เรื่องเด่น ฌาน... ความสุขในพระพุทธศาสนา

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Phanudet, 9 มิถุนายน 2009.

  1. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    เหมือนเดิมและสบายดีเช่นกันครับ อนุโมทนาด้วยครับ
     
  2. อิริ

    อิริ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2009
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +68
    รู้...แค่รู้
    รู้...แค่รู้
    รู้...แค่รู้
    รู้...แค่รู้
    รู้...แค่รู้
     
  3. nachan

    nachan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15
    ค่าพลัง:
    +109
    ภาวนาติดฌานบานบุรี แพ้ทุกทีหนีกิเลสยากพ้น
    สงบล้นปล้นปัญญาแห่งตน อย่าสุขแต่นิ่งสงบจบกัน
    น ฌาน พระโสดาบันเท่านั้นสิ้นสงสัยทั้งปวงในพุทธศาสน์
     
  4. monsy

    monsy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    61
    ค่าพลัง:
    +341
    เราเองเคยทั้งสองอย่างค่ะเพราะต้องการพพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ติดอยู่ ตอนแรกเคยเรียนรูป นาม ไม่เน้นการนั่งสมาธิให้ฝึกแบบสติปัฏฐานก็สามารถเข้าสู่ฌาณ ต่อมาได้ลองปฏิบัติแบบฌาณโดยการนั่งกรรมฐานทำไปๆวันหนึ่งเลยรู้สึกว่าการกำหนดพุธโท และจับภาพพระเพื่อให้เกิดเป็นอารมณ์เดียว กำหนดรูป - นามก็เข้าสู่อารมณ์เดียวกันแต่สุดท้ายต้องมีตัวรู้มาเพื่อตัดความรู้สึกและยอมรับ เรียกว่าเกิดปัญญาแต่เรามันช้าหน่อย ถ้าฝึกจนคล่องเข้าถึง รู้ แล้วปล่อยวาง เร็ว ก็จะเกิดมีปัญญาตัดสินเร็วขึ้นเหมือนเวลาที่เราเห็นว่ามีฟ้าผ่าแต่ความจริงเราเห็นอดีตไม่ใช่ปัจจุบัน โอเคไหมคะ พอได้นะตามที่รวบรวมจากความเข้าใจและลองทำ
     
  5. passakorner

    passakorner เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    284
    ค่าพลัง:
    +1,033
    ครับ ผมได้อ่านแล้วในพระไตรปิฎก ท่านเปรียบเทียบความสุขทั้งหลายไว้ การได้ฌานนั้นดีเหมือนกันทำให้ใจสงัดจากนิวรณืได้ เป็นกำลังในการพิจารณาความจริงได้ เกิดวิชชาทั้งหลาย ย่อมทำให้บุคคลนั้นดับอวิชชาได้ รู้แจ้งหลายๆเรื่อง ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอย่างไรครับ เพราะฌานเป็นเรื่องของธรรมชาติ ดังนั้น หากเรามีศีลธรรมอันดี ก็ทำไปเถอะ เป็นของดี ^^ ขออนุโมทนากับพี่เจ้าของกระทู้ด้วยน่ะครับ
     
  6. หาธรรม

    หาธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1,164
    ค่าพลัง:
    +3,739
    ฌาน เที่ยงไหมครับ?

    สิ่งไหนไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์

    ผมไม่ได้หมายความว่าฌานนั้นทำให้ทุกข์ แต่หมายถึ่งว่า เมื่อทรงฌานอยู่ก็สุขอยู่ เมื่อไม่อยู่ในฌานทุกข์ก็กลับเข้ามาอีกได้ / เคยได้ยินคำว่าฌานเสื่อมใช่ไหมครับ / นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ครูบาอาจารย์สอนไม่ให้ตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้แค่ที่การทำฌาน

    ...พระพุทธเจ้าตรัสในเบื้อปลายว่า

    "แม้จะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีลครบ 227 ข้อ ไม่เคยขาดไม่ด่างพร้อย 100 ปี บุญกุศลยังน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิให้จิตสงบ(ฌาน) แม้นานเพียงไก่กระพือปีก"

    "ผู้ใดเข้าฌานนาน 100 ปี และไม่เสื่อม บุญยังน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง มาจากการปรุงแต่ง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา (ไตรลักษณ์) แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตก็ตาม"


    นี่แสดงว่ามีสิ่งที่เลิศกว่าฌานอีกใช่ไหมครับ?

    ศีล ใช้ระงับหรือกำจัดกิเลสหยาบคือกวามไม่เรียบร้อยของกายวาจาใจ เช่น ศีล ๕ ทำให้ผู้รักษาศีลนี้ ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่มุสา ไม่ผิดกาเมและ ไม่ดื่มของมึนเมา (ศีลนี่ยังไม่แน่นอนสำหรับปุถุชน)

    สมถสมาธิระดับฌาน ใช้ระงับหรือกำจัดกิเลสอย่างกลาง คือ นิวรณ์ ๕ (ฌานก็ไม่แน่นอนสำหรับปุถุชน แต่แน่นอนสำหรับพระอริยะเจ้าขั้นต้น ๆ ถึงแม้ฌานเป็นที่แน่นอนสำหรับพระอริยะขั้นต้น ๆ แต่ฌานไม่สามารถถอนกิเลสละเอียดได้อย่างสิ้นเชิง)

    ปัญญาที่เกิดจากวิปัสสนาญาณ ใช้ถอดถอนกิเลสละเอียด คือ อาสวะ และ อานุสัย ได้(อย่างสิ้นเชิง)

    ซึ่งจะเห็นว่าสมาธิระดับฌานไม่สามารถใช้ถอนกิเลสละเอียดได้อย่างสิ้นเชิง แสดงว่าฌานนั้นยังไม่ใช่วิธีที่เป็นที่สุด แม้พระอนาคามีเองท่านละสังโยชน์เบื้องต้นได้ ๕ ข้อ แต่สังโยชน์เบื้องปลายยังละไม่ได้ สังโยชน์หรือเครื่องผูดรัดก็จัดเป็นกิเลส สังโยชน์เบื้องปลายหรือกิเลสเบื้องปลาย ๒ ใน ๕ ข้อนั้น มี รูปฌาน (รูปราคะ) และ อรูปฌาน (อรูปราคะ) อยู่ด้วย (ฌานยังเป็นสมมติจึงยังไม่ใช่สิ่งที่เลิศที่สุด) ซึ่งพระอนาคามียังติดอยู่ ผูกพระอนาคามีไว้อยู่ไม่ให้บรรลุพระอรหันต์

    นั่นแสดงว่า ฌานถึงแม้ว่าให้สุขอันเลิศแต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เลิศที่สุด

    นิพพาน เที่ยงไหมครับ?

    สิ่งไหนเที่ยง สิ่งนั้นเป็นสุข
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กันยายน 2010

แชร์หน้านี้

Loading...