เรื่องเด่น อิทธิปาฎิหาริย์เทวดา สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

ในห้อง 'เสียงธรรม' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 25 สิงหาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "ฝึกธรรม..ทุกที่ทุกเวลา" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on Oct 15, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "ชีวิต..ความตาย" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on Oct 15, 2017
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • photo.jpg
      photo.jpg
      ขนาดไฟล์:
      2.7 KB
      เปิดดู:
      98
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "ภาวนา&กรรมฐาน" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    07 - พูดถึงจุดหมาย ก็เลยจะไปให้ถึงปรมัตถ์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on Sep 29, 2017
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • photo.jpg
      photo.jpg
      ขนาดไฟล์:
      2.7 KB
      เปิดดู:
      95
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "กรรม..ไม่ง้อใคร" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on Nov 15, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "กรรม..ไม่ง้อใคร" # ๒ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on Nov 15, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2018
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    จิตวิญญาณแบบแม่มด แบบฮิปปี้ หรือแบบฤาษี ฯ พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตฺโต )

    จากเทพสูงสุด สู่ธรรมสูงสุด พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตฺโต )

    เสรี ลพยิ้ม
    Published on Aug 22, 2014
    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) - CD213 จะถือพุทธ และรักษาธรรมได้ เรื่องอย่างนี้ต้องเข้าใจอย่าให้เพี้ยน
    วัดญาณเวศกวัน ต.บางกระทึก อ.สามพราน จังหวัดนครปฐม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • photo.jpg
      photo.jpg
      ขนาดไฟล์:
      4.3 KB
      เปิดดู:
      93
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 เมษายน 2018
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    601005 อย่าทำตัวเป็นคนใบ้แบกขวดเปล่า โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต) Live

    รู้จักบ้านของตัวเองไว้ 601213 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต) Live

    พุทธธรรม Buddhadham
    Published on Dec 12, 2017
    ไตรปิฎก “ปิฎกสาม”; ปิฎก แปลตามศัพท์อย่างพื้นๆ ว่า กระจาดหรือตะกร้าอันเป็นภาชนะสำหรับใส่รวมของต่างๆ เข้าไว้ นำมาใช้ในความหมายว่า เป็นที่ รวบรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่จัดเป็นหมวดหมู่แล้ว โดยนัยนี้ ไตรปิฎก จึงแปลว่า “คัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ (และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธ-ศาสนา) ๓ ชุด” หรือ “ประมวลแห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย ๓ หมวด” กล่าวคือ วินัยปิฎก สุตตันต-ปิฎก และ อภิธรรมปิฎก พระไตรปิฎกบาลีได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่มหนังสือด้วยอักษรไทยครั้งแรกในรัชกาลที่ ๕ เริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ เสร็จและฉลองพร้อมกับงานรัชดาภิเษกใน พ.ศ. ๒๔๓๖ แต่ยังมีเพียง ๓๙ เล่ม (ขาดคัมภีร์ปัฏฐาน) ต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๘ ในรัชกาลที่ ๗ ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ใหม่เป็นฉบับที่สมบูรณ์ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๖ เรียกว่า สฺยามรฏฺฐสฺส เตปิฏกํ (พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ) มีจำนวนจบละ ๔๕ เล่ม
    พระไตรปิฎกมีสาระสำคัญและการจัดแบ่งหมวดหมู่โดยย่อ ดังนี้
    ๑. พระวินัยปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและการดำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ แบ่งเป็น๕ คัมภีร์ (เรียกย่อหรือหัวใจว่า อา ปา ม จุ ป) คือ ๑. อาทิกัมมิกะ หรือปาราชิก ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติหนักของฝ่ายภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่ปาราชิกถึงอนิยต ๒. ปาจิตตีย์ ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติเบา ตั้งแต่นิสสัคคิยปาจิตตีย์ถึงเสขิยะ รวมตลอดทั้งภิกขุนีวิภังค์ทั้งหมด ๓. มหาวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนต้น ๑๐ ขันธกะ หรือ ๑๐ ตอน ๔. จุลวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนปลาย ๑๒ ขันธกะ ๕. ปริวาร คัมภีร์ประกอบหรือคู่มือ บรรจุคำถามคำตอบสำหรับซ้อมความรู้พระวินัย
    พระวินัยปิฎกนี้ แบ่งอีกแบบหนึ่งเป็น ๕ คัมภีร์เหมือนกัน (จัด ๒ ข้อในแบบต้นนั้นใหม่) คือ
    ๑. มหาวิภังค์ หรือภิกขุวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข์(ศีล ๒๒๗ ข้อ) ฝ่ายภิกษุสงฆ์
    ๒.ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข์ (ศีล ๓๑๑ ข้อ) ฝ่ายภิกษุณีสงฆ์
    ๓.มหาวรรค
    ๔. จุลวรรค
    ๕. ปริวาร
    บางทีท่านจัดให้ย่นย่อเข้าอีก แบ่งพระวินัยปิฎกเป็น ๓ หมวด คือ
    ๑.วิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข์ทั้งฝ่ายภิกษุสงฆ์และฝ่ายภิกษุณีสงฆ์ (คือ รวมข้อ ๑ และ ๒ ข้างต้นทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน)
    ๒. ขันธกะ ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ ทั้ง ๒๒ ขันธกะหรือ ๒๒ บทตอน (คือรวมข้อ ๓ และ ๔ เข้าด้วยกัน)
    ๓. ปริวาร คัมภีร์ประกอบ (คือข้อ ๕ ข้างบน)

     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    ชิวีตพระในสมัยพุทธกาล ปาฏิโมกข์ 600623 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตมหาเถระ) live

    จะพูดกันก็มาที่ธรรมสภา ถึงเวลาวิเวกก็ไปเข้าป่า 600723 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตมหาเถระ)

    พุทธธรรม Buddhadham

    Published on Jun 29, 2017
     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    สังฆะ สังคม ไม่มีสงคราม โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตตมหาเถระ) live

    พุทธธรรม Buddhadham
    Published on Jul 9, 2017

    สังฆะ สังคม ไม่มีสงคราม โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตตมหาเถระ) ณ วัดญาณเวศกวัน วันที่ ๘ กรกฏาคม ๒๕๖๐
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "ใช้ชีวิต..สุขที่สุด" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    "พัฒนา..ความสุข" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    307 - อยากเก่ง ดี มีสุข เลิศปัญญา ก็รีบสร้างปราโมทย์ขึ้นมา - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    punjanin

    Published on Jan 24, 2018
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มีนาคม 2018
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    ปฏิจจสมุปบาท ตอนที่ ๑ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตฺโต )

    ปฏิจจสมุปบาท ตอนที่ ๒ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ.ปยุตฺโต )

    แสงธรรมนําชีวิต
    Published on Aug 7, 2016

     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    โพธิปักขิยธรรม ตอนที่ ๑ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

    โพธิปักขิยธรรม ตอนที่ ๒ โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

    แสงธรรมนําชีวิต
    Published on Aug 5, 2016



     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    โพธิปักขิยธรรม คือ ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ ประกอบด้วยธรรมะ 7 หมวด คือ
    สติปัฏฐาน 4, สัมมัปปธาน 4, อิทธิบาท 4, อินทรีย์ 5, พละ 5, โพชฌงค์ 7, มรรคมีองค์ 8 รวมเป็น 37 จึงเรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37
    1.) สติปัฏฐาน 4 คือ การเจริญสติระลึกรู้
    1. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ การหมั่นคิดใคร่ครวญโดยเน้นที่เรื่องรูปธรรม
    2. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ การหมั่นคิดใคร่ครวญโดยเน้นที่เรื่องนามธรรมในส่วนความรู้สึกจากสัมผัส
    3. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ การหมั่นคิดใคร่ครวญโดยเน้นที่เรื่องนามธรรมในส่วนของการรับรู้
    4. ธรรมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ การหมั่นคิดใคร่ครวญโดยเน้นทุกเรื่องทั้งรูปธรรมและนามธรรม
    2.) สัมมัปปธาน 4 คือ ความเพียรพยายาม
    1. สังวรปธาน คือ เพียรระวังยับยั้งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น
    2. ปหานปธาน คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
    3. ภาวนาปธาน คือ เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีขึ้น
    4. อนุรักขนาปธาน คือ เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่น
    3.) อิทธิบาท 4 คือ ทางแห่งความสำเร็จในกิจอันเป็นกุศล
    1. ฉันทะ คือ ความพอใจและเต็มใจ
    2. วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม
    3. จิตตะ คือ ความเอาใจใส่ จิตใจจดจ่อ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่าน
    4. วิมังสา คือ ปัญญาที่พิจารณาใคร่ครวญ หาเหตุผล เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
    4.) อินทรีย์ 5 คือ ธรรมที่ทำหน้าที่เป็นใหญ่ในอารมณ์
    1. สันธินทรีย์ คือ ความศรัทธาเป็นใหญ่
    2. วิริยินทรีย์ คือ ความเพียรเป็นใหญ่
    3. สตินทรีย์ คือ สติที่ระลึกรู้ในอารมณ์ปัจจุบันเป็นใหญ่
    4. สมาธินทรีย์ คือ การทำจิตให้เป็นสมาธิตั้งมั่นจดจ่ออยู่ในอารมณ์กรรมฐาน
    5. ปัญญินทรีย์ คือ ปัญญาทำหน้าที่เป็นใหญ่ด้วยการรู้แจ้ง
    5.) พละ 5 คือ ธรรมอันเป็นกำลังที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรค
    1. สัทธาพละ คือ ความเชื่อ เลื่อมใส ศรัทธาที่เป็นกำลังให้อดทน และเอาชนะธรรมอันเป็นข้าศึก เช่น ตันหา
    2. วิริยะพละ คือ ความเพียรพยายาม เป็นกำลังให้ต่อสู้กับความขี้เกียจ
    3. สติพละ คือ ความระลึกได้ในอารมณ์สติปัฏฐาน อันจะเป็นกำลังให้ต้านทานความประมาทพลั้งเผลอ
    4. สมาธิพละ คือ ความตั้งมั่นจดจ่ออยู่ในอารมณ์กรรมฐาน ทำให้เกิดกำลังต่อสู้เอาชนะความฟุ้งซ่าน
    5. ปัญญาพละ คือ เป็นกำลังปัญญาที่เข้มแข็ง ซึ่งทำให้เอาชนะโมหะ คือความโง่ ความหลง
    6.) โพชฌงค์ 7 คือ ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้
    1. สติสัมโพชฌงค์ คือ ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง
    2. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ คือ ความเฟ้นธรรม ความสอดส่องสืบค้นธรรม
    3. วิริยสัมโพชฌงค์ คือ ความเพียร
    4. ปีติสัมโพชฌงค์ คือ ความอิ่มใจ
    5. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ คือ ความสงบกายใจ
    6. สมาธิสัมโพชฌงค์ คือ ความมีใจตั้งมั่น จิตแน่วในอารมณ์
    7. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ คือ ความมีใจเป็นกลาง เพราะเห็นตามเป็นจริง
    7.) มรรคมีองค์ 8 คือ หนทางปฏิบัติที่นำไปสู่การบรรลุมรรคผลนิพพาน
    1. สัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาเห็นชอบ หมายถึงเห็นถูกตามความเป็นจริงด้วยปัญญา
    2. สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ หมายถึง การใช้สมองความคิดพิจารณาแต่ในทางกุศลหรือความดีงาม
    3. สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ หมายถึงการพูดสนทนา แต่ในสิ่งที่สร้างสรรค์ดีงาม
    4. สัมมากัมมันตะ คือ การประพฤติดีงาม ทางกายหรือกิจกรรมทางกายทั้งปวง
    5. สัมมาอาชีวะ คือ การทำมาหากินอย่างสุจริตชน
    6. สัมมาวายามะ คือ ความอุตสาหะพยายาม ประกอบความเพียรในการกุศลกรรม
    7. สัมมาสติ คือ การไม่ปล่อยให้เกิดความพลั้งเผลอ จิตเลื่อนลอย ดำรงอยู่ด้วยความรู้ตัวอยู่เป็นปกติ
    8. สัมมาสมาธิ คือ การฝึกจิตให้ตั้งมั่น สงบ สงัด จากกิเลศ นิวรณ์อยู่เป็นปกติ
     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    ประเด็นพิจารณา อัตตา อนัตตา นิพพาน และ สัพเพ ธัมมา - ธรรมทั้งปวง ---------------
    -- สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตาสิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา ไม่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ข้อนี้พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ ----
    ดังนั้น อนัตตาต้อง เป็นสิ่งที่ สิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา -เนตังมะมะ ไม่เป็นเรา -เนโสมหสมิ ไม่ใช่ตัวตนของเรา -นเมโสอัตตา นี่คือคุณสมบัติของ อนัตตา อนัตตาไม่ได้ตรงกันข้ามกับ อัตตา แต่ อัตตาจะตรงข้ามกับ นถิตา เพราะ นถิตา คือ ไม่มีทุกอย่าง ซึ่งอนัตตาไม่ได้ไปในส่วนสุดทั้งสอง เพราะเป็น ตัวตนชั่วคราว นี่แหละเรียกว่า อนัตตา ----- เราจึงโยงได้ว่า ไม่เที่ยง - เป็นทุกข์ - เป็นอนัตตา อนิจจัง - ทุกขัง -อนัตตา ---
    นิพพาน ----
    - ภิกษุ! ในปัญหานั้น คำตอบมีดังนี้ :- “สิ่ง” สิ่งหนึ่งซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง เป็ นสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สุด มีทางปฏิบัติเข้ามาถึงได้โดยรอบ, นั้นมีอยู่; ใน“สิ่ง” นั้นแหละ ดิน นํ้า ไฟ ลม ไม่หยั่งลงได้ -ไม่อาจเข้าไปอยู่ได้;ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ความยาว ความสั้น ความเล็ก ความใหญ่ ความงาม ความไม่งาม ไม่หยั่งลงได้ -ไม่อาจเข้าไปอยู่ได้; ใน “สิ่ง”นั้นแหละ นามรูป ดับสนิทไม่มีเหลือ; นามรูป ดับสนิท ใน “สิ่ง” นี้ เพราะ การดับสนิทของวิญญาณ; ดังนี้แล. --- นิพพานจึง ไม่มีปรากฏการณ์ เมื่อไม่มีปรากฏการณ์ ย่อมไม่มีการเกิด เมื่อไม่มีการเกิด ย่อมไม่มีการเสื่อม นิพพานจึงเรียกว่า "อสังขตธรรม" ธรรมอันเป็นเครื่องปรุงแต่ง ------- ------- หรือพิจารณาจากพระสูตร ----
    พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ ภาษาไทย เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
    ๕๗๖ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่แห่งธรรมดา -ธัมมัฏฐิตตา, คือความเป็นกฎตายตัวแห่งธรรมดา -ธัมมนิยามตา, ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ -------
    *ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่อุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุนั้น คือ ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นแล้วจึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้เข้าใจง่ายว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ฯ ---- อิทัปปจัยตา
    *ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เราจักแสดงซึ่งปฏิจจสมุปบาท -คือธรรมอันเป็นธรรมชาติอาศัยกันแล้วเกิดขึ้น- แก่พวกเธอทั้งหลาย. พวกเธอทั้งหลาย จงฟังซึ่งปฏิจจสมุปบาทนั้น,จงทำในใจให้สำเร็จประโยชน์, เราจักกล่าวบัดนี้ ... ภิกษุ ทั้งหลาย. ก็ปฏิจจสมุปบาท เป็นอย่างไรเล่า ?ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะย่อมมี.ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เพราะเหตุที่ พระตถาคตทั้งหลายจะบังเกิดขึ้นก็ตาม,จะไม่บังเกิดขึ้นก็ตาม, ธรรมธาตุนั้นย่อมตั้งอยูแล้วนั่นเทียว ;คือ ความตั้งอยู่แห่งธรรมดา -ธัมมัฏฐิตตา, คือความเป็นกฎตายตัวแห่งธรรมดา -ธัมมนิยามตา, คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น -อิทัปปัจจยตา. ----- ตถาคต ย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะซึ่งธรรมธาตุนั้น ; ครั้นรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว, ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อม บัญญัติ ย่อมตั้งขึ้นไว้ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ ; และได้กล่าวแล้วในบัดนี้ว่า
    “ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ท่านทั้งหลายจงมาดู : เพราะชาติเป็นปัจจัยชรามรณะย่อมมี” ดังนี้. ภิกษุ ทั้งหลาย.! เพราะเหตุดังนี้แล : ธรรมธาตุใดในกรณีนั้นอันเป็น ตถตา คือความเป็นอย่างนั้น,เป็น อวิตถตา คือความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น,เป็น อนัญญถตา คือความไม่เป็นไปโดยประการอื่น,เป็น อิทัปปัจจยตา คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น ; ภิกษุ ทั้งหลาย. ธรรมนี้เราเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท คือธรรมอันเป็นธรรมชาติ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น.
     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    201 - อะไรเป็นบุพนิมิตของการเข้าสู่วิถีชีวิตที่่ดีงาม 1 - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    202 - อะไรเป็นบุพนิมิตของการเข้าสู่วิถีชีวิตที่ดีงาม 2 - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    206 - เขาไม่มีศรัทธา แล้วเขามีปัญญาหรือเปล่า - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    207 - จะมีตนที่พึ่งได้ ต้องมีธรรมและปัญญา ที่จะตัดสินใจ - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    เสรี ลพยิ้ม
    Published on Mar 20, 2015


     
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    12 - ฟื้นวินัยชาวพุทธขึ้นมา ให้เป็นวิถีชีวิตของสังคมไทย - ป.อ.ปยุตโต

    14 - อายุแท้ ยิ่งมากยิ่งดี - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    19 - สวดมนต์ก่อนนอน ใช้บทไหนดี - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)

    เสรี ลพยิ้ม

    Published on Sep 10, 2016
     
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    "สุข..ทุกข์..รู้เท่าทัน" สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตโต

    punjanin
    Published on May 1, 2018
     
  20. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    17,261
    กระทู้เรื่องเด่น:
    165
    ค่าพลัง:
    +27,232
    ประวัติสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต)
    นามเดิม ประยุทธ์ นามสกุล อารยางกูร เป็นบุตรคนที่ ๕ ของนายสำราญ และนางชุนกี อารยางกูร เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๘๑ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีขาล ที่ตลาดใต้ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

    เริ่มการศึกษาเบื้องต้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ ที่โรงเรียนอนุบาลครูเฉลียว ตลาดศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

    พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๔๙๐ ระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ (วัดยาง) จังหวัดสุพรรณบุรี

    พ.ศ. ๒๔๙๐ – ๒๔๙๓ ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ ที่โรงเรียนมัธยมวัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร ได้รับทุนเรียนดีของ กระทรวงศึกษาธิการ

    บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ที่วัดบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่ออายุย่าง ๑๓ ปี เริ่มเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดนั้น

    พ.ศ. ๒๔๙๕ ย้ายไปอยู่ที่วัดปราสาททอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม และได้เข้าฝึกวิปัสสนา เมื่อจบการฝึกแล้ว พระอาจารย์ผู้นำการปฏิบัติได้ชวนไปอยู่ประจำในสำนักวิปัสสนา แต่โยมบิดาไม่ยินยอม เพราะเห็นว่าสามเณรบุตรชาย ควรได้ศึกษาปริยัติธรรมขั้นสูงต่อไป

    พ.ศ. ๒๔๙๖ ย้ายมาจำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร เรียนพระปริยัติธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร นับเป็นสามเณรรูปที่ ๔ ในสมัยรัตนโกสินทร์ จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้อุปสมบทในฐานะนาคหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้นามฉายาว่า ‘ปยุตฺโต’ แปลว่า ‘ผู้เพียรประกอบแล้ว’

    พ.ศ. ๒๕๐๕ สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ ๑) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสอบได้ วิชาชุดครู พ.ม. ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖

    หลังจากสำเร็จการศึกษาเป็นอาจารย์ในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการ จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๗ และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙
    นอกจากสอนวิชาพระพุทธศาสนาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทยแล้ว ท่านได้รับนิมนต์ไปบรรยาย ณ University Museum แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvania ใน พ.ศ. ๒๕๑๕ และที่ Swarthmore College สหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ต่อมาได้รับนิมนต์ให้เป็น visiting scholar และได้รับแต่งตั้งเป็น research fellow ณ Divinity Faculty แห่งมหาวิทยาลัย Harvard

    ท่านมีธรรมกถาที่เผยแพร่นับพันรายการ และมีผลงานหนังสือที่ใช้เป็นหลักอ้างอิงหลายร้อยเรื่อง เฉพาะอย่างยิ่งพุทธธรรม พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม และพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สถาบันการศึกษาชั้นสูงเกือบ ๒๐ แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และตำแหน่งเชิดชูเกียรติต่างๆ มี ตรีปิฏกาจารย์กิตติมศักดิ์จาก นวนาลันทามหาวิหาร ประเทศอินเดีย และเมธาจารย์ (Most Eminent Scholar) จากมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก เป็นอาทิ

    สำนักของท่านในปัจจุบัน คือวัดญาณเวศกวัน ตั้งอยู่ ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    papayutto-1.jpg
    สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
    สมณศักดิ์
    • พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระศรีวิสุทธิโมลี
    • พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวรมุนี
    • พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพเวที
    • พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมปิฎก
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระพรหมคุณาภรณ์ สุนทรธรรมสาธก ตรีปิฎกปริยัติโกศล วิมลศีลาจาร ศาสนภารธุราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
    • พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลกวรานุศาสน์ อารยางกูรพิลาศนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี
    งานเผยแผ่พุทธธรรม
    ศาสนกิจ
    • พ.ศ. ๒๕๐๕ – ๒๕๐๗ สอนในแผนกบาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    • พ.ศ. ๒๕๐๗ – ๒๕๑๗ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขณะเดียวกัน ก็เป็นอาจารย์สอนในชั้นปริญญาตรี พุทธศาสตร์บัณฑิต ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ระหว่างนั้น บางปี บรรยายที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และในโครงการศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยมหิดล
    • พ.ศ. ๒๕๑๕ – ๒๕๑๙ เจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์
    • พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับอาราธนาไปบรรยายวิชาพุทธศาสนากับวัฒนธรรมไทยที่ University Museum, University of Pennsylvania
    • พ.ศ. ๒๕๑๙ – ๒๕๒๑ ได้รับอาราธนาไปบรรยายวิชาการทางพระพุทธศาสนา ที่ Swarthmore College, Pennsylvania
    • พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับอาราธนาเป็น Visiting Scholar ที่ Center for the Study of World Religions และบรรยาย วิชาการทางพุทธศาสนา สำหรับ Divinity Faculty และ Arts Faculty ที่ Harvard University
    • พ.ศ. ๒๕๓๗ – ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
    ประกาศเกียรติคุณ
    ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
    • พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๒๕
    • ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๙
    • ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาหลักสูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๙
    • ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศึกษาศาสตร์-การสอน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๐
    • อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๑
    • ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาภาษาศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๑
    • การศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญาการศึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๓๓
    • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ๒๕๓๖
    • ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. ๒๕๓๗
    • ตรีปิฏกาจารย์กิตติมศักดิ์ (สาขาปรัชญา) นวนาลันทามหาวิหาร รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย พ.ศ. ๒๕๓๘
    • อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (จริยศาสตร์ศึกษา) มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๘
    • วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๑
    • ศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๔
    • ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพระพุทธศาสนา สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. ๒๕๔๔
    • ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญาวิชาการบริหารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ. ๒๕๔๕
    • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๕๒
    • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ๒๕๕๒
    • นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๕๒
    • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนาทรัพยากรมนุษย์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๓
    • ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ พ.ศ. ๒๕๕๔
    ประกาศเกียรติคุณและรางวัล
    • พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับการประกาศเกียรติคุณ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ในการฉลอง ๒๐๐ ปี กรุงรัตนโกสินทร์
    • พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับรางวัลวรรณกรรมชั้นที่ ๑ ประเภทร้อยแก้ว สำหรับงานนิพนธ์พุทธธรรม จากมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ
    • พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับพระราชทานโล่รางวัล ‘มหิดลวรานุสรณ์’
    • พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับโล่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ในวาระครบรอบ ๒๐ ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ ‘สังข์เงิน’ สาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนา
    • พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ จากองค์การยูเนสโก (UNESCO Prize for Peace Education)
    • พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเชิดชูเกียรติเป็น ‘ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม’
    • พ.ศ. ๒๕๓๘ สถาบันนวนาลันทา ประเทศอินเดีย ถวายตำแหน่ง “ตรีปิฎอาจารย์” หมายถึงอาจารย์ผู้รู้แตกฉานในพระไตรปิฎก
    • พ.ศ. ๒๕๔๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย ถวายรางวัล TTF Award สาขาสังคมศาสตร์และ มานุษยวิทยาสำหรับผลงานทางวิชาการดีเด่น หนังสือ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’
    • พ.ศ. ๒๕๔๔ รางวัล ‘สาโรช บัวศรี ปราชญ์ผู้ทรงศีล’ จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    • พ.ศ. ๒๕๔๔ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็น ‘ศาสตราจารย์พิเศษ’ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก ถวายตำแหน่ง ‘เมธาจารย์’ (Most Eminent Scholar) ในฐานะนักปราชญ์ ทางพระพุทธศาสนาสายเถรวาท
    • พ.ศ. ๒๕๔๙ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็น ‘ราชบัณฑิต (พิเศษ)’
    • พ.ศ. ๒๕๕๒ โล่วัชรเกียรติคุณ จาก คณะกรรมการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม
    • พ.ศ. ๒๕๕๒ ‘ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย’ จาก คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
    • พ.ศ. ๒๕๕๕ เกียรติคุณสดุดี ‘พระสงฆ์ดีเด่นประจำปี’ จาก ศูนย์ประสานงานองค์การเอกชน จังหวัดนครปฐม
    • พ.ศ. ๒๕๕๕ รางวัล ‘ศาสตรเมธี’ จาก มูลนิธิศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
    • พ.ศ. ๒๕๕๕ ‘โล่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา’ ในวโรกาสที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช เจริญพระชนมายุ ๙๙ พรรษา
    • พ.ศ. ๒๕๕๖ หนังสือ พุทธธรรม ได้รับรางวัล ‘TTF AWARD เกียรติยศ ประจำปี ๒๕๕๖’
    • พ.ศ. ๒๕๕๖ รางวัล ‘บุคคลเกียรติยศของสมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๖’
    • พ.ศ. ๒๕๕๘ รางวัล ‘๑๐๐ ปี ชาตกาล หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’
    • พ.ศ. ๒๕๕๙ ‘ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐’ โดยประกาศคุรุสภา ณ ๒๘ ธ.ค. ๒๕๕๙
    • พ.ศ. ๒๕๖๐ รางวัล ‘ผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นด้านทรัพยากรมนุษย์’ (Human Resource Excellence Award) ในโอกาสครบรอบ ๓๖ ปี การสถาปนาสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2018

แชร์หน้านี้

Loading...