ร่วมทำบุญบูชา พระขุนแผนจอมมนตราคู่อุปถัมภ์สองบารมี(ทับจันทรา) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'ตลาด พระเครื่องเพื่อการกุศล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 10 เมษายน 2015.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พระผงสมพรปาก(แกขอฉันให้)องค์ต้นธาตุต้นธรรม (บรรเทาอุปฆาตกรรมและอกาลมรณะ)

    ในวาระสังคมในปัจจุบันนั้นหลายคนประสบพบเคราะห์กรรมที่เข้ามาริดรอนก่อนอายุขัย คืออุปฆาตกรรมที่แสดงผลไวกว่าเวลากำหนดและไม่สามารถแก้ไขได้ เรียกว่าไม่ถึงที่จนก็ต้องจน ไม่ถึงที่เจ็บก็ต้องเจ็บ ไม่ถึงที่ตายก็ต้องตาย หลายคนเจอความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่เข้ามาริดรอนก่อนเวลาอันควรและแก้ไม่ตก เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงให้นำพระผงองค์ต้นธาตุต้นธรรมวาระพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอำนาจกรรมริดรอนทั้งหลายออกมาให้เฉพาะผู้มีบุญอันจะพ้นวาระได้บูชาคลายวิบากเหล่านั้น

    อุปฆาตกรรม เป็นกรรมชนิดหนึ่งซึ่งให้ผลตัดรอนกรรมอื่นๆ เช่นกรรมบางอย่างส่งผลตัดรอนผลของกรรมอื่น อุปมาว่าถ้ามีกรรมอื่นส่งผลให้ชีวิตเราดีขึ้น กำลังได้ดี ชีวิตกำลังไปได้สวย ก็จะมีอีกกรรมอีกตัวหนึ่งมาตัดรอนให้ได้รับผลดีน้อยลงก็มี ให้ผลดีเสมอตัวก็มี หรือจะยังความพินาศฉิบหายจนไม่สามารถรับได้ก็เป็นไปได้เช่นกัน ทั้งนี้อุปฆาตกรรม เป็นกรรมชนิดที่มีอำนาจมากเพราะสามารถตัดรอนกรรมอื่นๆได้อย่างเด็ดขาด เรียกว่าเมื่อแสดงตัว แสดงผลของมันแล้วแน่นอนว่าย่อมส่งผลทันตาเห็นแบบฉับพลันทันที เมื่ออุปฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นหรือริดรอนตัดกรรมใดแล้ว กรรมที่เราเสวยอยู่ เช่นมีชีวิตมาดีๆกำลังเสวยผลบุญอยู่นั้น ต่อให้เป็นกรรมดีที่เกิดจากกุศลกรรมของเราก็ตาม(อันนี้ฟังเอาไว้ชัดๆเลย)ย่อมไม่สามารถส่งผลให้เกิดขึ้นได้เลยตลอดไปเรียกว่าอุปฆาตกรรมนั้นเมื่อแสดงผลแล้วย่อมระงับผลของกรรมปัจจุบันได้ฉับพลันทันที และถ้าตัดวิบากของกรรมนั้นแล้ว ย่อมหมายถึงร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้นั้นย่อมเสียไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็ตัดชีวิตและวงจรชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคตของผู้นั้นให้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอาจถึงกาลดับสิ้นไปเลย
    อุปฆาตกกรรม มีหน้าที่ 2 อย่าง คือ
    1. ตัดชนกกรรมที่เป็นตัวนำเกิด ไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป
    2. ตัดชีวิต (รูปนาม) ที่เกิดจากชนกกรรมนั้น ให้สิ้นไป
    อุปฆาตกรรม มีหน้าที่ตัดชนกกรรมอื่น ๆ เพื่อไม่ให้มีโอกาสส่งผลนี้ มี 3 ประเภท คือ
    1.1 กุศลอุปฆาตกรรมตัดอกุศลชนกกรรมไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป(บุญตัดบาป) ไม่เกิดในอบายภูมิ ยกตัวอย่างเช่น องคุลิมาลก่อนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้เคยฆ่าคนเป็นจำนวนมาก เมื่อตายแล้วจะต้องตกนรกแน่นอน แต่เมื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก็ไม่ต้องตกนรกเพราะไม่ต้องเกิดอีก ด้วยอำนาจของอรหัตตมรรคกุศลกรรม(บุญ) ที่เกิดขึ้นตัดอกุศลชนกกรรม(บาป)ที่ได้ทำในภพนี้และภพก่อนให้หมดไปไม่ต้องรับผลกรรมที่ทำไว้
    1.2 กุศลอุปฆาตกรรมตัดกุศลชนกกรรมอื่นไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป (บุญตัดบุญ)
    1.3 อกุศลอุปฆาตกรรมตัดกุศลชนกกรรมอื่นไม่ให้มีโอกาสส่งผลตลอดไป (บาปตัดบุญ)
    อุปฆาตกรรมที่มีหน้าที่ตัดรูปนามที่เกิดจากชนกกรรมอื่นให้สิ้นไป มี 4 ประการ คือ
    2.1 กุศลอุปฆาตกรรมตัดรูปนามที่เกิดจากอกุศลชนกกรรม
    2.2 กุศลอุปฆาตกรรมตัดรูปนามที่เกิดจากกุศลชนกกรรม
    2.3 อกุศลอุปฆาตกรรมตัดรูปนามที่เกิดจากกุศลชนกกรรม
    2.4 อกุศลอุปฆาตกรรมตัดรูปนามที่เกิดจากอกุศลชนกกรรม
    จะเห็นว่าอุปฆาตกรรมนี้มีทั้งดีและร้าย ซึ่งถ้าให้ผลร้ายก็จะพินาศดับสูญและส่วนใหญ่จะร้ายมากกว่าดี พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าด้วยเพราะเป็นวงจรที่ทุกชีวิตต้องพบเจอ ถึงอยากหลีกหนีก็หนีไม่พ้น ทั้งหลายคนยังถามว่าทำไมทำบุญมาหนักหนาชีวิตถึงแย่ลงๆ ยิ่งทำบุญหนักก็ยิ่งไม่ช่วยอะไร ทำจนท้อ จนถอย จนไม่เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมไปแล้ว ท่านว่าตรงนี้ก็เพราะชีวิตไปตกอยู่ในวงจรร้ายแรงของอุปฆาตกรรมนั่นเอง


    นอกจากนี้ยังมีอกาลมรณะซึ่งเป็นกรรมที่เข้ามาบีบคั้นอย่างกระทันหันอีกประเภทหนึ่ง โดยอกาลมรณะก็คือ การตายในโอกาสที่ยังไม่ถึงกาลควรตาย แต่ต้องตายเพราะกรรมบางอย่างที่เป็นอกุศลเข้ามาบีบคั้นให้ตาย การตายประเภทนี้พอมีทางต่อให้อายุยืนยาวต่อไปได้ตามสมควรแก่กรรมในอดีตแต่จะต่อให้พอดีนั้นไม่ได้ ซึ่งพวกที่ตายแบบกาลมรณะเมื่อตายไปแล้วก็จะเสวยผลกรรมทันที แต่พวกที่ตายแบบอกาลมรณะนั้นเมื่อตายแล้วยังไม่ไปเสวยผลกรรมทันที ต้องไปเป็นสัมภเวสีแสวงหาที่เกิดก่อน คือรอกาลที่จะถึงกาลมรณะก่อนเมื่อถึงเวลาแล้วจึงจะได้รับผลกรรมดีและกรรมชั่วที่ทำไว้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเหตุด้วยกรรมทั้งสองนี้มีอานุภาพมาก และเมื่อเกิดขึ้นก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงยากที่จะหลีกเลี่ยง ซ้ำยังมีอำนาจใหญ่เหนือระบบเวลาในห้วงหนึ่งของวงจรชีวิตสัตว์โลก เช่นนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านได้เคยให้พ่ออาจารย์ลบถมผงวิเศษประเภทหนึ่งเอาไว้ เมื่อท่านพิจารณาแล้วว่าคนเดือดร้อนในกรรมที่ไม่สมควรเกิดก็ดี ยังไม่ถึงเวลาแสดงผลกรรมก็ดี โดยกรรมเหล่านี้เป็นกรรมริดรอนที่แทรกซ้อนระหว่างเราสร้างกรรมหลักขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขออนุญาติเสด็จพระใหญ่สร้างพระไว้บรรเทาแรงกรรมดังกล่าว ซึ่งครูเสด็จพระใหญ่ท่านก็ได้เมตตาบอกลักษณะและพิมพ์ทรงให้ว่าต้องให้พ่ออาจารย์ท่านทำพระปางวันทาหรือที่ท่านเรียกว่าพระรับไหว้เท่านั้น

    ซึ่งการสร้างพระผงวาระนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทำได้ยากอย่างมากด้วยขึ้นชื่อพระอันจะบรรเทากรรมซึ่งมาริดรอนชีวิตคนได้ แน่นอนว่าการทำย่อมไม่ง่ายเลย เพราะท่านต้องใช้ผงธาตุธรรมตามที่เสด็จพระใหญ่ระบุไว้มาทำการลบผง อันผงธาตุธรรมนี้ก็คือผงที่เกิดจากกายสังขารซึ่งเคยรองรับอมตะธรรมทั้งหลาย กล่าวง่ายๆคือเถ้ากระดูกบูรพาจารย์ผู้สำเร็จธรรมนั่นเอง เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ผงเถ้าอัฐิพระผู้บรรลุธรรมและบูรพาจารย์ในสายพระอาจารย์มั่นลงมาและสายล้านนาตั้งแต่ต๋นบุญครูบาเจ้าศรีวิชัยลงมาซึ่งท่านรวบรวมมาตลอดชีวิตโดยเก็บไว้สักการะบูชามาเป็นธาตุธรรมตั้งต้น นำผงอัฐิพระอรหันต์เหล่านั้นมาเข้ากับผงบัวผุดซึ่งเป็นดอกบัวเนรมิตที่เทวดาถวายไม่ได้เกิดขึ้นจากโคลนตมเช่นบัวทั่วไป ก่อนที่จะนำมาปั้นเป็นแท่งผงลบพระยันต์ตามที่เสด็จพระใหญ่ท่านบัญชาตั้งแต่ยันต์ดวงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ยันต์พระพุทธหัตถ์ ยันต์พระพุทธบาท ยันต์นะคาบ ยันต์พระจตุราริย์สัจ ยันต์ธาตุพระกรณี....ยันต์นวโลกุตรธรรม พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะทำได้ก็ไม่ง่ายเพราะต้องลบและเก็บผงมาปั้นใหม่แล้วลบยันต์ต่อไปทำไปเรื่อยๆ ท่านว่าต้องทำจนผงทะลุกระดานจึงจะสำเร็จโดยท่านเรียกผงนี้ว่าผงต้นธาตุ ต้นธรรม กลายเป็นผงที่มีอานุภาพบรรเทากรรมอันจะมาริดรอนชะตาคนได้

    เมื่อได้มวลสารหลักแล้ว พ่ออาจารย์ท่านจึงแสวงหามวลสารต่างๆตามที่เสด็จพระใหญ่ท่านแนะนำว่าต้องใช้และต้องมี ทั้งมหาว่าน ผงยันต์108 แป้งปถมังมหาคุณ ผงกอขอ ผงสิบสองนักษัตร ผงเทพนพเคราะห์ ผงดวงเศรษฐี ผงฟื้นชะตา ผงพลิกชะตา ผงกลับชะตา ผงวิชาหนุมานทุกตัว ผงยันต์วิชาวัวธนู ผงยันต์วิชาควายธนู ไคลหลักเมือง ไคลเสมา ไคลประตูโบสถ์ ปูนเพชรมหาธาตุเจดีย์ ไม้รอดคุก รอดโรงพยาบาล รอดพระบรมธาตุ รอดเมรุ ว่านแตกดอกเจ็ดสิ่ง ว่านรู้นอนเจ็ดสิ่ง ว่านไม่รู้นอนเจ็ดสิ่ง ว่านไม่ตกดินเจ็ดสิ่ง น้ำมันกะลาตาเดียว น้ำมันกะลามหาอุตม์ น้ำผึ้งทั้งสาม น้ำทั้งสี่....เรียกว่ามวลสารพันแปดชนิด ท่านว่าต้องหามวลสารตามที่ท่านสั่งไปเรื่อยๆมาสะสมไว้จนครบไม่เช่นนั้นก็กดพิมพ์ไม่ได้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระรุ่นนี้สำคัญมาก เพราะเสด็จพระใหญ่ท่านให้ทำพระพิมพ์วันทา ท่านว่าเป็นพระรับไหว้โดยเฉพาะ ซึ่งกิริยาเช่นนี้ก็คือการรับไหว้หรือไหว้ตอบเป็นการรับรองความศรัทธาและความเคารพเวลาผู้อาราธนาตั้งจิตยกมือขึ้นไหว้นั่นเอง ทั้งยังเป็นการอวยชัยให้พรทุกวาระการอธิษฐานจิตของเราอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านกดพิมพ์ในฤกษ์และขอเมตตาเสด็จพระใหญ่อธิษฐานจิตเป็นปฐมตั้งแต่กดพิมพ์ทุกองค์ พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์พระนี้มีอานุภาพเป็นมหัศจรรย์ยิ่งนักนอกจากบรรเทากรรมหนักต่างๆแล้ว ยังช่วยให้ผู้บูชามีสมาธิสูงจิตรวมตัวไว ทั้งจะเกิดลาภผลมากมาย ไม่ตกต่ำ ไม่รู้ยากรู้จน มิหนำซ้ำเงินทองโภคทรัพย์สมบัติ จะเจริญวัฒนาเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

    องค์พระรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองซ้ำคนยังมาโดนกรรมของตนริดรอน เรียกได้ว่ามีปัจจัยรุมเร้าทั้งภายนอกและภายในพร้อมๆกัน ท่านจึงตั้งใจจะสร้างพระรุ่นนี้ให้พิเศษที่สุดจริงๆ ดั่งคำว่าพระบรรเท่ากรรมนั้นไม่ใช่ของที่จะทำได้ง่ายเลยเพราะนอกจากจะใช้บรรเทากรรมแล้ว เวลาอาราธนาขอพรสิ่งใดจะต้องสำเร็จเสมือนมีมือมืดคอยช่วยเหลือด้วย พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำนางอัปสราทาริกาหรือทาริกาเทวี ตำหรับขอมโบราณพันปีฝังลงไปด้วย ....ของสำคัญสิ่งนี้คือนางฟ้าหรือสาวสวรรค์ผู้เป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของเรา ทำทุกสิ่งตามที่เราบัญชา ไม่ใช่ผี ไม่ใช่พราย แต่เป็นข้าทาสบริวาร เป็นทาสในเรือนเบี้ยที่เป็นนางพญา นางฟ้า นางสวรรค์ นั่นเองพ่ออาจารย์ท่านว่าการสร้างทาริกาเทวีนั้นจะต้องทำด้วยการเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้น ซ้ำยังต้องเสกกำกับให้มีจิตวิญญาณขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาความจำได้หมายรู้ผูกพันธ์อยู่กับสิ่งอื่นใดนอกจากดวงจิตและความต้องการของผู้เป็นนายเท่านั้น ท่านว่าอาจจะฟังดูเหมือนง่าย แต่เอาจริงๆแล้วทำไม่ง่ายเลย เพราะเมื่อทำได้แล้วเขาจะถือเอาความคิดและความต้องการทั้งหมดของเราเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว ดุจเด็กที่เราจะสอนเราจะใช้อะไรเขาก็ว่าง่ายทำง่าย ไม่มีมารยา ไม่มีจริต จะมีนิสัยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผู้เป็นนายดูแลเช่นนั้น เรียกว่าเป็นข้ารับใช้ที่มีนิสัยเหมือนผู้เป็นนายก็ไม่ผิด เป็นทาสที่ไม่ยอมทิ้งงาน ทั้งยังคอยดูแลเอาใจใส่ในทุกความปลอดภัย พ่ออาจารย์ท่านว่าทาริกาเทวีตำรับนี้เขาจะให้ความรักและถือว่าเป็นผู้ช่วยที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ท่านว่าเราพูดได้แค่นี้ จะให้เขาช่วยอะไรก็เรื่องของเธอ ไม่ต้องเลี้ยง ไม่ต้องเซ่น เป็นของทิพย์มีอำนาจดุจกายสิทธิ์เพราะเกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุ ตำรับนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะดีหน่อยเพราะคนใช้ไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยง ท่านจึงนำมาฝังไว้เฉพาะองค์พระรุ่นพิเศษหนนี้

    ทั้งท่านยังทำตะกรุดบรรเทากรรมทั้งปวงฝังลงไปด้วย ท่านว่าตะกรุดตำรับนี้หากไม่ใช่ทำใส่พระสำคัญที่มีอานุภาพบรรเท่ากรรมได้จริงๆแล้วท่านจะไม่ทำเลย แต่หนนี้เห็นว่าตั้งใจทำแล้วและคนก็เดือดร้อนกันมากโดยแท้จริงท่านจึงมีดำริว่าจะทำให้สุดๆไปเลยเช่นกัน ท่านว่าตะกรุดนี้มีผลเฉพาะกับกรรมเพราะท่านต้องลงเคราะห์วันเคราะห์เดือนเคราห์ปีผูกเข้ากับกรรมทุกสถานเป็นพื้นคลุมไว้ด้วยวิชามหาระงับ ท่านว่าเพราะเกี่ยวกับคนเกี่ยวกับกรรมนี่เองก็แล้วไอ้คนที่เกิดๆหายใจกันอยู่ทุกวันนี้มีอะไรไม่เกี่ยวข้องกับกรรมบ้างท่านว่าให้คิดดูเอาเอง ทั้งกรรมอันจะมาริดรอนระหว่างชะตามนุษย์ทั้งหลาย ถ้าเป็นเคราะห์ก็ดี เป็นวิบากกรรมเก่าก็ดี กรรมทั้งหลายเหล่านี้จะบรรเทาลง เรียกได้ว่าจากหนักหนาจะกลายเป็นเบาอย่างมาก เอาว่าเขาจะไม่ริดรอนก่อนวาระหรือทำให้เราเจ็บเราตายก่อนอายุขัย แม้ถึงกาลถึงวาระแล้วก็จะบรรเทาจากหนักให้เป็นเบา จากเบาให้ไม่ส่งผลกระทบเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ดีนะฉันบอกได้แค่ว่าถ้ากรรมแรงหนักหนาถึงเจ็บตาย ก็จะคลายบรรเทาให้เป็นป่วยไข้เล็กน้อยธรรมดาชั่วคืนชั่ววันก็หายเช่นนี้ บอกได้เท่านี้แหละอย่างอื่นให้คิดเองท่านว่าเช่นนั้น

    ด้วยเป็นพระที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาอำนาจกรรมซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านบอกว่าพ่ออาจารย์นั้นไม่ควรยุ่งเกี่ยวมากและก็ไม่ให้ท่านทำอีก ท่านว่าองค์พระที่ทำมาแล้วนี้มีเทพเทวดาอารักขาทุกอณูผง มีคุณอนันต์ และให้จำไว้ว่าไม่ใช่ของเล่น ***มีข้อห้ามสำหรับคนใช้อยู่อย่างหนึ่ง ท่านว่าห้ามทำตกให้คนเดินข้าม ให้คนใช้อาราธนาห้อยคอให้ดี ด้วยเป็นพระที่มีอานุภาพมากเรียกว่ามีคุณอนันต์ย่อมต้องมีโทษมหันต์เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเช่นกัน ท่านว่าถ้าเกิดคนเดินข้ามนี่ทั้งคนใช้และคนข้ามตกนรกหัวแตกเป็นเจ็ดภาคเจ็ดเสี่ยงนะ ดังนั้นข้อห้ามอย่างเดียวก็คือเก็บดีๆ ไม่ห้อยก็เอาไว้ที่สูง เอาไว้ที่หิ้งพระ เพราะการที่จะทำพระที่ห้อยตกจนมีคนเดินข้ามได้นี่ท่านว่าต้องเป็นคนที่มีนิสัยสะเพร่ามากๆเท่านั้น ถ้าบูชาดีๆไว้ที่สูงๆติดคอตนเองชีวิตก้มีแต่เจริญรุ่งเรืองเป็นคติเดียว

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกพระรุ่นนี้นานมากเป็นพิเศษ ท่านว่าเสกให้ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว และเสด็จพระใหญ่ท่านก็บอกเอาไว้ว่"แกเดือดร้อนอะไร แกขออะไรก็จะได้ตามที่ขอ" เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงยึดถือเอาคำครูนี้มาตั้งเป็นมงคลนามว่าพระผงสมพรปาก(แกขอฉันให้) นั่นหมายถึงคำของพระท่านว่าแกขออะไรก็จะได้ในสิ่งนั้นนั่นเอง

    คาถาบูชา(ไม่ต้องสวดก็ได้เพียงระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็พอ พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่ระลึกถึงแล้วใช้ได้เลย)
    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

    * พระผงสมพรปากนี้ ท่านว่าเป็นของเฉพาะกาลเฉพาะวาระ เฉพาะใช้สำหรับคนที่มีกรรมหนัก ถ้าไม่เจอกฏแห่งกรรมริดรอนเล่นงานก็อย่าเอาไป จะได้แบ่งๆกันใช้ให้ทั่วถึงกัน

    ร่วมทำบุญบูชา พระผงสมพรปาก(แกขอฉันให้)องค์ต้นธาตุต้นธรรม (บรรเทาอุปฆาตกรรมและอกาลมรณะ) บูชา 2,500 บาท

    44573215-557049181399296-7869852469780545536-n.jpg 44792212-197818197782161-734072900876763136-n.jpg
    44581836-375947279614157-2000131188454326272-n.jpg
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดหนุนพลังอินฟินิตี้(แก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ใช้ของไม่ขึ้น)

    *** ของเล็กๆที่ทำได้ยากยิ่ง และหาผู้ทำเสมอเหมือนมิได้ เพราะเป็นของจากข้างใน ....ในยุควัตถุนิยมที่สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับความเจริญและพัฒนาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ความเชื่อความศรัทธาทางด้านเครื่องรางของขลังนั้นลดน้อยลงทั้งมีความเชื่อหรือทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็มีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังเชื่อและศรัทธาในศาสตร์ลี้ลับอยู่ทั้งยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังหาของขลังหรือของดีไว้บูชาเพื่อหวังพึ่งทางด้านอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หลายคนได้บูชามาแล้วก็สำเร็จสมหวังหรือที่เรียกว่าเห็นผล หลายคนบูชาแล้วก็ไม่เกิดผลเป็นเพราะเหตุใด

    พ่ออาจารย์ท่านแยกและจำแนกเกี่ยวกับสาเหตุการบูชาของแล้วไม่พบอิทธิคุณไว้ดังนี้
    - จิตไม่เป็นสื่อนำพา ในเรื่องนี้ท่านว่าเป็นที่จิตใจของผู้ใช้เอง ถ้าเขามีจิตใจที่ด้านเกินไปจนไม่อาจสื่อเข้ากับพลังงาน ครูบาอาจารย์ หรือความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับใดๆรวมทั้งอำนาจของเครื่องรางต่างๆ ด้วยพื้นฐานที่ขัดแย้งหรือมีความรู้สึกลึกๆว่าไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ว่านี้มีอยู่จริง ความรู้สึกต่างๆที่ต่อต้านในตนเองนี่แหละจะส่งผลให้พลังงานปิดตัวและปิดตาย ทั้งคนที่มีจิตใจชอบความท้าทาย อยากพิสูจน์ ชอบลองของแบบลบหลู่อันนี้ก็จะหนักหน่อยเพราะเขาจะใช้สิ่งใดไม่ขึ้นทั้งยังไม่ได้ผลและอาจเกิดโทษต่างๆในเวลาอันใกล้อีกเสียด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าปัจจุบันนี้หลายคนต้องการพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต้องการเฉพาะผลลัพธ์โดยปราศจากฐานเริ่มต้นอุปมาเหมือนอยากใช้ของอยากได้ผลแต่ตัวเองไม่ได้ศรัทธาเช่นนั้น เรียกว่าจิตใจทื่อๆเห็นเครื่องรางเหมือนสิ่งอำนวยความสะดวกที่เสียบไฟปุ้ปจะติดปั้ป เช่นนี้ย่อมไม่เข้ากันดุจดังเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เสียบไฟ ถือเอาไปก็ใช้งานไม่ได้
    - ไม่มีบุญสัมพันธ์ ข้อนี้จะเรียกว่าขาดวาสนาเชื่อมต่อซึ่งกันและกันก็ได้ ทั้งวาสนาจากอดีตและปัจจุบัน เพราะไม่เคยระลึกตรึกถึงครูบาอาจารย์ ไม่เคยนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่เคยทำบุญถวายครูบาอาจารย์และเทพเทวดาที่รักษาของเหล่านั้นเลย เรียกว่าไม่เคยสร้างวาระกรรมให้สัมพันธ์กันทั้งจากอดีตถึงปัจจุบันนั่นเอง
    - เคยปรามาสพระรัตนตรัย ข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ส่งผลให้เทวดาไม่รักษา ใช้ของไม่ขึ้น ซึ่งสาเหตุนี้ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะพระรัตนตรัยเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่ายังหมายรวมไปถึงสิ่งที่มีคุณท่วมหัวเช่นบิดามารดาบังเกิดเกล้า ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และผู้มีพระคุณต่อเราทั้งหลายด้วย เคยหลบหลู่เขาไว้อย่างไร ผลของการที่ถูกละเลยเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สนใจก้มีเหตุมาจากเรื่องเช่นนี้
    - จิตมีมิจฉาทิฐิมาก คือมีความเห็นผิด มีทิฐิมานะความถือตัวตนของตนเองมาก เรียกว่าพวกหลงตัวเองก็ได้ ประเภทกูมี กูเก่ง กูสำคัญ กูดีที่สุด ตัวกูของกูคือศูนย์กลางของโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจิตมีมิจฉาทิฏฐิมาก หลงมาก โลภมาก มีอารมณ์อันไม่ควรจะมีอยู่มากมันก็จะไประงับอำนาจของวัตถุมงคลที่สร้างจากสัมมาทิฏฐิได้เช่นกัน ประดุจว่าคลื่นของคนให้และคนรับไม่ตรงกันจึงเข้ากันไม่ได้เช่นนั้น
    - มีกรรมเป็นเครื่องขัดขวาง สาเหตุนี้นับว่าสำคัญที่สุดและหลายคนลืมนึกถึงไปในเรื่องอำนาจของกรรม ถ้ามีแรงกรรมหนักมากั้นขวางให้ใช้ของไม่ได้ผลเพราะอานุภาพของวัตถุมงคลนั้นจะเป็นเหตุนำออกจากอำนาจกรรมเดิมที่กำหนดไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปกับผู้ที่บูชาเครื่องรางของขลังเพราะโดยทั่วไปเมื่อมีปัญหาเรื่องใด มักจะหาเครื่องรางของขลังที่แก้ทางด้านนั้นมาช่วยให้ดีขึ้น แต่บางทีก็ลืมไปหรือไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีกรรมและกำลังรับผลกรรมอยู่ เมื่อไปบูชาสิ่งใดมาแรงกรรมนั้นย่อมจะขัดขวางอยู่เช่นนี้ทำให้บูชาสิ่งใดก็ไม่ได้ผลเต็มที่หรือไม่เห็นผลเลยก็มี


    ด้วยหลากหลายเรื่องราวที่เป็นสิ่งปิดกั้นอำนาจพุทธคุณและครูบาอาจารย์ ทำให้ผู้ใช้ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องรับสัญญาณสื่อไม่ถึงกับสถานีส่งอย่างต่อกันไม่ติด พ่ออาจารย์ท่านจึงมีความเห็นส่วนตัวว่า ถ้าจะทำเครื่องมงคลให้ติดอยู่ในกฏไตรลักษณ์แล้ว เราจะทำขึ้นมาเพื่ออะไร แล้วของทั้งหลายนั้นจะไปช่วยฉุดดึงใครได้ นบางคนถ้าดวงเขาเปิดเขาถือของดีไว้ดวงเขาจะวิ่งพุ่งแรงแซงทะลุวาสนาเดิมของตัวเขาด้วยซ้ำ แต่ของชิ้นเดียวกันอยู่ในมืออีกคนหนึ่งกลับไม่ส่งผลอะไร ท่านพิจารณาเช่นนี้แล้วจึงน้อมจิตถามครูพระสยมว่าจะมีสิ่งใดเป็นเครื่องนำออกจากสถานการณ์ปิดกั้นเหล่านี้ทั้งหมดทั้งมวลบ้างหรือไม่....นี่คือเหตุการณ์เริ่มต้นอันเป็นที่มีของตะกรุดแก้เงียบ

    ด้วยท่านประสงค์จะให้คนมีความหวัง เดินไปได้ตามความหวังและความฝันของตนเอง ไม่ใช่ซ้ายก็ผิด ขวาก็ไม่ดีแม้จะพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องระวังทั้งหน้าทั้งหลังมีข้อจำกัดที่ตนเองไม่อาจจะล่วงรู้ได้มาก่อนชนิดที่เรียกว่าตั้งแต่เกิดจนต่อให้ตายไปแล้วก็ยังไม่อาจทราบเลยว่าทำไมตัวเองถึงใช้ของไม่ขึ้น ไม่ได้ดีเหมือนคนอื่นๆที่ใช้ของเหมือนกัน

    ซึ่งครูพระสยมท่านเปี่ยมด้วยมหากรุณาเป็นที่สุดต่อมนุษย์ผู้มีทุกขเวทนาอันแรงกล้า พ่ออาจารย์ท่านว่าครูท่านให้เราทำตะกรุดแก้เงียบดอกนี้โดยใส่ยันต์และวิชาเฉพาะซึ่งเป็นของบังบดหลายชนิดเพื่อให้ผลครอบคลุมทั้งหมด โดยเริ่มต้นท่านให้นำแผ่นตะกั่วที่จะใช้ลงวิชานั้น ไปหนุนรองฐานศิวลึงค์ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านปั้นขึ้นเพื่อบูชาครูพระสยมเป็นปฐม พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องมีอาถรรพ์ตั้งแต่ยังเป็นแผ่นตะกั่วกันเลยทีเดียว ครูท่านให้เราเอาตะกั่วเหล่านั้นไปรองฐานนานนับปีเพื่อให้ตะกั่วซึมซับไศวะมนตรามากมาย และถือเคล็ดที่เข้าใจได้ง่ายๆว่าแผ่นตะกั่วนั้นหนุนพ่อ(ครูพระสยม)ให้สูงขึ้นได้ฉันใด เมื่อนำมาทำตะกรุดแล้วไซร้ก็ย่อมหนุนชีวิตลูกให้สูงขึ้นได้ฉันนั้น เป็นการสร้างพันธะความสัมพันธ์กันระหว่างพ่อและลูก ซึ่งแผ่นตะกั่วชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าลำพังยังไม่ต้องทำอะไรเลยตัวมันเองก็จะมีอิทธิคุณแฝดอยู่แล้ว ตรงนี้จะดีไปในทางหนุนชีวิตเรา หนุนดวงชะตาของเรา หนุนหมดทั้งฐานะการเงิน ฐานะการงาน หนุนทรัพย์สมบัติ หนุนกิจการให้เจริญงอกงาม

    มื่อความโลภบังตา ความอยาก ความต้องการ ความปรารถนาทุกสิ่งที่มากเกินพอดี เกินขอบเขต เกินขีดจำกัดย่อมเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความทรุดโทรมและความเสื่อมในใจมนุษย์ ครูพระสยมท่านจึงให้พ่ออาจารย์สร้างตะกรุดแก้เงียบ หรือที่ท่านเรียกว่าหนุนพลังอินฟินิตี้นี้ขึ้นมา เพื่อต้องการหมุนวนและขับถ่ายพลังงานอันไม่จำเป็นออกไปจากจิตใจและร่างกายของคนใช้เพื่อให้มีจิตเบิกบาน ทั้งยังแจ่มใสในส่วนเดียว พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ลงทางแก้กันไว้ครบทุกสิ่งทั้งกันเจ็บไข้ได้ป่วย แก้โรคร้ายต่างๆ แก้โรคเวรโรคกรรมทั้งกันสรรพภัยในทศทิศและท่านยังลงเวทย์ใหญ่ของครูพระสยมให้อธิษฐานใช้ได้ร้อยแปดพันประการ ท่านว่าเมื่อไม่มีโรคจิตใจย่อมแจ่มใส เมื่อไม่ประสบพบเรื่องเลวร้ายอันจะนำออกจากอำนาจคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ ชีวิตย่อมได้ชื่อว่าเป็นปรกติสุข

    ท่านว่าทำยากเพราะต้องแบ่งแผ่นตะกั่วเป็นหัวท้ายลงจารวิชาให้หนุนและผลักดัน ให้หมุนวนถ่ายเทพลังงานทั้งขับเข้าและถ่ายออกแบบไม่จบสิ้น พอนำมาม้วนบรรจบกันเป็นเลขแปดก็เป็นสัญลักษณ์ของพลังอินฟินิตี้ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ครูพระสยมท่านเน้นให้ทำเช่นนี้เพื่อให้ได้ตะกรุดอันมีอานุภาพไม่มีประมาณและสามารถใช้ได้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งแก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ร้ายในชีวิต

    แก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ สามแก้นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากเย็นที่สุดในชีวิตของคน ไม่มีอะไรจะแก้และถอดถอนได้ยากไปมากกว่านี้ เพราะมันเชื่อมโยงกับเวรกรรมและอุปนิสัยตลอดจนเกี่ยวเนื่องกับทุกสิ่งที่เป็นตัวของเราชนิดที่ว่าแยกแยะไม่ออก ดังนั้นเมื่อท่านเชิญครูและอธิษฐานจิตจนสำเร็จแล้วท่านจึงนำตะกรุดฝังดินเอาไว้ด้วยตั้งใจจะฝากไว้กับแม่พระธรณี นานๆหนถึงจะนำมาใช้ทีเวลามีผู้เดือดร้อนซึ่งแก้ไม่ตกจริงๆ ชนิดที่ว่าเป็นปัญหาโลกแตกแก้ไขไม่ได้เช่นนั้น และต้องเป็นเรื่องเป็นปมที่ท่านเห็นว่าผูกพันธ์กับกรรมยุ่งเหยิงเท่านั้นท่านจึงจะให้คนมีเคราะห์เช่นนี้บูชา

    พ่ออาจารย์ท่านไม่ให้พูดถึงตะกรุดตัวนี้มาก ท่านว่าเพราะการทำงานของมันนั้นสัมพันธ์กับร่างกายคนใช้และผูกเป็นฐานรากให้กับชีวิตของคน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสจับต้องอาราธนาแรงครูท่านจะหนุนทั้งหมด พลังงานจะเข้าไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ถ่ายเทสิ่งที่ติดขัดอันอยู่ข้างใน สิ่งที่ตาเราไม่เห็น ปัญหาที่เราไม่มีวันรู้หรือสัมผัสได้ตลอดชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมมันไม่มีถ่ายทอดให้แก่กัน นี่ถ้าครูพระสยมท่านไม่สอนฉันก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นวิชาของพวกบังบดที่ผุดขึ้นและให้รู้ได้ทางจิตเฉพาะคน มันหมุนเวียนผันเปลี่ยนพลังงานการแสดงออกได้ร้อยแปดพันประการ ฉันจึงไม่รู้ว่าจะพูด จะบอก จะบรรยายให้เข้าใจกันได้อย่างไร

    ท่านว่าเอาเป็นว่าเชื่อเราไอ้ชีวิตที่เงียบ ที่มันต่ำจนไม่รู้ว่าจะต่ำไปมากกว่านี้ได้อย่างไรอีก ทั้งชีวิตที่มีปมยุ่งเหยิงจนไม่รู้จะจับเจอหรือควานหาปลายเชือกของบ่วงกรรมเส้นไหนมาแก้ไขก่อน ทั้งอาถรรพ์ลึกซึ้งที่พันผูกจิตวิญญาณเป็นเอนกอนันต์ในชาติสงสารทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยพลังงานของแรงครูพระสยมและอาถรรพ์วิชานั้น จะได้ขับเคลื่อนถ่ายเทพลังงานต่างๆ เอาว่าเราพูดอะไรมากไม่ได้แต่พอจะบอกได้คร่าวๆว่าถ่ายเทให้วางอยู่ในจุดที่ถูกที่ถูกทางเช่นนั้นก็แล้วกัน

    ใครที่รู้ตัวว่ากระแสพลังงานผันผวน เวรกรรมไม่สัมพันธ์กับบุญที่ทำไว้ ซ้ำชีวิตยังมีความปรารถนาใหญ่โตจนมองไม่เห็นปลายทางความสำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เอาตะกรุดนี้ไปใช้และไหว้คุณครูพระสยมเสีย ขอให้มีศรัทธามั่นคงอย่างแท้จริงแล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นในฉับพลันทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดมากกว่านี้ไม่ได้เอาว่าแค่เขาฟังภาษาคนรู้เรื่องก็คงเข้าใจได้ว่าหมายถึงอะไรและเหมาะสมกับเขาหรือไม่


    ให้หมั่นไหว้ หมั่นบูชา หมั่นภาวนา หมั่นขอ ไปเรื่อยๆ ท่านว่ามีแค่นี้แหละ สะดวกและง่ายดายถึงปานนั้นขอไปเรื่อยๆขอจนกว่าจะได้ จนกว่าจะสำเร็จ ท่านว่าเธอเชื่อฉันมั๊ยจากคนที่ดวงซวยๆใช้ของไม่ขึ้นแล้วเขาเคยใช้ตะกรุดรุ่นนี้ เขานั่งบ่นนั่งพล่ามนั่งภาวนาขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอจนเขาถูกรางวัลที่หนึ่งสองใบ เช่นนี้ก็มีปรากฏมาแล้ว ฉันจึงไม่อยากจะพูดว่าดีอย่างไรแต่ให้จำไว้ว่าจงขอและอย่าหยุดขอจนกว่าจะได้ ส่วนข้อห้ามใหญ่เลยของผู้บูชาก็คือควรเลี่ยมกันน้ำไว้และนำติดร่างกายไว้ตลอดอย่าให้ห่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้เปรียบเสมือนความโชคดี เหมือนแรงครูที่จะหนุนนำชะตามนุษย์ ควรจะเอาติดตัวไว้ให้ได้ตลอดเพราะเมื่อใดที่ออกห่างแล้วชีวิตก็จะหมุนวนกลับไปตามอำนาจกรรมเช่นเดิมอีกแบบนั้น

    วิชานี้เป็นวิชาของข้างใน พ่ออาจารย์ท่านย้ำอยู่หลายครั้งว่านี่ไม่ใช่ของนอก หากแต่เป็นของข้างใน ทั้งไม่มีให้สืบทอดและก็มอบให้กับสงฆ์ทำไม่ได้ ด้วยเป็นพลังงานอันหมุนวนเปลี่ยนแปลงได้ตลอด หาได้ตายตัวเพราะเขาจะพลิกแพลงตลบแตลงไปมาอยู่เสมอ ดุจว่าพลังงานที่แสดงออกในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน ดุจว่าเขาเป็นตะกรุดที่มีภูติพระเจ้า เป็นตะกรุดที่มีชีวิต เมื่ออยู่กับตัวเราเขาจะรู้เองว่าอะไรที่เป็นจุดพอดี เป็นพลังงานที่เหมาะสมกับตัวกับร่างกายของเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าพวกที่มีตาในทั้งหลาย ตลอดจนคนที่รู้ค่าของคำว่าวิชาจากข้างใน เขาจะรู้และวิ่งหากันให้แทบพลิกแผ่นดิน เพราะวิชาเช่นนี้ยากนักที่จะมีปรากฏในโลก และยากนักที่จะมีคนทำให้แก่ผู้อื่น

    คาถาบูชา
    โยโทโส โมหะจิตเตนะ อาจาริยัสมิง ปะกะโตมะยา ขะมะขะเมกะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินาสสันติ อะตีตังโทสัง ปัจจุบันทังโทสัง อนาคตังโทสังกายกิริยากัมมัง วะจีกัมมัง ผัสสะวัตถุ วัตถาโทสัง อนุเสสะโทสัง ภันเต ขะมามิ (และว่าทุติยัมปิ...ตะติยัมปิ...ต่อด้วยคาถาข้างต้น)
    ข้าแต่พระรัตนตรัยและพ่อแม่ครูอาจารย์ หากมีสิ่งใดที่ตัวข้าพเจ้าประมาทพลาดพลั้ง เคยล่วงเกินครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์แลท่านผู้สูงส่งทั้งหลาย จะโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ในอดีตชาติก็ดี ในปัจจุบันชาติก็ดี กรรมใดที่ส่งผลให้ใช้วัตถุมงคลแทนครูต่างๆได้ไม่ดีไม่เกิดผล ขอท่านทั้งหลายผู้ทรงพรหมวิหารมีจิตใจเอื้อเฟื้ออย่าได้ถือโทษและจงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ขอให้แรงครูนั้นผลักดันและหนุนส่งผลให้กับตัวข้าพเจ้านับแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป


    *** ตะกรุดตัวนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของเฉพาะวาสนาและบารมีของแต่ละคน รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น มีเปลือให้บูชาทั้งหมด 5 ดอก รายได้ร่วมสมทบทุนมหากุศลสร้างพระใหญ่ประดิษฐานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดหนุนพลังอินฟินิตี้(แก้เงียบ แก้ปม แก้อาถรรพ์ใช้ของไม่ขึ้น) บูชา 4,000 บาท

    44873762-312787802870971-5349590060196954112-n.jpg
    44901101-511641939352693-5884929829240832000-n.jpg
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา เทพศาสตราวิญญาณมหากาลสุทรรศนจักรราชัน(วิถีหมื่นพันผันแปร)

    ตามคติความเชื่อในเรื่องเทพศาสตรานั้น จักรรัตนะนับว่าเป็นอาวุธวิเศษซึ่งมีอานุภาพมากและก็มีหลายชนิด ทั้งจักรของพระเป็นเจ้า จักรของเทพเจ้า จักรของพระโพธิสัตว์และจักรของพระจักรพรรดิ์ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าจักรแต่ละตัวก็มักจะมีชื่อเรียกต่างๆเป็นชื่อเฉพาะของเค้าไปดุจชื่อที่เราเรียกคน เช่นนายเอ นายบี ทั้งนี้ก็เพราะเค้ามีชีวิต แต่หากจะกล่าวถึงจักรที่เป็นเจ้าแห่งจักรทั้งปวงแล้วก็ต้องยกให้จักรพระนารายณ์นั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านว่านามของจักรนารายณ์นั้นถูกยกอ้างอิงขึ้นมาพูดหลายครั้ง และคนทำก็หาได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของเขาไม่ จึงทำได้เพียงชื่อไม่อาจสมบูรณ์พร้อมทั้งรูป นาม และพลังเทพวิญญาณ ตามลัทธิพราหมณ์ถือว่ากงจักรของพระนารายณ์นี้ปราบได้ทั้งโลก แม้สวรรค์ อสูรพิภพและใต้บาดาล มีอิทธิฤทธิ์มากมายเหลือคณานับเป็นอาวุธวิเศษที่ใช้ทำลายจักรวาลได้อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งพระนารายณ์จะทรงอาวุธนี้เสมอ เมื่อกล่าวถึงจักรพระนารายณ์แล้วพ่ออาจารย์ท่านก็ได้นำสุทรรศนจักรที่ท่านทำพิธีหล่อเก็บไว้เมื่อสามปีก่อนออกมา ท่านว่าหากจะทำจักรพระนารายณ์ก็ต้องทำให้ได้อย่างนี้

    ***สิ่งที่น้อยคนนักยากจะรู้
    สุทรรศนจักรนั้นเป็นตัวแทนของมหาจักรวาลที่หมุนวนแสดงถึงห้วงสังสารวัฏ อันเป็นสถานที่ตั้งอยู่ให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้พึ่งพาอาศัย เปรียบได้กับวงโคจรของมหาจักรวาลนั้นเอง ทั้งการปรากฏของสุทรรศนจักรยังได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนสิ่งดีงาม เป็นรูปลักษณะของกาลอันเป็นมงคลทั้งปวง ซึ่งในอำนาจของเทพอาวุธนั้นนับว่ามีพลังทำลายล้างร้ายแรงยิ่ง ด้วยสามารถใช้ประหารศัตรูอันเป็นสิ่งมีชีวิตไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ได้ทุกชนิด ทั้งยังเลือกจำกัดอำนาจพลังทำลายเฉพาะคนหรือจะทำลายให้เป็นภัยพิบัติในวงกว้างก็ได้ ทั้งนี้สุทรรศนจักรยังใช้เปลี่ยนวิถีวงโคจรของดวงดาวที่แม้แต่อำนาจของเทพเจ้ายังทำไม่ได้ ทั้งยังบันดาลสุริยคราสและกดขี่ดาวบาปเคราะห์ได้ทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าเพราะเปลี่ยนวิถีดวงดาวจึงเท่ากับเปลี่ยนกฏวัฏจักร ทำลายกฏแห่งกรรมที่ดำเนินอยู่ตลอดได้ทั้งสิ้น ทั้งยังใช้พลิกแพลงปรับเปลี่ยนวิถีดวงดาว วิถีชีวิตและชะตาลิขิตให้พลิกกลับผันแปรได้นับหมื่นนับพันหนทาง "แม้จะตัดมงจรของกรรมกลางวิถีก็ยังทำได้" เช่นนั้นอำนาจของสุทรรศนจักรจึงเป็นจักรที่ทำได้มากกว่าการทำลายล้าง ซ้ำเขายังมีชีวิตของเขา มีฐานะเป็นเทพวิญญาณองค์หนึ่ง และเป็นดุจเจ้าชีวิตในบรรดาจักรรัตนะทั้งหมดด้วยเขาดำรงค์อยู่ในสถานะจักรเทวะราชัน คือผู้ปกครองและเจ้าแห่งเทพวิญญาณในจักรรัตนะทั้งปวง

    ในโลกทิพย์นั้นเมื่อกล่าวถึงจักรราชันย่อมหมายถึงสุทรรศจักรแห่งพระนารายณ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะทำจักรแล้วก็ต้องทำให้มีอานุภาพแบบสุทรรศนจักร ด้วยเขาเป็นเทพวิญญาณ ดังนั้นเราก็จะเชิญให้เขาลงมาทำหน้าที่ เมื่อสำเร็จเป็นเครื่องรางแล้วเทวานุภาพแห่งจักรนารายณ์นั้น จะดีเด่นด้านคุ้มภัยทั้งปราบศัตรู และยังใช้ส่งเสริมการงานให้สำเร็จ ด้วยอำนาจเฉพาะทางเขาจะปราบทุกข์เข็ญทั้งอุปสรรคทั้งปวงให้สลายหายสิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ว่าจะพิชิตหมู่มาร มีชัยเหนือศัตรูทำลายทะลุทะลวงคุณไสยมนต์ดำอวิชชาต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ นอกจากใช้เสริมอำนาจบารมีและทำให้วงจรชีวิตและการงานไหลลื่นแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าเขายังทำอะไรได้มากกว่านั้นไม่เสียชื่อจักเทวะราชันแน่นอน

    สุทรรศนจักรนั้นเป็นของทิพย์ แม้สำหรับทวยเทพเองก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสิ่งเร้นลับไม่อาจเข้าใจอำนาจของเขาได้ทั้งหมด คุณสมบัติของผู้ที่ถือครองสุทรรศนจักรนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าโดยทั่วไปเมื่อบังเกิดจักรรัตนะขึ้นในโลก จักรจะสามารถมอบให้ซึ่งความเป็นใหญ่ในทวีปใหญ่ทั้งสี่มีทวีปน้อยสองพันเป็นบริวารแก่ผู้ครอบครอง แต่กับผู้ถือครองสุทรรศจักรนั้นเค้าจะมอบความเป็นใหญ่ในมหาจักรวาลทุกมิติให้กับผู้ครอบครองไว้เช่นนั้น ทั้งนี้ด้วยวาสนาคนมิได้เสมอกันดุจยอดเขาและลำธาร จะเห็นว่าผู้ได้จักรรัตนะต้องมีวาสนามหาจักรพรรดิ์ราชพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจจะใช้อำนาจแห่งสุทรรศนจักรยกวาสนาของคนบูชา ให้บุคคลเหล่านั้นอยู่ในเงาของมหาจักรเทวะราชัน มีวาสนาที่รุ่งเรืองขึ้นดุจวาสนาจักรพรรดิ์หรือโพธิสัตว์ที่มาทำงานในยุคปัจจุบัน


    ทั้งนี้อำนาจอันเป็นเอกเทศน์ของจักรเทวะราชันนั้นยังใช้ชี้และแก้ไขสิ่งต่างๆได้ เช่นการปรับภพปรับภูมิของตนเองให้ดีขึ้น แก้ไขประหารสิ่งชั่วร้ายในเบื้องหลังวัฏจักรกรรมทั้งอดีตกาล ปัจจุบัน และอนาคต ด้วยจักรนี้ถือว่าเป็นยอดแห่งจักรมหาจักรพรรดิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าอยากได้อะไรก็บอกพี่จักรเขา อยากจะปราบอะไรก็บอกพี่จักรเขา

    เช่นไปทำงานเรามีเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมงานหรือใครๆก็ดีที่วันๆหนึ่งเราต้องประสบพบเจอ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ยกพี่จักรนี่แหละบอกกล่าวเขาไปเลยว่าใครทำอะไรไม่ดีกับเราทั้งต่อหน้าและลับหลังให้พี่จักรจัดการได้เลย ถ้าเขาคิดร้ายและทำเรื่องเลวร้ายกับเราจริงพ่ออาจารย์ท่านว่าจักรนี้จะตัดวาสนาของเขาทันทีคิดง่ายๆดุจเราปาจักรไปตัดหัวเขานั่นแหละ แต่นี้หัวเขาไม่ได้หาย ชีวิตเขาก็ยังอยู่ แต่เมื่อตัดวาสนาแรงกฏแห่งกรรมที่เขาทำไว้อันควรจะเป็นก็จะถาโถมเข้ามา พ่ออาจารย์ท่านว่าจักรตัวนี้ให้ใช้กันให้ดี เพราะหากผู้ใดใช้เป็นสามารถทำลายได้แม้กระทั่งแรงตบะอันสะสมมาทุกชาติภพ ท่านว่าเราพูดมากกว่านี้ไม่ได้ แต่อย่าเอาไปอธิษฐานความคิดพิกลพิการกันเท่านั้นก็พอ

    แม้คนแสวงหาทรัพย์ หาลู่ทางการเงิน อยากได้ทรัพย์พ่ออาจารย์ท่านว่าให้บอกพี่จักรเขาได้เลย เพราะนี่คือสุทรรศนจักรของพระเป็นเจ้าเป็นจักรเทวะราชัน เป็นจักรเทพวิญญาณซึ่งมีบารมีมากที่สุดแล้ว จะปราบปรามตัดอุปสรรคลดทอนแรงกรรมหรือแก้อาถรรพ์ใด จะเปลี่ยนแปลงกฏเปลี่ยนแปลงมหาวิถีทั้งหมื่นพันพ่ออาจารย์ท่านว่าแค่จักรหมุนก็ไม่เหลือแล้วให้อธิษฐานกันให้ดีบอกพี่เขา ใช้ได้ทั้งทางโลกและทางธรรม คนที่ชอบทางสมาธิปัญญาก็จะเกิดง่ายขึ้น ความรู้และวิชชาต่างๆก็จะเข้าถึงง่ายขึ้น ด้วยพลังที่หนุนได้ทั้งมหาจักรวาลไปพร้อมๆกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องของมนุษย์คนเดียวนั้นจึงเป็นเรื่องเล็กอย่างถึงที่สุด

    จักรนี้พ่ออาจารย์ท่านหล่อและเสกมาหลายปี ท่านพูดยิ้มๆเหมือนปัดออกไปว่ากว่าจะสำเร็จได้เรียกกันว่าเสกจนลืมตายทีเดียว ลืมไปเสียแล้วว่าทำอะไรไปบ้างเพราะมันยากเหลือเกิน ยากจนไม่อยากจะจำ ด้วยความเป็นเทพวิญญาณและฐานะจักรเทวะราชัน ไม่ใช่นึกจะทำนึกจะเอาชื่อเขามาใช้ก็ทำได้ มหาจักรนี้พ่ออาจารย์ท่านให้พกติดตัวท่านว่าป้องกันภัยทุกอย่าง ปรับธาตุกันแก้ ล้างคุณไสยเสนียดจัญไร อาถรรพณ์วิชาชั้นต่ำ แถมยังขอบารมีท่านให้ตามไปปราบคนสั่ง คนกระทำใส่เราได้ด้วย จะดูดทรัพย์ ดูดคน ดูดโชคลาภ ดูดสิ่งมงคลในสากลโลกท่านว่าแลล้วแต่จะอธิษฐานเลย จะนำมาแช่ทำน้ำมนต์ก็มีฤทธิ์สารพัดตามอธิษฐาน ป่วยไข้ให้นำจักรมาวางตรงจุดที่มีอาการโรคนั้นก็จะบรรเทา นั่งสมาธิทำกรรมฐานวางบนฝ่ามือจะรวมจิตได้เร็ว ใครชอบสายวิชาพลังจักรวาล จักนี้ก็จะดูดพลังงานเข้าร่างคนใช้ได้เร็ว ทั้งยังตรึงรูปพลังงานนั้นไว้ให้อยู่ในร่างกายเราให้เราสามารถใช้ประโยชน์ได้นานตามบุญวาสนา ทั้งคุ้มครองป้องกันภัย ปราบศัตรู แก้คุณไสยมนต์ดำอวิชาต่างๆ เพิ่มพูนอำนาจวาสนาบารมี หนุนเสริมหน้าที่การงานให้สำเร็จ อานุภาพใหญ่ๆเลยที่จักรจะหนุนเรา พ่ออาจารย์ท่านว่ามีดังนี้
    1. ตัวกูผู้ชนะ
    2. มหาอำนาจราชศักดิ์
    3. เมตตาชนนิยม
    4. ป้องกันโรคภัย
    5. ความมั่นคงและมั่งคั่ง
    6. ป้องกันภัยพิบัติ
    7. ปรับภพหนุนนภูมิ
    8. เปลี่ยนลิขิตดวงดาวหลีกเลี่ยงบาปเคราะห์
    9. บารมี โชคลาภ ความก้าวหน้า


    พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของที่ใช้ได้ทุกภาค ไม่ว่าจะเล่นทางปราบหรือทางโปรดแล้วแต่ใจแล้วแต่สถานการณ์ทีเดียว ขอให้ยึดมั่นในคุณพระนารายณ์จักรนี้จะใช้ได้ร้อยแปดพันประการดุจพระนารายณ์ท่านใช้งานทีเดียว เพียงเราใช้อาราธนาพกไว้เฉยๆ จักรนั้นก็จะครอบตัวเราหมุนติ้วๆอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้น ตามที่ฉันบอกว่าอยู่ในเงาของสุทรรศจักรแม้ดาวบาปเคราะห์ก็กล้ำกรายไม่ได้ด้วยเป็นมหาศัตรูกัน แม้เราเจอภัยอะไร ทั้งที่รู้ตัวก็ดี ไม่รู้ตัวก็ดี จักเขารจะออกหน้ารับแทนอย่าได้กังวล นั่นก็เพราะว่าเขาเป็นเทพวิญญาณซึ่งมีชีวิต อะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเขาตัดสินใจได้เอง อะไรที่มันไม่ดี เห็นอะไรผิดสังเกตแค่นี้เขาก็พุ่งออกไปแล้ว จะใช้ทางอบรม กำจัด ปราบปรามนี่เขาทำให้อัตโนมัติหมดเลย แค่คิดก็แล่นไปเลย ยิ่งถ้าใจเราเกิดความระแวงใครขึ้นมาแล้วเขาเหล่านั้นผิดจริงๆก็จะเป็นไปตามกฏแห่งกรรมได้รวดเร็วเพราะอำนาจเร่งเร้าของจักรสำคัญนี้

    ด้วยจักรสำคัญนี้จะมีพลังพิเศษเพราะเขาสามารถหนุนชีวิตเราให้ลอยขึ้นสูงดุจดาวค้างฟ้าได้ พ่ออาจารย์ท่านว่า******อย่าลืมเชียวว่านอกจากจะเป็นอาวุธแล้วจักรรัตนะยังเป็นพาหนะในพระจักรพรรดิ์ด้วย ดังนั้นจึงสามารถแบก ยก และหนุนชะตาชีวิตขึ้นไปได้ ทั้งการทำงานที่จะหมุนตัวเข้าหรือคลายตัวออก หากหมุนเข้าก็คือเร่งรัดกฏวัฏจักรหากคลายออกก็จะคลายกฏชาติสงสาร เวลาจะใช้ก็ให้เรากำหนดจิตบอกกับพี่จักรเขาว่าจะเร่งหรือคลาย จะขออะไรก็ตามก็บอกเขาไป ทั้งนี้ยังใช้เล่นทางดูดพลังงานได้อีกด้วย จะใช้ดูดพลังงานอะไร ถ่ายพลังงานใส่สิ่งไหนก็ให้อธิษฐานเอา พ่ออาจารย์ท่านว่าทำได้ง่ายๆเช่นเราไปงานเสกพระ เราก็กำหนดจิตบอกพี่จักรไปว่าให้เขาช่วยกักเก็บพลังงานในพิธีนี้ให้หน่อย พอจะถ่ายลงอะไรให้ประสิทธิ์กับวัตถุมงคลชิ้นไหนก็ให้เอาพี่จักรไปวางทับไว้และบอกให้พี่เขาถ่ายพลังงาน พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่ช้างกะดิกหูงูแลบลิ้นชั่วพริบตาก็เป็นอันสำเร็จ เรียกว่าเราสามารถดัดแปลงใช้งานเขาได้อีกมากสุดแล้วแต่ความต้องการ ความปรารถนาของเรานั่นทีเดียว แต่จำไว้ข้อปฏิบัติใหญ่สำหรับคนใช้ คือต้องใช้ด้วยความเคารพและให้เกียรติเขา เรียกเขาว่าพี่ทุกคำได้ยิ่งดี

    ***สุทรรศนจักรสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านนำมาเจาะติดพลอย(คละสี)หรือที่ท่านเรียกว่าแก้วจักรพรรดิ์ทุกชิ้น พ่ออาจารย์ท่านว่าแก้วนี้เสกลงไว้ครบมีอำนาจดุจมณีรัตนะ ท่านติดไว้ให้หนุนส่งเสริมพลังงานซึ่งกันและกัน ท่านว่าต่อไปทุกความปรารถนาของเรา จะได้สำเร็จด้วยอานุภาพแห่งมณีรัตนะ ซ้ำจักรรัตนะก็จะช่วยหนุนตัวเราในทุกที่ ทุกเวลา

    คาถาบูชา
    หริโอม ตัสสะ สุเมรุนารายัสสะ ศรีนาราเยน สุทัศนะจักราวุธธัง


    * เทพอาวุธอันมีจิตวิญญาณซึ่งเป็นราชันแห่งอาวุธนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาเป็นของเฉพาะบุคคลเรียกว่ามีคู่บารมี มีคู่บำเพ็ญเพียรอยู่แล้ว แม้ใครสั่งสมบารมีมาทางสายโพธิสัตว์ สายมหาจักรพรรดิ์ เขาเห็น เขาจะรู้ ว่านี่คือเครื่องบริโภคของเขา คือคู่บารมี คู่บำเพ็ญเพียรอันจะตามติดตัวเขาไปทุกภพ และเขาก็จะมานำของคู่บารมีของเขาไปใช้เอง พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าคนที่มีปัญหาเยอะหรือชีวิตอยู่ในที่ต่ำตั้งแต่เบื้องต้นให้ถือได้เต็มที่คนละสองเล่ม ให้กำหนดเป้าหมายแบ่งแยกหน้าที่บอกพี่จักรเขาให้ชัดเจนหนึ่งนั้นไว้เพื่อนหนุนชูชีวิตตน อีกหนึ่งนั้นเอาไว้เพื่อทำลายสิ่งขัดขวางทั้งปวง

    ร่วมทำบุญบูชา เทพศาสตราวิญญาณมหากาลสุทรรศนจักรราชัน(วิถีหมื่นพันผันแปร) บูชา 2,500 บาท

    45043822-1892646610817602-4970462512316153856-n.jpg
    45204283-730508240632221-6707808802529345536-n.jpg
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระอินทร์กินอาหาร (นั่งรับทรัพย์เปิดโลกเบิกบารมี)

    พระอินทร์ท่านสั่งให้ฉันสร้าง ...ทำให้คนไม่มีจะกิน อดกิน ไม่ได้กิน

    พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าปู่พระอินทร์นั้น นับได้ว่าท่านเป็นเทวดาที่มีความผูกพันธ์กับมนุษย์อยู่มาก เวลาคนดี คนกตัญญู คนมีความเพียร...สรุปเอาว่าคนดีคนมีบุญทั้งหลายเดือดร้อน เธอรู้มั๊ยยิ่งดีมาก ยิ่งมีบุญมาก อันนี้พระอินทร์ท่านก็จะอยู่ไม่ได้เพราะท่านจะรู้จะเห็นในข่ายญาณของท่าน ทำให้ท่านต้องรีบมาช่วยเหลือ ประจวบกับโลกในปัจจุบันนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าคนดีที่เดือดร้อนนี้ก็มีมากเหลือเกิน แม้ปู่พระอินทร์ท่านอยากจะช่วยบางคนท่านก็ช่วยไม่ได้ ทั้งออกหน้าไม่ได้ หรือลงมาเล่นเองไม่ได้ ด้วยเพราะคนเหล่านั้นมีอุปสรรคที่จำเป็นต้องผ่านให้ได้ด้วยตัวเอง หรือกำลังชดใช้เศษกรรมอันใดอันหนึ่งอยู่ จึงกลายเป็นว่าคนดีล้นโลกแต่ทุกคนก็เดือดร้อนเหมือนๆกันและเสียงของความน้อยเนื้อต่ำใจนั้นก็ดังก้องอยู่ในโสตประสาทปู่พระอินทร์ท่านทุกคราไป

    เมื่อท่านช่วยตรงๆไม่ได้ก็ต้องช่วยกันทางอ้อม ด้วยเหตุว่าคนที่มีบุญสัมพันธ์กันกับท่านนั้นยังมีอยู่มาก ทั้งเทพที่เคยอยู่ในคณะ เทพที่เป็นบริวาร ตลอดจนคนที่มีวาสนาจะได้เป็นเทพในดาวดึงส์หรืออดีตชาติซึ่งผ่านมาหลายภพเคยอุบัติในดาวดึงส์เหล่านั้น ล้วนแต่เป็นคนที่มีวาระกรรมร่วมกับท่านทั้งสิ้น ท่านจึงถือเสมือนว่าเป็นคนของท่าน เป็นลูกหลานท่านกลายๆ ดังนั้นท่านจึงปรารถนาจะช่วยให้พ้นทุกข์ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยครอบมือ ครอบวิชาเฉพาะของท่านให้พ่ออาจารย์ท่านทำแทนไว้จะได้สงเคราะห์คนที่มีแรงกรรมมากหลายชาติหลายภพทั้งหลายสืบต่อไป

    ทำไมต้องตะกรุดดอกเขียวๆ
    เพราะวิชานี้จัดเป็นวิชาเฉพาะ เป็นเทพวิชาอย่างแท้จริง ที่พ่ออาจารย์ท่านสืบวิชาโดยตรงจากปู่พระอินทร์ ให้ทำไว้ช่วยคนสามสถานหรือคนสามจำพวก คือ คนที่ไม่มีจะกิน คนอดกิน แล้วก็คนไม่ได้กิน
    - คนไม่มีจะกิน คนประเภทนี้ความหมายก้ตรงตัวอยู่แล้วคือในปัจจุบันนั้นไม่มีอะไรเลย ถึงอดีตจะมีหรือไม่มีก้ตาม ถ้าปัจจุบันไม่มีก้เป็นคนประเภทนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าบางคนเขาถึงกับไม่มีเงินจะกินข้าว หรืออาจอุปมาได้กับคนที่เวลาจะใช้ทรัพย์ทำอะไรจำเป็จะต้องคิดหนักเพราะชีวิตฝืดเคือง ทำอะไรก้ไม่สะดวกราบลื่น ท่านว่าสมัยนี้คนที่ติดเศษกรรมไม่สมารถพ้นไปได้เช่นนี้ยังมีอยู่มาก บางคนจากชีวิตสบายๆกลายเป็นต่ำลงๆเรื่อยๆก็มี ดังนั้นคนประเภทแรกก็คือคนที่ยังไม่มีจุดยืน คนที่อับจนหนทาง ไม่มีทรัพย์ ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน ไม่มีคนยอมรับ ไม่มีที่ยืนในสังคม
    - คนอดกิน อดกินก็คือกินไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องแยกแยะระหว่างกินไม่ได้กับไม่ได้กิน เพราะกินไม่ได้กินไม่ทันคนอื่นนั้นยังนับว่ามีวาสนายังมีสิทธิที่จะกิน คนประเภทนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ถึงกับแย่ บางคนนับว่ามีวาสนาหรือมีชีวิตสบายทีเดียว แต่คนจำพวกนี้เวลาทำอะไรอาจจะมีอุปสรรค หรือเรียกว่าชอบสิ่งใด ทำสิ่งใด อยากได้อะไร สิ่งเหล่านั้นล้วนไม่สมหวัง ไม่ได้ดั่งใจตัวเองไปทั้งสิ้น ท่านจึงเรียกคนประเภทนี้ว่าคนอดกิน คือทำไปก็แห้ว ทำไปก็พลาดเรียกว่ามีทุน มีวาสนา แต่ไม่มีดวงทั้งที่มันควรจะได้ ควรจะเป็นของเรามากกว่าใคร ทั้งที่เรามีพร้อมในปัจจัยต่างๆมากกว่าคนอื่นเขา แต่เรากลับผิดพลาดอยู่เรื่อยโดยหาสาเหตุไม่เจอ ในขณะเดียวกันคนที่มีดวงแต่ไม่มีทุนไม่มีวาสนากลับได้กินแบบฟลุ๊คๆอยู่ตลอด ทั้งด้านการงาน เรื่องคู่ครอง เรื่องจังหวะโอกาสต่างๆในชีวิต เช่นนั้นคนอดกินพ่ออาจารย์ท่านจึงเปรียบเทียบไว้กับคนที่ไม่สมหวังในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำ พูดง่ายๆคือเหมือนจะได้กินแต่ก็หิวอยู่ ยังอดอยู่ ยังชวดอยู่นั่นเอง
    - คนไม่ได้กิน คนประเภทนี้ท่านว่าเป็นคนที่ไม่ทันกินกับคนอื่นเขา ดุจว่าคนอื่นเขากินกันอิ่มแล้ว เขาแยกย้ายกันไปหมดแล้วตัวเองก็ยังหิวยังไม่ได้กินกับใครเขา เพราะไขว่คว่า หยิบฉวย แย่งชิงโอกาสกับใครเขาไม่ทัน แบบว่ามองไม่เห็นโอกาส ต่อให้โอกาสนั้นมาตั้งมาวางอยู่เบื้องหน้าก็จะละเลยมองข้ามไป ซึ่งคนจำพวกนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะน่าเวทนากว่าคนประเภทอื่น เพราะเขาชวดไปหมด ไม่มีแม้แต่จุดเริ่ม เพราะเขามองไม่เห็นอะไรแล้วชีวิตเขาก็จะไม่ได้อะไร ดังนั้นชีวิตจึงวนเวียนอยู่กับคำว่าไม่ได้กินเสียหรอกๆๆอยู่เช่นนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าคนทั้งสามลักษณะนี้ เป็นคนที่ให้คำจำกัดความในชีวิตได้สั้นๆแบบผรุสวาทเลยว่า "ซวย" คำเดียว เช่นนั้นพระอินทร์ท่านจึงสั่งให้ฉันสร้าง (วิชาเฉพาะ)...ทำให้คนไม่มีจะกิน อดกิน ไม่ได้กิน หรือสรุปตรงตัวคือมีชีวิตวนเวียนอยู่กับเรื่องซวยซับซ้อนง่ายๆเช่นนี้

    วิชาสำคัญนี้ท่านเรียกว่าพระอินทร์กินอาหาร พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเทวดานั้นก็มีหลากหลายขั้นด้วยกัน ระดับดีๆหน่อยเขาก็เรียกกันว่าเทพบดีซึ่งพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือเปรียบได้กับเจ้าคนนายคนนั่นเอง แต่ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือพระอินทร์เพราะท่านเป็นราชาของเทวดา เป็นประธานของเทวสภาเช่นนั้น ดังนั้นความวิจิตรละเอียดอ่อนของกามคุณทั้งหลายในวิมานของพระอินทร์ก็ดี ในชีวิตของพระอินทร์ก็ดี ในวาสนาของพระอินทร์เจ้าสวรรค์นั้นก็ดี แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมจะประณีตสูงสุดในกามภพจนเหล่าเทพบดีทั้งหลายเทียบกันไม่ติด

    อันความสุขจากกามคุณทั้งหลายนั้น ต้องยอมรับว่าจะหาใครที่สุขเกินพระอินทร์เป็นไม่มี เรียกได้ว่าทั้งกินมากที่สุด ทั้งเสพย์มากที่สุด ทั้งอิ่มมากที่สุด แล้วก็สบายอย่างปราณีตมากที่สุดเช่นกัน ด้วยความสุขจากกามคุณที่เหนือกว่าเทพเจ้าทั้งปวงนั้นสิ่งเหล่านี้ย่อมดูขัดกับการเป็นพหูสูตรของพระองค์ท่าน จนคราหนึ่งพระมหาโมคคัลลานะถึงกับต้องไปเตือนสติท่านถึงดาวดึงส์พิภพทีเดียว แต่หากใครไปอยู่ในจุดนั้น จุดที่เป็นราชาของทวยเทพ จุดที่เสวยสุขอย่างประณีตสูงสุดทุกด้านของกามคุณก็อาจจะลุ่มหลงจนองค์พระอรหันต์ต้องมาตักเตือนเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็ปรารถนาอยากจะเป็นพระอินทร์ อสูรก็อยากยึดสวรรค์ เทวดาก็อยากโค่นบัลลังค์ จนสวรรค์นั้นต้องมีตำแหน่งพระอินทร์รองจากพระอินทร์องค์หลักเพิ่มขึ้นรองรับผู้มีบุญวาสนาอีกหลายตำแหน่ง ดั่งคำกล่าวยืนยันของพระอริยะเจ้าหลายๆท่านว่าพระอินทร์นั้นมีหลายองค์เช่นนี้

    ดังนั้นวิชาพระอินทร์กินอาหาร จึงอุปมาได้กับการกิน การเสพย์ความสุขที่ประณีตสูงสุดในกามภพแล้วนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าเหนือกามภพขึ้นไปเทพพรหมทั้งหลายเขาจะไม่ลงมายุ่งกับมนุษย์มากหากไม่มีวาสนาสัมพันธ์กันจริงๆ ดังนั้นเทพที่ยังติดต่อหรือคอยช่วยเหลือมนุษย์ส่วนใหญ่จึงเป็นชาวจาตุมหาราชิกากับดาวดึงส์นี่เอง เช่นนี้ปู่พระอินทร์ท่านจึงตั้งใจให้พ่ออาจารย์ลงวิชาพระอินทร์กินอาหาร เพื่อเอาวาสนา เอาความสุขของเทวะราชา เอาวาสนาของเทวราชอินทรามาล้างความซวยในโชคชะตาของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนไม่มีจะกิน คนอดกิน หรือคนไม่ได้กินก็ดี ท่านว่าต่อไปต้องได้กิน ได้เสวยความสุขอย่างปราณีตมากขึ้นๆไปเรื่อยๆตามลำดับขั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ฉันทำง่าย เพราะฉันไม่ได้ทำเอง แต่ให้พระอินทร์ท่านทำท่านสำเร็จให้ล้วนๆ ฉันกำหนดจิตคอยดูอย่างเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่รู้จะพูดจะบอกอะไรกันมาก ให้พิจารณากันเองว่ามันตรงกับชีวิตตัวเองหรือเปล่า แต่ไอ้ตะกรุดดอกเขียวๆนี่แหละที่เคยให้คนเอาไปใช้แล้วเขาก็เอาไปตั้งชื่อกันเองว่าตะกรุดนั่งรับทรัพย์ พ่ออาจารย์ท่านว่าปู่พระอินทร์ท่านลงให้ครบทั้งหมดฉันก็พูดมากไม่ได้ พูดได้แต่น้อยๆว่าครอบคลุมความซวยของมนุษย์ ซ้ำท่านยังกำชับว่าตะกรุดนี้คนที่ไม่มีวาสนาเคยเป็นลูกหลานหรือบริวารกับตัวปู่พระอินทร์ท่านมาก่อนนั้น เขาจะไม่พบ จะไม่เห็น สัมผัสไม่ได้แม้แต่เงาของตะกรุดดอกนี้เลย ถึงจะพบก็จะบันดาลให้ผ่านพ้นไปไม่อยู่ในสายตา มองไม่เห็นความสำคัญของตะกรุดนี้

    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านนำมาเสกเก็บรักษาไว้ เวลาเชิญปู่พระอินทร์ทำพิธีท่านก็จะฝากตะกรุดนี้ให้ปู่พระอินทร์ท่านเสกเรียงดอกจนสำเร็จจึงใช้เวลาค่อนข้างนานและปู่พระอินทร์ท่านยังย้ำว่าให้เก็บเอาไว้ก่อน จนปัจจุบันนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีแต่คนบ่นว่าทำไมมันซวยขนาดนี้ ยุคนี้คือยุคอะไร ประจวบกับปู่พระอินทร์ท่านมีนิมิตอนุญาติให้พ่ออาจารย์นำตะกรุดออกมาได้ ท่านจึงได้นำมาอธิษฐานจิตเสกเปิดโลกเบิกบารมีให้อีกวาระหนึ่ง ท่านว่าดีอย่างไรไม่ต้องพูดเพราะเราเสกจนฟ้าลั่น เสมือนเทวดาท่านรับรู้พระอินทร์ท่านให้พร ดังนั้นตะกรุดนี้จึงใช้ได้หลายด้าน
    - เปิดโลก คือเปิดสิ่งที่ปิด โอกาสที่มีน้อยหรือแทบไม่มีมี เปิดให้พร้อม เปิดให้สำเร็จทั้งหมด
    - เบิกบารมี คือขอบารมีปู่พระอินทร์ท่านต่อวาสนาให้คนนำไปบูชาไม่ให้หมด ไม่ให้อด ไม่ให้ทิ้งกันไปกลางทาง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าทำให้ทุกอย่างสำเร็จหมดแล้ว จะใช้อย่างไรก็สุดแล้วแต่จะอธิษฐานใจกัน แต่วิชานี้ท่านไม่ได้ทำบ่อยแล้วก็นานปีจึงจะทำได้สำเร็จซักครั้งหนึ่ง ***จะใช้จะบูชากี่ดอกท่านว่าแต่ละคนจะมีสัมผัสอยู่ในใจของเขาเองเป็นตัวรู้ที่เกิดขึ้นเฉพาะตัวเขากับวิชาตะกรุดนี้ นั่นคือวาสนาบารมีของเค้า เป็นพลังที่พอเหมาะกับกายเนื้อเขาจะรับได้เพื่อฟันฟ่าอุปสรรควิบากกรรมของเขาเองปู่พระอินทร์ท่านจะดลใจให้รู้ได้เฉพาะคน

    คาถาบูชา
    นะอินทะราชา นะมามีมา สุวัณณังวา ราชะตังมา มณีวา ธนังวา นะพามานะ(ขอตามปรารถนา)


    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระอินทร์กินอาหาร (นั่งรับทรัพย์เปิดโลกเบิกบารมี) บูชา 900 บาท

    45376644-2231854117050287-5910276127766609920-n.jpg
    45339976-2197372970481435-526536705289748480-n.jpg
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญย้อนมารพระเจ้าย่างพระบาท (ชะลอกรรม)

    "วิชานี้คนอาราธนา ดุจตัวเขาเดินเหยียบอยู่ใต้ร่มพระฉาย(เงา)ของพระพุทธองค์...เดินเหยียบอยู่ในร่มเงาของพระตถาคตเจ้า จะปิดกั้นตัวเขาออกจากเรื่องวุ่นวายต่างๆทั้งหลายทีเดียว"

    เพื่อไม่ให้รับรู้เรื่องวุ่นวายต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างเครื่องมงคลที่ให้ผลทางมหาสะท้อนอย่างหนักควบคู่ไปกับความเจริญก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองด้วยจุดประสงค์หลักที่ท่านตั้งใจไว้เพื่อให้คนใช้มีชีวิตที่ขยับเยื้อน เคลื่อนไหวได้แบบก้าวกระโดด ดังนั้นท่านจึงได้ทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทของเสด็จพระใหญ่ที่ถือว่าเป็นที่สุดของศาสตร์แห่งการสงเคราะห์ด้วยแรงครูอย่างแท้จริง ถึงกับว่าเหรียญสำคัญนี้ "ถ้าไม่น้ำตาตกอย่าเพิ่งเอามาใช้"

    ด้วยปัจจุบันท่านเห็นว่าคนเริ่มน้ำตาตกใน เจ็บช้ำน้ำใจจากภัยรอบด้านด้วยไม่อาจต่อต้านหรือเปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตของตนให้ดียิ่งๆขึ้นไปได้ พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าอาการเหล่านี้ตรงกับคำของเสด็จพระใหญ่ท่านนั่นคือคนเริ่มน้ำตาตกในแล้ว ควรแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะเอาวิชาพระเจ้าย่างพระบาทนี้ให้กับคนที่เหมาะสมและคู่ควรใช้อาราธนาเพื่อวัตถุประสงค์ชะลอกรรมด้วยวิชาและแรงของครูต้นวิชานั่นเอง

    พระเจ้าย่างพระบาทนั้น พ่ออาจารย์ท่านเปรียบเทียบเอาไว้ว่าดุจครูท่านย่างเท้าก้าวเข้ามาในชีวิตเรา ดุจครูท่านยื่นขาเดินเข้ามาร่วมชะตากรรมอยู่กับเราเรียกว่าตกบันไดพลอยโจนทิ้งตัวลงมาอยู่กับเราแล้วเช่นนั้นก็ว่าได้ ดังนั้นวิชานี้จึงเป็นวิชาสำคัญที่เรียกว่าเลือดไม่เข้าตาอย่างถึงที่สุดก็อย่าได้นำมาใช้เพราะคุณครูบาอาจารย์นั้นจะช่วยให้เจริญรุ่งเรืองได้อย่างน่าประหลาดใจ ที่แย่กลับเป็นรุ่ง จากดวงที่ตกต่ำกลับได้ดีเจริญด้วยธนสารสมบัติ ทั้งยังปราบศัตรู ปราบทุกข์เข็ญ พิชิตมาร ทำให้สิ่งที่ข้องขัดและแน่นิ่งไปแล้วไหลลื่น สามารถก้าวต่อไปได้เรื่อยๆไม่หยุดอยู่กับที่และไม่ถอยหลังลงด้วยอาถรรพ์คุณวิชาดุจพระเจ้าเยื้องย่างพระบาทประกาศพระศาสนามีแต่จะก้าวไปข้างหน้าไม่มีทางถอยหลังกลับ เช่นนั้นจึงมีคติไว้ว่าผู้ใดรับไปอาราธนานั้นต้องมีบุญสัมพันธ์กับสมเด็จพระตถาคตเจ้า ด้วยเขาจะใช้ชีวิตดุจเดินเหยียบอยู่ในร่มเงาของพระศาสดา เช่นนั้นคนไม่เชื่อก็ไม่ต้องใช้ เพราะถ้าใครไม่เชื่อก็จะตกนรกอย่างเดียวด้วยเป็นวิชาของพระองค์ท่านให้ผลแรงถึงขนาดนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านเลือกทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทนี้กับพระพิมพ์ลีลาทุ่งเศรษฐี ท่านว่านอกจากอาถรรพ์จากคุณวิชาแล้วรูปแบบพิมพ์ทรงก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันซึ่งกันและกันด้วย โดยท่านได้ขอยืมพระลีลาเม็ดขนุนกรุทุ่งเศรษฐีกำแพงเพชรมาหนี่งองค์จากศิษย์ที่มีความเป็นอยู่สุขสบายโดยเชื่อว่ามาจากพุทธคุณการอาราธนาพระพิมพ์พิเศษนี้ โดยทางผู้ให้ยืมก็มีข้อแม้อยู่ว่าเมื่ออาจารย์ท่านสร้างเสร็จต้องเก็บไว้ให้เขาร่วมทำบุญหนึ่งองค์ ที่ท่านยืมองค์พระเขามานั้นก็เพื่อจะตรวจดูว่าพระที่เจ้าสัวเขาใช้นั้นมีมงคลอย่างไร มีสิริเช่นไร โบราณเขาเสกอะไรไว้ บรรจุพุทธานุภาพด้านไหนและพระลีลาพิมพ์นี้ที่เศรษฐีเขาเชื่อว่าเปลี่ยนชีวิตเขานั้นมีคุณต่างจากพระลีลากรุนี้องค์อื่นๆอย่างไร พอท่านรู้แล้วท่านก็ปั้นหุ่นเทียนเป็นพระพิมพ์ลีลาเม็ดขนุนเช่นนั้น ด้วยถือคติว่าจะทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทใส่พระลีลาก้าวหน้าให้เป็นมงคลนิมิตแห่งความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จเพิ่มพูนเกียรติยศแบบไม่รู้สิ้นสุด ดั่งคำว่ามีแล้วไม่จนเป็นอย่างไรท่านก็จะทำให้เช่นนั้น เพราะนี่คือพระเศรษฐี เพราะนี่คือพระพุทธลีลา เพราะนี่คือพระประทานพร เป็นพระองค์เดียวที่มีคุณูปการอุปถัมภ์ให้คนใช้เจริญก้าวหน้าเป็นเศรษฐีได้ไม่หยุดนิ่งซ้ำยังประทานพรให้เราดั่งใจได้ทุกสิ่ง ท่านนำหุ่นเทียนนั้นมาเสกทำวิชาให้แก่กล้าอิทธิคุณดุจพระลีลากรุทุ่งเศรษฐีองค์นั้นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านเสกกำกับทำวิชาจนมั่นใจว่าใครได้ไปมีไว้จะไม่ตกอับ จะต้องสำเร็จ และต้องเจริญไปควบคู่กันเท่านั้น เรียกว่าเสกให้เสร็จนานนับเดือนตั้งแต่เป็นหุ่นเทียนนั่นทีเดียว

    ต่อจากนั้นท่านจึงนำธาตุกายสิทธิ์มาหลอมรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อลงวิชาอาถรรพ์พระเจ้าย่างพระบาท อันมีอำนาจพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้วเพื่อใช้ชะลอผลแห่งกรรมได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ท่านเองยังได้กำกับวิชาชะลอกรรมตามศาสตร์ของหลวงปู่แช่ม วัดตาก้อง เสริมลงไปด้วยอีกคำรบหนึ่งเพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดผลการชะลอกรรมทั้งหนักและเบาทั้งหลายอย่างแน่นอนด้วยอำนาจแรงครู เสร็จแล้วจึงนำแผ่นธาตุกายสิทธิ์มาอธิษฐานเข้าสมาธิเสกตามวิธีของท่านจนจิตเกิดความว่างแล้วถอยอารมณ์เดินคาถาเสกแผ่นธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้จนเกิดนิมิตสำเร็จในเบื้องต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าการชะลอกรรมนั้นชื่อก็ตรงตัวอยู่แล้วเราจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้อีก เอาว่ารู้ตัวกันนะสำหรับคนที่กรรมมันหนักมากจนหยุดไม่ได้แล้วจริงๆก็ควรรู้ตัว ในเมื่อหยุดไม่ได้แต่กลับชะลอได้ การชะลอนี้ก็คือการให้โอกาสเธอมีชีวิตใหม่ ให้โอกาสได้สะสม ได้ประกาศคุณงามความดีให้สมกับเป็นคนที่ได้รับโอกาสแล้ว อย่าเอาไปใช้ให้เสียของเปล่ามีโอกาสแต่กลับไม่ทำบุญไม่สนใจการภาวนา เช่นนี้ท่านว่าอย่าได้เอาไปเลยเพราะต่อให้มีของดีเพียงไหน มีโอกาสอย่างไรก็เสียบชาติมนุษย์เปล่าๆ

    พ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานจิตหลอมรีดทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าห้าสิบหกครั้ง เท่ากับกำลังของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ให้มีอิทธิคุณแฝดดั่งกำลัง ดั่งคุณของพระชินสีห์เช่นนั้น ก่อนจะหล่อหลอมให้สำเร็จและเทเนื้อธาตุเป็นพระพิมพ์ และทำการเสกพระพิมพ์นั้นทั้งยังเชิญเสด็จพระใหญ่มาแผ่กำลังทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทให้จนสำเร็จในวาระแรกอีกแปดสิบครั้งให้ได้เท่าวาสนาของพระชินสีห์ดั่งกำลังของ “พุทธะ” ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้รื่นเริงอยู่ในธรรม และไม่มีการหวนกลับย้อนคืนมาสู่ความเป็นปุถุชนอีก เมื่อก้าวไปข้างหน้าย่อมขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด(พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ทำยากอย่างมาก แค่คิดจะเสกก็นานนับปีแล้ว เพราะทุกอย่างของพิธีกรรมล้วนสัมพันธ์กับวาสนาของพระตถาคตเจ้า ด้วยหมายเอาวาสนานั้นดึงคน ดังผู้มีบุญสัมพันธ์ในอดีตอยู่บ้างแม้เพียงเล็กน้อยกับพระองค์ให้พ้นออกจากเรื่องวุ่นวายทั้งหลาย) หลังจากนั้นจึงนำมาทำวิชาเศรษฐีก้าวหน้าอีกวาระหนึ่งเพื่อหวังอานิสงส์ให้กำราบทุกข์เข็ญ ความอดอยาก แห้งแล้ง และโรคภัยนานาประการที่กำลังเป็นอยู่ เพื่อประโยชน์ใหญ่ที่จะเห็นแจ้งแก่ตนเองว่าไม่ช้าไม่นาน ทั้งอาเพศ ภัยร้าย และทุกข์เข็ญ ความอดอยาก สิ่งขาดแคลน และโรคที่ย่ำยีทั้งหลายจะค่อยๆหมดไปอย่างน่าอัศจรรย์ ให้ผู้ใช้อยู่รอดปลอดภัยจากทั้งภัยของมนุษย์ที่พยายามคุกคาม ภัยจากอมนุษย์ ภัยจากธรรมชาติ และภัยที่มีอันตรายจนอาจทำให้เจ็บให้ตายได้ เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย มีกินมีใช้ต่อเนื่องไปจนถึงกาลดับซึ่งธาตุสังขาร ทั้งยังส่งเสริมให้มีวาสนาและบารมีเหนือผู้อื่นๆ แลมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพหน้าที่การงานที่คิดจะทำ ได้เป็นเจ้าคนนายคนหรือประสบความเจริญรุ่งเรืองในกิจธุระแห่งตน มีชีวิต ขยับเยื้อนเคลื่อนไหวได้แบบก้าวกระโดด

    เมื่อได้องค์พระแล้วท่านจึงนำมาอุดด้วยผงพระเจ้าเปิดบาตรอีกรอบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะเจริญก้าวหน้าแล้วยังต้องอุดมสมบูรณ์ด้วย ให้อุดมสมบูรณ์ร่ำรวยในโภคทรัพย์ ให้อยู่ยั้งยืนยงเป็นหลักชัยแห่งความสำเร็จ ด้วยอาศัยคุณบาตรแห่งพระตถาคตเจ้าที่เปิดเมื่อไหร่เป็นเต็มเมื่อนั้น อุปมาดั่งพระองค์เลี้ยงภิกษุและพุทธบริษัทได้มากมายฉันใดก็จะเผื่อแผ่พระพุทธานุภาพมาฉุดดึงเราได้มายมายดุจเดียวกัน ทั้งนี้องค์พระเจ้าย่างพระบาทนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังได้นำสิ่งมงคลมีอิทธิคุณรุนแรงฝังไว้เสริมอำนาจให้อีกดังนี้
    - เม็ดมหาธาตุปาฏิหาริย์ ของใช้เฉพาะทางด้านพลิกกลับชะตาชีวิตคนที่พ่ออาจารย์ท่านหวงแหน ท่านว่าเขาก็มีชื่อ มีคุณสมดั่งชื่อของเขานั่นคือเม็ดมหาธาตุที่เอาไว้สร้างปาฏิหาริย์นั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะทำมาให้คนได้ใช้ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะท่านต้องนำธาตุปาฏิหาริย์พูดง่ายๆก็คือพระกรุต่างๆที่ท่านทำพิธีไปดัก ไปเชิญขึ้นมานำมาเก็บไว้นำมาล้างมาหล่อหลอมกำลังธาตุและหุงประชุมธาตุทั้งหมดใหม่ ท่านว่าพระกรุเหล่านี้แม้จะเอาองค์อื่นในกรุเดียวกันมาใช้ก็ยังนับว่าใช้ไม่ได้ ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น ด้วยท่านจะใช้เฉพาะพระกรุที่เสด็จหนี วิ่งได้ตามพื้นดิน ต้องทำพิธีดัก ทำพิธีขุดกว่าจะได้ซักองค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าลงทุนลงแรงไปมากมาย เพราะเชื่อว่าพระกรุประเภทนี้จะมีคุณแรงกล้ากว่าพระองค์อื่นในกรุเดียวกันดุจเป็นองค์จ่าฝูงที่แก่กล้าอิทธิคุณกว่าองค์อื่นทั้งหมด ท่านว่าสมัยสามถึงสี่สิบปีก่อนท่านก็จะออกหาจะคอยดักทั้งพระท่ากระดาน พระร่วงและพระยอดขุนผลต่างๆซึ่งตอนนั้นยังไม่มีราคาค่านิยมมาก พอได้มาก็สะสมไว้แล้วตอนหลังครูสมเด็จท่านแนะนำให้ทำเม็ดมหาธาตุปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมา เมื่อหล่อออกมาได้แล้วก็จะนำมาตีบุไว้ด้วยแผ่นตะกั่วน้ำนมที่ลงคาถามหาเศรษฐี เก็บเอาไว้ให้คนที่มีศรัทธาอย่างจริงใจนำไปทำจี้ทองคำเลี่ยมบูชา พ่ออาจารย์ท่านว่าเม็ดมหาธาตุนี้มีปาฏิหาริย์มากนะไม่ใช่เพียงหนุนชีวิต พลิกชีวิตแต่คุ้มครองเองก็ใช่ย่อย เห็นคนที่เขาห้อยเขาว่าแม้แต่ฟ้าผ่าลงมาใส่เขาก็ยังไม่เป็นอะไร(ไม่ใช่ฟ้าผ่าไม่ตายนะ)แต่คนเขาว่าเห็นสายฟ้านั้นแยกออกเป็นหลายเส้นและเบี่ยงออกไป นั่นคือแม้ฟ้าก็ยังไม่ทำอันตรายผู้ครอบครองมหาธาตุนี้
    - ตะกรุดย้อนมารสะท้อนกลับ ดีก็คืน ชั่วก็สนอง ให้ทำใจกลางๆเดี๋ยวเกิดผลเองให้ทำใจเสียว่า "กรรมใครกรรมมัน" พ่ออาจารย์ท่านได้ลงเฑาะว์มหากระดอนสะท้อนกลับ เสริมด้วยมหาสะท้อนย้อนมารผลาญศัตรู ท่านว่าวิชาตะกรุดชุดนี้ฉันทำไว้ให้เธอแค่กันตัวนะอย่าเอาไปใช้ทำร้ายใคร เพราะปกติแล้ววิชานี้จะมีแรงครูสูงมาก สมัยลองวิชาท่านว่ามีแขกฮินดูมาทำของใส่ฉัน ตอนนั้นเขาท้าตรงๆซึ่งหน้ากันเลย เรียกว่าเราก็ยอมให้เขาท้าเลยอยากทำอะไรก็ทำไป ตัวเราก็นั่งภาวนาตำรับย้อนมารไปเรื่อยๆนี่แหละ ส่วนในมือก็กำหนดจิตขีดลากเฑาะว์ตัวนี้แล้วตบเอาคุณไสยที่เขาทำมากลับไป ปกติวิชาทางนั้นของพวกแขกทมิฬจะนับว่าเป็นวิชาฆ่าคนแบบไร้รูป ไร้เสียงที่ค่อนข้างรุนแรงขนาดว่าแม้โดนไปก็ยังตายทรมานเรียกว่าถึงตายก็ไม่ได้ตายดีและแก้ไขได้ยากมากที่สุด แต่คุณของการสะท้อนย้อนมารนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเวรกรรมมันสนองตรงนั้นเลย นับถอยหลังไปสามวันไอ้ไสยวิชชาที่เค้าทำเรานั่นแหละก็เข้าตัวเขาและตายตกไปชนิดไม่น่าดูชม ดังนั้นวิชาสะท้อนตัวนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาฝังไว้ในองค์พระให้คุ้มครองป้องกันตัวผู้บูชา ท่านว่าเราจะไม่เสี่ยงทำเป็นตะกรุดเฉยๆเด็ดขาดเพราะไม่รู้ว่าอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆของคนปกตินั้นเขาจะเอาไปใช้ทำอะไรกันบ้าง เพราะวิชานี้ถ้าลองได้กำตะกรุดและไปสาปแช่งใครเข้าแล้วเอาว่าผลน่ากลัวจนไม่กล้าคิดทีเดียว ดังนั้นท่านจึงบรรจุไว้ในองค์พระ ท่านว่าหากใครคิดร้าย ทำร้าย หรือกระทำเราก็ให้เขารับเวรรับกรรมไปตามสมควรแห่งความคิดและการกระทำเขาเท่านั้นพอ แม้เขาดีกับเราชีวิตเขาก็ดี แม้เขาร้ายกับเราชีวิตเขาก็สั้นเต็มทีเช่นนี้
    - พลอยดิบบูรพาจารย์ พลอยดิบชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันเก็บไว้นานแล้วนะ สมัยก่อนเวลาไปกราบไหว้ครูบาอาจารย์ที่ไหนก็จะขอเมตตาท่านให้ลงให้หน่อย เรียกว่าผ่านมือครูบาอาจารย์ยุคเก่าทำวิชาให้มามากมายจนฉันเองก็จำได้ไม่หมด ตั้งแต่หลวงปู่ขาวท่านก็เสกให้พร้อมกำกับว่าสว่างหมดแล้ว หลวงพ่อกวยท่านก็เสกให้เพราะฉันขอให้ท่านลงจินดามณีให้ด้วย หลวงปู่โต๊ะท่านก็ทำให้บอกว่าเสกรวมไว้กับพระปิดตา(ชุดดังในปัจจุบัน)เลย ...จนถึงหลวงพ่อฤาษีท่านบอกว่าข้าเสกไม่ลงว่ะเพราะคนที่ทำไว้ก่อนหน้าเขาเชิญพระพุทธเจ้ามาทำให้แล้ว ดังนั้นพลอยดิบชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงเก็บไว้และไม่ค่อยนำมาใช้เพราะกลัวคนจะเห็นว่าเป็นแค่พลอยดิบ กลัวคนเขาจะเผลอคิดปรามาสครูบาอาจารย์เพราะไม่ได้รู้ว่าเป็นของมีค่า ซึ่งพลอยดิบสมัยนี้ก็มีฝังอยู่ในวัตถุมงคลทั่วๆไป เช่นนั้นท่านจึงเก็บมาตลอดแต่หนนี้ที่ทำพระเจ้าย่างพระบาทนั้นพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำให้องค์พระมีแรงครูหนุนนำอย่างแรงกล้า ท่านจึงนำเอาพลอยดิบชุดนี้มาฝังไว้ ท่านว่าใครรู้ค่าก็มาเอาไป

    เมื่อเสกทำวิชาและฝังของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆแล้ว พ่ออาจารย์ท่านก็ทำวิชาดั้นเมฆเสริมองค์พระอีกคำรบหนึ่งเป็นอันเสร็จพิธี ท่านว่าดั้นเมฆก็คือยกเมฆบังดวงอาทิตย์ วิชานี้ต้องเสกแดดจ้าๆเสกกำหนดนิมิตยกเมฆมาบังดวงอาทิตย์จนเมฆเคลื่อนมาบังปิดแสงนั้นทั้งหมด ท่านว่าอาถรรพ์แห่งคุณวิชานั้นกันเดือดร้อน กันทุกภัยทั้งปวงได้ เมื่อเสกดั้นเมฆแล้วพ่ออาจารย์ท่านต้องถอนจิตมาระดับอุปจารสมาธิเชิญเสด็จพระใหญ่และครูต้นวิชาเต็มอัตรากำหนดจิตให้ผู้นำไปใช้สมความปรารถนา ทั้งยังยกดวง ยกชะตา ยกใจคน ยกชีวิตคนไม่ให้ตกต่ำ ท่านว่าเมื่อยกขึ้นเขาก็จะไม่ล้ม เมื่อเขาไม่ล้มเขาก็จะก้าวต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่งเช่นนั้นจึงเป็นอันเสร็จพิธี

    คาถาบูชา
    พุทโธ ภควา (พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้ากำลังใจดีก็นึกถึงพระพุทธเจ้าและกาะพระองค์ท่านไปไม่ต้องใช้คาถาใดๆเลย แต่ถ้ากำลังใจยังไม่ถึงก็ให้ภาวนาไปจนนิ่งแล้วเกาะท่านไป)


    *** องค์พระนี้เหลือให้บูชาห้าองค์ พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ให้พูดเยอะเพราะตั้งแต่เริ่มทำทุกอย่างก็ถูกกำหนดให้เข้ากับวาสนาในพระตถาคตเจ้า จะมีเฉพาะผู้ที่มีวาสนาสัมพันธ์กับองค์พระชินสีห์เท่านั้นที่จะได้ไปอาราธนา รับจองเฉพาะทาง PM รายได้ร่วมสมทบทุนวิหารทาน

    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญย้อนมารพระเจ้าย่างพระบาท (ชะลอกรรม) บูชา 4,000 บาท

    45769053-265126447690938-7327912976680222720-n.jpg 45728276-2147096778645582-2505604287497764864-n.jpg
    45593437-486505878504300-246717343982419968-n.jpg
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา สิงห์ราชลากเนื้อ(สิงห์ทิพย์)

    พญาราชสีห์เป็นยอดของสัตว์ทั้งหลายมีอำนาจเหนือป่าหิมพานต์ ด้วยหมู่สัตว์ต่างๆจะเกรงกลัวแม้เสียงคำรามเมื่อได้ยินไม่ตกตายก็สิ้นสติเลยทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านสร้างสิงหราชขึ้นด้วยท่านว่าพญาราชสีห์นี้ทรงไว้ซึ่งอำนาจบารมี ตบะบารมี ศีลบารมี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุอันเป็นที่สุดแห่งมหาอำนาจ เป็นที่สุดแห่งความเกรงกลัวเช่นนั้นท่านจึงสร้างพญาราชสีห์ขึ้นมาช่วยเสริมอำนาจราชศักดิ์ ตบะ เดชะ หนุนนำคน หนุนนำชะตาชีวิตให้ผู้บูชาได้เป็นเจ้าคนนายคน

    การสร้างพญาสีห์ราชนั้นแต่โบราณย่อมมีการสร้างกันมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะสร้างให้สำเร็จจริงๆได้อย่างน้อยก็ต้องได้หัวใจสิงห์เป็นเบื้องต้นถึงจะสร้างและเสกได้ขลัง ยิ่งถ้าได้วิชาเกี่ยวกับสิงห์หนุนเสริมลงไปด้วยอีกทอดหนึ่ง อันนี้ก็จะขลังยิ่งขึ้นเด่นในทางต่างๆเฉพาะด้านไป แต่สมัยนี้ท่านเห็นเขาสร้างสิงห์กันมากใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็เป็นไปตามกรรมวิธีของเกจิแต่ละท่านซึ่งพ่ออาจารย์ท่านสอบดูสิงห์หลายๆที่แล้วแม้แต่หัวใจก็ยังลงไม่ถูก

    เช่นนั้นท่านจึงตั้งใจจะสร้างสิงห์ที่เป็นสิงห์จริงๆโดยสายเลือดและชาติกำเนิดขึ้นมาซักรุ่นหนึ่ง ท่านว่าไอ้สิงห์กับไอ้เสือนี้มันต่างกันอย่างไรพวกเธอรู้มั๊ย สิงห์จริงๆนั้นไม่ค่อยจะมีใครเขาสร้างกันสำเร็จนัก ด้วยมันเป็นราชาของป่า เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าทั้งหลายเป็นมหาอำนาจ เป็นราชศักดิ์อย่างถึงที่สุด แต่โบราณเขาถึงมีตำราสิงหราชครองโลกบ้าง สิงหราชเหยียบโลกบ้าง ดุจใครได้ครอบครองสิงห์ที่ทำขึ้นจากวิชาเหล่านี้เสมอได้โลกทั้งใบเช่นนั้น ด้วยเป็นสัตว์ตระกูลสูงแม้ใครได้เลี้ยงได้พกพาก็จะหนุนนำวาสนาให้ได้มีอำนาจเหนือคน ดั่งกษัตริย์หรือตัวเจ้าตัวนายในรามเกียรติ์ก็จะมีสิงห์เป็นพาหนะเป็นสัตว์บริวารเสมอเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจจะทำสัตว์บริวารให้เป็นดั่งเพื่อน เป็นดั่งเงาตามตัวคอยติดสอยห้อยตามเรา ทั้งยังเป็นทาสที่ซื่อสัตย์อันจะคอยใช้อำนาจราชศักดิ์เสริมชะตาให้เจ้านาย เรียกขานประกาศหาชัยชนะกำราบศัตรู

    คนที่สิงห์หนุนนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศ ลาภศฤงคารเหล่านี้เขาจะรู้ว่าสิ่งต่างๆล้วนเป็นของตาย คือมันจะเข้ามาในรูปแบบไหนมันก็เข้ามาแน่ๆ เราจะเหนือกว่า เด่นกว่าคนอื่นเช่นนั้นดั่งกำชัยชนะไว้ เห็นทาง เห็นความสำเร็จตั้งแต่ต้น ดุจเอาชัยชนะใส่พานมาประเคนให้ถึงปากถึงมือเลยทีเดียว หนุนกำลังวาสนา หนุนอำนาจตบะเดชะให้ครบสมบูรณ์

    ด้วยปกติสิงหราชจะอาศัยซ่อนตัวอยู่ในหลืบในถ้ำแม้จะเก็บตัวเงียบแต่สัตว์ต่างๆก็ยังตื่นกลัวเป็นที่สุด ไม่ว่าจะสัตว์ใด ทั้งเทวดาหรือเพชรพญาธรก็ไม่กล้าจะเข้าไปตอแยถึงในถ้ำพระคูหา แม้เสือเจ้าป่าหรือเสือจ่าฝูงและสัตว์ต่างเมื่อเจอสิงหราชยังต้องเผ่นหนีอยู่ห่างๆ นั่นเพราะเขาสู้กำลังของสิงหราชไม่ได้ ได้แต่จะคอยชะเง้อมองเป็นแค่บริวารคอยพิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่สิงหราชเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือเคล็ดมหาอำนาจของสิงหราชอุปมาดั่งว่าแม้สัตว์เหล่าใดมีตบะมีอำนาจมากมายเพียงใดก็ตาม ย่อมต้องพ่ายแพ้ต่อราชศักดิ์ของพญาสิงห์นี้ ดุจเราคนเลี้ยงคนที่อุปถัมภ์สิงหราชก็เช่นกันท่านว่าบอกได้แค่เพียงต่อไปนั้นคนอื่นย่อมต้องชะเง้อคอคอยมองเราเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสาปของพญาราชสีห์นั้นจะแรงมากทั้งยังฟุ้งกระจาย แม้เทวดา เพชรพญาธร ผีป่า เจ้าทุ่ง เจ้าเขา เจ้าท่าก็ยังต้องคอยดูแลรักษาสิงหราชนี้ ด้วยคุณวิเศษอันมีมาเฉพาะตัวของสิงหราชอันเป็นสัตว์ตระกูลสูง พ่ออาจารย์ท่านจึงบอกเคล็ดไว้ว่าสิงหราชที่ทำวิชาถูกต้องนั้นแม้พกหนังเสือ เขี้ยวเสือ หน้าผากเสือก็ยังไม่เป็นมหาอำนาจเทียบเท่ากับพญาสิงห์เพราะใช้ได้ทางเพิ่มทั้งมหาอำนาจและหนุนส่งบารมีให้กับผู้เป็นเจ้านายแบบลูกโดดดังนี้ พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำธาตุกายสิทธิ์มาเสกลงหัวใจสิงหราชพร้อมทั้งทำวิชาสิงหราชครองโลก สิงหราชเหยียบโลก สิงหราชครองเมือง สิงหราชเชิญธง สิงหราชตะปบเหยื่อและวิชาตระกูลสิงหราชเฉพาะทั้งร้อยแปดตัวนำไปหล่อหลอมเป็นพญาสิงหราชขึ้นมา ท่านว่าสิงหราชที่เราทำนี้เป็นสัญลักษณ์ของมหาอำนาจกลืนโลกไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตใดทั้งอยู่ในป่า อยู่บนดิน อยู่บนฟ้า อยู่ในน้ำ หรือต่อให้ขุดรูอยู่เมื่อขึ้นชื่อว่าอยู่ในโลกไม่ว่าจะที่ไหนหรือมิติไหนก็ยังต้องยอมสยบ ด้วยเขามีบารมีโดดเด่นเป็นที่เคารพยำเกรงทั้งมีฤทธิ์เลิศช่วยเราดับทุกข์ภัยเหตุการณ์เลวร้ายได้ชงัดนัก ท่านว่าทำให้บริบูรณ์ทั้งหมดสุดแต่จะเอาไปใช้กันแม้ถามหาโชคลาภก็ดุจมีคนเอามาป้อนให้ถึงปากทั้งลงมหากันแก้สารพัดเหตุการณ์ ทั้งกำบังภัยมองไม่เห็นตัว ทั้งแปลงภาคแบ่งรูปแม้ใครประทุษร้ายก็จะเห็นเป็นหลายคนเช่นนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านกำกับวิชาให้คนที่พกสิงห์ ใช้สิงห์มีอำนาจบารมีแลดูสง่า องอาจ เกียงไกรเป็นที่ยำเกรงเคารพในสายตาคนทั่วไป ทั้งยังกำกับให้สิงห์เค้าหนุนอำนาจวาสนา หนุนความเจริญรุ่งเรือง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้เป็นพิเศษ ท่านได้ทำการปลุกเสกขั้นแรกด้วยวิธีเปิดอาการทั้ง32 แล้วจึงกำหนดสมาธิเปิดอักขระทั้ง108ที่ท่านจารท่านเสกใส่ไว้ก่อนนำมาหลอมสิงหราชเพื่อให้สิงห์นี้มีฤทธิ์อย่างถึงที่สุดเป็นการเปิดกำลังคุณวิชาทั้งหมด แล้วจึงเบิกแม่ธาตุทั้งสี่เปิดทิศทั้งสิบหก จากนั้นจึงได้เชิญกายทิพย์ครูอาจารย์สายวิชาสิงหราชท่านมาประสิทธิ์ทำพิธีให้ ซึ่งครูท่านได้กำกับไว้ว่าใครมีสิงห็รุ่นนี้นอกจากเป็นผู้มีอำนาจบารมีวาสนามาก ยังจะเปี่ยมไปด้วยตบะเดชะศัตรูกลัวเกรง

    ทั้งนี้เมื่อสร้างสิงห์แล้วท่านยังตระหนักได้ว่าคนที่สู้ชีวิต สู้กับชะตากรรมเดิมของตนนั้นยังมีอยู่มากและท่านยังรู้ว่าสังคมปัจจุบันนั้นต้องฉกฉวยแย่งชิง หากอยู่นิ่งๆก็จะไม่ได้อะไร ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตจั้งใจจะทำวิชาสิงหราชลากเนื้อเพื่อลงสิงห์ของท่านซ้อนอาถรรพ์ให้คนใช้อีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ครูบาอาจารย์ของท่านมักไม่ใช้กันพร่ำเพรื่อ เพราะจะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการเอาของที่เอาไม่ได้ หรือจะเรียกว่าเป้าหมายใหญ่เกินตัวเกินกำลังนั่นเอง ทั้งสิ่งที่ลากไม่ขึ้น เกินวาสนา เกินแรง เกินกำลังนั้นจะกลับลากขึ้นมากินได้ง่ายๆอย่างสบายๆ...เรียกว่าใช้ได้ทั้งฉกฉวยแย่งชิง ลากมา บังคับมาแม้ไม่เต็มใจ ท่านว่าถึงไม่ใช่ของเราก็ยังเอามาได้แบบนั้น พ่ออาจารย์ท่านต้องเสาะหากระดูกหน้าผากของสิงห์โตที่แก่ตายโดยมีซากเหยื่อคาปากเอาเฉพาะกระโหลกหน้าผากของมันมาลงอาถรรพ์สิงหราชลากเนื้อก่อนจะใช้ผงกะโหลกสิงห์บดละเอียดมาปั้นเป็นแท่งและลบยันต์สิงหราชลากเนื้อปั้นเป็นเม็ดกลมๆเรียกว่าตบะสิงหราชเก็บไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านทำวิชานี้ก็เพื่อตั้งใจให้คนที่เค้าทำอะไรเกินแรง เกินกำลัง เกินวาสนาตนเองเป็นหลักจะได้บรรเทากำลังลงบ้าง ทั้งสิ่งที่ลากไม่ขึ้นเหล่านั้นจะกลับลากขึ้นมากินได้อย่างง่ายดาย ท่านได้นำเม็ดตบะสิงห์นี้มาลงวิชาสิงห์ตะปบเหยื่อให้อีกหนหนึ่งด้วยตั้งใจจะให้คนใช้เอาไปทำมาหากินจะได้เป็นดั่งมหาอำนาจครองเมือง ได้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยกำลังจิตวิญญาณแห่งราชสีห์ทั้งยังดวงกำลังของสิงหราชจะเป็นดั่งฐานมหาอำนาจหนุนชะตาพลิกวาสนาให้เป็นใหญ่เหนือคนได้ดั่งพญาสิงห์หาเหยื่อหากินไม่อดอยาก คนใช้ก็ต้องหากินดี หากินเก่งมีเหยื่อมีลูกค้ามากๆดุจเดียวกัน เมื่อเสกหนุนวิชาทั้งสองในลูกอมตบะสิงหราชแล้วพ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาเสกปิดด้วยวิชาสุดท้ายคือสิงห์ราชนอนกกถ้ำ วิชานี้คือพญาสิงห์แม้นอนอยู่เฉยๆสบายๆในถ้ำพระคูหาไม่ได้ออกไปไหนก็ยังมีเหล่าสัตว์บริวารหาเหยื่อมาให้กินถึงปากดั่งตำราว่าไว้ว่าแม้ยอมพลีชีวิตร่างกายก็ยังให้ได้ด้วยเต็มใจเพื่อเป็นอาหารแก่พญาสิงห์ราชนั้นท่านจึงเรียกวิชานี้ว่าสิงห์นอนกินซึ่งเหนือและลึกซึ้งกว่าเสือนอนกินหลายเท่านักเพราะจะมีโภคพลาหารมากมีทรัพย์สมบัติไหลมาเทมาให้หยิบจับสมใจไม่รู้จักหยุดหย่อน ทั้งทำมาหากินสบายหากินได้ง่ายดายในทุกถิ่น เงินทองจะไหลเข้ามาได้ง่าย ท่านว่าลงไว้ให้ครบเครื่องมีทั้งเสน่ห์แบบราชเสน่ห์ทั้ง ต่อเงินทองเรียกเงินทอง และมหาอำนาจเข้าไปอีก

    ท่านได้นำเม็ดตบะสิงหราชนี้มาฝังไว้ในพญาสิงหราชของท่านทุกตัวแล้วนำมาเสกปิดในราชาฤกษ์ เพชรฆาตฤกษ์ ภูมิปาโลฤกษ์และเดชาฤกษ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์ของฉันถือว่ามีความดุร้ายและมีกำลังมากกว่าสิงห์ที่ลงหัวใจสิงห์โดยทั่วไป สิงห์ของฉันนั้นเป็นผู้นำเป็นสิงห์ตัวผู้กินเนื้อเป็นอาหารมีเสียงคำรามดังก้องมากจนทำให้สัตว์อื่นที่ได้ยินอาจสลบหรือตายเช่นนั้นด้วยฉันเสกให้เป็นอำนาจของไกรสรราชสีห์ ทั้งยังให้มีนิสัยดุร้ายให้คุณมากแบบติณสีห์ มีสิงหนาทเป็นที่หวาดกลัวยำเกรงในสรรพชีวิตแบบบัณฑุราชสีห์ ทั้งยังมีความลึกลับงามสง่าแบบกาฬสีห์ ท่านว่าฉันเสกยกเอาคุณลักษณะที่ดีของราชสีห์ทั้งสี่ตระกูลมารวมกันไว้ในสิงห์ของฉัน ใครที่เอาไปใช้เวลามีปัญหาให้นำสิงห์นี้ขึ้นขึ้นมาระลึกอธิษฐานแล้วเขาจะเอาเป็นธุระรีบช่วยในทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์นี้ท่านให้ขอ ต้องการอะไรก้ให้บอก หมั่นบอกกล่าวพูดคุยกับเขาบ่อยๆเหมือนเลี้ยงกุมาร เรียกเขาว่าพี่สิงห์ก็ได้ท่านว่าให้พูดกับเขาบ่อยๆ ยิ่งคุยบ่อยยิ่งเห็นผลไว แล้วจะรู้เองทุกอย่างทั้งศัตรูหมู่มารที่ไม่เป็นมิตรจะแพ้ภัยตนเอง ส่วนเราก็จะได้ดิบได้ดีไม่ว่าจะทำอะไรไปที่ไหนก็มีแต่จะเจริญยิ่งๆขึ้นเท่านั้น เรียกว่าต้องดีที่สุด เป็นยอด เป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใคร

    **เกล็ดเล็กๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าตอนเสกวราหา(หมูนารายณ์) พานสิงห์ที่วางอยู่ใกล้กับพานที่ใส่วราหานั้น ปรากฏว่าในนิมิตนั้นเราเห็นมันไปไล่กัดพระวราหา พอออกจากสมาธิมาท่านว่ายังเห็นเครื่องรางชิ้นนี้กระโดดข้ามพานโดยพระวราหาก็กระโดดหลบลงพื้นทั้งนั้นเลย
    *** ทั้งพอเสกเสร็จแล้วมีคนเขาเอาไปใช้แล้วโดนรุมแทงหนนึง โดนดักยิงหนนึง มีคนที่เห็นเหตุการณ์เค้าเล่าว่าเห็นเงาดำมายืนบังผู้ชายคนนี้ไว้ เป็นเงาดำเช่นนี้ถึงสองครั้งสองหน เรียกว่าหนแรกมีดทำอันตรายไม่ได้ ส่วนหนที่สองกระสุนนั้นตกลงตรงหน้า ถือได้ว่าปลอดภัยทั้งสองครั้งจนคนที่พกขนานนามให้ว่าสิงห์ผีสิง เพราะมีคนเห็นเป็นเงาดำมากันตัวให้ทั้งสองหนเช่นนั้น


    แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์นี้ไม่ใช่สิงห์ผีสิงแต่อย่างใด แต่เราลงกำบังภัยทั้งแปลงภาคแบ่งรูปไว้ เวลามีอันตรายแบบจวนตัวจริงๆเขาจะมารับภัยพิบัติเหล่านั้นแทนเจ้านายของเขา ท่านว่าสิงห์ของฉันไม่ใช่ผีนะแต่ถ้าจะเรียกให้สนุกปากก็ไม่ว่ากันเพราะมันแรงมันเฮี้ยนด้วยเป็นสิงห์วิชา เป็นสิงห์ทิพย์ แม้หมู่สัตว์จตุบททวิบาทอันได้ชื่อว่าเป็นสัตว์วิเศษใดๆมันก็ควบคุมเขาได้ทั้งหมดเพราะเขาถือตัวว่าตนเป็นสัตว์ตระกูลสูง เป็นเจ้าโลกเจ้าถิ่นเช่นนั้น ดังนั้นท่านว่าคนที่เอาไปก็ต้องบอกกล่าวเขาเสียก่อนว่าไม่ให้ไปข่มเหงหรือรังแกผู้ใด***และจะบริบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีกหากได้อาราธนาเป็นคู่เพราะครูท่านกำหนดมาแต่โบราณว่าหากใช้สิงห์ราชได้ครบคู่จะเก่งกาจมหากาฬระงับทุกข์โทษภัยได้ในทันที(ท่านว่าคนเลี้ยงให้ตั้งชื่อให้เขาด้วย และเขาเป็นสิงห์ทิพย์ไม่ต้องเซ่นด้วยอะไรทั้งนั้นเพราะเขาจะหากินของเขาเอง เว้นแต่เราบนบานก็ให้บนด้วยหมูสดไก่สดเช่นนั้น)

    คาถาบูชา

    อันตะภาโว กะจะยะสะ โวมะถังปะกาเสนโต สะถะอาหาพญาราชะสีโห เชชะนะอาสิทิเสตถัง อาหะเตชะนะ อะปันนาอาสิติ

    * รายการสิงห์ทิพย์นี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้บูชาให้แจ้งชื่อนามสกุลไว้ด้วย ท่านว่าจะบอกกล่าวให้เขาภักดีกับเจ้าของทั้งฝากฝังให้เขาเชื่อใจเคารพเจ้านายให้อีกหนหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนโรงศพให้ชาวเขาที่ไม่มีทุนทรัพย์เวลาทำฌาปนกิจ

    ร่วมทำบุญบูชา สิงห์ราชลากเนื้อ(สิงห์ทิพย์) บูชา 2,500 บาท

    45973451-1381772978623875-4644831706979762176-n.jpg 46113192-351405895419730-4022475230504026112-n.jpg
    45593484-313654695897752-2841957835170906112-n.jpg
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา พญากากาศดึงกำลัง(พาลีไร้พ่าย)

    - ทำไมต้องใช้พญาพาลีของพ่ออาจารย์
    ก่อนอื่นก็ต้องมาทำความรู้จักพญาพาลีในสายพ่ออาจารย์กันก่อน หนึ่งในวิชาและพระเวทย์ฝ่ายไศวะศาสตร์โบราณที่มีอิทธิคุณแปลกประหลาด สามารถดลบันดาลให้ผู้ครอบครองชนะไร้พ่าย ทำอะไรก็สำเร็จ แต่ทว่าครูบาอาจารย์นั้นเกรงกลัวว่าคุณสมบัติแท้จริงของวิชานี้น่ากลัวเกินไป จึงปิดบังอำพรางหรือไม่สร้างไปเลยก็มี ถึงยอมสร้างก็มักจะไม่ทำกันแบบเต็มวิชา ด้วยเกรงว่าจะก่อภัยอันตรายให้กับศิษย์ทั้งหลายที่ได้ใจ เกิดความหลงมัวเมาในอำนาจเร้นลับนำไปครอบครอง
    แต่เดิมนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้กดพิมพ์กากาศหรือพญาพาลีขึ้นมา เพื่อจะสืบทอดพระเวทย์ฝ่ายไศวะโบราณที่ขาดการสืบต่อไป ท่านว่าเห็นควรเสียที ที่จะจรรโลงขึ้นมาเสียใหม่และต้องทำไว้ให้เต็มวิชาด้วยพาลีนั้นชาติพันธุ์เป็นลิงแต่หน่อเนื้อเชื้อวงศ์เป็นอินทรวงศ์ เป็นลิงมีศักดิ์สูงเป็นลูกเจ้าสวรรค์ต่างกับบรรดาลิงทั้งหลายไม่ว่าจะสุครีพ นิลพัตร หรือหนุมาน ซ้ำยังมีฤทธิ์เลิศเป็นเอกอีกด้วย ถึงขนาดพ่ออาจารย์กล่าวไว้ว่า พาลีถ้าไม่ตายเสียก่อน ในรามเกียรติ์นั้นพระรามไม่ได้เกิดแน่นอน เพราะใครก็ฆ่าพาลีไม่ได้ ใครสู้ก็แพ้พาลี ขนาดเจ้าทศกัณฐ์ที่พระรามตามล่าทำสงครามจนเรื่องกินระยะเวลายาวนานนั้น เจอพาลีเข้าก็หมดแรง รบกี่ทีก็แพ้ แถมยังโดนพาลีจับไปกระทำการทรมานทรกรรมให้กินข้าวเหลือของนางกำนัลแล้วให้องคตลูกชายเอาทศกัณฐ์ไปลากเล่น(เหมือนจูงหมาเดินเล่น)ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง หยามเกียรติอสูรวงศ์พรหมถึงปานนั้น
    พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงนั้นถ้าว่ากันด้วยฤทธิ์พระรามก็ยังฆ่าพาลีไม่ตาย พาลีตายด้วยมือของตนเอง แม้แต่พระรามแผลงศร ศรพระรามที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดศาสตราวุธฝ่ายเทพ แผลงที่ไรได้เรื่องทุกที พาลีก็ยังคว้าจับมาเล่นได้ไม่ได้สะทกสะท้านในฤทธิ์อำนาจใดๆเลย แต่เพราะระลึกถึงคำสาบานแต่หนหลังได้ว่าตนเองนั้นแย่งเมียน้องคือสุครีพ และเคยถวายสัตย์ต่อพระนารายณ์ไว้ว่าถ้าแย่งจะให้ศรพระนารายณ์ล้างชีวิตจึงตั้งใจจะจบชีวิตตัวเอง แต่พระรามก็ยังอาลัยในตัวพาลีมากนัก เพราะในประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏมีผู้ใดที่จะมีฤทธิ์แกล้วกล้าเฉกเช่นพญาวานรผู้นี้ พระรามจึงอยากได้พาลีมาทำราชการกับพระองค์ ได้เอ่ยขอเพียงเลือดของพาลีเสียครึ่งหยดมาล้างคำสัตย์ที่สาปสรรค์ไว้ถึงชีวิตให้แก่ศรพระเป็นเจ้า แต่พาลีก็หายอมไม่เพราะต้องการรักษาคำสัตย์นั้น จึงใช้ศรของพระรามทำการปลิดชีพตัวเอง เมื่อตายไปก็ได้เกิดเป็นเทพเจ้ากลับมาทำลายพิธีบูชาหอกของทศกัณฐ์ที่ทำให้อินทร์พรหมยมยักษ์ทั้งสวรรค์เดือดร้อนอีกครั้งนั่นเอง
    พาลีนั้นพ่ออาจารย์บอกว่าเขามีความสามารถที่ไม่เหมือนใคร ในชั้นฤทธิ์นั้นถ้าเปรียบกับวานรชั้นหลานอย่างหนุมานแล้ว ตัวพาลีซึ่งเป็นเจ้าเหนือหัวระดับผู้ครองนครขีดขินก็มีความสามารถแต่เดิมอยู่แล้วไม่เป็นรองกันแต่อย่างใด เพราะสืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เป็นบุตรพระอินทร์เจ้าสวรรค์นั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งรู้กันไปทั่ว ว่าเป็นความสามารถที่ขี้โกงที่สุดในสามโลก ทำให้กากาศนั้นเก่งเกินกว่าเก่ง เก่งจนแม้แต่พระเป็นเจ้าก็ยังไม่สามารถต่อกรให้มีชัยชนะได้ นั่นคือพรของพระศิวะเจ้าที่ให้กับพาลี กล่าวคือ เวลาสู้กับใครให้กำลังอีกฝ่ายนั้นลดลงเสียครึ่งหนึ่งแล้วกลับมาเพิ่มเป็นกำลังให้พาลี เพราะเช่นนี้พาลีเมื่อสู้กับใครจึงมีฤทธิ์เพิ่มอีกมหาศาล ยิ่งศัตรูเก่งแค่ไหน พาลีก็ยิ่งเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเพราะเขามีอำนาจเดิมของเขาใช่ย่อยเลยและยิ่งนำกำลังและตบะทั้งหลายของศัตรูครึ่งหนึ่งมาเพิ่มให้กับตัวเองตลอดนั้น เรียกได้ว่าเผชิญหน้ากับใครก็เหนือเขาไปทั้งหมดเป็นพาลีไร้พ่ายนั่นเอง ซ้ำพระศิวะเป็นเจ้ายังมอบพระขรรค์เพชรของพระองค์ให้เป็นเทพศาสตราคู่กายอีกด้วยในฐานะที่พาลีและสุครีพทั้งสองพี่น้องช่วยกันยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงได้ตามเดิม
    หากจะกล่าวถึงความเจ้าชู้แล้ว กากาศนั้น เหนือเสียยิ่งกว่าที่เรียกว่าเจ้าชู้ยักษ์อีกหลายขุม เพราะสนมกำนัลนั้นเต็มวังสนุกปานวิมานของบิดาคือพระอินทร์ก็ไม่ปาน แถมไม่พอใจใครก็ไปช่วงชิงเมียเค้ามาได้ดื้อๆไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น เช่นนางมณโฑของทศกัณฐ์ ที่มีลูกกับพาลีเป็นองคต ด้วยทศกัณฐ์นั้นได้รางวัลพระเป็นเจ้าประทานนางมณโฑให้ ยังไม่ทันที่จะได้เชยชมเผลอเหาะข้ามเมืองของพาลี กากาศนั้นพิโรธสุดกำลังกล่าวหาว่าทศกัณฐ์หยามเกียรติกล้าบินข้ามศรีษะตน จึงสั่งสอนต่อรบด้วย เอาทศกัณฐ์มาทรมานและเอาเมียพระราชทานนั้นมาเป็นเมียตนเอง แม้แต่นางดาราที่พระศิวะเจ้าโปรดประทานให้น้องชายคือสุครีพก็ยังตกเป็นของพาลี เรียกว่าถ้าใจรักผู้ใดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าไหนทั้งนั้น เพราะใครก็สู้ด้วยไม่ได้ รบไปก็แพ้เปล่าๆ
    พ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ผงมหาธาตุทั้งสี่เรียกสูตรพญาวานรเชิญลิงดำหรือลิงตัวครูในสายครูของพ่ออาจารย์มาทำวิชาลบผงโดยพิศดารซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้ลงผงสำคัญไว้สามสูตรโดยท่านต้องการจะทำให้ขลังเฉกเช่นของเดิมานจึงได้ลงผงวิเศษทั้งสามเสริมเป็นกำลังอาถรรพ์ให้กับรูปพญาพาลีนี้ด้วยได้แก่
    - หัวใจพาลีเต็มสูตร ท่านว่าต้องลงต้องเดินให้ครบเพื่อจะเสริมการตั้งจิตตั้งรูปพญาพาลี ซ้ำท่านยังเมตตาลงจารผงวิชาพาลีรั้งทวีป และทำผงเอกคือวิชาพาลีลูบหลังนางแก้วดาราที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์เจ้าชู้สุดๆอีกวิชาหนึ่ง ลูบหลังใครได้ร่วมรักหลับนอนท่านว่าจะได้ขานรับกับผงลบวิชานี้ส่งพลังถึงผู้บูชาได้แรงและไวยิ่งนัก
    - ยันต์ทศกัณฐ์ฆ่าไม่ตาย ท่านว่าผงนี้ตั้งตัวดี ใช้ได้หลายทาง ศัตรูที่ไหนจะฆ่าจะล้มเรา เราก็ไม่ตาย ยังลุกกลับมาสู้ใหม่ได้เสมอ เรียกว่าล้มได้ก็ลุกได้ สู้ไม่ถอยแบบนั้น หรือจะเรียกว่าล้มแล้วลุก ปลุกแล้วฟื้น ตื่นแล้วมีกำลังก็ได้ ยิ่งอุปสรรคเยอะ ยิ่งล้มบ่อยเท่าไหร่ก็จะยิ่งเก่งกาจ ยิ่งสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
    - ผงยันต์วิชาหนุมาน หนุมานนี้เก่งทุกด้านทั้งบุ๋นและบู๊ ซ้ำยังเสริมกำลังด้วยวิชาสายมหาธาตุหนุนด้วยธาตุลมเป็นเอก เอาพระพายเข้ามาใช้ เอาพ่อมาหนุนลูก ทำอะไรจะได้สำเร็จ จะได้ว่องไว เหมือนลมที่เข้าไปได้ทุกที่ อยู่ที่ไหนก็ไปถึง ไม่มีที่ไหนที่ปราศจากลม ท่านว่าของที่ทำด้วยธาตุลมนี่เสน่ห์ดีนัก ผงนี้ผู้ใดได้ใช้เวลาเราคิดถึงใครเค้าก็คิดถึงเรากลับ จะทำอะไรก็อธิษฐานฝากบอกพระพายบอกหนุมานไว้ก็ได้ เขาช่วยได้จะสำเร็จไวดั่งมหาวายุพัด
    พ่ออาจารย์ท่านผสมผงวิชาลิงสายต่างๆ ซ้ำยังลงผง 18 มงกุฏ อันเป็นลิงเจ้ายอดทหารเอกของพระรามทั้ง 18 ตน และได้นำเศษไม้ เศษงาช้างตกทอดที่เหลือจากการแกะสลักหนุมานของหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน อันเป็นตำนานเครื่องรางในสายหนุมานมาบดเป็นผงผสมลงไปด้วย ท่านว่าหาหนุมานที่หลวงพ่อสุ่นทำไม่ได้ราคาแพงเกินเอื้อม เอานี่ไปใช้ฤทธิ์ท่านก็อยู่ในนี้ใช้ได้เหมือนกัน เมื่อจะผสมผงท่านต้องคอยชักยันต์กำกับในอัปปนาสมาธิตามวิชาเฉพาะตัวและไล่ทำวิชาดึงกำลังของพระอินทร์(โดยขออนุญาติปู่พระอินทร์ท่านให้แบ่งกำลังมาก่อกำเนิดเป็นพญาพาลีอีกวาระหนึ่ง) และใช้ผงนั้นกดรูปกากาศ(พญาพาลี)ขึ้นมา โดยท่านแกะพิมพ์ให้ดูกันง่ายๆโดยมือหนึ่งนั้นกากาศได้เชิญพระขรรค์เพชรอันเป็นเทพศาสตราที่พระสยมประทานให้ใช้รบกี่ศึกก็ไร้พ่ายเช่นนั้น ส่วนอีกมือหนึ่งท่านทำไว้คล้ายท่ายกมือคว้าจับนภากาศเป็นการดึงกำลังของคู่ต่อสู้เรา โดยท่านแกะพิมพ์ให้พาลีนั้นเหาะอยู่บนอากาศเป็นปางที่ใช้เพื่อดึงกำลังและวาสนา บารมี ตบะ วิชา...โดยเฉพาะ


    พ่ออาจารย์ท่านว่าพาลีนี้คือลูกพระอินทร์ เมื่อจะทำให้เขาเกิดนอกจากเชิญญาณบารมีของเขาแล้วก็ต้องเอากำลังของบิดาเขาหนุนเข้าไปด้วยเหมือนเอาพ่อมาไว้กับลูก พ่ออยู่กับลูกเป็นเคล็ดว่าทำอะไรก็เจริญขึ้นฝ่ายเดียวไม่เสียเปรียบตกต่ำ เมื่อพาลียกอาวุธและใช้พรวิเศษของพระเป็นเจ้าดึงกำลังศัตรูจึงเป็นอำนาจดึงดูดชะตากรรมเปลี่ยนโชควาสนาแบบฉับพลันทันทีด้วยบัญชาศักดิ์สิทธิ์ของครูพระสยมที่ให้ไว้เฉพาะแก่พญาพาลี พ่ออาจารย์ท่านว่าพรนี้สำคัญนักแม้นเทพยดาทั้งหมื่นเสนโกฏิจักรวาลก็ไม่เสมอด้วยพาลีเขา หรือไม่มีความสามารถจะกระทำเช่นนี้ได้แบบเขา เรียกว่าไม่ว่าจะเรื่องใด เราจะขันแข่งกับใคร จะเข้าไปสู้ไปเผชิญหน้ากับใคร ถ้าเราปรารถนาแล้วไซร้เราย่อมใช้อำนาจของพญาพาลีลดทอนกำลึงวาสนาบารมีของคู่แข่งเราลงได้ครึ่งหนึ่งและนำมาเพิ่มมาเสริมให้กับตัวเรานั่นเอง ด้วยอำนาจนี้จึงจัดเป็นกำลังหนุนที่รุนแรงพ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ให้คนเขาใช้ ยิ่งเขามีเป้าหมายสูงมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งตั้งจุดหมายไว้ไกลเท่านั้น และตัวตนที่เป็นจุดหมายของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมีวาสนาบารมีสูงขึ้นเรื่อยๆ (พ่ออาจารย์ท่านว่าพญาพาลีรุ่นนี้ถ้าคนใช้เป็นเขาจะอธิษฐานถึงจุดหมายของเขาเป็นตัวตนที่เขาอยากล้มให้ได้แบบสูงๆไว้ก่อนเลย เพื่อดึงกำลังและวาสนาของคนๆนั้นมาใช้) ซ้ำอีกมือหนึ่งนั้นพาลี(กากาศ)ได้เชิญพระขรรค์เพชรสุดยอดเทพศาสตราที่พระศิวะเจ้าประทานให้กากาศไว้ ไม่มีปรากฏว่าศึกไหนที่พญากากาศจะแพ้ถ้ามีอาวุธพระเป็นเจ้าอยู่ในมือจะได้ฟาดฟันเคราะห์ร้าย ปัญหาและอุปสรรคให้หมดไปจากเส้นทางชีวิตคนที่ได้รับ

    ด้านหลังท่านฝังตะกรุดสำคัญไว้เรียกว่าตะกรุดแก้วประกายพฤกษ์ ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทำได้ยากมากเพราะเวลาทำท่านต้องตั้งจิตไว้ที่รูปฌาณในชั้นที่ละเอียดที่สุด ซึ่งการทำต้องยกวาระจิตในกำลังฌาณระดับต่างๆอันต้องใช้ความชำนาญที่คล่องแคล่วในการเข้าออกฌาณเป็นวสี ท่านว่าจะไม่กล่าวมากเกินไป เอาว่าทำยากมากด้วยตะกรุดแก้วประกายพฤกษ์นี้เมื่อจารก็ต้องใช้อำนาจแห่งฤทธิสมาบัติ พอออกจากสมาบัติก็ต้องใช้ทิพยจักษุชักองค์ยันต์ขึ้นประทับรอยจารอีกคำรบหนึ่งก่อนที่จะมาเสกด้วยอำนาจฌาณที่กล่าวมา ...ท่านว่าทำยากเพราะต้องเสกจนตะกรุดมีรัศมีสว่างจ้าปรากฏออกมาในทิพยจักษุของเรา เท่านั้นยังไม่พอเมื่อทำได้เช่นนั้นก็ต้องยกระดับความสว่างของอำนาจตะกรุดให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกเป็นความสว่างระดับประกายเพชร แลสุดท้ายเพื่อให้สำเร็จตะกรุดนี้ก็ต้องยกอำนาจเป็นความสว่างระดับแก้วประกายพฤกษ์อันมีอำนาจขยายไปได้ในโกฏิจักรวาลไม่มีประมาณ พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องทำให้ได้เช่นนี้จึงจะใช้ได้ เป็นตะกรุดที่เทียบได้กับสมบัติขององค์เทพ องค์พรหม และตะกรุดนี้ก็จะมีอำนาจดั่งแก้วประกายพฤกษ์โดยแท้จริง ท่านว่าทั้งทำยากเสกยากแต่ก็ต้องทำเพื่อเอาพุทธคุณให้พวกเธอใช้กันตามแต่กำลังจะอธิษฐาน ดุจผู้ใดมีแก้วประกายพฤกษ์ไว้ในครอบครอง สิ่งที่หวัง สิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่ระลึก สิ่งที่อธิษฐานกับดวงแก้วนั้นก็จะได้สำเร็จสมความประสงค์ด้วยเจตน์จำนงค์ของอำนาจดวงแก้วประกายพฤกษ์อันมีกำลังสนองคำอธิษฐาน...สูงสุดนั่นเอง

    เมื่อกดพิมพ์แล้วท่านได้นำองค์พระมาลงเสกเป่าคาถาหัวใจพญากากาศไว้ทีละองค์ ทุกองค์ ก่อนจะเรียกจิตตั้งรูปนาม และนำไปแช่น้ำทิพย์ที่เกิดเองตามธรรมชาติอันมีกำลังเวทย์สูงและปลุกเสกบนยอดดอยเพื่อจะให้มีกำลังธาตุที่เข้มข้นสำเร็จเป็นพาลีที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ สุดท้ายท่านก็ได้เชิญครูพระสยม(พระศิวะ)มามอบพรแก่พญาพาลีเพื่อให้มีฤทธิ์แกล้วกล้าเช่นในวรรณคดีจริงๆ โดยพาลีนั้นถือพรที่ว่า "ถ้าแม้เผชิญหน้าด้วยผู้หนึ่งผู้ใด ให้กำลังเขาถดถอยเสียครึ่งหนึ่งและมาทดแทนให้กับเรา"

    พ่ออาจารย์กล่าวว่าเฉพาะวิชาพญาพาลีโดดๆนั้นก็มีฤทธิ์มากแล้ว แม้อยู่ต่อหน้าใครก็ลดทอนกำลังวาสนาบารมีเค้าเสียครึ่งหนึ่งมาเพิ่มให้ตนเอง แต่พระผงนี้ยังได้เพิ่มทางสำเร็จ ชนะอุปสรรคด้วย สำเร็จไว ทำอะไรก็ไวดั่งพญาพาลีที่เปิดม่านปุ๊ปก็สุขสมใจปานนั้น จะเล่นทางเสน่ห์ก็ยอดเสียยิ่งกว่าพระขุนแผน จะเอาผงผีผงพรายมาเทียบนั้นไม่ได้เลย ผงวิชาลิงนี่แหละแรงกว่ามาก

    ท่านเมตตาฝากไว้ว่า ลิงอย่างไรก็คือลิงเห็นแบบนี้องค์ๆหนึ่งนั้นมีวิชาลิงอยู่สารพัดเลย เป็นลิงเจ้าทั้งนั้น ถ้าจะขออะไรอย่าลืมให้กล้วยท่านด้วย จะบนอะไรก็เอากล้วยซักหวีน้ำเปล่าซักแก้ว ผลหมากรากไม้ถวายบ้างตามกำลังแล้วแต่เหตุการณ์ที่เราจะบน ลิงนี่ทำอะไรก็สำเร็จไว ขออะไรเขาก็เต็มใจทำให้ พ่ออาจารย์ท่านยังพูดให้คิดว่าไวกว่าพิมพ์พระพิมพ์เทพเจ้าเสียอีก

    พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องไปแจกแจงอธิบายอะไรเขามากเอาแค่ครอบจักรวาลบอกไปแค่นั้น ลำพังเวลาทำอะไรเจอใครลดทอนกำลังเขาลงครึ่งหนึ่งเพิ่มให้ตนเองก็ใช้ได้ร้อยแปดพันประการแล้ว เวลาจะใช้ท่านว่าให้เลี่ยมห้อยคอก็ได้ พกที่เอวก็ได้ ทำพวงกุญแจก็ได้ ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ แต่เลี้ยงก็หมั่นพูดคุยบอกกล่าวท่านหน่อย ของที่มีจิตมีญาณรู้สิงสู่แบบนี้ ยิ่งเราพูดยิ่งเราคุยกับเค้าท่านว่ามันยิ่งดีกับตัวเราเอง

    อีกประการหนึ่งท่านว่าวิชานี้แท้จริงนั้นมันอันตรายอยู่มากเพราะเป็นการสร้างเครื่องมงคลอันมีอำนาจลี้ลับพิเศษ สำหรับคนสถานะพิเศษ(ท่านว่าพูดได้เท่านี้) ถ้าอยู่กับคนดีจะเจริญขึ้นสืบต่อไปในเบื้องหน้า แต่เราแค่ทำสืบวิชาไว้ จึงอธิษฐานจิตให้คนดี ให้ผู้มีบุญฝ่ายสัมมาทิฏฐิได้มาประสบพบเจอและได้ครอบครองเป็นเจ้าของไปแต่เพียงเท่านั้น ผู้ที่ใจคิดคดอย่าได้คิดอย่าได้เห็นเลย รายการนี้ท่านอธิษฐานจิตเสร็จแล้ว ท่านว่าเต็มแล้ว ใครจะบูชาก็ขอให้รีบกันหน่อยเพราะเป็นรายการที่มีผู้สนใจมาก

    คาถาบูชา
    โอม หันตะนุภา อักขระนะ ยาลิ อิสวาสุ จะ อุอะมะ


    ***สำหรับคนที่มีกำลังไม่มาก(หมาายถึงกำลังความสำเร็จของการกระทำ) พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นเคล็ดสำคัญเราจะบอกครั้งเดียว พาลีนี้องค์หนึ่งนั้นใช้ลดทอนกำลังได้กึ่งหนึ่งมาเสริมรากตั้งฐานให้กับเรา ดังนั้นสององค์ก็จะดึงกำลังเขาได้เสียทั้งหมด ท่านว่าเราพูดได้เท่านี้ ไม่สมควรพูดมากไปกว่า เอาว่าถ้าใช้ต่อคนให้บูชาเป็นคู่ ทีนี้เผชิญหน้ากับใครเขาก็ไม่ต้องกลัวทั้งสิ้นเพราะเราถ่ายกำลังของเขามาทั้งหมดนั่นเอง
    ท่านใดต้องการบูชารับจองทาง PM เท่านั้น รายได้ท่านจะนำไปสมทบทุนที่เอาไว้บูรณะวัดวาอารามในชนบทต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา พญากากาศดึงกำลัง(พาลีไร้พ่าย) บูชา 900 บาท


    46388226-358635121570956-9214778984116518912-n.jpg 46317260-316915845572950-856629912927207424-n.jpg
    46352524-2059015234161453-2233842963442565120-n.jpg
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา หูหลู:น้ำเต้าตั้งตัวฟื้นชะตาดูดวิญญาณ(ปราบหมื่นมาร)

    แต่เดิมนั้นวิชาทำน้ำเต้าได้รับความนิยมตกทอดกันมายาวนาน หากจะหาต้นสายหรือใครที่ทำได้ดังและมีชื่อเสียงที่สุด นั่นย่อมต้องเป็นพระสังวราชุ่มวัดพลับที่ทำน้ำเต้ากันไฟขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยท่านได้วิชานี้มาขณะออกเดินธุดงค์และได้พบศาลาพักร้อนกลางป่าหลังหนึ่งถูกไฟไหม้เสียหายไปทั้งหมด แต่ตัวศาลากับไม่ได้รับความเสียหายเป็นที่น่าอัศจรรย์ เมื่อท่านสำรวจจึงพบว่าบริเวณอกไก่มีน้ำเต้าแขวนไว้ลูกหนึ่งพอเทออกดูก็พบคาถากันไฟบทหนึ่งบรรจุอยู่ภายใน.....เมื่อประจักษ์ในอภินิหารดังกล่าวท่านจึงได้สร้างน้ำเต้าขนาดเล็กบรรจุคาถาแจกจ่ายแก่ศิษย์ยานุศิษย์จนมีชื่อเสียงถึงทุกวันนี้ ดังนั้นวิชาทำน้ำเต้าจึงนิยมกันสืบมา แต่ทว่าก็มีหลายอาจารย์ได้สร้างขึ้นให้น้ำเต้านั้นมีอานุภาพแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ดีทางด้านกันไฟแบบเดียว มีทั้งใช้กันไฟ กันปืน แคล้วคลาด หรือทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองตามความถนัดของผู้สร้างนั้นๆ

    น้ำเต้าหรือ “หูหลู” ในภาษาจีน มีความเชื่อถือต่อเนื่องกันมาโดยนับถือเป็นหนึ่งในของวิเศษของเซียน ซึ่งภายหลังคณาจารย์จีนนิยมเอามาทำเป็นเครื่องรางมงคลและแขวนไว้ตามบ้านเรือนเพื่อขับไล่สิ่งชัวร้ายไล่สิ่งอัปมงคล คนจีนที่นับถือลัทธิเต๋าเชื่อว่าน้ำเต้าเป็นของวิเศษของเซียนที่มีศักดิ์ใหญ่หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นทิก้วยลี้หนึ่งในแปดเซียน หรือไท่ซ่างเหล่ากุงผู้ปรุงยาในสรวงสวรรค์ดังนี้ ความวิเศษของน้ำเต้าเซียนนั้นนอกจากจะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์มงคลแล้ว ภายในน้ำเต้าเซียนยังเชื่อว่าบรรจุน้ำทิพย์แห่งความเป็นอมตะไว้ ดังนั้นการแขวนน้ำเต้าจึงทำไปเพื่อเป็นการเก็บกักเคราะห์ภัยร้ายไว้ภายในไม่ให้มาเยือนสถานที่หรือผู้พกพา ทั้งยังใช้น้ำเต้าวิเศษนั้นดูดหรือกักขังมารปีศาจไว้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการแขวนน้ำเต้าไว้จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยอีกด้วย ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าน้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์ของสิริมงคล ความมั่งคั่ง ร่ำรวย เพราะมีรูปลักษณะคล้ายเลขแปดอันหมายถึงความร่ำรวยที่ไม่สิ้นสุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพลังงานที่ไม่สิ้นสุดหรือการมาถึงของวาสนาแบบอินฟินิตี้จึงถือว่าเป็นสิริมงคลเพราะจะได้ใช้แก้เคล็ดคนที่วาสนายังมาไม่ถึงเหล่านั้น ทั้งยังจะได้ทำเครื่องรางเกี่ยวทรัพย์ บันดาลโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทองทั้งหลายในรูปน้ำเต้านี้ ด้วยน้ำเต้าของท่านนั้นจะคอยดูดซับพลังงานที่ดี ดูดทรัพย์สินเงินทอง นำพาให้เกิดโชคลาภแก่ผู้บูชา ทำให้มีผลด้านโชคลาภอย่างมาก ทั้งยังจะคอยเก็บกักความชั่วร้ายเอาไว้ไม่ให้เข้ามาเยือนในชีวิตได้ เช่นนั้นท่านจึงทำน้ำเต้าขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลักคือ...ให้คนเอาไปใช้ตั้งตัวตั้งตนได้

    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวย้ำว่าวิชาน้ำเต้านั้นถ้าทำให้ละเอียดและมีอิทธิคุณสูงสุดแล้ว จะมีอานุภาพสูงมากกว่าพวกเบี้ยแก้นับหมื่นนับแสนเท่า เพราะน้ำเต้าทิพย์นั้นจะเป็นของวิเศษที่มีหน้าที่ในตัวเอง นั่นคือการใช้เขาเพื่อดลบันดาลความสุขให้แก่มนุษย์โดยมหาศาสตร์ของวิชาทำน้ำเต้านั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าภายในจะต้องมีความสุขห้าประการของมนุษย์อุปมาดุจค้างคาวห้าตัวเช่นนั้น ทั้งยังมีอานุภาพเฉพาะทางเป็นพลังซึ่งใช้สลายและป้องกันสิ่งไม่ดีตลอดจนฟื้นฟูสุขภาพที่ทรุดโทรมให้กับผู้พกพาด้วย แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใดเลยนั่นก็คือใช้กักเก็บเงินทองดั่งน้ำเต้าทิพย์นี้ต้องมีกำลังของธาตุทอง ดังนั้นเมื่อสร้างพ่ออาจารย์ท่านจึงต้องรีดทองคำหนักหนึ่งบาทเป็นฉนวนลงจารยันต์โภคทรัพย์ในเบื้องต้นหล่อหลอมลงไปด้วยเพื่อเอากำลังของธาตุทองที่จะไปช่วยสลายถ่ายเทพลังร้าย ช่วยขับไล่สลายโรคภัยไข้เจ็บและความมืดมนชั่วร้ายให้พ้นไปจากชีวิตผู้พกพา ทั้งอานุภาพธาตุทองที่เสริมกับยันต์โภคทรัพย์จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ถือเปี่ยมด้วยโชคลาภวาสนา และบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง ยิ่งมีพลังความชั่วร้ายหรือโรคภัยมากเท่าไหร่ ยิ่งดวงซวยหรือตกต่ำมากเท่าไหร่ น้ำเต้านั้นก็จะดูดและแปรเปลี่ยนพลังงานนั้นกลับมาฟื้นฟูตัวเราได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัวมากเท่านั้น จะเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีเป็นทรัพย์สินสิริมงคลเช่นนั้น เพื่อเปลี่ยนถ่ายพลังงานให้มีแต่สิ่งที่ดีเข้ามาหาตลอดเวลา ทั้งเสริมดวง แก้อาถรรพ์ เพิ่มความเป็นสิริมงคล ปราบสิ่งชั่วร้าย ด้วยคติที่ว่าน้ำเต้าเป็นผลไม้ที่อยู่ในดินเมื่อเอาเมล็ดฝังดินแล้วโผล่จากดินขึ้นมาอยู่ด้านบน เพราะน้ำเต้าเป็นธาตุทองพ่ออาจารย์ท่านจึงถือเป็นเคล็ดว่าดินที่ต่ำที่สุดกลับให้กำเนิดทองที่อยู่สูงที่สุดได้(ดินให้กำเนิดทอง)ดังนั้นเครื่องรางน้ำเต้านี้ท่านจึงตั้งใจทำเพื่อแก้วาสนาคนที่อยู่ต่ำที่สุดดุจดั่งเม็ดน้ำเต้าที่โดนฝังดินไว้นั่นเอง

    ด้วยศาสตร์การสร้างน้ำเต้าที่ให้คุณด้านต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านจึงทำน้ำเต้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่านขึ้นมาและทำการปลุกเสกไว้ ซึ่งวาระนี้ท่านทำด้วยสองมหาศาสตร์ควบคู่กัน หนึ่งก็คือใช้พระยันต์กันไฟ กันฟ้า กันเคราะห์ กันกระทำย่ำยีมาหลอมหล่อกับชนวนทองคำหนักหนึ่งบาทที่ลงยันต์โภคทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นเทออกมาเป็นองค์น้ำเต้าแล้วจึงเสกตามวิชาลงน้ำเต้าของท่าน เมื่อสำเร็จดีแล้วท่านจึงเชิญโพธิสัตว์และเซียนฝ่ายมหายานตลอดจนลัทธิเต๋ามาช่วยสำเร็จน้ำเต้านี้ ซึ่งท่านตั้งใจทำให้เป็นของวิเศษที่ให้คุณมหาศาลกับผู้พกพาเพราะน้ำเต้านั้นเป็นของสูง เมื่อเสกสำเร็จพ่ออาจารย์ท่านว่าคติคนจีนนั้นเขาเชื่อว่าในน้ำเต้าจะมีสุราเซียนหมื่นปีซึ่งเป็นยาอายุวัฒนะถ้าบ้านเราก็ต้องเรียกว่าน้ำอมฤตนั่นเองดังนั้นน้ำเต้าทิพย์นี้ผู้บูชานอกจากจะอายุยืน สุขภาพแข็งแรงแล้ว ในทางกลับกันยังใช้ปราบปีศาจดูดสิ่งชั่วร้ายเข้ามาสลายด้วยอานุภาพน้ำทิพย์ในน้ำเต้าเช่นนั้น เรียกได้ว่าน้ำเต้าจะดูดสิ่งชั่วร้ายแล้วแปรเปลี่ยนเป็นสิริมงคลให้กับเรานั่นเอง เพราะคติที่ในน้ำเต้ามีน้ำอมฤตสามารถนำมาใช้ชุบชีวิตคนตายให้กลับฟื้นคืนชีพได้ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงอุปมาว่าชีวิตของใครที่โดนปัญหารุมเร้าหนักๆ หรือคนที่มีชีวิตดุจคนตายแม้จะแก้ไขได้ยากแล้ว หากได้น้ำเต้าทิพย์ไปเขาก็จะต้องฟื้นได้ฉับพลันทันทีดุจมีชีวิตด้วยน้ำอมฤตเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันเสกกำกับเชิญครูมาลงไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้มีอานุภาพดุจน้ำเต้าทิพย์ดังนี้ถ้วนทุกประการ

    เมื่อได้องค์น้ำเต้าทิพย์แล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าเพื่อให้คนใช้เอาไปตั้งตัวได้ไวๆท่านจะต้องนำมาสำเร็จด้วยธาตุน้ำเพื่อให้เขาอยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายดี ทำอะไรก็ดี มีความชุ่มเย็นเหมือนธาตุน้ำ กันไฟได้ ทั้งยังดับความร้อนรุ่มในใจ ทำให้ผู้บูชามีสติมากขึ้น ใจเย็นขึ้นเรียกว่าประคองตนให้เป็นคนดีได้ แล้วน้ำเต้านี้เมื่อหนุนด้วยกำลังธาตุน้ำแล้วเวลาเขาพกพานำไปใช้จะได้เกิดประสบการณ์ในด้านโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง ค้าขายดี มีกำไร ด้วยน้ำเต้านั้นจะดึงดูดทรัพย์ ถ้าเขาจะพกไปค้าขายหรือไปหาลาภสักการะก็จะได้สมความปรารถนา พ่ออาจารย์ท่านเสกให้มีไว้ดูดเงินดูดทอง นอกจากนี้ยังมีอิทธิคุณในด้านหนุนดวงให้ดีขึ้น หนุนให้มีโชคลาภ หนุนให้มีความเจริญรุ่งเรือง หนุนให้การค้าดีทุกด้าน ทั้งเป็นเมตตามหานิยม กันภัย ให้โชคลาภ เสริมดวง ปัดเป่าสิ่งไม่ดีต่างๆ โดยน้ำเต้าทิพย์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากพกเอาคุณวิเศษแล้วยังสามารถใช้แก้ฮวงจุ้ยได้อีกด้วยไม่ว่าจะในบ้านหรือร้านค้าก็ดีทั้งคุ้มครอง ปกป้องภัยอันตรายต่างๆ โดยเฉพาะกันคุณไสยกันสิ่งอัปมงคลลมเพลมพัดมนต์ดำคาถาต่างๆได้เป็นอย่างดีเพราะเขาจะขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงให้ไกลห่างจากเราไป ทั้งใช้เสริมดวง เสริมบารมี กันดวงตก ดวงแตกก็ได้เพราะพ่ออาจารย์ท่านลงไว้ครบทั้งกันไฟกันฟ้ากันเคราะห์กันกระทำ...

    พ่ออาจารย์ท่านถือคติว่าด้วยน้ำเต้านั้นนับเป็นไม้มงคลที่มักจะออกลูกตลอดจนกว่าจะแก่ตาย ซึ่งมีความหมายอุปมาถึงชีวิตคนพกพาว่าจะมีดอกหรือออกผล ได้กำไร ได้โชคลาภ ดั่งวาสนา ทรัพย์สินเงินทองต้องเพิ่มพูลงอกเงยขึ้นเท่านั้น เงินทองจะไหลมาเทมาไปตลอดชีวิตจนสิ้นใจจากภูมิมนุษย์นี้ไปและเพื่อสิริมงคลเช่นนั้นท่านจึงให้พกน้ำเต้าทิพย์นี้ไว้กับตัวเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไปทั้งยังคุ้มภัย และที่สำคัญคือพลังในการดูดทรัพย์สินเงินทองและความโชคดีมาให้กับผู้ครอบครองนั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงไม้โพธิ์นิพพานแก้อาถรรพ์ ผงไม้ยอ ผงหัวว่านนางกอดทรัพย์ ผงไม้พญาพรานหลง ผงว่านเศรษฐีและผงกะลาตาเดียวลงราหูหนุนชะตา ที่ให้คุณทางเรียกโชคลาภให้มาหา เสริมโชค เสริมลาภ หนุนดวง เมตตามหานิยม เสี่ยงโชครับลาภ นำมาปั้นรวมกันเป็นแท่งผงลงมนต์ลบผงพระสังข์เรียกเนื้อ และเสกผงลบนั้นให้มีคุณทางด้านเรียกโชคเรียกลาภให้เข้ามาหาได้เองในชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ ท่านว่าผงนี้แม้ไม่คาดคิดว่าจะได้อยู่ดีๆก็ได้ เรียกว่าอยู่เฉยๆโชคลาภก็มาให้เอาถึงที่อยู่เฉยๆโชคลาภก็เข้ามาหาเองเช่นนั้น ท่านนำผงลบนี้มาผสมเข้ากับผงน้ำเต้าตายพรายที่ลงวิชาดูดทรัพย์เอาไว้เพื่อให้ผู้ที่ได้ไปบูชามีลาภผลไม่ขาดมือ มีทรัพย์สมบัติเพิ่มพูนขึ้นตลอดเวลา หากมุ่งหวังสิ่งใดก็ให้อธิษฐานเอาก็จะสำเร็จสมความปารถนาก่อนจะนำมาอธิษฐานจิตเปิดโลก เปิดทาง ขอบารมีคุณครูคุณพระช่วยเสริมอาถรรพ์ผงวิเศษ พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันบอกได้แค่ฉันขอให้ครูท่านช่วยหน่อย ช่วยในเรื่องเสี่ยงดวงเรื่องโชคลาภให้เขาได้กันหนักๆหน่อย ให้มีแต่โชคลาภไม่ขาดสาย..(ท่านว่าบอกได้เท่านี้) ก่อนที่จะนำผงสำคัญนี้มาชักยันต์นะสำเร็จคลุมไว้เป็นกฤติยาคมแฝดว่าหวังอะไรล้วนแต่ต้องได้ ต้องสำเร็จ ก่อนจะนำผงมาผสมกันแล้วกดฝังองค์น้ำเต้าทิพย์ลงไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเฉพาะผงวิเศษนี้ก็เอาว่าเฉียบขาดแน่นอนโดยเฉพาะคนชอบเสี่ยงดวง เสี่ยงโชคเอาว่าสำเร็จ

    ด้านหลังท่านฝังก้อนผงดูดพลังเอาไว้ ท่านว่าก้อนผงนี้สมัยก่อนท่านธุดงค์เข้าไปในมเหนทรบรรพต ก็ไปเจอก้อนผงนี้วางอยู่หน้าแท่นศิวลึงค์ ไม่รู้ว่าเป็นก้อนอะไรรู้แต่ว่ามีอาถรรพ์มากเพราะรอบๆบริเวณสถานที่นั้นมันแสดงออกมาอย่างชัดเจน(ไม่สามารถเล่าได้) ท่านจึงได้พลีกรรมบอกกล่าวและขอมาเพื่อจะทำประโยชน์ให้เกิดแก่ชนหมู่มากในภายหลังจนครูพระสยมท่านมอบให้และบอกว่าเป็นก้อนผงดูดพลังที่พวกฤาษีสมัยก่อนทำมาวางข่มอาถรรพ์ไว้... เมื่อพ่ออาจารย์ท่านนำออกมาแล้วท่านว่าเราก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดีเพราะผงนี้มีอาถรรพ์มาก และก็มีพลังงานสูงเกินไป จนเมื่อได้ทำน้ำเต้านี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันจำเป็นต้องใช้พลังดูดเพื่อย่อยสลายสิ่งตกค้างทั้งวิบากกรรมและอกุศลกรรมอย่างมหาศาล ซึ่งคุณวิชาทั่วไปไม่สามารถทำได้ครอบคลุม ท่านจึงนำก้อนผงที่แข็งเป็นหินนี้มาทุบและฝังเอาไว้เป็นพลังงานตั้งต้นเพื่อให้น้ำเต้าทิพย์นี้มีอำนาจรุนแรงที่สุดนั่นเอง เพราะท่านเสกกำกับให้ดึงดูดความรุ่งโรจน์ ให้ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ให้ก่อเกิดความมั่งคั่งมีชัยชนะทุกๆด้าน

    ด้วยน้ำเต้าทิพย์นี้จะเป็นของค้ำคูณ แม้นักแสวงโชคก็ยังจำเป็นต้องมี ทั้งคนที่เก็บเงินไม่อยู่ก็จะแก้อาถรรพ์ให้เก็บเงินเก็บทองได้ดี อีกประการหนึ่งน้ำเต้าทิพย์นี้จะกระตุ้นให้วาสนาผู้พกเปิดรับโชคลาภ ทั้งยังดูดทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาเทมา เสริมส่งให้การงานการค้าเจริญรุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคเคราะห์ภัย ทั้งอำนวยให้มีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาวครบถ้วน จะมีดอกออกผลทรัพย์สมบัติงอกเงยเช่นนั้น ท่านว่าเอาว่าบูชาไว้เพื่อดูดทรัพย์ดีมาก ให้หมั่นสักการะบูชานำติดตัวไว้จะเจริญด้วยลาภ


    คาถาบูชา
    พระโสนามะยักโข เมตทันตปริวาสะโก อะสุณิหะเตโหตะโต ชยะมังคละ เออุ อุเอ อาคัจฉะ มานิ มานิ


    **** น้ำเต้าทิพย์นี้เป็นของสำคัญซึ่งพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจนำมาเสกปิดในฤกษ์จันทร์เพ็ญ ท่านว่าหากจะคิดว่าเป็นเทพศาสตราวุธเขาก็มีอานุภาพมากกว่าการทำลาย เพราะน้ำเต้าทิพย์นี้ใช้ได้ทั้งปราบปรามและทำลายล้าง ทั้งยังเจริญรุ่งเรืองขึ้นได้ไปพร้อมๆกัน เป็นคุณที่เกินกว่าเทพศาสตราทั้งหลายจะทำได้เพราะเขามีอานุภาพการดึงดูด การย่อยสลาย การสร้างเสริมถ่ายเทพลังงานเข้าสู่วาสนาคนพกพาเป็นของตัวเขาเอง สำหรับผู้ที่บูชาน้ำเต้าทิพย์นี้ควรจะใช้ติดตัวหนึ่งใบและอาราธนาไว้ในเคหะสถานที่อยู่อาศัยเพื่แก้ฮวงจุ้ยอีกหนึ่งใบ ****และพ่ออาจารย์ท่านได้ลงตะกรุดจันทร์เพ็ญตำรับนารายณ์พลิกดวงไว้ในฤกษ์จันทร์เพ็ญที่ผ่านมา ท่านว่าจะมอบให้แถมไปกับผู้บูชาเฉพาะน้ำเต้านี้ ซึ่งตะกรุดจันทร์เพ็ญหนนี้ไม่มีแยกให้บูชาในกรณีใดๆทั้งสิ้น ท่านให้แถมไว้ใช้คู่กันเพราะทำวิชามาด้วยกัน

    ร่วมทำบุญบูชา หูหลู:น้ำเต้าตั้งตัวฟื้นชะตาดูดวิญญาณ(ปราบหมื่นมาร) บูชา 2,500 บาท

    46519830-2012880328751256-974538284304695296-n.jpg 46516197-308163589798133-7647884591373484032-n.jpg
    46517352-721410324898543-4509289136187768832-n.jpg
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา หุ่นตาจันทร์ไล่ล่าคล้องบ่วงบาศก์(มหาโจรปล้นทรัพย์)

    ใช้ปัดความอับจนทั้งหลายทั้งปวง…แม้คนใจบาปก็ยังใช้ได้ผล

    วิชาการทำพยนต์มหาโจรนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวิชาในสายของแม่ย่ากาลี เพราะมหาโจรทั้งหลายแต่ก่อนเขาจะนิยมบูชาพระแม่และเป็นสาวกของพระแม่กัน ซึ่งวิชานี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามีตัวมีตนและใช้ได้หลายทางทีเดียว เพราะขุนโจรสมัยเก่าเขามีพระเวทย์ มีคาถาอาคมกันทั้งนั้น ไม่งั้นเป็นโจรไม่ได้โดนจับตายกันหมด ต่างจากโจรลักเล็กโขมยน้อยสมัยนี้ ท่านว่าเรื่องมนต์ขลังหนังเหนียวประเภทฟันแทงไม่เข้านั้นเป็นเรื่องพื้นๆ โจรถ้าไม่หนังเหนียวโดนฟันทีเดียวขาดกลางอย่างนี้ใครเขาจะนับถือ เคยได้ยินไหมโจรเก่าเมื่อก่อนที่เขามีอาคมดีหลายคนเป็นคนดีแต่ถูกบ้านเมืองกดขี่เลยต้องไปเป็นเสือเป็นโจรปล้น เวลาปล้นแต่ละครั้งเป่ามนต์ทีนอนหลับกันทั้งบ้านขนาดขึ้นไปหุงข้าวกินบนบ้านเจ้าของเรือนยังไม่ตื่นเลย โจรสมัยก่อนเขาชำนาญวิชามหาระงับกันขนาดนี้ สะกดแม้แต่หมาเฝ้าบ้านเฝ้าสวนไม่ให้เห่าได้ วิชามหาอำนาจมหาอุตต์นั้นก็เก่ ขนาดปืนเป็นสิบกระบอกยิงไม่ออกจึงไม่ต่างอะไรกับไม้ฟืน ทั้งเสกด้วยวิชาหินเบาของหนักๆเช่นครกหินทุ่มมาโดนกลับเบาเหมือนโดนนุ่น บางทีไปปล้นบ้านไหนมีลูกสาวสวยก็เป่ามนต์ให้หลงเดินตามกลับต้อยๆพามาอยู่ด้วยกัน เพราะคนสมัยก่อนเขาเป็นคนจริงแม้เป็นเสือเป็นโจรก็ใจถึงจริงทำวิชาได้ขลังจริงจึงมีคนนับถือกันมาก

    เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงทำวิชามหาโจรสร้างตาจันทร์ขึ้น เพื่อเป็นพยนต์รับใช้เฉพาะทางให้กับคนที่ขาดที่พึ่งพิงเพราะท่านถือว่าโจรนั้นเป็นผู้ทำลายล้าง เมื่อท่านลงวิชาใช้หัวใจโจรจึงเป็นการใช้เกลือจิ้มเกลือ ดุจหนามยอกต้องเอาเอาหนามบ่ง เพื่อให้โจรนั้นทำลายล้างสิ่งไม่ดีต่างๆให้หมดไป

    พยนต์ตาจันทร์ หรือจะเรียกว่าขุนโจรบ้าง มหาโจรบ้างก็สุดแต่จะเรียกนั้นเป็นวิชามหาโจรที่สืบทอดกันมาจากตำนานโบราณท่านว่าถ้าทำได้และสำเร็จขึ้นมาแล้ว เขาจะมีฤทธิ์แรงกล้าเป็นพยนต์ที่เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใคร ใช้ปกปักษ์รักษาดูแลผู้ที่ได้ครอบครองได้ตามความประสงค์ ไม่ว่าจะทำการแข่งขันประการใดก็จะมีแต่โชคชัยอำนวยให้ในทุกโอกาสหรือที่เรียกเอาว่าโชคเข้าข้างกลายๆว่าทำอะไรก็อยู่เหนือกว่าเขา หากมีผู้ใดคิดร้ายหรือคิดจะทำร้ายเราตาจันทร์เขาจะสนองตอบกลับคืนทันทีให้มันเหล่านั้นแพ้ภัยตัวเอง ทั้งกันคุณไสยมนต์ดำล้างอาถรรพ์กันคนถอนของถอนวิชา เอาว่าอยู่ที่แห่งใดไม่อับจน แม้อาราธนาไว้กับตัวตาจันทร์เขาก็จะช่วยขับสง่าราศีให้เหนือกว่าใคร ทั้งเสริมดวงเสริมบารมีด้วยมีขุนโจรเป็นบริวารรับใช้ คิดหวังจะทำการณ์สิ่งใดก็จะได้มาแบบง่ายๆปุปปัปหรือฟลุ๊คๆนั่นเอง

    ด้วยตาจันทร์นั้นเขาเป็นวิชาพยนต์มหาโจรซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้จะต่างจากพยนต์ทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง เพราะดวงมหาโจรนั้นจะเป็นผู้ทำลายล้าง เมื่อขึ้นชื่อว่าโจรแล้วย่อมกระทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในทุกๆสิ่งไม่มีอะไรจะต้านได้ หากมีเป้าหมายแล้วตาจันทร์เขาจะเดินหน้าอย่างเดียวไม่มีถอย เรียกว่าอยากได้ต้องได้และอยากมีก็ต้องมี เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเปรียบพยนต์ขุนโจรไว้กับดวงแก้วสารพัดนึก เพราะจะกระทำการสิ่งใดก็สมหวังตาจันทร์เขาจะกระทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เพื่อให้งาน ให้สิ่งที่เราคาดหวังนั้นสำเร็จ ดั่งคำว่ามหาโจรมีแต่ได้ไม่มีเสียไม่ว่าจะต้องฆ่าหรือปล้นเขามาก็ตามก็ต้องมีแต่ได้กับได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งวาสนา เงินทองทรัพย์สมบัติ อำนาจยศถาบรรดาศักดิ์ แม้กระทั่งบริวารและเหล่านารีรอบกาย ทั้งนี้ตาจันทร์ยังเป็นที่สุดของมหาอำนาจอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าหากเอ่ยถึงมหาโจรอย่างพระองคุลิมาลก่อนท่านจะบรรพชานั้น เห็นหรือไม่แม้แต่รัฐหรือพระราชาแคว้นต่างๆยังเกรงกลัว เรียกว่าพยนต์ตาจันทร์นั้นผู้ใดครอบครองอาราธนาผู้คนก็ต่างเกรงกลัวและเกรงขามจะทำอะไรย่อมต้องเกรงใจเราหลายส่วน เอาว่าคนใช้จะมีตบะบารมี มีมหาอำนาจเสริมบารมีหน้าที่การงานให้เจริญก้าวหน้า อยากได้อะไรต้องได้ไม่ว่าจะเงินทอง ทรัพย์สิน หรือความรักก็ตาม

    เมื่อจะทำพ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องของผงและมวลสารต่างๆนั้นย่อมจะสำคัญ จะขาดตัวใดอย่างใดไปไม่ได้เลยเพราะท่านต้องใช้ผงไม้รอดคุกเอามาปั้นเป็นแท่งดินสอเขียนด้วยวิชาทำผงหัวใจโจร ผงหัวใจมหาโจร ผงหัวใจหัวหน้าโจร ผงชุมโจร ผงวิชาล้มซ่องโจร พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้นับว่าสำคัญมากเพราะต้องใช้อาถรรพ์ของผงไม้รอดคุกหนุนวิชาเป็นเคล็ดว่ามหาโจรนี้แม้แต่คุกยังรอด ดังนั้นคนใช้ก็จะรอดจากทุกข์ทั้งปวงทั้งยังแคล้วคลาดจากศัตรู แม้เราทำเรื่องที่ผิดก็ยังจะแคล้วคลาดปลอดภัยได้ จากนั้นจึงจะหามวลสารสำคัญตามตำราได้แก่ผงลูกกรอกแมวซึ่งแมวธรรมดานั้นยังใช้ไม่ได้จะต้องเป็นลูกกรอกที่แมวตาเพชรเอามาให้เองเท่านั้น ทั้งผงหนังวัวฟ้าผ่าเพศผู้ ผงหนังงูเหลือม ผงเดือยงูเหลือมซึ่งมีอาถรรพณ์ในตัวสูงเพราะงูเหลือมที่มีตบะมากจะมีมนต์สะกดให้สัตว์ทั้งหลายเข้ามาหามันได้ เรียกว่ามาให้มันกินถึงที่เพียงนอนรออ้าปากรับเหยื่อแค่นั้นเหยื่อก็เดินเข้ามาให้กินเองแบบง่ายดาย ทั้งยังดีในด้านมหาเสน่ห์มีงูตัวเมียเข้ามาให้ผสมพันธุ์ไม่ขาดสายไม่อดอยากปากแห้งในเรื่องกามราคะ พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องนำผงต่างๆอีกชุดนึงนี้มาปั้นเป็นแท่งดินสอนั่งเขียนผงวิชานะรอด นะแคล้ว นะคลาด นะป้อง นะกัน นะปัดตลอด หัวใจปลาไหลเผือก หัวใจขุนแผนเสดาะตรวน ผงเสี่ยงโชค ผงเสี่ยงดวง ผงชนะพนัน ผงวิชาพรายกระซิบ ท่านว่าผงต่างๆนี้บางตัวต้องลงในฤกษ์มหาโจรแล้วนั่งเสกในฤกษ์เศรษฐีโดยชักยันต์ด้วยเตโชกสิณสมาบัติคลุมวิชาทั้งหมดไว้ด้วยยันต์หัวใจเศรษฐีเพื่อจะหนุนมหาโจรตาจันทร์นี้ให้หาทรัพย์เก่ง ฉกทรัพย์ง่าย ไล่ล่าทรัพย์ได้อย่างรวดเร็วทั้งยังจะดีด้านเปิดดวงเสริมทรัพย์เสริมบารมีโชคลาภ เสริมด้านการงาน การเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคให้เจ้าของซ้ำเขายังจะหนุนให้เราเป็นเจ้าคนนายคน

    เมื่อได้ผงมวลสารแล้วพ่ออาจารย์ท่านยังต้องนำมาผสมผงว่านไพรดำ ผงว่านกุมารทอง ผงพรายกุมาร ผงตาจันทร์กระชากทรัพย์น้ำมันตาทิพย์ น้ำมันที่เคี่ยวจากขี้ผึ้งขวางตะวัน แป้งเสกโนราห์ สีผึ้งพระสีวลี น้ำมันช้างผสมโขลง ซึ่งผงเหล่านี้ต้องใช้เวลาลบรวมสะสมกันมานานนับเป็นเวลาหลายปีด้วยต้องใช้มวลสารอาถรรพ์ลบผงก่อนจะนำมาผสมมวลสารอื่นๆแล้วนำมาเสกอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่าทำไม่ง่ายนะพยนต์มหาโจรนี้ต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน แม้ผงที่จะใช้ทำตาจันทร์นั้นก็ยังต้องขอบารมีแม่ย่ากาลีมาชุบ มาเสกจนกว่าจะเกิดดวงไฟสีขาวกระจ่างครอบคลุมผงทั้งหมดจึงจะถือว่าใช้ได้ ด้วยวิชามหาโจรตาจันทร์นั้นสามารถรับเคราะห์แทนตัวเราได้ อีกทั้งยังใช้ทางเมตตามีมหาเสน่ห์อยู่ในตัวเอาว่าครบเครื่องพ่ออาจารย์ท่านว่าขอให้เอาไปใช้กันในทางที่ดีก็จะมีแต่ความสุขความเจริญๆด้วยตาจันทร์เขาไม่เลือกคนใช้จะคนดีก็ใช้ได้ คนเลวก็ใช้ดี เอาไปอธิษฐานใช้เลยดีทุกทาง

    ท่านเลือกกดพิมพ์ในโจโรฤกษ์ อธิษฐานขอฤกษ์ขอบารมีกับพญามาราธิราชหรือองค์ท้าวมาลัยให้ลงมาคุมพิธี เพื่อให้ตาจันทร์นี้มีอำนาจเหนือกามคุณทั้งหลายไม่ว่าจะคนดีก็ใช้ได้ โจรก็ใช้ดี คนบาปใจหยาบช้าก็ยังใช้ได้ผล ต้องเสกเก็บในทุกช่วงเวลาทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น หัวค่ำ เที่ยงคืน ก่อนสว่าง ท่านจะปลุกเสกทุกวันเพื่อป้องกันคนชะตาขาดให้เอาไปก็ยังใช้ได้เรียกว่าเสกให้ครบทุกเวลาและก็ให้ครบทุกวันตั้งแต่วันจันทร์จนถึงอาทิตย์ ท่านต้องเพียรกระทำแลเสกเก็บไปเช่นนั้นแม้วันไหนกำลังอ่อนก็ยิ่งต้องเสกให้มากขึ้นไปอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าตาจันทร์นี้สำหรับคนชอบเสี่ยงดวง เสี่ยงโชค จะดีและแรงมาก อีกทั้งเป็นพรายกระซิบที่คอยเตือนเหตุเภทภัย หากมีเรื่องร้ายใดๆเกิดขึ้นก็จะกลับร้ายให้กลายเป็นดี ใช้เสริมดวงชะตา ใช้เรียกทรัพย์ ทำมาค้าขายก็ได้ ท่านว่าเราทำไว้ให้ธาตุครบหมดเลยทั้ง 4 ด้าน คือดิน น้ำ ลม ไฟ ครบถ้วน อันนี้ให้จำไว้ว่าของที่ลงธาตุให้ครบนี้เวลาคนใช้เดือดร้อนเขาจะสนองตอบและช่วยเหลือเราได้ทันที

    ด้านหลังตาจันทร์นั้นพ่ออาจารย์ท่านนำด้ายสายสิญจน์ม้วนเก่าที่ท่านใช้โยงสายเสกวิชาต่างๆมามากมายนับไม่ถ้วน นำมาม้วนเป็นบ่วงบาศก์ลงเสกด้วยวิชานาคบาศก์(งูกินหาง) ที่ดีทางเสี่ยงโชค จับลาภ จับคนสัตว์ทั้งหลาย ท่านว่าอันบ่วงบาศก์นี้เวลาเราปรารถนาสิ่งใดเขาจะจับและรัดไว้ไม่คลายออก ไม่ปล่อยออกไปจนกว่าสิ่งนั้นจะตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่เรา นอกจากจะเป็นสุดยอดวิชารับทรัพย์แล้วยังใช้หนุนดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำอีกด้วยแม้ใครดวงตกพกไว้จะช่วยพยุงดวง หนุนดวงให้ดีขึ้นเรียกว่าดีวันดีคืน ทั้งกลับร้ายกลายเป็นดี อันวิชานาคบาศก์นั้นท่านว่าแม้ยาจกยากไร้พกเอาไว้ให้ขยันทำมาหากินก็จะมีลาภไหลมาอยู่เนืองๆไม่อดไม่อยากจะกลายเป็นเศรษฐีมีทรัพย์มหาศาลในเวลาไม่ช้าไม่นานเลย ทั้งใครที่ชอบเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงก่อนใช้ก็ให้คิดเสียว่าเอาบ่วงบาศก์นี้ไปคล้องโชคลาภที่เราต้องการและดึงให้สุดมัดไว้ให้มั่นท่านว่าใช้ได้หลายทางสุดแต่จะใช้เถิด ท่านฝังไว้เพื่อให้เป็นอาวุธคู่มือตาจันทร์เขา ท่านว่าเขาจะได้ทำงานง่ายเวลาเราใช้อะไรจะได้มีตัวช่วยมีแรงเสริมกัน

    นอกจากนี้พ่ออาจารย์ท่านยังลงตะกรุดมหาสะกดเอาไว้เสริมอำนาจตาจันทร์อีกต่อหนึ่ง ท่านว่าตะกรุดนี้ใช้ได้ทั้งหมดทั้งสะกดคน สะกดสัตว์ ตลอดจนภูติผีสิ่งไม่ดีต่างๆ สะกดให้ตกตะกอนหลับใหลชั่วคราว ทั้งยังใช้สะกดคนที่เป็นคู่แข่งเรา สะกดแม้กระทั่งวิชาหรือของขลังตลอดจนไสยเวทย์ทั้งหลายที่อีกฝ่ายใช้งานอยู่เช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านปลุกธาตุคุณวิชามหาภูติ เชิญญาณครูทั้ง16ชั้นฟ้ามาปลุกเสกเดินธาตุจนขุนโจรตาจันทร์นั้นสำเร็จตรงตามนิมิต แล้วจึงนำไปอาบแสงจันทร์ในคืนน้ำเพ็ญเดือนสิบสองอธิษฐานจิตเสกร่วมพิธีคืนเพ็ญเน้นทางหนุนดวงชะตาเปิดโชคลาภวาสนาผู้บูชาอีกคำรบหนึ่ง

    คาถาบูชา
    โอม นะมะอะอุ เอหิจิตตัง(ตาจันทร์มหาภูติ)มานิมามา สิทธิวิชชามหาโจรัง ข้าขอเรียกหัวใจโจรว่ากันหะเนหะ ให้ตาจันทร์จงแผลงฤทธิ์ด้วยกำลังดุจดังพยัคฆราชดั่งชาติเสือร้ายว่าภูภิภูภะนะหะกันตุง บัดนี้ตาจันทร์จะออกปล้นไล่ล่าด้วยนะอึงคะนึงอื้อฉาว ให้พ่อขุนโจรคุ้มครองข้าพเจ้าผู้เป็นนายนะ นะกะอะปิ หุลู หุลู สวาหะ


    ***ขุนโจรตาจันทร์นั้นเป็นบริวารของตัวเรา พ่ออาจารย์ท่านว่าดวงบริวารนั้นมีน้อยไปก็ไร้วาสนา ถ้าต้องการใช้ดวงบริวารขับอำนาจวาสนาของตนเองให้สูงขึ้น ท่านว่าให้บูชาไว้ติดตัวเป็นมหาภูติคอยรักษาคุ้มกายเราคนละคู่หนึ่งไม่เกินหรือมากไปกว่านี้ ส่วนวิธีบูชานั้นท่านว่าให้เซ่นเหล้าขาว หรือสุราอะไรก็ได้ที่เรามีนั่นแหละ ให้เอาตาจันทร์ไปเลี่ยมและให้คนเลี่ยมเขาเจาะรูกรอบไว้บริเวณปาก จะใช้จะขออะไรเขาก็เอาเหล้าหยดไว้ครั้งละหนเพียงเท่านี้ ท่านว่ายิ่งเซ่นยิ่งแรงยิ่งเห็นผลไว เพราะขุนโจรนั้นจะมีใจฮึกเหิมกล้าได้กล้าเสีย ไม่ว่าเราจะดีจะเลวจะใช้อะไรเขา เอาว่าเราใช้ทำอะไรเขาทำหมด

    ร่วมทำบุญบูชา หุ่นตาจันทร์ไล่ล่าคล้องบ่วงบาศก์(มหาโจรปล้นทรัพย์) บูชา 2500 บาท

    47012210-344237006354615-1522213104933404672-n.jpg 47045867-263466997660117-5778213455441952768-n.jpg
    47079596-593896244401586-5591659841543208960-n.jpg
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,671
    ค่าพลัง:
    +22,291
    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระคลังสมุทรเทพ(บุญหล่นทับรวยผิดตัว)

    "ถึงเวลาน้ำลงน้ำพร่อง ชั่วข้ามคืนมันก็ขึ้นมาจนเต็มได้"

    วิชาตำรับนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของที่เอาไว้ใช้ตั้งตัวได้หลังเกิดภัยสงคราม นั่นคือต้องผ่านทุกข์มหันต์หรือเข้าตาจนขั้นหนักที่สุด อุปมาเหมือนเกิดสงครามคนไม่มีจะกิน ไม่มีทางทำมาหากินเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าในเมื่อทุกวันนี้เห็นบ่นกันว่าอยู่กันยากยิ่งกว่าอะไร กลายๆก็เหมือนสงครามเศรษฐกิจที่กินผลในระยะเวลาเนิ่นนานคั่งค้างอยู่ เช่นนั้นจึงไม่ต่างกันจากภัยสงครามเลย ท่านก็เลยสงเคราะห์ให้ใช้วิชาสำคัญนี้ได้

    ตะกรุดพระคลังสมุทรเทพเป็นวิชามหาลาภที่ทำยาก พ่ออาจารย์ท่านว่าตอนนี้มีแรงทำได้เสกไหวต้องทำก่อน ต่อไปถ้าภายหน้าเกิดสงครามหรือเข้าสู่ยุคเข็ญแล้วคิดจะทำก็ไม่มีแรงแล้ว ทำไม่ได้ ทำไม่ทันแล้ว ให้จำเอาไว้นะต่อไปตะกรุดนี้ในแผ่นดินจะหาไม่เจอเพราะคนใช้เค้าจะเก็บกันหมด ด้วยแต่โบราณนั้นหากกล่าวถึงทรัพย์สมบัติแล้วท่านว่าไม่มีที่ไหนเลยจะมั่งคั่งเทียบเท่าคลังของพระมหาสมุทรได้ ปราชญ์แต่โบราณย่อมสรรเสริมมหาคลังนี้ว่ามั่งคั่งที่สุด แม้เทพยดาทั้งหลายยังต้องร้องขอทรัพย์จากพระสมุทร ทั้งแก้วอันประเสริฐของพระวิษณุเจ้า ทั้งเพชรยอดมงกุฏของพระอินทร์ ทั้งทรัพย์ต่างๆอันเลิศล้ำบรรดามีที่เกินกว่าเทวานุภาพจะเสกสร้างบันดาลได้ แม้สมบัติในเทวโลกหรือพรหมโลกก็ดีสิ่งต่างๆก็ย่อมนำไปแต่พระสมุทรนั้นทั้งสิ้น ด้วยวิชานี้แม้ผู้ใดถูกความทุกข์กลืนกินหรือต้องพระเคราะห์ใหญ่หลวงมีดวงทางทรัพย์และโชคลาภวิบัติไปต่างๆนาๆ ท่านว่าให้อาราธนาตะกรุดดอกนี้เอาไปใช้เถิด แม้ทรัพย์จะพร่องเท่าไหร่ก็จะถูกถมจนเต็มได้ดั่งทรัพย์ในคลังพระสมุทรเช่นนั้น ท่านเปรียบเทียบชีวิตสัตว์โลกอันขวนขวายทรัพย์ทั้งหลายเอาไว้ดุจคลื่นน้ำ ที่มีทั้งขึ้นบ้าง ลงบ้าง พร่องบ้าง เต็มบ้าง เมื่อกระแสแห่งโชคไม่ได้อยู่นิ่งท่านจึงทำตะกรุดตัวนี้ขึ้นมาเพื่อให้สิ่งที่พร่องนั้นกลับมาเต็ม ดุจเวลาน้ำลงที่ไม่พ้นคืนมันก็ขึ้นมันก็เต็มเอ่อล้นทุกรอบปีเช่นนั้น ตะกรุดตำรับนี้ท่านว่าให้เอาไว้ใช้ตั้งตัว ถ้าคนไม่สันหลังยาวหรือเดินทางผิดก็เอาว่าตั้งตัวได้ถึงขนาดว่าต่อให้เกิดสงครามแม้หลังภัยสงครามก็ยังเป็นเศรษฐีได้เช่นนั้น ท่านว่าทำยากเพราะต้องลงหัวใจไว้ครบสูตรและอธิษฐานจิตไว้เต็มกำลัง

    ปกติว่าผู้บูชาตะกรุดพระสมุทรนี้พ่ออาจารย์ท่านว่า จะมีทรัพย์มิขาด จะทำมาค้าขึ้น แม้ค้าขายก็ร่ำรวย ทั้งเรียกเงินเรียกทองให้ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย บังเกิดโชคลาภ เพิ่มทรัพย์ รักษาทรัพย์ พิทักษ์ทรัพย์สมบัติให้เยือกเย็นทรงตัวร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไป แม้บูชาอยู่ที่ใดที่นั้นจะบังเกิดทรัพย์แลเงินทองงอกเงยไม่ขาดสาย ท่านว่าให้จำเอาไว้ฉันจะบอกรอบเดียวเพราะตะกรุดนี้ทำไว้ให้ใช้สำหรับการเก็บเกี่ยว จะเก็บเกี่ยวอะไรมันก็สุดแล้วแต่เธอ จะปรารถนาความสุข โภคทรัพย์ สัตว์สองเท้า พาหนะ ปัจจัยสี่ต่างไม่ว่าจะอะไร นั่นแหละคือทำไว้ให้ใช้ในการเก็บเกี่ยว ฉกฉวย กักตุนทั้งดักเงินดักทอง ดักโชคลาภ เจรจาค้าขายทำธุรกิจ เสี่ยงโชค เสี่ยงดวง จะทำอะไรก็ให้เอาพกไว้ติดตัวลูกค้าเขาจะพุ่งมาหาเราเอง เรียกว่าไม่ต้องสูญแรงเยอะ ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เพราะเราถือตะกรุดนี้ดุจคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำแล้วบุญหล่นทับ ดุจหนูตกถังข้าวสาร ทำอะไรก็ฟลุ๊ครวย ฟลุ๊คได้ ฟลุ๊คมี ใช้ชีวิตแบบฟลุ๊คๆรวยผิดตัวเช่นนั้น

    ทั้งท่านยังได้ลงมนต์อธิษฐานวิชาขอคุณเทพฤทธิ์ให้ประสิทธิ์ด้านการเสี่ยงโชค รับทรัพย์ เรียกลาภที่เห็นผลเร็วไวเป็นที่สุด ใครที่ชอบเรื่องเสี่ยงดวง เสี่ยงโชค วอนขอครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านว่าให้เอาไปใช้เถอะเพราะตะกรุดนี้ฉันลงเป็นตัวสะกดเอาไว้ด้วย ปกติแล้วขออย่างเดียวมันก็ต้องรอจังหวะแต่ถ้าเราลงมหาสะกดไว้พร้อมกันอันนี้มันเป็นการสร้างโอกาสเรียกว่าสะกดให้อยู่หมัด ให้ได้ให้มีให้เป็นของเราแน่นอนเช่นนั้น เอาว่าแรงไม่ตกทีเดียวจะไปแข่งไปสู้ทั้งประกวดประชันกับใครกำลังเรา วาสนาของเรา จะไม่สะดุดไม่หักกลาง มีแต่ทำมาค้าขึ้นเช่นนี้จะมีแต่สิ่งดีๆหลั่งไหลเข้ามา ให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานทั้งจะดูดทรัพย์ให้เงินทองมีไม่ขาดมือไม่ขาดกระเป๋า การเงินไม่ขัดสนหรือขาดสภาพคล่อง ให้ทำมาหากินคล่องตัวผู้คนเห็นอกเห็นใจ

    และหากผู้ถือตะกรุดนี้ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมแล้วด้วยก็จะเกิดผลดียิ่งๆขึ้นไป เอาสั้นๆง่ายเลยยิ่งหมั่นทำบุญก็จะยิ่งประสบการณ์เยอะ เดี๋ยวจะเห็นเองว่าทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมาเองไม่ขาดทั้งค้ำคูณหนุนดวงเสี่ยงโชคก็ได้สมปรารถนา

    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้แต่โบราณถือกันว่าเป็นวิชาอาถรรพ์และต้องเลือกคนรับเพราะเอาไว้ใช้เปลี่ยนโชควาสนาคนจากต่ำสุดให้พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้ เรียกว่าอุปมาไว้ถึงขนาดจำตัวเองไม่ได้มั่งมีผิดตัวผิดคนแบบนั้น ท่านจึงอธิษฐานให้คนมีวาสนาต้องกันกับคุณวิชาเท่านั้นที่ได้รับไป เมื่อนำตะกรุดมาม้วนแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่ายังต้องนำมาแช่น้ำมนต์เสกอีกคำรบหนึ่งแล้วลงด้วยหัวใจพระสมุทร หัวใจท้าวเวสสุวรรณที่ว่าด้วยสองเทพที่คุมมหาคลังที่ยิ่งใหญ่ทั้งของโลกและสวรรค์ทั้งสองท่านพร้อมทั้งขอบารมีท้าวเธอทั้งสองให้ประสิทธิ์เทวานุภาพเบิกทางทรัพย์ให้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเพียงเท่านั้นก็ถือว่าคลุมได้ทั้งหมด เพราะทั้งสองท่านนั้นเป็นผู้คุมวาสนาและคลังทรัพย์สินของสวรรค์และโลกอย่างแท้จริง เช่นนั้นเวลาคนเอาไปใช้เมื่อทำอะไรเกี่ยวกับการเงินการคลังการแสวงหาทรัพย์สินและผลประโยชน์ก็จะคุมเกมเขาเอาไว้ได้ทั้งหมดเหนือกว่าบารมีเทพยดาใดๆอย่างชัดเจน ท่านว่าทำเอาไว้ให้ครบแล้วให้เอาไปใช้ให้ดีเถิด ความรวยก็เป็นของคนๆนั้นท่านนั่งทำวิชาครอบไว้ให้ทีละดอกเอาว่าสยบได้ทุกที่ ต่อให้คู่ค้าเราเขาเลี้ยงผีเลี้ยงพรายหรือใช้บารมีเทพยดาใดๆก็ตาม ถ้าจะเล่นเรื่องโชคลาภวาสนาแล้วเอาว่าบารมีพระสมุทรกับท้าวเวสนี่สยบได้ทั้งสิ้น ขอแค่เรื่องอย่าขี้เกียจอันนี้บอกก่อนเลยเทวดาเขาไม่ชอบถ้าจะเอาไปก็ให้ขยันทำมาหากินแค่นั้นจะได้มีลาภไหลมาอยู่เนืองๆไม่อดไม่อยากจะกลายเป็นผู้มั่งมี เป็นเศรษฐี มีทรัพย์มหาศาลส่วนใครที่ชอบเรื่องเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคก็เอาไปใช้ได้เลย

    ภายในตะกรุดอุดด้วยผงมวลสารสำคัญต่างๆ นั่นก็คือข้าวก้นบาตรวันออกพรรษขององค์หลวงปู่ขาวที่พ่ออาจารย์ท่านเก็บสะสมไว้ท่านเรียกว่าก้นบาตรเปิดโลก โดยท่านนั้นนำข้าวมาตากแห้งแล้วโขลกเป็นผงละเอียดปั้นกับว่านและมวลสารต่างๆทั้งว่านอุดมทรัพย์ ว่านมหาลาภ ว่านมหาเศรษฐีทำเป็นดินสอเพื่อลบผงวิเศษ ทั้งพิชัยสมบัติ นะโภคสมบัติ นะโภคทรัพย์ พระเจ้าให้ลาภ พระเจ้าเปิดโลก พระเจ้าเปิดลาภ พระเจ้าเปิดดวง เทวดาให้โชค หัวใจเศรษฐี หัวใจพระสีวลี ท่านว่าจำเพาะต้องลบผงในวันวันพระเจ้าเปิดโลกคือวันออกพรรษาให้ได้แปดพรรษาเท่านั้นแล้วเอาผงนี้มาผสมกับผงสำคัญต่างๆ(ท่านว่าอานุภาพผงแต่ละอย่างก็รวยมั่งมีหลายชั่วอายุคนแล้ว) ได้แก่ผงเหล็กไหลดูดทรัพย์ ผงหินอกธรณี แร่ดูดทรัพย์แม่น้ำโขง ท่านว่าเฉพาะผงแร่เหล่านี้ก็มีอานุภาพนำโชคลาภมาให้ผู้บูชาทั้งดูดเงินดูดทอง ดูดโชคลาภได้ ให้มีเงินทองไหลมาเทมาตลอดหรือมีกินมีใช้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อนำมารวมกับผงวิเศษก็ยิ่งเสริมกันเอาว่าได้ไปท่านว่ามีกินมีใช้ไม่อดอยากและยากจนเลย ทั้งช่วยเสริมบารมีค้ำคูณหนุนดวงชะตา ช่วยเปิดทางเปิดโชคเปิดลาภวาสนาให้ไหลมาเทมา มีโชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย เงินทองไม่ขาดมือ ตรงนี้สำคัญถ้ารู้จักเก็บออมนะเขาจะเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีในเร็ววัน ซ้ำใครที่ติดขัดเรื่องการเงินการงานก็ให้ขอบารมีครูบาอาจารย์ท่านช่วยเปิดดวงหนุนชะตานำพาให้พบแต่สิ่งดีๆ

    ให้พกพาใส่กระเป๋าเงินจะเห็นว่าเงินเพิ่มพูนมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ หากอาราธนาติดตัวก็จะเป็นที่สะดุดตาเรียกว่าแรงทางเมตตาโภคทรัพย์ให้คนอยากเข้าหาเราเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่ออุดผงสำเร็จแล้วยังต้องนำมาเสกกลางคืนวันพระจันทร์เต็มดวงอาบพลังพระจันทร์ทำวิชาน้ำขึ้นน้ำลงหรือเรียกว่าทองท่วมหัว เงินเข้าตัว(รวยผิดตัว) ให้โชคโภคสมบัติงอกเงยเพิ่มพูน ทั้งถือฤกษ์นี้เพื่อใช้เสริมสง่า ราศี เสริมเสน่ห์และโภคทรัพย์ดีที่สุด นับได้ว่าเป็นตะกรุดนี้ใช้เพื่อเสริมทางด้านโชคลาภการทำมาหากินโดยเฉพาะแม้เอาไปเสี่ยงดวงเวลาเสี่ยงโชคได้ก็ให้รีบไปทำบุญอุทิศให้ครูบาอาจารย์

    ตะกรุดพระคลังสมุทรเทพนั้นเป็นตะกรุดเปิดดวงด้านโชคลาภโภคทรัพย์และหนุนดวงเฉพาะทาง พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้เกิดมาดวงกุลีก็ยังเอาดีได้ เรียกว่าตะกรุดนี้จะทำให้ฐานดวงหรือวาสนาแต่เดิมของคนเราผิดพลาดตลบแตลงกลับไปกลับมา ที่มันมีเคราะห์หรือภัยก็กลับเปลี่ยนเป็นดี ที่มันไม่เคยได้ไม่เคยมีอยู่ดีๆก็ได้ เอาว่าอะไรที่มันห่างหายไปจากชีวิตนั่นแหละเดี๋ยวก็เจอ ท่านว่าให้ตั้งจิตบอกกล่าวครูบาอาจารย์ท่านให้ดีเพราะนี่เป็นวิชาเทวดาให้โชคเป็นตำรายันต์พระคาถาที่ให้คุณด้านมหาลาภ มีกินมีใช้ไม่ขาดสาย ทำมาค้าขึ้น ทั้งหนุนดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ท่านว่าต่อให้โทษถึงตายก็ไม่ตายเอาว่าดีครบ ยิ่งคนทำดีมีความประพฤติดีเอาไปบูชาแล้วเทวดาท่านจะสงสาร ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพุดไม่ได้มากแต่เดี๋ยวจะรู้กันเองเพราะเวลาเทวดาท่านสงสารเดี๋ยวท่านก็จะหาทางสงเคราะห์เองจะมีนิมิตเลขหวยหรืออะไรเกิดขึ้นให้เราเห็นให้เรารู้ของเราเอง ให้จำเอาไว้อยู่อย่างว่ารู้หรือเห็นอะไรแล้วอย่าเอาไปบอกใครเท่านั้น

    คาถาบูชา
    อุเยอะเย อุเยอะเยอะ อะยะ อุอุยะเสมิ ติหังจะโตโลจิ


    ***ตะกรุดดอกนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันจะไม่พูดมากเพราะคนทำไม่ได้ใช้ มันเป็นเรื่องของทางโลก เป็นเรื่องของเงินทองความมั่งคั่งหรือโชคลาภการเสี่ยงดวงต่างๆซึ่งเหล่านี้ท่านตัดออกไปหมดแล้ว ท่านว่ากว่าจะทำให้สำเร็จได้ก็ไม่ใช่ง่าย ดังนั้นใครมีบุญสูงเสมอกันและคู่ควรกับคุณวิชาก็ให้ครูเทพพรหมท่านคัดสรรค์คนของท่านเองด้วยเป็นตะกรุดคู่บารมีจำพวกหนึ่ง หากจะใช้ก็ให้ถือได้เต็มที่เพียงคนละสองดอกเท่านั้น ถ้าใครพอมีวาสนาอยู่แล้วก็ใช้ดอกเดียว รายการนี้รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น

    ร่วมทำบุญบูชา ตะกรุดพระคลังสมุทรเทพ(บุญหล่นทับรวยผิดตัว) บูชา 2,500 บาท

    47396559-768798603455103-5587777358611349504-n.jpg
    47391917-770441343305105-1302469194951950336-n.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...