เสียงธรรม ใครปฏิบัติ สติปัฏฐาน 4 จะปิดนรกได้ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 480+Hrs.

ในห้อง 'ธรรมเพื่อความหลุดพ้น' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 30 มกราคม 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    LpSanongKatapunyo.jpg
    สอนกรรมฐาน การทำใจให้สงบ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    อุบายกรรมฐาน ๔ ขั้น หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    สติปัฏฐาน ๔ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    วิธีทำสมาธิให้มั่นคง หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    ถ้าคนไม่อยาก จะไม่ทุกข์ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 2 Hrs

    อารมณ์ดี สุขสงบ
    Published on Jun 29, 2014
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 เมษายน 2018
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    ศีลพาไปสู่ปกติ ศีลพาไปสู่สวรรค์
    ศีลพาไปสู่โภคทรัพย์ ไม่อดอยาก ไม่ยากจน
    ศีลพาไปสู่ที่สรรเสริญ มีชื่อเสียง มีลาภ มียศ
    ศีลพาไปสู่ที่สุดแห่งทุกข์คือพระนิพพาน

    ตราบใดที่เรามีเกราะแก้ว
    คือมีศีลป้องกันตัวอยู่
    เราก็ไม่เดือดร้อน ไม่มีทุกข์เลย

    หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    ประวัติและปฏิปทา
    หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ
    วัดสังฆทาน
    ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี


    ๏ อัตชีวประวัติ

    หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ พระนักเผยแผ่ธรรมและพระนักปฏิบัติด้านวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง มีนามเดิมว่า สนอง โพธิ์สุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ (๔ ฯ ๕) ปีวอก จ.ศ. ๑๓๐๕ ณ ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งในวันที่ท่านเกิดนั้นได้เกิดสิ่งอัศจรรย์ คือ มีลูกเห็บตกลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งผู้คนในบ้านต่างตื่นเต้นยินดี และคิดว่าเด็กที่เกิดในวันนี้ต้องเป็นผู้มีบุญมาเกิดแน่นอน จึงจัดหาพานมารับเด็กที่พึ่งคลอด และขนานนามเด็กชายคนนี้ว่า สนอง โยมบิดาชื่อ นายเอม โพธิ์สุวรรณ (ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีนามฉายาว่า อริยวํโส) โยมมารดาชื่อ นางแม้น โพธิ์สุวรรณ (ต่อมาได้ถือศีลออกบวชเป็นแม่ชี) มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๙ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๗ มีชื่อตามลำดับดังนี้

    ๑. นางจอง ศรีสำแดง
    ๒. นางลูกจันทร์ วงค์กฏ
    ๓. นางบรรจง ปานสุวรรณ
    ๔. ทารกเพศหญิง เสียชีวิตขณะคลอด
    ๕. นายบุญทรง โพธิ์สุวรรณ
    ๖. นางชะอม บุญประสม
    ๗. หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ
    ๘. นายเสนาะ โพธิ์สุวรรณ
    ๙. พระพงษ์ศักดิ์ สีลเปโม


    ๏ การบรรพชา

    ครั้นเมื่ออายุประมาณ ๑๕ ปี ได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดไชนาวาส ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี แล้วมีโอกาสศึกษาบาลีนักธรรมอยู่ ๒ ปี จนสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี


    ๏ การอุปสมบท

    ครั้นอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ณ พัทธสีมาวัดดอนไร่ ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมี พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (หลวงพ่อมุ่ย พุทธรักขิโต) วัดดอนไร่ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระบุญทรง วัดหนองไผ่ จ.สุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระบุญยก วัดดอนไร่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “กตปุญฺโญ” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีบุญอันได้กระทำแล้ว, ผู้ทำบุญไว้แล้วแต่ปางก่อน” ท่านอุปสมบทได้เพียงพรรษาเดียวก็เริ่มออกเดินธุดงค์ไปทางภาคอีสาน

    _20_806.jpg
    พระครูสุวรรณวุฒาจารย์ (หลวงพ่อมุ่ย พุทธรักขิโต)

    _275_188.jpg
    หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี

    _paragraph_2605_610.jpg
    พระอาจารย์พงษ์ศักดิ์ สีลเปโม พระน้องชายของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
     
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    paragraphparagraph__185.jpg
    หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก


    ๏ ลำดับการจำพรรษา

    • พรรษาที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๐๗
    วัดหนองไผ่ ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

    หลังจากที่อุปสมบทแล้ว หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ ได้ประพฤติปฏิบัติตามศีลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ ๑๐ (ชาตะรูปะระชะตะปะฏิคคะหะณา เวระมะณี) คือ เจตนาเว้นจากการรับเงินทองหรือยินดีในเงินทองที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ท่านออกธุดงค์ประมาณ ๗ เดือน ได้ข่าวโยมมารดามาบวชชี ณ วัดทุ่งสามัคคีธรรม ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จึงรีบเดินทางมาพบโยมมารดาด้วยความปีติดีใจ และได้พบ หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก จึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อสังวาลย์ได้แนะนำให้หลวงพ่อสนองเข้าห้องกรรมฐานบ่มอินทรีย์ เจริญสติปัฏฐาน ๔ ณ ป่าช้าวัดหนองไผ่ เช่นเดียวกับที่ท่านเคยปฏิบัติที่ป่าช้าวัดบ้านทึง โดยสมาทานไม่พูด ไม่เขียน (พูดเขียนได้แต่เฉพาะกับหลวงพ่อสังวาลย์รูปเดียวเท่านั้น) และได้สมาทานธุดงค์ ๗ ข้อคือ

    (๑) เตจีวริกังคะ ถือเพียงไตรจีวรเป็นวัตร
    (๒) เอกาสนิกังคะ ถือนั่งฉันเพียงอาสนะเดียวเป็นวัตร
    (๓) ปัตตปิณฑิกังคะ ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
    ไม่ใช้ภาชนะใส่อาหารเกินหนึ่งอย่างคือบาตร
    (๔) ขลุปัจฉาภัตติกังคะ ถือห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร
    แม้อาหารที่ถวายภายหลังจะประณีตกว่า
    (๕) โสสานิกังคะ ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร
    (๖) ยถาสันถติกังคะ ถืออยู่ในเสนาสนะแล้วแต่เขาจัดให้เป็นวัตร
    (๗) เนสัชชิกังคะ ถือการนั่งเป็นวัตร เว้นการนอน อยู่ได้เพียง ๓ อิริยาบถ
    (เฉพาะธุดงควัตร ข้อ ๗ นี้ เริ่มปฏิบัติหลังจากอยู่ป่าช้าแล้ว ๓ เดือนแล้วถือมาตลอด
    จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เมื่อโยมมารดาถึงแก่กรรม จึงได้เลิกเนื่องจากสุขภาพไม่อำนวย)

    • พรรษาที่ ๒-๔ พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๐
    ป่าช้าวัดหนองไผ่ ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

    การปฏิบัติในป่าช้า หลวงพ่อสังวาลย์จะมาสอบอารมณ์กรรมฐานหลวงพ่อสนอง ๑ เดือน หรือ ๒ เดือน ต่อครั้ง ผลการปฏิบัติในป่าช้าทำให้ท่านเชื่อในนรกสวรรค์ เชื่อว่ามรรคผลนิพพานมีจริง หลวงพ่อสังวาลย์กล่าวชมหลวงพ่อสนองว่าเป็น พระภิกษุสุวโจ คือเป็นคนที่ว่าง่าย สอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่รั้น สอนอะไรก็ทำตามได้หมด

    • พรรษาที่ ๕-๖ พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒
    สำนักป่าพุทธอุทยานเขาถ้ำหมี (วัดเขาถ้ำหมี)
    ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

    หลังจาก ๓ ปีผ่านไป หลวงพ่อสนองขออนุญาตหลวงพ่อสังวาลย์ออกจากห้องกรรมฐาน หลวงพ่อสังวาลย์เห็นสมควรแล้วจึงอนุญาต และได้พูดถึงความดีของพระสงฆ์ให้ฟัง ต่อมาหลวงพ่อสนองได้กราบลาหลวงพ่อสังวาลย์เพื่อออกธุดงค์หาที่สงบวิเวกและเที่ยวชมวัดร้าง โดยไม่คิดที่จะเป็นครูบาอาจารย์สอนใคร แต่หลวงพ่อสังวาลย์คิดว่าพระรูปนี้ต่อไปจะต้องสั่งสอนคนแน่นอน จึงมอบกลดของท่านที่หลวงพ่อเกลื่อนทำถวาย ซึ่งหลวงพ่อสังวาลย์ใช้เดินธุดงค์เป็นเวลาหลายปีให้กับหลวงพ่อสนอง การเดินธุดงค์ของหลวงพ่อสนองจะเดินไปตลอด ไม่ยอมขึ้นรถ เมื่อพบคนไม่มีรองเท้าก็ถอดให้ ตัวท่านเองจะเดินเท้าเปล่า

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ วัดร้างวัดแรกที่ท่านมาชมโดยมิได้ตั้งใจคือ วัดสังฆทาน ร้างอยู่กลางสวน มีเพียงองค์หลวงพ่อโตกับศาลาไม้มุงสังกะสีเก่าๆ และฐานอิฐเก่าๆ บนที่ไร่เศษ สถานที่สงบเย็น ร่มรื่น เหมาะกับการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อสนองพิจารณาแล้วคิดสร้างวัดสังฆทานให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามหลักธุดงคกรรมฐาน เพราะที่ตั้งของวัดอยู่ใกล้แหล่งรวมของผู้มีปัญญาและกำลังซึ่งจะเป็นกำลังของพระศาสนาได้ดี

    แต่ขณะนั้นตัวท่านคิดว่าตนเองยังมีบารมีไม่เพียงพอที่จะเป็นผู้นำที่นี่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น การจะเข้ามาทำอะไรนั้นทำได้ยาก จะต้องให้เขาเห็นดี ให้เขาเข้าใจ เพราะเป็นการเผยแผ่ธรรมะให้กับผู้มีปัญญา ท่านจึงตั้งใจธุดงค์กลับไปปฏิบัติธรรมที่ถ้ำพุข่อย จ.สุพรรณบุรี แต่มีเหตุให้ต้นไม้ล้มขวางเส้นทางลบหายไปหมด ท่านจึงเดินย้อนมาอีกทางก็มาพบเขาถ้ำหมี จึงเปลี่ยนใจปฏิบัติธรรมที่เขาถ้ำหมี จ.สุพรรณบุรี และถ้ำกระเปาะ จ.ชุมพร อีกเป็นเวลา ๖ ปี โดยท่านได้ฝึกกสิณดินและกสิณไฟ ได้ดวงกสิณดินที่ถ้ำหมีนั่นเอง

    • พรรษาที่ ๗-๙ พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๕
    ถ้ำกะเปาะ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

    หลวงพ่อสนองเดินทางมาที่ถ้ำกะเปาะ พิจารณาแล้วว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการฝึกปฏิบัติของพระสงฆ์มาก แต่มีไข้มาลาเรียชุกชุม ที่นี่หลวงพ่อได้มาฝึกกสิณน้ำ กสิณลม ส่วนกสิณไฟได้มาฝึกต่ออีกครั้งจนเกิดดวงกสิณ การเผยแผ่ธรรมในช่วงนี้จะมีเพียงเล็กน้อย มีญาติโยมมาฝึกสมาธิบ้าง ที่ถ้ำกะเปาะมีเหตุการณ์ที่สนุกประทับใจหลายเรื่อง มีพระที่ตามไปปฏิบัติธรรมกับท่านคือ หลวงพ่อประทีป สมฺปุณฺโณ ต่อมาหลวงพ่อได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดต้นตาลโตน ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ท่านมรณภาพลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔

    • พรรษาที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๑๖
    สำนักป่าพุทธอุทยานเขาถ้ำหมี (วัดเขาถ้ำหมี)
    ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

    หลวงพ่อสนองเดินทางกลับมาที่ถ้ำหมีอีกครั้งเพื่อมาโปรดญาติโยมและสร้างโรงเรียน มีญาติโยมศรัทธามาปฏิบัติเป็นประจำ ในวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนยอดเขาและได้ก้าวพลาดตกลงมา หลังกระแทกกับหินทำให้กระดูกที่หลังแตก จากนั้นเป็นต้นมาท่านจะปวดหลังตลอดเวลา ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน ปวดจนเป็นปกติ เวลานั่งสอนสมาธิก็จะเจ็บปวด ขาทั้งสองจะชามาก ท่านไม่ได้ให้หมอรักษา แต่ใช้ความอดทนข่มความเจ็บปวดเนื่องจากไม่ต้องการให้ใครทราบและเป็นห่วง โดยเฉพาะโยมมารดาซึ่งขณะนั้นเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดสังฆทาน แต่หลังจากโยมมารดาถึงแก่กรรม (พ.ศ. ๒๕๓๒) ท่านจึงได้เล่าให้ญาติโยมฟังและไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ

    paragraphparagraph__22_799.jpg
    หลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร


    • พรรษาที่ ๑๑-๒๔ พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๓๐
    วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

    หลังจากที่ฝึกกสิณดิน กสิณน้ำ กสิณลม และกสิณไฟ เป็นเวลาทั้งหมด ๖ ปี หลวงพ่อสนองจึงเดินทางกลับมาวัดสังฆทานอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เพื่อจำพรรษาร่วมกับพระสงฆ์อีก ๕ รูป ด้วยข้อวัตรปฏิปทาตามหลักธุดงคกรรมฐาน ชาวบ้านบางคนตั้งข้อหาท่านว่าเป็นพระคอมมิวนิสต์ สภาพความเป็นอยู่จึงยากลำบาก ถูกข่มขู่ด้วยปืนและการปาระเบิด บิณฑบาตเกือบไม่ได้ เมื่อนำอาหารมาเทรวมกันก็มีจำนวนน้อยมาก พระสงฆ์ทุกรูปไม่ยอมตักอาหารใส่บาตร หลวงพ่อต้องเป็นผู้ตักใส่บาตรให้ น้ำดื่มต้องตักจากบ่อเก่ามาต้มฉัน ไม่มีน้ำปานะ ไม่มีไฟฟ้า หลังจากนั้นก็มีพระเณรตามมาอีก แต่ต่อมาก็หนีกลับเพราะบิณฑบาตแล้วไม่พอฉัน

    ช่วงนี้ท่านใช้หลักการเผยแผ่ธรรมด้วยความสงบด้วยการปฏิบัติ ท่านเล่าว่ามีนิมิตเกิดขึ้น คือ หมีเดินเข้ามาหา ต่อมาหมีก็กลายเป็นหมู จากหมูก็กลายเป็นเณรมานั่งตักท่าน นโยบายของท่านเริ่มต้นด้วยการสร้างบุคลากรโดยมุ่งฝึกฝนพระสงฆ์ที่มาบวช พระสงฆ์ที่จะออกมาทำงานให้กับสังคมต้องเก็บตัวปฏิบัติก่อน จนกว่าจะมีธรรมะและสามารถนำธรรมะมาใช้ได้ จึงจะให้ออกมาทำงาน

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้เดินทางไปกราบ หลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ปรารภถึงสถานที่ปฏิบัติธรรม พิจารณาเห็นว่าวัดร้างกลางสวนบริเวณ ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี มีพระพุทธรูปใหญ่เป็นพระประธาน (องค์หลวงพ่อโต) มีความเป็นสัปปายะอันหาได้ยาก ทั้งบริเวณตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวง จึงได้บูรณปฏิสังขรณ์และขอพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งเป็นวัดสังฆทาน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงพ่อสนองไปรับ พระอาจารย์พลอย เตชพโล แห่งวัดเขาภูคา ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มาช่วยเป็นหัวหน้าช่างในการบูรณะ องค์หลวงพ่อโต พร้อมพระเณรประมาณ ๑๐ กว่ารูป รวมทั้งชาวบ้านญาติโยม การบูรณะที่แขนชำรุดมากต้องเอาแป๊บน้ำใส่แล้วโบกปูนทับ ส่วนที่ใดเนื้อปูนยุ่ยก็ขูดออกแล้วโบกปูนทับ นำปูนเก่ามาผสมปั้นเป็นหลวงพ่อสังกัจจายน์ (พระมหากัจจายนะ)

    ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ท่านได้ก่อตั้ง มูลนิธิพุทธอเนกประสงค์ วัดสังฆทาน ขึ้นเพื่อช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาและช่วยหมู่คณะได้ดีขึ้น มูลนิธิฯ จะเป็นตัวแทนของท่านในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่านได้ดำเนินไปในนามของมูลนิธิฯ เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของมวลมนุษย์ชาติด้วยความเมตตา

    • พรรษาที่ ๒๕ พ.ศ. ๒๕๓๑
    วัดสันติวงศาราม (วัดสังฆทาน) เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ

    หลวงพ่อสนองได้เดินทางไปจำพรรษา ณ วัดสันติวงศาราม (เดิมชื่อ วัดสังฆทาน) เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ โดยขณะนั้นมีพระสุรชัย อภิชโย (ปัจจุบันลาสิกขาแล้ว) เป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อพยายามฝึกฝนเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะใช้สอนสมาธิและอธิบายธรรมะให้กับชาวต่างชาติ เพราะต่อไปเมืองไทยจะมีชาวต่างชาติมาศึกษาฝึกสมาธิกันเป็นจำนวนมาก และจะกลายเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับชาวต่างชาติทั่วโลก ที่ประเทศอังกฤษมีญาติโยมคนไทยมาฝึกสมาธิและทำบุญประมาณ ๕๐๐ ครอบครัว

    paragraph_2_180.jpg
    องค์หลวงพ่อโต ในยุคแรก

    paragraph_2_425.jpg
    “องค์หลวงพ่อโต” พระประธานในอุโบสถแก้ว

    _2_304.jpg
    พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ประดิษฐาน ณ อุโบสถแก้ว

    268_1190111383.jpg_839.jpg
    อัฐิธาตุของครูบาอาจารย์ต่างๆ ประดิษฐาน ณ อุโบสถแก้ว

    _1_552.jpg
    บริเวณรอบๆ อุโบสถแก้ว มีความสงบเงียบ
    นักปฏิบัติธรรมมักใช้เป็นที่สำหรับเดินจงกรม

    paragraph_2_147.jpg
    ป้ายชื่อ “วัดสังฆทาน” ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    พรรษาที่ ๒๖-๓๔ พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๔๐
    วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

    หลวงพ่อสนองกลับมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี หลังจากที่ได้วางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามหลักธุดงคกรรมฐานที่ประเทศอังกฤษแล้ว

    ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ แม่ชีแม้น โพธิ์สุวรรณ (มารดาของหลวงพ่อสนอง) ได้ถึงแก่กรรม

    ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ หลวงปู่เอม อริยวํโส สิริอายุรวมได้ ๙๔ ปี พรรษา ๓๔ (บิดาของหลวงพ่อสนอง) ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔

    ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ หลวงพ่อสนองสร้างสำนักสงฆ์เขายายแสง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

    • พรรษาที่ ๓๕-๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๘
    วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

    หลวงพ่อสนองได้เปลี่ยนชื่อและยกฐานะขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายจาก สำนักสงฆ์เขายายแสง เป็น “วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม” ท่านมีดำริให้วัดแห่งนี้เป็น สถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าคอร์สฝึกสมาธิตามหลักสติปัฏฐาน ๔ สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติสำหรับรับรองชาวต่างประเทศโดยเฉพาะ ท่านได้มอบหมายให้แม่ชีชาวออสเตรียเป็นผู้ดูแลให้ความสะดวกในด้านการปฏิบัติกับชาวต่างประเทศ

    ลักษณะภูมิประเทศนั้น แต่เดิมเป็นภูเขาแห้งแล้งและป่าเสื่อมโทรมเชื่อมต่อเป็นทิว มีถ้ำมากมาย แต่ในปัจจุบันได้พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น มีอุโบสถเป็นถ้ำ มีกุฏิพระสงฆ์เรียงรายตามไหล่เขา เป็นสถานที่อันสัปปายะเหมาะสมกับผู้ที่มาแสวงหาความสงบทางจิตใจ ตั้งแต่พื้นที่ราบเชิงเขาเลียบเลาะไหล่เขาขึ้นไปตามลำดับ พื้นที่โดยรอบเขามีการปลูกป่าต้นกฤษณาและสมุนไพรที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก ผืนป่าอันสงบเงียบ สงบเย็น มีอากาศหนาวเย็นสบายแห่งนี้ จึงเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการใช้เพื่อรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจ พื้นที่ของวัดตั้งอยู่ติดกับ “บ้านสว่างใจ” ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

    paragraphparagraph_paragraphparagraph_103.jpg
    หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก สรงน้ำให้กับ หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ
    เนื่องในวาระอันเป็นมงคลคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อสนอง


    • พรรษาที่ ๔๓-๔๔ พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐
    สำนักป่าปฏิบัติธรรมวังน้ำเขียว ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา



    • พรรษาที่ ๔๕ พ.ศ. ๒๕๕๑




    • พรรษาที่ ๔๖ พ.ศ. ๒๕๕๒
    ที่พักสงฆ์เขารามโกฏิ เมืองกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล

    หลวงพ่อสนองได้ไปโปรดชาวเนปาล จำพรรษาอยู่ ณ ที่พักสงฆ์เขารามโกฏิ เมืองกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล

    • พรรษาที่ ๔๗ พ.ศ. ๒๕๕๓
    วัดสังฆทาน ไทย-เยอรมัน กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

    หลวงพ่อสนองไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดสังฆทาน ไทย-เยอรมัน (Wat Sanghathan Thai-German) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

    • พรรษาที่ ๔๘ พ.ศ. ๒๕๕๔


    • พรรษาที่ ๔๙ พ.ศ. ๒๕๕๕
    ศูนย์ปฏิบัติธรรมกตปุญโญ ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

    paragraphparagraph__paragraphparagraph__1_103.jpg
    หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก-หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ
     
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    ผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    ผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศของท่าน ได้ดำเนินการไปในนามของ มูลนิธิพุทธอเนกประสงค์ วัดสังฆทาน โดยเฉพาะรายการวิทยุ “ธรรมะสว่างใจ” และ “ธรรมะก่อนนิทรา” ที่มีผู้ติดตามรับฟังเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สาธุชนในเมืองหลวง ในชนบท จนกระทั่งชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่บนดอย ซึ่งต่อมาท่านได้จัดตั้ง สถานีวิทยุสังฆทานธรรม เพื่อใช้เป็นสื่อในการสร้างสติปัญญาทางธรรมให้กับสาธุชนทั่วไป ให้ได้รับฟังธรรมะตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยมีทั้งภาคภาษาไทย คลื่น FM ๘๙.๒๕ Mhz. ระบบวิทยุออนไลน์ (Radio Online) สามารถรับฟังผ่านทาง http://www.fm8925.net/ และภาคภาษาอังกฤษ คลื่น FM ๘๙.๗๕ Mhz. ปัจจุบันสถานีวิทยุสังฆทานธรรมยังได้ขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

    นอกจากนี้แล้ว ท่านยังได้จัดตั้ง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพุทธภูมิ SBBTV999 วัดสังฆทาน ทั้งในระบบดาวเทียวและระบบโทรทัศน์ออนไลน์ (TV Online) เพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแผ่ธรรมอีกทางหนึ่งไปทั่วโลก โดยระบบโทรทัศน์ออนไลน์ (TV Online) สามารถรับชมผ่านทาง http://sbbtv999.tv/sbbtv999/tv.php

    หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ ท่านเป็นผู้มีความจริงใจและจริงจังต่องานการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสังฆทาน เลขที่ ๑๐๐/๑ หมู่ที่ ๓ บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งวัดสังฆทานนี้ยังได้แยกสาขาออกไปเพื่อเผยแผ่ธรรมะตามวัดในจังหวัดต่างๆ และตามถ้ำต่างๆ รวมแล้วประมาณ ๔๒-๔๓ แห่งทั่วประเทศ และในต่างประเทศอีก ๕ สาขา ได้แก่ วัดสันติวงศาราม (เดิมชื่อ วัดสังฆทาน) เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ, วัดอนันทะวิหาร เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย และ วัดสังฆทาน ไทย-เยอรมัน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ฯลฯ

    _1_114.jpg
    ลานปฏิบัติธรรม (ลานธรรม) วัดสังฆทาน

    paragraph_paragraph_148.jpg
    บริเวณด้านข้างอุโบสถแก้ว วัดสังฆทาน ทางเดินไปสู่ลานปฏิบัติธรรม (ลานธรรม)
    เป็นอีกมุมหนึ่งที่ผู้มาปฏิบัติธรรมมักใช้เป็นที่สำหรับเดินจงกรมเวลาถือ “เนสัชชิกังคะ”


    ๏ ผลงานด้านอื่นๆ

    ผลงานเพื่อพระศาสนาที่หลวงพ่อสนองได้ทำตลอดมานั้น นอกจากจะเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยแล้ว ชาวพุทธในต่างประเทศก็ยังยอมรับในผลงานของท่าน โดยสมาคมมหาโพธิแห่งอินเดีย และองค์กรยุวพุทธสงฆ์โลก (World Buddhist Sangha Youth) ได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ ๒ องค์จากวัดมหินทะเลและวัดมหินทุ ประเทศศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ อุโบสถแก้ว วัดสังฆทาน เป็นการถาวรตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้มีโอกาสสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต

    นอกจากงานด้านพระพุทธศาสนาแล้ว ท่านยังมีเมตตาธรรมสงเคราะห์พระภิกษุ-สามเณร แม่ชี และฆราวาส ผู้ที่ได้รับทุกขเวทนาทางร่างกาย มีปัญหาด้านสุขภาพ และผู้ด้อยโอกาส โดยการจัดสร้าง โรงพยาบาลแพทย์แผนไทย เพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์วิถีไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังสนับสนุนและส่งเสริมให้อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนทั่วไป ได้ใช้วัดเป็นสถานที่เพื่อประโยชน์ในการศึกษาธรรม ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และให้โอกาสทุกท่านที่สนใจบวชเนกขัมมะที่วัดสังฆทานได้ทุกวัน และมีการปฎิบัติธรรมตลอดรุ่งทุกวันเสาร์และวันพระ โดยจะมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผลัดเปลี่ยนกันมาสอนปฏิบัติธรรมกรรมฐานกระทั่งจนถึงเวลาทำวัตรเช้า

    ผลงานด้านอื่นๆ ของท่านยังมีอีกนานัปการ เช่น จัดทำหนังสือพิมพ์ชื่อว่า “สังฆทานนิวส์” สารนำแสงแห่งชีวิต ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วยสารพันความรู้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของวัดสังฆทาน จัดพิมพ์เดือนละ ๑ ฉบับ เพื่อแจกเป็นธรรมทานให้กับสาธุชนทั่วไป โดยระบบออนไลน์ (Online) สามารถอ่านผ่านทาง http://www.sanghathannews.net/ นอกจากหนังสือพิมพ์สังฆทานนิวส์แล้ว ท่านก็ยังรวบรวมหนังสือ-ซีดีเผยแผ่พระธรรมหลักคำสอนของครูบาอาจารย์ต่างๆ อีกด้วย ทั้งนี้ ในปัจจุบันท่านยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญวัฒนาถาวรอยู่คู่ประเทศไทยและชาวโลกสืบต่อไป

    paragraphparagraph___11_846.jpg

    paragraphparagraph__paragraphparagraph_15_201.jpg

    paragraphparagraph__paragraphparagraph_22_185.jpg
    หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ เมื่่อครั้งเดินทางไปเผยแผ่ธรรม
    ณ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

    paragraphparagraph__119_162.jpg
    หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ สอนสมาธิในป่าใกล้ชายทะเล
    กับวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    _1_209.jpg

    _2_501.jpg
    “อุโบสถแก้ว” หรือ “โบสถ์แก้ว” รูปแบบของอุโบสถ วัดสังฆทาน
    ที่หลวงพ่อสนองดำริให้สร้างขึ้นใหม่ มีลักษณะเป็น “รูปทรงแปดเหลี่ยม”
    ทำด้วยกระจกทั้งหมด โดยท่านตั้งจุดประสงค์ว่าอุโบสถของวัดสังฆทาน
    ต้องเป็นอุโบสถที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดและถูกต้องตามความเป็นจริง


    ๏ วัดสังฆทาน

    “วัดสังฆทาน” ได้ลงทะเบียนไว้กับกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๐/๑ หมู่ที่ ๓ บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มแวดล้อมไปด้วยสวนของราษฎร มีปูชนียวัตถุสำคัญ คือ พระประธานในอุโบสถแก้ว นามว่า “หลวงพ่อโต” สำหรับความเป็นมาของหลวงพ่อโตนั้น เนื่องจากวัดสังฆทานเป็นวัดร้างนับเป็นร้อยๆ ปีขึ้นไป การจดบันทึกไว้จึงไม่มี มีเพียงการเล่าขานต่อถึงความศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ดังนั้น จึงได้มีการวิเคราะห์จากหลักฐานพระพุทธลักษณะจากองค์หลวงพ่อโต กระเบื้องเชิงชายหน้าอุดของหลังคาอุโบสถหลังเก่า และอิฐที่สร้างองค์พระกับฐานอุโบสถ กระเบื้องเชิงชายหรือกระเบื้องหน้าอุดเป็นหลักฐานอันสำคัญชิ้นหนึ่งที่ค้นพบและเก็บรักษาไว้ในวัดสังฆทาน หลักฐานชิ้นนี้ใช้เป็นกระเบื้องประดับตกแต่งเชิงชายบนหลังคาอุโบสถสืบทอดจนถึงปัจจุบัน จะพบเห็นทั่วไปตามพระอารามหลวง (วัดหลวง) ใช้ประกอบกับกระเบื้องกาบกล้วยเพื่ออุดรูไม่ให้นกหนูเข้าไปทำรัง ลักษณะกระเบื้องเชิงชายหน้าอุดของวัดสังฆทาน มีลวดลายดอกบัวที่คลี่คลายปรับเปลี่ยนมาเป็นลายกนก ท้ายที่สุดเป็นลายประเภทใบไม้ ๓ แฉก ซึ่งเป็นเค้าโครงดั้งเดิมของดอกบัว ทำด้วยดินเผา สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑๒๒

    วัดสังฆทานจะมีประเพณีทำบุญวันสงกรานต์ และสรงน้ำพระในเดือนเมษายน (วันที่ ๑๓-๒๐ เมษายน) เป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งเปลี่ยนผ้าห่มองค์พระหลวงพ่อโต พระประธานในอุโบสถแก้ว ผ้าห่มที่ถูกเปลี่ยนจะนำมาฉีกแบ่งกันไปผูกข้อมือ-ผูกคอให้กับชาวบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ การบนหลวงพ่อโตมักโดยจะบนด้วยการจุดปะทัดเป็นเครื่องแก้บน “สังฆทาน” จึงกลายเป็นชื่อของวัดมาแต่เดิม

    • กว่าจะมาเป็น “อุโบสถแก้ว” หรือ “โบสถ์แก้ว” •

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ หลวงพ่อสนองพบวัดสังฆทานร้างอยู่กลางสวน มีเพียงหลวงพ่อโตกับศาลาไม้มุงสังกะสีเก่าๆ บนที่ไร่เศษ พิจารณาแล้วว่าที่นี่เหมาะแก่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาตาม “แนวทางธุดงคกรรมฐาน” เนื่องด้วยอยู่ใกล้แหล่งของผู้มีกำลังและปัญญาที่สามารถช่วยศาสนาได้ดีในอนาคต ท่านจึงตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ แต่ขณะนั้นท่านคิดว่าตนเองยังมีบารมีไม่เพียงพอที่จะเป็นผู้นำที่นี่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นการจะเข้ามาทำอะไรนั้นทำได้ยาก จะต้องให้เขาเห็นดีให้เขาเข้าใจเพราะเป็นการเผยแผ่ธรรมะให้กับผู้มีปัญญา ท่านจึงตั้งใจกลับไปปฏิบัติธรรมในถ้ำหมีและถ้ำกระเปาะอีก ๖ ปี

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลวงพ่อสนองกลับมาวัดสังฆทานอีกครั้งเพื่อจำพรรษา ร่วมกับพระสงฆ์อีก ๕ รูป ด้วยปฏิปทาตามหลักธุดงคกรรมฐาน ชาวบ้านบางคนตั้งข้อหาว่าเป็นพระคอมมิวนิสต์ ความเป็นอยู่จึงลำบาก ถูกข่มขู่ด้วยปืนและปาระเบิด บิณฑบาตเกือบไม่ได้ เมื่อนำอาหารมาเทรวมกันก็มีน้อยมากทุกรูปไม่ยอมตักอาหารใส่บาตร หลวงพ่อต้องเป็นผู้ตักใส่บาตรให้ น้ำดื่มต้องตักจากบ่อเก่ามาต้มฉัน ไม่มีน้ำปานะ ไม่มีไฟฟ้า

    ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงพ่อสนองไปรับ พระอาจารย์พลอย เตชพโล แห่งวัดเขาภูคา ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มาช่วยเป็นหัวหน้าช่างในการบูรณะ องค์หลวงพ่อโต พร้อมพระเณรประมาณ ๑๐ กว่ารูป รวมทั้งชาวบ้านญาติโยม การบูรณะที่แขนชำรุดมากต้องเอาแป๊บน้ำใส่แล้วโบกปูนทับ ส่วนที่ใดเนื้อปูนยุ่ยก็ขูดออกแล้วโบกปูนทับ นำปูนเก่ามาผสมปั้นเป็นหลวงพ่อสังกัจจายน์ (พระมหากัจจายนะ)

    _paragraph_606.jpg
    “องค์หลวงพ่อโต” พระประธานในอุโบสถแก้ว

    _paragraph_2_101.jpg
    รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก ขนาดเท่าองค์จริง
    ประดิษฐาน ณ อุโบสถแก้ว วัดสังฆทาน

    _paragraph_1_151.jpg
    บริเวณรอบๆ อุโบสถแก้ว มีความสงบเงียบ
    นักปฏิบัติธรรมมักใช้เป็นที่สำหรับเดินจงกรม


    • การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของศาลาหลวงพ่อโต •

    ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ หลวงพ่อสนองดำริให้รื้อถอนศาลาเพื่อจะสร้างอุโบสถใหม่ เนื่องด้วยศาลาหลวงพ่อโตมีความชำรุดทรุดโทรม และคับแคบไม่เพียงพอที่จะรองรับจำนวนพระภิกษุสามเณร และผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมได้ นอกจากนี้หลังคาสังกะสีเวลาฝนตกจะมีเสียงดังมาก หน้าร้อนก็จะร้อนมาก ดังนั้น พระภิกษุผ้าขาวและชาวบ้านจึงช่วยกันรื้อถอน แม้กระทั่งชาวอังกฤษที่เพิ่งเดินทางมาถึงก็ร่วมช่วยด้วย

    • รูปแบบของอุโบสถหรือโบสถ์ •

    “อุโบสถแก้ว” หรือ “โบสถ์แก้ว” รูปแบบของอุโบสถที่หลวงพ่อสนองดำริให้สร้างขึ้นใหม่นั้นเป็น “รูปทรงแปดเหลี่ยม” ทำด้วยกระจกทั้งหมด และกำหนดเวลาการก่อสร้างเป็นเวลา ๑ ปีครึ่ง โดยท่านตั้งจุดประสงค์ว่าอุโบสถของวัดสังฆทาน ต้องเป็นอุโบสถที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดและถูกต้องตามความเป็นจริง ขนาดของอุโบสถต้องจุคนได้ ๖๐๐ คน เมื่อแบบจำลองของอุโบสถออกมาก็ถูกวิจารณ์ว่าทำไมอุโบสถจึงเป็นแก้วแปดเหลี่ยม ไม่ใช่ทรงไทยที่มีช่อฟ้า ใบระกา หลวงพ่อสนองได้ให้เหตุผลว่า

    (๑) หลวงพ่อโตองค์ใหญ่มาก มีความสูงหลายเมตร ถ้าสร้างอุโบสถเป็นแบบทรงไทยต้องสร้างให้เศียรหลวงพ่อโตต่ำกว่าขื่อต่ำกว่าอกไก่ อุโบสถต้องใหญ่มากต้องรับน้ำหนักมาก ทำ ๒ ชั้นก็ไม่เหมาะเพราะต้องการประหยัดพื้นที่ แต่ถ้าทำเป็นรูปเจดีย์แล้วสามารถให้หลวงพ่อโตอยู่ตรงกลางหรือตรงริมก็ได้ หลวงพ่อโตก็จะดูสวยสง่า และทรงแปดเหลี่ยมสมมุติเป็นมรรคองค์แปด

    (๒) การสร้างอุโบสถทรงไทยต้องลงทุนมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไปจึงจะแล้วเสร็จ แต่อุโบสถแก้วใช้ประมาณ ๕๐ ล้านบาท สร้างได้ ๒ ชั้น และสามารถสร้างเสร็จได้เร็วกว่า เนื่องจากทางวัดจำเป็นต้องใช้อุโบสถในการอุปสมบทหมู่ โดยให้สามารถจุพระสงฆ์ได้เป็น ๑๐๐ รูป บรรพชาสามเณรปีละ ๓๐๐ รูป มีการประชุมพระสงฆ์ครั้งละ ๒๐๐-๓๐๐ รูป อุโบสถนี้สามารถจุคนได้ถึง ๖๐๐ คน ด้านล่างใช้เป็นสำนักงาน ห้องเทป ห้องมูลนิธิ ห้องสมุด ฯลฯ มีประโยชน์อเนกประสงค์

    “การใช้ประโยชน์อย่างสุด” ภายใต้ชั้นล่างของอุโบสถแก้ว มีการใช้ประโยชน์ดังนี้

    (๑) เป็นที่สำหรับรับสมัครนักบวชเนกขัมมะ

    (๒) เป็นห้องสมุดมีหนังสือธรรมะของครูบาอาจารย์ที่สำคัญๆ มากมาย

    (๓) เป็นที่จำหน่ายหนังสือธรรมะ ซีดีธรรมะ และเป็นสถานที่ให้ยืมเทปธรรมะ รวมทั้ง เมื่อมีญาติธรรมมาปฏิบัติธรรมจำนวนมากจนที่พักไม่เพียงพอ ชั้นล่างอุโบสถแก้วนี้ก็จะใช้เป็นที่พักได้อย่างดีทีเดียว

    ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก วางศิลาฤกษ์อุโบสถแก้ว ตรงกับวันมาฆบูชาที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เวลา ๐๒.๔๖ น. คณะพระภิกษุ-สามเณรจากวัดสังฆทาน, วัดทุ่งสามัคคีธรรม อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และวัดสาขาของวัดสังฆทานทั้งหมด (ในขณะนั้น ๑๗ สาขา) เป็นจำนวนกว่า ๒๐๐ รูป รวมทั้งสาธุชนจำนวนมากได้พร้อมใจกันน้อมจิตอธิษฐาน ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ภาวนา เวียนเทียนรอบองค์หลวงพ่อโต

    ถึงวันนี้อุโบสถแก้วได้ตั้งตระหง่านแซมพุ่มไม้ใบบัง ภายในเขตสีมาวัดสังฆทาน กำลังรอสายธารศรัทธาจากสาธุชนทั่วทุกสารทิศ ทั้งนี้ เพื่ออุโบสถแก้วหลังนี้จะได้เป็นศาสนสมบัติอันถาวรเป็นที่อุปสมบทแห่งกุลบุตรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาสืบไป

    ปัจจุบัน “วัดสังฆทาน” เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนานานาชาติแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

    268_1190102599.jpg_635.jpg

    paragraph_271.jpg

    paragraph_2_830.jpg

    paragraph_1_168.jpg

    268_1190112570.jpg_413.jpg
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    paragraphparagraph__paragraph_104_143.jpg
    บรรยากาศการปฏิบัติธรรมภายใน “อุโบสถแก้ว”
    วัดสังฆทาน บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี


    • รายชื่อสาขาของวัดสังฆทาน ทั้งหมด ๔๗ สาขา •

    (๑) วัดเขาถ้ำหมี (สำนักป่าพุทธอุทยานเขาถ้ำหมี)
    ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ๗๒๑๘๐
    (๒) วัดหนองบัว
    หมู่ที่ ๔ ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ๗๗๐๐๐
    (๓) วัดหนองไผ่เจริญธรรม
    ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ๗๒๑๓๐
    (๔) วัดป่าผาตาดธารสวรรค์
    ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๘๐
    (๕) วัดสองพี่น้องเจริญธรรม
    ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ๓๐๑๔๐
    (๖) วัดเขาแตงอ่อน
    ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ๒๐๑๑๐
    (๗) วัดสองพี่น้อง
    ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ๑๗๑๔๐
    (๘) วัดต้นตาลโตน (วัดป่าอันธวันวิเวกอารมณ์)
    ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๐๐
    (๙) สำนักปฏิบัติธรรมสวนป่า
    ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ๒๐๑๑๐
    (๑๐) วัดบ้านพลับ
    ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ๑๘๐๐๐
    (๑๑) วัดบุ่งมะแลงน้อย (ที่พักสงฆ์ป่าช้าบุ่งมะแลง)
    ต.บุ่งมะแลง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ๓๔๑๙๐
    (๑๒) วัดอุ้มผางธรรมาราม
    ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ๖๓๑๗๐
    (๑๓) วัดถ้ำเขาวง (ธรรมสถานถ้ำเขาวง)
    ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ๖๑๑๔๐
    (๑๔) วัดธรรมชัยสิริมงคล
    ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ๗๐๐๐๐
    (๑๕) วัดเขาภูคา
    ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ๖๐๑๔๐
    (๑๖) วัดเขายายเที่ยงใต้
    หมู่ที่ ๑๐ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ๓๐๓๔๐
    (๑๗) วัดป่าภาวนาวิเวก
    ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ๗๐๑๕๐
    (๑๘) วัดสันติวงศาราม (เดิมชื่อ วัดสังฆทาน)
    Wat Santiwongsaram (ex Wat Sanghathan)
    107 Handsworth Wood Rd. Handsworth Wood,
    Birmingham City, England B20 2PH
    (๑๙) ที่พักสงฆ์ศาลาธรรม
    เลขที่ ๗ หมู่ที่ ๑๑ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐
    (๒๐) ที่พักสงฆ์ถ้ำเวฬุวัน (ถ้ำลม-ถ้ำวัง)
    หมู่ที่ ๘ บ้านลุเตา ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ๖๔๑๒๐
    (๒๑) สำนักสงฆ์เกาะผาสุข
    ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี ๒๒๑๕๐
    (๒๒) ที่พักสงฆ์ดอยโตน
    หมู่ที่ ๖ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ๕๗๑๑๐
    (๒๓) วัดป่าจำกู่
    ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ๕๑๐๐๐
    (๒๔) ที่พักสงฆ์หาดแตง
    เลขที่ ๒๐ หมู่ที่ ๕ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ๗๑๒๕๐
    (๒๕) ที่พักสงฆ์เขื่อนบางลาง
    ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ๙๕๑๓๐
    (๒๖) วัดหนองโบสถ์
    หมู่ที่ ๑ บ้านหนองโบสถ์ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ๒๑๑๓๐
    (๒๗) วัดหลวงขุนวิน (ดอยหลวง)
    หมู่ที่ ๗ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๓๖๐
    (๒๘) ที่พักสงฆ์ดอยปภัสสร (ดอยแม่เกิ๋น)
    บ้านปงทอง ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ๕๒๑๔๐
    (๒๙) วัดป่าพุทธะนิกาย
    บ้านกุดไกรสร ต.หนองหมี อ.กุดชุม จ.ยโสธร ๓๕๑๔๐
    (๓๐) วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม
    หมู่ที่ ๖ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ๓๐๑๓๐
    (๓๑) ที่พักสงฆ์สิชล
    หมู่ที่ ๖ ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ๘๐๑๒๐
    (๓๒) ที่พักสงฆ์น้ำราดธารธรรม
    หมู่ที่ ๙ ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ๘๔๑๘๐
    (๓๓) วัดเสาหิน
    หมู่ที่ ๘ บ้านหางตลาดเหนือ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ๖๔๑๗๐
    (๓๔) วัดในขนอม
    หมู่ที่ ๑๑ ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ๘๐๒๑๐
    (๓๕) สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ
    หมู่ที่ ๖ บ้านนา ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ๘๐๒๑๐
    (๓๖) วัดสว่างโพธิ์ชัย
    บ้านเมืองเพ็ง ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ๔๔๑๖๐
    (๓๗) ที่พักสงฆ์ถ้ำทะลุ
    ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ๗๑๑๘๐
    (๓๘) ที่พักสงฆ์บ้านธรรมวารี
    หมู่บ้านบางพุทรา ซอย ๑ ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ๒๔๑๑๐
    (๓๙) วัดเนื้อนาบุญ
    หมู่ที่ ๑๔ บ้านทุ่งลานนา ต.ป่างิ้ว อ.เทิง จ.เชียงราย ๕๗๑๖๐
    (๔๐) ที่พักสงฆ์ป่าช้าดงมะตาว
    ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐
    (๔๑) วัดอนันทะวิหาร
    ต.พุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
    (๔๒) วัดโภคัลพุทธวิหาร (Bhogal Buddha Vihara)
    ถ.จังปุระ ออสปิตัลโรด เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย
    (๔๓) ที่พักสงฆ์เขารามโกฏิ
    เมืองกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล
    (๔๔) วัดศากยมุนี
    อ.รุปันเดหิ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล
    (๔๕) วัดสังฆทานไทย-เยอรมัน
    Wat Sanghathan Thai-German
    1556 Schoneiche Brandenburg Street 76A, Berlin Germany
    (๔๖) ศูนย์ปฏิบัติธรรมกตปุญโญ
    ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ๗๒๑๒๐
    (๔๗) สำนักป่าปฏิบัติธรรมวังน้ำเขียว
    ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ๓๐๓๗๐
    (๔๘)

    6334_1220357682.jpg_802.jpg
    คณะสงฆ์, แม่ชี, อุบาสก และอุบาสิกา
    วัดหลวงขุนวิน ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    paragraphparagraph__paragraph_45_296.jpg
    สรีระสังขารหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ณ ศาลาเรือนไทยริมน้ำ วัดสังฆทาน


    ๏ การอาพาธและการมรณภาพ

    ช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ท่านมีอาการอาพาธบ่อยครั้ง เป็นทั้งโรคไต โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ

    กระทั่งในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๓๙ น. ของคืนวันศุกร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ หลวงพ่อสนองได้ละสังขารด้วยอาการสงบแล้ว ด้วยโรคไตวายและโรคหัวใจ ในระหว่างกำลังจำพรรษาอยู่ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมกตปุญโญ (สวนธรรมกิจสุนทร) ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งองค์หลวงพ่อท่านได้ลงไปพำนักจำพรรษาอยู่ในปีนี้ สิริรวมอายุได้ ๖๘ ปี ๔ เดือน พรรษา ๔๘ ท่ามกลางความเศร้าโศกอาลัยเป็นยิ่งนักของบรรดาคณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทั่วไป

    แม้ว่าหลวงพ่อสนองจะละสังขารลาโลกไปแล้วก็ตาม แต่คุณงามความดี คุโณปการยิ่งที่ท่านมีต่อพระพุทธศาสนาและมวลมนุษย์ชาติ จะเป็นเครื่องเตือนใจให้บรรดาศิษยานุศิษย์ได้จดจำมิลืมเลือน
    ขอบคุณที่มา :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=20372
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    เชือกผูกลิง (หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ วัดสังฆทาน)
    ใจคนเราเหมือนปรอท ใจคนเราเหมือนลิง เหมือนลิงที่มันดิ้นอยู่ตลอดเวลา ดึงเอาไว้อยู่เป็นที่ เดี๋ยวมันก็ไปอีก ดึงเอาไว้ เดี๋ยวมันก็กลับไปอีก เราต้องพยายามดึงพยายามรั้ง พยายามควบคุมใจเราบ่อยๆ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันก็ไม่อยู่ มันก็เที่ยวคิดไปตามอารมณ์ตัวเอง นึกอะไรได้มันก็ไปอันนั้นแหละ มันไม่มีอะไรเป็นเครื่องห้ามเครื่องผูก เราต้องมีเครื่องผูกใจคือ ภาวนา

    ภาวนาเป็นเครื่องผูกใจนั่นเอง ภาวนาทำให้เกิดสติ สติเป็นหลัก สมาธิทำให้จิตใจนิ่งเฉยได้ ไม่ลุกลี้ลุกลน ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก ก็ไม่ต่างอะไรกับเราเอาเชือกไปผูกติดกับหลัก แล้วก็มาผูกติดกับลิง ลิงมันจะดิ้นรนไปแค่ไหนก็อยู่ในขอบเขตของมัน คือ เชือกติด ถ้ามันดิ้นไปมากๆ เข้า มันก็ย้อนกลับมาที่เดิม มันก็มีโอกาสจะหยุดนิ่งได้ในเมื่อมันเหนื่อยเต็มที่ เราก็ตามดูใจเราเหมือนเราตามดูลิงนั่นเอง เราไม่ต้องไปเป็นลิงกับเขา เพียงแต่เรานั่งดูลิงดิ้นไปดิ้นมา นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปดิ้นตามมัน ถ้าเราไปดิ้นตามมัน เราก็เป็นลิงไม่หยุดเลย เหนื่อยตายเลย

    การทำสมาธิก็เหมือนคนนั่งดูลิงนั่นเอง ดูไปดูมา เดี๋ยวลิงมันดิ้นไปดิ้นมาจนเชือกมันดึงวนไปจนเชือกพัน ผลที่สุดมันก็หยุดดิ้น มันก็นั่งเงียบของมันได้ ลิงก็รู้จักหยุดเหมือนกันในเมื่อเชือกมันตึงเชือกมันรัดตัวมัน ใจเราก็เหมือนกัน เราก็คอยภาวนาดูใจเราเหมือนดูลิงนั่นเอง แต่เราจะทำเป็นลิงไม่ได้ ถ้าทำเป็นลิงคือสร้างความนึกคิดไปด้วย ภาวนาแล้วเหนื่อยมาก ใจไม่หยุดไม่หย่อนเลย เราก็ต้องควบคุมอยู่ที่หลักคือสติ สมาธิเกาะนิ่งไว้ที่กายกับใจ มันก็สงบจนได้ ไปไหนๆ มันก็กลับมา ไปไหนๆ เดี๋ยวมันก็กลับมา เรารู้เท่าทันความคิดแล้วมันก็กลับมาอยู่ที่เดิม มันก็สอบได้ในใจเรา
     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    ทุกข์เพราะรัก
    โดย หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
    วัดสังฆทาน จังหวัดนนทบุรี

    ความวุ่นวายที่ทุกคนมีอยู่ยังดับไม่ลง เดี๋ยวเรื่องนั้นเข้ามาแทรกเดี๋ยวเรื่องนี้เข้ามาซ้อน เรื่องลูกหลานเรื่องบ้านเรือน เรื่องรักเรื่องใคร่ เรื่องโลภโกรธหลงมีอยู่ในหัวใจทุกคน แสวงหาความอยาก ความรัก เช่นไปขอความรักเขา อยากให้เขารักเรามากๆ รักน้อยไม่เอา อยากให้มันเพิ่มมากขึ้น ที่จริงมันเพิ่มทุกข์ทั้งนั้น

    สามีก็อยากให้ภรรยารักให้มากรักให้หลงเลย ให้รักตนคนเดียวไม่ให้ไปรักคนอื่น ภรรยาก็อยากให้สามีรักตนคนเดียวไม่อยากให้รักผู้หญิงอื่น ให้รักคนเดียวและอยากให้รักมากๆ มีเพื่อนฝูงก็อยากให้เพื่อนฝูงรักและเห็นใจตนคนเดียว

    เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วก็ทุกข์มากขึ้น รักมากก็กังวลมาก กลัวจะเป็นโน่นเป็นนี่ กลัวจะไม่ดี กังวลกลัวจะเปลี่ยนแปลง เกิดความทุกข์กระสับกระส่ายกระวนกระวาย เมื่อรักมากห่วงมากก็เป็นทุกข์มาก ห่วงมากๆเข้าก็หึงหวงเกิดทะเลาะขัดแย้งกันเพราะไม่ตรงตามที่ตกลง

    ภรรยาก็เป็นอย่างนั้น เมื่อสามีไปไหนไม่ตรงตามเวลา คอยแล้วคอยอีกคอยจนดึกดื่น ถ้าไม่มาคืนนี้ก็เป็นปัญหาเพราะมันรักหมดหัวใจจนหลงมากก็ห่วงมาก เป็นทุกข์กังวล ผลที่สุดเมื่อไม่สมใจแล้วก็ขัดแย้งกันต่อว่ากันถากถางกันรุนแรง ทีแรกก็หวานกันดีหนักเข้าคำพูดที่ไม่ดีก็ออกมา การต่อว่ากันทะเลาะขัดแย้งกันก็มาจากความรักมากนั่นเอง เพราะรักมากจึงต้องห่วงกลายเป็นว่าเอาความรักมาทะเลาะกัน

    แม้รักลูกมากก็ตาม ลูกกลับดึกดื่นกลับไม่ตรงเวลา แม่ก็ด่าสาดเข้าไปคอยบ่นคอยว่า ลูกก็ไม่ชอบ ความรักจึงกลายเป็นความทุกข์เสียแล้ว

    “ทำไมรักแล้วต้องเป็นอย่างนี้ด้วย” รักแล้วต้องคอยติดตามเป็นเงาตามตัวทำไม? คนถูกรักก็ไม่เข้าใจในความรัก คนที่รักก็ไม่เข้าใจในความรัก รักแล้วกลายเป็นห่วงกลายเป็นเฝ้าติดตามจนกลายเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา รักไม่มีธรรมะมักเป็นอย่างนี้

    เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วไม่มีครอบครัวหรือชีวิตใดที่เป็นไปตามความหวัง ตามความต้องการตามที่ตนปรารถนาได้ ลูกต้องการให้พ่อแม่ตนรักอย่างมีขอบเขต แต่พ่อแม่ก็รักมากเกินไปจนไม่มีขอบเขต สามีก็อยากให้ภรรยารักตนให้มากและให้มีขอบเขต แต่มันก็ไม่มีขอบเขต ภรรยาก็มีรักที่ไม่มีขอบเขตกับสามีหรือสามีก็มีรักที่ไม่มีขอบเขตกับภรรยา พิษภัยความทุกข์จึงเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความรักมาก แล้วปัญหานี้ก็แก้ไม่ตก

    ถ้าเราไม่เข้าหาธรรมะมันก็หนักเอียงไปทางเดียว เอียงไปทางที่เป็นทุกข์อยู่เรื่อย เพราะเราอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันตรงกับตามความต้องการ แต่มันก็ไม่เป็นดังที่เราต้องการสักที นี่แหละชีวิตคนเราถ้าไม่มีธรรมะแล้วก็จะมีปัญหา แม้แต่ความรักก็เป็นเรื่องใหญ่โตเป็นความทุกข์ที่เข้ามาแทรกซ้อนอยู่ทุกลมหายใจ

    แม้คนที่รักเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอะไรขึ้นมาก็เป็นทุกข์กับคนที่รัก ทรมานจิตใจเหลือเกินเจ็บหัวใจเหลือเกินเพราะไม่อยากให้เขาเจ็บไข้ไม่อยากให้เขาตาย อยากให้เขาดีอยู่ตลอดเวลา เพราะความรักมากเป็นห่วงมากจึงเฝ้าเป็นทุกข์อยู่คนเดียว

    ส่วนพ่อแม่ที่รักลูกมาก ลูกไม่เป็นทุกข์แต่พ่อแม่เป็นทุกข์เพราะห่วงลูกมากอยากให้ลูกเป็นไปตามที่ตนต้องการ แต่ลูกก็เป็นลูกอย่างนั้นเองที่ไม่เข้าใจพ่อแม่ แม้ภรรยาก็เป็นภรรยาอย่างนั้นเองที่ไม่เข้าใจสามี หรือแม้สามีก็เป็นสามีอย่างนั้นเองที่ไม่เข้าใจภรรยา จึงเป็นความรักที่ไม่เข้าใจกัน

    ความรักจะเข้าใจกันทีแรกเท่านั้น อยู่ไปนานๆ มันไม่รู้จักความเข้าใจเพราะมันเกินเลยไม่มีขอบเขต คนเราจึงมีปัญหาหัวใจ เป็นทุกข์เพราะห่วง เพราะหวง เพราะกังวล เพราะมันไม่ตรงตามที่เราต้องการ

    แม้ความรักที่สาบานว่าจะรักกันจนตายมันก็ยังทิ้งกันได้ ต่างคนต่างเกิดมาก็ตายจากกันได้ ไม่มีอะไรเป็นของเที่ยงเลย แล้วจะไปยึดมั่นถือมั่นว่าทุกอย่างนั้นจะเป็นไปตามสัญญาไม่มีหรอก

    ถ้าเขาไม่รักแล้วจะทำอย่างไร

    เขาไม่ห่วงเราแล้วเราจะห่วงเขาทำไม? เขาไม่รักเราแล้วเราจะรักเขาทำไม? เมื่อรักไม่สมปรารถนา เราจะตายบูชาความรักทำไม? เขานั่งยิ้มอยู่แต่เราไปผูกคอตาย เป็นความคิดผิดๆ รักเขามากเขาไม่รักด้วยไปตายดีกว่า โธ่! เขาไม่รักแล้วจะตายทำไมจะต้องทำใจให้ได้ รักตัวเองเข้าหาธรรมสิ!

    คนเรามันโง่ก็คิดไปผิดๆ เขาไม่รักเรายิ่งทุกข์ใหญ่ เขาไม่รักเราสิสบายใจเราไม่ต้องไปปรนนิบัติเอาใจเขา เป็นทาสของความรัก เรียกว่าเป็นทุกข์เพราะความรัก

    ถ้าเป็นคนมีธรรมะใครไม่รักไม่หวงไม่ห่วงก็ไม่เป็นไร เราจะได้อยู่กับธรรมะ จะได้ไปบวชเรียนไปสร้างบารมีจะได้คบคนดีเป็นมิตร จะได้ไม่ผิดหวัง ไม่เจอคนหลอกลวง ถ้าฝืนทนอยู่กับคนที่เขาไม่รัก เขาไม่จริงใจด้วย เป็นความคิดผิด เป็นความทุกข์

    ถ้ามีธรรมะประจำใจแล้วจะปลงตก ผัวไปมีเมียน้อยก็ยกให้เมียน้อยเลย จะได้ไปหาธรรมะรอเวลานี้มานานแล้วจะได้หมดห่วงเสียที อยู่กับคนไม่ดีคนสองใจนี่ไม่มีความสุขหรอก ไปอยู่กับธรรมะใจเดียวดีกว่าสบายใจดี ถ้าฉลาดคิดสักหน่อยสลัดทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้วเลย ถ้าไม่ฉลาดคิดก็เป็นทุกข์อยู่นั่นเองต้องตกเป็นทาสของมันเป็นทาสของความรัก ความหวง ความห่วง

    การปรุงแต่งที่ผิดๆว่าลูกเราครอบครัวเราทำไมจึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เกิดความกังวลเป็นทุกข์ นึกคิดขึ้นมาเพราะความหลงผิดปรุงแต่งผิดๆ ไปนึกถึงคนนั้นคนนี้ขึ้นมาก็เกิดความร้อนรุ่มกลุ้มใจ ถ้าเราเพิ่มความรักมากขึ้นก็ทุกข์มากขึ้น ควรทำใจให้สงบคิดเสียว่า (ช่างมึ..ช่างมัน) มันจะเกิดก็ต้องเกิดมันจะดับก็ต้องดับมันเป็นของมันอยู่อย่างนี้นานเนแล้ว

    ความรู้ความเข้าใจมีสติระลึกรู้ระวังใจตัวเองนี้ต้องฝึกฝนอบรมไปเรื่อยๆ ทำให้เรามีความสุขได้มากเหมือนไปสวรรค์ในครั้งหนึ่งเหมือนมีวิมานในใจ ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักยึดเหนี่ยวทำให้ใจร่มเย็น เรามีความสุขสงบครั้งหนึ่งก็เท่ากับเป็นทุนเป็นปัจจัยที่ฝังลึกลงไปในหัวใจเราว่าทางดับทุกข์มีทางเดิน แต่ที่วุ่นวายอยู่นี่เพราะเรายังเดินทางไปไม่ถึง เรายังอยู่กับความวุ่นวาย เราต้องละความห่วงความกังวลให้มันน้อยลงมันก็สิ้นทุกข์ไปเอง

    การมีธรรมะฝึกอบรมใจช่วยให้จิตใจเรามีพื้นฐาน เมื่อมีทุกข์จะได้ไม่ไปทุกข์กับมัน อดทนรู้ทันอารมณ์รู้ทันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมา อันนี้เขาเรียกว่าธรรมะคุ้มครองปกป้องรักษา อยู่กับพระรัตนตรัยแล้วก็จะมีความสุข

    การมีธรรมะได้เปรียบอย่างนี้แหละ พยายามฝึกใจฝึกให้เห็นธรรมให้รู้ธรรมที่ใจ ทุกข์มันเกิดที่ใจก็ต้องแก้ปัญหาที่ใจด้วยความคิดทางธรรม และแก้ปัญหาด้วยการภาวนา (พุทโธ) ทำให้ใจเราเย็นลงสงบลง ภาวนามากๆ เข้า ใจมันสบายเอง จิตมันไม่สับสนกังวล ความห่วงก็น้อย

    เพราะอะไร เพราะมีปัญญาที่ตัดใจได้ เมื่อเราเกิดมาคนเดียวก็ตายคนเดียว ห่วงกันก็แค่นั้นเองช่วยอะไรกันไม่ได้ พอมีปัญญาก็ปลงตก ถ้าไม่มีปัญญาก็ทุกข์คนเดียวทั้งที่คนอื่นเขาไม่ทุกข์เท่าไหร่ ฉะนั้นธรรมะนี้จึงแก้ปัญหาหัวใจตนเอง

    เราต้องรู้จักบั่นทอนตัดกิเลสอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดให้มันลดน้อยถอยลง ขัดเกลาให้มันว่างบ้างสงบบ้าง จากหนักกลายเป็นเบา เบาลงๆเกิดความปล่อยวางขึ้นก็สบาย เพราะความรู้ทันว่าอะไรควรคิดอะไรไม่ควรคิด อะไรควรรับอะไรไม่ควรรับจึงจะมีความสุข เมื่อเข้ามาสู่แดนธรรมมาสู่ทางสว่างทางสงบ

    รู้จักละวางให้ใจว่างบ้างด้วยการภาวนา ด้วยการเข้าใจธรรม พอมันไปห่วงไปรักไปกังวลคนอื่นมันเป็นทุกข์ทุกทีอีกแล้วว่าเขาจะเป็นโน่นเป็นนี่ ตัดใจให้ได้ช่างมันเถอะเกิดคนเดียวตายคนเดียว เอาความตายมาตัดปุ๊ปสบายใจ คนเรากรรมใครกรรมมัน เขาทำบุญไว้ก็ต้องไปดีเขาทำบาปก็ต้องไปตามกรรมของเขา ใครจะไปดึงรั้งเขาได้

    จึงว่าเราเกิดมาแล้วก็ศึกษาชีวิตให้เป็นธรรมะเสีย เกิดคนเดียวตายคนเดียวกินคนเดียวทุกข์คนเดียว ถ้าเรายังช่วยใจตนเองให้สงบไม่ได้ ก็ช่วยคนอื่นไม่ได้จะต้องช่วยเหลือตนเองก่อน เมื่อช่วยเหลือตนเองได้ก็ช่วยเหลือผู้อื่นได้
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    ธรรมโอสถ
    โดย พระอาจารย์สนอง กตปุญโญ
    วัดสังฆทาน อ.เมือง จ.นนทบุรี

    ชีวิตนี้เราจำเป็นต้องเตรียมใจไว้ปฏิบัติธรรม เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้มันเหลือเล็กนิดเดียว ไม่ให้ปัญหาเล็กเป็นปัญหาใหญ่ คนทุกวันนี้มีโรคมาก กลัวมะเร็งกันขึ้นสมอง บางคนตรวจแล้วตรวจอีก ยิ่งรู้มากก็ยิ่งกลัวมาก

    คนเราพอเข้าวัยสุขภาพเสื่อมแล้ว มันมีโรคภัยเข้ามาเบียดเบียน เกิดความกลัวความระแวงต่อโรค แต่หารู้ไม่ว่าโรคนี้เกิดจากจิตจากใจของเราแล้วจึงไปสู่กาย เราไม่ได้แก้ที่ใจ ไม่ได้แก้ที่กรรม แต่ไปแก้ด้วยการหาหมออย่างเดียว ซึ่งบางทีโรคนั้นก็แก้ไม่ได้รักษาไม่หาย

    ทำไมจึงเป็นกันอย่างนั้น นี่แหละมันเป็นมาจากบาปเศษกรรม ที่พวกเราเกิดมาแม้แต่อดีตก็ไม่เคยสร้างกุศลกัน ไม่ให้ทาน ไม่รักษาศีล ไม่เจริญภาวนา การที่เราไม่เสียสละ ไม่ทำบุญ จึงเกิดเป็นทุกขภัยเป็นโรคภัยทั้งปวง การเจ็บไข้จึงตามมนุษย์มากมาย สร้างโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็เต็มเท่านั้น มียาเท่าไหร่ก็แก้โรคไม่ตก ยาดีมากเท่าไหนโรคก็มากขึ้นแค่นั้น

    ทุกวันนี้คนเราไปแก้ทุกข์ทางโรค ไม่ได้แก้ทุกข์ทางธรรม ไม่ได้ฝึกฝนอบรมไม่ได้เอาธรรมโอสถ ไม่ได้เอายาพระพุทธเจ้ามารักษาโรค ไม่ได้รักษาใจกัน ธรรมะนี่ถ้าเข้าถึงขั้นจริงๆ แล้วคนที่มีโรคก็เหมือนคนที่ไม่มีโรค คนที่มีความทุกข์ก็ไม่มีความทุกข์ มันตัดสินปัญหาไปได้ทุกอย่างเลย

    แม้คนที่เคยผิดหวังถ้าไม่มีธรรมะ มันจะผิดหวังไปตลอดชีวิต เสียใจหว้าเหว่น้อยเนื้อต่ำใจตลอดชีวิต แต่ถ้าคนไหนได้มาศึกษาธรรมะ ไม่ว่าจะผิดหวังน้อยเนื้อต่ำใจมาแค่ไหนก็สมหวังในชีวิต
     
  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    สมบัติมหาศาลที่พ่อแม่ให้ คือ ตัวเรา : หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    รูปร่าง หน้าตา กายใจ เป็นของพ่อแม่ให้เราไว้
    ตราบใดที่เรายังมีตัวเราอยู่..พ่อแม่ก็อยู่กับเรา
    ไม่ได้สูญหายไปไหนเลย..แม่ไปกับเรา พ่อไปกับเรา
    คุณพ่อคุณแม่นี่ติดตามตัวเราไว้
    เผาเราให้หมดสิ้นไปเมื่อไรนั่นแหล่ะ
    จึงจะหมดสิ้นคุณพ่อคุณแม่

    เมื่อพ่อแม่ตายไปแล้ว พ่อแม่ก็ยังอยู่กับเราอีก
    เราจะทำยังไงให้กับพ่อแม่เรา
    ในเมื่อพ่อแม่ยังอยู่กับเรา
    เราก็ต้อง "ทำความดี"

    ทำความดีนี้ทางโลกก็เรียกว่า ขยันทำมาหากิน
    ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นคนดีในทางโลก
    แต่ถ้าจะเอาทางธรรม เอาบุญกุศลให้พ่อแม่
    ก็มีคุณธรรม ตักบาตรทำบุญ มีศีลมีธรรม
    เจริญภาวนา แผ่เมตตาให้พ่อแม่
    นั่นเรียกว่า ตอบแทนบุญคุณ
    หรือยังระลึกถึงพระคุณพ่อ พระคุณแม่อยู่

    ถ้าตราบใดที่เรายังมีเลือดเนื้อกายใจ
    มีทุกวันยังมีชีวิตอยู่
    เราไม่หมดสิ้นจากคุณพ่อคุณแม่
    เพราะเราได้ร่างกายมาจากท่าน
    ฉะนั้นท่านจึงประเสริฐ
    หรือพ่อแม่ไม่รู้หนังสือเลยสักตัวเดียว
    จนไม่มีอะไรเลยสักชิ้นเดียว
    แต่ก็ "สมบัติอันมหาศาล คือ ตัวเรา"

    บางครั้งนี่พ่อแม่ยากจน ไม่มีความรู้
    แต่ด้วยที่เราได้อาศัยท้องพ่อท้องแม่เกิดมานี่
    ทำให้เรานี่ได้ทำมาหากินศึกษาเล่าเรียน
    ฟันฝ่าอุปสรรค จนเป็นคนที่มีหน้ามีตา
    มีชื่อมีเสียง มีลาภมียศยิ่งใหญ่ไปก็มี
    ถ้าไม่มีแม่เรารึ?..ถ้าไม่มีพ่อเรารึ?
    ปล่อยทิ้งให้เราตายเสียก่อน..?
     
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    คนเราถ้าขาดบุญเสียแล้ว
    ก็คงจะเดือดร้อนเหมือนคนขาดเสบียงเดินทาง
    คนมีบุญก็เหมือนคนมีเสบียงเดินทาง
    จะไปถึงไหนก็ไปได้ไม่เดือดร้อน

    บุญนี้ไม่ใช่ของเล็กน้อย มันมากอยู่ที่จิตใจเราเสียสละที่ความพอใจของเรา
    มันมีค่ากันตรงนั้นนั่นเอง

    เราต้องพยายามสร้างสมอบรมบุญของเรา
    ต่อเติมไปทีละเล็กละน้อยจนสมบูรณ์
    เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าสร้างบารมีมาจนถึงชาติสุดท้าย พวกเราก็จะต้องสร้างบารมีไปอย่างนั้นเหมือนกัน

    ฉะนั้นเราจึงต้องสะสมเสบียงกรัง สะสมบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้สมบูรณ์ในชีวิตนี้ เมื่อแตกตายทำลายขันธ์ไปเราจะได้ไม่ลำบากทั้งภพนี้และภพหน้า ที่เรามาตักบาตรทำบุญนี้ก็ถือว่าสร้างกุศลบารมีให้ตนเอง

    หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
     
  17. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
  18. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    12 เม.ย.60 ต้องผ่านสมาธิให้ได้ เพื่อจะได้รู้ซักที ไม่รู้ก็หลงวนเวียนอยู่นี่ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    ไม่มีอะไรเลยในโลกนี้ นอกจากธรรมชาติของจิตเท่านั้น หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    6 ส.ค.60 สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    25 พ.ค.60 เวลาจะตาย ถ้าไม่หลงจะมีวิมานมาคอย หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    fm89.25MHz เสียงธรรม หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
    Published on Aug 6, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 เมษายน 2018
  19. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177
    9 ส.ค.60 คนมีทุกข์เพราะความคิดตัวเอง ไม่ใช่ความคิดคนอื่นทำให้เราเป็นทุกข์ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ(3Hrs.)

    5 มิ.ย.60 คบคนให้ดูตอนแบ่งของ ถ้าคนไหนจะเอาเปรียบ คนนั้นคบไม่ได้ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    6 มิ.ย.60 ปุถุชน เหมือนคนลอยคออยู่ในทะเล หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

    20 ก.ค.60 คนที่เครียดทุกวัน คิดชนะคนอื่น ไม่คิดชนะใจตนเอง หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 4 Hrs

    fm89.25MHz เสียงธรรม หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
    Published on Aug 9, 2017
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 เมษายน 2018
  20. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,177

    3 มี.ค.60 เตรียมตัวก่อนเจ็บ ก่อนตาย เสียงธรรมหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 3 Hrs.


    8 มี.ค.60 นักปฏิบัติ ทนกับความเจ็บปวดได้มาก หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 3 Hrs.

    18 ต.ค.60 คนที่คิดว่า อะไรๆเป็นของเรา นั่นแหละคนที่มีทุกข์มาก หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ 6 Hrs.

    ตัดกรรม คือ การตัดใจ ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่พยาบาท ไม่อาฆาต ไม่จองเวร/ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ(5Hrs.)

    fm89.25MHz เสียงธรรม หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
    Published on Dec 7, 2017
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • photo.jpg
      photo.jpg
      ขนาดไฟล์:
      5.6 KB
      เปิดดู:
      90
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 เมษายน 2018

แชร์หน้านี้

Loading...