-
วัดบวรนิวเศวิหาร และ วัดราชบพิธ สองพระอารามหลวงที่คนไทยอยากไปมากในห้วงเวลานี้ เพราะอะไร?
เรื่อง : แมงโก้หวาน ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
ในห้วงเวลานี้ถ้าถามความรู้สึกของคนไทยอยากไปวัดไหนมากที่สุด ก็น่าจะเป็น 2 พระอารามหลวงนี้มากที่สุด วัดแรก คือ วัดบวรนิเวศวิหาร อีกวัดคือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งทั้งสองวัดไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะวัดราชบพิธฯ ถือว่าอยู่ใกล้มาก
ทำไมคนไทยถึงอยากไปสองวัดนี้ ทั้งที่หลายๆ คนก็เคยไปมานับครั้งไม่ถ้วน
นั่นเพราะวันที่ 29 ต.ค.จะมีพระราชพิธีอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร ในเวลา 17.30 น.
ขบวนกองทหารม้านำและตามจะอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรสในพระอุโบสถ จากนั้นอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารมายังวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์
เชื่อว่า 29 ต.ค. ปวงพสกนิกรชาวไทยจะเฝ้าชมริ้วขบวนตลอดเส้นทางที่ริ้วขบวนผ่าน และโดยเฉพาะภายในบริเวณทั้งสองวัดที่จะมีประชาชนไปปักหลักรอตามจุดเจ้าหน้าที่ได้กำหนดไว้แน่นวัดแน่นอน
พระพุทธชินสีห์
ต้องยอมรับว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีความผูกพันกับวัดบวรนิเวศวิหารอย่างเห็นได้ชัด
อย่างแรก วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดที่พระองค์ หลังจากทรงพระผนวชที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และประกอบทัฬหีกรรม ณ พระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็นพระราชอุปัชฌาย์ แล้วได้เสด็จฯ มาประทับ ณ พระตำหนักปั้นหย่า เป็นเวลา 15 วัน
ประการที่สอง พระองค์ทรงเลื่อมใสและเคารพใน สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระราชอุปัชฌาย์มาก และสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฒฺฑโน) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ที่เมื่อครั้งผนวชได้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) จากนั้นในเวลาต่อมา สมเด็จพระญารสังวร ก็ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จสังฆราช โดยในหลวงรัชกาลที่ 9
สำหรับพระพุทธชินสีห์ เชื่อว่าหลายคนอยากทราบเกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์นี้ เนื่องที่ฐานพระพุทธบัลลังก์ของพระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร จะเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9
เดิมที พระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย สร้างขึ้นคราวเดียวกันกับพระพุทธชินราช พระศรีศาสดาและพระเหลือ เดิมประดิษฐานอยู่ในพระวิหารด้านเหนือของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก
ต่อมาพระวิหารทรุดโทรมและขาดการปฏิสังขรณ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ จึงโปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ มุขหลังของพระอุโบสถจัตุรมุข วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปี 2372
ครั้นปี 2380 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ขณะทรงอยู่ในสมณเพศ ได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระพุทธชินสีห์มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถหน้าพระพุทธสุวรรณเขต (อัญเชิญจากวัดสระตะพาน จ.เพชรบุรี) เนื่องจากทรงต้องการขยายทักษิณพระเจดีย์จึงต้องรื้อมุขหลังของพระอุโบสถจัตุรมุขลง
อย่างไรก็ตาม ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ เคยเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงเคยผนวชที่วัดบวรนิเวศวิหารขณะดำรงพระอิสริยยศ “สยามมกุฎราชกุมาร”
ขณะที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกวัดหนึ่งโดยจะบรรจุที่ฐานพระพุทธบัลลังก์ พระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถนั้น เข้าใจว่าเป็นวัดที่สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบันสถิตอยู่ และเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่ได้รับการสถาปนาในรัชกาลปัจจุบันด้วย
สำหรับพระอังคีรสนั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิทรงผ้ามีกลีบ หน้าตัก 2 ศอก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อรัชกาลที่ 5 วัสดุกะไหล่ทองเนื้อแปดหนัก 180 บาท เป็นทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังทรงพระเยาว์
เดิมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงนำไปประดิษฐานที่พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2415
ขอขอบคุณที่มา
https://40plus.posttoday.com/eatandtrip/13139/