ภวังค์

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย บุตรเดียว, 13 เมษายน 2018.

  1. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    เราจะผ่านภวังค์ได้ยังไงครับ
     
  2. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    354
    ค่าพลัง:
    +390
    ทำบ่อยๆครับ

    อย่าหยุดไปกลางคัน เดี๋ยวก้ไปได้เอง

    เหมือนกะหัดเขียนหนัังสือ กอไก่ ก้ต้องฝึกบ่อยๆ ทุกวัน
    ต่อไปก็คล่อง ก้เขียนได้เอง ผสมคำสะกดคำได้เอง


    อุปสรรคอย่างเดียวของกรรมฐาน คือความขี้เกียจ
     
  3. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +2,878
    ฝึกสติ สัมปชัญญะ ครับ
    เดินจงกลม และฝึกแบบ หลวงพ่อเทียน วัดสนามใน
     
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,016
    ค่าพลัง:
    +30,324
    เข้าแล้วให้ระลึกออกมาทันที
    แต่ห้ามลืมตาและให้ฝึกเข้าออก
    แบบนี้บ่อยๆครับ
    และก่อนหน้าที่มีสมาชิกแนะนำไป
    วิธีการทั้ง ๒ ท่าน
    ล้วนส่งเสริมที่ จขกท ถามครับ
    เพราะจะได้ในเรื่องสมาธิสะสม
    เพียงพอที่จะข้ามสภาวะที่ถามได้ครับ
     
  5. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,433
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,506
    ไม่ขาดสติ สติตั้งมั่น ครับ

    ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องอาศัยคำบริกรรมไม่ให้ขาดสาย ไม่เผลอลืม ฟุ้งซ่าน ลืมคำภาวนาคำบริกรรม
     
  6. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    บางครั้งกว่าจะรู้ว่าตัวเองตกภวังค์ก้อกินเวลาไปหลายนาทีแล้วครับ แถมตอนเข้าไปก้อไม่รู้ตัวชะด้วยครับ
     
  7. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    พยายามมีสติไม่ขาดสายอยู่ครับแต่ภวังค์ก้อมาเนียนเหลือเกินเล่นผมเสียท่าไห้ทุกครั้งไป
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,016
    ค่าพลัง:
    +30,324
    มันเป็นเรื่องปกติครับ ถ้าระลึกได้ตอนไหนก็เอาตอนนั้นครับ
    ไม่ต้องไปสนใจ ว่าจำต้องรู้เลยทุกครั้ง เพราะมัน
    เป็นเรื่องที่จะเจอได้ทุกคนครับ...

    เพียงแต่ การรู้ตัวช้า มันก็แค่ฟ้องว่า กำลังสติทางธรรม
    เรามันยังไม่พอ ดังนั้น ในเวลาปกติเราก็มาเจริญสติ
    ให้มันต่อเนื่องเพิ่มขึ้น ก็เท่านั้นเองครับ..
    ไม่มีอะไรหรอก.....

    คนจะเข้าสมาธิระดับสูงได้
    หรือจะใช้งานผลของสมาธิได้
    มันก็ต้องผ่านแบบนี้ทุกคนนั่นหละครับ
    เพียงแต่ว่า จะผ่านแต่ละสภาวะช้าหรือเร็ว
    แค่นั้นเองครับ...ปลายทางมันก็เหมือนกันหมดแระครับ

    แต่ถ้าคุณถาม แล้วเค้าแนะนำ วิธีการให้คุณ
    ข้ามสภาวะนี้ไม่ได้
    ก็แสดงว่า คนที่แนะนำ เค้าคิดเอา
    ก็เท่านั้นเอง แต่ต้องดูที่เจตนา
    ผู้แนะนำด้วย ว่าปรารถนาดี
    หรือว่า แนะนำเอาหน้า
    แต่ไม่มีความสามารถ
    หรือประสบการณ์มาก่อนครับ...
    สภาวะแบบนี้ บางทีในตำรา
    มันก็ไม่มีเขียนบอกไว้ครับ

    ต้องผ่านประสบการณ์มาก่อน
    มันถึงจะ อ๋อ และพอแนะกันได้
    ประมาณนี้ครับ
     
  9. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    ตัวผมเองจากเริ่มจนถึงสภาวะนี้ผมใช้เวลาประมาณเกือบ2ปี ทั้งชีวิตผมจะได้เหนแสงสว่างข้างในรึป่าว ท้อบ้างแต่ไม่หยุดแน่นอน ขอบคุณครับพี่
     
  10. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,016
    ค่าพลัง:
    +30,324
    น้องแสงกระโหลกกระลาแบบนี้ฝึกสมาธิแบบลืมตาไม่กี่วันก็ได้แล้วครับ
    (ทั่วๆไปนะ)

    จะบอกว่ามันเป็นระดับ
    เด็กพึ่งหัด คิดว่าเป็นสภาวะเทพ
    ชอบหลง และชอบมาถามกัน
    พวกนี้ นอนกร๊นคร๊อกๆ มันก็เกิดได้
    ถ้าฝึกเข้าออกสภาวะอุปจารสมาธิบ่อยๆ
    คือมันพื้นๆ ระดับรากหญ้าครับ

    พูดไม่ได้หมายความว่าข้าเก่ง
    แต่มันเป็นแค่ระดับพื้นๆไร้ประโยชน์
    เพราะมันทำให้หลงตัวเองง่ายมาก
    สภาวะนี้หละ ที่วิญญาณมีฤิทธิ์
    ชอบแปลงเป็นพระพุทธเจ้า
    มาสนทนา หรือระดับสูงๆมาให้เราเห็น
    ถ้าเราไม่มีกำลังสติพอ ที่จะเห็นได้นาน
    เราจะไม่เห็นความจริงที่อยู่เบื้องหลังได้เลย



    และสมาธิมันไม่ใช่ว่าอยู่ที่วาสนา
    บารมีอะไรหรอกนะ มันเป็นคำที่
    นักปฎิบัติบางคน(บางดวงจิต)
    เอาไว้พูดให้ตัวเองดูหล่อ
    เวลาสอนคนอื่นๆเฉยๆครับ
    ประมานว่าตรูทำได้ เพราะบารมีตรูเยอะ
    ทำได้จริงเป่าก็ไม่รู้
    ทำได้ต้องแสดงได้จริงไหม
    พอนึกภาพออกเนาะ แต่เชื่อไหม
    ให้มาเพียวแสดงความสามารถ
    แสดงให้ดูรับรองว่า หงอยทุกราย

    การจะผ่านได้เร็วหรือไม่ ส่วนหนึ่ง
    มันอยู่ที่เทคนิคคอลเทอมครับ
    (ที่คนมีท่านมาสอนทางภพภูมิแล้วไปได้เร็ว
    ก็เพราะเทคนิคคอลเทอมนี่หละครับ
    ส่วนจะทำตัวอย่างไรไปคิดเอาเอง)
    แต่ที่สำคัญ ผู้ที่รับฟัง
    ต้องทิ้งสภาวะนามธรรมที่ตนเจอระหว่าง
    ให้หมด โดยไม่เผลอไปคิดว่า ที่ตนเจอนั้น
    มันไม่ใช่ธรรมดา ไม่ใช่ใครจะเจอง่ายๆ
    พวกนี้ มันคือ การหลงยึดในนามธรรม
    เป็นกิเลสล้วนๆๆ

    เอาตรงๆนะ น้องอย่าไปสนใจแสง
    กระโหลกกะลา ส้นบาทาพวกนี้เลยครับ
    ถ้าเทียบว่า สภาวะเริ่มต้น
    เดินปัญญาได้ คือ ม ๖
    แสงสว่างป่านสปอร์ตไลต์บาทาเนี่ย
    มันเทียบได้แค่ ม ๑ เองครับ
    แต่ไอ้ ม ๑ นรกนี่หละครับ
    ที่มันทำให้นักปฎิบัติ หลงตัวเองมาก
    คิดว่าตนบรรลุ ทั้งที่ยังไม่มีความสามารถ
    ทางจิต ทำบาทาอะไรได้ซักอย่างครับ
    บางคนคิดว่าได้คุยกับพระพุทธฯ
    แล้วคิดว่าตัวเองบรรลุ
    ทั้งที่ไม่มีความสามารถใดๆ
    ความรู้ก็อ่านวิเคราะห์เอา
    แต่มันมีจริงนะครับ
    ดวงจิตแบบนี้ แถมโครต หลงตัวเอง


    เราอย่าไปสนใจ ถ้าสนเราจะเหมือน เด็ก ม๑
    ที่คิดว่าตนเก่งกว่า ม๖(ซึ่ง ม๖ ก็พึ่งจะเดินปัญญาได้ เรียกว่าเริ่มคลาน)
    สมาธิจำไว้

    ไม่ว่าเราจะเจอ กิริยาอะไร
    ไม่ว่าจะระดับจักรวาลป่านใด
    หรือเจอผู้ยิ่งท่านใดก็ตาม
    ห้ามสนใจทุกๆกรณี

    ถ้าไม่รู้ สกดคำนี้ ไว้ช่างหัวพระญาติมัน
    ไม่ต้องไปสนใจ คิดเสียว่า มันไม่เคยเกิดขึ้น

    พอถึงระดับที่จิตมันแยกกายได้เด็ดขาดชั่วคราว ในสมาธิระดับสูง
    และควบคุมมันไว้ในกายให้นิ่ๆได้แล้ว


    เด่วจิตมันจะมีเครื่องย้อนรู้ ทุกๆกิริยา
    ไม่ว่าจะพิสดาร ระดับจักรวาลแค่ไหน
    มันจะรู้เอง โดยไม่ต้องมาถามให้เมื่อย
    ไม่ต้องมาเจอ นักปฎิบัติสายปี้แปะตกแต่ง,
    สายมโนบวกเดาสญาน ,สายอ้างไปเรื่อยสญาน,สายรู้เรื่องคนเดียวสญาน,สายเทพสญาน,สายอ้างผู้ยิ่งใหญ่เสริมมโนสญาน
    ของตนทั้งหลายถ้ามีคนแย้งลงมาตอบ ,สายทับถมโม้ทับสญาน
    แต่ไม่กล้าแสดงความสามารถ
    มาโม้ให้รำคาญหูเล่นครับ.

    อดทนหน่อย ขึ้นบ้านได้
    มันจะเห็นบันได ราวบันได
    ที่ผ่านมาได้เอง มันไม่หายไปไหนหรอก
    เพราะมันเป็นส่วนโครงสร้าง
    ที่หนุนให้เราขึ้นบ้านได้อยู่แล้ว
    ถึงเวลานั้น จะดูขั้นไหนค่อยมาดูเอา
    เอาไว้โม้เพื่อเจอใคร อยู่ขั้นที่เราเคย
    ผ่านมาก่อน ส่วนจะเชื่อไม่เชื่อ
    ไม่ใช่เรื่องของเรา. เข้าใจที่พูดนะ
    ส่วนขึ้นแล้วเราก็ค่อย
    มาทำความสะอาดบ้าน(เริ่มเดินปัญญาได้
    ถึงจะไม่เป็นวิปัสสนึก เดาขั้นบันไดข้างบน
    ไปเรื่อยเปื่อย บางทีโม้อีกนะ ขนาดยังไม่เคยขึ้น พูดป่านยืนอยู่ข้างบน)
    เพราะถ้ามันสกปรกมาก
    เราก็ไม่สามารถอยู่ได้เช่นกันครับ


    ปล เล่าให้ฟังพอขำๆ
     
  11. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +2,878
    ท่านบุตรเดียว ค่อนข้างตั้งใจมาก พยายามจะผ่านภวังค์ให้ได้ บางอย่างมันก็ต้องใช้เวลาครับ

    คนที่มาปฎิบัติ พอเริ่มต้นได้ ส่วนมากก็ปฎิบัติกันไปทั้งชีวิต ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆครับ

    สังเกตว่า ถามแต่เรื่องสมาธิ แต่ว่า มรรคมีองค์แปด นะครับ ควรทำไปพร้อมกันทั้งหมด

    หรือถ้าจะเน้นด้านสมาธิก่อน อย่างน้อยก็ควรปฎิบัติ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ที่อยู่ในกลุ่มของสมาธิครับ
     
  12. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบคุณจากใจจริงครับสำหรับคำแนะนำครับ ผมขอเล่าสิ่งที่เกิดกับผมจริงขณะปฎิบัติที่ผมสังเกตุและมีความแตกต่างจากที่เคยอ่านมานะครับคือ เรื่องปิติ วันนึงขณะที่ผมปฎิบัตินั่งสมาธิภาวนาพอสงบผมได้ยินเสียง กึกกัก มาจากทางด้านหลัง ดังมาไกล้ตัวผมเรื่อยๆผมได้ยินชัดขึ้นเรื่อยๆ เปนครั้งนึงที่ผมกลัวมากที่สุดในชีวิตคับแต่ผมไม่ลืมตาเพราะผมอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนเสียงนั้นมาถึงตัวผมพอถึงตัว ตัวผมก้อเกิดอาการโยกครับ โยกเองจริงๆขณะนั้นเหงื่อผมนี่เปียกเสี้อเลยเพราะความกลัว แต่อาการตัวโยกมาพร้อมกับความสงบมากกว่าทุกครั้งที่ปฎิบัติ นี่แหละประเดนของปิติที่จะผมพูดถึงคือ หลังจากวันที่ผมถึงปิติผมนั่งสมาธิทุกครั้งตัวก้อโยกทุกครั้งโยกหนักขึ้นด้วยพอหนักจนถึงจุดก้อค่อยๆเบาลง ทุกวันนี้ก้อยังมีอาการอยู่แต่เบาลงมากและจากวันแรกที่เจอจนถึงวันนี้ผ่านเวลาไปเปนปี
    ความเหนของผม ปิติ คือระดับของสมาธิระดับหนึ่งไม่ไช่เกิดขึ้นเพียงครั้งแล้วหายไปแต่ ปิติ จะอยู่กับเราจนกว่าสมาธิของเราจะก้าวหน้าผ่านระดับนี้ไปได้ ซึ่งไม่เหมือนในตำรา
    คล้ายกับองประกอบที่ต้องมีในพื้นฐานครับ
     
  13. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอตอบตามตรงครับ ผมเปนคนชอบลงมือทำเลยครับ และขณะที่ทำหากเจอปัญหาใดก้อค่อยๆแก้ไขไป แก้ด้วยตัวเองไม่ได้ถึงค่อยไปถามครู อาจารย์ ผมชอบออกหน้างานมากกว่าวางแผนครับ อีกอย่างผมเปนคนไม่ฉลาดอ่านมากก้องง เลยเอาแค่ที่มีประโยชน์กับตัวเองในขณะนั้นๆครับ
     
  14. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    เริ่มนั่งสมาธิภาวนาพุทโธ มีความสงบเกิดปิติวางคำภาวนา ตามรู้ลมหายใจและก้อตกภวังค์
     
  15. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +2,878
    ตอบท่านเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
    ตกภวังค์ ควรฝึกสติ เพิ่ม
    แต่ สติ ไม่ได้ฝึกกันแค่ วันเดียวก็เพิ่มเลย ก็ต้องค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆ ส่วนมากก็ฝึก อานาปานสติระหว่างวัน
    แล้วก็ สติปัฎฐาน 4
    พอมีสติมากขึ้น สมาธิก็จะมากขึ้นอีก ความสงบก็มากขึ้น แต่ก็อาจไปตกภวังค์จุดอื่นอีก ก็ต้องฝึกสติเพิ่มจากเดิมอีก
     
  16. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    354
    ค่าพลัง:
    +390
    ก็ดีแล้วนี่ครับ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

    การตกภวังค์ เป็นสภาพ ที่จิตจะเข้าสู่จิตเดิม
    ใหม่ๆก็วูบวาบ ดิ่งบ้าง แสงสว่างว่าง วูบแล้วมาสงบนิ่งโล่ง เบาสบาย
    หลังจากนี้มันจะดำเนินความปราณีตไปเอง ตามกำลัง โดยลำดับ
    การตกภวังไม่ใช่เรื่องเสียหาย

    ส่วน
    ปิติ ที่จะแสดงก่อนการเข้าปฐมฌาน
    ให้สังเกตุ ความซาบซ่านแผ่ไปทั่วร่าง
    ดั่งโรยน้ำเย็นรดกระหม่อมลงมาไหลไปทั่วตัว
    จะซุ่มซ่ำเย็น มีความรู้สึกแจ่มๆในจิต

    ส่วนปิติ โยกเยก ตงเตง ตีลังกาตัวโหญ่เล็ก อะไร
    อย่าไปสนใจ เสียงห่าอะไรก็ช่าง กำหนดอยู่ที่กรรมฐานตัวเองพอ
    ส่วนใหญ่มันจะไปรู้ลมหายใจเข้าออก ก็เอาตรงนี้ประครองไปพอ
    เจริญให้มาก ทำให้มาก ให้คล่อง
    การใต่ลำดับ มันจะลงอัปนาสมาธิไปเอง มีปฐมฌานเป็นต้น
     
  17. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    354
    ค่าพลัง:
    +390
    อีกอย่างนึง ที่ควรใส่ใจ
    หลังออกจากสมาธิหรือ เลิก นั่งสมาธิ อย่าไปลุกพรวดพราด
    ให้ค่อย ๆออก ค่อยลืมตา พิจารณา ว่าในการทำสมาธิแตละครั้ง
    ครั้งไหนที่ จิตเบาโปร่ง สะบาย ให้จดจำ ในการเข้า แบบนั้นไว้
    เวลาออก อธิฐานทับไปทุกครั้ง ขอให้เข้าถึงจุดนั้นได้อย่างใจนึก
    มันจะเป็นการปักหมุด ระยะทางเอาไว้ให้จิตสังเกตุ
    ความชำนาญมันจะไว ขึ้น
     
  18. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    ด้วยความเคารพคุณ แฮสติ้ง สามประโยคนั้นไม่ไช่คำถามเปนการลำดับเหตุการไห้ทราบเฉยๆ ขอบคุณ
     
  19. บุตรเดียว

    บุตรเดียว สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2016
    โพสต์:
    58
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบพระคุณพี่มากครับ คำตอบของพี่ ปราบ และพี่นพ เปนคำตอบที่มีประโยชน์และตรงประเดนมาก ขอขอบพระคุณเปนอย่างสูงครับ
     
  20. ผ่านมาเฉยๆ

    ผ่านมาเฉยๆ ไรเซ็นมันพูดว่าอะไรหว่า

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    943
    ค่าพลัง:
    +1,198
    อาการเข้า-ออกเรียกว่าอนุโลม
    อาการทวนกิริยานั้นเรียกว่าปฏิโลม
    ทำให้มากอย่าจมแช่หรือหลงละเมอในอาการนั้น
    มิฉะนั้นจะเนิ่นช้า มากเข้าจะหลง มีสิทธิ์วิปลาสได้
    กระทำแบบลุงนพบอกก็ได้ ลุงปราบบอกก็ได้
    หัวใจคือ นิพพิทา
     

แชร์หน้านี้

Loading...