มโนมยิทธิฝึกยากไหมคับ..ผมไม่เข้าใจเลย

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย mtsir, 19 เมษายน 2005.

  1. mtsir

    mtsir สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +4
    คือขอถามแบบตรงๆนะคับ คือคนเราเวลาหลับตาเนี่ยจะเป็นสีดำใช่ไหมคับเพราะเปลือกตามันปิดลูกตาเห็นหลายๆคนเขาบอกเวลาฝึกโมนแล้วเขาเห็นนู่นเห็นนี่ ผมอยากเห็นบ้างเคยฝึกนั่นสมาธิหลายๆประเภทก็ไม่เคยเห็นอะไรนอกจากสีดำกับจิตนิ่งลงแค่นั้น เคยไปฝึกมโนที่บ้านสายลมก็เหมือนเราหลับตาธรรมดาพี่เลี้ยงท่านก็ถามว่าเห็นนู่นไหมเห็นนี่ไหมก็ไม่เห็น สรุปนั่งไปนานๆแอร์เย็นเลยเป็นหวัดเลยเลยกลับ ผมอยากรู้ว่ามีวิธีที่จะทำให้เราเห็นสิ่งแปลกๆบ้างไหมคับเช่นผี เทวดา หรืออำนาจแห่งคาถา การถอดจิต อำนาจกสินหรืออะไรก็ใด้ ผมอยากเห็นมาก เพราะพูดตรงๆผมเชื่อว่าทำดีใด้ดีทำชั่วใด้ชั่วเพราะผมเคยประสพอันนี้มาแล้ว แต่เรื่องโลกหลังความตายผมก็ว่าผมเชื่อนะแต่ยังไม่เคยพบไม่เคยเห็นอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้มั่นใจใด้ว่าคนเราเมื่อตายแล้วไม่ใด้หายไปเลย ยังต้องเกิดอีก เห็นหลายๆคนในเวบนี้สามารถเห็นอะไรใด้ผมอยากใด้คำแนะนำวิธีที่ผมจะสามารถเห็นอะไรที่แปลกๆอย่างที่คุณเห็นกันใด้ไหมคับ รบกวนสอนด้วย


    นี่เมลล์ผมคับ คุยกันใด้
    dippid_trimus@hotmail.com
     
  2. แผ่บุญ

    แผ่บุญ ชอบ~ศรัทธา 40 อสงไขย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มกราคม 2018
    โพสต์:
    362
    ค่าพลัง:
    +316
    อยากรู้เห็นสิ่งที่เป็นทิพย์ได้ ขณะนั้นจิตเราต้องมีสภาพเป็นทิพย์ด้วย ตามข้างบนนี้อาจคาดเดาได้ว่าที่เขายังไม่สามารถเห็นอะไรได้ เพราะเขากังวลอยากทีจะรู้เห็นสิ่งที่อยากเห็นหนึ่ง เขายังเข้าสมาธิไม่ถึงอุปจาระสมาธิหนึ่ง เขาไม่เคยทำสมาธิได้เลยแม้ทรงความเป็นขนิกะสมาธิหนึ่ง หรืออาจจะยังไม่ถึงเวลากำลังสมาธิสะสมยังไม่พอหนึ่ง
     
  3. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,955
    ค่าพลัง:
    +5,212
    มโน. เปนชื่อของ. อายตนะ. รับรุ้ ธรรมารมณ์ภายใน

    ตา ก้เปน. อายตนะ. รับรู้แสง สี(วรรณะ)

    กายเนื้อ. ก้เปน. อายตนะ. รับรู้ สัมผัส

    จิตจะเกิดทาง. อายตนะไหน. จะอาสัย. เวทนาเกิดร่วม
    กับจิต. ที่มีต่อ. อารมณ์( สิ่งที่อายตนะรับรู้)

    จขกท. ต้องการเหน. ธรรมารมณ์ทาง. มโนทวาร

    แต่เวทนาทาง แสง สี ยังมีกำลังกล้า. เพราะกามวิตก
    บ้าง. พยาบาทวิตกบ้าง. วิหิงสาวิตกบ้าง ทำให้จิต
    เกิดทางตา. แทนที่จะ. น้อมมา(อิทธิ)สำเร็จ(มัยยะ)ทาง มโน

    ดังนั้น จขกท ต้องฉลาดในการ สับ(เปลี่ยน)ปิติ ให้เฝ้น
    ธรรมมารมณ์ใดๆ ที่จขกท ระลึกแล้วมี ความสงบ สงัด
    จากกามสัญญา พยาปาทสัญญา. วิหิงสาสัญญา. เช่น
    พ่อ แม่ สีล ทาน มรณะ. อานาปานสติ ฯลฯ

    แล้วสังเกต. จิตที่เมื้อกี้เกิดทางตา ดำมืด เกิดการ
    ดับไป. แล้วจิตสลับไปเกิดทางอื่น. เช่น ไหลไปคิด
    ไหลไปนึก. ไหลไปในโอภาส(ความสว่าง โปร่ง โล่งใจ)
    เกิดการเหนภาพทีมาจากธรรมารมณ์

    แรกๆ พึงทราบว่า. จิตดับทางตา. ไปเกิดทางกาย
    อาจจะคัน. มะยุกยิก. เพราะ. เวทนากล้า อันเกิดจาก
    วิตกทั้งสาม. ได้อีก

    หรือจิตดับทางตา. ไปเกิดทาง มโน. อาจจะเหนภาพ
    จิปาถะต่างๆ เพราะ เวทนากล้า อันเกิดจากวิตก3 ได้เช่นกัน

    ก้ไม่ต้องรำคาญใจ. ตำหนิจิต ที่เปนของเกิดดับ

    หมั่นเพียรภาวนา. สับ(เปลี่ยน)ปิติ ให้สมควรแก่
    ธรรม จนวิตก3 รำงับ จิตจะชำนาญ(ฌาณ)ไปเรื่อยๆ

    เลิกฝึก ก้ หมดเหตุความเพียร

    ดังนั่น ควรฉลาดในการบริหารการสับปิติกับชีวิตา
    ก้จะค่อยๆ. เกิดความแน่นหนา. เหมือนกล้ามเนื้อ
    เกิดเพราะหมั่นออกกำลัง. พละอย่างไร อินทรียอย่างนั้น

    รู้เหตุของพละ. ของอินทรีย์ แม้นไม่เหนอะไร

    แต่จะเหน นิพพาน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเข้า ออก
    พร้อมพกผ้าขาวไว้เช็ดฝุ่น. ยังได้เลย
     
  4. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,455
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,515
    แนะนำซื้อหนังสือปฏิบัติที่บ้านสายลม ให้หมดมเทุกเล่ม แล้วปฏิบัติ ให้จิตลงสมาธิ ฌาน ดูครับ แล้วจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง
     
  5. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    873
    ค่าพลัง:
    +1,503
    คนที่จะฝึกด้านนี้ จะต้องมีอภิญญาเก่า คือ
    ตอนเด็ก เคยเห็นผี เทวดา
    สอง ต้องมีอาจารย์ คอยติดตามไปด้วย
    จึงจะไม่หลงทาง

    ไอ้ข้อที่สองเนี่ย แทบจะหาไม่ได้แล้ว
    อาจารย์ที่คอยตามเราไปด้วย
    เพราะฉนั้น จะต้องหา ครู ที่เก่งจริง คอยช่วยเรา
    ฝึกเองจะลำบาก และโดนมารหลอกได้ง่าย
     
  6. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    873
    ค่าพลัง:
    +1,503

    ท่านเล่าปัง ใช้โปรแกรมแปลภาษาใช่ใหม
    ภาษาของท่านยังต้องปรับปรุง
    เราอ่านยังไม่เข้าใจ แล้วท่านจะให้ใครเค้าเข้าใจได้ พยายามอีกหน่อย
    ตรวจทานคำสอนหน่อย
    เอาให้เป็นภาษามาตรฐานดีกว่า
    ทำอย่างนี้เสียของดีหมด
     
  7. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +54
    มโนมยิทธิ คือมีฤทธิ์ทางใจ ฝึกเป็นอานาปานสติ หายใจเข้าออก ใช้คำบริกรรมภาวนา นะมะพะธะ ตามนี้แต่ ไม่ใช่พิจารณาเพราะใช้กำลังของสมาธิ ทำไปเรื่อยๆก็จะเกิดผลเองต่อผู้ปฎิบัติ รู้เองเห็นเอง แต่เมื่อผู้ปฎิบัติ รู้เห็นอะไร ให้รู้เห็นเฉยอยู่เมื่อออกจากสมาธินำมาพิจารณา แต่ถ้าบริกรรมภาวนาอยู่เรื่อยๆไม่ว่าทำอะไร อาจจะเกิดความรู้ความเห็นขึ้นได้ถ้าสติตามไม่ทันอาจจะกลัว หรือหลงความรู้ความเห็นนั้นๆได้ จึงควรพิจารณาไปด้วย เพราะกำลังสมาธิในขั้นแรกๆอาจ จะมีอะไรๆได้รู้ได้เห็น แต่คนส่วนใหญ่ไปยึดเอาความรู้ความเห็น นิมิตร ว่าเป็นเรื่องจริงจัง เลยเวลาออกจากสมาธิแล้วไม่มีสมาธิ หลงไปบ้าง เห็นผิดไป จึงไม่สามารถควบคุมสติได้ หลงเข้าไปในความหลงบ้าง ความโลภบ้าง ด้วยกำลังสมาธิที่อยาก คือตัณหา อยากรู้อยากเห็น แต่ขาดสติพิจารณากัน จึงเป็นเหตุให้ทำความเข้าใจกันได้ยาก เมื่อท่านปฎิบัติแล้ว ให้คำนึงถึง ผู้รู้ คือรู้อะไรต่ออะไรนั้นน้ะแหละ รู้แล้วปล่อยวางมันได้มั้ย แค่นั้นก่อน เพื่อให้รู้แต่ไม่ให้หลง ให้ยึด แต่ไม่ให้มั่น รู้แล้วปล่อยวางไป เพราะอำนาจของสมาธิ เมื่อจิตเป็นหนึ่งแล้วนิวรณ์ทั้งหลายมันไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อออกจากสมาธิแล้ว ให้มีสติระวังคือพิจารณานั้นแหละ ทั่งความรู้ ความเห็น ที่เกิดขึ้นมาทั้งหลาย แต่ต้องมีสติ คือรู้กาย ใจ เท่ากับว่าสติต้องตามให้เร็วขึ้น ความรู้ความเห็นมากขึ้น จะไม่ให้เป็นประสาท ก็ปล่อยมันไป ความรู้คือ ความรู้ ความเห็นคือความเห็น อย่างเราไปเห็นอะไรๆที่ชอบ เราก็รู้ตัวว่าเราชอบมันอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าหลงไปในกิเลสตัณหาอย่างบ้าแล้วเราก็ไปยึดคว้าเอาโดยไม่สนใจอะไร จึงต้องมีสติ ให้รู้ ให้เห็นอย่างนี้ก่อน
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,289
    ค่าพลัง:
    +31,399
    ฝึกคงไม่ยากครับถ้าชอบ
    และตัดความอยากได้
    ตลอดจนทำตามคำแนะนำต่างๆ
    เช่น การวางอารมณ์
    การมาพิจารณาตัดร่างกาย
    เดินปัญญาต่อครับ
    คือจำที่ท่าน เจ้าของวิชาท่านเตือน
    ถ้าท่านบอกว่าห้าม คือ อย่าทำ
    ท่านบอกให้ทำอะไรต่อก็ทำแบบนั้นพอ
    อย่านอกทาง นอกแนว

    แต่พอทำได้แล้วจะไม่หลงยึดนามธรรม
    ไม่เฝื่อ(คือหลังๆใช้ความคิดตนเองเข้าไปแทรกการรับรู้ การเห็น ปนกิเลสตน
    และไม่อิงพระฯเหมือนตอนฝึกใหม่ๆ)
    ไม่หลงตัวเองว่าดี ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาเกิด
    ไม่เอาไปใช้นอกคอก แบบไม่ใช่ประโยชน์
    สาธารณะ เช่น รับดูดวง ทำนายทายทักโชว์มุขเทพอวดคนโน้นคนนี้
    โชว์เรื่องนามธรรมต่างๆ โชว์ย้อนอดีต
    เอาไปเอามาก็ได้เสียกัน โดยไม่ดูปัจจุบัน
    โชว์ย้อนสาวเอาไว้หลอกซั่มกัน หรือโชว์
    การพบเจอนามธรรมต่างๆ
    ที่ตนไปพบมาเอามาเล่าเป็นตุเป็นตะอวดกันฯลฯ
    และสามารถต่อยอดไปกรรมฐานพิเศษ
    อื่นๆต่อได้นั้น มีน้อยมากครับ
    ให้แค่ร้อยละ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่เป็น
    แบบที่ส่วนตัวกล่าวมาครับ
    ยังไงถ้าชอบต้องระวังพฤติกรรมทางจิต
    อย่างที่เล่าเตือนให้ฟังข้างบนให้ดี
    ถึงจะไปได้ดีทางสายนี้ครับ

    บุคคลจะไปได้ดีทางสายนี้
    ควรจะต้องมีความเฉลียวฉลาดในเรื่อง
    การอฐิษฐานจิตเป็นปกติครับ
    เพราะถ้าทำได้ มัน
    จะไปเด่นทางตาพิเศษและเจโตฯ
    ดังนั้นต้องรู้จักตัดเรื่องภายนอกเรื่องคนอื่นๆ
    รู้ได้ แต่ต้องห้ามสนใจ
    แล้วมาดูเฉพาะตนเองเท่านั้น
    ถึงจะไปได้ดีครับ

    เล่าให้ฟังเฉยๆครับ
     
  9. นิทานก่อนนอน

    นิทานก่อนนอน สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2018
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +16
    กระทู้นี่อาจจะนานแล้ว แต่เชื่อว่าหลายๆท่าน อาจจะอยากได้อะไรที่พอเป็นกำลังใจในการปฏิบัติบ้าง โดยเฉพาะ การรู้การเห็นอะไรต่างๆอันอยู่เหนือวิสัยของคนทั่วไป แม้จะเป็นเพียง อุคคหนิมิต ก็พอจะหยั่งให้ใจของผู้ปฏิบัติ มีกำลังใจขึ้นมาได้บ้าง

    หนังสือ คู่มือ จะทำอะไร อย่างไร เป็นหลักวิชาสากลในพุทธศาสนา เล่มนี้ อาจเป็นอีกแนวทางให้กับผู้สนใจการการปฏิบัติกรรมฐาน อันประกอบไปด้วย สมาถกรรมฐาน และ วิปัสนากรรมฐาน
    ดูรายละเอียดที่นี่

    หายาก!! คู่มือ จะทำอะไร อย่างไร เป็นหลักวิชาสากลในพุทธศาสนา โดย พระครูสังวรธรรมานุวัตร วัดหนองคณฑี


     
  10. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    658
    ค่าพลัง:
    +451
    ถ้าอยากก็อยากให้ถึงที่สุดและในที่สุดก็จะมีที่สุดที่ยิ่งกว่าจึงไม่มีอะไรที่สุด อันใช้ได้ไหมในคำว่ามโนมยิทธิ ใครจะว่าบ้าก็ให้เขาว่าไปแต่เราจัทำให้ถึงที่สุดในสิ่งที่เราต้องการ อันนี้แปลกไหม แล้วต้องการอะไร อยากรู้อะไรก็ทำให้ถึงที่สุด อันนี้เป็นมโนมยิทธิไหม จะรู้ใจคนแต่ไม่มองใจมองธาตุความแปรปรวนของใจมองไม่เห็นความแปรไปของใจหรือจิตก็ไม่อาจเป็นมโนมยิทธิได้ เอาไว้ใช้เมื่อจำเป็นแต่ใช้ไม่ได้ตลอดไปเพราะความแปรปรวนของธรรมชาติและความแปรปรวนของตัวเรา แล้วเราจำเป็นไหมต้องใช้ถ้าจำเป็นก็ทำให้ถึงที่สุด ถ้าจะเข้าโรงบาลก็พึงทำเอาเพราะมันเป็นภาระมากจะแบกรับเรื่องเหล่านี้
     
  11. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +54
    คือ..ทำให้ถึง..ซึ่งความสงบ สมถะวิปัสนาเป็น การปฎิบัติเป็นอย่างเดียว แต่แยกอธิบายเฉยๆ แต่จะให้แยกกันไม่ได้ เพราะรู้สมาธิขั้นสมถะจึงสงบและเมื่อสงบแล้วก็เป็นปัญญา หรือพิจารณาแล้วก็สงบซึ่ง สงบนั้นแหละ เป็นปัญญามีสมถะ ซึ่งเมื่อเริ่มต้นเราจะมีศรัทธาโดยไม่รู้อะไรเลย แต่ก็ทำได้รู้ได้เพราะครูบาอาจารย์สอนไว้ จึงใช้ศรัทธาก่อน เมื่อมีศรัทธาเมื่อรู้เมื่อเห็นเราก็มีสมาธิระวังตัว มีหิริโอตตัปปะ เมื่อระวังตัวระวังตัวนี่มันก็กลายเป็นศีล เท่ากับว่า มีศรัทธาก็กลายเป็นคนมีปัญญา สมาธิ ระวังรักษาศีล ก็คืออย่างเดียวกันเองนี้ ถึงจะไปแยกออกยังไงก็ตาม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ฉะนั้นการเข้าใจผิดเป็นการเข้าใจของเราเอง
     
  12. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,289
    ค่าพลัง:
    +31,399
    มโนยิทธินะครับ
    เบสิคๆเลยจะมาพร้อมเจโตฯ
    และตาพิเศษแบบตาเปล่าๆ
    ที่ไม่ใช่ ตาหล็อกแร๊ก(พลิกซ้ายที
    หรือขวาที)เวลาใช้งาน
    หรือต้องหลับตาก่อน
    ใช้งานนะครับ

    และมโนยิทธิ ถ้าเก่งจริงๆนะครับ
    (มีแต่น้อยมาก ไม่พูดมาก
    และไม่ชอบออกสื่อ)
    จะสามารถยกกายทิพย์
    (หรือกายอุปโลกน์ ไปไหนก็ได้
    ไปหาหาใครก็ได้นะครับ
    แต่ว่าจะมาในเชิงนิมิตนะครับ)

    แต่ถ้าเจอระดับปรมาจารย์
    หรือโปรซีรี่ย์จริงๆ
    (ที่เคยพบเป็นพระฯ)
    จะสามารถ
    มาหาเราได้ แบบแม้ว่าเราลืมตา
    ก็ทำให้เรารับรู้ได้แบบเห็นๆ จะๆ
    แต่ขอสงวนลักษณะการปรากฏ
    ไว้ ณ ที่นี้นะครับ

    ส่วนตัวมองว่ามาสายนี้ต้องประมาณนี้
    ที่สำคัญคือ สัมผัสภายในจะดีเป็นปกติ
    และภูมิต้านทานทางจิตสูงคือมีกำลังจิต
    นั่นหละครับ. และมักจะมาคู่กับ
    การปฎิบัติแนวสติปัฏฐาน ๔ หรือ
    เน้นเรื่องปัญญาล้วนๆ

    ที่พูดข้างบนไม่ข้าพเจ้านะครับ
    แต่พูดจากประสบการณ์ที่เคย
    เจอและมีประสบการณ์กับตัวเอง

    แต่ก็มีบางกลุ่ม ที่ชอบเอาท่านมาอ้าง
    เพื่ออะไรต่างๆนาๆ แต่มักจะทำไม่ได้
    แบบที่ส่วนตัวเคยมีประสบการณ์พบเจอมา
    และยังขาดกำจิตอยู่ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...