงใหลธรรมชาติ พอเราปล่อยวางธรรมชาติเราจะเป็นอิสระเหนือ อิสระทำให้เกิดภาวะแห่งอิสโร อิสโรคือผู้เป็นใหญ่ พอเราปล่อยวางธรรมชาติแล้วก็เลยมีอำนาจเหนือธรรมชาติ จิตที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติก็เลยมีฤทธิ์ไปในตัว พระอรหันต์จึงมีอริยฤทธิ์ทุกท่านไม่มียกเว้น นี่เป็นฤทธิ์อันเกิดจากอานุภาพจิต เป็นผลของพุทธศาสนา
    แม้พระสารีบุตรผู้เป็นเลิศทางปัญญา ท่านก็เป็นหนึ่งในสี่ที่มีมหาอภิญญา อภิญญาแปลว่าอภิปัญญา คือ
    1) อิทธิวิธี แปลงธาตุปรับสถานะธาตุได้ตามปรารถนา
    2) ทิพโสต มีหูทิพย์
    3) เจโตปริยญาณ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้
    4) ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้
    5) ทิพพจักขุ มีตาทิพย์
    6) อาสวักขยญาณ รู้การทำอาสวะให้สิ้นไป
    นั่นคืออภิปัญญา หรือ อภิญญาหก ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นญาณ คือปัญญาพร้อมการเห็นแจ้ง ไม่ใช่ความคิดซึ่งเป็นสังขารลูกของอวิชชา ส่วนมหาอภิญญาคือสามารถแปลงร่างให้เป็นอะไรก็ได้ตามปรารถนา
    พระไตรปิฎกสยามรัฐ ในโสณทัณฑสูตรเมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงอภิญญาแต่ละตัว ก็สรุปท้ายว่า “แม้นี้ก็เป็นปัญญาของเธอประการหนึ่ง” และในมหาสีหนาทสูตร ก็ทรงระบุอภิญญาแต่ละตัวว่า “นี้เป็นปัญญาสัมปทาของเธอประการหนึ่ง”
    ดังนั้น ปัญญากับฤทธิ์เป็นเรื่องเดียวกัน อยู่ใน Operating System เดียวกัน แต่ต่างกันที่ application การใช้เพื่อกิจต่าง ๆ
    เรื่องการใช้ปัญญา พระสารีบุตรเป็นเลิศ เรื่องการใช้ฤทธิ์ พระโมคคัลลนานะเป็นเลิศ นี่คือโครงสร้างพระศาสนา
    แต่ที่เล่นอิทธิปาฏิหาริย์กันในทำนองของคุณไสยอันนั้นเป็นอีก school หนึ่ง พระพุทธเจ้าเรียกว่าเดรัจฉานวิชา ทรงห้ามยุ่งนะ เพราะมันเป็นทางแห่งความเสื่อม การไปข้องเกี่ยวกับคุณไสยทำให้เกิดกรรมอย่างนี้ คุณไสยจะเป็นการใช้อำนาจของเปรตชนิดหนึ่ง เปรตบางจำพวกเค้าอดอยาก เมื่อเค้าอดอยากเค้าก็มาทำงานให้มนุษย์เพื่อให้มนุษย์ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เค้า การทำงานให้มนุษย์ก็คือแล้วแต่มนุษย์จะใช้ทำอะไร ก็ค่อย ๆ พัฒนาระบบเงื่อนไขมันขึ้นมา ว่าถ้าทำอย่างนี้ไปที่คนนี้ ให้ไปจัดการอย่างนี้ สัญลักษณ์ที่เราเห็นกันเป็นตุ๊กตาบ้าง เป็นหนังหมาหนังควาย เป็นตะปูนั่นแหละ แล้วพอเปรตทำงานให้ คนที่เป็นเจ้าของวิชาก็จะต้องเอาเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เปรต เปรตก็จะมีอาหารกิน ดังนั้นการที่เปรตไปทำอย่างนั้นก็เลยเป็นการ interfere มนุษย์ เป็นการบีบจิต บีบชีวิตมนุษย์ ซึ่งกรรมนั้นจะทำให้คนที่ทำวันหนึ่งจะต้องเป็นบ้า กรรมมันจะมาบีบให้ต้องเป็นบ้า ฉะนั้น เรื่องอิทธิฤทธิ์ประเภทคุณไสย พระพุทธเจ้าห้ามเด็ดขาด
    พระสมัยพุทธกาลมีฤทธิ์กันเป็นปกติ ก็มีเศรษฐีอยากชมฤทธิ์จะจะ เลยออกอุบายเอาบาตรไม้จันทน์หอมอย่างดีไปแขวนไว้บนยอดไม้ไผ่สูง 30 เมตร แล้วให้ประกาศว่า ใครสามารถขึ้นไปเอาไม้จันทน์ได้จะถวายบาตรนี้ ปรากฏว่าไม่มีสมณพราหมณ์หรือเจ้าลัทธิท่านใดทำได้เลย ผู้คนจึงโจษขานกันว่าโลกนี้ไม่มีพระอรหันต์ พระอรหันต์ไม่มีในโลกนี้ วันหนึ่ง ท่านพระโมคคัลลานะและท่านพระปิณโฑลภารทวาชได้ออกบิณฑบาตไปพบ ก็หารือกันว่า การที่ผู้คนเข้าใจอย่างนี้เป็นการลบหลู่พระอรหันต์ซึ่งมีอยู่จริง จะเป็นกรรมต่อพวกเขา ท่านพระปิณโฑลภารทวาชจึงอาสาเหาะขึ้นไปเอาบาตรลงมา เศรษฐีชาวบ้านต่างก็ตื่นเต้นยินดีโพนทะนา เศรษฐีก็มอบบาตรไม้จันทน์ให้ท่านปิณโฑลภารทวาช
    เมื่อกลับมาเวฬุวัน พระพุทธเจ้าทรงเรียกประชุมเพราะเหตุนั้น และบัญญัติสิกขาบท “ห้ามภิกษุแสดงฤทธิ์เพื่อลาภ ผู้ใดแสดงต้องอาบัติทุกกฎ” แต่ไม่ทรงห้ามใช้เพื่อการอื่น เช่น
    เพื่อการแสดงธรรม เช่นที่พระพุทธเจ้าและ ๔ อรหันต์ขึ้นไปแก้มิจฉาทิฏฐิให้ท่านพกาพรหมบนพรหมโลก
    เพื่อการปราบวิญญาณเกเร เช่นกรณีที่พระโมคคัลลานะใช้ฤทธิ์ปราบพญานาค
    เพื่อการยังศรัทธาให้เกิด เช่นท่านพระสารีบุตรคุยกับพระอินทร์พระพรหมเพื่อให้มารดาศรัทธา และโปรดมารดาให้เข้ามรรคผล
    เพื่อสังฆานุสติ เช่นที่พระพุทธเจ้าทรงให้พระอรหันต์ทุกท่านแสดงฤทธิ์ชุดใหญ่ก่อนทิ้งขันธ์เข้านิพพาน
    และเพื่ออื่น ๆ อีกมาก ทรงห้ามเฉพาะฤทธิ์เพื่อลาภเท่านั้น และปรับอาบัติเล็กน้อยที่สุด คือทุกกฎ
    จริง ๆ แล้วฤทธิ์อยู่คู่กับพระอรหันต์และพระศาสนาตลอด ทั้งเป็นส่วนสำคัญของพระศาสนา โครงสร้างพระศาสนาจึงมีทั้งผู้เป็นเลิศทางปัญญาและผู้เป็นเลิศทางฤทธิ์ หากเอาฤทธิ์ออกจากพระศาสนาก็เหมือนตัดร่างออกไปครึ่งตัว พระศาสนาจะไม่สมประกอบและอ่อนแอทันที เพียงแต่นักปฏิบัติต้องระวังนิดหนึ่ง คือ ต้องมุ่งบรรลุธรรมให้ถึงแก่นก่อน แล้วฤทธิ์เป็นผลจากการบรรลุธรรมตามธรรมชาติ จะเป็นของแท้แน่นอนและไม่เสื่อม อย่าไปมุ่งมั่นเอาฤทธิ์ก่อนการบรรลุธรรม ความเสี่ยงสูง ถ้าเอาฤทธิ์ไปสนองกิเลสตนหรือกิเลสคนอื่น จะต้องเสื่อมในที่สุด
    ประเด็นของคนที่ปฏิเสธฤทธิ์นี่ มาจาก 1) พวกที่ไม่สามารถสำเร็จอรหันต์ได้ 2) พวกขี้เกียจเข้าสมาธิ 3) พวกเมามันกับข้อมูล คิดว่าข้อมูลคือปัญญา จึงเข้าใจว่าฉันเข้าถึงศาสนาแล้ว แต่พระพุทธเจ้าทรงเรียกผู้รู้คัมภีร์แต่ไม่มีสภาวะจริงว่า ภิกษุใบลานเปล่า พวกนี้เลยพยายาม defend ความไม่เอาไหนของตัวเอง โดยการป่าวประกาศว่า พระพุทธเจ้าห้ามฤทธิ์ ฤทธิ์ไม่ใช่พุทธศาสนา นั้นเป็นบาปทั้งต่อพระพุทธเจ้า ต่อพระอรหันต์ทั้งหลาย ต่อพระศาสนา ต่อประชาชนที่หลงผิดตาม และต่อตนเอง เพราะกรรมนั้นจะทำให้ตนเองไม่บรรลุธรรม และไร้ฤทธิ์โดยสิ้นเชิงอีกนานแสนนาน น่าสงสารไปเลย
    อ่าน https://uttayarndham.org/node/5368
    =AZUJ5Iqei25iRBC5lII4QDirZVXXTivLumQPHdbCJI6WUA6HmG-NkDGuL38PQVzoOLfrRpTxzd2eH0Cx4m8aas9_BuAfnQIKBGrTYoIMHYyUyk9wFXdqNvQFvFrDB6HKrrGYkjdFK04dtm8Z8IIk_PH3ZFJeOU5rEJ1oQ7p_YQ53fy0B3h-S7OaEUtJwxOysVKo&__tn__=EH-R'] eqFJkeJw8GQxpbv4UK_afb_efkZymsOfaDDGpee0Z2Qp&_nc_ohc=fJ1MmLVu9bUAX8jvgn_&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    Izsplz_MqMk0AsYjLfMlk-ruBPkUR0324cLT76_Q7M_RPa_pqvUUy11o_Tz08XVPRvLRfuf6&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    1f4cc.png #สิ่งที่ทำไปแล้วไม่ต้องเสียใจแต่จงเสียดายถ้าไม่ได้ทำ
    ถาม:
    .......................
    ตอบ: จำไว้ว่าอะไรก็ตาม ถ้ายังไม่ได้ทำอย่าเพิ่งกลัว ถึงเขาบอกว่าทำไม่ได้ เราก็ต้องตื๊อทำให้ได้ แล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิต

    อาตมาคนหนึ่ง ใครว่าอะไรที่ไม่ได้ ไม่เคยเชื่อเลย หลวงพี่วิรัชเป็นหมอดูชั้นยอดของวัดท่าซุงเลยนะ ตำราของท่านสุดยอดมาก ท่านยืนยันว่าอาตมาจะสึกในพรรษาที่สามแน่ ท่านดูมาเป็นสิบราย คนที่ดวงตกลักษณะอย่างนี้สึกหมดทุกคน อาตมาถามว่า "ถ้าผมไม่สึกล่ะ ?" ท่านบอก "ถ้าไม่สึกผมยอมเผาตำราทิ้งเลย" ตกลงหลวงพี่วิรัชต้องเผาทิ้งทั้งหมดเลย

    น่าเสียดายเหมือนกันเพราะว่าท่านเก็บลายมือของลูกค้าเอาไว้เป็นปึก ๆ เลย ใครไปดูหมอท่านจะขอปั๊มลายมือเก็บไว้หมด เอาไว้เป็นตัวอย่างศึกษา เสียดายเหมือนกันคือคนบ้า ๆ อย่างอาตมาจะนอกเหตุเหนือผลอยู่แล้ว คือถ้าท่านท้าอาตมาก็สู้ แต่ว่าตอนนั้นรู้สึกว่าแย่มาก จะไปแหล่ไม่ไปแหล่เหมือนกัน ที่ตื๊ออยู่ได้เพราะอยากจะเอาชนะเท่านั้น

    เพราะฉะนั้น...อะไรที่เขาบอกว่าเราทำไม่ได้ต้องพยายามทำ #อะไรที่ทำไปแล้วไม่ต้องเสียใจ #แต่จงเสียดายถ้าไม่ได้ทำ..!

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

    ที่มา : www.watthakhanun.com
    #ชุมชนคุณธรรมฯวัดพุทธบริษัท
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #แบ่งปันธรรมะ
     
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    VfjgQ1lmIE8gtR83NOs5p1onc_KeYROQrAEXxZkvbRSu&_nc_ohc=H0FPul5sRGwAX_83HrF&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ถาม : ตอนนี้เหรียญบิตคอยน์ต่าง ๆ กำลัง "บูม" มาก ผมจะเล่นบ้างดีไหมครับ ?
    ตอบ : ก่อนที่คิดจะเล่นอะไร อันดับแรก ต้องยอมรับความเสี่ยงนั้น ๆ ให้ได้ก่อน แปลว่าต้องพร้อมที่จะสูญเสีย ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราคาดหมาย อันดับที่ ๒ อย่าโลภมาก ตั้งเป้าหมายไว้ต่ำหน่อย ว่าถ้ากำไรกี่เปอร์เซ็นต์เราจะขายและเอาเงินสดออกมา อันดับที่ ๓ ระวังเรื่องของอนาคตไว้ด้วย ถ้าเขาเก็บภาษีเงินได้เมื่อไร ต้องยอมจ่ายแต่โดยดี..!
    __________________
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
    ภาพและที่มา : เว็บวัดท่าขนุน
     
  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536

    "ตอน พ.ศ.๒๕๓๐ หลายท่านยังไม่เกิด #อาตมาเองปีนั้นท้อใจมาก #อยากจะสึกหาลาเพศ เพราะว่าหลวงพี่ชัยศรี อดีตเรืออากาศโท #ใครก็คิดว่าท่านจะอยู่เป็นตัวแทนหลวงพ่อวัดท่าซุงก็สึก หลวงพี่พรสรรค์ที่เป็นกำลังใหญ่ในการทำหนังสือธัมมวิโมกข์ก็สึก หลวงตาแสวง มหาเปรียญรูปเดียวของวัดท่าซุงก็สึก

    หลวงพี่เกรียงไกรนี่ต้องบอกว่าลีลาพระธุดงค์แท้เลย อยู่ในกุฏิยังกางกลด มีเวลาออกนอกวัดเมื่อไรแบกกลดสะพายบาตรไปทันที..ท่านก็สึก พี่ ๆ เขาอยู่กับหลวงพ่อมาเป็นสิบปียังสึกกัน #แล้วกูจะอยู่ได้ไหมวะ ? #นึกอย่างนั้นจริง

    ปรากฏว่าวันนั้นทำกรรมฐานที่ตึกธัมมวิโมกข์เสร็จ ก็เดินเลาะทางด้านข้างตึกออกมาทางตึกกลางน้ำ เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายตรงด้านหน้าศาลา ๒ ไร่มาด้านกุฏิ ๑๐ หลัง กลับกุฏิตัวเอง เดินผ่านกุฏิกลางน้ำที่หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านพัก เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า “#หลวงพ่อครับ #ไอ้น้ำหน้าอย่างผมนี่ #จะบวชอยู่ได้ไหมครับ ?”

    วินาทีนั้นภาพต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างหายหมดเลย #เห็นแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า #ลักษณะพระพุทธลีลาองค์ใหญ่เต็มฟ้า #พระหัตถ์ซ้ายของพระองค์ท่านจูงมืออาตมา #พระหัตถ์ขวาชี้ไปโน่น..สุดขอบจักรวาล เห็นแสงสว่างลิบ ๆ เหมือนกับเพชรอยู่โน่น...

    ท่านบอกว่า “#พระนิพพานอยู่ตรงนั้นนะลูก #ไปให้ได้นะ” ทุกวันนี้ก็ยังเห็นภาพนั้นอยู่ ถึงได้มานั่งเขียนบันทึกประจำวันปลอบใจตัวเอง แต่บังเอิญเป็นลูกหลานสุนทรภู่ เลยเขียนเป็นกลอน ส่วนหนึ่งไว้ว่า

    ฯลฯ ข้างหน้าโน้นลูกเอ๋ย.........ตรงไปเลยพระนิพพาน
    จะพ้นจากสงสาร.......................สราญสมดั่งใจจง ฯลฯ

    สรุปว่า..จากที่ตั้งใจบวช ๗ วัน เลยอยู่มาจนป่านนี้ ลืมไปว่าถ้าเป็น ๗ วันข้างบนนี่เยอะนะ..!

    โอวาทช่วงบวชเนกขัมมะ ๒๐-๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๖
     
  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    Xa-aVhcHMFF81TlpTl_68DA0iPyqGsq6qUa00urygyEB&_nc_ohc=RSFBQ3qY8Y0AX9F1FR8&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    iujVI8_L3t2Vwl50ewy_YKchmWX5fmIhmplL7zJ29tD7&_nc_ohc=auCNbavyT2gAX_y0lKh&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    "สมัยก่อนเวลาเห็นหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านไอ บางครั้งท่านก็ไม่มีเสียงพูด ท่านใช้วิธีควักยาหม่องขึ้นมาเป็นก้อน แล้วก็ควานเข้าไปในคอ อาตมายังไม่เด็ดขาดแบบหลวงพ่อ เพราะฉะนั้นถ้าพูดไม่ได้ ไม่มีเสียงก็เลิกพูด ส่วนหลวงพ่อท่านตั้งใจสงเคราะห์ แม้กระทั่งชีวิตร่างกายตนเองก็ไม่เสียดายแล้ว เวลาท่านพูดไม่ได้ ก็ใช้วิธีควักยาหม่องเป็นก้อน แล้วก็ควานคอหอยตัวเอง

    พอท่านไม่มีกำลังก็ใช้ยาหอมภูลประสิทธิ์ ตราพระอาทิตย์ดั้นเมฆ อาตมาเคยลองชิมไปหน่อยเดียว ตาสว่างไปทั้งวันเลย ถึงได้บอกว่ายาหอมที่แรงที่สุด น่าจะเป็นยาหอมภูลประสิทธิ์ ประมาณว่าคนตายยังฟื้น อะไรทำนองนั้น

    เวลาอยู่วัด พอมีงานท่านไม่ไหว ท่านทำมืออย่างนี้ (กำมือชนกัน) หลวงพี่ประทีปก็ต้องไปเตรียมกาแฟ เสร็จแล้วก็เทเครื่องดื่มยี่ห้อวัวแดงลงไปครึ่งขวด แปลว่ากาแฟธรรมดาเอาไม่อยู่ จึงต้องเติมวัวแดงลงไปครึ่งขวด

    ส่วนใหญ่สมัยนั้นพองานหนัก รุ่งขึ้นก็ไปไม่รอด มักจะเหลืออาตมาบิณฑบาตอยู่รูปเดียว เพราะหลายท่านก็พึ่งกาแฟ หลายท่านก็พึ่งเครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม โดยเฉพาะทหารตำรวจที่ดูแลวัด ถึงเวลาก็วิทยุเข้ามา "หลวงพี่ครับ...ขอ ๑ ลัง" "เอ้อ..ไปยกเอาที่ร้านป้ากิมกี ให้ลงบัญชีข้าไว้" เดี๋ยวตอนบ่ายก็เอาอีกแล้ว "หลวงพี่ครับ ขอ ๑ ลัง"

    ปกติเครื่องดื่มชูกำลังห้ามกินเกิน ๒ ขวด ตกลงพวกเอ็งกินกันเป็นลังเลย แต่ก็ให้เพราะว่าเขาทำงาน โดยเฉพาะเวลาวัดมีงานประจำปี หรืองานเป่ายันต์เกราะเพชรนี่ รถมาทั้งวันทั้งคืน โบกกันจนยกแขนไม่ขึ้น"

    "ถามว่าอาตมาเอาเงินที่ไหน ? ก็เงินที่โยมถวายมาบ้าง รับสังฆทานบ้าง ออกกิจนิมนต์บ้าง เพื่อช่วยให้งานวัดไปได้ก็สละ ควักกระเป๋าจ่ายเอง

    คราวนี้พอใช้เครื่องดื่มกระตุ้นตัวเอง เลิกงานก็หงายแผ่กันหมด ส่วนอาตมาใช้วิธียืนด้วยตัวเอง ไม่ใช้เครื่องดื่มชูกำลังกับใคร นอนไป ๑ คืน ลุกได้ก็ไปบิณฑบาต คนอื่นลุกไม่ขึ้น พลังงานสำรองหมด เพราะฉะนั้น...หลังงานสายบิณฑบาตสายใต้จะเหลืออาตมาเดินบิณฑบาตโด่เด่อยู่รูปเดียว ลูกแถวหายหมด

    ทุกวันนี้ก็ยังมีนิสัยเหมือนเดิมก็คือกินน้ำเปล่าเป็นหลัก อย่างดีถ้าใครมีเมตตาส่งน้ำชามาให้ก็จะรับ แต่อย่างอื่นไม่เอา เพราะว่าน้ำชาฉันไปยังพอมีประโยชน์บ้าง อย่างอื่นนี่โทษมากกว่าประโยชน์ก็เลยไม่แตะกับใคร

    ไปให้หมอตรวจสภาพ หมอบอกสภาพหัวใจดีมาก เส้นเลือดไม่มีตีบไม่มีตันเลยสักเส้นเดียว ถามว่าทำไม ? อ๋อ...ไม่ค่อยได้กินอะไรที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ปกติไขมันอุดตัน...ใช่ไหม ? อาตมานี่ไขมันจะพอกตัวยังไม่มี จะเอาอะไรไปอุดตัน สรุปว่าถ้าอาตมาตาย คงตายด้วยโรคอื่น ไม่ได้ตายด้วยโรคหัวใจหรอก"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๑
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนา #watthakhanun
     
  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    +++ รู้ให้รู้อยู่แก่ใจ อย่าไปขยายความ +++
    "พวกเราจะมีอยู่จำนวนมาก ประเภทที่แสนรู้ พูดอย่างหนึ่งแล้วไปทำอีกอย่างหนึ่ง คิดตีความเองเสร็จ #แล้วก็เกิดการทะเลาะแตกแยกกัน แบบเดียวที่ไปฟันธงว่าใครเป็นรัชกาลที่ ๑ ใครเป็นรัชกาลที่ ๕ ไปดึงฟ้าต่ำอย่างนั้น เท่ากับหาเรื่องติดคุก #ถ้าหากว่าเป็นเรื่องสมควร #หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านพูดชัด ๆ ไปแล้ว ต้องเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ท่านจึงได้พูดเป็นปริศนาเท่านั้น

    รู้ให้รู้อยู่แก่ใจ #อย่า....ไปขยายความ..! #เพราะว่าเราไม่ได้มีปฏิสัมภิทาญาณที่รู้รอบแบบนั้น ท่านรู้ว่าท่านพูดแค่ไหนแล้วจะพอดี แต่มักจะเจอพวกลูกศิษย์แสนรู้ไปขยายความต่อ เขารู้สึกเป็นเกียรติ มีหน้ามีตามากเลย ที่ได้ไปขยายความโง่..!"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๓
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    Cp4PzaszvxAKZtzM4aClajngBDABlMuNPGB3cX-lhK5-&_nc_ohc=9h2o55QA-DYAX_anh74&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    มีเรื่องราวหนึ่งที่เกี่ยวกับพระอาจารย์คม อภิวโร ที่แอดมิน นำมาให้อ่านอยู่เสมอๆ แอดคัดลอกมาจากเพจหนึ่ง เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่า.....
    ทำไมเมื่อครั้งพุทธกาลเพียงได้ฟังคำเทศนาจากพระพุทธองค์ หรือพระอรหันต์แล้ว ทำไมถึงบรรลุได้ง่ายนัก หรือแม้เพียงแต่ได้พบจิตที่สับสนก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
    ลองอ่านดูครับ ท่านอาจจะได้รับคำตอบ
    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 ผมได้ตั้งใจนำเหรียญพระอวโลกิเตศวร หลังยันต์หัวใจปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรจำนวนหนึ่ง ไปถวายพระอาจารย์คม เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมคีรี ที่สโมสรบ้านแมกไม้รามอินทรา
    ในวันนั้นตั้งใจว่า ถ้าได้พบแลสนทนากับท่าน จะถามท่านว่า ท่านมีการพิจารณายังไงบ้างเกี่ยวกับเรื่องของกามคุณ ซึ่งผมเองก็รู้ว่า การถามเช่นนี้ถ้าถามไม่ดี จะฟังดูเป็นการลบหลู่ท่าน และผมเองก็อยากถามท่านถึงแนวทางหลักปฏิบัติของท่านด้วย
    วันนั้นผมไปค่อนข้างสาย คือ สิบโมงกว่าๆ พอไปก็เข้าไปนั่งฟังธรรมเทศนาจากท่าน โดยนั่งอยู่ในส่วนที่เห็นท่าน แต่ท่านไม่อาจเห็นผมได้ถนัด(วันนั้นผมกับท่านไม่เคยเจอกันมาก่อน)
    น่าแปลกมากตอนที่ผมนั่งอยู่และตั้งใจฟัง ท่านกล่าวถึงอำนาจของกามคุณ และวิธีการเจริญอสุภกรรมฐาน ซึ่งตรงกับที่ผมอยากถามพอดี จากนั้นท่านต่อด้วยการเจริญสติโดยทุกอริยาบถอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจ ของการปฏิบัติที่แท้จริง
    ผมฟังได้ประมาณไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ท่านกล่าวถึงหัวใจของการปฏิบัติทั้งนั้น ส่วนตัวรู้สึกนับถือแลเลื่อมใสธรรมที่ท่านแสดงไว้เป็นอย่างมาก ส่วนอื่นที่ท่านอธิบายเป็นการอธิบายรายละเอียดให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจฟัง ซึ่งผมเองเข้าใจหมดจึงจะเดินออกไปเพื่อนำของมาถวายผ่านลูกศิษย์ เนื่องจากมีคนจำนวนมากจึงไม่อยากรบกวน
    แต่ระหว่างที่จะเดินออกไปนั้น ผมเห็นแสงเป็นสายพุ่งออกจากจิตพระอาจารย์ พุ่งออกจับไปยังจิตทุกท่านที่นั่งฟังในเวลานั้น ผมพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเข้าใจแล้วจึงเดินออกไปนำเอาของมาถวายผ่านลูกศิษย์ท่าน จากนั้นจึงกลับไป
    หลังจากวันนั้น 2 วัน วันที่ 3 กันยายน 2562 ท่านพระอาจารย์พร้อมกับพระอาจารย์อีก 5 ท่านได้เดินทางมาที่บ้านผมตอนเกือบเที่ยง ซึ่งยังความยินดีปลื้มใจและแปลกใจสำหรับผม
    การได้สนทนาธรรมกับท่านเป็นการส่วนตัว ทำให้ซาบซึ้งถึงปัญญาและเมตตาบารมีของท่านได้เป็นอย่างดี ผมจึงได้เอ่ยความในใจว่า
    "ที่อยากไปถามท่าน เนื่องด้วยเห็นว่าท่านเป็นภิกษุที่มีรูปโฉมสง่างาม ท่านจะรับมือกับเพศตรงข้ามอย่างไร แต่พอผมไปถึงท่านกลับเทศน์สิ่งนั้นพอดีอย่างน่าประหลาดใจ พอผมนึกอยากฟังหลักการปฏิบัติของท่าน ท่านก็เทศน์ขึ้นมาอีกเป็นเวลาอย่างละนาที ยังความแปลกใจให้ผม
    แต่ที่น่าทึ่งคือ ท่านใช้พลังจิตของท่านพุ่งออกมาจับไปยังจิตของทุกคน เพื่อให้เขาเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย จิตตานุภาพช่างแก่กล้ายิ่งนัก ที่เคยพบคงมีแต่พระเกจิที่ฝึกมาอย่างต่ำ 50 - 60 ปี แต่อายุท่านเองแค่เท่านี้กลับฝึกได้ถึงขั้นนี้ได้ เพิ่งพบเห็นเป็นท่านแรก"
    ท่านกล่าวว่า "เพราะท่านได้ครูบาอาจารย์ดีอย่างคุณแม่(คุณแม่จันดี โลหิตดี)"
    ผมรู้สึกชื่นชมในคำตอบที่ถ่อมตนและกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ก่อนเสมอของท่าน จึงกล้าที่จะถามต่อไปว่า
    "ท่านก็ทราบว่า การใช้พลังจิตในระดับนั้น เวลาเทศนาธรรมท่านจะสูญเสียพลังชีวิตด้วย และเมื่อหลังจากเทศน์แล้วท่านจะเหนื่อยมากเป็นพิเศษ ผมแปลกใจมากที่ท่านทำเช่นนี้"
    พระอาจารย์ท่านมองมาที่ผมสักพัก ท่านตอบอย่างหนักแน่นว่า
    "อาตมามีเพียงแต่กระทำเพื่อประโยชน์ของพระศาสนาเท่านั้น แม้ชีวิตก็พลีให้ได้"
    ผมฟังแล้วซาบซึ้งใจมาก กราบท่านได้อย่างสนิทใจ สมแล้วที่เป็นทายาทธรรมของคุณแม่จันดี
    เรื่องของพระอาจารย์คม ทำให้ผมนึกถึงที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
    ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นของ ๔ อย่างว่าเป็นของเล็กน้อย คือ
    (๑) อย่าดูถูก ดูหมิ่นกษัตริย์ว่ายังทรงพระเยาว์
    (๒) อย่าดูถูก ดูหมิ่นงูว่าตัวเล็ก
    (๓) อย่าดูถูก ดูหมิ่นไฟว่าเล็กน้อย
    (๔) อย่าดูถูก ดูหมิ่นภิกษุว่ายังหนุ่มอยู่
    ของ ๔ อย่างนี้ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นว่าเล็กน้อยไม่สำคัญเพราะ
    (๑) พระมหากษัตริย์แม้ยังทรงพระเยาว์ แต่ก็มีพระราชอำนาจมาก ลงพระราชอาญาอย่างหนักได้
    (๒) งูพิษแม้ตัวเล็ก ก็กัดคนให้ตายได้
    (๓) ไฟเพียงเล็กน้อย ก็อาจเผาบ้านเรือนผลาญชีวิตคนได้
    (๔) พระภิกษุแม้ยังหนุ่มน้อย แต่เป็นผู้มีศีล ผู้ใดประทุษร้ายต่อภิกษุผู้มีศีล ผลแห่งกรรมชั่วย่อมแผดเผาผู้นั้น
    พระอาจารย์คม ท่านได้กล่าวตั้งปณิธาณไว้ว่า
    “พระพุทธองค์ทรงมีพระคุณยิ่งใหญ่มาก อาตมารู้สึกยังทดแทนพระองค์ท่านได้น้อยเหลือเกิน อาตมาไม่มีความห่วงใยอาลัยอาวรณ์กับชีวิตตนเองเลย อาตมาพอจะเอาตัวรอดได้แล้ว มีแต่ความเห็นใจทุกท่าน ปรารถนาให้ทุกท่านได้มีหลักใจ เป็นที่พึ่งของตนเองได้ เป็นที่พึ่งผู้อื่นได้ เวลากำลังหมดไปๆ ประมาทไม่ได้ ดังนั้นอะไรที่อาตมาสามารถรับใช้ผู้อื่นให้ถึงความพ้นทุกข์ได้ เป็นประโยชน์พระพุทธศาสนาได้ อาตมายินดีอย่างยิ่ง”

    Cr.ตำนานศักดิ์สิทธิ์ทั่วโลก บันทึกพิศวง ตอนที่ 23 จิตตานุภาพอันกล้าแข็ง
    https://www.facebook.com/ศักดิ์สิทธิ์-490609941416175/
     
  16. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    lqnNzAG2jUtowYjjGAQCBBTgX1r4SGkC3K_rFgzuMA0q&_nc_ohc=4W9hxYd33QsAX_U6KmR&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    +++ เงินงอกหนึ่งล้านบาท +++

    พระอาจารย์กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตู้วัตถุมงคล "วันนี้หาให้ได้นะว่าเงินมาจากไหน ? ของหนูงอกแค่สองพันบาท รู้ไหมว่าพี่ฝู (พัชรีภรณ์ หยกอุบล) เขาส่งเงินหลวงตา งอกมาหนึ่งล้านบาท #จนป่านนี้พี่ฝูยังหาไม่ได้ว่าเงินมาจากไหน ?

    หลวงตาก็สงสัยเหมือนกันว่างอกทีหนึ่งเป็นมัดขนาดนี้เลยหรือ ? แต่พี่ฝูเขาก็ยืนยันตัวเลขมาว่าไม่พลาด #หลวงตาก็เลยได้เงินจากบุคคลผู้ตั้งใจทำบุญโดยไม่แสดงตัวตนหนึ่งล้านบาท..ขออนุโมทนา..!"

    เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๔
     
  17. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    จิรภัทร ธีรกิจเมธา
    8 สิงหาคม 2019 ·
    กายในท่าน #สวยสว่างจนจะร้องไห้
    วันนี้..คันปาก อยากเล่านิทาน
    ให้เพื่อนๆอ่านอีกเเล้ว ทักมากันเยอะ
    เลย ช่วยเล่าเรื่องครูบาอาจารย์ เพื่อ
    เป็นกำลังใจ หึกเหิม ในการปฏิบัติที
    หรือเอาเรื่องของผมก็ได้ นั่น!!
    ฉันนี่ยังเลวเยอะ ไม่มีความดีอะไร
    มาอวดใครได้หรอก ครับ
    เเต่วันนี้ จะมาเล่านิทาน ตามคำขอ
    เเละโปรดอย่าคิดว่า ฉันออกมาโปรโมทย์
    ครูบาอาจารย์ ให้ท่านมีชื่อเสียงโด่งดัง
    เพราะองค์นี้ ท่านดังของท่านอยู่เเล้ว
    สร้างวัดหมดไปหลายร้อยล้าน
    รับตำเเหน่งองค์เดียว 20 ตำเเหน่ง
    จนองค์ท่านเองบอกว่า ยังจำตำเเหน่ง
    ตัวเองได้ไม่หมด !! ท่านทำได้ขนาดนี้
    เเล้วบารมีต้องขนาดไหน คิดดูเองครับ
    เเต่วันนี้..
    ผมเเค่อยากสรรเสริญครูบาอาจารย์
    เป็นสังฆานุสติ เเละช่วยเสริมกำลังใจ
    ให้ผู้ที่ต้องการ ได้อ่านเท่านั้น นะ
    ( ท่านใดไม่ต้องการ เลื่อนผ่านไปดีๆ
    ได้เลย ขอบพระคุณมากๆครับ )
    #วานก่อน ที่ไปบ้านเติมบุญ ที่ได้
    ถวายทองคำเเท่งกับหลวงพ่อเล็ก ไป
    ช่วงเวลาที่รอคอย คือช่วงของการ
    เจริญพระกรรมฐาน ก่อนที่จะเข้าบ้าน
    เติมบุญ ก็ปรากฏสมเด็จปู่องค์ปฐม
    ( เอาภาษาบ้านๆนะ ) ทรงประทับนั่ง
    เด่นเป็นสง่าพร้อมวิมาน ใหญ่กว่าบ้านอีก
    มีเทวดา เยอะเยะ ไม่ได้นับเลย
    ฉันน้อมกราบอย่างชื่นใจ ก่อนเข้าไป
    ในบ้าน พอเจริญพระกรรมฐาน
    ก็อธิษฐานขอเมตตาหลวงพ่อเล็ก
    ขอชมกายในหลวงพ่อสักครั้งเถิดขอรับ
    พอใจสบาย ออกมา ก็พบท่านปู่ท่านย่า
    ก็กราบท่านก่อน ไม่ได้พูดอะไร
    ท่านปู่ชี้ไปที่หลวงพ่อเล็ก โอ้ววว !
    กายหลวงพ่อ สวยมาก สว่างมาก
    หมดจดเเล้ว ขณะที่มองหลวงพ่อ
    ฉันจะร้องไห้ เเต่ไม่ไช่ปิติ มันเป็น
    วิปัสนา ฉันคิดตามว่า ทำไมสวยขนาดนี้
    " ฉันอยากสวยเเบบนี้ " นี่ล่ะ ไอ้อารมย์
    อยากสวยเหมือนท่าน มันทำให้เห็น
    ความโสโครกของร่างกาย เราอยู่กับ
    มันมาได้ไง ยิ่งคิดก็ยิ่งจะร้องไห้
    เเละอีกอย่าง รู้สึกดีใจ เหมือนมี
    พระมหากษัตริย์มายืนตรงหน้า
    ทำอะไรไม่ถูก จุกที่คอ
    สักพัก ก็ปรากฏหลวงพ่อฤาษีฯ
    เดินๆเคาะหัวบางคน รอบนี้ผมไม่โดน
    ( จริงๆท่านมาตั้งนานเเล้วล่ะ ไม่ไช่
    สมาทานพระกรรมฐานเเล้วค่อยมา )
    ท่านปู่บอกว่า ไปกราบพระพุทธเจ้า
    ก่อน เเละสวดพระคาถาเงินล้าน
    3 จบ ที่เบื้องพระพักตร์ ตั้งใจยกให้
    ทุกคน ที่ฝากปัจจัยเอ็งมาทำบุญ
    ฉันทำตามท่านปู่บอก พอลงมา
    หลวงพ่อฤาษีฯก็ยังอยู่ ท่านไม่เคย
    พูดกับฉันเลย ไม่เป็นไร โอกาศหน้า
    วันนี้ เหมือนเวลามีน้อยมาก เร็วมาก
    ยังทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน
    สัญญานหมดเวลาก็ ดังเสียก่อน
    ในคืนนั้น เเละตอนเช้าที่ถวายทอง
    หลวงพ่อเล็กมองหน้าฉันบ่อยมาก
    ในลักษณะจ้องเลย เวลาคุยกับท่าน
    ท่านยื้มให้ เเละมองตาฉัน มีคุยเเบบ
    เล่นมุขด้วย ฉันมีความสุขเหลือเกิน
    ( ปกติฉันไม่เคยเห็นเเบบนี้ )
    ฉันเห็นคนเถียงกันเรื่องท่าน ตามปกติ
    ฉันก็ไม่ได้สนใจอยู่เเล้ว ยิ่งมาเห็นเอง
    ยิ่งหมดความใส่ใจกับคนเหล่านั้นเลย
    เพราะท่าน เป็นพระสงฆ์จริงๆ เป็น
    เนื้อนาบุญที่มีเเต่การสงเคราะห์ จริงๆ
    เป็นพระที่จบกรรมฐาน ๔๐ ยุคนี้ จริงๆ
    เป็นพระอรหันต์ ปฏิสัมภิทาญาน จริงๆ
    ( อย่ามาเชื่อฉันนะ ไปพิสูจน์กันเอง )
    ท่านเมตตามาก ภายนอกเหมือนจะ
    มีหลักการ ดุๆหน่อย เเต่จริงๆเเล้ว
    ท่านเมตตามาก ใครที่จิตอ่อนๆหน่อย
    คงจะร้องไห้ได้เลย เมื่ออยู่ไกล้ท่าน
    เเล้วกันน่ะ ไม่เชื่อไปลองดูกันนะ
    ส่วนใครจะบอกว่าฉัน ยึดติดครูบาอาจารย์
    ฉันก็จะบอกตรงนี้เลยว่า ฉันจะติดท่าน
    เป็นสรณะ จนเข้านิพพานนั่นเเหละ
    "ถึงฉันจะเกิดไม่ทันสมัย ลพ.ฤาษีฯ
    เเต่ฉันเกิดทัน หลวงพ่อเล็ก "
    สุดท้าย ขอน้อมนำคำสอน ลพ.เล็ก
    ที่ก้องในใจฉันเสมอๆ เรื่อยมา ว่า..
    " ทำให้จริง "
    วันนี้พอก่อนครับ พิมเยอะเครื่องค้าง
    ท่านใดอ่านมาถึงตรงนี้ ช่วยพิม
    "น้อมกราบเเทบเท้า
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม ดร.
    ด้วยเศียรเกล้า ฯ "
    ให้ฉันทีนะครับ ไว้วันหน้า ฉันจะมาโม้ใหม่
    นิพพานะ ปัจจะโยโหตุ ปัจจุบันเน กาเล
     
  18. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    พระอาจารย์กล่าวว่า "ถ้าหากว่ามีภาชนะอะไร ก็ตุน ๆ น้ำเอาไว้บ้างนะ #อีกเดือนเดียวก็จะแล้งสาหัสแล้ว เดี๋ยวต้องเดือดร้อนเทวดากวาดฝนมาให้ เอามาลงให้เรา ที่อื่นก็หมด ทรัพยากรมีน้อย โดยเฉพาะดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไป อาจจะมีฤดูหนาวที่ยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ #ในซีกโลกตะวันตก #ต้องบอกว่าน่าสงสารมาก #เพราะว่ายิ่งหนาวนาน #พืชผักอะไรก็ไม่มี ถ้าไม่มีทรัพยากรอื่นไปซื้อขายแลกเปลี่ยน ดีไม่ดีก็ได้อดตายกันบ้าง

    อาตมาไปดูมาหลายปีแล้วในส่วนที่หลวงปู่ หลวงพ่อ หรือพระท่านเคยบอกไว้ #เกี่ยวกับการที่ขั้วโลกขยับเปลี่ยนทิศ #ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนไปด้วย #วันก่อนท่านให้ดูลมกรด โบราณเรียกว่า ลมกรด ไม่รู้ว่าในปัจจุบันนี้เขาเรียกว่าอะไร เป็นพายุอยู่ในระดับชั้นบรรยากาศสูง ๆ โน่น #ผลกระทบโดยตรงกับโลกเรายังไม่มาก แต่ผลกระทบกับพวกโลกทิพย์มีมาก เพราะว่าถ้าสภาพของกายทิพย์ไม่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่สามารถที่จะฝ่าผ่านไปได้ ต้องโดนบดทำลาย #ทำลายได้แม้แต่กายทิพย์เขาเลยเรียกว่าลมกรด ฟังดูแล้วก็บ้าดีนะ เอาไว้ญาติโยมค่อย ๆ ไปหาเอาก็แล้วกัน ว่าหน้าตาลมกรดเป็นอย่างไร"

    เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๔
     
  19. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    YFHn-EZX8lrp2dQTAJt_oDogMvb7RDGBqkDBmqqXJnID&_nc_ohc=8NhgVO1mH7UAX_7ue3y&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    พระอาจารย์เอารูปสิงโตกับช้างให้ดู "ดูที่งวงช้างสิ จะเดินทางข้ามทะเลทรายแล้วลูกสิงโตไปไม่ไหว แม่ช้างก็เลยช่วยอุ้มลูกสิงโตไป แม่สิงโตก็เดินตาม ลักษณะอย่างนี้ติดหนี้กันไปหลายชาติเลย ดังนั้น..ให้พยายามช่วยคนอื่น อย่าให้คนอื่นมาช่วยเราเลย เสียเวลาไปใช้หนี้เขา"

    เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๔
     
  20. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,361
    กระทู้เรื่องเด่น:
    490
    ค่าพลัง:
    +65,536
    aatWfwPAW8sqDHIjlzo2WAYy0CHMkC8zk2MA40xe3kki&_nc_ohc=SO29Qz6BeWcAX9TZgbC&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    "อาตมาอยู่ที่ไหนมักจะจูงคนส่วนมาก ไม่เคยให้คนส่วนมากจูงไป ถ้ารักจะทำความดีเลือดบ้าต้องมีมากพอเหมือนกัน

    โดยเฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า “พวกแกจะทำความดีก็ต้องบ้า และบ้ากว่าปกติหลายเท่าด้วย ไม่อย่างนั้นแกไปไม่รอด เพราะสังคมเดินสวนทางกับแก แล้วเขาก็บอกว่าแกเดินผิดทาง”

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...