ให้จำไว้ว่าไม่ว่ากายหรือจิตก็ไม่ใช่ของเรา

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย kengkenny, 7 กรกฎาคม 2009.

  1. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    งั้นธรรมภูติเอา ที่ทรงเทศ มาชี้สิว่า จิต อยู่นอกจากขันธ์ ไม่ใช่วิญญาญ
    ทรงบอกว่าจิตคือนามอันประกอปด้วย วิญญาน สันยา สังขาร และเวทนา ไม่ใช่วิญญานอย่างเดียวแต่ตัวที่เป็นตัวรู้ก้คือวิญญาญ ผมหมายความแบบนี้อย่าเบี่ยงเบนไป

    แต่ที่แน่ๆๆมันไม่เป็นอัตตาเหมือนของคุรหรอกนะ

    เอามาแสดงๆๆๆ อย่าอ้างลอยๆๆ
     
  2. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    แล้วธรรมภูติจริงๆๆไม่อยากอทิบายนะแค่ยกพระสูตรมาไห้อ่านเฉยๆ เพราะนายอ่ะอทิบายไปก้เท่านั้นแหละ ไม่เข้าใจหรอก
     
  3. ธรรมภูต

    ธรรมภูต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    3,622
    ค่าพลัง:
    +2,186
    http://palungjit.org/threads/พระอาจารย์สงบ-เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว-และหลวงปู่เจี๊ยะ.192716/

    หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
    เพราะฉะนั้น การเจริญกายคตาสติก็ดี การเจริญธาตุกรรมฐานก็ดี
    จึงเป็นแนวทางให้จิตดำเนินก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนาได้
    และอีกอันหนึ่ง อานาปานสติ ท่านก็ยึดเป็นหลักการสอน

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมฐานอานาปานสติ การกำหนดพิจารณากำหนดลมหายใจนั้น
    จะไปแทรกอยู่ทุกกรรมฐาน จะบริกรรมภาวนาก็ดี จะพิจารณาก็ดี
    ในเมื่อจิตสงบลงไป ปล่อยวางอารมณ์ที่พิจารณาแล้ว

    ส่วนใหญ่จิตจะไปรู้อยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ในเมื่อจิตตามรู้ลมหายใจเข้าออก
    กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกอยู่เป็นปกติ จิตเอาลมหายใจเป็นสิ่งรู้ สติเอาลมหายใจเป็นสิ่งระลึก
    ลมหายใจเข้าออกเป็นไปตามปกติของร่างกาย เมื่อสติไปจับอยู่ที่ลมหายใจ
    ลมหายใจก็เป็นฐานที่ตั้งของสติ ลมหายใจเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องด้วยกาย
    สติไปกำหนดรู้อยู่ที่ลมหายใจเข้าออก จดจ่ออยู่ที่ตรงนั้น วิตกถึงลมหายใจ
    มีสติรู้พร้อมอยู่ในขณะนั้น จิตก็มีวิตกวิจารอยู่กับลมหายใจ

    เมื่อจิตสงบลงไป ลมหายใจก็ค่อยละเอียด ๆ ลงไปเรื่อย ๆ
    จนกระทั่งในที่สุดลมหายใจก็หายขาดไป เมื่อลมหายใจหายขาดไปจากความรู้สึก
    ร่างกายที่ปรากฏว่ามีอยู่ก็พลอยหายไปด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนั้น

    ถ้าหากว่าลมหายใจยังไม่หายขาดไป กายก็ยังปรากฏอยู่
    เมื่อจิตตามลมหายใจเข้าไปข้างใน จิตจะไปสงบนิ่งอยู่ในท่ามกลางของกาย
    แล้วก็แผ่รัศมีออกมารู้ทั่วทั้งกาย

    จิตลามารถที่จะมองเห็นอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายได้หมดทั้งตัว
    เพราะลมย่อมวิ่งเข้าไปที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ลมวิ่งไปถึงไหนจิตก็รู้ไปถึงนั่น
    ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่เท้าจรดหัว ตั้งแต่ แขนซ้าย แขนขวา ขาขวา ขาซ้าย

    เมื่อจิตตามลมหายใจเข้าไปแล้ว จิตจะรู้ทั่วกายหมด
    ในขณะใดกายยังปรากฏอยู่ จิตสงบอยู่ สงบนิ่ง รู้กว้างอยู่ในกาย วิตก วิจาร
    คือจิตรู้อยู่ภายในกาย สติก็รู้พร้อมอยู่ในกาย ในอันดับนั้นปีติและความสุขย่อมบังเกิดขึ้น

    เมื่อปีติและความสุขบังเกิดขึ้น
    จิตก็เป็นหนึ่ง นิวรณ์ ๕ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา ก็หายไป
    จิตกลายเป็นสมถะ มีพลังพอที่จะปราบนิวรณ์ ๕ ให้สงบระงับไป
    ผู้ภาวนาก็จะมองเห็นผลประโยชน์ในการเจริญสมถกรรมฐาน

    ;aa24
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2009
  4. jinny95

    jinny95 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    6,077
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +9,663
    คุณธรรมภูต กับคุณธรรมสวนัง เห็นไปในทางเดียวกันเลย เป็นอะไรกันครับ ใครเป็นผู้ถ่ายทอด

    " เราจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากจิต (เรา) " ถ่ายทอดให้กันเอง หรือมีอาจารย์ท่านไหนสอนมาแบบ พูดให้ฟังจากปากท่าน ฟังจากหู

    อยากรู้ เพราะถ้าเป็นบทความประเภท จิตเป็นเรานี่ ส่วนใหญ่จะมาจากคุณหนูเล็กนิดเดียว เลยอยากจะถามว่าตีความเอง ได้จากการปฎิบัติเอง หรือใครถ่ายมา

    ปล. ถามคนดังเลยนะเนี่ย ^-^
     
  5. ธรรมภูต

    ธรรมภูต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    3,622
    ค่าพลัง:
    +2,186
    พระพุทธเจ้าท่านและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านถ่ายทอดครับ
    ไม่เชื่อพระพุทธเจ้าและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ แล้วให้เชื่อใครครับ

    [๔๘] เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว
    ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น
    ถึงความไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไป
    เพื่อบุพเพนิวาสานุสติญาณ. เรานั้นย่อมระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก


    [๔๙] เรานั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว
    ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น
    ถึงความไม่หวั่นไหวอย่างนี้ โน้มน้อมจิตไป
    เพื่อรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย.
    เรานั้นเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม
    ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์


    [๕๐] เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว
    ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น
    ถึงความไม่หวั่นไหวอย่างนี้ โน้มน้อมจิตไป
    เพื่ออาสวักขยญาณ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกข์สมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
    เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา.
    เมื่อเรานั้นรู้เห็นอย่างนี้ จิตก็หลุดพ้น แม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ
    เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว


    +++++++

    เรานั้น ใช่จิตของเรามั้ยครับ
    โน้มน้อมจิตไป ใช่ควบคุมบังคับจิตหรือเปล่าครับ???


    อ่านเต็มๆที่นี่ครับ
     
  6. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,712
    ค่าพลัง:
    +3,244
    อือ ใช่แล้ว

    แล้วแต่กำลังบุญวาสนาแห่งตน

    อยู่ที่ใครจะสะสมสติ สะสมปัญญามามากกว่ากัน

    แล้วก็กรรมเก่าของผู้นั้นด้วย บางคนทำกรรมมาเยอะ สอนผิดมาเยอะ พาคนหลงมาเยอะ เวลาตัวเองจะเอาบ้างจริง ๆ ก็หลง นั่นเพราะกรรมจริง ๆ มันก็ยากเหมือนกันนะ
     
  7. หลบภัย

    หลบภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,210
    ค่าพลัง:
    +3,113
    ผู้ใดเป็นผู้แปล พระอภิมหาคัมภีร์ หนอ ??
     
  8. ธรรมภูต

    ธรรมภูต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    3,622
    ค่าพลัง:
    +2,186
    พระพุทธเจ้าท่านและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านถ่ายทอดครับ
    ไม่เชื่อพระพุทธเจ้าและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ แล้วให้เชื่อใครครับ

    [๑๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
    ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว
    ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระได้แล้ว
    บรรลุประโยชน์ตนแล้วโดยลำดับ
    สิ้นสัญโญชน์ในภพแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้ชอบ
    จึงนับว่ามีธรรมอันสมควรจะพยากรณ์ได้ดังนี้ว่า

    ดูกรท่านผู้มีอายุ ข้าพเจ้ารู้แจ้งรูปแล้วแลว่า ไม่มีกำลังปราศจากความน่ารัก
    มิใช่เป็นที่ตั้งแห่งความชื่นใจ จึงทราบชัดว่า
    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับ สละ
    และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในรูป และอนุสัยคือ
    ความตั้งใจและความปักใจมั่นในรูปได้

    ข้าพเจ้ารู้แจ้งเวทนาแล้วแลว่าฯลฯ ...
    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับ สละ
    และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในเวทนาและอนุสัย
    คือความตั้งใจและความปักใจมั่นในเวทนาได้

    ข้าพเจ้ารู้แจ้งสัญญาแล้วแลว่าฯลฯ ...
    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้นสำรอก ดับ สละ
    และสลัดคืน ซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในสัญญา และอนุสัยคือ
    ความตั้งใจและความปักใจมั่นในสัญญาได้

    ข้าพเจ้ารู้แจ้งสังขารแล้วแลว่า ฯลฯ...
    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับ สละ
    และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในสังขาร และอนุสัยคือ
    ความตั้งใจและความปักใจมั่นในสังขารได้

    ข้าพเจ้ารู้แจ้งวิญญาณแล้วแลว่า ไม่มีกำลัง ปราศจากความน่ารัก
    มิใช่เป็นที่ตั้งแห่งความชื่นใจ จึงทราบชัดว่า
    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้น สำรอก ดับสละ
    และสลัดคืนซึ่งอุปาทานขันธ์ที่ยึดมั่นในวิญญาณ และอนุสัยคือ
    ความตั้งใจและความปักใจมั่นในวิญญาณได้

    ดูกรท่านผู้มีอายุ จิตของข้าพเจ้าผู้รู้อยู่ เห็นอยู่
    อย่างนี้แล จึงได้หลุดพ้นจากอาสวะ ไม่ยึดมั่นในอุปาทานขันธ์ ๕ นี้

    +++++++++++

    จิตของเราหลุดพ้นแล้ว จิตของเราหลุดพ้นแล้ว จิตของเราหลุดพ้นแล้ว
    จิตของข้าพเจ้าผู้รู้อยู่ เห็นอยู่
    จิตของข้าพเจ้าผู้รู้อยู่ เห็นอยู่
    จิตของข้าพเจ้าผู้รู้อยู่ เห็นอยู่

    อ่านเต็มๆได้ที่นี่ครับ
    �����ûԮ�������� �� - ����ص�ѹ��Ԯ�������� �

    ;aa24
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2009
  9. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    สยอง กรรมเก่า หวาดเสียว กรรมใหม่
    อยู่เหมือนกันนะ
     
  10. ธรรมภูต

    ธรรมภูต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    3,622
    ค่าพลัง:
    +2,186
    สะสมที่ไหนกัน? ถ้าไม่ใช่สะสมที่จิต?

    ;aa24
     
  11. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135

    ท่าจะยกบทนี้มาอ้างนะ ความเข้าใจนายมันผิดตรงนี้ไงตรง ไม่รู้ในภาษา

    คำว่าเรานั้น เวลาพระพุทธเจ้าแสดงธรรม ทรงใช้คำว่า ตถาคต แปลว่าเราในภาษาไทยเฉยๆ เราในที่นี้รวมเอากายและจิตของพระตถาคตเจ้าหรือ เรา คือ ชื่อที่ใช้แทนตัวพระพุทธเจ้า และท่านใช้คำว่า ตถาคต ไม่ได้ใช้คำไทยว่าเรา มั่วเอามากๆ

    เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว

    ท่านพูดอย่างชัดเจนว่า เรานั้น หมายถึง ตถาคตนั้นรวมความหมายถึง จิตและกายของตถาคต หมายถึงเมื่อพระตถาคต จิต บริสุทธิ คือจิตของพระตถาคตบริสุทธิ จิตอันประกอบด้วย วิญญายสันยา สังขาร เวทนา สิ่งเหล่านี้ประกอบกันขึ้นรวมเป็นจิต ท่าแค่ตรงนี้ไม่รู้ก้ไปหาคนสอนไหม่
     
  12. หลบภัย

    หลบภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,210
    ค่าพลัง:
    +3,113
    กุศล อกุศล นิสัย อารมณ์ดิบ สันดาน
    ของ มนุษย์มันแก้ยาก จริง ๆ
     
  13. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    คิด ไม่รู้ ว่าคิด

    หลง ไม่รู้ ว่าหลง

    มีสติ ไม่รู้ว่า มีสติ

    มีสติสัมปชัญญะ เกิดจริงเมื่อไร ก็จะรู้ว่ารู้ รู้ว่าไม่รู้

    แต่เราเชื่ออย่างหนึ่ง คนที่เป็นปุถุชนแล้วรู้ฐานะตนเองได้ถูก รู้ธรรมชาติของตนเองได้ถูก
    ยังไงก็คงไม่หลงไปไกล แต่ถ้าปุถุชนคนใดสำคัญตนผิดมันแก้ยาก นอกจากจะได้เจอครู
    ที่มีบารมีมาแก้ให้และต้องมีวาสนาต่อกันคือเชื่อและศรัทธาด้วยใจจริง ถึงจะมีโอกาสพ้น
    จากความหลง หรือไม่ก็ต้องรอวิบากกรรมเก่าหมดถึงจะเปิดช่องให้สติสัมปชัญญะตัวจริงเกิดได้
     
  14. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    ธรรมภูติ การที่มาอทิบายนี้ก้ด้วยเจตนาที่ดีนะ แต่ท่า จะไม่ฟังก้ไม่ว่าอะไรนะ
    เทอได้ยินได้อ่านคำๆนี้มาแต่ไม่เข้าใจแสดงว่าเทอไม่ใด้ใช้หลักกาลมสูตรในการเชื่อ
    ปันญาบารมีสะสมที่ไหน ท่าไม่สะสมที่จิต สะสมที่จิตจริงแต่สะสมอย่างไร
    สะสมที่สัญญาอย่างเดียวหรือไม่ ตจรงนี้มองออกรึเปล่า รู้จักบารมีรึเปล่า
     
  15. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    ธรรมภูติ เอาปีปไหม
     
  16. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    ในอนันตลักขนสูตร ยังกล่าวถึงเรื่องขันธ์ ไม่พออีกหรอ ...จริงๆ
     
  17. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,642
    เมื่อไรท่านท่างหลาย จะเอา ปริยัติ ไปปฏิบัติกัน .......เห็นก็แต่เอาปริยัติ มาพูดกัน......มันไม่ถึงปฏิเวธ......ต่อให้พูดกันจนตาย.....มันก็ไม่จบหลอก.....ความสงสัยมันไม่คลาย......
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2009
  18. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,441
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +15,642
  19. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    ใครเขาจะเข้าใจยังไงก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีเหตุและมีผลเสมอ คำว่าเราที่เขาหมายถึง นั้นคือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งทรงพระชนน์ชีพ ไม่ได้หมายถึงตัวเรา ผู้ที่กำลังพูดหรืออ่านเขียน ในปัจจุบัน พระองค์ทรงอุทานขึ้น ก็เท่านั้นหากจะเอาคำที่พระองค์ทรงอุทานมาค้านกับคำสอนทั้งหมดของพระองค์ก็ทำได้แต่จะไม่ได้อะไรเลย เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงหวังให้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย คำว่า อนัตตา ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีตัวตน ในความคิดของปถุชน แต่ในอารมณ์ของผู้เห็นธรรมหรือในจิต ในใจ ของท่านทั้งหลายเหล่านั้นแยกออกว่า หมายถึง ไม่มีรูปนาม และเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ก็คือสภาวะหนึ่งนั้นเอง ก็เท่านั้นเอง ดังนั้นความหมายจึงมองกันต่างมุม
     
  20. jinny95

    jinny95 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    6,077
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +9,663
    ไม่ได้ว่าอะไรนะท่านพี่ทั้งสอง น้องผู้น้อยแค่อยากรู้ เท่านั้นเอง

    เจริญธรรม ^-^
     

แชร์หน้านี้

Loading...