เรื่องเด่น วสี ความชำนาญในสมาธิ/มีประโยชน์มากในการอยู่ในโลกแบบโลกไม่ช้ำ ธรรมไม่ขุ่น

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 28 พฤศจิกายน 2020.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  6. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    XxSlTLtUKxvFgh5EU22pocD_EurKtCaMZVCcPxJWKXE2&_nc_ohc=CCzEqNIOQjwAX9ErXo5&_nc_ht=scontent.fbkk2-8.jpg

    วสี ความชำนาญในสมาธิ

    เมื่อท่านทั้งหลายสามารถพัฒนาสติ
    จนเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นมาได้เนืองๆ
    ก็ให้ฝึกเรื่อง ความชำนาญในสมาธิ ควบคู่กันไป

    เวลาความรู้สึกตัวมีกำลังสูงขึ้น
    ใจมันนิ่งขึ้น สงบขึ้น
    นั่นคือ การเพิ่มความละเอียดของสมาธิ

    เวลาความรู้สึกตัวมันลดกำลังลง
    จิตใจมันคลายตัวลง
    จนมันเริ่มเกิดการสอดส่าย
    การนึกคิดปรุงแต่ง
    นั่นคือ การลดระดับของสมาธิ

    เพราะฉะนั้น ความคิดกับความรู้สึกตัว
    จะเป็นคู่ปรับเป็นแบบนี้

    ปกติเราไหลไปกับความคิด
    ความรู้สึกตัวจึงหายไป

    เมื่อเราอยู่กับความรู้สึกตัวได้ดี
    จนความรู้สึกตัวมีกำลังสูงขึ้น
    ความคิดจะลดกำลังลงไปเอง

    มันเป็นคู่ปรับเป็นอย่างนี้
    จนสามารถหลุดจาก
    ชั้นของความคิดปรุงแต่งได้

    ถ้าฝึกจนชำนาญ
    เหมือนเราเหยียบคันเร่งรถนั่นแหละ
    เพิ่มลดได้ดั่งใจ อันนี้จะเกิดขึ้น
    เมื่อเราอาศัยการฝึกฝน

    ที่ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า...
    “ ผู้ที่มีความชำนาญในสมาธิ
    จะไม่ตกเป็นทาสของสมาธิ
    เป็นนายสมาธิ ไม่ติด กับดักของจิต
    ไม่ติด สุขในสมาธิ เป็นผู้ฉลาด
    ในการรู้เท่าทันจิตใจตนเอง ”

    ของดี! ฝึกไป! มันเกื้อกูล
    ทำให้เรากลมกลืน
    ทั้งโลกไม่ช้ำธรรมไม่ขุ่น
    วสี คือ ตัวเชื่อมเลย

    เพราะวิหารธรรมแต่ละระดับ
    จะมีจุดเด่นจุดด้อย
    ที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะ
    พื้นฐานชั้นความรู้สึกตัว
    ฝึกไปเถอะให้ชำนาญ

    ยังไม่ต้องรีบขึ้นสู่สภาวะระดับสูงก็ได้
    อยู่กับความรู้สึกตัวให้ชำนาญ
    ฝึกความชำนาญให้คล่อง

    เหมือนเรามีรถนั่นแหละ
    รถแรงรถเร็วอ่ะดี ชอบไหม?
    รถแรง รถเร็ว

    แต่ถ้าเรายังขับไม่ชำนาญ
    เราควรที่จะเหยียบมันแรงไหมล่ะ?
    เราก็ต้องค่อยๆควบคุมให้มันคุ้นเคย
    ให้มันมีความชำนาญ

    เราก็ต้องฝึกหัดให้ชำนาญ
    จะเหยียบคันเร่ง จะลดคันเร่ง
    จะเดินเกียร์ 1 เกียร์ 2 เกียร์ 3 เกียร์ 4 ก็ตาม
    ปรับให้เหมาะสม สมาธิก็เช่นกัน

    ชั้นความรู้สึกตัว
    ฝึกให้ชำนาญ
    ถ้าชำนาญ ฐานนี้แน่น
    ที่เหลือไม่ยากเลย

    เหยียบคันเร่งนิดเดียว มันขึ้นเลย
    ปึ๊ดๆๆ ระดับสมาธิไต่ได้หมดเลย

    สำคัญคือ เราคอนโทรลได้หรือเปล่า?
    จะคอนโทรลได้ มันต้องฝึก
    เหมือนเราคอนโทรลรถนั่นแหละ
    เหยียบคันเร่งไม่ยากหรอก
    แต่คอนโทรลยาก
    ทำให้มีความชำนาญ

    เมื่อฝึกไปได้ดี
    อยู่กับความรู้สึกตัวได้ดี
    เพิ่มกำลังสติได้ ลดกำลังได้
    จนเร่งความรู้สึกตัวจนเต็มกำลังได้

    ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเต็มกำลัง
    มีประโยชน์มาก
    จะเป็นสนามพลัง
    ที่มีความเข้มข้นสูง
    ตรงนี้มีตนเป็นเกาะ
    ป้องกันเรื่องของพลังที่ไม่ดีได้

    หรือ ใครกลัวผี?
    ตรงนี้สนามพลังที่มีความเข้มข้นสูง
    จิตวิญญาณจะไม่ยุ่ง
    เพราะว่าจิตวิญญาณ
    ก็เป็นสนามพลังเช่นกัน
    พอเจอสนามพลังที่มีความเข้มข้น ก็จะไม่ยุ่ง

    ชื่อว่า มีตนเป็นเกาะ
    ไม่ต้องพกพระเครื่องเลย
    ฝึก! กำลังของความรู้สึกตัวน่ะ
    เจ๋งกว่าพระเครื่องเยอะ
    กำลังมันทรงพลังมาก
    เป็นเรื่องของพลังงาน

    พระพุทธศาสนาจึงสอนให้เราพึ่งตนเอง
    “ มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง
    มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ”
    .
    .

    โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
    23-24 กุมภาพันธ์ 2564
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  8. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  9. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  10. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    ท่านทั้งหลายแยกออกไหม?
    จิตที่นิ่งแบบไม่รู้อะไร
    กับนิ่งแบบรับรู้ทุกอย่างได้
    แต่มันก็ไม่ไหลไปกับสิ่งต่าง ๆ
    นั่นแหละที่เรียกว่า สมาธิวิถีพุทธ
    เป็นสัมมาสมาธิ
    เป็นความตั้งมั่นที่ถูกต้อง
    ที่จะสามารถเดินปัญญาต่อไปได้
    ถ้าเราจะเดินปัญญา
    เราต้องพลิกมาเป็นสัมมาสมาธิให้ได้ก่อน
    วิธีการพลิก ก็คือ
    แทนที่เราจะโฟกัสจดจ่อ
    จดจ่อกับนิมิต
    หรืออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ตาม
    เราก็เพิกออกแล้วก็ขยายการรับรู้ขึ้นมา
    จนรู้สึกได้ทั้งตัว
    เกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
    คือ สติเต็มฐานนั่นเอง
    เพราะว่าเมื่อเกิดสัมปชัญญะ
    ที่เรียกว่า รู้สึกตัวทั่วพร้อม
    มันจะไม่ไปโฟกัสแบบนั้น
    จิตจะตั้งมั่นที่เรียกว่า สัมมาสมาธิ
    แล้วมันก็จะรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ด้วย
    พอสติเต็มฐาน
    ก็จะเข้าสู่สภาวะของสัมมาสมาธิขึ้นมาได้เอง
    โดยธรรมชาติ
    ..............................
    ธรรมบรรยาย
    โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร



    ?temp_hash=b996aab05c2556e561bdb093ecc0a521.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  12. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    #ปุจฉา :
    เวลาที่นั่งสมาธิแล้วรู้สึก
    เหมือนกายภายในขยับได้
    มีความรู้สึกว่ากายหยาบยังนั่งอยู่
    แต่กายในเหมือนจะลุกขึ้น
    แต่รู้สึกตัวก่อนจึงกลับมาที่ฐานกาย
    ถ้าฝึกต่อไป กายภายในจะหลุดออกไปไหม?
    มีวิธีป้องกัน และแก้ไขอย่างไรเจ้าคะ?
    .
    #วิสัชนา :
    เป็นสภาวธรรมที่จิตเริ่มเข้าสู่ระดับสมาธิ
    เกิดเรื่องของสภาวะ เรื่องของกายภายใน
    ที่เรียกว่า นามกาย นั่นเองนะ
    จะเกิดตั้งแต่ระดับของปีติเป็นต้นไป
    ที่รู้สึกโยกโคลง หมุนควงอยู่ข้างใน
    แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง นามกายก็สามารถที่จะ
    เคลื่อนออกมาจากกายได้
    อันนี้ส่งให้เราเห็นว่า การปฏิบัติของเรา
    เริ่มเข้าสู่ระดับสมาธินั่นเองนะ
    จิตก็จะพรากจากฐานกาย
    เข้าสู่สภาวธรรมภายใน
    นามกายหลุดออกไป เราจะพบว่า..
    มีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ต่อมา
    ก็คือว่า "สติสัมปชัญญะ" ของเรา
    จะอยู่ที่นามกายที่เคลื่อนออกไปนั่นเอง
    แล้วเราจะได้เรียนรู้เรื่องของกาย
    ที่เราเคยรักเคยหวงแหน
    ก็เป็นเพียงแค่ภาชนะ
    เหมือนภาชนะดินภาชนะหนึ่งเท่านั้นเอง
    ถ้าเราปฏิบัติจนเรา
    เข้าสู่สภาวะของนามกายได้ดี
    การยึดติด ความห่วงหาอาลัยอาวรณ์
    ในร่างกายเรา จะลดน้อยลงไปมาก
    แล้วเราจะเริ่มเข้าใจสภาวะที่ละเอียดขึ้นๆไป
    มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องไปหวงห้ามอะไร
    เราก็แค่รู้.. เรียนรู้.. ยอมรับ
    ทุกสรรพสิ่งก็เป็นเช่นนั้นเอง
    ถ้านามกายมันเคลื่อนออกไป
    ถ้าเราต้องการกลับมา
    เรานึกถึงกาย มันก็จะกลับมาเอง
    เพราะฉะนั้น
    ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ได้
    ค่อยๆฝึกปฏิบัติไป
    .
    .
    โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
    4 เมษายน 2564
    ueVr4FmTJvCEAw9M_XYCWbP&_nc_ohc=M4mgLBTYf68AX-cdgAQ&tn=32SMgKculfo9F24p&_nc_ht=scontent.fbkk22-6.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    “ทำให้คล่อง”
    มีหลายท่านหลังจากนั่งสมาธิจนใจมีความสงบสบาย เมื่อเลิกนั่งก็จะรีบลุกไป เข้าห้องน้ำบ้าง ไปทำธุระอย่างอื่นบ้าง บางคนมีอาการใจสั่น หน้ามืดวูบไป คล้ายคนเป็นลม อาจทำให้เกิดความกลัวจนไม่กล้านั่งสมาธิอีก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ขณะที่เรานั่งสมาธิ ยิ่งใจสงบสงัดได้ระดับ หัวใจของเราจะเต้นช้าลงเอง โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือไม่เคยสังเกต เมื่อกลับมาทำกิจกรรมต่างๆต่อ ทำให้หัวใจที่เต้นช้าๆอยู่นั้น กลับต้องมาทำงานปกติอย่างฉับพลัน อาการเหล่านี้จึงเกิดขึ้น จงอย่ากังวล ถ้าเราทำจนคล่อง ที่เรียกว่า มีความชำนาญในการเข้าฌานออกฌาน อาการเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับเราเลย
    คำสอนของพระอาจารย์เอ
    XekX-XCh_KwLN7-rhy3JMMh6af4MVdhW1koaoX0jPW_&_nc_ohc=l6xJdR6cDfYAX_7et4G&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     
  14. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  15. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    zw6EvaQPZxPpIbC1yDcju95oRDYEvTTLg6fs9cP45D3&_nc_ohc=8SqWHX5Bb50AX8Tud5e&_nc_ht=scontent.fbkk22-6.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
    เมื่อได้รับการเพาะบ่มด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘
    ด้วยสติปัฏฐาน ๔
    เรียกว่า ปลุกพุทธสภาวะขึ้นมา สภาวะรู้ขึ้นมา
    จนเกิดสภาวะ ตื่นรู้ขึ้นมา
    สติมีความตั้งมั่น
    ก็เหมือนสภาวะตื่นรู้
    เหมือนดอกบัวที่มันตูมเต็มที่
    ฐานจิตตั้งมั่น ตื่นอยู่
    เมื่อถึงจุดหนึ่งมันย่อมผลิบานโดยธรรมชาติ
    รู้ตื่น เบิกบาน ก็คือ สภาวธรรม
    จากสัมมาสมาธิ ความตั้งมั่นที่ถูกต้อง
    ก็จะส่งให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “สัมมาญาณ”
    การรู้เห็นตามความเป็นจริง
    ภาษาพระท่านเรียกว่า ยถาภูตญาณทัสสนะ
    การรู้เห็นตามความเป็นจริง
    หรือ ธรรมจักษุ นั่นแหละ
    สัมมาญาณก็ดี สัมมาญาณ
    ก็คือ #วิปัสสนาญาณ ญาณรู้ตามความเป็นจริง
    บางทีพระพุทธองค์ ก็เรียกว่าเป็น สัมมาทิฏฐิ อันเป็นโลกุตระ
    ........................
    ธรรมบรรยาย
    โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร






    jjjZF6pWApib0-08mFhnJxmCWt-op_T53GlQYAPyxbmr&_nc_ohc=pgxTOEJa5_sAX_9nziO&_nc_ht=scontent.fbkk2-4.jpg
     
  17. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
  18. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    21,544
    กระทู้เรื่องเด่น:
    559
    ค่าพลัง:
    +66,842
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...