ถ้าต้องการเป็นพระพุทธเจ้าในจักรวาลอื่นต้องทำอย่างไรครับ

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย raming2555, 14 มีนาคม 2013.

  1. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,548
    ค่าพลัง:
    +18,899
    ครั้งหนึ่ง เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจด้วยพระญาณแล้วว่า จักรวาลมีนับหมื่นจักรวาลนั้น ไม่มีจักรวาลใดจะประเสริฐเท่าจักรวาลนี้ เพราะมีเพียงจักรวาลนี้ที่มีพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง จักรวาลอื่นๆหามีพระพุทธเจ้าไม่..."ผมจึงอยากรู้ว่า จะต้องบำเพ็ญบารมีอย่างไร ให้ไปอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าในจักรวาลอื่น...เพื่อให้สัตว์เหล่าอื่นในจักรวาลอื่นๆนั้น สามารถบรรลุมรรคผลเข้านิพพานได้"
     
  2. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +871
    อีกหนึ่งความคิดเห็นน่ะครับ(อย่าว่ากันนะครับ)ผมต้องถามก่อนนะครับว่าท่าน จขกท.มีความคิดอย่างไรที่จะไปตรัสรู้ในจักวาลอื่นนั้น เพราะท่านบอกเองว่า
    จักรวาลมีนับหมื่นจักรวาลนั้น ไม่มีจักรวาลใดจะประเสริฐเท่าจักรวาลนี้ เพราะมีเพียงจักรวาลนี้ที่มีพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง จักรวาลอื่นๆหามีพระพุทธเจ้าไม่ ตามหลักท่านบอกไว้ว่าในหนึ่งจักวาลจะมี 4ทวีป คือ อุตตคุรุทวีป บุพพวิเทหะทวีป อปรโคยานทวีป ชมพูทวีป แล้วอย่างจักวาลแบบนี้ก็มีอีกอย่างล่ะหนึ่งพัน ก็คือมี4ทวีปแบบนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ได้บอกอยู่แล้วว่าผู้ที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ หรือ พระโพธิสัตว์นั้นต้องมาเกิดที่ชมพูทวีปนี้เท่านั้น เพราะว่ามี่ชมพูทวีปนี้เป็นที่ ที่มีความหลากหลายของสัตว์ในเรื่องของนามธรรมและรูปธรรม และในเรื่องของจิตหรือกายที่ดำรงค์คงอยู่ มีความเปลี่ยนแปลงไปในสุขหรือทุกข์ที่เกิด มีอายุที่สมัยหนึ่งเป็นเกณฑ์ที่พอจะยังซึ่งนำมา ให้เห็นความรู้ในอริยะสัจ ว่าสิ่งที่เกิดนั้นเป็นความไม่เที่ยง ถ้าท่านคิดว่าจะไปเกิดในอีก3ทวีปนั้นผมมองว่ามันเสียเวลาเปล่าเพราะเขาเหล่านั้นมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อายุ ศีล คือมีอายุที่ค่อนข้างยืนยาวมีสภาพจิตใจที่มีศีลธรรม ความเป็นอยู่ที่สุขสบาย เขาเหล่านั้นคงมองไม่เห็นทุกข์ที่ต้องดับหรอก เมื่อคนไม่มีความทุกข์ก็ไม่จำเป็นต้องไปขวานขวายหาสิ่งที่จะมาดับทุกข์กันหรอกครับ นอกจากผู้ที่มีปัญญาบารมีามากเท่านั้นจึงจะมองว่าสิ่งนี้ต้องกระทำ แต่ถ้า จขกท. บอกอีกว่าจะไปเกิดในจักวาลอื่นอีกเพื่อที่จะตรัสรู้ ผมก็มองว่าไม่จำเป็นอีกแหละครับเพราะในอีกหมื่นจักวาลก็มีทวีปทั้งสี่อีก ที่มีแบบเดียวกันนี้ คือ มีรูปร่างอย่างนี้เป็นแบบนี้มีอยู่ และก็ยังมี พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พระพุทธเจ้า ผมว่าท่าน จขกท.ตั้งจิตช่วยสัตว์ในชมพูทวีปนี้ดีกว่านะครับ เพราะอย่างไรก็ขนกันไปไม่หมดหรอกครับยังมีสัตว์ที่มืดบอดรอขนกันไม่ไหวแน่ ที่ผ่านมามีพุทธเจ้าเกิดมาแล้วเป็นแสนเป็นล้านองค์ก็ยังขนกันไปไม่หมดเลย แต่ถ้าท่านมีความตั้งใจจริงผมก็ว่าเป็นไปได้น่ะครับคือตั้งจิตเป็นอธิฐานเอา (เพราะท่านสอนว่า สำเร็จได้อยู่ที่ใจ)เมื่อบุญบารมีเต็มแล้วอยู่กับตัว ด้วยบุญบารมีที่มีอยู่จะส่งให้ท่านเลือกได้ว่าท่านจะเป็น ไป แบบใด
    แต่มีข้อคิดอยู่อย่างหนึ่งคือ สมมุติท่านอยากเป็นผู้นำหมู่บ้าน หรือประเทศ (ท่านสามารถมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะไปที่ใดในโลก)จะเป็นผู้นำหมู่บ้าน หรือประเทศ จุดมุ่งหมายนั้นเป็นสิ่งที่ต้องกระทำสูงสุดคือ ทำให้ผู้คนมีความสุขเป็นอยู่ กิน หรือเจริญขึ้น นี่คือโจทย์เปรียบได้กับคำว่านิพพาน หมู่บ้านหรือประเทศนั้นมีสองอย่างไห้เลือกคือ คนจน คนรวย แล้วท่านจะเลือกอย่างไหน
    เลือก1. คนจน ทำให้ผู้คนมีความสุขเป็นอยู่ กิน หรือเจริญขึ้น
    เลือก2. คนรวย ทำให้ผู้คนมีความสุขเป็นอยู่ กิน หรือเจริญขึ้น
    ก็ประมาณนี้ครับว่าจะเลือกที่จะยังประโยชน์ต่อสัตว์แบบไหนที่น่าจะช่วยมากกว่า ถ้าคิดว่าช่วยหมู่บ้านหรือประเทศที่มีคนรวยดีกว่าท่านก็อธิฐานเอาครับว่าไห้ได้ไปเกิดอีกสามทวีปนั้นครับที่ไม่ใช่ชมพูทวีป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มีนาคม 2013
  3. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,548
    ค่าพลัง:
    +18,899
    หนึ่งจักวาลจะมี 4ทวีป คือ อุตตคุรุทวีป บุพพวิเทหะทวีป อปรโคยานทวีป ชมพูทวีป แล้วอย่างจักวาลแบบนี้ก็มีอีกอย่างล่ะหนึ่งพัน ก็คือมี4ทวีปแบบนี้ ก็จริงนะครับ อ่านพระเจ้า 500 ชาติตอนเด็กๆก็สงสัยว่าทำไมพระพุทธเจ้าไม่เคยไปเสวยพระชาติที่ยุโรป แอฟริกา อเมริกาบ้างเลย??? ตามที่เคยฟังหลวงตาม้าท่านปรารถนาพุทธภูมิแล้วท่านว่า เท่ห์ดี ท่านอาจจะพูดเล่นแต่จริงๆแล้วท่านเมตตาสัตว์โลก ผมเลยคิดเล่นๆไปว่า ถ้าเท่ห์ดี ก็น่าจะลองไปเป็นพระพุทธเจ้าที่จักรวาลอื่นซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่ายังไม่มีจักรวาลไหนมีพระพุทธเจ้า น่ะครับ เลยจินตนาการต่อไปว่าต้องไปเกิดที่ดาวดวงนั้นๆเพื่อบำเพ็ญบารมีสร้างบริวารที่ดาวนั้นๆเป็นอสงขัยกัปป์หรือเปล่าด้วยน่ะครับ เพราะโลกเรานี้ก็มีพระโพธิสัตว์รอเป็นพระพุทธเจ้าเยอะมากแล้ว เท่าที่อ่านเจอจากหลวงพ่อฤษีก็รออยู่บนชั้นดุสิตสักแสนท่านได้ ที่บารมีเต็มแล้ว ก็แล้วไฉนไม่ไปเป็นพระพุทธเจ้าที่จักรวาลอื่นดูบ้างล่ะครับ นิ..
     
  4. ปัญจทสเทพา

    ปัญจทสเทพา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +143
    แน่ใจได้อย่างไรว่าเราอยู่จักรวาลเดิม

    จักรวาลเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป ช่วงเวลาการเกิด ดับ การพังทลาย การสร้าง ยาวนานเป็นอสงไขย เป็นกัป ช่วงเวลาดังกล่าวดวงจิตก็ไปจุติยังจักรวาลอื่น เป็นแบบนี้ เรื่อยๆ (นอกจากพรหมชั้นสูงๆจะไม่อยู่ในกฏเกณ การสร้าง การทำลายของจักรวาล)
     
  5. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +871
    มันก็เป็นเช่นนั้นแหละครับแต่ถึงอย่างไร เกิดขึ้นมาก็ยังชื่อว่ามีตัวตนสามัญจิตเป็นแบบเดิมของความเป็นมนุษย์อยู่ดีไม่แปรผัน และจะต้องเป็นแบบนี้ไม่มีการสูญสิ้นเป็นวัฏจักรของธรรมชาติไปเรื่อยๆ
     
  6. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,245
    ค่าพลัง:
    +19,462
    คำตอบนั้นพระพุทธเจ้าได้ตรัสบอก เธอไว้แล้ว ชัดเจนหากพิจารณาให้ดีเธอจะเข้าใจครับ
    ;เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจด้วยพระญาณแล้วว่า จักรวาลมีนับหมื่นจักรวาลนั้น ไม่มีจักรวาลใดจะประเสริฐเท่าจักรวาลนี้ เพราะมีเพียงจักรวาลนี้ที่มีพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง จักรวาลอื่นๆหามีพระพุทธเจ้าไม่..."

    จักรวาลอื่นๆนั้นสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีมากมายนานาชนิดก็จริง แต่การที่สั่งสอนธรรมและแสดงธรรมเพื่อให้เขาปฏิบัติและหลุดพ้น ไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ยากมากนัก จึงหาประโยชน์ไม่ได้ การจะพาสรรพสัตว์ข้ามวัฏฏะสงสารจึงทำไม่ได้ เพราะเกี่ยวเนื่องด้วยจิตของเหล่าสรรพสัตว์ในจักรวาลอื่นๆไม่งดงามไพบูลย์ เหมือนจักรวาลแห่งนี้ครับ
     
  7. CherryBlossom

    CherryBlossom เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +1,064
    ลองอ่านกระทู้นี้ดูนะคะ บางทีจักรวาลอื่นแม้ไม่มีพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์ก็ได้ทรงเมตตาไปโปรดสัตว์ที่อื่น ๆ เหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ค่ะ

    คุยกับผีตัวที่ ๒๒ พบมนุษย์ในจักรวาล(โลก)อื่น
     
  8. ดาวศุกร์

    ดาวศุกร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    447
    ค่าพลัง:
    +668
    ที่จักรวาลนี้เท่านั้น ที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ เนื่องจากในจักรวาลนี้มีโลกที่ประกอบไปด้วย"สภาวะธรรม" คือ มีความทุกข์และความสุขของสัตว์โลกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อเป็นเช่นนั้นพระองค์ก็สามารถสั่งสอนให้สัตว์โลกให้เข้าถึงธรรมได้ง่าย ส่วนจักรวาลอื่นส่วนใหญ่มีความสุขสบาย เมื่อสอนเรื่องทุกข์ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ สอนเรื่องไม่เที่ยงก็ยากจะเข้าใจเพราะมีอายุขัยยาวเกินไป ลองคิดเล่นๆดูว่าทำไมเทวดาส่วนใหญ่ถึงไม่สามารถบรรลุถึงขั้นอรหันต์และนิพพานได้ ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกัน คือ ติดอยู่ในสุขและอายุยืนเกินกว่าที่จะเห็นความไม่เที่ยงที่เกิขึ้น

    ลองอ่านที่มาใน จูฬนีสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ ข้างล่างดูนะครับ

    แม้ว่าทุกจักรวาลจะประกอบด้วยภพภูมิต่างๆ ดังกล่าวแล้วเหมือนๆ กัน แต่ก็ใช่ว่าทุกจักรวาลจะมีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ เนื่องจากมีจักรวาลหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากจักรวาลอื่นๆ ดังนั้นจึงสามารถแบ่งจักรวาลออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

    1) อนันตจักรวาล
    จักรวาลทั่วๆ ไป ซึ่งมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เรียกว่า อนันตจักรวาล ในทุกอนันตจักรวาลจะไม่มี วิวัฏฏบุคคล คือ บุคคลผู้เจริญ ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระนิยตโพธิสัตว์ หรือพระเจ้าบรมจักรพรรดิ ไปบังเกิดเลย จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อมงคลจักรวาล

    2) สมมันตจักรวาล
    ในแสนโกฏิอนันตจักรวาลนั้น มีอยู่จักรวาลหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นจักรวาลที่มีบุคคลผู้เจริญ ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระนิยตโพธิสัตว์ และพระเจ้าบรมจักรพรรดิ ไปบังเกิด จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มงคลจักรวาล

    ที่มา : จูฬนีสูตร พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓
     
  9. รัศมีสีทอง

    รัศมีสีทอง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    129
    ค่าพลัง:
    +391
    จักรวาลอื่นไม่มีพระพุทธเจ้าครับ เท่านี้จบ
     
  10. guitargun

    guitargun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2007
    โพสต์:
    97
    ค่าพลัง:
    +138
    บำเพ็ญบารมีให้ครบให้พอ แล้วก็อธิษฐาน ตั้งใจปารถนา เหมือนดังที่พระพุทธเจ้า ทำนั่นแหละครับ สำเร็จที่ใจ.
     
  11. โซ

    โซ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +871
    ได้ยินมาว่ามนุษย์แบบโลกเรานี้ยังมีอีกจำนวน หนึ่งพันโลก ส่วนที่มีอยู่นั้นเป็นสิ่งอัศจรรย์ยิ่งสำหรับตัวเราและสัตว์ในโลกของเรานี้ทั้งหลาย ที่มีบุญและบารมียิ่งที่ได้เกิดมาในชาตินี้ทั้งหลาย ที่ได้ยินได้ัฟังคำสั่งสอนของพระพุทธองค์
    ขออนุโมทนาสาธุ ในธรรมทั้งหลายที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้เองพร้อมแล้วด้วยคุณประโยชน์ทั้งปวง ยังประโยชน์แก่สัตว์โลกทั้งหลาย สาธุ
     
  12. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,697
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +11,715
    จักรวาลอื่นมีพระพุทธเจ้าครับ

    ลองศึกษาเยอะๆ นะครับ.




    โลกรู้ตามธรรม
    พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

    เทศน์เช้า วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒
    ณ วัดสันติธรรมาราม ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี





    ทางวิทยาศาสตร์ เห็นไหม การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ถ้าพิสูจน์อย่างนั้นมันพิสูจน์ได้ แล้วมีความเชื่อเป็นทางวิทยาศาสตร์ แต่ทางเป็นวัตถุว่าการไปดวงจันทร์ การวิทยาศาสตร์ไป แล้ว ไปดวงจันทร์ พอถึงดวงจันทร์ ดวงจันทร์ห่างจากโลก ๔ แสนกิโลเมตร แล้วมองกลับมายังโลก ถ่ายภาพมายังใหญ่มากเลย เห็นไหม ยังใหญ่มาก แล้วภาพสวยมากภาพบนดวงจันทร์ แรงดึงดูดของดวงจันทร์ ๑ ใน ๔ ของโลก การเดิน การเคลื่อนไหวในดวงจันทร์ แล้วการมองเห็นจากดวงจันทร์เข้ามายังโลก แล้วถ่ายภาพมาภาพยังใหญ่มาก นี่การพิสูจน์ แต่สองพันห้าร้อยกว่าปี เพราะมันขึ้นไปปี ๒,๕๑๒ ปี

    แต่พระโมคคัลลานะเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย แล้วเป็นผู้มีฤทธิ์มากไง ท่านธุดงค์ไป แล้วเจอผู้หญิงเข้าไปทำกรรมกับท่าน แล้วท่านหลุดปากไปว่าขอให้เป็นตัวหนอน ให้ออกจากปาก ออกจากทวารทั้ง ๖ แล้วพอออกไปแล้วก็เห็นว่า โอ้โฮ มันน่าสงสารมาก เพราะทำกรรมกับพระโมคคัลลานะ ก็ไปถามพระพุทธเจ้า บอกว่า “น่าสงสารมากเลย มันมีพวกหนอนพวกอะไรออกมาตามทวารทั้งนั้นเลย จะทำอย่างไร? จะแก้อย่างไร?”

    “ทำไม่ได้หรอกโมคคัลลานะ”

    “เพราะอะไร?”

    “เพราะกรรมหนักมาก”

    “หนักขนาดไหน?”

    “หนักกว่าแผ่นดิน” ...หนักกว่าโลกนี้ไง หนักกว่าแผ่นดินนี้ทำอย่างไร? ขอดูแผ่นดินขนาดไหน? ก็เลยบอกว่าถ้าจะดูแผ่นดินขนาดไหน? เหาะออกไปไง แล้วจะกลับมาว่าดูแผ่นดินขนาดไหน? พระพุทธเจ้าเตือนไว้นะ

    “โมคคัลลานะ ถ้าออกไปแล้ว ถ้ามองกลับมา ถ้าโลกนี้เท่ากับใบมะขามให้กลับนะ โลกนี้เท่ากับใบมะขาม อย่าไปอีกนะ” ถ้าไปอีกแล้วมันจะหลงทิศไง

    นี่อยู่ในตำราว่าพระโมคคัลลานะหลงทิศไง ก็เลยเหาะออกไป เหาะออกไปข้างนอกแล้วย้อนกลับมาดูโลกของเรา ดูตลอด แล้วพระพุทธเจ้าเตือนไว้แล้วว่าอย่าหลุดออกไปนะ ถ้าเล็กเท่าใบมะขามอย่าไปอีก เพราะมันจะหลุดออกไป ไปนะ พอเหาะออกไปแล้วมองกลับมาที่โลกเรานี่จนเล็กเท่าใบมะขาม จนไปอีกจะดูว่ามันใหญ่ขนาดไหนไง พอออกไปก็ใหญ่มาก เห็นไหม เหาะออกไป แล้วถ่ายรูปมาจากดวงจันทร์ยังภาพขนาดนั้น ไกลกว่า ๔ แสนกิโล ไกลกว่านี้อีก ออกไปจนพ้นออกไปเลย ออกไปหลงทิศไปเลย หลงทิศไปเลยแล้วก็เข้าไปหาอีกจักรวาลหนึ่ง เข้าไปกราบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์นั้นบอกว่า “เราไม่ใช่สมณโคดม” จะส่งพระโมคคัลลานะกลับมา

    “ให้ไปตามลำแสงนี้นะ” ลำแสงพระพุทธเจ้าก็กำหนดจิตมาเลย เพราะกำหนดจิตมา

    “ให้ตามลำแสงของลำแสงนั้นกลับมา” ส่งกลับมายังจักรวาลของเราไง

    พระโมคคัลลานะกลับมาได้ หลุดออกไปเลย นี้ในพระไตรปิฎกบอกไว้ไง บอกว่า เห็นไหม มีหมื่นจักรวาล เวลาเราสวดมนต์ แต่เราไม่เชื่อกันไง เราไม่เชื่อกัน แต่เวลาออกไป อันนั้นเป็นมาแล้วสองพันกว่าปี เพราะพระโมคคัลลานะหลงทิศไง เพราะจะพิสูจน์

    เห็นอยู่เวลาเรื่องกรรม ทำกรรม เข้าใจเรื่องกรรม แต่พอพระพุทธเจ้าบอกว่า

    “กรรมนี้ใหญ่กว่าแผ่นดิน” ใหญ่กว่าโลกนี้ กรรมที่ทำกับพระโมคคัลลานะ

    พระโมคคัลลานะบอก “แผ่นดินขนาดไหน? อยากดู” อยากดูก็เหาะไป นี่มันอยู่ในพระไตรปิฎกมาตั้งแต่สองพันกว่าปีแล้ว ว่าถ้าออกไปแล้วเท่ากับใบมะขามไง โลกนี้เล็กจนเป็นจุดเดียว อย่าออกไปอีก เพราะแบบว่ามันจับจุดไม่ได้ เพราะจักรวาลมันมีมาก มันจะหลุดออกไปอีกจักรวาลหนึ่ง กาแล็กซี่ออกไปเลย แล้วนี่พอไปดวงจันทร์ ย้อนกลับมา ส่งกลับมาถ่ายภาพโลกไง ขนาดอยู่ไกลจากโลก ๔ แสนกิโลเมตร ถ่ายมานะยังเป็นภาพใหญ่มาก ยังใหญ่กว่าใบมะขามมาก นี่พระโมคคัลลานะต้องไปมากกว่านี้อีกถึงจะเห็นภาพนั้น แต่ตอนนั้นพระโมคคัลลานะทำได้องค์เดียว พระพุทธเจ้าก็ทำได้ แต่ไม่ทำอย่างนั้นเพราะไม่มีเหตุสงสัยไง คนจะทำอะไรต้องมีเหตุสงสัย อยากรู้อยากเห็นในสิ่งนั้น ถึงทำสิ่งนั้นไง

    ทีนี้อยากรู้ว่าแผ่นดินที่มันใหญ่ กรรมอันนี้ใหญ่กว่าแผ่นดิน หนักว่าแผ่นดิน มันใหญ่ขนาดไหนนี่ออกไปดู นี่สิ่งนี้เกิดขึ้นมาแล้วสองพันกว่าปี ด้วยฤทธิ์ไง แต่มันก็เกิดมาตลอด อัครสาวกเบื้องซ้ายผู้มีฤทธิ์ตลอด มีฤทธิ์หมายถึงว่าออกไปได้ พระโมคคัลลานะไปสวรรค์ ไปนรก แล้วกลับมาบอกพระพุทธเจ้าว่าญาติผู้นี้ๆ ตายไปแล้วอยู่ที่นั่นๆ พระพุทธเจ้าบอกว่าจริง จริงหมดเลย

    อันนี้มันสำคัญกว่านี้ สำคัญกว่าตรงไหน? อาจารย์บอกอยู่แล้วว่านักวิทยาศาสตร์ไม่เคยเห็นสวรรค์ นักวิทยาศาสตร์นะ จรวดขับเคลื่อนไปขนาดไหน ไม่เคยเห็นสวรรค์นะ มันเป็นมิติเดียวกัน แต่มันคนละจักรวาลมันอยู่ในอันนี้ใช่ไหม? แต่ถ้าเรื่องของจิต การเกิดนรก สวรรค์ การเกิดภพชาติ เห็นไหม เราเสวยชาติเป็นมนุษย์ พอเราตายไป นี่เสวยชาติเป็นอะไร? เป็นเทวดา เป็นมนุษย์อีก เป็นสัตว์ เป็นนรกก็ได้ เราเสวยชาติต่อๆ ไป เพราะจิตนี้เกิดดับๆ

    จิตนี้เกิดดับใช่ไหม? แต่เราเสวยเป็นมนุษย์ แต่เวลาเราตายไป เราตายไป เพราะมนุษย์มีธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ แต่ถ้าไม่มีจิตมาไง ธาตุไฟเข้า จิตมา พลังงานอื่นเข้ามาปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา นี่ออกมา แต่ว่าโอปปาติกะเกิดเป็นเทวดา เกิดเลย ไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ เกิดด้วยกรรม เกิดในนรกเกิดด้วยกรรม กรรมพาเกิดไง แต่ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน อบายภูมิ เกิดเป็นผีก็ไม่ต้องอาศัย อาศัยกรรมเกิด กรรมพาเกิดเป็นโอปปาติกะ แต่เกิดเป็นมนุษย์ เกิดต้องอาศัยพ่อแม่เป็นแดนเกิด

    จิตนี้มีกรรมอยู่แล้ว แต่กรรมอันนี้ ร่างของมนุษย์ ภพของมนุษย์มันเป็นกรรมพันธุ์ ครอบด้วยกรรมพันธุ์ ครอบด้วยนิสัย แล้วจิตที่มาเกิด กรรมของจิตดวงนั้นก็อีกชั้นหนึ่ง ถึงว่ากรรมมันบาลานซ์กันระหว่างพ่อแม่ บุญกรรมนี่ภพกลาง ถ้าไปสวรรค์ก็ไปเลย นี่มิติอันนั้น พระโมคคัลลานะย้อนจิตเข้า ผ่านมิติอันนั้นเข้าไป เข้าไปเห็นสวรรค์ เห็นการเกิดและการตาย เกิดแล้วไปที่ไหน?

    มันเข้ากับวิชชา ๓ บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ ตามเข้าไปดูไง ตามเข้าไปดู แล้วก็อาสวักขยญาณทำให้จิตนี้สะอาด จิตที่จะไปเกิดเพราะตัวนี้พาไปเกิด แต่จิตนี้มันสะอาดได้เพราะว่าอาสวักขยญาณ ญาณของใจที่เข้าไปชำระล้างใจไง ใจแก้ใจไง ต้องเอาความรู้สึกเข้าไปแก้ความรู้สึกไง เอาจิตให้สงบก่อน แล้วเอาเข้าไปแก้ อันนั้นอาสวักขยญาณ นี่ทำได้ตรงนั้น ตรงนั้นก็ทำได้ อันนี้สำคัญกว่าที่ว่าไปเห็นโลกเท่าใบมะขาม

    มันเป็นมิติเดียวกัน สุดท้ายปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ได้ พอมีเทคโนโลยี พอพุ่งออกไปถึงดวงจันทร์ ย้อนกลับมาดูโลกยังเป็นภาพใหญ่มาก ยังขยายแล้วมีส่วนใหญ่ แต่นี่มองด้วยฤทธิ์นะ ออกไปย้อนกลับมาเท่าใบมะขาม พระพุทธเจ้าบอกถ้าอย่างนี้เป้าหมาย ยังดึงกลับได้ ยังส่งกระแสจิตกลับมาได้ พอหลุดจากนี้ไปไม่เห็นภาพไง มันไม่เห็นที่หมาย หลุดไปเลย ทีนี้มันก็ไป ไปแบบที่เครื่องบินตก เห็นไหม ที่ว่าเครื่องบินที่เขาตก

    เวลาเขาฝึกเครื่องบินใหม่มันไปตามทิศ เวลาเชิดหัวขึ้นก็ต้องขึ้น แต่เวลาหลงทิศไง พระโมคคัลลานะหลงทิศ หลงออกไปเลย แต่นี่หลงทิศเวลาเครื่องบินมันปักหัวลง เข้าใจว่าเชิดขึ้นไง เข้าใจว่าเพราะจับทิศทางไม่ได้แล้ว ความมึน นี่มันหลงทิศไปแล้ว หมุนไปเลย ถ้าพ้นจากใบมะขามไป ใบมะขามนั้นเป็นทิศทางที่ว่าจะต้องกลับมา โลกนี้เล็กเท่าใบมะขาม ต้องย้อนกลับมา แต่ถ้าหลงทิศคือหลุดออกไปเลย หลุดออกไปเลยนะ แต่ฤทธิ์มาก ฤทธิ์ตัวนี้มันเป็นแบบว่าอภิญญา ๖ ไม่ได้ชำระกิเลสหรอก

    ชำระกิเลสคืออาสวักขยญาณ ชำระกิเลสคือชำระทุกข์ ฤทธิ์เป็นฤทธิ์ ก่อนนั้นก็เคยมีมาแล้ว แต่มันไม่มหัศจรรย์ ทำไม่ได้มากเหมือนพระโมคคัลลานะเท่านั้นเอง นั่นฤทธิ์คือฤทธิ์ นี่มันถึงว่าคุณค่าของศาสนาไง ตัวศาสนาทำได้จริง เวลาทำขึ้นมาแล้วมันได้จริงหลายๆ อย่าง นี่ขนาดจริงเปลือกๆ นะ จริงอย่างนี้จริงเปลือกๆ เพราะอะไร? เพราะนอกศาสนาเขาก็ทำกันได้ ทำกันได้ แต่ทำแล้วมันไม่ใช่ตัวสัจธรรม ตัวสัจจะคือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ตัวสัจจะคือแก้ทุกข์ ทุกข์ในหัวใจ มหัศจรรย์กว่ามาก

    มหัศจรรย์ สิ่งที่ว่าเข้าไปเห็นนั่นน่ะ เพราะอะไร? เพราะอย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ การขุดคุ้ยถากถางจิต การเห็นเป้าหมาย การทำให้จิตสงบ สงบเหมือนกับอวกาศไม่มีอะไรเลย แล้วเคว้งคว้างไง ต้องย้อนกลับ ยกขึ้นวิปัสสนา ว่างในว่างอีกทีหนึ่ง ว่างอันแรกว่างเพราะเราทำความสงบ ถ้าว่างอย่างนี้มันมหัศจรรย์ อากาศมันก็มีความมหัศจรรย์ ลมมันก็มีความมหัศจรรย์ เพราะลมมันพัดเคลื่อนไปตลอดเวลา ลมมันผ่านไปที่ไหนก็ผ่านได้ หัวใจเรามันก็ผ่านได้ถ้ามันว่าง มันสบาย ไปไหนมันก็มีแต่ความสุข แต่วันไหนมีความทุกข์ วันไหนมีความเจ็บแปลบในหัวใจ มันว่างไม่ได้ มันเจ็บปวดมาก มันขัดเคืองมาก

    จะย้อนกลับมาตรงนี้ ถ้าทำความสงบได้มันว่างก่อน ว่างแล้วถึงต้องขุดตรงนี้ไง เป้าหมายคือตรงนี้ไง แล้วขึ้นมาวิปัสสนาไง วิปัสสนาชำระกิเลส นี่อันนี้มันถึงว่ามหัศจรรย์กว่า แต่มหัศจรรย์ขนาดไหนไม่มีใครรู้เท่าพระพุทธเจ้า จนกว่าพระอัญญาโกณฑัญญะเป็นสงฆ์องค์แรก ถึงว่าเป็นพยานกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า อ๋อ อาสวักขยญาณมันเป็นอย่างนั้นไง ทีนี้มันไม่มีพยานกัน พูดไปมันไม่มีใครรู้ไง แต่ถ้าบอกเรื่องฤทธิ์ เรื่องจักรวาลออกไปวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ เห็นได้ชัดไง

    ถึงว่าขนาดยกอันนี้ขึ้นมายังมหัศจรรย์เลย แต่การชำระกิเลสมหัศจรรย์กว่าหลายเท่า การทำลายจักรวาลทั้งหมดไง การทำลายสุริยจักรวาล ทำลายอวิชชาที่หัวใจไง ตัวแรงดึงดูดทั้งหมด จักรวาล ดวงอาทิตย์เป็นสุริยจักรวาล อวิชชาอยู่ในหัวใจของเรา เราทำลายได้หมดเลย ทำลายในหัวใจของผู้ที่ปฏิบัตินั้น มันมหัศจรรย์กี่เท่า เพราะอะไร? เพราะมันเกิด มันมี มันเป็นไป แล้วมันไม่เคยดับ คนเกิดมานอนหลับก็ตกภวังค์ ใจไม่เคยพักเลย พอจิตเป็นความสงบ มันปล่อยจากอารมณ์ เห็นไหม มันว่างได้ ขณะมันปล่อยมันเป็นความว่างนะ แล้วเอาความว่างวิปัสสนาอีกที เห็นไหม

    (เทปสิ้นสุดเพียงเท่านี้)

    http://www.sa-ngob.com/media/audio/y42/07/a25-07-42.mp3
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 มีนาคม 2013
  13. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,697
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +11,715
    แก้ความเชื่อ
    พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

    ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๘ กรกฏาคม ๒๕๕๒
    ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

    .....
    นี่พระโมคคัลลานะเวลาเก่ง เก่งมากนะ เวลาพูดนะข้าพเจ้าจะพาพวกนี้ไปบิณฑบาตอีกทวีปหนึ่ง ข้าพเจ้าจะพลิกง้วนดิน พระโมคคัลลานะเวลาพูด ปัญญาของท่านก็รู้ของท่าน แต่เราพูดเรื่องเนี่ย มันวุฒิภาวะไม่เท่าพระพุทธเจ้าไง ก็ผลแห่งกรรมของเขามากเนี่ย สงสารเขามากเลย จะช่วยเขา

    พระพุทธเจ้าบอกว่ากรรมมันหนักมาก กรรมมันใหญ่ ใหญ่แค่ไหน ใหญ่เท่าแผ่นดินน่ะ ใหญ่ก็เท่ากับโลกเนี่ย แผ่นดินขนาดไหนขอดูหน่อย ขอดูหน่อย พระพุทธเจ้าสั่งไว้ นี่มันอยู่ในพระไตรปิฎกนะ พระพุทธเจ้าสั่งไว้เลยนะ ถ้าเหาะไปแล้วเนี่ย ถ้าเห็นโลกเนี่ยเท่าใบมะขามอย่าไปอีกนะ ให้ไปแค่นี้พอ ก็เหาะจากโลกนี้ออกไปเลย ก็เหมือนกับส่งยานอวกาศแหละ เห็นโลกเนี่ย ออกไปดูโลกไงว่าแผ่นดินใหญ่ขนาดไหน มันก็ไปเรื่อย ไปเรื่อย ๆ ๆ ยิ่งไปขนาดไหน มันไปโดยฤทธิ์น่ะ มันน่ะ แว้บหายไปเลย พอหายไปเนี่ยไม่เห็นโลกแล้ว พอไม่เห็นโลกแล้วเนี่ย มันก็ไปเห็นแสงสว่าง ก็พุ่งเข้าไปหาเลยไปอีกโลกหนึ่ง ไปถึงพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่ง พระพุทธเจ้าบอกเราไม่ใช่สมณโคดม เราไม่ใช่สมณโคดม กำหนดจิตเลยนะ ไปตามลำแสงนี้ ไปตามลำแสงนี้ พอไปตามลำแสงนี้ กำหนดจิตเข้ามาน่ะ กลับมาหาพระพุทธเจ้าได้

    พระโมคคัลลานะหลงทิศ ในพระไตรปิฎกเนี่ยมันเป็นบาลีท่อนเดียว แล้วพอมาขยายความอยู่ในธรรมบท อันนี้หลวงปู่ตื้อชอบเทศน์มาก หลวงปู่ตื้อเนี่ยอภิญญาหก พวกที่มีอภิญญาเรื่องอย่างนี้ มันเป็นช่องทางเดียวกัน มันจริตอันเดียวกัน เหมือนน้ำมันเบนซิน น้ำมันโซล่า น้ำมันต่าง ๆ น้ำมันโซล่าเข้ากับน้ำมันโซล่าใช้กันดี น้ำมันเบนซินอยู่กับน้ำมันเบนซิน น้ำอยู่กับน้ำ ผู้ที่มีอภิญญาเนี่ย เรื่องนี้ หลวงปู่ตื้อเนี่ย โมคคัลลานะหลงทิศ โมคคัลลานะหลงทิศ เอามาพูดบ่อยมากเลย คือท่านอธิบายด้วย มันชำนาญไง มันแบบว่า ท่านจะครอบคลุมหมด ท่านอธิบายได้เจ๊าะแจ๊ะ เจ๊าะแจ๊ะ ๆ เพราะงานถนัด
    http://www.sa-ngob.com/media/audio/y52/07/a08-07-52am-2.mp3
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 มีนาคม 2013
  14. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,548
    ค่าพลัง:
    +18,899
    ขอค้านสักเล็กน้อยเถอะนะ...ถ้ามองเห็นโลกเท่าใบมะขาม เนี่ย ยังไม่น่าจะหลุดออกจากจักรวาลนี้ได้ เพราะอย่างเราดูดาวพระศุกร์ หรือ ดาวพุธ มองจากโลกไป เล็กนิดเดียว เล็กกว่าใบมะขาม เอาว่าดวงดาวอื่นๆในจักรวาล ยกเว้นพระจันทร์แล้ว เล็กกว่าใบมะขามทั้งนั้นเลยนะครับ ดังนั้นไม่น่าที่ท่านจะหลุดออกนอกจักรวาลได้...เคยอ่านเจอในหนังสือหลวงพ่อฤษีว่า โลกในจักรวาลอื่นแม้ไม่มีพระพุทธเจ้า แต่ปรากฎว่าพระโมคคัลลานะ มีไปสอนธรรมะให้กับพวกเขาด้วยน่ะ...ถ้ายังนั้นก็ต้องมีคนมุ่งหมายในธรรมะที่พระโมคคัลลานะเทศน์ จะต้องการนิพพานหรือ จะต้องการเป็นพระพุทธเจ้าด้วยสิ...แต่ก็ไม่เคยได้ยินครูบาอาจารย์ท่านใดกล่าวถึงพระพุทธเจ้าในจักรวาลอื่นเลยครับ...แล้วทั้งนรกและสวรรค์จะมีมนุษย์ต่างดาวมาเกิดบ้างหรือเปล่าครับ??? ถ้าไม่มีแล้วเขาไปตายไป ไปอยู่ที่ไหนกันหมด..แต่ถ้ามีความเป็นทิพย์ในสวรรค์ก็ย่อมต้องรู้จักพระผู้มีพระภาคเจ้าบ้าง ก็น่าจะปรารถนาไปเกิดยังโลกของตัวเองแล้วบำเพ็ญบารมีต่อเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าบ้างสินะ...
     
  15. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,697
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +11,715
    เออ

    คุณ อยู่บนโลก นะครับ อย่าลืม ยืนอยู่บนแผ่นดิน โว้ย ..ครับ
     
  16. tjs

    tjs ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    3,245
    ค่าพลัง:
    +19,462
    ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในทั่วทั้งจักรวาล มีดาวเคราะห์อื่นๆที่มีสิ่งมีชีวิตไหม๊ มีครับ แต่ก็ไม่ได้มีมากมาย บางกาแลคซี่ ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย บางแกเล็กซี่ ก็อาจจะมีเพียงดวงเดียว ยากมากที่จะพบว่าในแกเล็คซี่หนึ่งๆ ที่จะมีดวงดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตมากกว่าหนึ่งดวง และสิ่งมีชีวิตในกาแล็คซี่อื่นๆก็จะมี2ลักษณะคือ มีสัตว์และมนุษย์ต่างดาวที่เจริญทางวัตถุมากมาก แต่บ้านเมืองก็ไม่สงบสุขทรัพยากรสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม กับอีกกลุ่มคือล้าหลังมากคือไม่มีสัตว์ประเสริฐแบบมนุษย์เกิดขึ้น วิวัตนาการยังไปไม่ถึง

    ดังนั้นจึงหาดาวเคราะห์ที่พร้อมบริบูรณ์ด้วยสิ่งแวดล้อมทรัพยากรณ์ต่างๆพร้อมมีมนุษย์ที่เกิดขึ้นหลากหลายเช่นนี้หาได้ยากมาครับ มีโอกาสในการหลุดพ้นได้ จัดได้ว่าไม่มีดาวเคระห์ดวงใดที่น่าอยู่และดีไปกว่าโลกดวงนี้อีกแล้ว

    ส่วนเรื่องพระโมคัลลานะ ไปพบพระพุทธเจ้าอีกพระองค์ที่กาแล็คซี่อื่นๆ ตลอดจนหลงทางกลับมาไม่ถูก พระพุทธเจ้าที่ดาวดวงอื่นนั้น บอกทางกลับให้นั้นด้วย ที่เล่ามานั้น
    ตรงนี้มันฟังดูแปลกๆครับ เพราะความจริง พระโมคัลานะมีอิทธิฤทธิ์มาก อย่าว่าแต่จักรวาลเลย แม้ด้วยจิตท่านยังท่องสวรรค์มาแล้ว อันสวรรค์ทิพย์วิมาน นี่ ลองอ่านดูในพระประวิติอรรถกาดูครับ อย่างดาวะดึงห์ นี่ก็ไกลจากโลกเรามาก หากไปถึงดุสิต นี่ ไกลมากๆครับ หากเทียบระยะทางผมคิดว่าคงเลยไปกาเล็คซี่อื่นๆแล้วครับ
    อนึ่งพระโมคัลลานะ นั้นท่านมีฌาณสมาธิสูง ท่านไม่มีคำว่าหลงทางได้ครับ อนึ่ง ท่านทรงอิทธิฤทธิ์ทางจิต สามารถส่งอำนาจจิตไปได้ทุกที่ ย่อมส่งกลับมาหาพระพุทธเจ้าได้ อันที่ว่าไปพบเจอพระพุทธเจ้าที่โลกอื่น ดาวดวงอื่นๆ ตรงนี้ผมของฟังหูไว้หูก่อนครับ ส่วนเรื่องนรก สวรรค์ อันเป็นที่รองรับจิตวิญญาณทั้งหลาย ไม่ว่าสรรพสัตว์ใดๆ จะเกิดขึ้นในโลกแห่งนี้หรืออุบัติ ณโลกแห่งอื่น อันนรกและสวรรค์ย่อมมีอยู่ของมันเป็นธรรมดา สรรพสัตว์ไม่ว่าจะที่ใด เมื่อดับกายแล้ว จิตย่อมเคลื่่อนไป จิตวิญญาย่อมไปยังนรก สวรรค์ ก็ด้วยกำลังของกรรม ด้วยกำลังของจิต ดวงนั้นของมันเอง ครับ และก็เป็นนรก สวรรค์ เป็นที่เดียวกัน คือมารวมกันณที่เดียวกัน คือว่าอันภูมิแห่งนรก สวรรค์นี้ กว้างใหญ่ไพศาลมากๆครับ ไม่ต้องกังวลครับ ทั่วทั้งจักรวาล ก็รองรับสรรพสัตว์นี้ได้หมดครับ
    สุดท้ายนี้ก็อยู่ที่เราว่าจะมีกำลังใจที่ดี ทำความดีไว้มากๆ ละบาบกรรมให้หมด ย่อมไปสู่สุขคติคือสวรรค์สมบัตืได้ครับ สาธุ
     
  17. ดาวศุกร์

    ดาวศุกร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    447
    ค่าพลัง:
    +668
    ผมเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเป็นสิ่งสูงสุดครับ เนื่องจากพระอานนท์ท่านถามพระองค์ถึง 3 ครั้ง ท่านถึงตรัสให้เหล่าสาวกฟัง (ถามครั้งที่ 1 และ 2 ท่านทรงนิ่งเฉยไม่ตอบ) และพระองค์ทรงตรัสปิดท้ายว่า สิ่งเหล่านี้เป็น "อจินไตย" เกินที่วิสัยของบุคคลธรรมดาจะรู้เห็น ไม่ควรนำมาคิด เพราะจะเถียงกันไม่จบไม่สิ้น ไม่ยังประโยชน์ใดๆ เพื่อการหลุดพ้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มีนาคม 2013

แชร์หน้านี้

Loading...