หลวงปู่เจี๊ยะ...พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย HONGTAY, 6 ตุลาคม 2013.

  1. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    อุบายของหญิงเทวดา

    เมื่อพระรูปนั้นท่านเข้าที่ภาวนาด้วยอิริยาบท ๓ คือ ยืน เดิน นั่ง ภาวนา หญิงเทวดาก็เข้ามาในจิตภาวนาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เธอมาแปลกแสดงอาการออดอ้อน ทำเป็นมิตรเพื่อนบ้านที่ดี เป็นห่วงเป็นใยเข้ามาหา ยิ้มมาแต่ไกล กล่าวว่า

    “พระคุณเจ้า!. ผู้เจริญ ดิฉันมีกิจธุระบางอย่างจะต้องทำ จะต้องไปจ่ายกับข้าว เพื่อนำปัจจัยสี่มาถวายพระคุณเจ้า ดิฉันขอฝากถ้ำให้พระคุณเจ้าช่วยดูแลหน่อย ดิฉันไปล่ะเดี๋ยวจะสาย ตลาดจะปิด”

    นางพูดแล้วก็ล่องหายไปในเวหา ทำความฉงนให้พระรูปนั้นเป็นอย่างยิ่ง

    “มันจะไปจ่ายกับข้าว ยังไงว้า!” ท่านฉุกคิดขึ้นมาในใจ

    “มันจะหาบมาหรือว่ามันจะซื้อกุ้งหอย ปู ปลา มาผัด มาทอดเอง หรือว่า มันจะทำยังไง คิดแล้วชวนให้งง โว้ย!..”

    ท่านอุทานฮึดฮัดขึ้นมาในใจ จะบอกใครก็ไม่ได้ว่า

    “มีเทวดามาบอกว่าจะไปจ่ายตลาด”

    ช่างเถอะ...เดี๋ยวก็รู้เห็นกันไปเองว่า

    “มันจะไปจ่ายตลาดยังไง”

    คิดยังงี้ท่านก็เงียบเฉยนิ่งรอดูอยู่

    อีกวันสองวันต่อมา ขบวนผู้คนแห่แหน เอิกเกริกเสียงกลองยาวดังตุ้มต๊ะ ตุ้มต๊ะ ตุ้ม! ตุ้ม! บางจังหวะก็โจ๊ะจึ่งจึ้ง จึงโจ๊ะจึ่งจึ้ง! ฟ้อนรำขับร้อง โห่ฮิ โห่ฮิ้ว!ๆ แล้วๆ เล่าๆ ตามสายน้ำปิง ทำให้ลิงค่าง บ่างชะนี ตามลำน้ำแตกกระเจิงหนีกันไปหมด มันคงนึกว่า สงครามโลกจะเกิด หรือไม่ก็โลกจะแตก เพราะไม่เคยมีเสียงทำนองนี้มาก่อน หมู่มัจฉาปาณกชาติที่ดำผุดดำว่ายหากินอยู่แถวนั้น แตกกระเจิงดิ่งพสุธาลงไปใต้ท้องธารา เพื่อรอดูเหตุการณ์ข้างบนว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    เสียงนารีขับร้องฟ้อนรำก็ใกล้เข้ามาเรื่อยเหมือนพลังดูดของแม่เหล็ก ประหนึ่งว่าจะฉุดคร่าเอาดวงใจน้อยๆ ของพระบวชใหม่ ให้ดับดิ้นไปต่อหน้าต่อตา เพราะความเป็นผุ้ที่ยังมีอินทรีย์น้อย เยื่อใยอาลัยกับโลกอยู่ ทำให้ใจพระเต้นตึกๆ ตามจังหวะกลองยาว แต่ไม่แสดงออกทางกาย

    เมื่อขบวนเรือมาถึง มีคนลงมาคลาคล่ำ ใส่ของมาเต็มลำเรือ เรือแทบจะหัก เสียงตีกลองร้องเพลง ดังลั่นสนุกสนานกัน ตามสายน้ำปิงอยู่อย่างนั้น เขาจัดขบวนแห่มาอย่างสวยงาม ปานประหนึ่งว่างานเทศกาลประจำปี เขาเข้ามาแล้วก็เอาของมาถวายพระ เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่า

    “ท่านอาจารย์ พวกผมฝันดีมีโชค ในฝันนั้นบอกว่า ถ้าประสบโชคดีสมหวัง ให้มาทำบุญ ทอดผ้าป่าที่ถ้ำช้างร้อง ที่อุทยานแม่ปิง พวกผมสืบเสาะแสวงหารู้ ก็ได้จัดมาถวายท่านที่นี่”

    จากนั้นมาพระไม่เป็นอันอยู่เป็นสุขในการภาวนา ไกลแสนไกลคนก็มา มาจากที่ต่างๆ มาด้วยความหวังแปลกๆ พระถ้ำช้างร้องดังกระหึ่มใหญ่

    “เอาอีกแล้ว... เป็นเรื่องอีกแล้ว พวกเราไม่ได้อยู่เป็นสุข เหมือนเจตนารมณ์เดิมที่จะออกจากโลกสงสาร คนพลุกพล่านไปมายังกะในเมือง ไม่สงบ เอาอีกแล้ว มันดลบันดาลอีกแล้ว ต้องเป็นอีหญิงเทวดาแก่นี้แน่ที่เล่นงาน กลั่นแกล้งพระอีกแล้ว มันบอกว่าจะไปจ่ายตลาด นี่แสดงว่ามันไปจ่ายตลาดมาแล้ว ข้าวของที่ถ้ำนี้จึงแทบไม่มีที่ปลงวาง มันมาแผนใหม่เพราะแผนเก่าที่มันเคยใช้ไม่ได้ผล มันเป็นเทวดาอหังการไม่ยอมใคร”

    พระรูปดังกล่าวท่านรำพึงรำพันร่ำๆ ภายในใจ
     
  2. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    นิมนต์หลวงปู่เจี๊ยะไปปราบเทวดา

    เรื่องผู้หญิงที่เป็นเทวดาอารักษ์เฝ้าถ้ำนี้ ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาก็เห็น ส่วนภายนอกบริเวณถ้ำนั้น ก็เห็นเช่นเดียวกันเยอะแยะไปหมด

    ในที่สุดเมื่อพวกพระต่อสู้ไม่ไหว และไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกในวันข้างหน้า จึงไปนิมนต์ท่านอาจารย์ใหญ่ (หลวงปู่เจี๊ยะ) มาเพื่อปราบผีและเป็นสิริมงคล

    โดยไปกราบเรียนพระอาจารย์เจี๊ยะว่า

    “ท่านอาจารย์ครับ พวกผมไปภาวนาไปอยู่ถ้ำ ต่อสู้กับภุมเทวดาไม่ไหวแล้ว เนี่ยอะไร เยอะแยะกว่าคนอีก”

    เมื่อท่านรับทราบดังนั้นท่านจึงเดินทางมาที่ถ้ำช้างร้อง เพราะปกติท่านก็เป็นพระที่ชอบอยู่ตามถ้ำ ในป่าลึกๆ มีน้ำท่าสะดวกสบาย บรรยากาศที่ถ้ำช้างร้องก็เป็นดั่งที่ท่านต้องการ

    เมื่อพระอาจารย์เจี๊ยะเข้ามาถึงถ้ำช้างร้องในตอนพลบค่ำ ท่านเข้าที่จำวัด ก่อนนอนนั่งภาวนา ปฏิบัติเป็นวิหารธรรม อยู่ในถ้ำสบายๆ ส่วนพระองค์ที่ไปกราบนิมนต์ท่านมา แอบนึกภายในใจว่า

    “เอาเลยมึงอีแก่! ทีนี้จะแสดงฤทธิ์เดชอะไร เอาเลย อาจารย์ใหญ่ของพวกเรามาแล้ว มึงแสดงให้เต็มที่เลยนะ”

    พอตอนเช้าเท่านั้นแหละพระอาจารย์เจี๊ยะก็พูดขึ้นว่า

    “หมู่เอ้ย!... เมื่อคืนนี้มีหญิงที่เป็นภุมเทวดาเจ้าที่คนหนึ่งเข้ามากราบ นุ่งขาวห่มขาว แต่งตัวเรียบร้อย กิริยาที่กราบงดงามมาก สถานที่นี่เป็นสิริมงคลดีนะ น่าอยู่”

    ท่านพูดแสดงอาการรื่นเริงในธรรมและรมณียสถาน

    สำหรับพระอาจารย์เจี๊ยะแล้วเขาลงใจทุกอย่าง แต่กับพวกเราเขาไม่เคารพเลื่อมใสเลย พวกเราก็รู้อยู่ในใจว่า เขาพยายามจะทดสอบอะไรบางอย่าง ที่เขาไม่เคารพเลื่อมใสคงเป็นเพราะเราไม่ถึงธรรมอย่างพระอาจารย์เจี๊ยะท่าน เขาจึงแสดงกิริยาผิดกันราวฟ้ากับดิน
     
  3. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    บันดาลให้ฟ้าผ่า

    เทวดานี้เขาก็เหมือมนุษย์นั่นแหละ เวลาจะนับถือพระรูปใด หรือจะเอาพระรูปใดเป็นอาจารย์เขาต้องดูให้ดีและต้องทดสอบดูก่อน เรียกว่ามาเหล่ดู ถ้าเขาไม่ชอบก็นินทาเอาเลยเหมือนกัน เรื่องนี้พูดให้ใครฟังเขาก็ว่าบ้าทั้งนั้น เพื่อนพระก็เหมือนกัน เมื่อเป็นดังนั้นจึงต้องทดสอบเพื่อลดความบ้าลง คือลดสิ่งที่คนอื่นเขาคิดว่าเราเป็นบ้าลง จึงให้เณรเขียวไปจุดธูปแล้วอธิษฐาน เณรก็ได้อาสาไปทำตามนั้น เข้าไปกราบพระจุดธูปแล้วอธิษฐานจิตว่า

    “ถ้าถ้ำช้างร้องนี่มีเทวาอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์จริงขอให้แสดงอภินิหารเป็นที่ประจักษ์”

    เมื่อจุดธูปเทียนได้ไม่นานนัก ฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ฟ้าผ่าลงกลางแม่น้ำหน้าแล้ง ๆ ไม่มีเค้าฝน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! สายฟ้าแลบ แปล๊บ! ๆ สายฟ้าฟาดเปรี้ยง! ลงกลางแม่น้ำ ทั้ง ๆ ที่อากาศปกติ ฟ้าจะแลบก่อนแล้วก็ผ่าเปรี้ยง!!!! เปรี้ยง ๆ ๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว น้ำกระเซ็น กระเด็น กลางแม่น้ำหน้าถ้ำ เหตุการณ์นี้ทุก ๆ คนเห็นประจักษ์จึงต้องยอมรับโดยดุษฎี

    พระองค์หนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความพลั้งเผลอตกใจว่า “ว้าย! ผีมีจริง เทวดามีจริง หวื้อ!!! น่ากลัว”

    ตั้งแต่พระอาจารย์เจี๊ยะก้าวเท้าเหยียบแผ่นดินแผ่เมตตา จึงสงบสุขตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

    นี้แหละความวิเศษของพระพุทธศาสนา ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นเรื่องบาป เรื่องบุญ นรก สวรรค์ พระนิพพาน ตลอดจนเทวบุตรเทวดามีจริง จะได้ไม่หลงระเริงเที่ยวสนุกสนาน ทำแต่ความชั่วชนิดที่ไม่มีวันกลัวตาย หรือบางคนหลงถึงขนาดคิดว่า ตายแล้วสูญ

    ตอนที่อยู่ถ้ำช้างร้องนั้น นอกจากแม่เฒ่าที่เป็นอารักษ์อยู่ที่นั่นแล้วบางทีบางคืนยังมีกายทิพย์ เป็นสัตว์วิเศษชนิดต่างๆ มาเยี่ยมกราบพระอาจารย์เจี๊ยะ และบินมาทักทายในนิมิตภาวนา เป็นพวกครุฑ เขาจะบินมาจับบนหลังถ้ำตัวใหญ่มาก นานๆ เขาจะมาทีหนึ่ง เขาเข้ามากราบเรียนว่าเป็นลูกศิษย์ท่านพ่อลี เขาเคารพท่านพอลีมาก

    วันไหนที่เขามา ตอนเช้ามันจะมีเหตุแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ งูจะต้องตาย งูเขียวหางไหม้ หรืองูชนิดต่างๆ เอาเป็นว่าต้องมีงูตาย ถ้าวันไหนครุฑมาตอนกลางคืน วันนั้นต้องมีงูตาย

    บางทีได้กระซิบเณรเขียวว่า เณรเมื่อคืนนี้มีพญาครุฑมา ถ้าพญาครุฑมาต้องมีงูตาย เพราะทุกๆ ครั้งที่เขามาต้องมีงูตาย อันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อพญาครุฑมางูจึงต้องตาย

    เณรเขียวนั้นก็รู้สึกว่าจะไม่ค่อยเชื่อ อันนี้จึงต้องมีการพิสูจน์ คืนไหนพญาครุฑมาต้องรีบบอกเณรก่อนว่า เณรคืนนี้พญาครุฑมาแล้วนะ เณรคอยดูนะจะมีงูตายรึเปล่า เณรไปดูก็มีงูนอนตายอยู่ในถ้ำ ไม่มีรอยแผล รอยถูกตีหรือถูกจิก งูก็ตายไปเฉยๆ อย่างนั้นเอง ต่อมาทั้งพระทั้งเณรก็เชื่อและเคารพในคุณธรรมของพระอาจารย์เจี๊ยะอย่างสนิทใจ ออกจากถ้ำช้างร้องแล้ว ท่านก็เดินทางกลับไปยังวัดอโศการาม
     
  4. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

    [​IMG]

    พรรษาที่ ๔๘ -๖๘ (พ.ศ. ๒๕๒๗ - ๒๕๔๗ มรณภาพ)

    จำพรรษาที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี



    ณ วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม บ้านคลองสระ ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานีภายในขอบเขตแห่งขัณฑสีมา อารามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยคณะศรัทธาได้ถวายที่ดินแก่หลวงตามหาบัว ญาณสมปนฺโน หลวงตาได้นิมนต์หลวงปู่เจี๊ยะมาอยู่เป็นเจ้าอาวาส

    จากท้องทุ่งป่าสนใบดกหนาสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ รายรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจี ได้กลายเป็นอารามป่ากรรมฐานใกล้เมืองกรุงฯ ที่ร่มรื่นอบอวลไปด้วยกลิ่นศีลธรรมของสมณะศิษย์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น และกลิ่นแมกไม้นานาพันธุ์น้อยใหญ่ที่ปลูกขึ้นรายรอบทั่วบริเวณ ๑๔๖ ไร่ ๓ งาน ๘๘ ตารางวา

    ภาพแห่งพระมหาเถระผู้เฒ่า พูดจาเสียงดังฟังชัดออกกิริยาท่าทางไร้มารยา นัยน์ตามีแววมุ่งมั่นรูปหนึ่ง ซึ่งทุกคนเรียกติดปากว่า “หลวงปู่เจี๊ยะ” นั่งสนทนาธรรมกับสานุศิษย์เพียงไม่กี่คนใต้กุฏิเพิงหญ้าหลังเล็ก ๆ มีจีวรเก่ากั้นเป็นฉากหลัง... นี่คือ สมณานญฺจ ทสฺสนํ การเห็นสมณะผู้สงบสันโดษ เป็นมงคลอย่างสูงสุด

    เสียงเทศนาธรรมของท่านกล่อมเกลาจิตใจสานุศิษย์...วันแล้ว...วันเล่า มิได้ขาด

    ในกาลต่อมา ตำนานชีวิตของท่านเริ่มมีผู้เล่าขาน เมื่อหลวงตามหาบัวได้กล่าวชมยกย่องสรรเสริญว่า “เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง เป็นเพชรน้ำหนึ่ง” ที่หาได้โดยยากยิ่ง

    ประชาชนญาติโยม ที่ทราบเรื่องจากทิศานุทิศ ต่างหลั่งไหลมาทำบุญและสนทนาธรรมไม่ขาดสาย ด้วยความเมตตาต่อสัตว์โลกอันไม่มีประมาณ ท่านจึงดำริสร้างกุฏิ ศาลาปูนหลังพอประมาณ ใช้ทำกิจสงฆ์และสำหรับต้อนรับประชาชนญาติโยมที่มาทำบุญและปฏิบัติธรรม จากอารามเล็กๆ จึงกลายเป็นอารามที่ใหญ่โต

    ศาลาวัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน ภาพบูชาของพระบูรพาจารย์คือ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์ตื้อ อจลธมฺโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์ขาว อนาลโย ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


    ด้านข้างศาลามีโรงไฟ สำหรับซักย้อมจีวร ฉันน้ำปานะฯลฯ ถัดจากนั้นไปทางด้านทิศใต้เป็นที่อยู่ของพระภิกษุ ทางด้านทิศตะวันออกเป็นโรงครัวและเขตอุบาสิกาที่เข้ามาพักปฏิบัติธรรม

    ด้านหน้าศาลาเป็นที่ตั้งของภูริทัตตเจดีย์ เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมสร้างด้วยหินอ่อน ภายในปูด้วยหินแกรนิต ยอดทำด้วยทองคำ อันงามสง่าควรค่าแก่การบูชาของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต มีหินแกะสลักรูปพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และของหลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ที่ลูกศิษย์สร้างถวาย

    มีพระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่กว่า ๓๐ รูป ต่างผลัดเวรกันมาดูแลทำความสะอาด พระรูปใดที่ไม่มีหน้าที่ หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้ว จะไปปฏิบัติธรรมอยู่ในกุฏิที่ปลูกอย่างเรียบง่ายในป่า ห่างกันพอประมาณ

    กุฏิสงฆ์ภายในวัดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท

    ๑. กุฏิแบบถาวรเพื่อต้อนรับพระเถระที่ชราภาพ และสำหรับพักฟื้นพระอาพาธที่เดินทางจากต่างจังหวัดมารับการรักษาที่กรุงเทพฯ

    ๒. กุฏิแบบเรียบงาย พอแกการบังแดด ลม ฝน ขนาดกว้างยาวเพียงพอแก่การอยู่เพียงรูปเดียว ฝาผนังใช้ผ้าจีวรเก่ากางกั้น น่าศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง

    ทุกกุฏิจะมีทางจงกรมอย่างน้อย ๑ เส้น ยาวประมาณ ๒๕ ก้าว อยู่ใต้ร่มไม้สนดูร่มเย็นเป็นลานทางปราบกิเลสตัวขี้เกียจขี้คร้าน อานิสงส์ของการเดินจงกรมคือ ทนต่อการเดินทางไกล ทนต่อการบำเพ็ญเพียร มีอาพาธน้อย ย่อยอาหารได้ดี ทำสมาธิได้นาน

    กุฏิแต่ละหลังห่างกันพอประมาณ มีคูน้ำกางกั้น เพื่อให้สัปปายะเหมาะแก่การบำเพ็ญสมณะธรรม...พบอริยะธรรม

    กิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์ที่นี่ คือ ยามเช้าก่อนออกบิณฑบาต พระภิกษุสามเณร ขัดถูปัดกวาดศาลาและบริเวณรอบ ๆ ส่วนพระคิลานุปัฏฐากประมาณ ๘ รูป ก็ผลัดเปลี่ยนกันดูแลหลวงปู่เจี๊ยะในยามอาพาธ มิให้ขาดตกบกพร่อง

    ในเวลาบ่ายโมง พระเณรทั้งหมดมารวมฉันน้ำปานะ บ่ายสามโมงเย็น ทำข้อวัตรปัดกวาดเสนาสนะ ขัดถูกุฏิศาลา บริเวณวัด หน้าวัด ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมอย่างพร้อมเพรียงกัน และกิจวัตรประจำวันที่สำคัญยิ่ง คือการนั่งสมาธิภาวนา เดินจงกรม สร้างสติปัญญามีความเพียรกล้า หาทางแผดเผากิเลสด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามที่หลวงปู่เจี๊ยะสั่งสอน เพื่อดับไฟคือความรุ่มร้อนกระวนกระวายภายในจิตใจให้เหือดแห้งไป

    หลวงปู่เจี๊ยะท่านจะสอนพระเณรอยู่เสมอว่า

    “...พระหัวโล้น ๆ ถ้าสั่งสมจีวรสังฆาฏิ ข้าว น้ำ อาหาร ฯลฯ ไว้มาก ๆ เท่ากับพยายามสั่งสมข้าศึกให้กับตัวเอง ชีวิตพระควรอยู่อย่างบางเบา ไม่ควรมีอะไรเป็นเครื่องกังวล การภาวนาฆ่ากิเลสให้ตายไปจากใจสำคัญที่สุด”

    ความเงียบสงบ และเสียงใบสนต้องลมดังหวิว ๆ คือ บรรยากาศของวัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ที่มีหลวงปู่เจี๊ยะเป็นเจ้าอาวาส
     
  5. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    หลวงตามหาบัวชมเชยในคุณธรรม

    [​IMG]


    หลวงตาได้เล่าเรื่องสร้างวัดป่าภูริทัตฯ และชมเชยในคุณธรรมหลวงปู่เจี๊ยะไว้ว่า...

    เริ่มแรกทีเดียว พี่ชายของท่านนพดล (พระอาจารย์นพดล นนฺทโน) ได้ถวายที่ให้เราสร้างวัด มองหาใครที่จะมารับภาระให้เป็นที่แนใจตายใจ ก็มองเห็นแต่ท่านอาจารย์เจี๊ยะเท่านั้น จึงไปนิมนต์ท่าน พูดเหตุผลให้ฟังว่า

    “เพราะวัดนี้ต่อไปจะเป็นวัดที่แน่นหนามั่นคง จึงควรมีครูบาอาจารย์ที่เป็นหลักเป็นเกณฑ์มาอยู่ ก็มองเห็นแต่ท่านอาจารย์เท่านั้นล่ะ จะพอสงเคราะห์กันได้มั้ย? ญาติโยมแถวนี้ ย่านนี้ เป็นย่านที่พอเหมาะพอดี”

    เมื่อเรานิมนต์ ท่านก็รับด้วยดีนะ

    ....ท่านอาจารย์เจี๊ยะทางด้านจิตใจท่านดี ดีมาตั้งแต่บวชทีแรก พูดถึงธรรมภายในท่าน ท่านดีไม่ใช่ธรรมดา แต่กิริยาภายนอกท่านก็อย่างนั้นแหละ เราจึงบอกเฉพาะในวงศ์ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ที่ไว้ใจได้ เพราะภายนอกกับภายในไม่เหมือนกัน จริตนิสัยของคนเราไม่เหมือนกัน

    แล้วหลวงตาจึงได้กล่าวเตือนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายว่า อย่าไปมองท่านผิดนะ เพราะเรากับท่านอยู่ด้วยกันมานาน รู้กันทุกสิ่งทุกอย่างกับอาจารย์เจี๊ยะ แต่กิริยาภายนอกท่านก็เป็นของท่านอย่างนั้น อย่าดูท่านแบบผิวเผิน อย่าคิดตำหนิว่า ทำไมพระถึงเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวเป็นอกุศลกับตัวเองนะ

    อาจารย์เจี๊ยะ สิ่งภายนอกนี้ทำให้คนรู้สึกไปในทางลบได้ กิริยาท่านภายนอก ท่านว่าอะไรตรงไปตรงมา ก็ท่านเป็นคนจีนลูกเจ๊ก เข้าใจมั้ย?...(หัวเราะ) บ๊งเบ๊ง ๆ อย่างนั้นนะ แต่เวลาเอาภายใน ไม่มีใครเอาละเอียดเท่าท่านนะ เรื่องความละเอียดภายในไม่มีใครสู้ท่าน

    บริขารของพ่อแม่ครูบาอาจารย์มั่นเรียบร้อย ใครไปแตะไม่ได้นะ ใครไปแตะท่านรู้ทันที ผิดนิดหนึ่งท่านรู้ ใคร ๆ มาทำนี้วะ เหอ ๆ ขึ้นเลย คือไปผิดของท่าน ท่านทำไว้เรียบร้อยทุกอย่างนะ เราเองยังไม่กล้าเข้าไปแตะอะไรที่ท่านอาจารย์เจี๊ยะไปทำไว้แล้ว เราไม่เข้าไปแตะเลยนะ เพราะเราสู้ท่านไม่ได้ว่างั้นเถอะ (หัวเราะ) ไม่เห็นพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นได้ตำหนิตรงไหน

    เพราะฉะนั้นอาจารย์เจี๊ยะจึงเป็นลูกศิษย์พ่อแม่ครูอาจารย์ พูดให้ตรง ๆ ไปเลยว่า เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่มั่นก็คืออาจารย์เจี๊ยะนี่องค์หนึ่ง โอ...ท่านเมตตามากนะ เวลาท่านปฏิบัติต่อท่านอาจารย์เจี๊ยะนี่ก็แบบเดียวกัน กับอาจารย์เจี๊ยะนี่ท่านจะไม่พูดธรรมดาละ บ๊งเบ๊งใส่กันเลย (หัวเราะ) แต่เมตตามากนะ

    จากนั้นอาจารย์เจี๊ยะก็มาจำพรรษากับเราในฐานะเป็นเพื่อน ไม่ใช่ฐานะครูฐานะอาจารย์ด้วยกัน ที่วัดป่าบ้านตาด ฐานะเป็นเพื่อนฝูง จำพรรษาด้วยกันที่วัดป่าบ้านตาด เพราะฉะนั้นจึงรู้นิสัยท่านได้ดีทุกอย่าง นิสัยท่านภายนอกไม่น่า แต่ภายในละเอียดลออมากนะ

    ...เพราะนิสัยวาสนาไม่มีใครละได้ นอกจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น พระองค์ทรงละขาด ไม่นำกิริยาของโลกมาใช้เลย

    ...ส่วนนอกนั้น ใครจริตนิสัยเป็นอย่างไร จริตนิสัยนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะภายในจิตใจเท่านั้น คือมีกิเลสอยู่ภายในเท่าใดก็ชำระสะสางกันไป จนถึงขั้นบริสุทธิ์ บริสุทธิ์แล้วกิริยานี้ก็เหมือนเดิม

    ...กิริยาของพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น กิริยาของท่านพลิกไบ่ตามเหตุการณ์ด้วยความรวดเร็วของปัญญา เพราะฉะนั้นใครไปเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับท่านจึงต้องระมัดระวัง ไม่งั้นโดนดุ กิริยาของท่านจับได้เพียงแต่ว่า เป็นนิสัยอาชาไนย คือสง่าผ่าเผย องอาจกล้าหาญคล่องแคล่ว ผู้ใดนอกนั้นสู้ไม่ได้เลย
     
  6. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ปฏิปทาที่ไม่เหมือนใคร

    [​IMG]


    แรกเริ่มทีเดียวมีกระต๊อบหลังเล็ก ๆ มุงด้วยหญ้าคา มีจีวรผืนเก่ากั้นเป็นห้อง เป็นที่หลบแดด หลบฝน เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน มีเตียงทำด้วยไม้ไผ่ทำเป็นที่ฉันและที่นอนใต้ร่มไม้สน ด้านหลังมีคลองน้ำเป็นเขตแดน ท่านอยู่แต่เพียงเดียวดายไม่ค่อยมีลูกศิษย์ แม้แต่คนถิ่นแถวนั้นก็ไม่ค่อยรู้จักท่าน

    การก่อสร้างวัดของท่าน เมื่อเห็นสิ่งของ เช่น เศษไม้ เศษสังกะสีเก่า ๆ เป็นต้น ที่คนเขาทิ้ง ท่านก็จะขอบิณฑบาตมาสร้างกุฏิที่พัก ท่านมัธยัสถ์มากเห็นคุณค่าแห่งของทุกสิ่ง เก็บหอมรอมริบสม่ำเสมอ ทำงานทั้งวัน ตีเหล็กตีขวาน ทุบหิน จนบางครั้งพระลูกศิษย์บางรูปไม่เข้าใจต้องเข้ามากราบเรียนถามท่านว่า

    “หลวงปู่ ผมไม่เข้าใจหลวงปู่เลย ทำไมหลวงปู่ต้องทำอย่างนี้ ต้องทำขนาดนี้ ต้องเป็นอย่างนี้”

    “เฮ้ย!..มันเข้าใจง่าย ๆ ซะที่ไหน ผมอยู่กับปู่มั่น บางทีผมก็ยังไม่เข้าใจเลย ต้องพยายามเข้าใจ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง”

    ท่านตอบห้วน ๆ แล้วจึงตีขวานต่อเสียงดังเพ้ง! เพ้ง! เพ้ง!...

    ...และสอนลูกศิษย์ต่อว่า

    “ในสมัยที่ผมอยู่กับหลวงปู่มั่น ผมต้องอดทนมาก ผมเป็นคนกินยาก แสลงเรื่องอาหาร ผมอยู่กับท่านสามปี สี่แล้ง กินแต่ข้าวเหนียวกับกล้วย อาหารอย่างอื่นมี แต่ผมกินไม่ได้ ถ้าไม่มีกล้วยผมต้องกินแต่ข้าวเปล่า ๆ ทำให้ท้องอืด ไม่ถ่าย อากาศก็หนาวเหน็บถึงกระดูก ตามแขนตามขาผิวแห้งไปหมด ไปขอยากับหลวงปู่มั่นก็ไม่มี เมื่อไม่มียาท้องอืดจะตาย ผมใช้นิ้วล้วงลงไปในลำคอลึก ๆ เพื่อให้อาเจียนออกมา จะได้สบายท้องนิ้วมือนี้แหละเป็นยา ผมยังไม่เคยบ่น เรื่องนี้มีแต่ท่านอาจารย์มหาบัวรู้ คนอื่นไม่รู้ ผมยังไม่เห็นตายเลย”

    พระลูกศิษย์ที่ติดตามท่านมานาน ๆ บางองค์ก็น้อยใจในวาสนาอาจารย์ของตนว่า

    “อาจารย์ของเรานี่ เป็นลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น แต่เวลาเดินทางไปไหนก็ไปสิบล้อ โบกสิบล้อไป หลวงปู่สิม หลวงปู่ชอบ หลวงปู่สาม หรือพระกรรมฐานรุ่นหลังๆ ไปไหนมีรถเก๋งมารับ ถูกนิมนต์ให้ไปเจิมแอร์สยาม รถเบ็นซ์ รถไฟ ฯลฯ มีคุณหญิงคุณนายนับหน้าถือตา อาจารย์ของเราช่างด้อยวาสนาเสียจริง ๆ โบกขึ้นแต่รถสิบล้อ อาจารย์องค์อื่นถูกนิมนต์ไปฉันบ้านนายพล บ้านคุณนาย อาจารย์ของเราพาฉันแต่น้ำพริกกุ้งแห้ง แถมยังยกเว้นกะปิอีก น้ำพริกปลาทูก็ไม่ให้ใส่กะปิ บางทีเพื่อนพระที่เป็นลูกศิษย์อาจารย์อื่น ๆ เขาก็ล้อว่า ‘พวกท่านมีอาจารย์กับเขาทั้งที มักไม่เหมือนคนอื่นเขาน้อ!’ ก็ได้แต่ทำไว้ในใจว่า ‘เอาละวะ ถึงท่านจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราก็มั่นใจในคุณธรรมของท่าน แม้หลวงตาบัวยังชมท่านไม่ขาดปากว่า เป็นผ้าขี้ริ้วท่อทอง’ "

    คิดเพียงเท่านี้ก็เป็นที่ปลงใจสำหรับลูกศิษย์พระกรรมฐาน

    หลวงปู่เจี๊ยะเมื่อเห็นศิษย์คิดอย่างนั้น ท่านก็สอนเป็นธรรมะไพเราะเคาะสนิมใจให้ศิษย์รื่นเริงในธรรมบ้างว่า

    “ท่าน... ธรรมดาว่าชาวนาไม่มีข้าวกิน ย่อมไม่มี...คนดีย่อมไม่มีสิ่งชั่ว...คนใบ้ ย่อมไม่ไปทะเลาะกับคนอื่น...คนตื่น ย่อมไม่มีภัย...คนที่ใจฝึกมาดีย่อมไม่มีไหวหวั่น อยู่ได้ทุกที่ ขี้ได้ทุกทาง”

    เมื่อท่านพูดเสร็จมีพระเดินคู่กันมาสองรูป ท่านจึงตะโกนด่าเสียงดัง

    “เฮ้ย!.. ไอ้ฉิบ... ใครสอนให้ท่านทำอย่างนี้ การเดินเคียงคู่กันแบบนี้ เดินแบบหนุ่มสาวชาวโลก กิริยาแสวงหากิเลสไม่ใช่กิริยาแสวงหาธรรม หลวงปู่มั่นท่านตำหนิอย่างหนัก อย่าทำเด็ดขาด”
     
  7. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ไปเผยแผ่ศาสนาที่สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

    ในปี พ ศ ๒๕๓๘ เกิดอุทกภัยน้ำท่วมวัดป่าภูริทัตตปฎิปทารามเป็นครั้งที่ ๒ หลวงปู่เจี๊ยะได้แสดงนิมิตให้พระลูกศิษย์ที่ไปภาวนาบนดอยอ่างขางเห็นเกือบทุกคืนว่า

    “ลงมา กูจะไปสิงคโปร์”

    พระรูปนั้นเมื่อออกพรรษาก็รีบลงมาจากดอย โทรศัพท์หาโยมที่เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ที่กรุงเทพฯ เขารีบบอกทันทีว่า

    “ครูบา รีบลงมาหลวงปู่จะไปสิงคโปร์”

    เมื่อพระรูปนั้นลงมาก็เข้าไปกราบเรียนท่านว่า

    “หลวงปู่จะไปสิงคโปร์หรือ?”

    หลวงปู่ก็ว่า

    “ก็ไปซี...ไอ้ห่า...กูตะโกนเรียกมึงลงมาตั้งกี่คืนแล้วไม่เห็นมา...ไอ้ห่า..แม่เ-ด”

    หลวงปู่ตบท้ายด้วยสำนวนประจำองค์

    ที่ท่านปรารภเช่นนี้ จะเพราะเหตุอะไร ไม่มีใครอาจสามารถทราบเหตุผลที่แท้จริงได้

    เพราะโดยปกติในระยะหลัง หลวงปู่จะไม่ยอมเดินทางไปที่ไหนไกลๆ ท่านมักจะบ่นเจ็บก้นอยู่เสมอ แต่ด้วยอำนาจของความเมตตาแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ที่หลวงปู่มีต่อสัตว์โลก ไม่ว่าจะเป็นใคร เชื้อชาติไหน ใกล้หรือไกล หากเป็นธรรมที่พอจะสงเคราะห์ให้สัตว์โลกได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว ถึงยากลำบากเพียงใด ท่านจะอุตส่าห์พยายามไปโปรดเสมอ การที่ท่านเดินทางไปต่างไปประเทศในครั้งนี้จึงต้องมีความหมายพิเศษแห่งธรรมภายในที่ท่านรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นแน่แท้
     
  8. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    เอาขวานไปฝากชาวสิงคโปร์

    [​IMG]


    หลวงปู่เดินทางด้วยสายการบินไทย แต่มีเรื่องที่น่าคิดและน่าขำสำหรับครูบาอาจารย์ พระป่าที่ท่านเป็นผู้สละโลกแล้ว มายาของโลกกับท่านจึงต่างกันอยู่มาก

    วันที่ท่านเดินทางไปที่สนามบิน ก่อนขึ้นเครื่อง ต.ม. (ตรวจคนเข้าเมือง) จะต้องตรวจก่อน หลวงปู่สะพายย่ามไม่ยอมให้ ต.ม. ตรวจ เพราะท่านไม่เข้าใจระเบียบของโลกสมัยใหม่

    “เฮ้ย! กูไม่ให้ตรวจ”

    พระก็บอกว่า “ปู่ไม่ตรวจไม่ได้ มันผิดกฎหมาย”

    “เหรอ.. กูไม่รู้”

    เวลา ต.ม. ตรวจข้าวของในย่ามของท่าน เทออกมามี มีด หัวขวานที่ยังไม่ได้ใส่ด้ามหลายอัน ไขควง ๗-๘ เล่ม และเครื่องใช้ต่างๆที่เกี่ยวกับเหล็กที่ท่านตีเอง

    หลวงปู่บอกว่า “มึงดูดีๆ หน่อย เดี๋ยวมันจะขโมยของกู มึงต้องคอยป้องกันกู กูไปดีจะเอาไปฝากคนที่โน่น” ท่านพูดกับพระลูกศิษย์ที่ไปด้วย

    เหตุการณ์ในขณะนั้นตลกขบขันมากก็ตอนที่ ต.ม.ตรวจย่ามของหลวงปู่ ท่านไม่อยากให้เขาตรวจย่ามท่าน แต่มันจำเป็น ย่ามใบนั้นจึงถูกดึงยึกยัก ยื้อกันไปมาระหว่างหลวงปู่กับเจ้าหน้าที่ ต.ม. ดูแล้วน่าตลกและน่ารักดีเหมือนกัน
     
  9. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    การบินไทยบริการดีมาก

    เมื่อขึ้นเครื่องบิน ท่านนั่งชั้น Business Class (ชั้นธุรกิจ) เมื่อท่านนั่งอยู่บนเครื่องบิน

    “โอ้ย! ปวดท้องฉี่โว้ย!” หลวงปู่บอกลูกศิษย์

    “หลวงปู่ห้องน้ำอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวจะพาไป” พระลูกศิษย์หันมากราบเรียน

    “กูไม่ไป กูจะฉี่มันตรงนี้แหละ” ท่านพูดเสียงดังๆ เหมือนอยู่วัด

    “ตรงนี้คนเยอะครับ อายเค้า” พระกราบเรียน

    “เฮ้ย! ไอ้ฉิบหายอายทำไมวะ” ท่านพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แสดงเจตนาที่แท้จริง

    แล้วท่านก็หยิบกระโถนที่นำไปด้วย ฉี่เสียงดังจ๊อกๆ แอร์โฮสเตสเดินผ่านไปมาทำยิ้ม เพราะเขาไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้ และผู้โดยสารอื่นก็นั่งมองด้วยอาการแปลกๆ แต่สำหรับหลวงปู่ท่านไม่เห็นใครเป็นคนแปลกหน้าเลยท่านสบายๆ เมื่อท่านปัสสาวะเสร็จ สจ็วตได้เข้ามาหาพระแล้วพูดว่า

    “ผมจะนำกระโถนไปเทให้ครับ” การบินไทยเขาบริการดีมาก ช่วยเทปัสสาวะของท่านให้โดยไม่รังเกียจเลย
     
  10. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ม.ร.ว.อดุลยกิติ์ กิติยากร ให้กงสุลใหญ่มารับ

    เมื่อเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์ ม.ร.ว.อดุลยกิติ์ กิติยากร สั่งคุณอดิศักดิ์ ซึ่งเป็นกงสุลใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์มารับท่านถึงเครื่องบิน หลวงปู่ถามว่า

    “ใคร ใครนั่น” เพราะท่านไม่ทราบ

    “ผมอดิศักดิ์ครับ เป็นเอกอัครราชทูตประจำสิงคโปร์ครับ หม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ให้มารับหลวงปู่ครับ” ท่านกงสุลใหญ่ตอบ

    “เออ ไป ไป” หลวงปู่พูดสั้นๆ

    หลวงปู่ท่านไม่เป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ชอบทำอะไรสบายๆ จึงไม่รบกวนท่านกงสุลใหญ่ แล้วท่านก็พูดว่า

    “เขาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เราผ่านก็พอแล้ว เราไม่รบกวนเขา”
     
  11. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    คนสิงคโปร์ถูกรางวัลที่ ๑

    [​IMG]
    หลวงปู่พักที่บ้านโยมอ่อนี้ ที่ประเทสิงคโปร์


    ท่านได้เข้าพักบ้านโยมอ่อนี้ และไปเทศนาธรรมที่วัดป่าเลไลยก์ ได้อบรมสมาธิภาวนาทุกคืนพาญาติโยมนั่งสมาธิครั้งละ ๒ ชั่วโมง คนสิงคโปร์พากันแปลกใจว่าพระแก่ๆ ทำไมนั่งไม่ขยับเขยื้อนได้นานขนาดนี้

    ขณะที่ท่านพักอยู่บ้านโยมอ่อนี้ มีวันหนึ่งท่านตื่นนอนช้ากว่าทุกวัน (ปกติพอพระเคาะประตูเรียก ท่านจะให้สัญญาณกระแอมให้รู้ พระจะเข้าไปทำวัตรปฏิบัติต่อองค์ท่าน เช่น เทกระโถนหรือรินน้ำชาถวาย เป็นต้น) แต่วันนั้นท่านนอนเอาจีวรคลุมศีรษะ พระแง้มประตูเปิด แต่ไม่กล้าเข้าไป

    หลวงปู่ดึงผ้าที่คลุมลงมาแล้วเรียกพระด้วยเสียงเบาๆ

    “มานี่ มึงมานี่” แล้วท่านก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรงปุบปับ แล้วพูดออกท่าทางมีรสชาติมากว่า

    “เฮ้ย! เมื่อคืนมันฉิบหายว่ะ” พร้อมกับเอามือตบลงที่หัวเข่าของท่านเองดังป้าบๆ เหมือนสะใจ อะไรบางอย่าง

    “มันฉิบหายว่ะ”

    ท่านย้ำหนักแน่น เมื่อคืนเข้าสมาธิจิตสว่างไสวมาก โอ้โฮ ไม่ได้เข้าจิตอย่างนี้มาหลายปีแล้ว คืออย่างนี้นะ ถ้าใครเข้ามาหาเรา อยากอธิษฐานอะไร อธิษฐานไปเลย มันได้แน่นอน ให้เรียกญาติโยมทุกคนมาฟังธรรม ในวันนี้เราจะแสดงธรรม

    หลังจากท่านแสดงธรรมเทศนาจบลง ท่านได้ปรารภว่า วันนี้ใครปรารถนาอะไรให้อธิษฐานเอา ผลปรากฏว่า มีโยมคนหนึ่งอธิษฐานขอถูกรางวัลที่ ๑ แล้วเขาก็ถูกจริงๆ คนอื่นๆ ที่อธิษฐานอะไร ก็ได้ตามอธิษฐานนั้น เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก
     
  12. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ปราบผีที่ปีนัง

    [​IMG]
    หลวงปู่ที่เกาะปีนัง


    ขณะที่ท่านพักค้างที่บ้านโยมอ่อนี้นั้น มีพระมาจากปีนัง ประเทศมาเลเซีย ชื่อครูบาจำนงมากราบนิมนต์ท่านไปปราบผีมิจฉาทิฏฐิที่เกาะปีนัง ผีดุมาก จะสร้างวัดก็สร้างไม่ได้ เมื่อหลวงปู่ท่านนั่งหลับตาพิจารณาพักหนึ่งท่านก็ตอบว่า “ไป ไปเลย” จากสิงคโปร์นั่งเครื่องบินไปเกาะปีนัง มาเลเซียพอเสร็จจากแผ่เมตตาปราบผีที่ปีนัง ท่านก็เดินทางลงมาเรื่อยๆ ถึงเมืองอีโปว์
     
  13. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    โปรดโยมยูโปว์ เอ็ง ชาวมาเลเซีย

    ที่จังหวัดอีโปว์ หลวงปู่พักที่สมาคมชาวพุทธ มีหญิงจีนชาวมาเลเซียชื่อยูโปว์ เอ็ง อายุ ๖๗ ปี ภาวนามา ๑๘ ปี เกิดปฎิภาคนิมิต เห็นร่างกายเป็นอสุภะ หลับตาเมื่อไรเห็นร่างกายของตนเองในสมาธิภาวนา เปื่อยเน่า ผุพัง บุบสลาย เห็นเป็นกองกระดูก น่าสลดสังเวช และน่าสะพรึงกลัว เธอจึงปรึกษาสามี สามีก็ว่าเธอเป็นบ้า จิตวิปริต เสียสติ เธอจึงเที่ยวเสาะหาครูบาอาจารย์ ทั้งในมาเลเซีย สิงคโปร์ และในที่อื่นๆที่พอจะรู้จัก ก็ให้ภาวนายุบหนอพองหนอ

    พระธรรมทูตในสมัยนั้น ยังไม่มีใครมีความรู้ที่แท้จริงแนะแนวการสอนสมาธิแบบนี้ได้ สอนแค่เพียงให้ดูลม ยุบหนอ พองหนอ แกก็ตอบพระว่า

    “โห ! ท่าน จิตฉันมันไม่ยอมยุบหนอพองหนอแล้ว จิตมันไม่ไปกับคำบริกรรมแล้ว หลับตาลงมันก็เป็นของมันเอง”

    เมื่อเธอไม่มีครูบาอาจารย์ที่พอจะอบรมสั่งสอนได้ จึงหันมาอดอาหาร ขังตัวเองในห้องดูปฎิภาคนิมิตเป็นเวลา ๗ วัน ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปฏิภาคนิมิต อันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้

    จนในที่สุด เมื่อเธอทราบว่าหลวงปู่เจี๊ยะเป็นพระกรรมฐานเดินทางมา จึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบเดินทางมากราบและเล่าความแห่งปฏิภาคนิมิตนั้นให้หลวงปู่เจี๊ยะฟัง หลวงปู่จึงสั่งให้เธอนั่งสมาธิกำหนดปฏิภาคนิมิต แล้วท่านก็สอนทันทีว่า

    “ให้กำหนดจิตเข้าที่เก่าที่เคยเห็น แล้วให้กำหนดเตโชกสิณ ตัดและเผาอสุภะนั้นเสีย อย่าให้เหลืออะไรอยู่อีก”

    พอจิตเธอวางอสุภะนิมิตเท่านั้นแหละ เกิดรวมใหญ่ขึ้นทันที เมื่อเธอถอนจิตออกจากสมาธิแล้วได้ตะโกนร้องไห้โฮๆ พร้อมทั้งน้ำตาด้วยความปีติ อิ่มเอิบใจ กราบแล้วกราบเล่า อุทานพร้อมทั้งตะโกนด้วยเสียงอันดังด้วยความตั้งใจว่า

    “ฉันเจออาจารย์แล้วๆ ๑๘ ปีเพิ่งจะเจออาจารย์ในวันนี้”

    เมื่อพระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร ทราบว่าหลวงปู่ไปต่างประเทศได้โทรศัพท์จากเมืองไทยไปหาหลวงปู่ ท่านจึงบอกว่า

    “จันทร์เรียน ให้มาสิงคโปร์ช่วยกันหน่อย เพราะที่นั่นมีแต่คนภาวนา แต่ไม่มีคนสอน ส่วนเมืองไทย มีแต่คนทำทาน ไม่มีคนภาวนา เราไปช่วยคนภาวนาติดขัดได้คนหนึ่ง มาแค่นี้ก็คุ้มแล้ว” หลวงปู่พูดด้วยความเบิกบานใจ

    หลวงปู่ท่านรักคนภาวนา สาเหตุที่ท่านเดินทางไปสิงคโปร์เพราะมีคนสิงคโปร์มาถามเรื่องภาวนากับท่านบ่อยๆ บางคนมาถามธรรมะข้อเดียวแล้วบินกลับประเทศก็มี หลวงปู่ท่านกล่าวว่า

    "น่าสงสารจริงๆ บินมาถามข้อเดียวก็กลับไป สู้เราไปคนเดียวไม่ดีหรือ จะได้ช่วยเขาเป็นพันๆ หมื่นๆ" ทั้งๆ ที่แสบก้น เจ็บหลัง ก่อนท่านมาสิงคโปร์มีญาติโยมหลายคนห้ามปรามท่าน ท่านก็ดุเอาว่า

    “ไอ้ห่า..งี่เง่า นึกว่าเราไม่มีสติปัญญาหรือไร”

    ท่านได้โปรดญาติโยมที่เมืองอีโปว์แล้วจึงเดินทางไปที่ KL (กัวลาลัมเปอร์) เสร็จจาก KL ก็บินกลับมาที่สิงคโปร์อย่างเดิม พักที่บ้านโยมอ่อนี้
     
  14. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ปราบผีดุมากที่เกาะบาตั้ม

    ในขณะที่พักที่สิงคโปร์ มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่น่านำมาพิจารณาและเป็นคติ คือ มีโยมคนอินโดนีเซียมานิมนต์ท่านไปที่เกาะบาตั้ม อินโดนีเซีย เพราะที่นั่นเขาร่ำลือกันว่าผีดุมาก เฮี้ยนมาก คนงานที่โรงงานล้มป่วยมากโดยไม่ทราบสาเหตุของโรคที่เป็น เจ้าของโรงงานไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะไม่มีใครกล้ามาทำงาน คนงานกลัว หนีหมดเลย หาหมอผีมาจากที่ต่างๆ ก็เอาไม่อยู่ เฮี้ยนมากๆ เขาจึงมานิมนต์หลวงปู่ไป นั่งเรือไฮโดรสปีดจากสิงคโปร์ไปเกาะบาตั้มประมาณ ๔๐ นาที

    เมื่อไปถึงที่โรงงานแห่งนั้น หลวงปู่ท่านอุทานว่า “โอ้โฮ ! ผีเยอะฉิบหายเลย”

    ท่านจึงให้เขาเอาผ้าขาว ผ้าแดง มาเขียนยันต์ แล้วนำมาห่อก้อนหินแล้วจึงนั่งสมาธิปลุกเสก ในขณะที่ทำพิธีอยู่นั้นหลวงปู่กระซิบบอกพระว่า

    “เฮ้ย! อย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวถึงหูอาจารย์มหาบัวเข้า ด่าผมแน่เลย”

    เมื่อปลุกเสกเสร็จ ท่านขึ้นนั่งรถเข็นให้พระเข็นไปตามทิศทางที่ท่านสั่ง

    ท่านกำหนดสมาธิแล้วบอกทิศทางให้พระเขวี้ยงก้อนหินไล่ผีตามที่ท่านสั่ง เดี๋ยวก็ทางซ้าย เดี๋ยวก็ทางขวา เสียงเขวี้ยงดังปัง ปัง ปัง บางทีพระเขวี้ยงไม่ถูกตามจุดที่ท่านส่ง ท่านก็บอกว่า

    “นั่นมันหนีไปทางนั้นแล้ว เข็นๆ ตามมันไป”

    พระรูปนั้นท่านเล่าว่าเหมือนในหนังโปเยโปโลเย ยังไงยังงั้นเลย

    [​IMG]
    พระและญาติโยมที่เกาะปีนังมาทำบุญกับหลวงปู่


    เมื่อพระทำไม่ทันใจท่าน ท่านพยายามลุกขึ้นมาทำเอง เท้าท่านสวมใส่รองเท้าไม่ได้ ท่านเอาเชือกมัดรองเท้าให้ติดกับเท้าแล้วพันๆ หลายๆ รอบ เดินเป๋หน้าเป๋หลัง จวนเจียนจะล้ม

    “มาจับกูหน่อยซิไอ้ห่า กูจะล้มอยู่แล้ว” ท่านตวาดเสียงดัง

    “ไอ้ผีพวกนี้มันหนีไว ชักช้าไม่ได้เราต้องเร็ว”

    เมื่อเสร็จพิธีท่านก็พักอยู่ที่นั่น ๒ วัน จึงเดินทางกลับสิงคโปร์ มาพักที่วัดป่าเลไลยก์ คืนที่พักวัดป่าเลไลยก์นั้นท่านเล่าว่า

    “โอ้โห ผีใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ดำปึ้ดเลย จะมาทับท่าน เกิดมาในชีวิตผมเจอผีดุ ๒ ครั้ง ครั้งแรกที่วัดเขาแก้ว ครั้งนี้ผีดุ แม่งมันใหญ่ฉิบหายเลยจะมาทับ โอ้โห อย่างใหญ่ เมื่อคืนปราบไปเรียบร้อยส่งไปเกิดแล้ว สบาย”

    ท่านพูดจบแล้วหัวเราะยิ้ม ๆ
     
  15. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ท่านพระอาจารย์มั่นเป็นองค์ที่ ๑ อยู่ในหัวใจ

    [​IMG]


    ในขณะที่ท่านเที่ยวโปรดชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปในที่ใดก็ตาม ท่านจะพูดถึงการสร้างเจดีย์ถวายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เสมอ มีอะไรสวยๆ งามๆ ท่านซื้อมาไว้ประดับเจดีย์ ท่านบอกพระติดตามว่า

    “พุงเราเต็มแล้ว” ท่านชี้ที่พุงท่าน (พุงหมายถึงเงิน)

    “เรามีเงินพอแล้วที่จะสร้างเจดีย์ถวายหลวงปู่มั่น ใครไม่ช่วยเราก็ไม่กลัว เรามีเงินพอแล้ว ทำได้สบายเลย ไม่ต้องไปเรี่ยไรคนมาทำบุญ แล้วแต่ใครจะทำบุญ ไม่ทำเราก็พอ”

    หลังจากนั้นเมื่อนั่งรถเดินทางไปที่ไหนๆ เจอหินเป็นไม่ได้ ไปปีนัง อีโปว์ เจอหินโด่เด่ตั้งขึ้นมาตามข้างทางไม่ได้เลย

    “หยุดๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ยู้ด... หยุดรถ ถอย ๆ ๆ ๆ ถอยหลังก่อน”

    ท่านจะโขยกเขยกเดินลงไปดูเอง พระกราบเรียนท่านว่า

    “ปู่ ผมว่าหินนี้ที่เมืองไทยก็มีเยอะแยะ แถวสระบุรี อาจจะมีดีกว่านี้ก็ได้”

    “ไหนๆ ไหนๆ มาแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยวสิ ไอ้โง่ โง่งี่เง่า ไอ้ห่า !”

    พระรูปนั้นโดนด่าพร้อมกับถูกเขกกะบาลไปหนึ่งที

    “โง่ ไม่รู้จักคิด” ท่านย้ำสอนพระรูปนั้นอีก
     
  16. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    หลวงตามหาบัวเป็นองค์ที่ ๒ อยู่ในหัวใจ

    [​IMG]


    ขณะที่อยู่ที่สิงคโปร์ จีวรหลวงปู่ขาดตอนนั่งรถ ขาดเป็นทางยาว

    “จีวรผืนนี้ท่านมหาบัวเย็บให้ผมนะ ขาดได้ยังไงวะ โอ้ย! เสียดายๆ” ท่านเอามือลูบคลำจีวรแสดงอาการเสียดายมาก แล้วท่านก็เย็บเองทั้งๆ ตาก็ไม่ดี และลืมเอาแว่นไปด้วย
     
  17. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    ใช้ปัญญาซิ

    แม้กระทั่งการตากผ้า ก็สอนพระให้ดูทิศทางลม เหมือนตอนที่ท่านอยู่กับพระอาจารย์มั่น โดยท่านสั่งให้พระขึงเชือกที่ถนนอยู่กลางหมู่บ้านที่เป็นคอนโดมิเนียม

    “เค้าไม่ให้ขึงครับ” พระบอก

    “ไอ้ห่า กูให้มึงขึง ขึงไปซิ” หลวงปู่เอ็ดพระ

    พอพระขึงเชือกเสร็จ

    “ไอ้โง่ มึงต้องดูทิศทางลมซิ ขึงยังไง”

    “ก็ปู่ให้ผมขึง” พระตอบแบบกลัวๆ

    “ไอ้โง่ ถ้ากูให้มึงตาย มึงไม่ตายหรือไอ้ห่า ขึงใหม่ หาทิศทางลม เห็นมั้ย ลมมันมาทางนี้ ต้องใช้หัวมั่ง พระโง่ๆ ทั้งนั้น ภาวนาเป็นที่ไหน มันไม่ดึงเชือก ไม่ใช้หัว ใช้ปัญญา ใซ้ปัญญาซิ” ท่านสอนแบบภาคปฎิบัติ
     
  18. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    พระยอดธง

    [​IMG]
    พระยอดธง
    รุ่น ๑ ปี ๒๕๑๕ รุ่น ๒ ปี ๒๕๓๗ รุ่น ๓ ปี ๒๕๔๒



    โยมกันยา (แซ่)โย เป็นชาวสิงคโปร์ มากราบหลวงปู่ ท่านหลับตาแล้วพูดว่า

    “มึงเอาพระยอดธงไป มึงต้องใส่ให้ดีๆนะ”

    “ทำไมครับ”

    “เออ! มึงใส่ดี ๆ”

    พอวันรุ่งขึ้นแกไปทำงาน ตอนกลับแกลืมของที่สำนักงาน กำลังสร้างตึกสูง จึงหันหลังกลับ คล้ายมีใครมาดึงชายเสื้อ พอดีเหล็กข้ออ้อยแท่งเบ้อเริ่มเทิ่มตกลงมาจากข้างบนเฉียดตัวแกในขณะที่เอี้ยวตัวนิดเดียว แกบอก

    “โอ้โห ถ้าอยู่ตรงนี้หัวเละ”

    นึกถึงหลวงปู่ บึ่งมาหาหลวงปู่ทันที และเรียนถามหลวงปู่ว่า

    “ปู่รู้ได้ยังไง เมื่อกี้ผมเกือบตาย”

    “เออ! ไม่ตายแล้ว มึงมีพระคุ้มครอง กูให้มึงไปแล้วนี่”

    จากนั้นแกก็มากราบปู่ทุกปี เพราะบอกว่า “ชีวิตผมถ้าไม่มีปู่ ผมก็ตายแล้ว”

    หลวงปู่เจี๊ยะท่านไปสิงคโปร์ทั้งหมด ๓ ครั้ง คือปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ จากนั้นหลวงปู่บอกว่า

    "ดูจะไม่มีโอกาสมาที่นี่อีกแล้ว ให้บอกโยมที่นี่นะ ถ้าจะไปหาก็ไปเมืองไทย”

    แล้วปู่ก็ไม่ได้ไปอีกเลยจริงๆ
     
  19. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    เก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างภูริทัตตเจดีย์

    [​IMG]


    เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ เข้ามาอยู่ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม เริ่มมีลูกศิษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำอะไรท่านสะดวกมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ท่านยังเก็บหอมรอมริบมัธยัสถ์เสมอมา ตั้งแต่เริ่มแรกที่คนเข้ามาทำบุญทีละเล็กละน้อย ถวายส่วนตัวท่านบ้าง ถวายเนื่องในงานผ้าป่า กฐินบ้าง ท่านจะเก็บเข้าบัญชีธนาคารมาตลอด เรื่องพระคุณของท่านพระอาจารย์มั่น ปรากฏเป็นปัจจุบันธรรมภายในใจของท่านโดยตลอด ท่านทำไว้ในใจเสมอว่า ถ้ามีโอกาสมีบุญจะสร้างเจดีย์ใหญ่ถวายให้ท่านพระอาจารย์ผู้ส่องประทีปธรรม ตามโอกาสและวาสนาอำนวย ไม่รีบเร่ง ท่านปรารภว่า

    “ถ้าเรายังไม่พร้อมเราจะยังไม่สร้าง”

    เมื่อได้โอกาสอันสมควร วันหนึ่งท่านจึงถามพระเขียว ซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากและดูแลการเงินให้ท่านว่า

    “เขียว...เงินในธนาคารทั้งหมดมีเท่าไหร่ ไปเอามานับรวมกันดูซิ”

    เมื่อพระอุปัฏฐากนำเงินทั้งหมดที่ท่านเก็บไว้มานับรวมกันทั้งหมดได้ ๕๐ ล้านบาท ท่านจึงปรารภที่จะสร้างเจดีย์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา

    ตอนแรกท่านริเริ่มจะสร้างบริเวณหลังวัด แต่พิจารณาเห็นว่า การสัญจรไปมาคงไม่สะดวก เสียงรถเข้าออกจะเป็นการรบกวนพระเณรภาวนา ท่านจึงชี้ให้สร้างด้านหน้าศาลาเป็นที่ตั้ง “ภูริทัตตเจดีย์”
     
  20. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,549
    กระทู้เรื่องเด่น:
    146
    ค่าพลัง:
    +147,528
    สร้างภูริทัตตเจดีย์

    [​IMG]


    ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ หลวงปู่เจี๊ยะท่านได้วางศิลาฤกษ์สร้างภูริทัตตเจดีย์ สำหรับบรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ลักษณะรูปร่างทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ของเจดีย์สมัยสุโขทัย แปดเหลี่ยม ความหมายคืออริยมรรคมีองค์แปด มีความกว้าง ๒๒ เมตร (หมายถึง ปัจจยาการ โดยอนุโลมและปฏิโลม รวมเป็น ๒๒ ประการ) ความสูง ๓๗ เมตร (หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ) โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกรนิต ไม้สักทอง ยอดทำด้วยทองคำแท้ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราซ ทรงประทานมา

    ภูริทัตตเจดีย์ เจดีย์แปดเหลี่ยม บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุ ของถูปารหบุคคล คือบุคคลที่ควรสร้างพระเจดีไว้ให้ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายได้สักการะบูชา ดังพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่พระอานนท์ไว้ว่า

    “อานนท์! เจดีย์บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของถูปาหรบุคคล เพียงชนเป็นอันมากยังจิตให้เลื่อมใสว่า เจดีย์นี้เป็นเจดีย์บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พระราชาผู้ทรงธรรม เมื่อชนมีจิตเลื่อมใสในพระเจดีย์นั้นแล้ว วันข้างหน้าถ้าเมื่อเขาตายกายแตกดับไป เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เป็นแน่แท้”

    นอกจากจะเป็นเจดีย์ที่ควรไปสักการะอย่างยิ่งแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้จารึกถึงความรัก ความเคารพ ความกตัญญูที่หลวงปู่เจี๊ยะมีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด
     

แชร์หน้านี้

Loading...