อรหันต์7ขวบ

ในห้อง 'ประวัติและนิทานธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 12 สิงหาคม 2017.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 87 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 87 คน )
  1. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    พระภคุเถระ (ผู้บรรลุธรรมเพราะหกล้ม) | อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์

    PalangDharma
    Sep 9, 2024
    บทที่ ๖๒ : พระภคุเถระ (ผู้บรรลุธรรมเพราะหกล้ม) เสียงบรรยายโดย อ.เพ็ญศรี อินทรทัต

    บทความ : พระภคุเถระ
    พระภคุเถระ ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า ปทุมุตระ ท่านพระภคุเถระนี้ เกิดอยู่ในตระกูลสูง เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ท่านได้บูชาพระธาตุทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นด้วยดอกไม้ทั้งหลายด้วยจิตอันเลื่อมใสศรัทธา ด้วยบุญกรรมนั้น เมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้ว ก็ได้บังเกิดเป็นเทพในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี และเวียนว่ายตายเกิดไป ๆ มา ๆ ในระหว่างเทวโลก และมนุษยโลก
    กำเนิดเป็นเจ้าภคุศากยะในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาทรงอุบัติ
    เมื่อพระโพธิสัตว์ของเราจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต มาถือปฏิสนธิในครรภ์ของอัครมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช และประสูติออกมาทรงพระนามว่าเจ้าชายสิทธัตถะ ท่านก็มาถือปฏิสนธิเป็น เจ้าภคุ แห่งศากยวงศ์ เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าศากยอีกหลายพระองค์ เช่น เจ้าอนุรุทธ เจ้าภัททิยะ เจ้ากิมพิละ เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงเจริญวัยโดยลำดับ ทรงครองเรือนอยู่ ๒๙ ปี แล้วทรงเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ทรงแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณโดยลำดับ ทรงยับยั้งที่โพธิมัณฑสถาน ๗ สัปดาห์ ประกาศพระธรรมจักร ณ ป่าอิสิปตนมิคทายวัน ทรงกระทำการอนุเคราะห์โลก ครั้นเมื่อพระเจ้าสุทโธทนทรงสดับข่าวว่าพระบรมศาสดามายังกรุงราชคฤห์ จึงทรงรับสั่งให้อำมาตย์กาฬุทายี ไปนิมนต์พระบรมศาสดา อำมาตย์กาฬุทายีก็ได้บวชด้วยเอหิภิกขุบรรพชา แล้วพระกาฬุทายีเถระทูลวิงวอนให้เสด็จไปโปรดพระพุทธบิดายัง ณ กรุงกบิลพัสดุ์ ในครั้งนั้นทรงทำพระธรรมเทศนาอันวิจิตรแก่พระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ เมื่อทรงอนุเคราะห์พระญาติแล้ว ทรงให้ราหุลกุมารบรรพชาแล้ว ไม่นานนัก ก็เสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ไปจาริกในมัลลรัฐแล้วเสด็จกลับมายังอนุปิยอัมพวัน
    ขัติยศากยกุมารออกบวชตามเสด็จ สมัยนั้น พระเจ้าสุทโธทนมหาราช ทรงประชุมศากยะสกุลทั้งหลายตรัสให้แต่ละตระกูลในศากยราชวงศ์ส่งขัตติยกุมารออกบวชตามเสด็จ ในครั้งนั้นเล่ากันว่า ขัตติยกุมารถึงพันองค์จึงออกผนวชโดยพระดำรัสครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อขัตติยกุมารโดยมากเหล่านั้นผนวชแล้ว เหล่าพระญาติเห็นศากยะ ๖ พระองค์นี้ คือ ภัททิยราชา อนุรุทธ อานันทะ ภคุ กิมพิละ และ เทวทัต ยังมิได้ผนวชจึงสนทนากันว่า “พวกเรายังให้ลูก ๆ ของตนบวชได้ ศากยะทั้ง ๖ นี้ มิใช่พระญาติหรือจึงมิได้ทรงผนวช”
    เจ้าภคุออกบวชพร้อมด้วยศากยะทั้งห้า เมื่อทรงได้โอกาสตามที่เหล่าพระญาติปรารภข้างต้น จึงได้ทรงออกผนวชตามเสด็จพระพุทธองค์ พร้อมกับเจ้าชายแห่งศากยวงศ์อีก ๕ พระองค์ ครั้งนั้น จึงได้เดินทางออกจากกรุงกบิลพัสดุ์โดยกระบวนพยุหยาตรา ให้เป็นเสมือนเสด็จประพาสราชอุทยาน โดยในครั้งนั้น นายอุบาลีภูษามาลาก็ได้ตามเสด็จด้วยในฐานะมหาดเล็กคนสนิท ครั้นย่างเข้าพรมแดนอื่นแล้ว ก็สั่งให้กระบวนตามเสด็จกลับทั้งหมด ทรงพระดำเนินตามลำพัง ๖ พระองค์ต่อไป พร้อมด้วยนายอุบาลีภูษามาลา เมื่อเห็นว่าได้มาไกลพอสมควรแล้วทั้ง ๖ พระองค์จึงได้ส่งนายอุบาลีภูษามาลากลับและทรงเปลื้องเครื่องประดับออก เอาภูษาห่อแล้วมอบให้กับนายอุบาลีเพื่อใช้เป็นทรัพย์ในการเลี้ยงชีพต่อไป
    ครั้งนั้น นายอุบาลีผู้เป็นภูษามาลา ก็ได้เดินทางกลับพร้อมห่อเครื่องประดับที่ได้รับมานั้น เมื่อเดินทางมาได้ระยะหนึ่งก็ฉุกใจคิดว่า ถ้าเรากลับไปแล้ว เจ้าศากยะในกรุงกบิลพัสดุ์ก็จะคิดว่าเราลวงเจ้าชายมาประหารแล้วชิงเอาเครื่องประดับตกแต่งมา ก็ศากยกุมารทั้ง ๖ นี้ยังทรงผนวชได้ ไฉนเราจึงจะบวชบ้างไม่ได้เล่า เขาจึงแก้ห่อเครื่องประดับแล้วเอาเครื่องประดับนั้นแขวนไว้บนต้นไม้ แล้วพูดว่า ของนี้เราให้แล้ว ผู้ใดเห็น ผู้นั้นจงนำไปเถิด แล้วเดินตามไปเฝ้าศากยกุมารเหล่านั้น ศากยกุมารเหล่านั้น ทอดพระเนตรเห็นอุบาลีผู้เป็นภูษามาลา เดินกลับมาจึงรับสั่งถามว่ากลับมาทำไม นายอุบาลีผู้เป็นภูษามาลาจึงเล่าความให้ทราบ เหล่าขัติยกุมารก็เห็นด้วย จึงพาอุบาลีผู้เป็นภูษามาลาเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลขอบวช โดยทรงขอให้พระพุทธองค์ บวชให้นายอุบาลีนี้ก่อน ด้วยเหตุเพื่อลดมานะความถือตัวของตนเองที่เป็นวงศ์กษัตริย์ เมื่อบวชหลังนายอุบาลีก็ต้องทำความเคารพผู้ที่บวชมาก่อน แม้ผู้นั้นจะเคยเป็นมหาดเล็กรับใช้ก็ตาม พระผู้มีพระภาคจึงโปรดให้อุบาลีผู้เป็นภูษามาลาบวชก่อน ให้ศากยกุมารเหล่านั้นผนวชต่อภายหลัง ฯ ศากยะทั้งหกบรรลุคุณพิเศษ ครั้นบวชแล้ว ท่านพระภัททิยะได้เป็นพระอรหัตถ์เตวิชโช โดยระหว่างพรรษานั้นนั่นเอง ท่านพระอานนท์ได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล พระเทวทัตได้บรรลุฤทธิ์อันเป็นของปุถุชน.ส่วนท่านพระอนุรุทธะ และท่านพระกิมพิละ ออกบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ป่าไม้ไผ่ ชื่อ ปราจีนวังสทายวัน (อุปักกิเลสสูตร) บางแห่งว่า ป่าโคสิงคสาลวัน (จูฬโคสิงคสาลสูตร) ร่วมกับท่านพระนันทิยะ ต่อมาไม่นานท่านก็ทำวิปัสสนากรรมฐาน จนบรรลุเป็นอรหัตแล้ว ได้สำเร็จวิชชา ๓ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ อภิญญา ๖
    *** ขออานิสงค์ในการเผยแพร่ธรรมะนิยาย และร่วมรับฟังธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" นี้จงดลบันดาลให้สำเร็จแก่ ผู้ชม ผู้ฟังทุกท่าน และครอบครัวทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ค้าขายเจริญรุ่งเรือง พรั่งพร้อมด้วยผองญาติและกัลยาณมิตร สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไปเทอญ...สาธุ.
    .. --------------------------------------------------------------
     
  2. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    10 คำถามที่พระพุทธเจ้า "นิ่งเงียบ" และปฏิเสธที่จะตอบ!

    พุทธะศาลา
    Feb 28, 2026

    ในยุคพุทธกาลที่ดินแดนชมพูทวีป ผู้คนมากมายต่างถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายเกี่ยวกับความจริงของจักรวาล โลกนี้มีจุดเริ่มต้นหรือจุดจบหรือไม่? ร่างกายกับจิตวิญญาณคือสิ่งเดียวกันหรือเปล่า? และพระอรหันต์ตายแล้วไปไหน? แต่เมื่อคำถามทั้งสิบประการ หรือที่เรียกว่า "อัพยากตปัญหา" เหล่านี้ถูกนำมาทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์กลับทรงเลือกที่จะ "นิ่งเงียบ" และปฏิเสธที่จะพยากรณ์คำตอบอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพราะพระองค์ไม่รู้และไม่ได้หลบเลี่ยง แต่ความเงียบของพระองค์คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการทำลายมายาคติ เพราะคำตอบของอภิปรัชญาเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ในปัจจุบันขณะได้เลย
    เพื่อดึงสติผู้ที่หลงทางในความคิด พระพุทธเจ้าทรงยกอุปมาเรื่อง "ชายผู้ถูกลูกศรอาบยาพิษ" ที่มัวแต่ตั้งคำถามหาที่มาของลูกศรจนตัวเองต้องขาดใจตาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นความโง่เขลาของมนุษย์ที่เสียเวลาไขว่คว้าหาความจริงของจักรวาล แทนที่จะรีบถอนลูกศรแห่งความทุกข์ที่ปักอกอยู่ นอกจากนี้ยังมีปริศนาเรื่อง "เปลวไฟที่ดับลง" ที่สอนให้เราตระหนักถึงข้อจำกัดของภาษามนุษย์ มาเรียนรู้ศิลปะแห่งการไม่ตอบ และการตระหนักรู้ในปัจจุบันเพื่อดับไฟในใจไปพร้อมกันในตอนนี้ครับ
    ในตอนนี้คุณจะได้ฟัง: 10 คำถามระดับจักรวาล (อัพยากตปัญหา) ที่สั่นสะเทือนวงการนักปราชญ์โบราณ เรื่องราวของ "พระมาลุงกยบุตร" พระภิกษุผู้ท้าทายพระพุทธเจ้าเพื่อทวงถามความกระจ่าง อุปมา "ชายผู้ถูกลูกศรอาบยาพิษ" บทเรียนที่แทงใจดำมนุษย์ทุกคน บทสนทนากับนักบวช "วัจฉโคตตะ" และปริศนาเรื่องทิศทางของเปลวไฟที่ดับลง ทำไมข้อมูลมหาศาลในยุคอินเทอร์เน็ตถึงไม่อาจช่วยเยียวยาความกลัวในจิตใจมนุษย์ได้ ศิลปะแห่งการปล่อยวางและการตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะ
    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: อริยสัจ 4: หนทางแห่งการดับทุกข์ที่แท้จริง กฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ขันธ์ 5 และการละทิ้งตัวตน
    แหล่งข้อมูล: จูฬมาลุงกยสูตร (ว่าด้วยเรื่องอัพยากตปัญหาและอุปมาลูกศรอาบยาพิษ) อัคคิวัจฉโคตตสูตร (บทสนทนาว่าด้วยไฟที่ดับแล้ว) พุทธประวัติและปรัชญาพุทธศาสนาเบื้องต้น
    ----->https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=13&siri=13

     
  3. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    พระปุณณะ ผู้พิชิตแดนเถื่อน ผู้เปลี่ยนเมืองคนบาปให้กลายเป็นแผ่นดินธรรม

    พุทธะศาลา
    Jan 11, 2026

    เมื่อโลกใบนี้เต็มไปด้วยคนใจร้าย เราจะรักษาสุขภาพจิตอย่างไร? ในยุคที่ความก้าวร้าวถูกมองว่าเป็นความเข้มแข็ง และความอ่อนโยนถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ วันนี้พุทธะศาลาขอพาคุณย้อนเวลากลับไปฟังเรื่องราวที่เป็นที่สุดแห่ง "ขันติบารมี"
    พระปุณณเถระ อดีตพ่อค้ามหาเศรษฐีผู้ทิ้งทรัพย์สินมหาศาล เพื่อออกบวชและขอเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่า "ดุร้ายและป่าเถื่อนที่สุด" ท่านต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง? และท่านใช้วิธีคิดแบบไหนในการเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร เปลี่ยนแดนประหารให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์?
    หัวข้อที่คุณจะได้ฟังในตอนนี้ เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ตำนาน แต่คือจิตวิทยาชั้นครูที่จะช่วยให้คุณรับมือกับ Toxic People ในชีวิตจริงได้อย่างอยู่หมัด ด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียวคือ "ใจที่ฝึกมาดีแล้ว" เมื่อโลกสอนให้เราร้ายตอบ เราควรทำอย่างไร รู้จัก "สุนาปรันตะ" ดินแดนเถื่อนที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง จาก CEO กองคาราวานสินค้า สู่ผู้แสวงหาความจริง จุดเปลี่ยนที่เมืองสาวัตถีและการพบพระพุทธเจ้าครั้งแรก บททดสอบ 7 ขั้น: บทสนทนาในตำนานก่อนไปแดนเถื่อน วิธีคิดแบบ "เขายังดีหนอ" (Reframing) เพื่อรักษาใจให้เป็นสุข ชัยชนะที่แท้จริง และที่มาของศาลาไม้จันทน์แดง สรุปข้อคิด: การนำวิธีคิดของพระปุณณะไปใช้ในชีวิตประจำวัน
    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง (แนะนำให้ฟังต่อ) ประวัติพระองคุลีมาล: จากจอมโจรผู้โหดเหี้ยมสู่พระอรหันต์ผู้เปี่ยมเมตตา ขันติบารมี: วิธีฝึกความอดทนให้ใจแกร่งดั่งภูผา วิธีชนะมารในใจตนเอง: บทเรียนจากพุทธชัยมงคลคาถา เรื่องเล่าสมัยพุทธกาล: เศรษฐีใจบุญกับทานบารมีที่ยิ่งใหญ่
    แหล่งข้อมูลอ้างอิง
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ (ปุณโณวาทสูตร) อรรถกถา ปุณโณวาทสูตร
    -------> https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=14&siri=45

     
  4. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    บทที่ ๕๗ : พระปุณณมันตานีบุตรเถระ (ภิกษุสาวกผู้เลิศด้านธรรมกถึก) | อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์

    PalangDharma
    Sep 2, 2024

    ธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" บทที่ ๕๗ : พระปุณณมันตานีบุตรเถระ (ภิกษุสาวกผู้เลิศด้านธรรมกถึก) เสียงบรรยายโดย อ.เพ็ญศรี อินทรทัต
    ภาพปก : บทความ : พระปิงคิยเถระ พระปิงคิยเถระ เป็นศิษย์ของพราหมณ์พาวรีที่ถูกส่งมาทูลถามปัญหาทั้ง 16 ต่อพระพุทธเจ้า ณ ปาสาณเจดีย์ โดยมีอชิตมาณพเป็นหัวหน้าคณะศิษย์ทั้ง 16 ของพราหมณ์พาวรี ต่อมาทั้งหมดได้บรรลุธรรมและอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการช่วยพระพุทธเจ้าเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยนับเนื่องในพระอสีติมหาสาวก 80 องค์สำคัญของพระพุทธศาสนา
    *** ขออานิสงค์ในการเผยแพร่ธรรมะนิยาย และร่วมรับฟังธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" นี้จงดลบันดาลให้สำเร็จแก่ ผู้ชม ผู้ฟังทุกท่าน และครอบครัวทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ค้าขายเจริญรุ่งเรือง พรั่งพร้อมด้วยผองญาติและกัลยาณมิตร สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไปเทอญ...สาธุ...
    :- https://www.dhammahome.com/webboard/topic/34424
     
  5. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
  6. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
  7. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    วินาทีบรรลุโสดาบันของหลวงพ่อชา สุภัทโท

    ปู่ดอน station
    Dec 16, 2020

    หลวงพ่อชา สุภัทโท ท่านติดขัดในสภาวะแห่งภาวนา แก้ยังไงก็แก้ไม่ได้ ท่านจึงธุดงค์ขึ้นภูลังกา หวังให้พระอาจารย์วังแก้ให้
    การที่ท่านได้ไปพบพระอาจารย์วังในครั้งนั้นนำมาซึ่งความสว่างไสวแห่งธรรม ทำให้ท่านได้บรรลุโสดาบัน
     
  8. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    ดุนักใช่ไหม!เผาศาล!มันเลย! ตำนานท่านพ่อลี ธัมมธโรธุดงค์เดี่ยว บุกป่าฝ่าดงไปเจอหมู่บ้านนับถือผี

    ส่องตํานาน Channel
    May 24, 2024

    #ส่องตำนานChannel ที่นี่มีเรื่องราวอาถรรพ์ ลี้ลับจากประสบการณ์ของพระธุดงค์และนักผจญภัยทั่วโลก กดติดตามได้ที่นี่ครับ yt_favicon_ringo2.png / @channel-ke7iy
     
  9. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
  10. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    พวกมึง!รู้จักกู!น้อยเกินไป วิชาลับ! พระธุดงค์ ตำนานอิทธิฤทธิ์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร สุดยอดวิชาอาคม

    ส่องตํานาน Channel
    Sep 1, 2024
    ประวัติหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร---->https://palungjit.org/threads/วิชาล...่หลุย-จันทสาโร-สุดยอดวิชาอาคม.616488/page-119
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤศจิกายน 2026
  11. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย พระอริยะผู้มีปฏิปทาดังไก่ป่า ซ่อนกายาดุจพญาช้างเผือก// ปู่ดอน station

    ปู่ดอน station
    Nov 7, 2021

    หลวงปู่วิไลย์ เขมืโย พระอริยสงฆ์ผู้เป็นศิษย์ทายาทธรรมขององค์หลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล ท่านเป็นพระผู้มีปฏิปทาเรียบง่าย สันโดษ ชอบซ่อนเร้นกายาตามป่าตามเขาตามถ้ำและเงื้อมผา ไม่ต้องการชื่อเสียงใดๆ หลวงตามหาบัวยกย่องท่านให้สานุศิษย์ฟังว่า.. “หลวงพ่อวิไลย์ ศิษย์หลวงปู่ขาว ท่านเหมือนช้างเผือกจริงๆ ท่านคือพระองค์สำคัญองค์หนึ่ง เป็นพระดี”

     
  12. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    บทที่ ๖๗ : พระมหาอุทายีเถระ (ผู้ประกาศว่าได้ดีเพราะพระพุทธเจ้า) | อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์

    PalangDharma
    Sep 14, 2024
    ธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" บทที่ ๖๗ : พระมหาอุทายีเถระ (ผู้ประกาศว่าได้ดีเพราะพระพุทธเจ้า) เสียงบรรยายโดย อ.เพ็ญศรี อินทรทัต ภาพปก : บทความ : พระมหาอุทายีเถระ

    พระมหาอุทายีเถระ เป็นพระเถระผู้ใหญ่องค์หนึ่ง (ในกลุ่มอสีติมหาสาวก) เป็นบุตรพราหมณ์ในเมืองกบิลพัสดุ์ เกิดความเลื่อมใส ในพระพุทธเจ้า เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จไปโปรดพระญาติ จึงออกบวช และได้สำเร็จอรหัตตผล ท่านเป็นพระธรรมกถึกองค์หนึ่ง
    มีเรื่องเกี่ยวกับการที่ท่านแสดงธรรมบ้าง สนทนาธรรมบ้าง ปรากฏในพระไตรปิฎกหลายแห่ง คราวหนึ่งพระอานนท์เห็นท่านนั่งแสดงธรรมอยู่ มีคฤหัสถ์ล้อมฟังอยู่เป็นชุมนุมใหญ่ จึงได้กราบทูลเล่าถวายพระพุทธเจ้า เป็นข้อปรารภให้พระองค์ทรงแสดง ธรรมเทศกธรรม หรือ องค์คุณของธรรมกถึก ๕ ประการ คือ
    ๑. แสดงธรรมไปโดยลำดับ ไม่ตัดลัดให้ขาดความ
    ๒. อ้างเหตุผลให้ผู้ฟังเข้าใจ
    ๓. มีจิตเมตตาปรารถนาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง
    ๔. ไม่แสดงธรรม เพราะเห็นแก่ลาภ
    ๕. ไม่แสดงธรรม กระทบตนและผู้อื่น
    *** ขออานิสงค์ในการเผยแพร่ธรรมะนิยาย และร่วมรับฟังธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" นี้จงดลบันดาลให้สำเร็จแก่ ผู้ชม ผู้ฟังทุกท่าน และครอบครัวทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ค้าขายเจริญรุ่งเรือง พรั่งพร้อมด้วยผองญาติและกัลยาณมิตร สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไปเทอญ...สาธุ...
     
  13. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    มึง!มาทางไหน มึง!ไปทางนั้น! คุณไสยมนต์ดำ! ปะทะอาคม!หลวงพ่อคูณ ถึงกับร้องโหยหวน! ตำนานสยบคุณไสย

    ส่องตํานาน Channel
    Sep 22, 2024
    ส่องตำนานChannel ที่นี่มีเรื่องราวอาถรรพ์ ลี้ลับจากประสบการณ์ของพระธุดงค์และนักผจญภัยทั่วโลก กดติดตามได้ที่นี่ครับ
     
  14. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    lpcoonparisuttho.png
    ประวัติพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ)

    พระเทพวิทยาคม (เกิด คูณ ฉัตร์พลกรัง; 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 – 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558) หรือที่รู้จักในนาม หลวงพ่อคูณ เป็นพระเกจิอาจารย์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พระมหาเถระผู้บริจาคเงินเป็นทานทุนทรัพย์ สร้างอาคารโรงเรียน อาคารวิทยาลัย อาคารมหาวิทยาลัย อาคารและเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลที่ขัดสนเงินงบประมาณจากรัฐบาลที่เงินงบประมาณภาครัฐบาลเข้าไม่ถึง ทุนการศึกษาของเด็กเยาวชน กุฏิ อุโบสถ ศาลา เสนาสนะสงฆ์ของวัดที่รับอุปถัมภ์การก่อสร้าง ผู้สร้างคุณูปการด้านงานสาธารณูปการสงเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมไทย

    ประวัติ
    พระเทพวิทยาคม มีนามเดิมว่า คูณ ฉัตร์พลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466[1] ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายคนโตของบุญ (บิดา) และทองขาว (มารดา) ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาสามคนคือ พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ), คำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ และ ทองหล่อ เพ็ญจันทร์

    โยมบิดามารดาของหลวงพ่อคูณ เสียชีวิตลงขณะที่ลูกทั้งสามยังเด็ก เด็กชายคูณกับน้องสาวทั้งสอง จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่เด็กชายคูณมีอายุราว 6-7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ, พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้งสาม ยังอบรมสั่งสอนคาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้ด้วย เด็กชายคูณจึงมีความรู้ในวิชาไสยศาสตร์มาแต่บัดนั้น[1]

    อุปสมบท
    คูณ ฉัตร์พลกรัง อุปสมบท ณ วัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487[1] ปีวอก อุปัชฌาย์ให้ฉายานามว่า ปริสุทฺโธ หลังจากนั้น หลวงพ่อคูณฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา (ปัจจุบันขึ้นกับ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา) หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คน และลูกศิษย์เป็นอย่างมาก

    หลวงพ่อคูณอยู่ปรนนิบัติรับใช้ หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้เป็นเพื่อนกัน ต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะ มักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิชาอาคมแก่กันเสมอ เวลาล่วงเลยมานานพอสมควร กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่า ลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริก ไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป ระยะแรกหลวงพ่อคูณธุดงค์จาริก อยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกไกลออกไป กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา และอุปาทานทั้งปวง

    หลังจากที่พิจารณา เห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตแดนทางจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับสู่ถิ่นเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำริให้ก่อสร้างวัด ให้เป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2496 นอกจากนั้น หลวงพ่อคูณยังดำริให้สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค ทั้งจัดสร้างโรงเรียนวัดบ้านไร่ เพื่อการศึกษาของเยาวชนละแวกนี้อีกด้วย

    ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2515 หลวงพ่อคูณ ช่วยเหลือชาวบ้านในการเจรจาให้ทอง อ้อจันทึก และจีระ ยาจันทึก โจรปล้นฆ่า ยอมมอบตัว โดยทั้งสองถูกชาวบ้านล้อมไว้หลังจากทอง และจีระก่อเหตุจับชาวบ้านเป็นตัวประกันและขว้างระเบิดมือใส่ชาวบ้านที่พยายามจับกุม แต่ชาวบ้านไม่สามารถจับกุมทั้งสองได้เนื่องจากทั้งสองมีอาวุธปืน หลวงพ่อคูณได้ชี้ให้ทั้งสองเห็นบาปบุญคุณโทษ ทองจึงโยนปืนทิ้งและยอมมอบตัว แต่จีระได้วิ่งหนี หลวงพ่อคูณจึงต้องวิ่งติดตามจีระไปเกือบ 1 กิโลเมตร จนกระทั่งจีระพบว่ามีชาวบ้านดักรอเขาอยู่ด้านหน้า จีระจึงใช้ปืนยิงใส่หลวงพ่อคูณ แต่กระสุนไม่ลั่น หลวงพ่อคูณจึงพุ่งตัวไปกอดรัดจีระ จนจีระล้มลง แล้วกอดรัดทับจีระจากด้านบน จนกำนันและชาวบ้านเอาผ้าขาวม้ามัดมือไพล่หลังจีระ แล้วนำทั้งสองไปส่งที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอด่านขุนทด
    งานการศึกษาสงเคราะห์

    พระเทพวิทยามีบทบาทในการก่อตั้งสถานศึกษาสองแห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และ โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

    วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
    เมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2536 พระเทพวิทยาคม ได้ดำริที่จะสร้างสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาที่สามารถผลิตบุคลากรให้มีวิชาชีพเพื่อใช้ประกอบวิชาชีพได้ โดยไม่ต้องให้เยาวชนเดินทางไปศึกษาที่อื่น ต่อมา นายสำเร็จ วงศ์ศักดา อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษาที่จะจัดสร้างว่า ควรเป็นสถานศึกษาที่จัดการสอนด้านสายอาชีพหรืออาชีวศึกษา จึงจะเหมาะกับท้องถิ่นดังนั้นจึงได้เกิดโครงการจัดตั้ง “วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” ขึ้น ซึ่งนายศุภร บุญเนาว์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา เป็นประธานโครงการนี้ และได้มอบหมายให้นายสำเร็จ วงศ์ศักดา และคณะเป็นผู้ประสานงานดำเนินการ จนกระทั่งวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้ง วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ สังกัดกองวิทยาลัยเทคนิค กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขึ้น โดย พระเทพวิทยาคม สนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน อาคารปฏิบัติการ อาคารหอสมุด อาคารพัสดุกลาง อาคารอำนวยการ บ้านพักครูและนักการภารโรงตลอดจนสาธารณูปโภคอื่น ๆ ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นตามโครงการในปีการศึกษา 2540 ใช้งบประมาณ ไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 พระเทพวิทยาคม มอบเงินให้นายสำเร็จ วงศ์ศักดา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เพื่อพัฒนาวิทยาลัยฯ และตั้งมูลนิธิจำนวน 50 ล้านบาทการนี้จึงได้สร้างอาคารหอสมุดอนุรักษ์พลังงานใช้งบประมาณในการก่อสร้างราคาตามแบบ 32 ล้านบาท ทีมงาน ศ.ดร.สุนทร บุญญาธิการ ออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน คุณพจน์ ธนโชติ บริษัทคูซ่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้ให้ความอนุเคราะห์ก่อสร้าง รวมเฟอร์นิเจอร์ภายในราคา 24 ล้านบาท ต่อมาปี พ.ศ. 2556 วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยเทคนิคคูเมือง วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ และวิทยาลัยาชีวศึกษาสุรินทร์ ควบรวมตั้งขึ้นเป็น สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๕ โดยมีวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นศูนย์กลางของสถาบัน

    โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
    โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนคือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เนื่องในโอกาสที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระญาณวิทยาคมเถร ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2536 โดยเป็นโรงเรียนหน่วยสาขาของ โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด เปิดทำการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีนายนภดล จิตตวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมด่านขุนทด ได้มอบหมายให้ นายสมชาย ทองคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครองมาเป็นผู้ดูแลและส่งครูมาช่วยจัดการเรียนการสอน พระเดชพระคุณหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ได้จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารเรียน 216 ล จำนวน 1 หลัง บ้านพักครู ห้องน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปาภายในโรงเรียนเป็นเงินจำนวน 11 ล้านบาทเศษ และได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2536 โดยท่านอดีตอธิบดีกรมสามัญศึกษา นายบรรจง พงษ์ศาสตร์ และคุณหญิง สมจินตนา ภักศรีวงศ์ อดีตรองอธิบดีกรมสามัญศึกษาในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีและได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดย ฯพณฯ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นประธานมีผู้ร่วมพิธี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายทองขาว โคตรโยธา และนายวีระ บุญญานุวาส เป็นผู้รับมอบอาคารเรียน ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งเป็น “โรงเรียนพระญาณวิทยาคมเถร”

    ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 และโรงเรียนได้เปิดทำการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนและมัธยมศึกษาตอนปลายในปีการศึกษา 2541 ภายหลังบรรดาสานุศิษย์ ข้าราชการ ประชาชนชาวบ้านตำบลห้วยบง และคณะครู อาจารย์ นักเรียน มีความเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” เพื่อเป็นสิริมงคลสมเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ปัญจะ เกสรทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ลงนามเปลี่ยนชื่อโรงเรียน ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2541 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 289 วรรค 2 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และพระราช บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อม ดังนั้น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 5 จึงได้อนุมัติถ่ายโอนภารกิจการจัดการศึกษา โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

    การทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
    สมณศักดิ์, พัดยศ
    มรณภาพ
    เมื่อเวลาประมาณ 05:45 น. ของวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 พนักงานพยาบาลที่ดูแลหลวงพ่อคูณอยู่ที่วัดบ้านไร่ พบว่าหลวงพ่อมีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว จึงรีบแจ้งให้แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลด่านขุนทดมาวินิจฉัยโดยด่วน ซึ่งคณะแพทย์ตรวจประเมินว่า หลวงพ่อคูณหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น จึงปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง อยู่เป็นเวลา 1 ชั่วโมง กระทั่งอาการทรงตัว จึงใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ จากนั้นเมื่อเวลา 08:30 น. จึงรีบส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโดยด่วน พบว่ามีลมรั่วเข้าภายในปอดฝั่งซ้าย และมีเสมหะอุดตันทางเดินหายใจ จึงให้หลวงพ่อพักรักษาตัว ภายในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม (ไอซียู) โดยจัดคณะแพทย์และพยาบาล เฝ้าระวังดูแลอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัญญาณชีพของหลวงพ่อยังไม่คงที่[7]

    %B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_Nasatta_%2887%29.jpg?utm_source=th.wikipedia.jpg
    หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณ จัดแสดงที่ ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี
    จากนั้นคณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช เข้าร่วมทำการวินิจฉัยและรักษา กับคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาด้วย ต่อมาเวลา 20:00 น. คณะแพทย์รายงานผลการตรวจรักษาหลวงพ่อว่า สัญญาณชีพยังไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจ และเครื่องช่วยหายใจ ขณะเดียวกัน มีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก ร่วมกับมีภาวะไตหยุดทำงาน เป็นผลให้ไม่มีปัสสาวะออกจากร่างกาย ทั้งนี้ภาวะผิดปกติที่แทรกซ้อนขึ้นทั้งหมด เกิดจากปอดและหัวใจ หยุดทำงานเป็นเวลานาน[8] และรุ่งขึ้น (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 10:00 น. คณะแพทย์ผู้รักษารายงานว่า มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นผลให้มีเลือดออกในช่องทรวงอก จึงทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์จึงทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง สำหรับภาวะไตหยุดทำงาน คณะแพทย์ใช้เครื่องไตเทียมทำการฟอกเลือด[9]

    จนกระทั่งเวลา 11:45 นาฬิกา คณะแพทย์ออกประกาศแจ้งว่า พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) มีอาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพลงขณะทำการรักษา ภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71[10] ซึ่งในการแถลงข่าวโดยคณะแพทย์ผู้รักษา เมื่อเวลา 12:15 น. น.พ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์อายุรกรรมหัวใจชำนาญการ ผู้รักษาประจำของหลวงพ่อคูณ ในสถานะหัวหน้าคณะแพทย์กล่าวว่า สาเหตุแห่งการมรณภาพ เนื่องจากการหายใจหยุดลง เพราะมีลมรั่วเข้าไปภายในปอด หรือที่เรียกว่าปอดแตก เป็นเหตุให้หัวใจหยุดเต้น เนื่องจากคณะแพทย์ต้องช่วยปั๊มหัวใจ เป็นเวลานานถึง 1 ชั่วโมง ทั้งที่หากสมองขาดออกซิเจนเพียง 4 นาที ก็เข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว หลังจากนำหลวงพ่อมายังโรงพยาบาล ก็พยายามช่วยกันเต็มที่ เมื่อเวลาประมาณ 05:40 น. ยังต้องปั๊มหัวใจเพิ่มถึงสองรอบ แต่ด้วยความที่หลวงพ่อ อยู่ในภาวะที่ไม่รับรู้ใด ๆ นับแต่หมดสติที่วัดบ้านไร่แล้ว เมื่อการหายใจหยุดลง และหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ก็ส่งผลให้อวัยวะอื่นๆ วิกฤตลงตามไปด้วย คือเข้าสู่ภาวะสมองตายตั้งแต่แรก ต่อมาแพทย์พยายามยื้อหัวใจ และต่อมาปอด จนมาถึงไต แต่แล้วสุดท้าย อวัยวะสำคัญก็ล้มเหลวลงทั้งหมด หลวงพ่อจึงถึงแก่มรณภาพดังกล่าว[11]

    จากนั้นมีการเปิดเผยพินัยกรรม ซึ่งหลวงพ่อคูณทำไว้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2543 มีใจความสำคัญระบุให้มอบสังขาร แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายในเวลา 24 ชั่วโมงนับแต่มรณภาพ แล้วให้ทางมหาวิทยาลัยมอบให้แก่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้นำไปศึกษาค้นคว้า ตามวัตถุประสงค์ของภาควิชา สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา และการสวดพระอภิธรรม ขอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบพิธีขึ้นที่คณะเป็นเวลา 7 วัน ส่วนการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้า ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดอย่างเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ ทั้งห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธี อื่นๆ เป็นกรณีพิเศษหรือเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบพิธีเช่นเดียวกับที่จัดให้แก่ อาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ประจำปี ร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผาที่ฌาปนสถานวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (หรือวัดแห่งอื่น) และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำอัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ไปลอยที่แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม โดยมีสักขีพยานประกอบด้วย รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ขณะนั้น), ญาติ, ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ (ขณะนั้น) และนิติกรชำนาญการ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามเป็นหลักฐาน[12]

    ทั้งนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมกันประชุมและลงมติให้ดำเนินการ ตามพินัยกรรมฉบับดังกล่าวทุกประการ โดยไม่มีการนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่เสียก่อน ดังที่มีลูกศิษย์จำนวนหนึ่งร้องขอแต่อย่างใด ซึ่งมีการเคลื่อนสังขารของหลวงพ่อคูณ ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อเวลา 20:00 น.[13] โดยไปถึงศาลา 25 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 22:00 น. เพื่อบรรจุสังขารลงในโลงแก้ว จากนั้นรุ่งขึ้น (วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม) เวลาประมาณ 14:00 น. คณะลูกศิษย์พากันจัดริ้วกระบวน เพื่อเคลื่อนสังขารหลวงพ่อคูณ ไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นเอง เพื่อตั้งสังขารบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 7 วัน ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ถึงวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ระหว่างเวลา 06:00-23:00 น. สำหรับสาเหตุที่ต้องเคลื่อนสังขารอีกครั้ง เนื่องจากศูนย์ประชุมดังกล่าว เป็นสถานที่กว้างขวางสะดวกสบาย สามารถรองรับพุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาสักการะสังขารอย่างทั่วถึง[14]

    ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พวงมาลา 12 พวง โดยมอบหมายให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งพระราชทานโกศโถบรรจุศพ พร้อมฉัตรเบญจาเป็นกรณีพิเศษ[15]

    ในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562 พิธีพระราชทานเพลิงพระศพหลวงพ่อคูณจัดขึ้น ณ เมรุชั่วคราว วัดหนองแวง พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น
    :- https://th.wikipedia.org/wiki/พระเทพวิทยาคม_(คูณ_ปริสุทฺโธ)


     
  15. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ: ข้อพิพาท 8 นครที่ยุติด้วยธรรม

    พุทธะศาลา
    Jan 22, 2026
    หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน กษัตริย์และนครต่างๆ ส่งทูตมาขอส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากมัลลกษัตริย์แห่งกุสินารา จนเกือบเกิดความขัดแย้ง โทณพราหมณ์จึงกล่าวเตือนถึงคำสอนเรื่องขันติ และแบ่งพระธาตุเป็น 8 ส่วนอย่างเป็นธรรม

    คลิปนี้เล่าเหตุการณ์ตามมหาปรินิพพานสูตร
    ข้อคิด: ความขัดแย้งยุติได้ด้วยการระลึกถึงคุณธรรมและการแบ่งปันอย่างเป็นธรรม
    English: The division of the Buddha's relics among eight claimants, settled peacefully by the brahmin Dona, as told in the Mahaparinibbana Sutta. Takeaway: disputes can be resolved by recalling virtue and sharing fairly.
    แหล่งที่มา / Source: เรียบเรียงจากมหาปรินิพพานสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค
     
  16. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    บทที่ ๖๓ : พระเมฆิยเถระ (พุทธอุปฐากผู้อยากบรรลุธรรม) | อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์

    PalangDharma
    Sep 10, 2024
    ธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" บทที่ ๖๓ : พระเมฆิยเถระ (พุทธอุปฐากผู้อยากบรรลุธรรม) เสียงบรรยายโดย อ.เพ็ญศรี อินทรทัต

    ภาพปก :
    บทความ : พระเมฆิยเถระ
    พระเมฆิยเถระ หาหลักฐานในด้านชาติภูมิยังไม่พบ มีหลักฐานแต่ในช่วง ที่ท่านได้อุปสมบทแล้ว ซึ่งท่านได้เคยเป็นผู้อุปัฏฐาก พระบรมศาสดาองค์หนึ่ง ซึ่งมีในเรื่องอุทาน มีความว่า
    ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ จาลิกบรรพต ในกรุงจาลิกา ที่ท่านพระเมฆิยะเป็นอุปัฏฐาก วันหนึ่ง ท่านพระเมฆิยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลลาพระองค์ เข้าไปบิณฑบาตในชันตุคาม เมื่อได้รับพระพุทธานุญาตแล้ว เวลารุ่งเช้า ได้เข้าไปบิณฑบาตในบ้านนั้น เมื่อเวลากลับจากบิณฑบาต เดินมาตามริมฝั่งแม่น้ำกิมิกาฬา ได้เห็นสวนมะม่วง มีอากาศร่มเย็น เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ ใคร่จะกลับมาทำความเพียร ที่สวนนั้น
    ถูกวิตก ๓ ประการครอบงำ ครั้นกลับมาแล้ว จึงเข้าไปกราบทูลลาพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ตรัสห้ามว่า ดูก่อนเมฆิยะ เธอจงรอก่อน ดังนี้ถึง ๓ ครั้ง ท่านพระเมฆิยะ ไม่เชื่อพัง กราบทูลลา แล้วลุกขึ้นจากอาสนะ ถวายบังคมพระองค์ แล้วหลีกไปบำเพ็ญเพียร อยู่ในสวนมะม่วงนั้น แต่หาได้สำเร็จมรรคผลอันใด สมตามความประสงค์ไม่ เพราะถูกวิตกสาม(กามวิตก,พยาบาทวิตก,วิหิงสาวิตก) เข้าครอบงำ จึงกลับมาเฝ้า กราบทูลเนื้อความนั้นให้พระองค์ทรงทราบ
    วิธีระงับวิตก ๓ ประการ พระองค์จึงตรัสสอน วิธีระงับวิตกสามประการนั้น โดยชั้นต้น ตรัสสอนให้ตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการคือ
    ๑. เป็นผู้มีกัลยาณมิตร
    ๒. เป็นผู้มีศีลสำรวมในพระปาฏิโมกข์
    ๓. เป็นผู้พูดวาจาเป็นสุภาษิต (วาจาที่ขัดเกลา คือพูดแล้วไม่นำมาซึ่งโทษ มีแต่จะนำมาซึ่งประโยชน์โดยส่วนเดียว)
    ๔. เป็นผู้มีความเพียรบากบั่น
    ๕. เป็นผู้มีปัญญา
    และตรัสให้เจริญธรรมอีก ๔ อย่าง คือ อสุภะ เพื่อจะได้ละซึ่งราคะ, เมตตา เพื่อจะได้ละพยาบาท, อานาปานสติ เพื่อจะได้ตัดเสียซึ่งวิตก และอนิจจสัญญา เพื่อจะได้ถอนขึ้นเสียซึ่งอัสมิมานะ
    บรรลุพระอรหัตตผล
    ท่านพระเมฆิยะ ตั้งอยู่ในโอวาทที่พระบรมศาสดา ทรงตรัสสั่งสอนไม่ประมาท อุตส่าห์บำเพ็ญเพียร ก็ได้สำเร็จพระอรหัตผล เป็นพระอริยบุคคล นับเข้าในพระสาวกผู้ใหญ่รูปหนึ่ง.
    *** ขออานิสงค์ในการเผยแพร่ธรรมะนิยาย และร่วมรับฟังธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" นี้จงดลบันดาลให้สำเร็จแก่ ผู้ชม ผู้ฟังทุกท่าน และครอบครัวทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ค้าขายเจริญรุ่งเรือง พรั่งพร้อมด้วยผองญาติและกัลยาณมิตร สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไปเทอญ...สาธุ...
    --------------------------------------------------------------
     
  17. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840
    บทที่ ๖๔ : พระกิมพิลเถระ (ผู้สลดใจในความแปรเปลี่ยน) | อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์

    PalangDharma
    Sep 11, 2024

    ธรรมะนิยาย ชุด "อนุพุทธประวัติ ๘๐ พระอรหันต์ เอตทัคคะ" บทที่ ๖๔ : พระกิมพิลเถระ (ผู้สลดใจในความแปรเปลี่ยน)
    เสียงบรรยายโดย อ.เพ็ญศรี อินทรทัต
    ภาพปก : บทความ : พระกิมพิลเถระ
    พระกิมพิละ ถือกำเนิดในตระกูลศากยวงศ์ในกรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อเจริญเติบโตแล้ว อนุรุทธศากยกุมารได้มาชักชวนให้ออกบวชในพระพุทธศาสนา กิมพิลศากยกุมารมีความพอใจตกลงจะออกบวชด้วย จึงพร้อมด้วยศากยกุมารอีก ๔ พระองค์ คือ ภัททิยะ,อนุรุทธะ,อานันทะ,ภคุ, และโกลิยกุมารอีกหนึ่งองค์ คือ เทวทัต รวมทั้งอุบาลีผู้เป็นนายภูษามาลาด้วยก็เป็น ๗ พากันเสด็จออกจากพระนครพร้อมด้วยจาตุรงค์เสนา
    เมื่อเสด็จถึงพรมแดนแห่งพระนครแล้วจึงให้พวกจาตุรงค์เสนากลับคืนพระนคร และเปลื้องเครื่องประดับสำหรับทรงมอบให้แก่อุบาลีภูษามาลา แล้วสั่งให้กลับพระนครเพื่อจำหน่ายเครื่องประดับนั้นเลี้ยงชีพ แต่อุบาลีหามีความพอใจไม่ใคร่จะออกบวชด้วย จึงได้แขวนเครื่องประดับสำหรับทรงนั้นไว้ที่ต้นไม้ และทูลความประสงค์ของตนให้ศากยกุมารเหล่านั้นได้ทราบ กิมพิละพร้อมด้วยศากยกุมารเหล่านั้นได้พาอุบาลีตามเสด็จไปด้วย ครั้นถึงอนุปิยนิคม แคว้นมัลละซึ่งเป็นที่ ๆ พระบรมศาสดาประทับอยู่แล้วเข้าไปทูลขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาก็ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุ
    เมื่อกิมพิละได้อุปสมบทแล้วเป็นผู้ไม่ประมาท ตั้งใจบำเพ็ญความเพียรในวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ช้าไม่นานก็ได้บรรลุพระอรหัตตผลเป็นอเสขบุคคลในพระพุทธศาสนา ต่อมาเมื่อท่านดำรงเบญจขันธ์อยู่โดยสมควรแก่อายุขัยแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน

     
  18. supatorn

    supatorn ทีม ธรรมทาน ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    64,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,840

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...