ถ้าสวรรค์เลี้ยวซ้าย นิพพานเลี้ยวขวา : สิ้นสงสัย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย สิ้นสงสัย, 3 ธันวาคม 2019 at 06:02.

  1. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    ได้อ่านประสบการณ์การปฎิบัติจากหลายๆท่าน ทำให้เกิดคำถามว่า ท่านมีเป้าหมายในการปฎิบัติไปทางไหน วิชา กสิณ อภิญญา สมาบัติ ทำได้แล้วจะยังไงต่อ และถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าเรามีฤทธ์แบบนั้นจะใช้ทำอะไร คำตอบที่ได้ฟังดูเห็นแก่ตัวและอวดดี คำตอบคือ " เราไม่อยากได้ " ถามต่อว่าทำไมถึง" ไม่อยากได้ " ได้คำตอบว่าเพราะพิจารณาแล้ว " ไม่มีประโยชน์ " เพราะไม่ได้ทำให้เราหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ถ้างั้นแล้วอะไรทำให้เราหลุดพ้นได้ล่ะ คำถามนี้ต้องหาคำตอบ
    เริ่มต้นหาคำตอบจากพระไตรปิฎก หนังสือธรรมมะ หลักคำสอน การฝึกสมาธิ-วิปัสนา เจอข้อมูลมากมาย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ไหนจะศัพท์เชิงลึกที่เพิ่มคำถามเข้าไปอีก เปิดอ่านไป ดูไปดูมาจับใจความได้ว่า จะหลุดพ้นได้ต้อง "ละ ทิ้ง สละ ปล่อย หนี ปลง ถอย "ใช้คำอะไรก็ได้ที่มีความหมายในอารมณ์ทำนองนี้ และจุดที่ทำให้เกิดอารมณ์แบบนี้คือ "ความเบื่อหน่าย"
    สุขบ้างทุกข์บ้างเศร้า ดีใจ เสียใจ สรรเสริญ นินทา ความไม่แน่นอน ทุกอย่างเป็นธรรมดาบนโลก ได้เห็นมานาน หากพิจารณาให้ดี "มันน่าเบื่อ" เพราะมันไม่แน่นอน และไม่เคยเปลี่ยน หากเรายังอยู่ในโลกแบบนี้ เราก็จะเจอแบบนี้ ซ้ำๆซาก วนไปวนมา ไม่รู้ไปจบที่ตรงไหน
    ทำได้เพียงหาทางออกไปจากวงจร เมื่อออกมาได้ถึงจะเรียกได้ว่า "หลุดพ้น"
    เมื่อศึกษาในศาสนาพุทธการหลุดพ้นจากวงจรซ้ำๆในโลกนี้เรียกว่า "นิพพาน" ผู้ค้นพบคือ พระพุทธเจ้า ท่านทรงพบว่าการหลุดพ้นนี้คือการ "ดับ" ถือเป็นที่สุดแห่งความปราถนาของพระองค์ ท่านสอนผู้ที่ต้องการหลุดพ้นมากมาย จนเป็นศาสนาพุทธในทุกวันนี้
    ถ้าพระพุทธเจ้ายังอยู่ การหลุดพ้นคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยังเหลือคือบันทึกคำสอน ที่เป็นอักษร ที่ไม่รู้ผิดหรือถูก ใครที่เขียนขึ้นมา หรือถูกบิดเบือนมาหรือไม่ วิธีที่ดีที่สุดคือ ทำตามและดูผล จึงต้องพิจารณาเลือกเอา "แก่น" จริงๆมาทดลอง โดยไม่พยายามหาคำตอบ เพียงแค่ดูผลเท่านั้น และต่อไปนี้คือผลการทดลอง
    การฝึกสมาธิ ทดลองหลายวิธีมาก กว่าจะเจอวิธีที่ตรงจริตเรา ที่ตรงจริตคือ
    - วิธีการฝึกโดยใช้การนับเลขไปเรื่อยๆ จาก 1 ไปจนถึง 1000 ในวันแรก
    โดยมีข้อแม้ว่าหาก ลืม หรือ ไม่แน่ใจ ว่านับถึงเท่าไหร่แล้ว ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ทุกครั้ง วันแรกๆอาจได้ไม่เท่าไหร่ แต่เริ่มใหม่บ่อยๆเข้าจะมีสติ สุขุม รอบคอบ กว่าครั้งแรกๆอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนับได้ถึง1000 แล้วจึงพอ
    - ขั้นต่อมาคือ นับเพียง 1 ถึง 10 และค้างไว้แบบนั้น รู้อย่างเดียวว่านับถึง 10 แล้ว ไม่นับต่อแล้ว พร้อมที่จะนับต่อแต่ไม่นับแล้ว ค้างไว้ที่ 10 พอ และขออยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆก่อน ให้ความรู้สึกเหมือนขั้นแรกแต่ สติและสมาธิชัดเจนกว่ามาก
    - ขั้นต่อมาอีกคือ นับ เพียง 1 เท่านั้น ครั้งเดียว และพอ อยู่ที่ 1 อย่างเดียวให้นานที่สุด พบว่ามีอาการเหมือนขั้นที่1และ2 แต่รู้สึกเบากว่า สบายกว่า
    - ขั้นสุดท้ายคือ เข้าสู่อารมณ์ที่พร้อมจะนับ แต่ไม่นับ จิตพร้อมนับแล้วแต่ไม่เริ่มนับปล่อยว่างๆไว้แบบนั้น พบว่าขั้นนี้อยู่ได้นานที่สุด สบายที่สุด และเข้าสู่ภวังค์ได้นิ่งที่สุด รู้สึกถึงอารมณ์ที่เข้ามากระทบแต่เข้าไม่ถึงจิต ได้ยินเสียงแต่ไม่มีผลกับสมาธิ
    การฝึกสมาธิให้ผลที่พอใจมากๆ แต่ยังไม่ถึงการหลุดพ้น เป็นเพียงขั้นตอนแรกที่มีพื้นฐานเดียวกับ กสิณ อภิญญา หรือ สมาบัติ เท่านั้น ขั้นต่อไป สำคัญที่สุดว่าจะเลี้ยวไปทางไหน ซ้ายหรือขวา ถ้าไปสวรรค์คือเลี้ยวซ้าย การไปนิพพานคือเลี้ยวขวา คนละทางโดยสิ้นเชิง

    มาถึงการ "หลุดพ้น" ทำให้จิตเข้าสู่ สภาวะ "นิพพาน" ในขั้นนี้ต้องใช้การพิจารณาหลักธรรม ใช้อุบายทำให้เบื่อในการเกิด-ดับ

    - มรณะสติ
    เข้าสู่สมาธิไว้สักระยะเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อพร้อมแล้วจึงนึกถึงมรณะสติ ความตาย พลัดพราก สูญเสีย เสียใจ โน้มจิตบอกว่าไม่เอาแล้ว พอแล้ว ไม่อยากเจอแล้ว มันน่าเบื่อที่สุด น่าเบื่อจริงๆ พิจารณาไปสักระยะเวลาพอสมควร รู้สึกว่าเกิดความสลดเกิดขึ้นในจิตใจ ความเศร้าหมองที่ชัดเจน

    - โลกธรรม 8 มียศ เสื่อมยศ มีลาภ เสื่อมลาภ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์
    เข้าสู่สมาธิเพื่อเตรียมจิตให้พร้อม และค่อยๆพิจารณาตามลำดับ
    มียศเสื่อมยศ นั้นเป็นความจริงไหม? (ให้จิตตอบมาเอง)
    มีลาภเสื่อมลาภ นั้นเป็นความจริงไหม? (ให้จิตตอบมาเอง)
    มีสรรเสริญมีนินทา นั้นเป็นความจริงไหม? (ให้จิตตอบมาเอง)
    มีสุขมีทุกข์ นั้นเป็นความจริงไหม? (ให้จิตตอบมาเอง)
    ขั้นตอนนี้เมื่อจบ มีสุขมีทุกข์ เมื่อจิตตอบมาว่าจริง เกิดภาวะกระจ่างขึ้นในจิต สว่าง โปร่ง เบา มีเสียงก้องในสมาธิว่า "มัจฉิมาปฏิปทา"

    - ขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
    เข้าสู่สมาธิสักระยะ จากนั้นพิจารณา ขันธ์ทั้ง 5 ว่าไม่ยั่งยืน มีเกิดและดับ และเกิดและดับอยู่อย่างนี้ และเป็นแบบนี้ไม่จบสิ้น
    รูป องค์ประกอบ ของดี ของเน่าเสียรวมกัน ความจริงแล้วน่ารังเกียจควรละทิ้ง
    เวทนา อารมณ์ต่างๆมันทำให้เกิด ความโลภ โกรธ หลง และเป็นที่สะสมกิเลส ควรละทิ้ง
    สัญญา เป็นที่รวมความอาฆาต พยาบาท บุญคุณ ความแค้น ควรละทิ้งไป
    สังขาร เป็นแหล่งรวมตัณหา อุปทาน ปรุงแต่ง ควรละทิ้งไป
    วิญญาณ มีแหล่งที่อยู่ที่ประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร ควรทิ้งไปพร้อมกัน
    ขั้นตอนนี้มีความรู้สึกว่างเปล่ามากที่สุด
    -สุดท้าย เข้าสมาธิธรรมดาและกำหนด เกิด ดับ เหมือนฝึกสมาธิตอนแรก ดูไปที่เกิด ดูไปที่ดับ ให้เห็นความทุกข์ความวุ่นวายหลายๆอย่างเมื่อดูเกิดมันวุ่นวายจริงๆ
    ดูไปที่ดับไม่มีอะไร มีแต่ความพอดี ในความรู้สึกจริงๆ ค้างอยู่ไปแบบนั้น วันไหนว่างอยู่แบบนั้นทั้งวันได้ยิ่งดี การไม่ประมาท เป็นดีที่สุดให้การคงสมาธิไว้ในทุกอิริยาบท


    สิ่งใดๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุด จนถึงขนาดใหญ่สุดๆ ดวงดาวหรือจักรวาล มีสิ่งที่เหมือนกันคือ เมื่อเกิดแล้วย่อมมีดับเป็นธรรมดา
    หมั่นเข้าสมาธิแล้วมาในสภาวะ"นิพพาน"นี้บ่อยๆ เมื่อเข้าสมาธิให้กำหนดเกิด-ดับ มองไปที่ดับได้เลย
    -อาการและผลของการปฏิบัติเกิดขึ้นแก่เฉพาะตัวบุคคล-
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 ธันวาคม 2019 at 00:13
  2. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    ยังไม่เหน มี การฝึก สมาธิ เลย

    ตายเปล่า น๊า....

    ถ้า อุปทานว่า เท่านี้ใช่ อย่างอื่นไม่มี
     
  3. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    สังเกตไปเลย

    ตอน ปรารภ ซ้าย ขวา

    ตอนนั้นแหละ สงสัย มันเกิด
    แล้ว เดินตามที่ กิเลส ลากจูง
    ไป

    นิพพาน อยู่ที่ สุดขอบโลก(รูปนาม)

    ไม่มีซ้าย ไม่มีขวา หมดทางเลือก
    เพราะ เหตุ ที่ทำให้เหนว่า ทาง
    เลือกปรากฏ มันดับสนิท

    แล้ว อาสัย ระลึก ทางเลือก
    ดับสนิท อีกที เพื่อเช็คว่า ไม่ใช่
    การสรุปแบบ "เท่านี้ใช่ อย่างอื่นเปล่า"
    ก้จะชัดว่า "ไม่เข้าไปส่วนสุด"
    จึงจะมั่นคงแบบ มัชฌิมาปฏิปทา

    นิพพานหรือไม่ ไม่มีใครชี้ได้
    เพราะ ตาของโลก(ศาสดา)
    ไม่มีอยู่

    ส่วนใครมาถามถึง นิพพาน ก้ให้
    ทำเพียง ปรารภ ทุกข์ และอุบาย
    การขัดเกลากิเลส ตอบแทนข้าว
    ปลาอาหาร ที่เขาเอามาบำรุง

    ปล. อาหารมี4 การให้ธรรมทาน
    จัดเปนการให้ทาน ผู้อ่าน ผู้รับ
    ถือว่า รับอาหารเจริญตา เจริญ
    ใจเจริญธรรม เมื่อรับ(ทาน)แล้ว
    ก้แสดง ทุกข์ อุบายขัดเกลา
    ตัณหา อุปาทาน คืนไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ธันวาคม 2019 at 06:36
  4. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    พระศาสดา ตรัสสอน พระราหุล
    ที่เกลียด ฤาษี เอามากๆ เพราะ
    เคยพลาดไปขอ สิ่งที่เปนกุสล
    สูงสุดกับ ฤาษี .... ฤาษีให้พรตาม
    ที่ไปขอ(เอง) ผลทำให้ไปเกิดเปน
    พยานาคอยู่หลายหมื่นกัป

    พอเหน รูป ก้เกลียด

    พระศาสดา จึงแก้ว่า ให้พิจารณา
    รูป ว่า มีความราบเรียบ เผื่อแผ่
    แบกรับ สัตว์แบบไม่เลือกที่รัก
    มักที่ชัง ดินแบกรับทุกสรรพ
    สัตว์ น้ำให้ความชุ่มเย็นโดยไม่
    เลือกวรรณะ ลมมีเพียงพอแก่
    ทุกชีวิต ไฟให้ความเท่าเทียม
    เสมอภาคไม่มีใครกั้นขวางได้

    สัญญา หากไม่มี ญาน จากการ
    บำเพ็ญสมณะธรรม จะไม่เกิด
    สัญญาดับด้วยตัวเองเสมอทุก
    ครั้งที่เกิด ไม่เคยค้างเติ่ง
    พาใครจมความว่างเปล่า ไร้มรรค
    สัมมาปฏิบัติ

    สังขารแม้นพ่อแม่ให้มา ก้เพื่อ
    ใช้ในการตรากตรำลูบคลำหา
    ทางพ้นทุกข์ หากไม่มีสังขาร
    ที่พ่อแม่ให้มาเสียแล้ว ก้จะไม่มี
    ทางเจอ พระศาสดา และ คำสอนได้

    เวทนา วิญญาน เปนตัวช่วยให้
    มั่นคงแนบแน่น ในวิหารธรรมที่ดี
    และ ก้ใช้วิหารธรรมที่เปนกุสลนั้น
    นั่นแหละเปนที่อาสัยระลึก สุด
    ขอบโลก(รูปนาม)เพื่อ อ๋อ สมาธิ
    อยู่ตรงนี้

    ไม่มีสัดส่าย ย้ายซ้าย ขวา ไม่มี
    ภาระต้อง คอยประครองเอาไว้
    เหมือน คนขึ้นฝั่งไม่ต้องแบก
    เรือใส่หัวเข้านิพพาน
     
  5. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    ถ้าจะตายเปล่า ก็ยินดี เพราะเข้าใจว่าได้ให้อภัยไปหมดแล้ว ไม่มีอาฆาตใดๆ
    ส่วนที่ยังเหลือจะเอาคืนก็ยินดีให้คืน
     
  6. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    ตอนนั้นแหละ สงสัย มันเกิด
    แล้ว เดินตามที่ กิเลส ลากจูง
    ไป : ถ้าสงสัยคงไม่เลือกดับ ที่ต้องปรารภเพื่อเป็นการไม่ประมาทมากกว่า

    แล้ว อาสัย ระลึก ทางเลือก
    ดับสนิท อีกที เพื่อเช็คว่า ไม่ใช่
    การสรุปแบบ "เท่านี้ใช่ อย่างอื่นเปล่า"
    ก้จะชัดว่า "ไม่เข้าไปส่วนสุด"
    จึงจะมั่นคงแบบ มัชฌิมาปฏิปทา : เข้าใจทางสายกลางคือความพอดีมากกว่าที่จะมองว่าสิ้นสุดหรือสุดแล้ว จริงๆแล้วนิพพานอยู่ใกล้แค่เอื้อมเพียงแต่ปล่อยความเป็นที่สุดนั้นทิ้งไป เพราะมันไปคนละทาง
     
  7. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    ธรรมะ ไม่ใช่เรื่อง ตรรกะ

    ทำอย่างนี้ จะได้อย่างนั้น


    ธรรมะ เปนเรื่อง เหน ตรรกะ
    นั่นแหละ อุปทานของโลก

    การเหนชัด อาการ ตรรกะ
    จึง เหนือเหตุ เหนือผล
    เหนือวัฏ เหนือการคาด
    เดาใดๆ

    ทำอะไรตามตรรกะ มหาแมว
    วัดลาดพร้าว มันก้ทำเปนตบซับ
    ไตเติล แปรงบุญเปนของอุ่นใจ
    ในกระเป๋าอ้างต้นทุนต้องคอย
    จัดหาอาหารกินอิ่มนอนอุ่นขน
    บนหัวไม่ร่วงสักเส้น

    การเหนปฏิจสมุปบาท แล้วข้าม
    พ้นด้วยความ รู้ทุกสรรพสิ่งย่อม
    อาสัยปัจจัย จึงไม่พลาดไป...
    ..นั่งปั้นอย่างนี้ เพื่อนิพพาน ท่านั้น
    (อาสัญญีสัตตา นิพพานพรหม)


    ทันทีที่เหนชัด สุดขอบโลก อย่างถูก
    วิธี ขณะนั้น ก้พ้น การใช้ปัจจัย

    ถึงพรัอมด้วย ธาตุที่ไม่เกิดจาก
    ปัจจัย(นิพพาน ก้ สมมติเรียก)

    แต่ถ้า ยังต้อง ทำอย่างนี้สิ จึง
    จะได้อย่างนั้น มหาแมววัดลาด
    พร้าวมันก้สอนได้


    ปล. มหาแมว คืออะไร

    มหาแมว คืออะไรที่ไม่ใช่ "แมวขาจร"
    ในกาลนี้ ( ตามรูปอะว่าถ้า avarta)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ธันวาคม 2019 at 09:56
  8. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    ไม่มีเหตุผลที่ธรรมมะจะอยู่เหนือตรรกะ เพราะมันเป็นเหตุเป็นผลเหมือนกัน คาดเดาได้เหมือนกัน ไม่มีอะไรวิเศษกว่ากันตรงไหน นิพพาน นรก สวรรค์ ธรรมมะหรือตรรกะก็ยกมาอธิบายได้ เพราะมันมีเหตุผลของมัน ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าทำแบบนี้แล้วจะได้แบบนี้ แค่ให้เป็นเหตุเป็นผลกัน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ธันวาคม 2019 at 16:02
  9. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    สัญญา เที่ยง หรือไม่เที่ยง

    ผู้ที่ ไม่สามารถจะเห็น ความไม่เที่ยงของสัญญาได้

    หรือ ไม่เห็นแจ้งแม้นแต่นิดเดียวว่า สัญญามีปรกติดับ

    หากเป็นบุคคล มี สัญญาเสีย( ไม่เห็นสัญญามีปรกติดับ)
    ย่อม ถือเอาด้วยการ รวบรัด คาดเดา ประมาท มุ่งเจตนา
    ปั้นท่าทำกรรมฐานให้เหมือนๆ เพื่อสรุปเอาลอยๆด้วย
    สัญญาที่สำคัญว่าเที่ยง สัญญามีในตน มีตนในสัญญา
    สัญญาเป็นตน ตนเป็นสัญญา
     
  10. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,653
    ค่าพลัง:
    +10,888
    ของแท้มันไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่ต้องไปไม่ต้องมา
    มันมีอยู่ก่อนจักรวาลทั้งหลายจะเกิด
    เราก็คือส่วนหนึ่งของสิ่งนั้นแต่แยกตัวออกมา
    ด้วยตัณหาอุปปาทานนานแสนนาน
    จนลืมไปความตัวตนที่แท้จริง(กิเลส3 บังอยู่)
    วิธีกลับที่เดิมคือ ใช้ศีล สมาธิ ปัญญา
    ทะลวงเข้าถึงตัวรู้ และอยู่กับรู้ตลอดไป
    แต่ต้องระวัง การดิ้นรนค้นหา ยิ่งเจอแต่
    สิ่งสมมุติและบัญญัติ
    เหนือสิ่งอื่นใดต้องพิจารณาธรรมที่จะนำไปสู่ความสิ้นยึดตัวตนว่ากายกับจิตนี้เป็นเรา
    หรือเป็นของเรา
    เป็นจุดเริ่มที่ต้องอาศัยก่อน ขณะเดียกัน
    กายกับจิตนี้ก็ต้อง
    เอามาเป็นเครื่องมือ
    แต่แค่อาศัยชั่วคราวพาไปสู่วิมุติ
    โดยวิธีการนั้นมีความแตกต่างกันบ้าง
    แต่ก็ภายใต้กรอบศีล สมาธิ ปัญญา
    ( อริยมรรคมีองค์ 8)
     
  11. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    ของแท้มีเกิดไหม ? ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    มีดับไหม ?ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    ต้องไปไหม?ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    ต้องมาไหม?ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    มีอยู่ก่อนไหม ?ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    เราคือส่วนที่แยกออกมาไหม ?ไม่รู้ ไม่อยากรู้
    ไม่รู้ ไม่อยากรู้ ไม่อยากหาคำตอบ เพราะคำตอบเป็นอะไรก็ได้ทั้ง2อย่าง ที่รู้ดับคือรู้สภาวะหนึ่งของจิต ที่มันไม่มีอะไรให้เกิด
     
  12. พิฬา

    พิฬา Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    606
    ค่าพลัง:
    +183
    พระศาสดากล่าวไว้ ในสามโลกธาตุต่าง
    เวียนวนอยู่นสังสารวัฏ อย่างยาวนาน

    โดยเฉพาะ พวก พรหมที่ พึงลงมาเกิด
    ย่อมมี ทิฏฐิ เห็น จิตเป็นตน เห็นตนเป็น
    จิต มีจิตในตน มีตนในจิต ด้วยการ รวบรัด
    ถือเอาด้วย อำนาจแห่ง "ก้อkuพอใจ" ได้
    หมดหาก สดชืด(ว่าง)

    โดยไม่ทราบ ไม่หมั่นสดับ อีกทั้ง ทนไม่
    ได้ต่อการ รับฟัง ธรรมของสัตบุรุษ ที่กล่าว
    อยู่ว่า "จิตเป็นเพียง สิ่งที่อาศัยปัจจัย" ใน
    การเกิด จิตที่มีวิภวตัณหา เฝ้นหา "นามธรรม"
    ที่วัดค่าด้วย ตรรกะ ว่าอยู่คนละส่วนกับ รูป
    ยิ่งถือเอาจิตว่า เป็น นิพพาน เพราะ ภพที่
    พึ่งมายังย้อมจิตให้เกิด ฉันทราคะ แรงกล้า

    ทนไม่ได้ที่จะ พิสูจน์ธรรม ว่าจิตเป็นเพียง
    สิ่งที่เกิดจากปัจจัยการ ( สิ่งใดเกิดจาก
    ปัจจัยการ สิ่งนั้น ไว้ใจไม่ได้ หรือ สิ่งใด
    ที่เกิดจากปัจจัยการ สิ่งนั้นต้องสะดุ้งอีก
    ในภายหลัง -- ไม่ดีเลย)

    นิพพาน เป็น ธาตุ ที่ไม่ได้อาศัย ปัจจัยใน
    การเกิด พระศาสดาตรัสย้ำว่า ไม่สามารถ
    ตรึกเอาด้วยตรรกะ(คาดคะเน คำนวนเอา)
    หรือ ปรัชญา(ก้อkuพอใจ)

    พระศาสดา ตรัส ....

    พระศาสดา ตรัส ....

    พระศาสดา ตรัส ....




    ปล. จบแล้ว ที่เหลือเป็นเรือง "..... ขัมภโต "
     
  13. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,682
    กระทู้เรื่องเด่น:
    8
    ค่าพลัง:
    +11,690
    นิพพาน สิ้นกิเลส ครับ ไม่ใช่อาการ กำหนดเกิด-ดับ อะไร
     
  14. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,288
    ค่าพลัง:
    +9,173
    +++ เฮ้ย... สิ้นกิเลส "ต้องไม่มีอาการ หลอกลวง ในจิตตน"
    +++ นี่มึงยัง "ตลบแตลง" คนทั้งเวป แบบนี้ "เลวสุด ๆ"
    +++ มึงไป "แก้ไข" ในสิ่งที่มึง "ทำชั่ว" ให้ได้ก่อน
    +++ อย่ามาเสือก "ออกความเห็น" อะไรอีก...
    +++ ข้อความ "ชั่ว/เพ่งโทษ/มโน" ของมึง อยู่ที่นี่
    +++ มึง "โกหกคนทั้งเวป" ไปจัดการ "ตัวมึง" ให้ได้ก่อน หึหึหึ....
     
  15. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    "นิพพาน"เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้า ชี้ทางไว้ มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน แต่การอ้างอิงถึงการตรัสของพระพุทธเจ้าในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่มีเหตุให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง การพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ มีแต่คำสอนที่มีการบันทึกไว้ ที่ยังพอให้หาความจริงได้ และต้องพิสูจน์ก่อนจะนำมาเผยแพร่
     
  16. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    "นิพพาน" เป็นสภาวะที่เกิดจากการละ ทิ้ง จนไม่มีเหลือแล้ว การกำหนดเกิด-ดับเป็นเพียงอุบายที่ทำให้จิตละ ทิ้ง อยู่ในสมาธิขั้นธรรมดา ที่ไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป
     
  17. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,653
    ค่าพลัง:
    +10,888
    ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เพราะมันอยู่ในขั้นบัญญัติ
    บางท่านไม่เคยอ่านเพราะไม่รู้หนังสือ
    ก็บรรลุวิมุติได้
     
  18. ไม่ใช่ตัวตน

    ไม่ใช่ตัวตน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2018
    โพสต์:
    235
    ค่าพลัง:
    +115
    ทุกข์อริยสัจ มีจริงๆ นะครับ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ธันวาคม 2019 at 19:01
  19. คนเมืองน้ำดำ

    คนเมืองน้ำดำ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    129
    ค่าพลัง:
    +8
    ช่วยกันประครอง จขกท. ให้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องและไปให้สุดทาง..

    ขออนุโมทนา..

    ปล. กัลยาณมิตรหาได้ในเวปนี้แหละขอรับ..
     
  20. สิ้นสงสัย

    สิ้นสงสัย สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    อังคาร
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +1
    เพื่อเป็นการไม่ประมาท สิ่งที่นำมาวิเคราะห์ พิจารณา ควรทำให้แจ้งได้ในขณะนั้น ถ้าสิ่งนั้นไม่สามารถทำให้แจ้งได้แล้วนำมาวิเคราะห์ พิจารณา ถือว่าประมาทและเป็นการปฏิบัติที่หย่อนเกินไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...