@@..คำครู ผู้ชี้-นำ-อุปถัมภ์ สู่พระโพธิญาณ & เรื่องเล่าจากกัลยาณมิตร.@@

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 10 กรกฎาคม 2015.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    YJPFAi46G11GSqepdpdCagMAHl2Lijt8k8SwaWR9Mvc9&_nc_ohc=QDrd9Fnnh3kAX8vac39&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    “กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นโลกธรรมที่ครอบงำเอาไว้เท่านั้น หามีความจีรังยั่งยืนเป็นแก่นสารไม่ ไม่สมควรมายึดเป็นสรณะ เพราะโลกธรรมเหล่านั้น ถือได้ว่าเป็นเครื่องพันธนาการ เป็นเครื่องผูกมัด เป็นเครื่องสมมติ

    ...................เหมือนกับละครฉากหนึ่งเท่านั้น...............

    ไม่ใช่ของแท้แน่นอน เป็นของอนิจจัง มีความไม่เที่ยงแท้ มีความทุกข์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา เป็นเครื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น แต่คนทั่วไปคิดว่า เป็นเรื่องจริงจัง รู้ไม่ทันจึงตกเป็นทาสของมันให้เกิดกิเลส เพื่อเข่นฆ่ากัน เพื่ออำนาจสิ่งเล่านี้”


    หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

    ***********************
    https://www.facebook.com/amatatum1
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    พระอาจารย์กล่าวถึงเรื่องฤกษ์ยามให้ฟังว่า "เท่าที่ศึกษามา ฤกษ์ที่น่าใช้ก็คือ ระยะเวลาที่เป็นปลายทลิทโทฤกษ์ (ฤกษ์ขอทาน) แล้วต่อด้วยมหัทธโนฤกษ์ (ฤกษ์มหาเศรษฐี) ช่วงที่คาบกันเกี่ยวกันระหว่างนั้น หมายถึงว่า ถึงลำบากอยู่ก็จะสบายทันที เป็นเคล็ดวิธีที่โบราณาจารย์ท่านแนะนำมา

    แต่สำหรับภูมิปาโลฤกษ์ (ฤกษ์รักษาแผ่นดิน) เหมาะสำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือไม่ก็ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นไป เพราะเป็นผู้รักษาเมือง"

    ถาม : หนูเกิดเพชฌฆาตฤกษ์ค่ะ
    ตอบ : เพชฌฆาตฤกษ์ก็ดี เพราะว่าเป็นคนที่ทำอะไรเด็ดขาด ถึงเวลาตัดสินใจ "ไม่" หรือ "เอา" คำเดียว..ก็จบเลย
    __________________
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

    คัดลอกข้อความมาจาก
    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2173
    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    1f338.png เคล็ดลับในการภาวนาพระคาถาเงินล้าน 1f338.png
    1f496.png พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่สวดพระคาถาเงินล้านถวายพระพุทธลีลาประทานพรเนื้อทองคำ “ดูสิว่าจะได้กี่จบ ? ท่องเผื่อคนอื่นด้วย เรายิ่งตัดโลภได้เท่าไรก็ยิ่งรวยมากเท่านั้น
    อย่างตอนเจริญกรรมฐาน ๓ วัน พระท่านสั่งให้อาตมาภาวนาพระคาถาเงินล้านวันละ ๔ รอบ รอบละ ๑๐๘ จบ จึงภาวนาเผื่อคนทั้งโลก ใครโมทนาก็มีส่วนไปด้วย ของอาตมาเองไม่เอาคนเดียว เพราะว่ากำลังใจยิ่งเปิดกว้างเท่าไร อานุภาพวัตถุมงคลก็ยิ่งสูงเท่านั้น ต้องเป็นกำลังใจที่ประกอบไปด้วยพรหมวิหารสี่อย่างเต็มเปี่ยม ปราศจากความเห็นแก่ตัว มองเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอยากดี อยากมีความสุข อยากร่ำรวยอย่างไร คนอื่นเขาก็อยากแบบนั้น แล้วตั้งใจแผ่เมตตา ภาวนาพระคาถาไป
    บางคนเขาว่า หลวงพ่อทำอย่างไรถึงได้เงินทองไหลมาเทมา ? อ๋อ...ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อคนอื่นเป็นการส่งออก กระแสจะไม่ตกค้าง จึงหมุนเวียนรวดเร็วมาก ในเมื่อหมุนเวียนรวดเร็วมาก เข้าเร็วออกเร็ว ของใหม่ก็ไหลตามมา ก็เลยกลายเป็นเงินทองไหลมาเทมา
    เคล็ดลับพวกนี้เราต้องเข้าถึงจริง ๆ ไม่ใช่อาตมาบอกแล้ว พวกเราไปทำตามแล้วจะได้เลย กำลังใจต้องได้ด้วย ไม่ใช่รู้ว่า อ้อ..ต้องทำอย่างนี้ ถ้ารู้แค่ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีประโยชน์ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ได้
    ...........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    ..........................................
    #รู้ว่าดีก็ทำ #รู้ว่าชั่วก็ละ #ไม่เกาะทั้งดีทั้งชั่ว
    =AZXbZ6ulbSUmgjyFAJPsG_qVmxkdzTkFAJJSlmkw8IXaeQBIezBkMgCmXZOEYOPkZGcywx3mf4dwVd_2LCiiOLDtQ0V-vH08hiasB2IAYwUlDerdfA0zLHN3xdfyjx1LZdBdSgTVGHI0fpV8Ncw0Uy3opEJcvghFubFLkSqEAymp3w&__tn__=EH-R'] a0IgfJ2_1GYgIGEKeWw69EluTwWG03dq87XSnrk4Nvkb&_nc_ohc=2rBZ5-RmWl0AX-lJnEd&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    *******************************************
    พระอาจารย์บอกว่า "วิธีฝากบ้านกับเทวดา ท่านให้ทำกระบะทรายแล้วจุดธูป ๕ ดอก ขอบารมีพระ พรหม เทวดา และเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายได้โปรดสงเคราะห์ ช่วยรักษาบ้านของเราให้ปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ปักธูปที่มุมทางทิศเหนือก่อนว่า เวสสุวัณโณ
    ไปทางใต้-วิรุฬปักษี ตะวันตก-วิรูปักษา ตะวันออก-ธะตะระโฐ แล้วมาตรงกลางว่า นะโมพุทธายะ เพราะฉะนั้น..จึงต้องปักธูป ๕ ดอก"

    #เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์
    #มีนาคม ๒๕๕๔
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    ?temp_hash=f2a77fb4312dfa525759fb3f1185df3b.jpg

    พระอาจารย์เล่าว่า "อาตมาไปกราบหลวงปู่ดู่ครั้งแรก ก็มีพระวัดท่าซุงตามไปหลายรูป เมื่อสนทนาปราศรัยกันเรียบร้อยก็กราบเรียนท่านว่า “ขอให้หลวงปู่ท่านเมตตาให้โอวาทด้วยครับ พวกผมจะได้ยึดเป็นเครื่องปฏิบัติสืบไปในเบื้องหน้า”

    หลวงปู่ท่านบอกว่า “ครูบาอาจารย์ผมไม่ได้สอนอะไรมากมายหรอก ท่านบอกว่ามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งก็พอแล้ว” อาตมาก็กราบก้นโด่งคลานออกมา

    ท่านตี๋ (พระนิติ สุธมฺมสุนฺทโร) คลานตามมาสะกิด "เฮ้ย..ยังไม่ได้อะไรเลย จะกลับแล้ว ?" "หา..ยังไม่ได้อะไรเลยหรือ ? พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งนี่ยันพระนิพพานแล้วนะ"

    ต้องเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างจริงใจใช่ไหม ? ถ้าเราเคารพ เราก็ตั้งใจปฏิบัติในศีลตามที่ท่านสอน ก็เหลืออย่างเดียวคือตั้งใจว่าตายแล้วจะไปไหน ครูบาอาจารย์ท่านให้เพชรยอดมงกุฎมาดันไม่รู้จัก แค่เอาไปต่อยอดมงกุฎก็จบแล้ว

    หลวงปู่ดู่ท่านมีประโยคประทับใจเยอะ บางทีคำสอนท่านเหมือนกับคำสอนของเซ็น ท่านสอนสั้น ๆ แต่กินใจ กระทบใจมาก อย่างคนไปต่อว่าท่านเรื่องสร้างวัตถุมงคล ท่านตอบสั้น ๆ ว่า “ติดวัตถุมงคล ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล” จบแค่นั้นเลย บางคนไปเที่ยวว่าคนนั้น ไปเที่ยวนินทาคนนี้ให้ได้ยิน ท่านบอกว่า “คนดีเขาไม่ตีใคร” คนพูดเฉาไปเลย จบกันแค่นั้น

    บางคนมาลาท่าน ขอไปปฏิบัติที่สำนักอื่น ท่านก็บอกว่า “ข้าโมทนากับแกด้วย ข้าไม่มีโอกาสไป” ไม่เห็นท่านจะว่าลูกศิษย์สักคำ ลูกศิษย์อยู่กับโคตรเพชรแล้วไม่รู้จัก อุตส่าห์ตะกายไปที่อื่น ท่านเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยเขาไปตามใจของเขา"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    141094366_925821744622480_1604008280783742096_o-jpg.jpg
    พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่สวดพระคาถาเงินล้านถวายพระพุทธลีลาประทานพรเนื้อทองคำ “ดูสิว่าจะได้กี่จบ ? ท่องเผื่อคนอื่นด้วย เรายิ่งตัดโลภได้เท่าไรก็ยิ่งรวยมากเท่านั้น

    อย่างตอนเจริญกรรมฐาน ๓ วัน พระท่านสั่งให้อาตมาภาวนาพระคาถาเงินล้านวันละ ๔ รอบ รอบละ ๑๐๘ จบ จึงภาวนาเผื่อคนทั้งโลก ใครโมทนาก็มีส่วนไปด้วย ของอาตมาเองไม่เอาคนเดียว เพราะว่ากำลังใจยิ่งเปิดกว้างเท่าไร อานุภาพวัตถุมงคลก็ยิ่งสูงเท่านั้น ต้องเป็นกำลังใจที่ประกอบไปด้วยพรหมวิหารสี่อย่างเต็มเปี่ยม ปราศจากความเห็นแก่ตัว มองเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอยากดี อยากมีความสุข อยากร่ำรวยอย่างไร คนอื่นเขาก็อยากแบบนั้น แล้วตั้งใจแผ่เมตตา ภาวนาพระคาถาไป

    บางคนเขาว่า หลวงพ่อทำอย่างไรถึงได้เงินทองไหลมาเทมา ? อ๋อ...ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อคนอื่นเป็นการส่งออก กระแสจะไม่ตกค้าง จึงหมุนเวียนรวดเร็วมาก ในเมื่อหมุนเวียนรวดเร็วมาก เข้าเร็วออกเร็ว ของใหม่ก็ไหลตามมา ก็เลยกลายเป็นเงินทองไหลมาเทมา

    เคล็ดลับพวกนี้เราต้องเข้าถึงจริง ๆ ไม่ใช่อาตมาบอกแล้ว พวกเราไปทำตามแล้วจะได้เลย กำลังใจต้องได้ด้วย ไม่ใช่รู้ว่า อ้อ..ต้องทำอย่างนี้ ถ้ารู้แค่ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีประโยชน์ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ได้
    ...........................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    "ปัจจุบันนี้ที่คนป่วยมาก ส่วนหนึ่งเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์เกิดจากการกินเกิน ในเมื่อเกินจากสายกลางก็แปลว่าเดือดร้อนแล้ว โดยเฉพาะพวกของหวานต่าง ๆ พวกขนม พวกน้ำหวาน ถึงเวลาพอร่างกายขาด ระบบเมตาบอลิซึมก็กระตุ้นเตือนว่าจะเอาอีก ถ้าเราเชื่อทุกครั้ง ก็แปลว่าจะเกินไปเรื่อย ๆ แล้วท้ายสุดเราก็จะเจ็บไข้ได้ป่วยเอง

    แต่ถ้าเราไม่เชื่อแล้วฝืน แรก ๆ ระบบจะรวน ก็จะแสดงอาการด้วยการปวดหัวบ้าง ปวดท้องบ้าง ถ้าเราสามารถอดทนได้ ๒ วันติดกันขึ้นไป ร่างกายรู้ว่าไม่ได้อีกแล้วก็เลิก แต่ส่วนใหญ่แล้วมักทนไม่ไหว พอถึงเวลาร่างกายบอกว่าจะเอากาแฟ จะเอาชาเขียว ก็ต้องวิ่งตะกายไปหา

    ปัจจุบันนี้อาตมาฉันเกินอย่างเดียวคือน้ำเปล่า กาน้ำร้อนประมาณ ๒ ลิตร วันหนึ่งต้องเติม ๔ ครั้ง พวกเราถ้าวันหนึ่งได้ ๓ ลิตรก็เก่งตายชักแล้ว โยมที่ดูแลบ้านนี้มีหน้าที่เติมน้ำให้ ถึงเวลาก็เอาน้ำขวดไปใส่ให้ ๑ ลัง ๒๔ ขวด แล้วจะหายเกลี้ยงภายใน ๒ วัน ก็ต้องไปเติมใหม่

    ส่วนของอื่น ๆ ที่เตรียมไว้ให้ฉัน อย่างสมอ มะขามป้อม อยู่ตรงนั้นมาปีกว่าแล้ว น้ำผึ้ง ๑ ขวด ปีหนึ่งแล้วเพิ่งฉันไปได้ ๓ คำ เดี๋ยวพอเก่าหมดอายุแล้วค่อยเอามาประมูล..!"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
     
  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    20,096
    กระทู้เรื่องเด่น:
    474
    ค่าพลัง:
    +65,201
    ครูบาเจ้ากะลา

    อันนี้ก็มีครูบาอีกคนหนึ่งอายุมากเหมือนกัน แต่องค์นี้อยู่อำเภอสะเมิง องค์นี้เรียนกสิณ จนได้กสิณฌานหลายอัน ตื่นเช้ามาก็จะไปบิณฑบาตทางเชียงราย บางวันก็ไปเชียงแสน บางวันก็มาเชียงใหม่ เมื่อผู้คนเขาถามว่า...
    “ท่านอยู่วัดใด๋”
    “อยู่วัดโน้น”
    ท่านตอบพร้อมชี้มือไปข้างหลัง ทีนี้คนเชียงแสนเขาต้องการจะจับว่าครูบาเจ้าตนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะกิริยาอาการท่าทางสมณสารูปไม่เหมือนกับพระสงฆ์ทั่วไป อีกทั้งผิวพรรณวรรณะก็แตกต่าง
    เขาก็เอามะพร้าวแห้งมาปลอกเปลือกกาบออกแล้วขัดขูดทำเป็นถ้วย ๒ ใบ ให้ประกบกันเข้าได้พอดี เมื่อท่านมาบิณฑบาตเขาก็ใส่ข้าว แล้วเอากับใส่ถ้วยกะลามะพร้าว ถวายใส่บาตร พร้อมบอกว่า...
    “นิมนต์ครูบาเจ้า อย่าได้ทิ้งถ้วยใบนี้ขอให้เก็บไว้”
    หมู่ญาติโยมที่ตกลงใจกันว่าจะสืบเสาะหาที่อยู่ของครูบาเฒ่าตนนั้นก็ทำอย่างเดิม เป็นถ้วยทั้งหมด ๓ ชุด ถวายจังหันใส่บาตรครูบาเฒ่าองค์นั้นไป
    จากนั้นก็พากันแยกย้ายกันเสาะหาไปตามวัดต่างๆ ถามต่อกันไปเรื่อยๆ ว่าครูบาเฒ่าตนหนึ่งมีลักษณะอย่างนี้ๆ ใครพบเห็นที่ใด เสาะหาไปเรื่อย คนเขาบอกว่ามีองค์หนึ่งเข้าลักษณะอยู่ทางอำเภอสะเมิง ก็พากันไปเสาะหา
    ไปพบไปเห็นท่านกวาดวัดอยู่ หมู่คนที่ไปก็ทำท่าไปค้าไปขายผ่านมาจึงมาขอพักที่วัด
    พักอยู่กับครูบาหลายวันจนคุ้นเคยกัน สังเกตได้ว่าบางวันตอนเช้ามืดก็เห็นท่านออกไปบิณฑบาต บางวันก็อยู่ในกุฎิไม่ออกมา แต่พอสายๆ ท่านก็เอาอาหารบิณฑบาตมาแบ่งให้ฉัน
    สังเกตดูอาหารไม่ใช่เป็นอาหารของชาวบ้านในแถบนั้น แต่ก็ไม่ว่าอะไร ทำความคุ้นเคยจนสามารถเข้าไปกุฎิของท่านได้ ได้โอกาสเขาก็เอาถ้วยกะลามาประกบกันดูทั้ง ๓ ชุด ปรากฎว่าเข้ากันได้ทุกชุดทุกอย่าง
    จากนั้นชาวเชียงแสนก็กราบเรียนท่านตามความจริงว่า มาเสาะหาครูบาเจ้านี้ได้เดือนปลายแล้วจึงเห็น ขอถ้วยกลับคืน พอกลับไปถึงเชียงแสนก็ประกาศบอกกันว่า...
    “เห็นแล้วครูบาเจ้าตนนั้นอยู่อำเภอสะเมิง”
    “มีฤทธิ์ มีกสิณฌานจริง ซานเหาะมาบิณฑบาตบ้านเมืองเราก็มาได้ ให้คิดดูเถอะไกลแสนไกลยังมาบิณฑบาตได้ทันเช้า
    เมื่อรู้จักกันกว้างขวาง ผู้คนก็แตกตื่นมากันมาทำบุญให้ทานกับครูบาเฒ่าตนนั้น คนเมืองเชียงแสน เรียกชื่อว่า “ครูบาเจ้ากะลา”

    พระเมืองเหนือองค์ที่รักษาธรรมวินัยของพุทธะไว้ได้ดี ก็ได้ดีจริง องค์ที่ไม่สนใจอันใดก็มีมาก

    ธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ
    เครดิต กลุ่มเครือข่ายชาวพุทธ ข้าวก้นบาตร
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...