ระหว่างงานที่มั่นคงกับศีลธรรม ท่านจะเลือกอะไรครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย สิกขา1, 21 มีนาคม 2021.

  1. สิกขา1

    สิกขา1 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +24
    ขออนุญาตฟังความเห็นของทุกท่านครับ ในห้องนี้น่าจะมี
    ท่านที่ทรงภูมิมาก

    กระผมเคยตั้งกระทู้มาแล้วครั้งนึงครับ
    งานผมต้องตามจับผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับ เพื่อมาเข้าสู่
    การพิจารณาของศาล หรือเพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาของศาล
    (ศาลที่ผมรับผิดชอบเป็นศาลที่พิจารณาคดีเล็กๆน้อยๆ เช่น
    ยักยอก ฉ้อโกง การพนัน เช็ค ฯลฯ)
    ซึ่งผู้ต้องหาจะหมดอิสระภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม
    เป็นอย่างมาก

    เช่น ผู้ต้องหาประกันตัวออกไปแล้วหลบหนี และศาลมีคำพิพากษา
    ลงโทษ หากผมตัดสินใจที่จะจับเคสนี้ ผู้ต้องหาก็จะติดคุก
    หากศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผมจับมาผู้ต้องหาก็ต้องถูกควบคุมตัว
    เว้นแต่จะทำเรื่องและได้ประกันตัวออกไป
    ( ถ้าผมเฉย หรือขี้เกียจตามจับไม่ได้ บอกว่าตามไม่เจอ ปล่อยจน
    คดีขาดอายุความ ผู้ต้องหาก็พ้น ไม่ต้องรับโทษ (คดีมีเยอะ หมายจับมีเยอะ)

    ขณะที่ผมจับผู้ต้องหา เห็นผู้ต้องหาสั่นด้วยความกลัว น้ำตาซึม
    แล้วผมรู้สึกใจไม่ดีมาก ทั้งสงสารทั้งกลัวบาป
    เคยมีบางเคส คดีเล็กน้อย เช่น เป็นเจ้ามือหวยศาลตัดสินลงโทษ
    จำคุก ผมตามเจอ เหลืออีกแค่ไม่กี่เดือนกำลังจะขาดอายุความ
    เห็นแววตาอาการกลัว ของผู้ต้องหา ทั้งผู้ต้องหามีลูก ทั้งเห็นการ
    อ้อนวอน ผมจึงตัดสินใจเดินทางกลับ (ซึ่งจะเป็นผมเองที่ต้องเสี่ยง )

    ผมตามจับผู้ต้องหาได้ตัว ทั้งดีใจที่ได้ผลงาน ทั้งใจไม่ดี
    กลัวบาปกรรม
    ทั้งการติดตามผู้ต้องหา ก็ต้องมีการโกหกสารพัด เพื่อที่จะตาม
    จับผู้ต้องหา่ให้ได้ ทำให้รู้สึกว่ารักษาศีลลำบาก

    ผมอยากลาออก เปลี่ยนงาน แต่ที่บ้านไม่ยอม พูดเรื่องนี้ก็จะมีแต่
    ได้ทะเลาะ เพราะงานที่ทำก็ลงตัว ทั้งเรื่องเงิน (สำหรับผมคงหางาน
    ที่ได้เงินเท่าเดิมลำบาก ทั้งได้อยู่บ้าน ฯลฯ)

    หากทางบ้านอนุญาตให้บวช ผมคงตัดสินใจบวช แต่ที่บ้านไม่อนุญาต
    แน่นอน

    อยากถามความเห็นทุกท่านในเรื่องนี้ครับ ( หากไปปรึกษาเรื่องนี้กับที่อื่น
    เขาก็คงไม่เข้าใจ ) ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มีนาคม 2021
  2. พญาตีนลายจุด

    พญาตีนลายจุด Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 เมษายน 2008
    โพสต์:
    106
    ค่าพลัง:
    +114
    ก็น่าจะเคยยก ตัวอย่างไปแว้ว กรณี "เพชรฆาติเคราแดง"

    บุคคลในสมัยพุทธกาล ศิษยพระสารีบุตร

    เป็นเพชรฆาติต้อง กุดหัว ก่อนและหลัง ตัวสั่นระริก
    ยิ่งหัวหลุดออกไปแล้ว ก็ แดกซ์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนไหน
    ยังอาฆาติ อาจจะเพราะไม่ผิด หรือผิดแต่ก็ยังไม่หาย
    แฆ้น ก็จะมีเลือดกระฉูดด้วย ยังไม่นับ 3วันให้หลัง
    7วันยังยื้อ หลายวันผ่านแต่มีแมวเว้ยเฮ้ย......

    นะ

    พระศาสดาตรัส

    "บุคคลยัง มี มิจฉาวาจา ความชั่วอื่นไม่ทำเป็นไม่มี "

    ถ้าฟังเผินๆ แบบ ค้าคดี ก็คิดไปว่า ไม่ออกเสียง ก็คง
    ไม่ผิด

    แต่จริงๆ

    สัญญาวิปลาส เห็น ขันธ์5 เป็นตน เห็นตนมิวิญญาณ
    วิญญาณเป็นตน มาเล่นเกมส์หลับบ้านนิพพาน

    แค่นี้ก็เป็นพวก "ไม่ทำชั่วอย่างอื่น เป็นไม่มีแล้ว"

    ดังนั้น

    ทุกข์ให้กำหนดรู้ ไม่ได้ให้หนี

    หนีไปบวช อาการสำคัญจิตเป็นตน มีตนเป็นจิต
    หิ้วหวีไป หิ้วหวีมาเกิด อย่างงั้น อย่างงี้ ก็มี
    ความชั่วอื่นยังคงทำวันยันค่ำ

    ดังนั้น

    ทุกข์ให้กำหนดรู้ ไม่ได้ให้หนี

    เพชรฆาติเคราแดง ฟังเทศนาพระสารีบุตร กัณฑ์เดียว

    ฉั๊วะ!!!
     
  3. พญาตีนลายจุด

    พญาตีนลายจุด Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 เมษายน 2008
    โพสต์:
    106
    ค่าพลัง:
    +114
    ทีนี้

    เนื่องจาก น่าจะเคยกล่าวไปแล้ว

    กล่าวไปอีก มันจะไม่พอเพียง ให้เกิด การเห็นทุกขัง

    ความที่ ไม่ตั้งใจกำหนดรู้

    ยังคิดไปว่า เดี๋ยวบวช ก็สิ้นเรื่อง เปลี่ยนกรรมได้

    ยังคิดไปว่า เดี๋ยวหาวิธีวางจิตให้ถูก ตั้งให้ตรงก็คงจะสู้ได้

    ยังเข้าใจว่า ทำขันธ์5 ให้เป็นตามนั้น ตามนี้ ที่ "ฟังเอามาจากข้างนอก"
    มันจะช่วยได้

    เลย ไม่เข้าใจที่เขาพร่ำกล่าว ทุกข์ให้กำหนดรู้ ( ญาญะ ) คืออะไร

    ทุกข์ให้รู้ไปตามที่มันปรากฏ ( ญาญะ ) คืออะไร

    งง อยู่นั่น สิ่งที่ไม่ได้ฟังจากผู้อื่น มันเป็น จั๋งใด

    ถ้าเป็น พระสารีบุตร ก็โน้นแหละ ต้องอาศัย กำหนดรู้เวทนา
    อย่างน้อย น้องๆ อุภโตภาควิมุตติเป็นแนวต้าน หากเลยไป
    86000 จุดก็คง ปฏิสัมภิทาติดดอย แน่นอน เพราะเลยสมัย
    สหชาติ ไป 2500 ก่าปีแว้ว

    เรื่องมาก ยากส์นาน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มีนาคม 2021
  4. พญาตีนลายจุด

    พญาตีนลายจุด Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 เมษายน 2008
    โพสต์:
    106
    ค่าพลัง:
    +114
    ไหนๆ ก็ไหนๆ

    เลยกว่านี้ ก็ พระเตมีย์ แระ ฮับ

    หาก เลยกว่า พระเตมีย์ ก็

    ไปตั้งชื่อ "สิกขา3" อาจจะ ตรง เป๊ะ
     
  5. สิกขา1

    สิกขา1 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +24
    ขอบพระคุณมากครับ
     
  6. rachotp

    rachotp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    511
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +1,704
    ผมขออนุญาตนำข้อปุจฉาวิสัชนาธรรมของ พระเดชพระคุณท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดํา มาให้คุณ @สิกขา1 ได้อ่านพิจารณาเพิ่มเติมครับ (^_^) หากคุณ @สิกขา1 สะดวก และ มีเวลาว่าง… ผมอยากให้ลองอ่านพิจารณาดูครับ (^__^)

    A.PNG

    B.PNG
    ประมาณนี้ครับ… ขอบคุณสำหรับพื้นที่ตรงนี้ครับ _/|\_ _/|\_ _/|\_

    Credit: ขอขอบพระคุณที่มาอ้างอิงมาจาก
    http://www.larnbuddhism.com/grammathan/toppanha.html
     
  7. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    799
    ค่าพลัง:
    +105,684
    .
    ขอเล่าเป็นกรณีศึกษา

    เมื่อไม่นานมานี้ เราเดินเข้าไปพบผู้บริหารสูงสุด และขอคำปรึกษา
    เราไม่อาจจะรับภาระงานที่ส่งผลกระทบ ให้จิตใจต้องทุกข์ และทรมานทุกวันๆ

    และเราขอลดบทบาทตนเอง ณ.จุดปัจจุบัน โดยขอให้ลดเงินเดือน ลดตำแหน่ง

    โดยเราได้ให้เหตุผลที่ซื่อตรงที่สุด เราไม่อาจตื่นมาในทุกเช้า และมองตัวเองในกระจก แล้วให้เหตุผลในการทำงานว่า คือเงิน เราต้องการมีหัวใจ

    การทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ ควรส่งผลให้กำลังใจเราเติบโตและเบิกบานขึ้น มิใช่ท้อและรอคอยเพื่อตอบตนเองว่า ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงิน

    เงินน้อยลง เราก็กินน้อยลง เงินน้อยลง เราก็ขับรถคันเก่าๆ ได้ เงินน้อยลง เราก็เที่ยวซื้อของน้อยลง อยู่บ้านหลังเล็กลงหน่อย ห้องน้อยๆ ก็มีความสุขได้ เสื้อผ้าก็ซื้อเท่าที่จำเป็น

    ซึ่งทั้งหมดที่เล่า เราลงมือทำมันไปแล้ว และผลตอบกลับมา เรายิ้มได้อีกครั้ง นอนหลับได้นานขึ้น และโล่งใจพร้อมจะตื่นไปทำงานในตอนเช้า

    การแคร์ความคิดหรือคำพูดผู้อื่นมากๆ ทำให้เสียพื้นที่ทางสติปัญญาที่จะพิจารณาส่วนลึกในจิตใจตนเอง

    ตัดคำพูด ความคิดผู้อื่นไป การปลดล็อคความทุกข์ก็ง่ายขึ้น
    .
     
  8. สิกขา1

    สิกขา1 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +24
    ขอบพระคุณท่าน rachotp และท่านต้นธาร11 มากครับ
    ที่ช่วยเล่าประสบการณ์ เหมือนที่ท่าน ต้นธาร11 กล่าวเลยครับ
    แต่งานผมคงไม่สามารถขอเปลี่ยนตำแหน่งได้ เพราะเป็นตำแหน่ง
    เฉพาะ ไม่ให้ย้ายสาย หากจะเปลี่ยนงานทางเลือกมีแค่ลาออก
    สอบงานใหม่ครับ

    เหมือนทำงานเพื่อแลกเงินไปวันๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มีนาคม 2021
  9. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มกราคม 2021
    โพสต์:
    189
    ค่าพลัง:
    +225
    ทำไมเอาพฤติกรรมการกระทำผิดของคนอื่น มาเป็นเรื่องทุกข์ใจของตัวเองซะหล่ะ แปลกจัง

    ตอนไหนคุณ จขกท ไม่ได้จับผู้ต้องหา ก็รักษาศีลได้นี่ จะรักษาเป็น ชม. สองชม. ครึ่งวันอะไรก็ได้ นี่เล่นรักษาศีลแบบมองยาวๆ เลยหรอ ในความเป็นจริงมีใครรักษาศีล5 ได้เป๊ะมั่งอ่ะ ทำงานอยู่ในสังคม จะไม่กระทบกับใครเลย ไม่มีหรอก ยกเว้นอยู่คนเดียวไม่มีใครขัดใจ ก็พอเป็นไปได้

    รักษาศีลแค่สั้นๆ เป็น ชม. หรือครึ่งวันก็พอ อย่ามองยาว เอาผลสั้นๆ ที่รักษาได้นั่นแหล่ะ มาเป็นกำลังใจ โสดายังรักษาศีล5 ไม่ได้เป๊ะเลยคุณ (แต่อาจไม่มีเจตนา)

    อย่าเอาความผิดชาวบ้าน มาแบกให้ตัวเองทุกข์ใจเลย ถ้าเขาเป็นคนปกติ ไม่มาวิ่งให้คุณจับหรอก ..แล้วถ้าคุณ จขกท.มีเวลาวันหยุดก็ค่อยมารักษาศีลแบบเต็มวันอีกทีก็ได้หนิ
     
  10. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    3,344
    ค่าพลัง:
    +2,933
    หากว่า ท่านทนไม่ได้อย่าง พระอริยะเจ้าที่ไม่ได้บวช
    หากว่า ท่านไม่อยากจะทำบาปเลย แนะนำให้ไปบวชจะดีที่สุด
    เพราะถ้าหากจิตใจของท่านเป็น พระ แล้ว
    ไม่ว่าท่านจะไปทำอาชีพอะไร ท่านก็จะรู้สึกผิดทั้งนั้น
    จะทนไม่ได้ทันที ที่ตัวเองได้ทำบาปกับผู้อื่น
    การบวชจะดีที่สุดกับทุกฝ่าย ทั้งตัวท่านเอง และ ครอบครัว
    หากว่า เค้าไม่ให้ท่านบวช ท่านก็ขอเค้าสักสามเดือน
    หากว่า บวชแล้วไม่ดี เดี๋ยวท่านก็จะสึกเอง ไม่ต้องให้ใครบอก
    ถึงเวลานั้น ท่านก็จะตอบตัวเองได้แล้ว
     
  11. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    3,344
    ค่าพลัง:
    +2,933
  12. rachotp

    rachotp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    511
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +1,704
    ผมเคยสงสัยว่าทำไมในบทสวดมนต์ โอวาทปาฏิโมกขคาถา ซึ่งเป็นบทสวดมนต์ที่สำคัญบทหนึ่งของพระพุทธองค์ มีอยู่ท่อนหนึ่งกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความอดทน ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา แปลว่า “ขันติ คือความอดทนอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างดียิ่ง” อย่างนักปฏิบัติธรรมอย่างเราๆโดยมากก็จะถูกเรียกว่า “โยคี” ซึ่งหมายถึง ผู้เพียรเพ่งเผากิเลสให้หมดไป สรุปคือ ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญมากครับ _/|\_

    ขันติ” หรือ ความอดทน” นั้นเป็นหนึ่งในบารมีสิบทัศ และ เป็นคุณธรรมสำคัญที่จะช่วยเอื้ออำนวยให้เกิดคุณธรรมอื่นๆ ซึ่งเกื้อกูลต่อความสำเร็จขั้นต่อๆไปในคุณธรรมและสภาวธรรมอื่นๆที่สูงขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นความพากเพียร ความเสียสละ ไปจนถึงการมีปัญญารู้แจ้งในอริยสัจธรรม… ความอดทน” ช่วยให้ภูมิต้านทานทางด้านจิตใจเราสูงขึ้น ทำให้เรา “อด คือไม่ทำในสิ่งที่เราชอบ” และ “ทน ต่อสิ่งที่เราชัง” ต่อการถูกดูถูก เหยียดหยาม ท้าทาย เยาะเย้ย ทับถม ถูกท้าให้ทดสอบ ที่จะระงับยับยั้งชั่งใจ... “ความอดทน” ทำให้เราไม่ไหลไปตามอำนาจของกิเลส ไม่ไหลไปตามทางอกุศลต่างๆเหล่านั้น


    … แต่กระนั้นก็ต้องรู้จักใช้ให้ถูกที่ถูกคนและถูกกาล เรื่องบางอย่างเราใช้ “ความอดทน” หรือวางเฉย อุเบกขา หรือปล่อยวางให้มันผ่านไปเฉยๆไม่ได้ครับ มันไม่มีสีเทาระหว่างถูกกับผิด ดีหรือชั่ว เราต้องเลือกอย่างใด อย่างหนึ่งครับ เราจะวางตัวเป็นกลางระหว่างดีหรือชั่ว ถูกกับผิดไม่ได้ครับ การที่เรานิ่งเฉยไม่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบที่เรากำกับดูแลอยู่นี่จะส่งผลเสียต่อตัวเราและสังคมโดยรวม… ไม่ใช่ว่าเรื่องอะไรก็ก้มหน้าก้มตาแบกรับ... ใช้ ความอดทน” เรื่อยไป โดยเฉพาะกับสิ่งชั่วร้าย สิ่งที่ไม่เป็นมงคล คนชั่ว คนเลว คนโกง และ คนพาล อย่างนี้ไม่ควรอดทนครับ แต่ควรจัดการแก้ปัญหากับสิ่งเหล่านี้ด้วย “สติ” และ “ปัญญา” คิดพิจารณาโดยแยบคายให้รอบคอบ ภาวะที่ต้องเผชิญกับสิ่งชั่วร้าย สิ่งที่ไม่เป็นมงคลแบบนี้หากใครหลงติดอยู่ในวังวนแล้วนิ่งเฉย… อย่างนี้ไม่เรียกว่าใช้ “ความอดทน” ครับ (^_^)


    ผมเดาว่าคุณ@สิกขา1 คงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ใช่หรือไม่ครับ? … อยากให้คุณ@สิกขา1 ใช้ “ความอดทน” กอปรกับใช้ “สติ” และ “ปัญญา” ในการจัดการกับปัญหาต่างๆในการทำงานครับ … บทบาทหน้าที่การงานและสิ่งที่คุณทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคลอื่นๆ ส่วนรวมและสาธารณะครับ... เป็นงานที่มีเกียรติและน่ายกย่องครับ _/|\_ ผมเอาใจช่วยครับ (^__^) บุญรักษาครับ
    _/|\_ _/|\_ _/|\_
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มีนาคม 2021
  13. rachotp

    rachotp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    511
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +1,704
    ... เรื่องบางอย่างเราใช้ “ความอดทน” หรือวางเฉย อุเบกขา หรือปล่อยวางให้มันผ่านไปเฉยๆไม่ได้ครับ มันไม่มีสีเทาระหว่างถูกกับผิด ดีหรือชั่ว เราต้องเลือกอย่างใด อย่างหนึ่งครับ เราจะวางตัวเป็นกลางระหว่างดีหรือชั่ว ถูกกับผิดไม่ได้ครับ การที่เรานิ่งเฉยไม่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบที่เรากำกับดูแลอยู่นี่จะส่งผลเสียต่อตัวเราและสังคมโดยรวมครับ... เรื่องบางเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันก็เป็นบททดสอบที่ดีกับตัวเราครับ... คุณทำสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณครับ... อย่าได้รู้สึกผิด บาป หรือ สงสารคนเหล่านั้นครับ
    ... อย่าได้รู้สึกผิด บาป หรือ สงสารคนเหล่านั้นครับ... เพราะมันเป็น "หน้าที่" ครับ... อย่าได้กังวลกับเรื่องศีลธรรมและการกลัวบาปกรรมกับบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบที่คุณกำลังทำอยู่ครับ... คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ
     
  14. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,446
    ค่าพลัง:
    +1,456
    ผมอยู่ในสังคมแบบคุณ สำหรับผม ผมวางเฉย ไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่ไปมีอารมณ์ไปร่วม
    แรกๆ ก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน จนมาได้คุยกับคุณเล่าปัง เขาเลยบอกผมว่า
    โลกมันพร่องอยู่นิจ ประโยคนี้ ทำให้ผมแจ่มแจ้ง
     
  15. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    3,344
    ค่าพลัง:
    +2,933
    ทำทุกอย่าง ให้ใช้ความพยายาม ประมาณ 80 เปอร์เซนต์
    หลังจากนั้น ก็จะต้องปล่อยวาง ให้เป็นไปตามกฏแห่งกรรม
    เราไม่อาจจะฝืนได้ ถึงฝืนมันก็จะเข้าตัว
    แรงเหวี่ยงของมันจะทำให้เราทนไม่ไหว
     
  16. Supop

    Supop เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    581
    ค่าพลัง:
    +3,149
    ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในธรรมทุกท่านด้วยความเคารพครับ


    ข้าพเจ้าเคยอ่านสารคดีเรื่องหนึ่ง คือ ในอดีตเคยมีมนุษย์ที่ไม่มีเส้นประสาทและระบบประสาท เขาเป็นคนที่ไม่มีความเจ็บปวด เมื่อนิ้วหัก หรือแขนขาหัก เขาจะไม่รู้ตัวเลยว่าหัก หรือถ้ามีแผลเลือดออก เขาก็ไม่รู้ว่ามีเลือดออก เขาไม่รู้ว่าร่างกายตรงไหนจะมีความเจ็บป่วย ฉะนั้นเขาจึงต้องมีคนคอยดูแลเป็นพิเศษ เขาจะได้ไม่หลงตาย

    ขนาดร่างกายยังต้องมีสิ่งที่คอยเตือนถึงสภาวะของตัวเอง จะได้ยับยั้งการกระทำนั้นๆ แล้วในสังคมมนุษย์ หากปล่อยให้กระทำชั่วเบียดเบียนผู้อื่นตามอำเภอใจโดยไม่รู้ว่า สิ่งที่ตนเองกระทำนั้น ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนขนาดไหน แล้วถ้าปล่อยให้เบียดเบียนกันโดยไม่ควบคุม โลกมนุษย์คงเป็นดั่งนรก ผู้รักษากฏหมายมีหน้าที่ควบคุมไม่ให้มนุษย์ในสังคมทำชั่วเบียดเบียนกันเกินไป


    หากคุณสิกขา1 ยังปล่อยโลกไม่ได้ แต่ในใจก็ยังมีธรรมอยู่ ก็อยู่กับโลกตามหน้าที่ของตนเองไปเถิด เหตุปัจจัยถึงพร้อมเมื่อไหร่ มันไปของมันเอง โดยไม่ต้องมานั่งลังเลห่วงหน้าพะวงหลังเช่นนี้

    ทำตามหน้าที่โดยบริสุทธิ์ใจ โดยตามความจริง หรือโดยสัจจะ
    แล้วเมื่อมึเหตุกระทบใจ ให้ลองพิจารณาในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" (พิจารณาธรรมในข้อนี้โดยละเอียดและแยบคาย จนธรรมบทนี้กระจ่างแจ้งแก่ใจท่าน แล้วท่านจะวางเรื่องนี้ได้)

    ขอให้เจริญในธรรมครับ
     
  17. rachotp

    rachotp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2020
    โพสต์:
    511
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +1,704
    ผมขอน้อมรับคำแนะนำของคุณอานิลกาญจน์ เอาไปพิจารณา และ จะพยายามนำไปไปปฏิบัติครับ … ขอบพระคุณครับ _/\_ ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกไม่ค่อย “ถูกจริต” กับพวกคนชั่ว คนเลว คนโกง และ คนพาล เท่าใดนัก… ผมคิดว่าเราไม่ควรที่จะวางเฉย อุเบกขา หรือ ปล่อยวางให้มันผ่านไปเฉยๆนะครับ (An eye for an eye, a tooth for a tooth) เพราะอาจจะจะส่งผลเสียต่อตัวเราและสังคมโดยรวมครับ… ผมจึงแนะนำคุณ@สิกขา1 (AKA. ท่านเจ้าของกระทู้) ให้พยายามใช้ ความอดทน” และ ใช้ “สติ” และ “ปัญญา” คิดพิจารณาโดยแยบคายให้รอบคอบเพื่อจัดการกับปัจจัยต่างๆเหล่านี้ครับ (^_^)

    … ที่คุณอานิลกาญจน์ แนะนำว่า “… หลังจากนั้น ก็จะต้องปล่อยวาง ให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม เราไม่อาจจะฝืนได้ …” ประเด็นนี้คุณอาหมายถึงวางใจให้เป็น “อุเบกขา” ใช่หรือไม่ครับ?
     
  18. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    3,344
    ค่าพลัง:
    +2,933
    เมื่อก่อน ผมก็มีอาการแบบนี้ เหมือนกัน เห็นใครถูกรังแกไม่ได้
    แต่เดี๋ยวนี้ เลิกที่จะเปลื่ยนโลกแล้ว จะเปลี่ยนใจคนอย่างเดียว
    โดยเฉพาะ ใจของเราเอง ที่จะต้องทนใน สิ่งที่เราเผชิญ ให้ได้
    พระอรหันต์ ก็ยังจะต้องรับกรรมด้วยตนเอง อยู่เลย
    ฉะนั้น หากเมื่อไหร่ จิตเราโดนกระทบ ให้ลองภาวนาว่า
    " ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฏแห่งกรรม
    สรรพสิ่งเป็นเพียงสิ่งสมมุติเท่านั้น
    ไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอนในโลกนี้
    เราทำเต็มที่แล้ว สุดท้ายก็ต้องปล่อยวาง
    คนทั้งโลกทั้งหมดนี้ สุดท้ายก็ตายเหมือนกันหมด
    ทั้ง คนดี คนชั่ว
    ตายเมื่อไหร่ คนชั่วก็จะต้องรับกรรมเอง ในที่สุด ไม่มีใครหนีกรรมได้พ้น"
     
  19. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,446
    ค่าพลัง:
    +1,456
    คิดจะเปลี่ยนโลก เขาให้เปลี่ยนที่ใจตัวเองก่อนครับ
    หน้าที่ ก็ต้องรับผิดชอบกันต่อไป
    เคยได้ยินข่าวไหมคับ ยิงหัวตัวเองตายไปก็เยอะ เพราะคิดที่จะเปลี่ยนแต่โลก
     
  20. Mdef

    Mdef เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    893
    ค่าพลัง:
    +1,486
    ยุติธรรมแบบเป๊ะๆ มันเป็นไปได้ยาก
    ผู้มีส่วนในการทำให้เกิดโลกร้อนที่มากกว่า
    เวลาจ่ายค่าไฟ ค่าแอร์ เขาก็จ่ายในราคาเท่าที่เขาใช้
    ซึ่งก็ไม่ได้มาช้วยเฉลี่ยจ่ายกับผู้อื่นเพื่อชดเชยอะไรให้
    ในขณะที่ค่าไฟก็พุ่งขึ้นเพราะโลกมันร้อน

    กฏหมายที่คุ้มครองผลประโยชน์โดยรวม
    เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของทุกคน
    แบบเป๊ะๆ มันเป็นไปได้ยาก

    มันต้องมีการยอมเสียเปรียบบ้าง
    อะลุ่มอล่วยบ้าง ถึงจะอยู่ร่วมกันได้

    แบกโลกมองหาแต่สิ่งที่ต้องยุติธรรมเท่านั้น
    มันก็ทุกข์ไปกับโลกตามที่แบก

    เสียเปรียบแต่ไม่ทุกข์ใจ
    ก็ดีกว่าไปนั่งทุกข์ใจเพราะกลัวการเสียเปรียบ
    ยังไงตายไปก็สละทิ้งหมดอยู่ดี

    จาคานุสติ มรณานุสติ
     

แชร์หน้านี้

Loading...